ภาษี

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

3 ก.ค. 2026

PEAK Account

12 min

ภ.ง.ด. 90 กับ ภ.ง.ด. 91 ต่างกันอย่างไร ยื่นแบบไหนถึงจะถูกต้อง

ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหมือนกัน แต่ต่างกันตรง “ประเภทรายได้” ของผู้ยื่น ถ้ามีแค่เงินเดือน ให้ยื่น ภ.ง.ด. 91 แต่ถ้ามีรายได้จากหลายทาง ต้องยื่นแบบ 90 แทน ไม่ว่าจะเปิดร้านออนไลน์ รับงานฟรีแลนซ์ หรือปล่อยเช่าคอนโด เลือกผิดแบบนอกจากต้องยื่นใหม่แล้ว อาจโดนค่าปรับอีกด้วย ภ.ง.ด. 90 คืออะไร ภ.ง.ด. 90 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี สำหรับผู้ที่มีเงินได้หลายประเภท หรือมีเงินได้ประเภทเดียวที่ไม่ใช่เงินเดือน ตามกฎหมายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ใครต้องยื่น ภ.ง.ด. 90 ผู้ที่มีรายได้ตามมาตรา 40(1) ถึง 40(8) หลายประเภท หรือมีรายได้ 40(2) ถึง 40(8) เพียงอย่างเดียว เช่น เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบ 90 คือ เกิน 60,000 บาทต่อปี (คนโสด) หรือเกิน 120,000 บาทต่อปี (มีคู่สมรส) ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร แม้คำนวณภาษีแล้วไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ก็ยังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 คืออะไร ภ.ง.ด. 91 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี สำหรับผู้ที่มีรายได้เฉพาะเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส หรือค่าตอบแทนจากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40(1) เพียงอย่างเดียว ใครต้องยื่น ภ.ง.ด. 91 ผู้ที่มีรายได้จากนายจ้างเพียงทางเดียว ได้แก่ เกณฑ์ขั้นต่ำอยู่ที่ เกิน 120,000 บาทต่อปี (คนโสด) หรือเกิน 220,000 บาทต่อปี (มีคู่สมรส) สูงกว่าแบบ 90 เพราะผู้มีเงินเดือนหักค่าใช้จ่ายเหมา 50% ได้สูงสุด 100,000 บาท เงินได้สุทธิจึงน้อยกว่า ภ.ง.ด. 90 กับ 91 ต่างกันอย่างไร ดูจาก “แหล่งรายได้” เป็นหลัก ตารางนี้สรุปข้อแตกต่างสำคัญทั้งหมดไว้ รายการ ภ.ง.ด. 90 ภ.ง.ด. 91 ประเภทรายได้ หลายประเภท หรือไม่ใช่เงินเดือนอย่างเดียว เงินเดือนอย่างเดียว ตามมาตรา 40(1) เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ (โสด) เกิน 60,000 บาทต่อปี เกิน 120,000 บาทต่อปี เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ (คู่สมรส) เกิน 120,000 บาทต่อปี เกิน 220,000 บาทต่อปี กำหนดยื่น 1 ม.ค. ถึง 31 มี.ค. ปีถัดไป เหมือนกัน ยื่นออนไลน์ ได้ ผ่าน efiling.rd.go.th ได้ ผ่าน efiling.rd.go.th หักค่าใช้จ่าย ตามประเภทรายได้ แตกต่างกัน เหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ตัวอย่างการเลือกแบบยื่นภาษีที่ถูกต้อง สถานการณ์ที่ 1 — มนุษย์เงินเดือน: นายสมชาย (ชื่อสมมุติ) ทำงานบริษัทเอกชน เงินเดือน 35,000 บาท ได้โบนัสปีละ 1 เดือน รวมทั้งปี 455,000 บาท ไม่มีรายได้ทางอื่น → ยื่น ภ.ง.ด. 91 สถานการณ์ที่ 2 — พนักงานที่ขายของออนไลน์: นางสาวพิมพ์ (ชื่อสมมุติ) เงินเดือน 28,000 บาท ขายเสื้อผ้าผ่าน Shopee อีกเดือนละ 8,000 บาท → ยื่น ภ.ง.ด. 90 เพราะมีทั้งเงินเดือน 40(1) และรายได้จากการค้า 40(8) สถานการณ์ที่ 3 — ฟรีแลนซ์: นายเก่ง (ชื่อสมมุติ) รับงานออกแบบกราฟิก รายได้ปีละ 480,000 บาท ไม่มีนายจ้างประจำ → ยื่น ภ.ง.ด. 90 เพราะไม่ใช่เงินเดือน 40(1) จัดเป็น 40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะสัญญา สถานการณ์ที่ 4 — ข้าราชการที่มีรายได้เสริม: นายวิทย์ (ชื่อสมมุติ) เป็นข้าราชการ เงินเดือน 32,000 บาท มีคอนโดปล่อยเช่าอีกเดือนละ 12,000 บาท → ยื่น ภ.ง.ด. 90 เพราะนอกจากเงินเดือนราชการ 40(1) แล้ว ยังมีค่าเช่า 40(5) เพิ่มเข้ามา เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษี ไม่ว่าจะยื่นแบบ 90 หรือ 91 ต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้ วิธียื่น ภ.ง.ด. 90 และ 91 ออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากรเปิดให้ยื่นภาษีผ่านระบบ e-Filing ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขั้นตอนหลักมีดังนี้ การยื่นภาษีออนไลน์จะได้รับสิทธิ์ขยายเวลายื่นเพิ่มอีก 8 วัน ทำให้กำหนดเวลาขยับจาก 31 มีนาคม เป็น 8 เมษายนของทุกปี ดูขั้นตอนละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วิธียื่นภาษี ภ.ง.ด. 91 ออนไลน์ ยื่นผิดแบบแล้วทำอย่างไร หลายคนเคยยื่น ภ.ง.ด. 91 ทั้งที่มีรายได้จากการขายของออนไลน์หรือค่าเช่าด้วย กรณีแบบนี้แก้ไขได้ กรณียื่นเพิ่มเติมหลังกำหนด ถ้ามีภาษีต้องชำระเพิ่ม จะโดนเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้าง แต่ไม่โดนค่าปรับอาญา เพราะถือว่ายื่นแบบไปแล้ว ดูรายละเอียดที่การแก้ไขเมื่อยื่นภาษีไม่ครบ สรุป จัดการรายได้และเอกสารภาษีให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยจัดประเภทรายได้และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ลดเวลาเตรียมเอกสารภาษีให้กิจการ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.ง.ด. 90 และ 91 ข้าราชการต้องยื่น ภ.ง.ด. แบบไหน ถ้ามีแค่เงินเดือนราชการ ยื่น ภ.ง.ด. 91 แต่ถ้ามีรายได้เสริม เช่น ปล่อยเช่าบ้าน รับสอนพิเศษ หรือเป็นวิทยากร ต้องยื่นแบบ 90 แทน ขายของออนไลน์ต้องยื่น ภ.ง.ด. 90 หรือ 91 ขายของออนไลน์จัดเป็นเงินได้ประเภท 40(8) ถ้ามีเงินเดือนจากงานประจำด้วย ต้องยื่น ภ.ง.ด. 90 ถ้าขายของออนไลน์เป็นอาชีพหลักโดยไม่มีเงินเดือน ก็ยื่น ภ.ง.ด. 90 เช่นกัน เพราะรายได้ไม่ใช่ 40(1) เงินเดือน ภ.ง.ด. 90 กับ 91 ต่างจาก ภ.ง.ด. 94 อย่างไร แบบ 90 และ 91 ใช้ยื่นภาษีประจำปี (รายได้ ม.ค. ถึง ธ.ค.) ส่วน ภ.ง.ด. 94 ใช้ยื่นภาษีครึ่งปีแรก (ม.ค. ถึง มิ.ย.) เฉพาะผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) เช่น ค่าเช่า รับเหมาก่อสร้าง หรือขายของออนไลน์ กำหนดยื่นภายในเดือนกันยายนของทุกปี ยื่นภาษีไม่ทันกำหนดมีโทษอะไร ไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา มีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท ถ้ามีภาษีต้องชำระ จะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้าง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทลงโทษเมื่อยื่นภาษีล่าช้า นายจ้าง SME ต้องเตรียมอะไรให้พนักงานยื่น ภ.ง.ด. 91 นายจ้างมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้พนักงานทุกคนภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป นอกจากนี้ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.1 สรุปรายปีต่อกรมสรรพากรด้วย PEAK Payroll ช่วยออก 50 ทวิ และจัดทำไฟล์ ภ.ง.ด.1 ให้อัตโนมัติ ลดงาน HR ได้ทันที เจ้าของกิจการจ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง ยื่นแบบไหน กรรมการบริษัทที่รับเงินเดือนจากกิจการของตัวเอง ถือเป็นเงินได้ 40(1) ถ้ามีรายได้แค่นี้ ยื่น ภ.ง.ด. 91 ได้ แต่ถ้ามีเงินปันผลจากบริษัทด้วย จะเป็นเงินได้ 40(4) เพิ่มเข้ามา ต้องเปลี่ยนไปยื่นแบบ 90 แทน

3 ก.ค. 2026

PEAK Account

14 min

ภาษีป้าย คิดยังไง สรุปอัตรา วิธีคำนวณ และกำหนดยื่น ปี 2569

ธุรกิจที่ติดป้ายชื่อร้าน ป้ายโฆษณา หรือป้ายโลโก้ ต้องเสียภาษีป้ายทุกปี ภาษีนี้คำนวณจากพื้นที่ป้ายคูณอัตราตามประเภทอักษร เริ่มที่ 5 บาทต่อ 500 ตร.ซม. บทความนี้สรุปอัตราภาษีป้ายทุกประเภท วิธีคำนวณพร้อมตัวอย่างจริงสำหรับร้านค้า กำหนดยื่น จ่ายที่ไหน และวิธีบันทึกบัญชี ภาษีป้ายคืออะไร ภาษีป้าย คือภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บเป็นรายปีจากป้ายที่ใช้เพื่อธุรกิจหรือหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นป้ายชื่อร้าน ป้ายโฆษณา หรือป้ายโลโก้ หน่วยงานที่จัดเก็บ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ไม่ใช่กรมสรรพากร ผู้มีหน้าที่เสียภาษี คือเจ้าของป้ายหรือผู้ครอบครองป้าย ถ้าไม่มีผู้ยื่นแบบ เจ้าหน้าที่อาจเรียกเก็บจากเจ้าของอาคารแทน (มาตรา 7 พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510) ป้ายแบบไหนต้องเสียภาษี แบบไหนได้ยกเว้น ป้ายที่ต้องเสียภาษี ป้ายที่ต้องเสียภาษี คือป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ เครื่องหมาย หรือข้อความอื่นที่เกี่ยวกับธุรกิจ ไม่ว่าจะติดตั้งบนวัตถุใด ตัวอย่างเช่น ป้ายที่ได้รับยกเว้นภาษี ป้ายบางประเภทได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ได้แก่ (มาตรา 6 และ 8 พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510) อัตราภาษีป้าย 3 ประเภท ปี 2569 ปี 2569 ยังใช้อัตราตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 แบ่งตามลักษณะอักษรเป็น 3 ประเภท ประเภท ลักษณะป้าย ป้ายทั่วไป (บาท/500 ตร.ซม.) ป้ายเคลื่อนที่ (บาท/500 ตร.ซม.) 1 อักษรไทยล้วน 5 10 2 อักษรไทยปนต่างประเทศ หรือปนภาพ 26 52 3 ไม่มีอักษรไทย หรืออักษรไทยอยู่ใต้อักษรต่างประเทศ 50 52 ป้ายที่คำนวณภาษีแล้วได้ต่ำกว่า 200 บาท ต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้าย (มาตรา 18 พ.ร.บ.ภาษีป้าย) ป้ายประเภทที่ 1 อักษรไทยล้วน ป้ายที่ใช้ตัวอักษรภาษาไทยทั้งหมด ไม่มีอักษรต่างประเทศและไม่มีโลโก้ต่างชาติ เช่น ป้าย “ร้านข้าวต้ม สมศรี” เสียภาษีน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับป้ายประเภทอื่น ป้ายประเภทที่ 2 อักษรไทยปนต่างประเทศ ป้ายที่มีทั้งอักษรไทยและอักษรต่างประเทศ เช่น ป้าย “ร้านกาแฟ Café” เงื่อนไขสำคัญ คืออักษรไทยต้องอยู่เหนืออักษรต่างประเทศและมีขนาดไม่เล็กกว่า ถ้าอักษรไทยอยู่ใต้หรือเล็กกว่าอักษรต่างประเทศ จะถูกจัดเป็นประเภทที่ 3 ทันที ซึ่งเสียภาษีเกือบ 2 เท่า ป้ายประเภทที่ 3 ไม่มีอักษรไทย ป้ายที่ใช้ภาษาต่างประเทศล้วน หรือมีอักษรไทยแต่อยู่ใต้อักษรต่างประเทศ เสียภาษีสูงที่สุด เช่น ป้าย “STARBUCKS” ที่เป็นภาษาอังกฤษล้วน ภาษีป้ายคิดยังไง สูตรคำนวณพร้อมตัวอย่าง สูตรคำนวณภาษีป้าย ภาษีป้าย = (พื้นที่ป้าย ÷ 500) × อัตราภาษีตามประเภท คำนวณพื้นที่ป้ายจากส่วนกว้างที่สุด × ส่วนยาวที่สุด (เป็น ตร.ซม.) กฎการปัดเศษ: ถ้าเศษเกิน 250 ตร.ซม. ปัดขึ้นเป็นอีก 500 ตร.ซม. ถ้าเศษไม่เกิน 250 ตร.ซม. ปัดทิ้ง ตัวอย่างคำนวณภาษีป้ายร้านค้า SME ตัวอย่าง 1 — ร้านกาแฟ ป้ายไทยปนอังกฤษ บริษัท ตัวอย่าง จำกัด ติดป้าย “กาแฟดี Café” หน้าร้าน ขนาดกว้าง 120 ซม. × ยาว 80 ซม. อักษรไทยอยู่เหนืออักษรอังกฤษ → ป้ายประเภทที่ 2 ตัวอย่าง 2 — ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ ป้ายไทยล้วน ร้าน “ช่างหนึ่ง ซ่อมรถ” ติดป้ายขนาดกว้าง 200 ซม. × ยาว 100 ซม. ใช้อักษรไทยล้วน → ป้ายประเภทที่ 1 ตัวอย่าง 3 — ร้านสะดวกซื้อ ป้ายภาษาอังกฤษล้วน ร้าน “QuickMart” ติดป้ายไฟขนาดกว้าง 300 ซม. × ยาว 100 ซม. ภาษาอังกฤษล้วน ข้อความไม่เคลื่อนที่ → ป้ายประเภทที่ 3 (ข) ป้ายภาษาอังกฤษล้วนเสียภาษีมากกว่าป้ายไทยล้วนถึง 10 เท่า การเพิ่มชื่อไทยไว้ด้านบนป้ายจะช่วยลดจากอัตราประเภทที่ 3 (50 บาท) เหลือประเภทที่ 2 (26 บาท) ยื่นภาษีป้ายเมื่อไร จ่ายที่ไหน กำหนดยื่นแบบ ภ.ป.1 เจ้าของป้ายต้องยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมกราคมถึง 31 มีนาคมของทุกปี (มาตรา 12 พ.ร.บ.ภาษีป้าย) หลังยื่นแบบ เจ้าหน้าที่จะออกแบบแจ้งการประเมิน (ภ.ป.3) ต้องชำระภาษีภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง สำหรับป้ายที่ติดตั้งระหว่างปี ต้องยื่นแบบภายใน 15 วันนับจากวันติดตั้ง (มาตรา 14) ภาษีจะคิดตามจำนวนเดือนที่เหลือในปีนั้น ตัวอย่าง ถ้าติดป้ายเดือนกรกฎาคม จะเสียภาษีแค่ 6 เดือน เท่ากับครึ่งหนึ่งของภาษีเต็มปี สถานที่ชำระภาษีป้าย ชำระได้ที่หน่วยงานท้องถิ่นที่ป้ายตั้งอยู่ ได้แก่ บางพื้นที่เปิดให้ชำระผ่านช่องทางออนไลน์หรือธนาคารกรุงไทย ควรสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ก่อน ผ่อนชำระภาษีป้ายได้ไหม ได้ ถ้าภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ขอผ่อนเป็น 3 งวดเท่ากัน โดยต้องแจ้งเป็นหนังสือก่อนครบกำหนดชำระ (มาตรา 19 ทวิ พ.ร.บ.ภาษีป้าย) ไม่จ่ายภาษีป้ายมีโทษอะไร การไม่ยื่นแบบหรือชำระล่าช้ามีเงินเพิ่ม 3 กรณี (มาตรา 25 พ.ร.บ.ภาษีป้าย) ตัวอย่าง ภาษีป้าย 3,000 บาท ถ้าไม่ยื่นแบบ เสียเงินเพิ่ม 300 บาท รวม 3,300 บาท ถ้าชำระล่าช้าอีก 2 เดือน เสียเงินเพิ่มอีก 120 บาท (3,000 × 2% × 2 เดือน) รวม 3,420 บาท บันทึกบัญชีภาษีป้ายอย่างไร ภาษีป้ายเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการที่นำไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้ได้ บันทึกบัญชีดังนี้ ตัวอย่าง บริษัท ตัวอย่าง จำกัด ชำระภาษีป้าย 494 บาท ควรเก็บใบเสร็จรับเงินจากหน่วยงานท้องถิ่นไว้เป็นหลักฐาน เพราะใช้ประกอบการบันทึกบัญชีและยื่นภาษีเงินได้ประจำปี สำหรับกิจการที่มีป้ายหลายจุด ให้รวมยอดภาษีทั้งหมดบันทึกเป็นรายการเดียวในเดือนที่ชำระได้ สรุป ภาษีป้ายคำนวณง่าย แค่รู้ขนาดป้ายกับประเภทอักษรก็คำนวณเองได้ ต้องยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมีนาคมทุกปี จ่ายที่หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ จัดการค่าใช้จ่ายภาษีป้ายให้เป็นระบบด้วย PEAK ธุรกิจที่ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK สามารถบันทึกรายการนี้ในหมวดค่าใช้จ่ายได้ทันที ทั้งภาษีป้ายและภาษีที่ดิน ใช้ ช่วยให้ข้อมูลค่าใช้จ่ายภาษีครบถ้วนตอนปิดงบ เพื่อให้การจัดการค่าใช้จ่ายและภาษีของธุรกิจคุณครบวงจรยิ่งขึ้น PEAK ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับ OfficeMate (OFM) ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำนักงาน ปริ้นเตอร์ สินค้าไอที หรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายผ่านระบบจัดซื้อที่ทันสมัย พร้อมสิทธิประโยชน์ในการออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง เพื่อนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในโปรแกรมบัญชี PEAK ได้ทันที คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษีป้าย ภาษีป้าย 2569 จ่ายเมื่อไหร่ ยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมกราคมถึง 31 มีนาคม 2569 ชำระภาษีภายใน 15 วันหลังได้รับแจ้งประเมิน ติดป้ายหน้าร้านเสียภาษีไหม เสียภาษี ถ้าป้ายแสดงชื่อร้านหรือเครื่องหมายเพื่อประกอบธุรกิจ ยกเว้นป้ายภายในอาคารที่มองจากนอกไม่เห็นและพื้นที่ไม่เกิน 3 ตร.ม. ภาษีป้ายร้านค้า คิดยังไง ใช้สูตร (กว้าง × ยาว ÷ 500) × อัตราภาษีตามประเภทป้าย ดูอัตราได้ในตารางเปรียบเทียบด้านบน ภาษีขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้าย ป้าย LED หรือป้ายดิจิทัลเสียภาษีป้ายไหม เสียภาษี และมีอัตราสูงกว่าป้ายทั่วไป เพราะจัดเป็นป้ายเคลื่อนที่ ตัวอย่างเช่น ป้ายไทยล้วนแบบ LED จ่าย 10 บาทต่อ 500 ตร.ซม. (ป้ายทั่วไปจ่าย 5 บาท) ภาษีป้ายจ่ายที่ไหน จ่ายที่หน่วยงานท้องถิ่นที่ป้ายตั้งอยู่ ดูรายละเอียดในหัวข้อ “สถานที่ชำระภาษีป้าย” ด้านบน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง

3 ก.ค. 2026

PEAK Account

13 min

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 คืออะไร จ่ายเท่าไร พร้อมวิธีคำนวณ

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือภาษีรายปีที่เก็บจากเจ้าของที่ดิน บ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง คำนวณจากราคาประเมินของกรมธนารักษ์ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ณ วันที่ 1 มกราคมของปีนั้น มีหน้าที่ต้องเสียภาษี อัตราภาษีแบ่งเป็น 4 ประเภทตามการใช้ประโยชน์ ตั้งแต่ 0.01% สำหรับที่ดินเกษตร ไปจนถึง 0.7% สำหรับพาณิชยกรรม ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืออะไร ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือภาษีท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 เริ่มจัดเก็บจริงตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 ใช้แทนภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้จัดเก็บ ได้แก่ สำนักงานเขต (กรุงเทพฯ) เทศบาล อบต. และเมืองพัทยา เงินภาษีนำไปพัฒนาพื้นที่ท้องถิ่น เช่น สร้างถนนและสาธารณูปโภค ฐานภาษีคำนวณจากราคาประเมินของกรมธนารักษ์ ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ใครต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ต้องเสียภาษี ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล หากเจ้าของที่ดินกับเจ้าของสิ่งปลูกสร้างเป็นคนละคน แต่ละฝ่ายเสียภาษีเฉพาะส่วนที่ตนเป็นเจ้าของ บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ถือครองอาคารสำนักงาน โกดัง โรงงาน หรือร้านค้า ก็ต้องเสียภาษี ทรัพย์สินเหล่านี้จัดเป็นประเภท “การใช้ประโยชน์อื่น” ซึ่งมีอัตราภาษีสูงกว่าที่อยู่อาศัย (ดูรายละเอียดอัตราในหัวข้อถัดไป) ผู้ประกอบการ SME จึงควรตรวจสอบว่าทรัพย์สินของกิจการเข้าประเภทใด อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 ทั้ง 4 ประเภท อัตราภาษีแบ่งตามการใช้ประโยชน์จริง 4 ประเภท คำนวณแบบขั้นบันไดตามมูลค่าทรัพย์สิน ตามที่สรุปโดย Thai PBS ที่ดินเกษตรกรรม สำหรับที่ดินที่ใช้ทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ หรือประมง อัตราภาษีอยู่ที่ 0.01-0.1% ตามมูลค่า บุคคลธรรมดาที่ใช้ที่ดินทำเกษตร มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษี ส่วนนิติบุคคลไม่ได้รับการยกเว้นนี้ ที่อยู่อาศัย อัตราภาษีอยู่ที่ 0.02-0.10% ตามมูลค่า แบ่งเป็น 3 กรณี ประเภทอื่น ได้แก่ พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม สำนักงาน อัตราภาษี 0.3-0.7% ตามมูลค่า เพดานสูงสุด 1.2% ครอบคลุมอาคารพาณิชย์ โรงแรม อพาร์ตเมนต์ให้เช่า ร้านอาหาร โรงงาน โกดัง และสำนักงาน ยกตัวอย่าง สำนักงานมูลค่า 10 ล้านบาท เสียภาษีปีละ 30,000 บาท (0.3%) แต่ถ้าเป็นบ้านพักอาศัยมูลค่าเท่ากัน เสียเพียง 2,000 บาท (0.02%) ต่างกันถึง 15 เท่า ที่ดินรกร้างว่างเปล่า อัตราเริ่มต้นเท่ากับพาณิชยกรรม คือ 0.3-0.7% แต่หากปล่อยทิ้งร้างเกิน 3 ปีติดต่อกัน อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นอีก 0.3% ทุก 3 ปี สูงสุดไม่เกิน 3% ปี 2569 เป็นรอบแรกที่ที่ดินรกร้างมาตั้งแต่ปี 2563 ถูกปรับอัตราขึ้น เจ้าของที่ดินเปล่าจึงควรเตรียมงบภาษีที่สูงขึ้น วิธีคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมตัวอย่าง สูตรคำนวณมีเพียงขั้นตอนเดียว ภาษีที่ต้องจ่าย = มูลค่าทรัพย์สิน (ราคาประเมินกรมธนารักษ์) x อัตราภาษี ตัวอย่างสำหรับผู้ประกอบการ: บริษัท ตัวอย่าง จำกัด เป็นเจ้าของอาคารสำนักงาน 2 ชั้น ราคาประเมิน 8,000,000 บาท จัดอยู่ในประเภท “อื่น” อัตรา 0.3% 8,000,000 x 0.3% = 24,000 บาทต่อปี อีกกรณี: ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีโกดังราคาประเมิน 15,000,000 บาท 15,000,000 x 0.3% = 45,000 บาทต่อปี ทรัพย์สินมูลค่าสูงจะใช้อัตราขั้นบันได ต้องแยกคิดตามช่วงมูลค่า ตรวจสอบราคาประเมินได้ที่เว็บไซต์กรมธนารักษ์ เช็คภาษีที่ดินออนไลน์และช่องทางชำระภาษี เช็คภาษีที่ดินออนไลน์ผ่าน LTAX ตรวจสอบข้อมูลภาษีที่ดินได้ผ่านระบบ LTAX e-service ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระบบแสดงรายการทรัพย์สิน ประเภทการใช้ประโยชน์ มูลค่าประเมิน และยอดภาษีที่ต้องชำระ ใช้เลขบัตรประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคลเข้าสู่ระบบ ตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินทางไปที่ อปท. ช่องทางชำระภาษี กำหนดชำระภาษี 2569 ปกติต้องชำระภายในเดือนเมษายน แต่ปี 2569 กระทรวงมหาดไทยขยายเวลาเป็นเดือนมิถุนายน 2569 ผ่อนชำระได้ 3 งวด (มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม) ตามรายงานข่าว Thai PBS ทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินบางประเภทได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ตรวจสอบว่าทรัพย์สินของตนเองเข้าเกณฑ์หรือไม่จากรายการนี้ ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้อะไรเกี่ยวกับภาษีที่ดิน สำนักงาน โกดัง และร้านค้าของกิจการ จัดเป็นประเภท “อื่น” เสียภาษีอัตรา 0.3% ขึ้นไป มีประเด็นสำคัญที่ต่างจากบุคคลธรรมดา ดังนี้ ภาษีที่ดินเป็นภาษีท้องถิ่น ไม่ใช่ภาษีตามประมวลรัษฎากร จึงไม่สามารถนำมาหักภาษีซื้อ (VAT) ได้ แต่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีในหมวด “ภาษีอากร” ได้ และนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หาก อปท. ประเมินประเภทการใช้ประโยชน์ผิด เช่น จัดสำนักงานเป็นพาณิชยกรรมทั้งที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง สำหรับเจ้าของที่ดินที่ปล่อยร้าง อาจพิจารณาเปลี่ยนเป็นที่ดินเกษตรกรรม เพื่อลดอัตราภาษีจาก 0.3% เหลือ 0.01% โดยต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรและทำเกษตรจริง ไม่จ่ายภาษีที่ดินจะเกิดอะไรขึ้น หากไม่ชำระภาษีภายในกำหนด จะมีผลดังนี้ สรุปภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สิ่งที่ต้องจำ จัดการบัญชีและภาษีให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายจ่ายภาษีที่ดิน จัดทำรายงานค่าใช้จ่ายทางภาษี และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีนิติบุคคลได้ครบในระบบเดียว ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จ่ายที่ไหน ชำระได้ที่ อปท. ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ หรือจ่ายออนไลน์ผ่าน Mobile Banking โดยสแกน QR Code ในหนังสือแจ้งประเมินภาษี (ภ.ด.ส. 6) บาง อปท. ยังรับชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสด้วย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จ่ายเมื่อไหร่ ปกติชำระภายในเดือนเมษายน แต่ปี 2569 ขยายเป็นมิถุนายน หากยอดภาษีสูง สามารถผ่อน 3 งวดได้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปลูกต้นไม้กี่ต้นถึงลดภาษี ไม่มีกำหนดจำนวนต้นไม้ขั้นต่ำชัดเจน แต่ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับสำนักงานเกษตรอำเภอ และใช้ที่ดินทำเกษตรจริงตามเกณฑ์กระทรวงการคลัง ต้องเป็นการเกษตรที่มีผลผลิตจริง ไม่ใช่ปลูกเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต่างจากภาษีโรงเรือนอย่างไร ภาษีโรงเรือนเดิมคิดจากค่าเช่ารายปีในอัตรา 12.5% ส่วนภาษีที่ดินฯ ที่ใช้แทนนั้น คิดจากราคาประเมินกรมธนารักษ์ ในอัตราที่แตกต่างตามประเภทการใช้ประโยชน์ ตั้งแต่ 0.01% ถึง 0.7% ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง บริษัทจำกัดต้องจ่ายไหม ต้องจ่าย ทรัพย์สินที่ใช้ประกอบกิจการจัดเป็นประเภท “อื่น” อัตราเริ่มต้น 0.3% รายละเอียดวิธีบันทึกบัญชีและการหักรายจ่ายทางภาษี ดูในหัวข้อ “ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้อะไร” ด้านบน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 มิ.ย. 2026

PEAK Account

10 min

VAT INFO คืออะไร? วิธีตรวจสอบคู่ค้าและเช็กใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง

ก่อนรับใบกำกับภาษีจากคู่ค้า สิ่งแรกที่ต้องเช็ค คือคู่ค้ารายนั้นจดทะเบียน VAT จริงหรือเปล่า เพราะถ้ารับใบกำกับภาษีจากผู้ที่ไม่ได้จด VAT แล้วนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ สรรพากรถือว่าเป็น ภาษีซื้อต้องห้าม — ใช้ลดภาษีไม่ได้ และอาจถูกเรียกเงินคืนพร้อมเบี้ยปรับ VAT INFO เป็นเครื่องมือฟรีจากกรมสรรพากรที่ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ได้ทันที ใช้ได้ทุกคน ไม่ต้องสมัครสมาชิก แค่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของคู่ค้า บทความนี้ PEAK สรุปวิธีใช้ วิธีอ่านสถานะ และวิธีป้องกันปัญหาใบกำกับภาษีปลอม VAT INFO คืออะไร VAT INFO (หรือ VATINFO) คือระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร เปิดให้ใช้ฟรี ตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องไปสำนักงานสรรพากร  VAT INFO ใช้ทำอะไรได้บ้าง วิธีใช้งาน VAT INFO ตรวจสอบคู่ค้า เข้าใช้งานได้ที่ vsinter.rd.go.th หรือค้นหาคำว่า “vat info สรรพากร” ใน Google ตรวจสอบจากเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ตรวจสอบจากชื่อผู้ประกอบการ  ถ้าไม่มีเลข 13 หลัก สามารถค้นหาจากชื่อกิจการ หรือชื่อสาขาได้เช่นกัน แต่ต้องพิมพ์ชื่อให้ตรง เพราะระบบจะค้นหาตามตัวอักษรที่พิมพ์  สถานะ VAT แต่ละแบบหมายความว่าอะไร  เมื่อค้นหาแล้ว ระบบจะแสดงสถานะกิจการ ซึ่งหลายคนเจอแล้วงงว่าหมายความว่าอะไร สถานะ ความหมาย ออกใบกำกับภาษีได้ไหม ยังประกอบกิจการอยู่ กิจการยังเปิดปกติ จด VAT ถูกต้อง ได้ เลิกประกอบกิจการ กิจการปิดแล้ว แจ้งเลิกกับสรรพากรแล้ว ไม่ได้ อยู่ระหว่างชำระบัญชี กิจการกำลังปิด อยู่ระหว่างจัดการหนี้สินและทรัพย์สิน ระวัง ควรตรวจสอบก่อน ไม่พบข้อมูล ไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่ได้ ห้ามรับใบกำกับภาษี จุดสำคัญ: ถ้าสถานะเป็น “เลิกประกอบกิจการ” หรือ “ไม่พบข้อมูล” แต่คู่ค้าออกใบกำกับภาษีมาให้ ห้ามรับ เพราะจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้ามทันที  ตัวอย่าง: ฝ่ายจัดซื้อของบริษัท (ชื่อสมมุติ) ได้ใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์รายใหม่ เมื่อเช็ค VAT INFO พบว่าสถานะเป็น “เลิกประกอบกิจการ” ตั้งแต่ปีก่อน แสดงว่าใบกำกับภาษีฉบับนี้ออกมาหลังจากเลิกกิจการแล้ว ถ้านำไปใช้เป็นภาษีซื้อ สรรพากรตรวจพบจะถูกเรียกเงินคืนพร้อมเบี้ยปรับ ฝ่ายจัดซื้อจึงปฏิเสธรับและแจ้งให้ซัพพลายเออร์ชี้แจง  วิธีเช็กใบกำกับภาษีปลอม  นอกจากเช็กสถานะ VAT แล้ว ควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ เจอใบกำกับภาษีที่น่าสงสัย ต้องทำอย่างไร ใช้ PEAK ตรวจ VAT + SMART Key ตรวจใบกำกับภาษีอัตโนมัติ ถ้าธุรกิจของคุณรับใบกำกับภาษีจำนวนมากในแต่ละเดือน การเช็คทีละใบบน VAT INFO อาจใช้เวลานาน PEAK Account มีฟีเจอร์ที่ช่วยลดงานตรงนี้ SMART Key คือฟีเจอร์ AI + OCR บน PEAK ที่ถ่ายรูปหรืออัปโหลดใบกำกับภาษี แล้ว AI อ่านข้อมูลเข้าระบบบัญชีให้อัตโนมัติ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องตามเกณฑ์กรมสรรพากร ถ้าข้อมูลไม่ครบหรือไม่ตรง ระบบแจ้งเตือนทันที ไม่ต้องเช็คเองทีละใบ ตัวอย่างเช่น นักบัญชีได้รับใบกำกับภาษีซื้อจากซัพพลายเออร์ 30 ใบในเดือนเดียว ถ้าเช็คทีละใบบน VAT INFO อาจใช้เวลาครึ่งวัน เมื่ออัปโหลดเข้า PEAK ผ่าน SMART Key ระบบ AI สแกนข้อมูลทุกใบ ตรวจว่าเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อ ที่อยู่ ครบถ้วนตามเกณฑ์กรมสรรพากรหรือไม่ ถ้าใบไหนมีปัญหาระบบแจ้งเตือนทันที นักบัญชีตีกลับเอกสารขอใบใหม่ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ PEAK ยังเชื่อมโยงข้อมูลใบกำกับภาษีกับรายงานภาษีซื้อ-ขายอัตโนมัติ ลดงานคีย์ซ้ำและลดข้อผิดพลาด สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) VAT INFO ใช้ฟรีไหม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้ได้ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการ เข้าใช้งานได้ที่ vsinter.rd.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง คู่ค้าไม่ได้จด VAT แต่ออกใบกำกับภาษีมาให้ ต้องทำอย่างไร ห้ามนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ เพราะจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ให้แจ้งคู่ค้าว่าไม่สามารถรับใบกำกับภาษีได้ และขอเอกสารอื่นแทน เช่น ใบเสร็จรับเงินปกติ ถ้าสงสัยว่าเป็นการปลอมแปลง ปรึกษาสรรพากรพื้นที่ ผลเสียของการใช้ภาษีซื้อต้องห้ามคือต้องจ่ายภาษีคืนพร้อมเบี้ยปรับ 1 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน  VAT INFO ข้อมูลอัปเดตบ่อยแค่ไหน ข้อมูลอัปเดตตามที่กรมสรรพากรบันทึกเข้าระบบ เมื่อกิจการจดทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลแล้ว ข้อมูลจะปรากฏในระบบหลังจากสรรพากรดำเนินการเสร็จ ถ้าต้องการความแน่ใจ ให้โทรสอบถามสรรพากรพื้นที่โดยตรง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

17 เม.ย. 2026

Main ASC Team

17 min

365 วันของคนทำธุรกิจต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

การเริ่มต้นประกอบธุรกิจสำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่ มักจะเริ่มให้ความสำคัญกับการวางระบบบัญชีและวางแผนเสียภาษี อย่างจริงจังเมื่อมีการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือเมื่อมีรายได้รวมต่อปีถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บทความนี้จะสรุปทุกหน้าที่ในการเสียภาษี ที่ต้องพบเจอในรอบ 1 ปี เพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบ่งตามความถี่ การบริหารจัดการภาษีเพื่อให้ผู้ประกอบการมือใหม่ เข้าใจง่ายสามารถแบ่งตามความถี่และช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริงในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้ 1. ภาษีที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานรายวัน ภาษีในส่วนนี้จะเกิดขึ้นตามกิจกรรมการค้าหรือการทำสัญญาในแต่ละวัน 2. ภาษีที่ต้องบริหารจัดการเป็นรายเดือน แม้ธุรกิจจะยังไม่มีกำไร แต่ถ้ามีรายการที่ต้องเสียภาษี คุณต้องยื่นแบบภายในกำหนดการของแต่ละประเภทภาษีในเดือนถัดไป แต่จะเป็นวันที่เท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเป็นการยื่นแบบกระดาษหรือยื่นออนไลน์ 3. ภาษีที่ต้องชำระรายปี เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและผลกำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปี และเป็นภาษีกลุ่มที่ต้องใช้การวางแผนล่วงหน้าเพราะมักจะเป็นเงินก้อนใหญ่ เจาะลึกความเข้าใจด้านภาษีสำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต การบริหารจัดการภาษีอย่างถูกต้องถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้กิจการดำเนินไปได้อย่างมั่นคง การทำความเข้าใจความแตกต่างของภาษีแต่ละประเภทจะช่วยให้วางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน 1. ความแตกต่างระหว่างภาษีซื้อและภาษีขาย ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT มีหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทนของกรมสรรพากรในการบริหารจัดการภาษีที่เกิดขึ้นจากการซื้อและการขายสินค้าหรือบริการ โดยมีรายละเอียดข้อแตกต่าง ดังนี้ หัวข้อเปรียบเทียบ ภาษีซื้อ ภาษีขาย ความหมาย ภาษีที่จ่ายออกเมื่อซื้อสินค้า/รับบริการ ภาษีที่เรียกเก็บจากลูกค้าเมื่อขายสินค้า เอกสารหลักฐาน ใบกำกับภาษีซื้อ (ฉบับจริง) สำเนาใบกำกับภาษีขาย ประโยชน์ทางภาษี ใช้หักลบออกจากภาษีขายได้ ยอดเงินที่ต้องนำส่งภาครัฐ ผลลัพธ์สิ้นเดือน หากมากกว่าภาษีขาย ขอคืนภาษีได้ หากมากกว่าภาษีซื้อ ต้องนำส่งส่วนต่าง 2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และการถูกหัก ณ ที่จ่าย ผู้ประกอบการหลายคนมักมีความสับสนระหว่างหักภาษีผู้อื่น หรือถูกผู้อื่นหักภาษี แต่สุดท้ายแล้วหลายคนก็สนใจเพียงแค่หน้าที่เดียวคือกลัวลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายคู่ค้านั่นก็เพราะว่าหากลืมก็จะมีบทลงโทษ จนทำให้เราลืมสิทธิของตนเองไปเมื่อตนเองถูกหักบ้าง เมื่อเป็นผู้จ่ายเงินได้ และหักภาษี ณ ที่จ่ายคู่ค้า หากบริษัทจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่น มีหน้าที่หักเงินส่วนหนึ่งไว้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดก่อนที่จะจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้รับ เมื่อเป็นผู้มีเงินได้ และถูกลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่าย ในกรณีที่บริษัทเป็นผู้ให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล ลูกค้าจะหักเงินภาษีไว้ส่วนหนึ่งนั้น การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบและการทำความเข้าใจหน้าที่ในแต่ละบทบาท จะช่วยให้การบริหารจัดการบัญชีและภาษีของธุรกิจมีความถูกต้องและโปร่งใสตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นกิจการ หมายเหตุ: เนื้อหาในบทความข้างต้นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับธุรกิจขายสินค้าและให้บริการทั่วไป ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในรูปแบบปกติ ข้อมูลนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงธุรกิจเฉพาะที่มีข้อกำหนดทางภาษีแตกต่างออกไป เช่น ธุรกิจธนาคารและการเงิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงรับจำนำ หรือการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไร ซึ่งกลุ่มธุรกิจดังกล่าวอาจมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทนภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จัดการภาษีรายเดือนให้เป็นเรื่องง่ายด้วย PEAK TAX สำหรับการบริหารจัดการบัญชีและภาษีให้เป็นเรื่องง่าย PEAK พร้อมเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การทำธุรกิจมีความคล่องตัวสูงขึ้น ด้วยระบบบัญชีออนไลน์ที่ใช้งานง่าย ที่สำคัญที่สุดคือการจัดการภาษีรายเดือนที่เคยน่าปวดหัวจะกลายเป็นเรื่องที่เสร็จได้ในไม่กี่คลิกด้วย PEAK TAX เครื่องมือที่จะช่วยรวบรวมยอดภาษีและเตรียมแบบฟอร์มให้อัตโนมัติอย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากการคีย์ข้อมูลผิดหรือส่งภาษีไม่ครบถ้วน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

30 มี.ค. 2026

PEAK Account

16 min

ทำธุรกิจส่วนตัวเสียภาษียังไง? เจ้าของกิจการมือใหม่ต้องรู้

การทำธุรกิจส่วนตัวเสียภาษียังไง? เป็นคำถามยอดฮิตที่เจ้าของกิจการมือใหม่มักสงสัย เพราะเมื่อมีรายได้เข้ามา สิ่งที่ตามมาคือหน้าที่ทางภาษีที่ต้องจัดการให้ถูกต้อง ในบทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นมีภาษีอะไรที่ต้องเสียบ้าง ทำธุรกิจส่วนตัว ต้องเสียภาษียังไงบ้าง เรื่องภาษีนับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าของกิจการ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม โดยภาษีหลักๆ ที่เกี่ยวข้องมีดังนี้: 1. ภาษีเงินได้ ภาษีแรกคือ ภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นภาษีที่คิดจากเงินได้ทั้งหมดในการดำเนินธุรกิจของคุณ ซึ่งไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาหรือในนามนิติบุคคลก็ต้องเสียภาษีนี้ แต่จะมีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน ภาษีเงินได้ต้องยื่นเมื่อไหร่: ยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เงินได้สุทธิ / กำไรสุทธิ (บาท) อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 0 – 150,000 ได้รับการยกเว้น ได้รับการยกเว้น 150,001 – 300,000 5% ได้รับการยกเว้น 300,001 – 500,000 10% 15% 500,001 – 750,000 15% 15% 750,001 – 1,000,000 20% 15% 1,000,001 – 2,000,000 25% 20% 2,000,001 – 3,000,000 30% 20% 3,000,001 – 5,000,000 30% 20% เกิน 5,000,000 ขึ้นไป 35% 20% 2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับธุรกิจที่จด VAT แล้ว จะต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรทุกเดือน ซึ่งภาษีนี้ไม่ใช่ภาษีที่ธุรกิจออกเอง แต่เป็นการเก็บจากลูกค้าเพิ่ม 7% ของราคาสินค้าหรือบริการ โดยธุรกิจที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทจำเป็นต้องจด VAT ตามกฎหมาย ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นเมื่อไหร่: ยื่นภายในวันที่ 15 หรือ 23 ของเดือนถัดไปกรณียื่นออนไลน์ ข้อควรรู้! : ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาก็มีความจำเป็นต้องจด VAT หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท 3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นภาษีที่กิจการต้องหักออกจากค่าบริการเพื่อนำส่งสรรพากร โดยการให้บริการแต่ละประเภทจะมีอัตราภาษีที่ต้องหักแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้และสถานะของผู้ให้บริการ เช่น บริษัท A จ้าง นาย B รีวิวสินค้า ถือค่าจ้างอาชีพอิสระ หมายความว่า บริษัท A ต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้าง ภาษีหัก ณ ที่จ่ายยื่นเมื่อไหร่: ยื่นภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไปกรณียื่นออนไลน์ 4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ นอกเหนือจากการทำธุรกิจทั่วไป จะมีธุรกิจบางประเภทที่ต้องเสียภาษีที่เรียกว่า ภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งไม่ว่าคุณจะประกอบกิจการในนามใดก็ตาม หากธุรกิจเข้าข่ายประเภทนี้ก็ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะนี้ด้วย โดยมีทั้งหมด 8 ประเภท ประเภทธุรกิจ อัตราภาษี ธุรกิจธนาคาร (รวมไปถึงการให้กู้ยืมเงิน) 3% ธุรกิจประกันชีวิต 3% ธุรกิจรับจำนำ 2.5% ธุรกิจค้าอสังหาริมทรัพย์ 0.1% ธุรกิจขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ 0.1% ธุรกิจการซื้อและขายคืนหลักทรัพย์ 3% ธุรกิจแฟ็กเตอริง (บริการทางการเงินช่วยเพิ่มสภาพคล่อง) 3% การประกอบกิจการตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 469 0.01% ถ้าทำธุรกิจส่วนตัวในนามบุคคลธรรมดาต้องเสียภาษียังไง สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจค้าขาย เปิดร้านค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือมีรายได้มากกว่า 1 ทาง จะต้องยื่นภาษีแตกต่างจากบุคคลธรรมดาที่มีเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องมีการยื่นดังนี้ ธุรกิจต้องจด VAT เมื่อไหร่ การจด VAT เป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญ หากธุรกิจของเราไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เมื่อถึงเกณฑ์กำหนดจำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร และเกี่ยวกับธุรกิจอย่างไร ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือ ภาษีที่จัดเก็บล่วงหน้าเมื่อมีการจ่ายค่าบริการหรือค่าจ้าง โดยผู้จ่ายต้องเป็นคนหักออกจากค่าจ้าง โดยอัตราภาษีขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทเงินได้ กรณีที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย : ธุรกิจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อมีการจ่ายเงินค่าจ้างในประเภทที่ตรงกับเงื่อนไขของกรมสรรพากร และยอดรวมเกิน 1,000 บาท โดยให้หักออกจากยอดรวมก่อนบวก VAT อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อย ประเภทเงินได้ อัตราภาษี เงินเดือน หักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า ค่าจ้างฟรีแลนซ์ หักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า ค่าจ้างรีวิวสินค้าลงบนช่องทางของอินฟลูเอนเซอร์เอง 2.00% ค่าส่งของบริษัทเอกชน 1.00% วิธีนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องนำส่งทุกเดือนด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 (กรณีจ้างบุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (กรณีจ้างนิติบุคคล) ภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไป โดยสามารถยื่นได้ทั้งแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-filling หรือสามารถเดินทางไปยื่นได้ด้วยตัวเองสำนักงานสรรพากรในพื้นที่ เจ้าของธุรกิจต้องยื่นภาษีอะไรบ้างในแต่ละปี สรุปอีกครั้งว่ามีแบบภาษีอะไรบ้างที่เจ้าของกิจการต้องยื่นในแต่ละปี โดยจะไม่รวมแบบภาษีรายเดือน ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ภาษีที่ยื่นเมื่อรายได้รวมครึ่งปีตั้งแต่เดือน มกราคม – มิถุนายน ของเราที่อยู่ในประเภท 40(5) – 40(8) มีรายได้รวมเกิน 60,000 บาท (โสด) และ 120,000 บาท (สมรส) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรายได้จากการทำธุรกิจค้าขาย ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกรกฎาคม – กันยายน ของปีภาษีนั้น ๆ  ภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90 / 91) สำหรับภาษีประจำปียื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 สำหรับเงินได้ทุกประเภท ส่วนใหญ่จะเป็นฟรีแลนซ์ที่มีงานเสริมนอกเหนือจากงานประจำอย่างเดียว และ ภ.ง.ด.91 ที่เป็นแบบรวมเงินได้เฉพาะเงินเดือนงานประจำเท่านั้น โดยต้องยื่นภายในเดือน มกราคม – มีนาคม ของปีถัดไป ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50 / 51) ใครจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้วต้องยื่นภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.50 ภาษีรวมสิ้นปี และ ภ.ง.ด.51 ภาษีครึ่งปี วิธีจัดการภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ การจัดการภาษีเป็นสิ่งที่สามารถวางแผนล่วงหน้าเพื่อวางระบบให้ดี เพื่อการจัดการที่ง่ายขึ้น ป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เราขอแนะนำให้ธุรกิจควรเริ่มต้นวางรากฐานที่ดีตั้งแต่ช่วงแรกของการทำธุรกิจ แยกบัญชีเงินส่วนตัวกับธุรกิจ เริ่มแรกควรแยกบัญชีเงินส่วนตัวกับบัญชีของธุรกิจ เพื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวกระแสเงินสดจริง ๆ ของธุรกิจ ไม่มีค่าใช้จ่ายเงินส่วนตัวเข้ามาปะปน สามารถคำนวณรายรับ – รายจ่ายของธุรกิจเพื่อคำนวณภาษีได้ถูกต้องมากขึ้น เก็บเอกสารรายรับรายจ่ายให้ครบ เอกสารรายจ่ายใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ถ้ามีการตรวจสอบจากกรมสรรพากรเราก็จะมีหลักฐานครบถ้วน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ใช้โปรแกรมบัญชีช่วยจัดการข้อมูล การบริหารจัดการภาษีมาพร้อมกับข้อมูลมากมายที่ต้องจัดเก็บ การมีโปรแกรมบัญชีช่วยจัดการข้อมูลไม่ว่าจะเป็นรายรับ-รายจ่ายของธุรกิจ เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ช่วยให้เรื่องภาษีง่ายยิ่งขึ้น บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายนี้ทุกท่านน่าจะได้คำตอบกันแล้วว่าธุรกิจส่วนตัวเสียภาษียังไงบ้าง สามารถนำความรู้นี้ไปใช้สำหรับวางแผนจัดการด้านภาษีให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เพื่อรากฐานที่แข็งแรงต่อการเติบโตในอนาคต PEAK พร้อมเป็นตัวช่วยจัดการภาษีและบัญชีอย่างมืออาชีพ มาพร้อมฟีเจอร์ PEAK Tax ที่ช่วยเตรียมแบบยื่นภาษีออนไลน์ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ PEAK ยังจับมือกับ OfficeMate (OFM) พาร์ทเนอร์ที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยอุปกรณ์สำนักงาน ไอที และเฟอร์นิเจอร์แบบครบวงจร  โดยคุณสามารถเลือกซื้อเก้าอี้สำนักงานเพื่อสุขภาพหรืออุปกรณ์ต่างๆ ผ่านระบบจัดซื้อที่ทันสมัยของ OfficeMate และรับใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเพื่อนำมาบันทึกรายจ่ายในระบบ PEAK ได้ทันที ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง

12 ม.ค. 2026

PEAK Account

12 min

เข้าใจเลขประจำตัวผู้เสียภาษี คืออะไร และความแตกต่างกับเลขบัตรประชาชน

เมื่อรายได้ถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย หนึ่งในหน้าที่สำคัญของคนไทยคือการเสียภาษี ซึ่งในการยื่นภาษีนั้นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีทั้งบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเป็นตัวเลขสำคัญที่ต้องมี โดยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีนี้คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลเหมือนกันไหม ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปหาคำตอบพร้อมกัน! เลขประจําตัวผู้เสียภาษี คืออะไร? เลขประจําตัวผู้เสียภาษี คือ หมายเลขประจำตัวที่ออกให้ทั้งผู้ที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยในกรณีของบุคคลธรรมดาตัวเลขจะตรงกับเลขบัตรประชาชน 13 หลักที่ออกโดยกรมการปกครอง ในกรณีบุคคลธรรมดาที่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชนจำเป็นต้องทำเรื่องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเพิ่มเติม ในส่วนของเลขประจำตัวผู้เสียภาษีนิติบุคคลจะใช้เป็นตัวเลขทะเบียนนิติบุคคลที่บางท่านอาจเคยเห็นตัวเลข 13 หลักในใบเสร็จรับเงินที่ได้รับหลังจากซื้อของ ซึ่งในกรณีของนิติบุคคลที่มีเลขทะเบียนแล้วต้องทำการยื่นคำร้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอีกด้วย ความสำคัญของเลขประจําตัวผู้เสียภาษี เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักเป็นตัวเลขที่ใช้เพื่อระบุตัวตนของผู้ยื่นภาษี ใช้ในการติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งในกรณีของผู้ที่ประกอบการที่มีสถานะเป็นบุคคลธรรมดาสามารถใช้เลข 13 หลักในบัตรประชาชนได้ ในส่วนของนิติบุคคลตัวเลขประจำตัวผู้เสียภาษีจะมีความสำคัญมากและใช้บ่อย เพราะต้องระบุในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบเสนอราคา รวมไปถึงการออกใบกำกับภาษี และการยื่นแบบด้านภาษี เช่น เอกสาร ภ.ง.ด.1 คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญของการมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ใครต้องยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรบ้าง? นอกเหนือจากคนไทยที่เลขประจําตัวผู้เสียภาษี คือเลขบัตรประชาชนแล้ว สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสามารถแบ่งได้ทั้งหมด 3 ข้อดังนี้ 1. บุคคลธรรมดา ที่ไม่มีบัตรประชาชน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี บุคคลธรรมดา ที่ไม่มีบัตรประชาชน เช่น คนต่างด้าว รวมไปถึงห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล จำเป็นต้องยื่นเรื่องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเพิ่มเติม นอกจากนี้บุคคลธรรมดาที่ต้องการจดทะเบียน VAT หรือธุรกิจเฉพาะ ก็จำเป็นต้องทำการขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเช่นกัน 2. นิติบุคคล สำหรับนิติบุคคล ซึ่งไม่มีเลขบัตรประชาชน 13 หลักอยู่แล้ว จำเป็นต้องยื่นขอใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ซึ่งเป็นเลขที่ออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และจำเป็นต้องทำการร้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีบริษัทภายใน 60 วันนับตั้งแต่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล 3. นายจ้างที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ในบางกรณีนายจ้างจำเป็นต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ยังไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ก็สามารถยื่นขอใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักได้เช่นเดียวกับกรณีของนิติบุคคล ซึ่งต้องทำการยื่นภายใน 60 วันก่อนจ่ายเงินได้ การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีนั้นเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อให้สามารถจัดการด้านภาษีได้อย่างถูกต้อง ซึ่งมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันระหว่างบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลดังนี้ บุคคลธรรมดา สำหรับบุคคลธรรมดาไม่จำเป็นต้องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเพราะใช้เลขประจำตัวประชาชนเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีโดยทันทีอยู่แล้ว แต่สำหรับคนต่างด้าวและห้างหุ้นส่วนสามัญที่ยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชนให้ขอภายใน 60 วัน โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี นิติบุคคล ลขประจำตัวผู้เสียภาษีนิติบุคคลจะได้รับหลังจากจดทะเบียนบริษัท โดยเป็นเลขเดียวกับเลขทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งการจดทะเบียนนิติบุคคลและการยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเป็นขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถออกใบกำกับภาษี ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และทำธุรกรรมทางการค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยให้ขอภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไทย หรือวันที่นิติบุคคลต่างประเทศเริ่มทำธุรกิจในประเทศไทย เอกสารสำหรับใช้ยื่นเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ในส่วนของเอกสารการยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ก็ใช้เอกสารที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้ 1. คนต่างด้าว สำหรับบุคคลธรรมที่เป็นชาวต่างด้าว และมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีเงินได้ สามารถยื่นคำร้องด้วยแบบ ล.ป.10.1 โดยยื่นพร้อมเอกสารแนบ เช่น  2. ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ต้องการยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี นิติบุคคลสามารถยื่นด้วยแบบ ล.ป.10.2 โดยแนบพร้อมกับเอกสารอื่น เช่น 3. นิติบุคคล ในส่วนของนิติบุคคลที่มีการจดทะเบียนบริษัท และมีเลขทะเบียนนิติบุคคลแล้ว สามารถยื่นคำร้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีได้ด้วยแบบยื่น ล.ป.10.3 พร้อมแนบเอกสารประกอบ เช่น  การค้นหาเลขทะเบียนบริษัทที่ระบุในหนังสือรับรอง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีบริษัทสามารถตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยเลขทะเบียนนี้จะเป็นเลขชุดเดียวกันกับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของนิติบุคคล เราสามารถตรวจสอบข้อมูลในการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ เพื่อช่วยยืนยันตัวตนของคู่ค้า และการทำธุรกรรมทางการค้าได้อย่างมั่นใจ ยื่นภาษีอย่างถูกต้อง ต้องรู้จักเลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขประจำตัวผู้เสียภาษีใช้ในการระบุตัวตนทางภาษีและธุรกิจ โดยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาจะใช้เลข 13 หลักของบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนเลขประจำตัวผู้เสียภาษีนิติบุคคล จะได้รับเมื่อจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและยื่นขอรับเลขเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก่อนการยื่นภาษีหรือทำธุรกรรมต่าง ๆ ควรทำเรื่องยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้พร้อมเพื่อความถูกต้องในการจัดการภาษีตามกฎหมาย โดย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เราพร้อมช่วยผู้ประกอบการจัดการเรื่องภาษีและบัญชีได้อย่างถูกต้องรองรับการเติบโต นอกจากนี้ยังพร้อมช่วยแนะนำบริษัทรับทำบัญชี เป็นผู้ช่วยให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

30 ธ.ค. 2025

PEAK Account

13 min

โหลดฟรี! ปฏิทินภาษี 2569 เช็กกำหนดยื่นภาษีทั้งปี

ปฏิทินภาษีปี 2569 คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการยื่นภาษีและงบการเงินได้ตรงเวลา ลดความเสี่ยงค่าปรับ และรักษาความน่าเชื่อถือของธุรกิจ บทความนี้สรุปกำหนดการยื่นภาษีที่ต้องรู้ในปี 2569 พร้อมผลกระทบและบทลงโทษหากยื่นล่าช้า เพื่อให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมายนอกจากนี้ คุณสามารถ ดาวน์โหลดฟรี ปฏิทินภาษีปี 2569 ที่รวบรวมวันยื่นภาษีทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ไว้อย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจัดการภาษีอย่างมืออาชีพ ยื่นภาษีล่าช้า ส่งผลเสียต่อธุรกิจอย่างไร? ในแต่ละปีจะมีปฏิทินภาษีเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการทราบว่าเอกสารด้านการเงินและภาษีที่จำเป็นต้องยื่นให้กรมสรรพากรภายในวันไหนบ้าง เพราะหากธุรกิจยื่นล่าช้า หรือลืมยื่นเอกสารเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากกว่าที่คุณคิด ซึ่งปัญหาที่อาจเกิดขึ้นมี 3 ข้อหลัก ๆ 1.1 ขาดโอกาสด้านการเงินและการเติบโต หากมีการยื่นเอกสารทางการเงินล่าช้าระบบจะบันทึกประวัติของธุรกิจทั้งหมดไว้ และธนาคารผู้ให้สินเชื่อก็มักจะตรวจสอบประวัติการยื่นงบก่อนเสมอ ถ้าหากว่าล่าช้าอาจทำให้การขอสินเชื่อเป็นไปได้ยากมากขึ้น และนอกจากธนาคารแล้วยังอาจรวมไปถึงนักลงทุนหรือคู่ค้าที่เมื่อเห็นประวัติว่าบริษัทของเราเคยยื่นงบล่าช้าก็อาจมองได้ว่าทำงานไม่เรียบร้อย ไม่มีระบบชัดเจนจนทำงานด้วยได้ยาก ไม่เพียงแค่เรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่การยื่นงบการเงินที่ล่าช้าก็ส่งผลต่อการวิเคราะห์ และการเติบโตขององค์กรได้ เพราะในการวางแผนธุรกิจต้องใช้ข้อมูลการเงินที่ถูกต้อง การยื่นงบช้า หรือยื่นไม่ครบถ้วนอาจทำให้การวางแผนผิดพลาด ส่งผลต่อธุรกิจ 1.2 เสียต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น ต้นทุนแฝงเป็นปัญหาที่หลายธุรกิจต้องเจอและส่งผลกระทบเป็นภัยร้ายที่ทำร้ายธุรกิจ ซึ่งการจัดการวางแผนด้านภาษีและงบการเงินที่ไม่ดีจนยื่นช้ากว่ากำหนดในปฏิทินภาษี ก็นำมาสู่ต้นตอของต้นทุนแฝง เช่น ต้องตามทำบัญชีย้อนหลังที่กระทบในวงกว้าง ตั้งแต่พนักงานบัญชีที่ต้องเสียเวลาย้อนกลับไปทำบัญชี ในมุมผู้ประกอบการเองก็ต้องเครียดอยู่กับการแก้ไขข้อผิดพลาดย้อนหลัง เสียโอกาสในการใช้เวลาไปกับการพัฒนาธุรกิจ และการที่ต้องย้อนแก้ไขในบางครั้งหาเอกสารได้ไม่ครบทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งปัญหาต้นทุนแฝงอาจไม่ได้มาในรูปแบบของการเสียเงินโดยตรง แต่จากปัญหาข้างต้นก็ทำให้เสียเวลา เสียโอกาส 1.3 กระทบความน่าเชื่อถือของบริษัท ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของธุรกิจต้องใช้เวลาในการสร้าง แต่กลับสูญเสียไปได้ง่ายกว่าที่คิด เพราะเพียงแค่การจ่ายภาษีล่าช้าก็อาจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงจนทำธุรกิจได้ยากยิ่งขึ้น เพราะผู้ประกอบการที่จะทำธุรกิจด้วยกันก็มองว่าเราทำธุรกิจไม่โปร่งใส รวมไปถึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสรรพากรอาจตรวจสอบเราเพิ่มเติมเมื่อยื่นไม่ตรงเวลาบ่อยครั้ง และยิ่งผิดนัดส่งงบการเงินหลายปีติดต่อกันทำให้เป็นสัญญาณความเสี่ยงได้เช่นกัน ค่าปรับภาษีสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้หรือไม่? อีกหนึ่งปัญหาใหญ่เมื่อยื่นภาษีล่าช้า เพราะจะมาพร้อมค่าปรับทางภาษี ที่ธุรกิจไม่สามารถนำไป “หักค่าใช้จ่าย” ในการคำนวณภาษีได้ เป็นค่าใช้จ่ายที่เสียเปล่า ส่งผลต่อสภาพคล่องของธุรกิจได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าธุรกิจจ่ายภาษีหรือยื่นงบการเงินตรงตามที่ปฏิทินภาษี 2569 กำหนดไว้ ค่าปรับ เบี้ยปรับ ดอกเบี้ย ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยปกติค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจหลายส่วนจะสามารถนำไปใช้ในการหักค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ แต่เมื่อเป็นค่าปรับ เบี้ยปรับ หรือดอกเบี้ย จะไม่สามารถนำมาใช้หักได้แม้แต่บาทเดียว ทำให้ธุรกิจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายแบบ 100% อาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับธุรกิจประเภท SMEs ที่สภาพคล่องถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจเลยก็ว่าได้  บอกได้เลยว่าค่าปรับภาษี หรือค่าปรับอื่น ๆ ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่าแก่ธุรกิจแม้แต่น้อย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ แนะนำให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการยื่นภาษีและงบการเงินให้ตรงตามที่กฎหมายกำหนดจะดีที่สุด ปี 2569 ต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง และยื่นเมื่อไหร่? เมื่อทราบถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการยื่นภาษีและเอกสารด้านการเงินล่าช้าแล้ว เรามาดูกำหนดการยื่นภาษีต่าง ๆ และบทลงโทษที่ควรรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกับธุรกิจของเรากัน ซึ่งตารางการยื่นภาษีจะมีรูปแบบต้องยื่นเป็นประจำทุกเดือน และยื่นแบบรายปี โดยมีรายละเอียดดังนี้ 3.1 ตัวอย่างภาษีที่ต้องยื่นประจำเดือน 3.2 ตัวอย่างภาษีที่ต้องยื่นรายปี 3.3 บทลงโทษที่ต้องรู้ การยื่นภาษีให้ตรงตามปฏิทินภาษีเป็นข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากยื่นล่าช้าหรือลืมยื่นอาจมีบทลงโทษที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น หากไม่ยื่นภ.ง.ด. 50 ภายในเวลาที่กำหนด มีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถนำไปใช้ในการหักค่าใช้จ่ายได้ นอกจากนี้ยังมีบทลงโทษอื่น ๆ เช่น ลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น วางแผนภาษีปี 2569 ตั้งแต่วันนี้! เพื่อให้ผู้ประกอบการไม่พลาดการยื่นภาษีในปี 2569 ที่จะถึงนี้ PEAK ขอแนะนำปฏิทินภาษีปี 2569 ที่ระบุวันสำคัญด้านภาษี ให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นเอกสารด้านการเงินได้ตรงเวลา ลดความเสี่ยงที่จะเสียค่าปรับ หรือเสียโอกาสทางธุรกิจไปได้ สามารถดาวน์โหลดปฏิทินภาษี 2569 จาก PEAK ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

21 ธ.ค. 2025

PEAK Account

12 min

ทำธุรกิจโอนเงินเข้าออกบ่อย เป็นไรไหม เงินเข้าออกบัญชีห้ามเกินกี่ครั้ง?

การโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่นอกจากเป็นเรื่องปกติในการใช้ชีวิตประจำวันจนกลายเป็นช่องทางการแลกเปลี่ยนเงินหลักของคนทั่วไป ในแต่ละวันต้องโอนเงินบ่อยครั้ง จึงทำให้หลายท่านอาจเกิดคำถามตามมาว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม และมีผลกระทบอะไรกับเราบ้าง โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจที่มีจำนวนครั้งการโอนหลายครั้งในแต่ละวัน ในบทความนี้เราจะมาไขคำตอบให้คุณกัน โอนเงินเข้าออกบ่อย เป็นไรไหม ตามจริงแล้วการโอนเงินเข้าออกบัญชีบ่อย ๆ ไม่มีความผิดทางกฎหมาย แต่หากจำนวนครั้งการโอนเงินและมูลค่ารวมถึงตามจำนวนที่กรมสรรพากรกำหนด ก็อาจถูกเรียกเพื่อตรวจสอบภาษีได้ นอกจากนี้กรมสรรพากรต้องการตรวจสอบว่าที่มาของเงินนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมไปถึงที่มาของเงิน เพื่อป้องกันการฟอกเงินหรือการได้เงินมาแบบผิดกฎหมาย เช่น การพนัน หรือสแกมเมอร์ ภาษี e-Payment คืออะไร และสรรพากรดูจากอะไรบ้าง ถึงแม้การโอนเงินออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน ทั้งในมุมของบุคคลทั่วไปที่ใช้โอนเงินระหว่างกัน หรือแม้กระทั่งร้านค้าที่รับเงินผ่านการโอน ทำให้ต้องมีกฎหมายภาษี e-Payment ที่กำหนดให้ธนาคารต้องส่งรายงานธุรกรรมของบัญชีที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมตรงตามข้อกำหนดในจำนวนครั้งการโอนเงินหรือจำนวนมูลค่าที่สูงเกินกว่ากำหนด รวมไปถึงพฤติกรรมการโอนเงินที่ผิดปกติเพื่อให้สรรพากรตรวจสอบ โดยมีการกำหนดเกณฑ์ไว้ดังนี้ หากเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ธนาคารจะต้องส่งรายการธุรกรรมของบัญชีดังกล่าวให้กรมสรรพากร ทั้งนี้ในมุมของผู้ประกอบการที่ใช้การโอนเงินในการรับเงิน อาจมีโอกาสที่จำนวนครั้งการโอนหรือมูลค่าการโอนถึงที่กำหนด แต่ก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะหากมีหลักฐานที่มาของเงินชัดเจนก็ไม่มีปัญหาตามมาแน่นอน พฤติกรรมเงินเข้าออกบัญชีที่อาจถูกตรวจสอบ นอกจากจำนวนครั้งการโอนและมูลค่าการโอนเงินของบัญชีแล้ว พฤติกรรมบางรูปแบบอาจเข้าข่ายต้องสงสัยว่ากำลังฟอกเงิน หรือทำผิดกฎหมายได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น พฤติกรรมที่อาจถูกปรับเพิ่มภายหลังการตรวจสอบ ในส่วนของพฤติกรรมที่เมื่อถูกตรวจสอบแล้ว อาจถูกปรับเงินเพิ่มจากกรมสรรพากรมีดังนี้ อย่างไรก็ตามหากเราสามารถตอบคำถามหรือมีเอกสารยืนยันความบริสุทธิ์ครบถ้วน ถูกต้องก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด ดังนั้นจากคำถามที่ว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม คำตอบคือ ไม่มีความผิด ถ้าสามารถยืนยันที่มาของเงินได้นั่นเอง หากถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบ ต้องเตรียมอะไรบ้าง สำหรับกิจการที่บัญชีเข้าข่ายถูกตรวจสอบ ไม่ต้องกังวลไป สิ่งที่ต้องทำคือ เตรียมเอกสาร และเตรียมตอบคำถามที่กรมสรรพากรอาจถามเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่และควรเตรียมตัวไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันเอกสารตกหล่นจนมีปัญหาตามมาได้ 1. คำถามที่ต้องสามารถตอบได้ อันดับแรกคำถามที่ต้องตอบได้คือ “ที่มาของเงิน” ซึ่งแน่นอนว่าหากเราทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่ต้องกังวลในข้อนี้แต่อย่างใด ควรเตรียมคำถามตอบประกอบกับหลักฐานอย่างชัดเจน 2. เอกสารที่ต้องเตรียม ในความเป็นจริงแล้วพฤติกรรมการโอนเงินเข้าออกบ่อยไม่ผิดกฎหมาย แต่สรรพากรจะตรวจสอบว่า “ที่มาของเงิน” ถูกต้องหรือไม่ จึงต้องมีการเรียกตรวจสอบนั่นเอง โอนเงินเข้าออกบ่อย เสียภาษีไหม สรุปคือ การโอนเงินเข้าออกบัญชีบ่อยไม่ผิดกฎหมาย และไม่ได้แปลว่าจะต้องเสียภาษีเพิ่มทันที แต่หากเป็น “รายได้” ก็ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตามประเภทเงินได้ และต้องสามารถอธิบายที่มาของเงินได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากภาษีเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่เป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีที่จะต้องเสียในแต่ละปีได้ ซึ่งเงินภาษีที่เสียไปของเรานับเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานและการบริการสาธารณะ  อย่างไรก็ตามเราสามารถลดหย่อนภาษีที่ต้องจ่ายอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้เสียภาษีน้อยลงได้ด้วยวิธีการ ดังนี้ สำหรับบุคคลธรรมดา สำหรับนิติบุคคล (SME) สิ่งที่ไม่ควรทำ ซ่อนรายได้: การไม่รายงานรายได้ทั้งหมด มีความผิดทางกฎหมาย สำหรับคำถามที่ว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม สรุปได้ว่า “ไม่มีความผิด” แต่หากเข้าข่ายข้อกำหนดของภาษี e-Payment อาจถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากร ดังนั้นการโอนเงินอย่างมีระเบียบและวางแผนอย่างรอบคอบจะสามารถช่วยลดค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็นและลดปัญหาด้านต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้การรู้จักการจัดการธุรกรรมของตนเองจะช่วยให้คุณสามารถปกป้องทรัพย์สินของตัวเองให้ปลอดภัยได้อีกด้วยสำหรับท่านไหนที่มีความกังวลด้านภาษี ยังไม่เข้าใจข้อกำหนดในหลายส่วนทั้งในมุมการเสียภาษีบุคคลธรรมดา และของกิจการ สามารถติดตามบทความจาก PEAK เพื่อให้พลาดทุกความรู้ดี ๆ ที่เรามีมาแนะนำ ตั้งแต่การจัดการด้านบัญชีของธุรกิจไปจนถึงการบริหารจัดการภาษีให้ถูกต้องอีกด้วย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

3 ก.ค. 2026

PEAK Account

12 min

ภ.ง.ด. 90 กับ ภ.ง.ด. 91 ต่างกันอย่างไร ยื่นแบบไหนถึงจะถูกต้อง

ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหมือนกัน แต่ต่างกันตรง “ประเภทรายได้” ของผู้ยื่น ถ้ามีแค่เงินเดือน ให้ยื่น ภ.ง.ด. 91 แต่ถ้ามีรายได้จากหลายทาง ต้องยื่นแบบ 90 แทน ไม่ว่าจะเปิดร้านออนไลน์ รับงานฟรีแลนซ์ หรือปล่อยเช่าคอนโด เลือกผิดแบบนอกจากต้องยื่นใหม่แล้ว อาจโดนค่าปรับอีกด้วย ภ.ง.ด. 90 คืออะไร ภ.ง.ด. 90 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี สำหรับผู้ที่มีเงินได้หลายประเภท หรือมีเงินได้ประเภทเดียวที่ไม่ใช่เงินเดือน ตามกฎหมายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ใครต้องยื่น ภ.ง.ด. 90 ผู้ที่มีรายได้ตามมาตรา 40(1) ถึง 40(8) หลายประเภท หรือมีรายได้ 40(2) ถึง 40(8) เพียงอย่างเดียว เช่น เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบ 90 คือ เกิน 60,000 บาทต่อปี (คนโสด) หรือเกิน 120,000 บาทต่อปี (มีคู่สมรส) ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร แม้คำนวณภาษีแล้วไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ก็ยังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 คืออะไร ภ.ง.ด. 91 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี สำหรับผู้ที่มีรายได้เฉพาะเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส หรือค่าตอบแทนจากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40(1) เพียงอย่างเดียว ใครต้องยื่น ภ.ง.ด. 91 ผู้ที่มีรายได้จากนายจ้างเพียงทางเดียว ได้แก่ เกณฑ์ขั้นต่ำอยู่ที่ เกิน 120,000 บาทต่อปี (คนโสด) หรือเกิน 220,000 บาทต่อปี (มีคู่สมรส) สูงกว่าแบบ 90 เพราะผู้มีเงินเดือนหักค่าใช้จ่ายเหมา 50% ได้สูงสุด 100,000 บาท เงินได้สุทธิจึงน้อยกว่า ภ.ง.ด. 90 กับ 91 ต่างกันอย่างไร ดูจาก “แหล่งรายได้” เป็นหลัก ตารางนี้สรุปข้อแตกต่างสำคัญทั้งหมดไว้ รายการ ภ.ง.ด. 90 ภ.ง.ด. 91 ประเภทรายได้ หลายประเภท หรือไม่ใช่เงินเดือนอย่างเดียว เงินเดือนอย่างเดียว ตามมาตรา 40(1) เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ (โสด) เกิน 60,000 บาทต่อปี เกิน 120,000 บาทต่อปี เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ (คู่สมรส) เกิน 120,000 บาทต่อปี เกิน 220,000 บาทต่อปี กำหนดยื่น 1 ม.ค. ถึง 31 มี.ค. ปีถัดไป เหมือนกัน ยื่นออนไลน์ ได้ ผ่าน efiling.rd.go.th ได้ ผ่าน efiling.rd.go.th หักค่าใช้จ่าย ตามประเภทรายได้ แตกต่างกัน เหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ตัวอย่างการเลือกแบบยื่นภาษีที่ถูกต้อง สถานการณ์ที่ 1 — มนุษย์เงินเดือน: นายสมชาย (ชื่อสมมุติ) ทำงานบริษัทเอกชน เงินเดือน 35,000 บาท ได้โบนัสปีละ 1 เดือน รวมทั้งปี 455,000 บาท ไม่มีรายได้ทางอื่น → ยื่น ภ.ง.ด. 91 สถานการณ์ที่ 2 — พนักงานที่ขายของออนไลน์: นางสาวพิมพ์ (ชื่อสมมุติ) เงินเดือน 28,000 บาท ขายเสื้อผ้าผ่าน Shopee อีกเดือนละ 8,000 บาท → ยื่น ภ.ง.ด. 90 เพราะมีทั้งเงินเดือน 40(1) และรายได้จากการค้า 40(8) สถานการณ์ที่ 3 — ฟรีแลนซ์: นายเก่ง (ชื่อสมมุติ) รับงานออกแบบกราฟิก รายได้ปีละ 480,000 บาท ไม่มีนายจ้างประจำ → ยื่น ภ.ง.ด. 90 เพราะไม่ใช่เงินเดือน 40(1) จัดเป็น 40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะสัญญา สถานการณ์ที่ 4 — ข้าราชการที่มีรายได้เสริม: นายวิทย์ (ชื่อสมมุติ) เป็นข้าราชการ เงินเดือน 32,000 บาท มีคอนโดปล่อยเช่าอีกเดือนละ 12,000 บาท → ยื่น ภ.ง.ด. 90 เพราะนอกจากเงินเดือนราชการ 40(1) แล้ว ยังมีค่าเช่า 40(5) เพิ่มเข้ามา เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษี ไม่ว่าจะยื่นแบบ 90 หรือ 91 ต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้ วิธียื่น ภ.ง.ด. 90 และ 91 ออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากรเปิดให้ยื่นภาษีผ่านระบบ e-Filing ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขั้นตอนหลักมีดังนี้ การยื่นภาษีออนไลน์จะได้รับสิทธิ์ขยายเวลายื่นเพิ่มอีก 8 วัน ทำให้กำหนดเวลาขยับจาก 31 มีนาคม เป็น 8 เมษายนของทุกปี ดูขั้นตอนละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วิธียื่นภาษี ภ.ง.ด. 91 ออนไลน์ ยื่นผิดแบบแล้วทำอย่างไร หลายคนเคยยื่น ภ.ง.ด. 91 ทั้งที่มีรายได้จากการขายของออนไลน์หรือค่าเช่าด้วย กรณีแบบนี้แก้ไขได้ กรณียื่นเพิ่มเติมหลังกำหนด ถ้ามีภาษีต้องชำระเพิ่ม จะโดนเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้าง แต่ไม่โดนค่าปรับอาญา เพราะถือว่ายื่นแบบไปแล้ว ดูรายละเอียดที่การแก้ไขเมื่อยื่นภาษีไม่ครบ สรุป จัดการรายได้และเอกสารภาษีให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยจัดประเภทรายได้และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ลดเวลาเตรียมเอกสารภาษีให้กิจการ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.ง.ด. 90 และ 91 ข้าราชการต้องยื่น ภ.ง.ด. แบบไหน ถ้ามีแค่เงินเดือนราชการ ยื่น ภ.ง.ด. 91 แต่ถ้ามีรายได้เสริม เช่น ปล่อยเช่าบ้าน รับสอนพิเศษ หรือเป็นวิทยากร ต้องยื่นแบบ 90 แทน ขายของออนไลน์ต้องยื่น ภ.ง.ด. 90 หรือ 91 ขายของออนไลน์จัดเป็นเงินได้ประเภท 40(8) ถ้ามีเงินเดือนจากงานประจำด้วย ต้องยื่น ภ.ง.ด. 90 ถ้าขายของออนไลน์เป็นอาชีพหลักโดยไม่มีเงินเดือน ก็ยื่น ภ.ง.ด. 90 เช่นกัน เพราะรายได้ไม่ใช่ 40(1) เงินเดือน ภ.ง.ด. 90 กับ 91 ต่างจาก ภ.ง.ด. 94 อย่างไร แบบ 90 และ 91 ใช้ยื่นภาษีประจำปี (รายได้ ม.ค. ถึง ธ.ค.) ส่วน ภ.ง.ด. 94 ใช้ยื่นภาษีครึ่งปีแรก (ม.ค. ถึง มิ.ย.) เฉพาะผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) เช่น ค่าเช่า รับเหมาก่อสร้าง หรือขายของออนไลน์ กำหนดยื่นภายในเดือนกันยายนของทุกปี ยื่นภาษีไม่ทันกำหนดมีโทษอะไร ไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา มีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท ถ้ามีภาษีต้องชำระ จะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้าง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทลงโทษเมื่อยื่นภาษีล่าช้า นายจ้าง SME ต้องเตรียมอะไรให้พนักงานยื่น ภ.ง.ด. 91 นายจ้างมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้พนักงานทุกคนภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป นอกจากนี้ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.1 สรุปรายปีต่อกรมสรรพากรด้วย PEAK Payroll ช่วยออก 50 ทวิ และจัดทำไฟล์ ภ.ง.ด.1 ให้อัตโนมัติ ลดงาน HR ได้ทันที เจ้าของกิจการจ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง ยื่นแบบไหน กรรมการบริษัทที่รับเงินเดือนจากกิจการของตัวเอง ถือเป็นเงินได้ 40(1) ถ้ามีรายได้แค่นี้ ยื่น ภ.ง.ด. 91 ได้ แต่ถ้ามีเงินปันผลจากบริษัทด้วย จะเป็นเงินได้ 40(4) เพิ่มเข้ามา ต้องเปลี่ยนไปยื่นแบบ 90 แทน

3 ก.ค. 2026

PEAK Account

14 min

ภาษีป้าย คิดยังไง สรุปอัตรา วิธีคำนวณ และกำหนดยื่น ปี 2569

ธุรกิจที่ติดป้ายชื่อร้าน ป้ายโฆษณา หรือป้ายโลโก้ ต้องเสียภาษีป้ายทุกปี ภาษีนี้คำนวณจากพื้นที่ป้ายคูณอัตราตามประเภทอักษร เริ่มที่ 5 บาทต่อ 500 ตร.ซม. บทความนี้สรุปอัตราภาษีป้ายทุกประเภท วิธีคำนวณพร้อมตัวอย่างจริงสำหรับร้านค้า กำหนดยื่น จ่ายที่ไหน และวิธีบันทึกบัญชี ภาษีป้ายคืออะไร ภาษีป้าย คือภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บเป็นรายปีจากป้ายที่ใช้เพื่อธุรกิจหรือหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นป้ายชื่อร้าน ป้ายโฆษณา หรือป้ายโลโก้ หน่วยงานที่จัดเก็บ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ไม่ใช่กรมสรรพากร ผู้มีหน้าที่เสียภาษี คือเจ้าของป้ายหรือผู้ครอบครองป้าย ถ้าไม่มีผู้ยื่นแบบ เจ้าหน้าที่อาจเรียกเก็บจากเจ้าของอาคารแทน (มาตรา 7 พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510) ป้ายแบบไหนต้องเสียภาษี แบบไหนได้ยกเว้น ป้ายที่ต้องเสียภาษี ป้ายที่ต้องเสียภาษี คือป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ เครื่องหมาย หรือข้อความอื่นที่เกี่ยวกับธุรกิจ ไม่ว่าจะติดตั้งบนวัตถุใด ตัวอย่างเช่น ป้ายที่ได้รับยกเว้นภาษี ป้ายบางประเภทได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ได้แก่ (มาตรา 6 และ 8 พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510) อัตราภาษีป้าย 3 ประเภท ปี 2569 ปี 2569 ยังใช้อัตราตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 แบ่งตามลักษณะอักษรเป็น 3 ประเภท ประเภท ลักษณะป้าย ป้ายทั่วไป (บาท/500 ตร.ซม.) ป้ายเคลื่อนที่ (บาท/500 ตร.ซม.) 1 อักษรไทยล้วน 5 10 2 อักษรไทยปนต่างประเทศ หรือปนภาพ 26 52 3 ไม่มีอักษรไทย หรืออักษรไทยอยู่ใต้อักษรต่างประเทศ 50 52 ป้ายที่คำนวณภาษีแล้วได้ต่ำกว่า 200 บาท ต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้าย (มาตรา 18 พ.ร.บ.ภาษีป้าย) ป้ายประเภทที่ 1 อักษรไทยล้วน ป้ายที่ใช้ตัวอักษรภาษาไทยทั้งหมด ไม่มีอักษรต่างประเทศและไม่มีโลโก้ต่างชาติ เช่น ป้าย “ร้านข้าวต้ม สมศรี” เสียภาษีน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับป้ายประเภทอื่น ป้ายประเภทที่ 2 อักษรไทยปนต่างประเทศ ป้ายที่มีทั้งอักษรไทยและอักษรต่างประเทศ เช่น ป้าย “ร้านกาแฟ Café” เงื่อนไขสำคัญ คืออักษรไทยต้องอยู่เหนืออักษรต่างประเทศและมีขนาดไม่เล็กกว่า ถ้าอักษรไทยอยู่ใต้หรือเล็กกว่าอักษรต่างประเทศ จะถูกจัดเป็นประเภทที่ 3 ทันที ซึ่งเสียภาษีเกือบ 2 เท่า ป้ายประเภทที่ 3 ไม่มีอักษรไทย ป้ายที่ใช้ภาษาต่างประเทศล้วน หรือมีอักษรไทยแต่อยู่ใต้อักษรต่างประเทศ เสียภาษีสูงที่สุด เช่น ป้าย “STARBUCKS” ที่เป็นภาษาอังกฤษล้วน ภาษีป้ายคิดยังไง สูตรคำนวณพร้อมตัวอย่าง สูตรคำนวณภาษีป้าย ภาษีป้าย = (พื้นที่ป้าย ÷ 500) × อัตราภาษีตามประเภท คำนวณพื้นที่ป้ายจากส่วนกว้างที่สุด × ส่วนยาวที่สุด (เป็น ตร.ซม.) กฎการปัดเศษ: ถ้าเศษเกิน 250 ตร.ซม. ปัดขึ้นเป็นอีก 500 ตร.ซม. ถ้าเศษไม่เกิน 250 ตร.ซม. ปัดทิ้ง ตัวอย่างคำนวณภาษีป้ายร้านค้า SME ตัวอย่าง 1 — ร้านกาแฟ ป้ายไทยปนอังกฤษ บริษัท ตัวอย่าง จำกัด ติดป้าย “กาแฟดี Café” หน้าร้าน ขนาดกว้าง 120 ซม. × ยาว 80 ซม. อักษรไทยอยู่เหนืออักษรอังกฤษ → ป้ายประเภทที่ 2 ตัวอย่าง 2 — ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ ป้ายไทยล้วน ร้าน “ช่างหนึ่ง ซ่อมรถ” ติดป้ายขนาดกว้าง 200 ซม. × ยาว 100 ซม. ใช้อักษรไทยล้วน → ป้ายประเภทที่ 1 ตัวอย่าง 3 — ร้านสะดวกซื้อ ป้ายภาษาอังกฤษล้วน ร้าน “QuickMart” ติดป้ายไฟขนาดกว้าง 300 ซม. × ยาว 100 ซม. ภาษาอังกฤษล้วน ข้อความไม่เคลื่อนที่ → ป้ายประเภทที่ 3 (ข) ป้ายภาษาอังกฤษล้วนเสียภาษีมากกว่าป้ายไทยล้วนถึง 10 เท่า การเพิ่มชื่อไทยไว้ด้านบนป้ายจะช่วยลดจากอัตราประเภทที่ 3 (50 บาท) เหลือประเภทที่ 2 (26 บาท) ยื่นภาษีป้ายเมื่อไร จ่ายที่ไหน กำหนดยื่นแบบ ภ.ป.1 เจ้าของป้ายต้องยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมกราคมถึง 31 มีนาคมของทุกปี (มาตรา 12 พ.ร.บ.ภาษีป้าย) หลังยื่นแบบ เจ้าหน้าที่จะออกแบบแจ้งการประเมิน (ภ.ป.3) ต้องชำระภาษีภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง สำหรับป้ายที่ติดตั้งระหว่างปี ต้องยื่นแบบภายใน 15 วันนับจากวันติดตั้ง (มาตรา 14) ภาษีจะคิดตามจำนวนเดือนที่เหลือในปีนั้น ตัวอย่าง ถ้าติดป้ายเดือนกรกฎาคม จะเสียภาษีแค่ 6 เดือน เท่ากับครึ่งหนึ่งของภาษีเต็มปี สถานที่ชำระภาษีป้าย ชำระได้ที่หน่วยงานท้องถิ่นที่ป้ายตั้งอยู่ ได้แก่ บางพื้นที่เปิดให้ชำระผ่านช่องทางออนไลน์หรือธนาคารกรุงไทย ควรสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ก่อน ผ่อนชำระภาษีป้ายได้ไหม ได้ ถ้าภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ขอผ่อนเป็น 3 งวดเท่ากัน โดยต้องแจ้งเป็นหนังสือก่อนครบกำหนดชำระ (มาตรา 19 ทวิ พ.ร.บ.ภาษีป้าย) ไม่จ่ายภาษีป้ายมีโทษอะไร การไม่ยื่นแบบหรือชำระล่าช้ามีเงินเพิ่ม 3 กรณี (มาตรา 25 พ.ร.บ.ภาษีป้าย) ตัวอย่าง ภาษีป้าย 3,000 บาท ถ้าไม่ยื่นแบบ เสียเงินเพิ่ม 300 บาท รวม 3,300 บาท ถ้าชำระล่าช้าอีก 2 เดือน เสียเงินเพิ่มอีก 120 บาท (3,000 × 2% × 2 เดือน) รวม 3,420 บาท บันทึกบัญชีภาษีป้ายอย่างไร ภาษีป้ายเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการที่นำไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้ได้ บันทึกบัญชีดังนี้ ตัวอย่าง บริษัท ตัวอย่าง จำกัด ชำระภาษีป้าย 494 บาท ควรเก็บใบเสร็จรับเงินจากหน่วยงานท้องถิ่นไว้เป็นหลักฐาน เพราะใช้ประกอบการบันทึกบัญชีและยื่นภาษีเงินได้ประจำปี สำหรับกิจการที่มีป้ายหลายจุด ให้รวมยอดภาษีทั้งหมดบันทึกเป็นรายการเดียวในเดือนที่ชำระได้ สรุป ภาษีป้ายคำนวณง่าย แค่รู้ขนาดป้ายกับประเภทอักษรก็คำนวณเองได้ ต้องยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมีนาคมทุกปี จ่ายที่หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ จัดการค่าใช้จ่ายภาษีป้ายให้เป็นระบบด้วย PEAK ธุรกิจที่ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK สามารถบันทึกรายการนี้ในหมวดค่าใช้จ่ายได้ทันที ทั้งภาษีป้ายและภาษีที่ดิน ใช้ ช่วยให้ข้อมูลค่าใช้จ่ายภาษีครบถ้วนตอนปิดงบ เพื่อให้การจัดการค่าใช้จ่ายและภาษีของธุรกิจคุณครบวงจรยิ่งขึ้น PEAK ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับ OfficeMate (OFM) ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำนักงาน ปริ้นเตอร์ สินค้าไอที หรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายผ่านระบบจัดซื้อที่ทันสมัย พร้อมสิทธิประโยชน์ในการออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง เพื่อนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในโปรแกรมบัญชี PEAK ได้ทันที คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษีป้าย ภาษีป้าย 2569 จ่ายเมื่อไหร่ ยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมกราคมถึง 31 มีนาคม 2569 ชำระภาษีภายใน 15 วันหลังได้รับแจ้งประเมิน ติดป้ายหน้าร้านเสียภาษีไหม เสียภาษี ถ้าป้ายแสดงชื่อร้านหรือเครื่องหมายเพื่อประกอบธุรกิจ ยกเว้นป้ายภายในอาคารที่มองจากนอกไม่เห็นและพื้นที่ไม่เกิน 3 ตร.ม. ภาษีป้ายร้านค้า คิดยังไง ใช้สูตร (กว้าง × ยาว ÷ 500) × อัตราภาษีตามประเภทป้าย ดูอัตราได้ในตารางเปรียบเทียบด้านบน ภาษีขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้าย ป้าย LED หรือป้ายดิจิทัลเสียภาษีป้ายไหม เสียภาษี และมีอัตราสูงกว่าป้ายทั่วไป เพราะจัดเป็นป้ายเคลื่อนที่ ตัวอย่างเช่น ป้ายไทยล้วนแบบ LED จ่าย 10 บาทต่อ 500 ตร.ซม. (ป้ายทั่วไปจ่าย 5 บาท) ภาษีป้ายจ่ายที่ไหน จ่ายที่หน่วยงานท้องถิ่นที่ป้ายตั้งอยู่ ดูรายละเอียดในหัวข้อ “สถานที่ชำระภาษีป้าย” ด้านบน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง

3 ก.ค. 2026

PEAK Account

13 min

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 คืออะไร จ่ายเท่าไร พร้อมวิธีคำนวณ

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือภาษีรายปีที่เก็บจากเจ้าของที่ดิน บ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง คำนวณจากราคาประเมินของกรมธนารักษ์ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ณ วันที่ 1 มกราคมของปีนั้น มีหน้าที่ต้องเสียภาษี อัตราภาษีแบ่งเป็น 4 ประเภทตามการใช้ประโยชน์ ตั้งแต่ 0.01% สำหรับที่ดินเกษตร ไปจนถึง 0.7% สำหรับพาณิชยกรรม ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืออะไร ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือภาษีท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 เริ่มจัดเก็บจริงตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 ใช้แทนภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้จัดเก็บ ได้แก่ สำนักงานเขต (กรุงเทพฯ) เทศบาล อบต. และเมืองพัทยา เงินภาษีนำไปพัฒนาพื้นที่ท้องถิ่น เช่น สร้างถนนและสาธารณูปโภค ฐานภาษีคำนวณจากราคาประเมินของกรมธนารักษ์ ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ใครต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ต้องเสียภาษี ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล หากเจ้าของที่ดินกับเจ้าของสิ่งปลูกสร้างเป็นคนละคน แต่ละฝ่ายเสียภาษีเฉพาะส่วนที่ตนเป็นเจ้าของ บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ถือครองอาคารสำนักงาน โกดัง โรงงาน หรือร้านค้า ก็ต้องเสียภาษี ทรัพย์สินเหล่านี้จัดเป็นประเภท “การใช้ประโยชน์อื่น” ซึ่งมีอัตราภาษีสูงกว่าที่อยู่อาศัย (ดูรายละเอียดอัตราในหัวข้อถัดไป) ผู้ประกอบการ SME จึงควรตรวจสอบว่าทรัพย์สินของกิจการเข้าประเภทใด อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 ทั้ง 4 ประเภท อัตราภาษีแบ่งตามการใช้ประโยชน์จริง 4 ประเภท คำนวณแบบขั้นบันไดตามมูลค่าทรัพย์สิน ตามที่สรุปโดย Thai PBS ที่ดินเกษตรกรรม สำหรับที่ดินที่ใช้ทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ หรือประมง อัตราภาษีอยู่ที่ 0.01-0.1% ตามมูลค่า บุคคลธรรมดาที่ใช้ที่ดินทำเกษตร มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษี ส่วนนิติบุคคลไม่ได้รับการยกเว้นนี้ ที่อยู่อาศัย อัตราภาษีอยู่ที่ 0.02-0.10% ตามมูลค่า แบ่งเป็น 3 กรณี ประเภทอื่น ได้แก่ พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม สำนักงาน อัตราภาษี 0.3-0.7% ตามมูลค่า เพดานสูงสุด 1.2% ครอบคลุมอาคารพาณิชย์ โรงแรม อพาร์ตเมนต์ให้เช่า ร้านอาหาร โรงงาน โกดัง และสำนักงาน ยกตัวอย่าง สำนักงานมูลค่า 10 ล้านบาท เสียภาษีปีละ 30,000 บาท (0.3%) แต่ถ้าเป็นบ้านพักอาศัยมูลค่าเท่ากัน เสียเพียง 2,000 บาท (0.02%) ต่างกันถึง 15 เท่า ที่ดินรกร้างว่างเปล่า อัตราเริ่มต้นเท่ากับพาณิชยกรรม คือ 0.3-0.7% แต่หากปล่อยทิ้งร้างเกิน 3 ปีติดต่อกัน อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นอีก 0.3% ทุก 3 ปี สูงสุดไม่เกิน 3% ปี 2569 เป็นรอบแรกที่ที่ดินรกร้างมาตั้งแต่ปี 2563 ถูกปรับอัตราขึ้น เจ้าของที่ดินเปล่าจึงควรเตรียมงบภาษีที่สูงขึ้น วิธีคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมตัวอย่าง สูตรคำนวณมีเพียงขั้นตอนเดียว ภาษีที่ต้องจ่าย = มูลค่าทรัพย์สิน (ราคาประเมินกรมธนารักษ์) x อัตราภาษี ตัวอย่างสำหรับผู้ประกอบการ: บริษัท ตัวอย่าง จำกัด เป็นเจ้าของอาคารสำนักงาน 2 ชั้น ราคาประเมิน 8,000,000 บาท จัดอยู่ในประเภท “อื่น” อัตรา 0.3% 8,000,000 x 0.3% = 24,000 บาทต่อปี อีกกรณี: ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีโกดังราคาประเมิน 15,000,000 บาท 15,000,000 x 0.3% = 45,000 บาทต่อปี ทรัพย์สินมูลค่าสูงจะใช้อัตราขั้นบันได ต้องแยกคิดตามช่วงมูลค่า ตรวจสอบราคาประเมินได้ที่เว็บไซต์กรมธนารักษ์ เช็คภาษีที่ดินออนไลน์และช่องทางชำระภาษี เช็คภาษีที่ดินออนไลน์ผ่าน LTAX ตรวจสอบข้อมูลภาษีที่ดินได้ผ่านระบบ LTAX e-service ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระบบแสดงรายการทรัพย์สิน ประเภทการใช้ประโยชน์ มูลค่าประเมิน และยอดภาษีที่ต้องชำระ ใช้เลขบัตรประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคลเข้าสู่ระบบ ตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินทางไปที่ อปท. ช่องทางชำระภาษี กำหนดชำระภาษี 2569 ปกติต้องชำระภายในเดือนเมษายน แต่ปี 2569 กระทรวงมหาดไทยขยายเวลาเป็นเดือนมิถุนายน 2569 ผ่อนชำระได้ 3 งวด (มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม) ตามรายงานข่าว Thai PBS ทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินบางประเภทได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ตรวจสอบว่าทรัพย์สินของตนเองเข้าเกณฑ์หรือไม่จากรายการนี้ ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้อะไรเกี่ยวกับภาษีที่ดิน สำนักงาน โกดัง และร้านค้าของกิจการ จัดเป็นประเภท “อื่น” เสียภาษีอัตรา 0.3% ขึ้นไป มีประเด็นสำคัญที่ต่างจากบุคคลธรรมดา ดังนี้ ภาษีที่ดินเป็นภาษีท้องถิ่น ไม่ใช่ภาษีตามประมวลรัษฎากร จึงไม่สามารถนำมาหักภาษีซื้อ (VAT) ได้ แต่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีในหมวด “ภาษีอากร” ได้ และนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หาก อปท. ประเมินประเภทการใช้ประโยชน์ผิด เช่น จัดสำนักงานเป็นพาณิชยกรรมทั้งที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง สำหรับเจ้าของที่ดินที่ปล่อยร้าง อาจพิจารณาเปลี่ยนเป็นที่ดินเกษตรกรรม เพื่อลดอัตราภาษีจาก 0.3% เหลือ 0.01% โดยต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรและทำเกษตรจริง ไม่จ่ายภาษีที่ดินจะเกิดอะไรขึ้น หากไม่ชำระภาษีภายในกำหนด จะมีผลดังนี้ สรุปภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สิ่งที่ต้องจำ จัดการบัญชีและภาษีให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายจ่ายภาษีที่ดิน จัดทำรายงานค่าใช้จ่ายทางภาษี และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีนิติบุคคลได้ครบในระบบเดียว ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จ่ายที่ไหน ชำระได้ที่ อปท. ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ หรือจ่ายออนไลน์ผ่าน Mobile Banking โดยสแกน QR Code ในหนังสือแจ้งประเมินภาษี (ภ.ด.ส. 6) บาง อปท. ยังรับชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสด้วย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จ่ายเมื่อไหร่ ปกติชำระภายในเดือนเมษายน แต่ปี 2569 ขยายเป็นมิถุนายน หากยอดภาษีสูง สามารถผ่อน 3 งวดได้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปลูกต้นไม้กี่ต้นถึงลดภาษี ไม่มีกำหนดจำนวนต้นไม้ขั้นต่ำชัดเจน แต่ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับสำนักงานเกษตรอำเภอ และใช้ที่ดินทำเกษตรจริงตามเกณฑ์กระทรวงการคลัง ต้องเป็นการเกษตรที่มีผลผลิตจริง ไม่ใช่ปลูกเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต่างจากภาษีโรงเรือนอย่างไร ภาษีโรงเรือนเดิมคิดจากค่าเช่ารายปีในอัตรา 12.5% ส่วนภาษีที่ดินฯ ที่ใช้แทนนั้น คิดจากราคาประเมินกรมธนารักษ์ ในอัตราที่แตกต่างตามประเภทการใช้ประโยชน์ ตั้งแต่ 0.01% ถึง 0.7% ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง บริษัทจำกัดต้องจ่ายไหม ต้องจ่าย ทรัพย์สินที่ใช้ประกอบกิจการจัดเป็นประเภท “อื่น” อัตราเริ่มต้น 0.3% รายละเอียดวิธีบันทึกบัญชีและการหักรายจ่ายทางภาษี ดูในหัวข้อ “ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้อะไร” ด้านบน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 มิ.ย. 2026

PEAK Account

10 min

VAT INFO คืออะไร? วิธีตรวจสอบคู่ค้าและเช็กใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง

ก่อนรับใบกำกับภาษีจากคู่ค้า สิ่งแรกที่ต้องเช็ค คือคู่ค้ารายนั้นจดทะเบียน VAT จริงหรือเปล่า เพราะถ้ารับใบกำกับภาษีจากผู้ที่ไม่ได้จด VAT แล้วนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ สรรพากรถือว่าเป็น ภาษีซื้อต้องห้าม — ใช้ลดภาษีไม่ได้ และอาจถูกเรียกเงินคืนพร้อมเบี้ยปรับ VAT INFO เป็นเครื่องมือฟรีจากกรมสรรพากรที่ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ได้ทันที ใช้ได้ทุกคน ไม่ต้องสมัครสมาชิก แค่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของคู่ค้า บทความนี้ PEAK สรุปวิธีใช้ วิธีอ่านสถานะ และวิธีป้องกันปัญหาใบกำกับภาษีปลอม VAT INFO คืออะไร VAT INFO (หรือ VATINFO) คือระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร เปิดให้ใช้ฟรี ตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องไปสำนักงานสรรพากร  VAT INFO ใช้ทำอะไรได้บ้าง วิธีใช้งาน VAT INFO ตรวจสอบคู่ค้า เข้าใช้งานได้ที่ vsinter.rd.go.th หรือค้นหาคำว่า “vat info สรรพากร” ใน Google ตรวจสอบจากเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ตรวจสอบจากชื่อผู้ประกอบการ  ถ้าไม่มีเลข 13 หลัก สามารถค้นหาจากชื่อกิจการ หรือชื่อสาขาได้เช่นกัน แต่ต้องพิมพ์ชื่อให้ตรง เพราะระบบจะค้นหาตามตัวอักษรที่พิมพ์  สถานะ VAT แต่ละแบบหมายความว่าอะไร  เมื่อค้นหาแล้ว ระบบจะแสดงสถานะกิจการ ซึ่งหลายคนเจอแล้วงงว่าหมายความว่าอะไร สถานะ ความหมาย ออกใบกำกับภาษีได้ไหม ยังประกอบกิจการอยู่ กิจการยังเปิดปกติ จด VAT ถูกต้อง ได้ เลิกประกอบกิจการ กิจการปิดแล้ว แจ้งเลิกกับสรรพากรแล้ว ไม่ได้ อยู่ระหว่างชำระบัญชี กิจการกำลังปิด อยู่ระหว่างจัดการหนี้สินและทรัพย์สิน ระวัง ควรตรวจสอบก่อน ไม่พบข้อมูล ไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่ได้ ห้ามรับใบกำกับภาษี จุดสำคัญ: ถ้าสถานะเป็น “เลิกประกอบกิจการ” หรือ “ไม่พบข้อมูล” แต่คู่ค้าออกใบกำกับภาษีมาให้ ห้ามรับ เพราะจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้ามทันที  ตัวอย่าง: ฝ่ายจัดซื้อของบริษัท (ชื่อสมมุติ) ได้ใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์รายใหม่ เมื่อเช็ค VAT INFO พบว่าสถานะเป็น “เลิกประกอบกิจการ” ตั้งแต่ปีก่อน แสดงว่าใบกำกับภาษีฉบับนี้ออกมาหลังจากเลิกกิจการแล้ว ถ้านำไปใช้เป็นภาษีซื้อ สรรพากรตรวจพบจะถูกเรียกเงินคืนพร้อมเบี้ยปรับ ฝ่ายจัดซื้อจึงปฏิเสธรับและแจ้งให้ซัพพลายเออร์ชี้แจง  วิธีเช็กใบกำกับภาษีปลอม  นอกจากเช็กสถานะ VAT แล้ว ควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ เจอใบกำกับภาษีที่น่าสงสัย ต้องทำอย่างไร ใช้ PEAK ตรวจ VAT + SMART Key ตรวจใบกำกับภาษีอัตโนมัติ ถ้าธุรกิจของคุณรับใบกำกับภาษีจำนวนมากในแต่ละเดือน การเช็คทีละใบบน VAT INFO อาจใช้เวลานาน PEAK Account มีฟีเจอร์ที่ช่วยลดงานตรงนี้ SMART Key คือฟีเจอร์ AI + OCR บน PEAK ที่ถ่ายรูปหรืออัปโหลดใบกำกับภาษี แล้ว AI อ่านข้อมูลเข้าระบบบัญชีให้อัตโนมัติ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องตามเกณฑ์กรมสรรพากร ถ้าข้อมูลไม่ครบหรือไม่ตรง ระบบแจ้งเตือนทันที ไม่ต้องเช็คเองทีละใบ ตัวอย่างเช่น นักบัญชีได้รับใบกำกับภาษีซื้อจากซัพพลายเออร์ 30 ใบในเดือนเดียว ถ้าเช็คทีละใบบน VAT INFO อาจใช้เวลาครึ่งวัน เมื่ออัปโหลดเข้า PEAK ผ่าน SMART Key ระบบ AI สแกนข้อมูลทุกใบ ตรวจว่าเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อ ที่อยู่ ครบถ้วนตามเกณฑ์กรมสรรพากรหรือไม่ ถ้าใบไหนมีปัญหาระบบแจ้งเตือนทันที นักบัญชีตีกลับเอกสารขอใบใหม่ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ PEAK ยังเชื่อมโยงข้อมูลใบกำกับภาษีกับรายงานภาษีซื้อ-ขายอัตโนมัติ ลดงานคีย์ซ้ำและลดข้อผิดพลาด สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) VAT INFO ใช้ฟรีไหม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้ได้ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการ เข้าใช้งานได้ที่ vsinter.rd.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง คู่ค้าไม่ได้จด VAT แต่ออกใบกำกับภาษีมาให้ ต้องทำอย่างไร ห้ามนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ เพราะจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ให้แจ้งคู่ค้าว่าไม่สามารถรับใบกำกับภาษีได้ และขอเอกสารอื่นแทน เช่น ใบเสร็จรับเงินปกติ ถ้าสงสัยว่าเป็นการปลอมแปลง ปรึกษาสรรพากรพื้นที่ ผลเสียของการใช้ภาษีซื้อต้องห้ามคือต้องจ่ายภาษีคืนพร้อมเบี้ยปรับ 1 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน  VAT INFO ข้อมูลอัปเดตบ่อยแค่ไหน ข้อมูลอัปเดตตามที่กรมสรรพากรบันทึกเข้าระบบ เมื่อกิจการจดทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลแล้ว ข้อมูลจะปรากฏในระบบหลังจากสรรพากรดำเนินการเสร็จ ถ้าต้องการความแน่ใจ ให้โทรสอบถามสรรพากรพื้นที่โดยตรง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก