ผู้ประกอบการที่จด VAT หลายคนยังออกใบกำกับภาษีแบบกระดาษอยู่ ทั้งที่กรมสรรพากรเปิดให้ใช้ e-Tax Invoice & e-Receipt มาตั้งแต่ปี 2560 บทความนี้อธิบายว่าระบบนี้คืออะไร เลือกแบบไหนดี สมัครอย่างไร และมีอะไรที่ต้องระวัง e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร ต่างกันตรงไหน กรมสรรพากรเปิดให้ผู้ประกอบการจด VAT ออกใบกำกับภาษีและใบรับเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แทนกระดาษได้ เอกสารทั้งสองรูปแบบมีผลทางกฎหมายเท่ากัน แต่แตกต่างกันตรงประเภทและวิธีใช้งานตามรายละเอียดด้านล่าง e-Tax Invoice คือ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ คือการจัดทำใบกำกับภาษีเป็นข้อมูลดิจิทัลแทนกระดาษ โดยต้องมีการลงลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signature) หรือประทับรับรองเวลา (Time Stamp) เพื่อรับรองความถูกต้อง จากนั้นส่งมอบให้ผู้ซื้อและนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร เอกสารที่จัดทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้มี 5 ประเภท ได้แก่ e-Receipt คือ e-Receipt คือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ออกให้ผู้ซื้อเป็นหลักฐานว่าได้รับเงินแล้ว ต่างจากใบกำกับภาษีตรงที่ใบรับไม่เกี่ยวกับ VAT โดยตรง แต่เป็นเอกสารยืนยันการชำระเงิน เมื่อสมัครระบบแล้วจะออกได้ทั้ง 5 ประเภทเอกสารที่กล่าวข้างต้น สรุปความแตกต่าง e-Tax Invoice กับ e-Receipt รายการ e-Tax Invoice e-Receipt ประเภทเอกสาร ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ ใบรับ (ใบเสร็จรับเงิน) ใช้สำหรับ เป็นหลักฐานการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นหลักฐานการรับเงิน ระบบที่ใช้ by Time Stamp หรือ by Digital Signature ระบบเดียวกับ e-Tax Invoice e-Tax Invoice มีกี่ระบบ เลือกแบบไหนดี กรมสรรพากรแบ่งระบบออกเป็น 2 แบบ ซึ่งผู้ประกอบการต้องเลือกใช้เพียงอย่างเดียว การเลือกขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจและปริมาณใบกำกับภาษีที่ออกต่อเดือน e-Tax Invoice by Time Stamp เหมาะกับ SME ระบบ by Time Stamp (ชื่อเดิมคือ e-Tax Invoice by Email) ทำงานโดยการส่งอีเมลใบกำกับภาษีถึงผู้ซื้อ พร้อมสำเนาไปยังระบบของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อประทับรับรองเวลา ระบบนี้เหมาะกับ SME ที่ออกเอกสารไม่มากนัก และไม่ต้องซื้อใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA) เพิ่มเติม e-Tax Invoice by Digital Signature เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางขึ้นไป ระบบ Digital Signature ใช้วิธีลงลายเซ็นดิจิทัลแทนการประทับเวลา ข้อมูลจัดทำในรูปแบบ XML แล้วนำส่งกรมสรรพากรผ่านผู้ให้บริการ ระบบนี้ไม่จำกัดรายได้ รองรับปริมาณเอกสารมาก แต่ต้องซื้อใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ให้บริการ CA ที่กรมสรรพากรรับรอง ตารางเปรียบเทียบ 2 ระบบ สำหรับ SME เลือกใช้ รายการ by Time Stamp by Digital Signature วิธีรับรอง ประทับเวลา (ETDA) ลายเซ็นดิจิทัล (CA) แบบคำขอ ก.อ.01 บ.อ.01 ค่าใช้จ่ายเพิ่ม ไม่มี ค่าใบรับรอง CA + Service Provider รูปแบบเอกสาร PDF ส่งอีเมล XML + Digital Signature ต้องยื่นเอกสารประกอบ ต้องอัปโหลด + รอ Activate Code ไม่ต้อง (CA ยืนยันแทน) เหมาะกับ SME ออกเอกสารไม่มาก ธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่ ขั้นตอนสมัคร e-Tax Invoice ต้องเตรียมอะไรบ้าง ผู้ประกอบการที่จด VAT แล้วสามารถสมัครได้ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร แต่ขั้นตอนจะแตกต่างกันตามระบบที่เลือก เอกสารและสิ่งที่ต้องเตรียม ก่อนเริ่มสมัคร ตรวจสอบว่าธุรกิจของคุณมีสิ่งต่อไปนี้ครบถ้วน ขั้นตอนสมัคร by Time Stamp ขั้นตอนสมัคร Digital Signature วิธีนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร หลังออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผู้ประกอบการมีหน้าที่นำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยเลือกได้ 3 ช่องทางตามความเหมาะสม สำหรับผู้ใช้ระบบ by Time Stamp ข้อมูลจะถูกส่งผ่านอีเมลอัตโนมัติเมื่อ ETDA ประทับเวลาเรียบร้อย ส่วนผู้ใช้ระบบ Digital Signature เลือกนำส่งได้ดังนี้ ประโยชน์ของ e-Tax Invoice & e-Receipt สำหรับ SME การเปลี่ยนมาใช้ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ช่วย SME ลดต้นทุนที่มองไม่เห็นหลายส่วน ทั้งค่ากระดาษ ค่าจัดส่ง และพื้นที่จัดเก็บเอกสาร ลดต้นทุนกระดาษและจัดเก็บ ลองคำนวณจากตัวอย่างจริง สมมุติบริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) เป็นสำนักงานบัญชีที่ดูแลลูกค้า 50 ราย ออกใบกำกับภาษีเฉลี่ยรายละ 10 ฉบับต่อเดือน รวม 500 ฉบับต่อเดือน ยังไม่รวมค่าพื้นที่จัดเก็บและค่าเช่าคลังเอกสารที่ไม่ต้องใช้อีกเมื่อเปลี่ยนมาเก็บแบบดิจิทัล รองรับ Easy E-Receipt ช่วยลูกค้าลดหย่อนภาษี ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบนี้สามารถออกเอกสารให้ลูกค้านำไปใช้ในโครงการ Easy E-Receipt ของกรมสรรพากรได้ ลูกค้าบุคคลธรรมดาสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี ถือเป็นจุดขายที่ช่วยดึงดูดลูกค้ารายใหม่ให้ธุรกิจ วิธีตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการ e-Tax Invoice ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการสามารถตรวจสอบว่ากิจการที่ออกเอกสารให้ได้รับอนุมัติจริงหรือไม่ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ระบบ e-Tax Invoice ของกรมสรรพากร แล้วค้นหาจากเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือชื่อกิจการ ระบบจะแสดงข้อมูลผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบสถานะผู้ประกอบการจด VAT ผ่านระบบ VAT INFO ได้อีกช่องทางหนึ่ง ข้อควรระวังเมื่อใช้ e-Tax Invoice & e-Receipt แม้ระบบจะสะดวก แต่ผู้ประกอบการควรระวังเรื่องต่อไปนี้ จัดการ e-Tax Invoice ให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์รองรับการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ by Time Stamp ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมต่อระบบได้จากเมนู ตั้งค่า > ตั้งค่าเชื่อมต่อระบบภายนอก > เชื่อมต่อ e-Tax Invoice เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว สามารถส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้จากหน้าเอกสารในไม่กี่คลิก ข้อมูลเชื่อมต่อกับระบบบัญชีโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องบันทึกซ้ำ สรุป e-Tax Invoice & e-Receipt ผู้ประกอบการ SME ที่ยังออกใบกำกับภาษีกระดาษอยู่ ลองพิจารณาสมัครระบบ e-Tax Invoice เริ่มจากประเมินว่าธุรกิจเหมาะกับ by Time Stamp หรือ Digital Signature จากตารางเปรียบเทียบด้านบน จากนั้นเตรียมเอกสารตาม Checklist แล้วยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ e-Tax Invoice & e-Receipt e-Tax Invoice กับใบกำกับภาษีกระดาษต่างกันอย่างไร ทั้งสองมีผลทางกฎหมายเหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือรูปแบบการจัดทำและจัดส่ง ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จัดทำเป็นข้อมูลดิจิทัลและส่งผ่านระบบออนไลน์ ส่วนใบกำกับภาษีกระดาษต้องพิมพ์และส่งทางไปรษณีย์หรือมอบด้วยตนเอง ต้องจด VAT ก่อนถึงจะสมัคร e-Tax Invoice ได้หรือไม่ ใช่ ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อน จึงจะมีสิทธิสมัครใช้ระบบได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม ถ้าธุรกิจโตขึ้น เปลี่ยนจาก by Time Stamp เป็น Digital Signature ได้ไหม ได้ แต่ต้องยื่นขอยกเลิกระบบ by Time Stamp กับกรมสรรพากรก่อน จากนั้นจัดหาใบรับรอง CA แล้วยื่นคำขอระบบ Digital Signature ใหม่ตามแบบ บ.อ.01 e-Receipt กับ Easy E-Receipt ต่างกันอย่างไร ต่างกันมาก e-Receipt เป็น “ประเภทเอกสาร” ที่ผู้ประกอบการออกให้ผู้ซื้อ ส่วน Easy E-Receipt เป็น “โครงการลดหย่อนภาษี” ของรัฐที่ให้ผู้บริโภคนำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้สิทธิลดหย่อน ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ e-Tax Invoice จะช่วยให้ลูกค้าใช้สิทธินี้ได้โดยอัตโนมัติ ถ้าออก e-Tax Invoice แล้ว ต้องเก็บเอกสารกระดาษด้วยไหม ไม่ต้องเก็บกระดาษ แต่ต้องเก็บไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ต้นฉบับไว้ให้ครบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แนะนำให้ backup ไว้อย่างน้อย 2 แหล่ง เช่น cloud storage + hard drive ภายในบริษัท เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายเมื่อถูกตรวจสอบ สมัครแล้วใช้ได้เลยหรือต้องรอนานแค่ไหน ระบบ by Time Stamp ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ นับจากยื่นคำขอจนได้ Activate Code ทางไปรษณีย์ ส่วนระบบ Digital Signature ขึ้นอยู่กับความเร็วในการจัดหาใบรับรอง CA ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก