จัดการสินทรัพย์ แยกประเภท เป็นเครื่องมือที่ช่วยใน การบริหารจัดการสินทรัพย์ภาย

จัดการสินทรัพย์ออนไลน์ สะดวกช่วยผู้บริหารทำงานง่ายขึ้น

โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ PEAK Asset เป็นเครื่องมือที่ช่วยใน การบริหารจัดการสินทรัพย์ภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยสามารถเก็บข้อมูลของสินทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลชื่อ รูปภาพ หมวดหมู่ อายุการใช้งาน ช่วยให้สามารถติดตาม ตรวจเช็ค ตรวจสอบสินทรัพย์ได้และระบบยังสามารถคำนวณค่าเสื่อมราคาพร้อมกับลงบัญชีให้อัตโนมัติ ช่วยลดระยะเวลาการทำงานบัญชีของพนักงานบัญชีลงเป็นอย่างมาก

24,000 บริษัท
วางใจใช้งาน PEAK

30,000

บริษัท

วางใจใช้งาน PEAK

1,400 พันธมิตรสำนักงานบัญชี

1,400

พันธมิตร

PEAK Family Partner

4  ล้านธุรกรรมต่อเดือน บน PEAK

4

ล้านธุรกรรม/เดือน

ธุรกรรมบน PEAK ต่อเดือน

40,000 ล้าน บาท/เดือน

40,000

ล้าน บาท/เดือน

มูลค่ารายการค้าต่อเดือน

จุดเด่นและฟังก์ชันของ PEAK Asset
โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ออนไลน์ที่ใช้งานง่ายที่สุด

คำนวณค่าเสื่อมราคา

คำนวณค่าเสื่อมราคา

คำนวณค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติ

คำนวณกำไรขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ให้อัตโนมัติ

การบริหารจัดการสินทรัพย์

การบริหารจัดการสินทรัพย์

มีการจัดหมวดหมู่ให้สินทรัพย์

สามารถอัปโหลดรูปภาพทำให้ติดตามได้ง่าย

รายงานข้อมูลตามความต้องการ

รายงานข้อมูลตามความต้องการ

มีรายงานมากกว่า 4 รูปแบบ สามารถเลือกได้ตามการใช้งาน

ระบุช่วงเวลาของรายงานได้ละเอียดที่สุดได้เป็นรายวัน

บันทึกบัญชีอัตโนมัติ

บันทึกบัญชีอัตโนมัติ

ลงบัญชีให้อัตโนมัติทุกขั้นตอนในการซื้อขายและใช้งานสินทรัพย์

ลดเวลาในการทำงาน การจัดการบัญชี และป้องกันข้อมูลตกหล่น

PEAK Asset เหมาะกับใคร?
ระบบบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด

PEAK Asset สำหรับการบริหารจัดการสินทรัพย์ในธุรกิจ SME

ผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเครื่องมือด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์

แยกหมวดหมู่และติดตามสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้การบริหารสินทรัพย์เป็นเรื่องง่าย

PEAK Asset สำหรับการบริหารจัดการสินทรัพย์ในฝ่ายบุคคลและบัญชี

ตัวช่วยในการจัดการสินทรัพย์สำหรับผู้ดูแลสินทรัพย์และนักบัญชี

ระบบนั้นทำการคำนวณค่าเสื่อมราคา คำนวณกำไร – ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ พร้อมทั้งยังลงบัญชีเกี่ยวกับสินทรัพย์อัตโนมัติทุกรายการ

peakasset-peakaccount

บริหารจัดการสินทรัพย์ได้ดีกว่าเดิมเมื่อเชื่อมต่อระบบ PEAK Asset เข้ากับ PEAK Account

บันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ทุกอย่างโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินทรัพย์ การขายสินทรัพย์การคำนวณค่าเสื่อมราคา รวมไปถึงสามารถคำนวณกำไรขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ได้อีกด้วย

ราคาเริ่มต้น 1,200 บาท/เดือน โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ PEAK Asset

บริหารธุรกิจ บัญชี การเงิน
และจัดการเงินเดือนได้ครบวงจร

เริ่มต้นเพียง 1,200 บาท/เดือน

รู้จัก PEAK Asset โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ ใน 3 นาที

จัดการสินทรัพย์ได้ง่ายๆ ด้วย โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ - PEAK Asset

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ PEAK Asset

โปรแกรมบริการจัดการสินทรัพย์ สามารถบันทึกขายสินทรัพย์ออกจากกิจการได้ ซึ่งสามารถเลือกสร้างเอกสารขายสินทรัพย์ได้ตามคู่มือนี้ได้เลย 

การพิมพ์รายงานสินทรัพย์ในโปรแกรมบริการจัดการสินทรัพย์ (PEAK Asset)  สามารถพิมพ์ได้ทั้ง 2 รูปแบบ

  1. แบบสินทรัพย์แบบกลุ่มเพื่อดูภาพรวมของสินทรัพย์ทั้งหมดในกิจการ วิธีการพิมพ์รายงานคลิกอ่านที่นี่ 

2. รายงานสินทรัพย์รายตัวเพื่อดูความเคลื่อนไหวรายการซื้อ ขาย ยกมาของสินทรัพย์แบบลงรายละเอียด วิธีการพิมพ์รายงานคลิกอ่านที่นี่

โปรแกรมบริการจัดการสินทรัพย์ (PEAK Asset) คำนวณค่าเสื่อมราคาด้วยวิธีเส้นตรง  โดยจะคำนวณเมื่อบันทึกซื้อสินทรัพย์ หรือบันทึกสินทรัพย์ยกมา ซึ่งในกรณีที่บันทึกสินทรัพย์ยกมาจะสามารถกำหนดวันที่เริ่มให้ PEAK คิดค่าเสื่อมราคาได้

สูตรการคิดค่าเสื่อมราคาวิธีเส้นตรง

ค่าเสื่อมราคาต่อปี= (ราคาทุน-ราคาซาก)/ อายุการใช้งาน(จำนวนวัน)

ค่าเสื่อมราคาคืออะไร สำคัญกับกิจการอย่างไรคลิกอ่านเพิ่มที่นี่

วิธีการดูตารางการคำนวณค่าเสื่อมของสินทรัพย์รายตัว

โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ (PEAK Asset) จะคำนวณค่าเสื่อมรายเดือนให้อัตโนมัติ และจะมีการสร้างสมุดบัญชีสำหรับการบันทึกค่าเสื่อมราคาให้ หากท่านมีการสร้างกลุ่มสินทรัพย์และเลือกให้ระบบคำนวณค่าเสื่อมราคา การคำนวณค่าเสื่อมราคาในโปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ (PEAK Asset)  จะแบ่งเป็น 2 ประเภท

  1. เมื่อมีการบันทึกซื้อสินทรัพย์เข้ามาระบบจะเริ่มคิดค่าเสื่อมให้ตั้งแต่วันที่ซื้อสินทรัพย์เข้ามา วิธีการบันทึกซื้อสินทรัพย์คลิกอ่านที่นี่
  2. เมื่อมีการบันทึกสินทรัพย์ยกมา ซึ่งเป็นการนำข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีเดิมก่อนจะย้ายมาใช้ PEAK  ระบบจะสามารถให้เลือกได้ว่าจะให้โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ (PEAK Asset) เริ่มคิดค่าเสื่อมเมื่อวันที่เท่าไหร่ วิธีการบันทึกสินทรัพย์ยกมาคลิกอ่านที่นี่

ซึ่งฟังก์ชันนี้เพื่อช่วยลดขั้นตอนในการทำงานของกิจการ

ผลิตภัณฑ์ของ PEAK

PEAK Account
โปรแกรมบัญชีออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Payroll
โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Board
โปรแกรมวิเคราะห์ธุรกิจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Asset
โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Tax
โปรแกรมการจัดการภาษีออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Line @PEAKConnect
ใช้งานโปรแกรมผ่านไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

บทความน่ารู้

Update Function PEAK 28/01/2026

PEAK Account

4

min

Update Function PEAK 28/01/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. SMART Insight helps you stay ahead with alerts for upcoming due expenses documents—track them instantly from the home page. Suitable for: Basic package and above users who want easier tracking of expense document status Highlight:Expense documents are now included in Smart Insight on the home page. The system helps monitor documents that are approaching their due date or are overdue. When selecting an alert, users are taken directly to the relevant document list with the date range automatically set. Users can also define the time range and minimum document value they want to track—making payment follow-ups faster and easier. Supported documents: SMART Insight indicators: Notes: 2. Added a Reconciliation Status Dashboard in the Finances menu, so you can immediately see whether each payment channel has been reconciled. Suitable for: Accountants who perform reconciliations and want quicker visibility Highlight:A new dashboard in the Finance menu displays reconciliation status for up to 4 selected payment channels, shown in four clear statuses: Notes: 3. Added an Orders from Platform tab on the Shopee API connection page, making it easier to track document status in one place. Suitable for: PRO PLUS package and above users who connect to Shopee via API Highlight: A new Orders from Platform has been added to the Shopee API connection page, allowing users to track order status and document creation status in one place—making monitoring faster and more convenient. Notes: 4. Added Return Product Requisition in the Products menu for more accurate and systematic stock management. Suitable for: BASIC package and above users who use goods issue document Highlight: When items issued from inventory need to be returned, users can create a Return Product Requisition to accurately adjust stock levels. This document must always reference the original Product Requisition and supports inventory reports—ensuring clear tracking of stock movements. 5. Added notification alerts (bell icon) at the top-right when other users create, edit, delete, or comment on documents—so you can track changes instantly. Suitable for: All packages with multi-user collaborationHighlight: When another user creates, edits, deletes, or comments on a document created by someone else, a notification will appear at the top-right bell icon, helping teams stay aligned and track document activity in real time. Notes: 6. Increased the limit for bulk document printing and approved up to 100 documents per action, saving time on large workloads. Suitable for: All packages that need to print or approve multiple documents at onceHighlight: The system now supports bulk printing to PDF and bulk document approval for up to 100 documents per action (previously 20), significantly reducing repetitive steps and saving time. 7. Added tax item verification on the PEAK TAX page to reduce the risk of missing data before filing. Suitable for: PEAK TAX users Highlight: A tax verification step has been added before form creation, allowing users to review tax completeness during the approval stage—reducing the risk of missing data and increasing confidence before filing. 8. Added a gear icon next to the Settings menu for easier menu display settings configuration. Suitable for: All packages Highlight: A gear icon has been added next to the Settings menu. Clicking it redirects users to Menu Display Settings, allowing easy customization of which menus are shown. 9. Added Recovery Codes for Two-Factor Authentication (2FA) to allow login when the 2FA code is unavailable. Suitable for: Users who have enabled Two-Factor Authentication (2FA) Highlight: When 2FA is Turn On, the system provides Recovery Code that can be used to log in or Turn Off 2FA if the original authentication method is unavailable—ensuring continued access. Notes:

ฟังก์ชันใหม่แนะนำการใช้งาน

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 28/01/2026

PEAK Account

12

min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 28/01/2026

เอาใจผู้ใช้งานโปรแกรม PEAK ด้วยฟังก์ชันใหม่ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 1. SMART Insight ตัวช่วยทางธุรกิจรู้ล่วงหน้าเอกสารใกล้ครบกำหนด ช่วยให้ติดตามเอกสารฝั่งรายจ่ายได้ทันทีจากหน้าแรก เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานแพ็กเกจ Basic ขึ้นไปที่ต้องการติดตามสถานะเอกสารรายจ่ายได้ง่ายยิ่งขึ้น Highlight: ระบบเพิ่มเอกสารรายจ่ายไปที่ Smart Insight บนหน้าหลัก เพื่อช่วยตรวจสอบสถานะเอกสารรายจ่ายที่ใกล้ถึงกำหนดหรือค้างชำระ และเมื่อเลือกเอกสารที่ต้องการ ระบบจะพาไปยังหน้าตารางเอกสารนั้น ๆ พร้อมตั้งค่าช่วงเวลาให้อัตโนมัติ โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนดช่วงเวลาเอกสารที่สนใจและมูลค่าของเอกสารขั้นต่ำได้ ช่วยให้ติดตามการชำระเงินในเอกสารได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น  เอกสารที่สามารถนำมาแสดงผล มีดังนี้ โดย Smart Insight จะแสดงข้อมูลใน 2 รูปแบบ หมายเหตุ : 2. เพิ่ม Dashboard แสดงสถานะกระทบยอดที่เมนูการเงิน ช่วยให้ผู้ใช้งานรู้ได้ทันทีว่าช่องทางการเงินที่เราใช้มีการกระทบยอดแล้วหรือไม่ เหมาะสำหรับ : นักบัญชีที่ใช้งานการกระทบยอด และต้องการดูข้อมูลการกระทบยอดได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น Highlight: ระบบเพิ่ม Dashboard แสดงสถานะกระทบยอดที่เมนูการเงิน โดยจะแสดงช่องทางการที่ต้องการตรวจสอบ (สูงสุด 4 ช่องทาง) และแสดงสถานะออกมาเป็น 4 สถานะ หมายเหตุ ช่วยให้เห็นภาพรวมการกระทบยอดของแต่ละช่องทางการเงินได้ทันที พร้อมสถานะที่เข้าใจง่าย 3. เพิ่มแท็บคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์ม ในหน้าการเชื่อมต่อ API Shopee ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามสถานะเอกสารได้สะดวกมายิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานแพ็กเกจ PRO PLUS ขึ้นไป ที่มีการเชื่อมต่อ API Shopee Highlight: ระบบแท็บคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์ม ในหน้าการเชื่อมต่อ API Shopee โดยผู้ใช้งานสามารถติดตามสถานะคำสั่งซื้อได้จากหน้าการเชื่อมต่อ และตรวจสอบสถานะการสร้างเอกสารที่ถูกสร้างได้ทันที ช่วยให้ผู้ใช้งานติดตามสถานะของคำสั่งซื้อและการสร้างเอกสารได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในหน้าเดียว หมายเหตุ 4. เพิ่มใบส่งคืนเบิกสินค้าที่เมนูสินค้า ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการสต๊อกได้เป็นระบบและถูกต้อง เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานแพ็กเกจ BASIC ขึ้นไปที่มีการใช้งานใบเบิกสินค้า Highlight: เมื่อผู้ใช้งานมีการสร้างเอกสารใบเบิกสินค้า และต้องการคืนสินค้าที่เบิกไป ผู้ใช้งานสามารถสร้างเอกสารใบส่งคืนเบิกสินค้าเพื่อปรับสต๊อกสินค้าให้ถูกต้องตามการใช้งาน โดยการสร้างใบส่งคืนเบิกสินค้าจะต้องอ้างอิงใบเบิกสินค้าทุกครั้ง และสามารถพิมพ์รายงานการเบิกสินค้าจากระบบได้ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำสินค้าที่เคยเบิกออกกลับเข้าคลังได้อย่างถูกต้อง และติดตามความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 5. เพิ่มการแสดงผลการแจ้งเตือนที่กระดิ่งมุมขวาบน เมื่อมีการทำรายการเอกสารโดยผู้ใช้งานรายอื่น ช่วยให้สามารถติดตามการเคลื่อนไหวและตรวจได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจที่มีการทำงานร่วมกันหลายคน Highlight: เมื่อมีผู้ใช้งานอื่นเข้ามาทำรายการบนเอกสารที่ผู้ใช้งานอีกรายสร้างไว้ ระบบจะมีการแจ้งเตือนไปที่กระดิ่งมุมขวาบน เพื่อแจ้งว่าได้มีการสร้าง แก้ไข ลบ หรือคอมเมนต์เอกสารโดยผู้ใช้งานอื่น ช่วยให้ทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง ไม่พลาดทุกความเปลี่ยนแปลง หมายเหตุ 6. ปรับการพิมพ์และอนุมัติเอกสารพร้อมกันสูงสุดครั้งละ 100 รายการ ช่วยประหยัดเวลาในการพิมพ์เอกสารจำนวนมาก เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจที่ต้องการพิมพ์เอกสารหลายรายการพร้อมกัน Highlight: ระบบเพิ่มจำนวนการพิมพ์เอกสารที่สามารถพิมพ์เป็นไฟล์ PDF และอนุมัติเอกสารพร้อมกันได้เพิ่มขึ้น จากเดิมสูงสุด 20 รายการ/ครั้ง เป็น สูงสุด 100 รายการ/ครั้ง ช่วยลดขั้นตอนการพิมพ์เอกสารซ้ำ ๆ ประหยัดเวลาในการจัดการเอกสารจำนวนมาก 7. เพิ่มการตรวจสอบรายการภาษีในหน้า PEAK TAX ช่วยลดความเสี่ยงข้อมูลตกหล่นก่อนยื่นแบบ เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งาน PEAK TAX Highlight: ระบบเพิ่มหน้าตรวจสอบรายการภาษีก่อนการสร้างแบบ เพื่อตรวจสอบความครบถ้วนของรายการภาษีอีกครั้งในขั้นตอนหน้าอนุมัติก่อนยื่นแบบ ช่วยให้ผู้ใช้งานเห็นจำนวนรายการถูกต้อง ลดโอกาสข้อมูลตกหล่น และเพิ่มความมั่นใจก่อนสร้างแบบภาษี 8. เพิ่มปุ่มฟันเฟืองด้านข้างเมนูตั้งค่า สำหรับการตั้งค่าการแสดงผลเมนู ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าการแสดงผลเมนูได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานทุกแพ็กเกจ Highlight: ระบบเพิ่มฟันเฟืองด้านข้างเมนูตั้งค่า โดยเมื่อเลือกฟันเฟืองแล้ว ระบบจะพาไปที่หน้าตั้งค่าการแสดงผล เพื่อให้ผู้ใช้งานกำหนดการแสดงผลที่แถบเมนูได้ตามต้องการ 9. เพิ่ม Recovery Code สำหรับการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) เมื่อเข้าสู่ระบบ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบได้เมื่อไม่มีรหัส 2FA เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) Highlight: เมื่อมีการเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) ระบบจะเพิ่มหน้าต่างใช้รหัสกู้คืนในการเข้าสู่ระบบ (Recovery Code) ซึ่งรหัสกู้คืนจะใช้สำหรับเข้าสู่ระบบหรือปิด (2FA) ในกรณีที่คุณไม่สามารถเข้าถึงรหัสยืนยันเดิมได้ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบได้เมื่อไม่มีรหัส 2FA หมายเหตุ ข้อแนะนำ ผู้ใช้งานควรมีการจัดเก็บรหัสกู้คืนในการเข้าสู่ระบบ (Recovery Code) เอาไว้ เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้เพียงครั้งเดียวหลังจากเปิดใช้งาน

ฟังก์ชันใหม่แนะนำการใช้งาน

ปรับเพดานประกันสังคม 2569

PEAK Account

10

min

ประกันสังคม 2569 ปรับเพดานใหม่ ได้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มบ้าง? และเจ้าของธุรกิจและ HR ต้องปรับตัวอย่างไร?

เมื่อปีที่ผ่านมา หนึ่งในข่าวใหญ่สำหรับคนทำงานคือ “การปรับเพดานค่าจ้างประกันสังคม” ซึ่งมีผลบังคับใช้จริงแล้วเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตัวพนักงานในบริษัทที่ต้องเตรียมตัวจัดสรรเงินใหม่ แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจและ HR ก็นับเป็นงานใหญ่ที่ต้องบริหารจัดการเช่นกัน ในบทความนี้ PEAK จะพามาเจาะลึกว่าการปรับครั้งนี้มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง HR ต้องทำอะไร และมีตัวช่วยอะไรที่จะทำให้งานนี้ง่ายขึ้น การปรับเพดานค่าจ้างประกันสังคมใหม่ มีอะไรเปลี่ยนบ้าง ต้องจ่ายสมทบเท่าไร? การปรับเพดานประกันสังคมเริ่มใช้จริงเมื่อต้นปี 2569 โดยการเปลี่ยนแปลงหลักๆ มี 3 ส่วนคือ: ทั้งนี้ กฎหมายได้แบ่งระยะเวลาการปรับขึ้นออกเป็น 3 ระยะ เพื่อให้องค์กรและพนักงานค่อยๆ ปรับตัว โดยมีรายละเอียดอัตราเงินสมทบดังนี้: ตารางการปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคม (พ.ศ. 2569 – 2575) ระยะเวลา (พ.ศ.) ฐานเงินเดือนสูงสุด (บาท) เงินสมทบที่ต้องจ่าย/เดือน (บาท) 2569 – 2571 (ปัจจุบัน) 17,500 875 2572 – 2574 20,000 1,000 2575 เป็นต้นไป 23,000 1,150 การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายครั้งนี้ ไม่เพียงแค่พนักงานที่ต้องจ่ายค่าประกันสังคมเพิ่มขึ้น แต่ “บริษัท (นายจ้าง)” ก็ต้องชำระเงินสมทบในอัตราที่เท่ากันเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ HR ต้องรีบจัดการทันที ไม่ว่าจะเป็น: ประกันสังคมเพดานใหม่ 2569 ลดหย่อนภาษีได้เท่าไรบ้าง? ข่าวดีสำหรับทุกคนคือ เราสามารถนำเงินประกันสังคมที่จ่ายเพิ่มขึ้นมาใช้ “ลดหย่อนภาษี” ได้มากขึ้นตามไปด้วย เพราะกฎหมายให้สิทธินำเงินสมทบที่จ่ายจริงมาลดหย่อนภาษีได้ 100% เมื่อคำนวณจากเพดานค่าจ้างใหม่ 17,500 บาท (เงินสมทบ 875 บาท/เดือน) จะได้ตัวเลขลดหย่อนภาษีดังนี้: สูตรคำนวณ: 875 บาท x 12 เดือน = 10,500 บาท สรุป: ในปี 2569 คุณสามารถลดหย่อนภาษีจากประกันสังคมได้สูงสุด 10,500 บาทต่อปี (เพิ่มขึ้นจากฐานเดิมที่ลดหย่อนได้สูงสุด 9,000 บาท) ซึ่งช่วยประหยัดภาษีได้เพิ่มขึ้นอัตโนมัติ ประกันสังคม 2569 พนักงานได้รับสิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง? ถึงแม้จะต้องจ่ายเงินสมทบมากขึ้น แต่สิ่งที่พนักงานได้รับกลับมาคือ “สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น” ทั้งในรูปแบบเงินทดแทนการขาดรายได้ และเงินสงเคราะห์ต่างๆ เปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนดังตารางนี้: สิทธิประโยชน์ ฐานเดิม (15,000 บาท) ฐานใหม่ (17,500 บาท) เจ็บป่วย (เงินทดแทน) 7,500 บาท/เดือน 8,750 บาท/เดือน คลอดบุตร 22,500 บาท/ครั้ง 26,250 บาท/ครั้ง ทุพพลภาพ 7,500 บาท/เดือน 8,750 บาท/เดือน เสียชีวิต 90,000 บาท 105,000 บาท ว่างงาน 7,500 บาท/เดือน 8,750 บาท/เดือน บำนาญ (ส่งเงิน 15 ปี) 3,000 บาท/เดือน 3,500 บาท/เดือน บำนาญ (ส่งเงิน 25 ปี) 5,250 บาท/เดือน 6,125 บาท/เดือน (หมายเหตุ: สิทธิทำฟันยังคงอยู่ที่ 900 บาท/ปี เช่นเดิม และการรักษามะเร็งยังสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลที่เข้าร่วมประกันสังคม) เจ้าหน้าที่ HR ควรประกาศข้อมูลส่วนนี้ให้พนักงานทราบ เพื่อให้พนักงานเข้าใจถึงสิทธิ์ของตัวเองที่เพิ่มขึ้น และลดความกังวลเรื่องเงินสมทบที่ถูกหักเพิ่ม ทำไมการปรับเพดานประกันสังคมถึงเป็น “เรื่องใหญ่” ในงาน HR? การปรับเพดานครั้งนี้ส่งผลกระทบทั้งระบบในองค์กร งานของ HR ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษในช่วงนี้ ได้แก่: สำหรับบริษัทที่ยังใช้ ระบบเงินเดือนแบบ Manual (คำนวณมือหรือ Excel) มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดข้อผิดพลาด เช่น คำนวณภาษีผิด ใส่เงินสมทบไม่ครบ หรือข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกัน ซึ่งจะนำมาสู่ปัญหาที่วุ่นวายตามมา ปัญหาที่ HR มักเจอในช่วงเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และอย่าลืมว่า ในช่วงปี 2569 – 2575 จะมีการปรับเพดานถึง 3 ครั้ง หมายความว่า HR ต้องมารื้อระบบใหม่ทุกครั้ง ซึ่งเป็นภาระงานที่ไม่ควรเกิดขึ้น หากบริษัทมีระบบ Payroll ที่ดี PEAK Payroll: ระบบเงินเดือนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกการเปลี่ยนแปลง PEAK Payroll คือโปรแกรมเงินเดือนที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของเพดานค่าจ้างประกันสังคมในครั้งนี้ และครั้งต่อๆ ไป ช่วยให้ทีม HR ทำงานได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสูตรคำนวณ: ในยุคนี้ การมีโปรแกรม Payroll ช่วยตอบโจทย์การทำงานด้านบุคคลได้จริง เพื่อให้ HR มีเวลาไปโฟกัสเรื่องการพัฒนาศักยภาพหรือดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน แทนที่จะต้องมาเสียเวลาหลายวันกับการปรับแก้ตัวเลขใน Excel ฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจของ PEAK Payroll นอกจากความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายแล้ว ยังมีฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อ HR โดยเฉพาะ: ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

ความรู้บัญชี

Update Function PEAK 28/01/2026

PEAK Account

4

min

Update Function PEAK 28/01/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. SMART Insight helps you stay ahead with alerts for upcoming due expenses documents—track them instantly from the home page. Suitable for: Basic package and above users who want easier tracking of expense document status Highlight:Expense documents are now included in Smart Insight on the home page. The system helps monitor documents that are approaching their due date or are overdue. When selecting an alert, users are taken directly to the relevant document list with the date range automatically set. Users can also define the time range and minimum document value they want to track—making payment follow-ups faster and easier. Supported documents: SMART Insight indicators: Notes: 2. Added a Reconciliation Status Dashboard in the Finances menu, so you can immediately see whether each payment channel has been reconciled. Suitable for: Accountants who perform reconciliations and want quicker visibility Highlight:A new dashboard in the Finance menu displays reconciliation status for up to 4 selected payment channels, shown in four clear statuses: Notes: 3. Added an Orders from Platform tab on the Shopee API connection page, making it easier to track document status in one place. Suitable for: PRO PLUS package and above users who connect to Shopee via API Highlight: A new Orders from Platform has been added to the Shopee API connection page, allowing users to track order status and document creation status in one place—making monitoring faster and more convenient. Notes: 4. Added Return Product Requisition in the Products menu for more accurate and systematic stock management. Suitable for: BASIC package and above users who use goods issue document Highlight: When items issued from inventory need to be returned, users can create a Return Product Requisition to accurately adjust stock levels. This document must always reference the original Product Requisition and supports inventory reports—ensuring clear tracking of stock movements. 5. Added notification alerts (bell icon) at the top-right when other users create, edit, delete, or comment on documents—so you can track changes instantly. Suitable for: All packages with multi-user collaborationHighlight: When another user creates, edits, deletes, or comments on a document created by someone else, a notification will appear at the top-right bell icon, helping teams stay aligned and track document activity in real time. Notes: 6. Increased the limit for bulk document printing and approved up to 100 documents per action, saving time on large workloads. Suitable for: All packages that need to print or approve multiple documents at onceHighlight: The system now supports bulk printing to PDF and bulk document approval for up to 100 documents per action (previously 20), significantly reducing repetitive steps and saving time. 7. Added tax item verification on the PEAK TAX page to reduce the risk of missing data before filing. Suitable for: PEAK TAX users Highlight: A tax verification step has been added before form creation, allowing users to review tax completeness during the approval stage—reducing the risk of missing data and increasing confidence before filing. 8. Added a gear icon next to the Settings menu for easier menu display settings configuration. Suitable for: All packages Highlight: A gear icon has been added next to the Settings menu. Clicking it redirects users to Menu Display Settings, allowing easy customization of which menus are shown. 9. Added Recovery Codes for Two-Factor Authentication (2FA) to allow login when the 2FA code is unavailable. Suitable for: Users who have enabled Two-Factor Authentication (2FA) Highlight: When 2FA is Turn On, the system provides Recovery Code that can be used to log in or Turn Off 2FA if the original authentication method is unavailable—ensuring continued access. Notes:

ฟังก์ชันใหม่แนะนำการใช้งาน