ความร่วมมือ

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

27 ส.ค. 2026

PEAK Account

20 min

รวมไฟล์ PDF เอกสารการเงินอย่างไรให้ส่งงานนักบัญชีง่ายขึ้น

เมื่อใกล้ถึงรอบส่งเอกสารให้สำนักงานบัญชี หลายธุรกิจอาจเจอปัญหาเอกสารกระจัดกระจาย ทั้งใบเสร็จในโทรศัพท์ ใบกำกับภาษีในอีเมล หลักฐานโอนเงินในแชต และรายการเดินบัญชีจากแอปธนาคาร ดังนั้น การ รวมไฟล์ PDF และจัดเอกสารแต่ละประเภทให้เป็นระบบตั้งแต่ต้น จึงช่วยให้ขั้นตอนส่งงานให้นักบัญชีง่ายขึ้น และลดโอกาสที่เอกสารสำคัญจะตกหล่น และยิ่งถ้าใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เอกสารอย่างใบกำกับภาษีและใบเสร็จจะถูกสร้างและจัดเก็บในระบบอัตโนมัติ ลดจำนวนไฟล์ที่ต้องจัดการเอง ปัญหาเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อมีรายการซื้อขายเพิ่มขึ้น เอกสารที่ไม่ได้จัดระบบตั้งแต่ต้นสามารถทำให้การทำบัญชีใช้เวลามากกว่าที่ควร ทั้งฝั่งเจ้าของธุรกิจและนักบัญชี วิธีแก้ไม่ได้อยู่ที่การเก็บเอกสารให้เยอะที่สุด แต่อยู่ที่การจัดเอกสารให้คนรับสามารถเปิดดูแล้วเข้าใจได้ทันทีว่า ไฟล์ไหนเป็นรายรับ ไฟล์ไหนเป็นรายจ่าย เกิดขึ้นเมื่อไร และเกี่ยวข้องกับรายการใด ทำไมการจัดเอกสารก่อนส่งนักบัญชีถึงสำคัญ หน้าที่ของเอกสารทางการเงินไม่ได้จบลงหลังจากจ่ายเงินหรือรับเงินแล้ว เพราะเอกสารหลายประเภทเป็นหลักฐานประกอบธุรกรรมของกิจการ และอาจต้องนำมาใช้บันทึกรายการ ตรวจสอบยอด หรือประกอบการจัดการด้านภาษีในภายหลัง ตัวอย่างเอกสารที่ธุรกิจพบเป็นประจำ ได้แก่ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน เอกสารซื้อขาย รายการเดินบัญชีธนาคาร เอกสารเกี่ยวกับเงินเดือน และเอกสารด้านภาษี ซึ่งแต่ละประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน ถ้าเจ้าของธุรกิจส่งเอกสารทั้งหมดปะปนกัน นักบัญชีจะต้องใช้เวลาแยกว่าเอกสารแต่ละชิ้นเกี่ยวข้องกับรายการใด และอาจต้องย้อนกลับมาสอบถามเพิ่มเติม เช่น ในทางกลับกัน หากเอกสารถูกแบ่งหมวด เรียงตามช่วงเวลา และตั้งชื่ออย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบก็ง่ายขึ้นมาก เจ้าของกิจการเองยังสามารถกลับมาค้นข้อมูลเมื่อมีคำถามเกี่ยวกับรายรับ รายจ่าย หรือรายการย้อนหลังได้สะดวกกว่าเดิม ทางที่ดีกว่าคือลดจำนวนเอกสารที่ต้องจัดการตั้งแต่แรก ถ้าออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จผ่านโปรแกรมบัญชี เอกสารฝั่งรายรับจะถูกบันทึกและจัดเก็บในระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องสแกน ไม่ต้องตั้งชื่อไฟล์เอง  เอกสารการเงินอะไรบ้างที่ควรจัดเตรียม เอกสารของแต่ละกิจการไม่เหมือนกัน ธุรกิจบริการ ร้านค้าออนไลน์ บริษัทที่มีพนักงาน หรือกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ย่อมมีประเภทเอกสารต่างกัน ดังนั้น ก่อนเริ่มจัดไฟล์ควรถามนักบัญชีที่ดูแลกิจการก่อนว่า ในแต่ละเดือนต้องส่งรายการใดบ้าง โดยทั่วไปสามารถเริ่มแบ่งได้เป็นกลุ่มต่อไปนี้ เอกสารรายรับและการขาย เอกสารกลุ่มนี้ช่วยอธิบายว่าเงินที่กิจการได้รับมาจากไหน เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีขาย เอกสารรับชำระเงิน หรือหลักฐานจากช่องทางขายออนไลน์ หากหนึ่งรายการมีเอกสารหลายขั้น เช่น ใบเสนอราคา ตามด้วยใบแจ้งหนี้และหลักฐานรับเงิน ควรจัดเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ใกล้กัน เพื่อให้เห็นเส้นทางของรายการได้ง่าย สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ประมวลรัษฎากรกำหนดหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาเมื่อมีการขายสินค้าหรือให้บริการตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เอกสารรายจ่ายและการซื้อ ฝั่งรายจ่ายมักมีจำนวนเอกสารมากกว่าที่คิด ตั้งแต่ใบเสร็จซื้ออุปกรณ์ ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา ค่าเช่า ไปจนถึงค่าบริการจากคู่ค้าหรือผู้รับจ้าง วิธีที่ช่วยลดความสับสนคือ อย่าเก็บเฉพาะภาพหลักฐานโอนเงิน เพราะหลักฐานการชำระเงินบอกได้เพียงว่ามีเงินออกจากบัญชี แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดของสินค้า บริการ หรือเอกสารประกอบรายการทั้งหมด หากมีใบเสร็จหรือเอกสารจากผู้ขาย ควรจัดให้อยู่คู่กับหลักฐานชำระเงินของรายการนั้น เอกสารธนาคารและหลักฐานการชำระเงิน รายการเดินบัญชีมีประโยชน์ในการตรวจสอบว่าเงินเข้าและเงินออกจริงตรงกับรายการที่บันทึกไว้หรือไม่ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีบัญชีธนาคารหลายบัญชี ควรแยกไฟล์ตามชื่อธนาคารและเดือนให้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น แทนที่จะตั้งชื่อว่า statement.pdf ทุกเดือน อาจใช้รูปแบบอย่าง 2026-07_KBank_Statement.pdf วิธีนี้ทำให้ค้นจากชื่อไฟล์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดดูทีละฉบับ เอกสารเกี่ยวกับภาษีและพนักงาน หากกิจการมีพนักงานหรือมีรายการภาษีหลายประเภท ควรแยกเอกสารเหล่านี้ออกจากใบซื้อและใบขายทั่วไป เพื่อไม่ให้ปะปนกันเมื่อถึงช่วงจัดเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นภาษีประจำปี สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม กฎหมายกำหนดให้ผู้มีหน้าที่ตามมาตรา 87/3 เก็บรักษารายงาน ใบกำกับภาษี สำเนา และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปีตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาหรือวิธีเก็บเอกสารแต่ละประเภทอาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีที่ดูแลกิจการ 5 วิธีจัดเอกสารการเงินก่อนส่งนักบัญชี  เมื่อรู้แล้วว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร ขั้นต่อไปคือสร้างวิธีจัดเก็บที่ทำซ้ำได้ทุกเดือน ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เพียงทุกคนที่เกี่ยวข้องเข้าใจรูปแบบเดียวกันก็ช่วยลดงานตามเอกสารได้มาก 1. สร้างโครงสร้างโฟลเดอร์  เริ่มจากสร้างโฟลเดอร์แยกตามเดือน เช่น 2026-01, 2026-02 วางปีไว้ด้านหน้า โฟลเดอร์จะเรียงตามเวลาอัตโนมัติ  ภายในแต่ละเดือน แบ่งเป็นโฟลเดอร์ย่อยตามประเภท:  01_รายรับ02_รายจ่าย03_ธนาคาร04_ภาษี05_เอกสารอื่น การใส่ตัวเลขนำหน้าช่วยกำหนดลำดับโฟลเดอร์ให้เหมือนเดิมทุกเดือน ไม่ว่าจะเปิดจากคอมพิวเตอร์หรือระบบจัดเก็บบนคลาวด์ ไม่จำเป็นต้องแบ่งหมวดย่อยมากจนเกินไป เพราะถ้ามี 15-20 โฟลเดอร์ในแต่ละเดือน คนใช้งานอาจเสียเวลาตัดสินใจว่าเอกสารควรอยู่ที่ใด เลือกเฉพาะหมวดที่ธุรกิจใช้เป็นประจำจะดูแลง่ายกว่า 2. ตั้งชื่อไฟล์ให้ค้นหาได้  ชื่ออย่าง IMG_4821.jpg หรือ Scan001.pdf ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับเอกสาร หากมีไฟล์ลักษณะนี้หลายร้อยรายการ การค้นย้อนหลังจะกลายเป็นงานที่กินเวลา ลองกำหนดรูปแบบชื่อร่วมกัน เช่น วันที่_ประเภทเอกสาร_ชื่อคู่ค้า_ยอดเงิน ตัวอย่าง 2026-07-05_ใบเสร็จ_ABC-Office_2450.pdf หรือหากไม่ต้องการใส่ยอดเงินก็สามารถใช้เพียงวันที่ ประเภท และชื่อคู่ค้าได้ จุดสำคัญคือใช้มาตรฐานเดียวกันอย่างต่อเนื่อง 3. จัดเอกสารรายการเดียวกันเป็นชุด ลองนึกถึงการซื้อเครื่องพิมพ์หนึ่งครั้ง อาจมีใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ และสลิปโอนเงิน หากไฟล์ทั้งสี่อยู่คนละตำแหน่ง คนตรวจเอกสารจะต้องเสียเวลาจับคู่ใหม่ หากเป็นรายการที่มีเอกสารหลายหน้า การจัดให้เป็นชุดเดียวและเรียงลำดับอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เปิดตรวจง่ายกว่า แต่ควรเก็บต้นฉบับหรือไฟล์ต้นทางที่สำคัญไว้ตามข้อกำหนดด้วย ไม่ควรลบต้นฉบับเพียงเพราะมีสำเนาที่จัดชุดแล้ว และถ้าออกเอกสารผ่านโปรแกรมบัญชี ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จจะเชื่อมกันอัตโนมัติ ไม่ต้องจัดชุดเอง  4. ตรวจความครบถ้วนก่อนส่ง  ก่อนกดส่ง ลองตรวจแบบง่าย ๆ 3 เรื่อง หากพบรายการที่ต้องอธิบาย ควรแนบหมายเหตุสั้น ๆ ไปตั้งแต่แรก เช่น ค่าเดินทางพบลูกค้า หรือเงินคืนจากผู้ขาย แทนที่จะรอให้นักบัญชีถามกลับภายหลัง สำหรับรายการที่ไม่แน่ใจว่าใช้เอกสารอะไรประกอบ ควรถามผู้ดูแลบัญชีโดยตรง ไม่ควรสร้างเอกสารขึ้นมาเองหรือคาดเดาว่าหลักฐานแบบใดใช้ได้ทางภาษี 5. ใช้โครงสร้างเดิมทุกเดือน  ระบบจัดเอกสารที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีซับซ้อน สิ่งสำคัญกว่าคือความสม่ำเสมอ หากเดือนมกราคมใช้ชื่อโฟลเดอร์แบบหนึ่ง เดือนกุมภาพันธ์เปลี่ยนอีกแบบ และเดือนมีนาคมกลับมาใช้รูปแบบใหม่ ทุกคนก็ต้องเรียนรู้ใหม่ตลอดเวลา เมื่อกำหนดโครงสร้างที่ใช้งานได้แล้ว ให้ใช้เป็น Template สำหรับเดือนถัดไป เพียงสร้างสำเนาโฟลเดอร์ เปลี่ยนเดือน แล้วนำเอกสารใหม่เข้าไปจัดเก็บ วิธีนี้ช่วยลดทั้งเวลาจัดไฟล์และโอกาสลืมหมวดสำคัญ ตัวอย่างโครงสร้างโฟลเดอร์ที่นักบัญชีเปิดแล้วเข้าใจได้ทันที สมมติว่าธุรกิจต้องส่งเอกสารของเดือนกรกฎาคม สามารถจัดโครงสร้างได้ประมาณนี้ 2026-07 จากนั้นตั้งชื่อไฟล์ด้านในด้วยมาตรฐานเดียวกัน  ข้อดีของโครงสร้างแบบนี้คือ ผู้ที่ไม่ใช่คนสร้างโฟลเดอร์ก็สามารถเดาได้ว่าเอกสารควรอยู่ตรงไหน นักบัญชีไม่จำเป็นต้องเปิดไฟล์ทั้งหมดเพื่อค้นหารายการ และเจ้าของธุรกิจเองก็สามารถกลับมาดูข้อมูลย้อนหลังได้ง่ายขึ้น หากธุรกิจมีรายการไม่มาก อาจลดจำนวนหมวดลงเหลือเพียงรายรับ รายจ่าย และธนาคารก็เพียงพอ ระบบที่เหมาะสมควรตรงกับปริมาณงานจริง ไม่ใช่ยิ่งซับซ้อนยิ่งดี  ข้อผิดพลาดที่ทำให้ส่งเอกสารแล้วต้องตามแก้ภายหลัง ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เกิดจากวิธีเก็บเอกสารในชีวิตประจำวัน เช่น รอรวบรวมทุกอย่างตอนสิ้นเดือน ดาวน์โหลดไฟล์แล้วไม่เปลี่ยนชื่อ หรือเก็บหลักฐานแต่ละส่วนไว้คนละช่องทาง อีกกรณีคือการส่งไฟล์ขนาดใหญ่เพียงชุดเดียวโดยไม่มีลำดับหรือสารบัญ แม้ดูเหมือนสะดวกตอนส่ง แต่คนรับอาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการค้นเอกสารแต่ละรายการ ทางที่ดีกว่าคือคิดจากมุมของคนเปิดไฟล์ว่า ถ้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนซื้อหรือขาย เขาจะสามารถเข้าใจเอกสารชุดนี้ได้หรือไม่ หากคำตอบคือยังต้องถามเจ้าของธุรกิจหลายครั้ง แสดงว่าอาจต้องเพิ่มข้อมูลในชื่อไฟล์ แบ่งหมวดใหม่ หรือใส่หมายเหตุให้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ ควรสำรองข้อมูลสำคัญอย่างเหมาะสมและกำหนดสิทธิ์เข้าถึง เพราะเอกสารทางการเงินอาจมีข้อมูลธุรกิจ ข้อมูลคู่ค้า หรือข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ควรส่งผ่านช่องทางที่ควบคุมผู้เข้าถึงไม่ได้โดยไม่จำเป็น จัดเอกสารเป็นระบบ ช่วยทั้งเจ้าของธุรกิจและนักบัญชี การจัดเอกสารการเงินอาจไม่ใช่งานที่เจ้าของธุรกิจอยากใช้เวลามากที่สุด แต่การวางระบบให้ดีตั้งแต่ต้นช่วยลดงานซ้ำในระยะยาวได้ เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ ก่อน แบ่งเอกสารตามเดือน แยกรายรับกับรายจ่าย ตั้งชื่อไฟล์ให้รู้ว่าเป็นรายการอะไร และตรวจความครบถ้วนก่อนส่ง เมื่อทำรูปแบบเดิมต่อเนื่องทุกเดือน การจัดการเอกสารจะกลายเป็นขั้นตอนปกติของธุรกิจแทนที่จะเป็นงานก้อนใหญ่ที่ต้องเร่งทำในวันสุดท้าย ที่สำคัญ ระบบที่ดีควรทำให้ทั้งสองฝ่ายทำงานง่ายขึ้น เจ้าของกิจการค้นเอกสารย้อนหลังได้ นักบัญชีได้รับข้อมูลที่เป็นระเบียบ และเมื่อมีรายการที่ต้องตรวจสอบ ทุกคนสามารถกลับไปยังเอกสารต้นทางได้โดยไม่ต้องเริ่มค้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ส่งเอกสารผ่าน PEAK หรือรวมไฟล์ด้วย Canva ถ้าทั้งเจ้าของกิจการและนักบัญชีใช้ PEAK เหมือนกัน ไม่ต้องจัดไฟล์ส่งเลย นักบัญชีเข้าดูเอกสาร รายรับรายจ่าย ภาษี ได้จากระบบเดียวกันแบบ real-time ผ่านฟีเจอร์สำนักงานบัญชีที่เชื่อมข้อมูลกิจการลูกค้าเข้ามาในหน้าจอเดียว แต่ถ้าต้องส่งเอกสารทางการ เช่น แนบ email ส่งจดหมายให้ผู้สอบบัญชี หรือยื่นเอกสารให้หน่วยงานราชการ ใช้ Canva รวมไฟล์ PDF เป็นชุดเดียว จัดหน้าเรียงลำดับ ส่งได้ทันที คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดเอกสารการเงิน ส่งเอกสารให้นักบัญชีต้องเตรียมอะไรบ้าง เอกสารหลักที่ต้องเตรียมทุกเดือน ได้แก่ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน หลักฐานการโอนเงิน และ Statement ธนาคาร ถ้าจด VAT ต้องเตรียมรายงานภาษีซื้อภาษีขายด้วย ถ้ามีพนักงานต้องเพิ่มเอกสารเงินเดือนและประกันสังคม เอกสารการเงินต้องเก็บกี่ปี ตามประมวลรัษฎากร ต้องเก็บอย่างน้อย 5 ปีนับจากวันยื่นแบบ ถ้าสรรพากรสั่งให้เก็บต่อ เก็บได้สูงสุดอีก 2 ปี รวม 7 ปี รวมไฟล์ PDF หลายไฟล์เป็นไฟล์เดียวทำยังไง ใช้เครื่องมือออนไลน์ เช่น Canva อัปโหลดไฟล์ที่ต้องการ เรียงลำดับ แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF ไฟล์เดียว ทำได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม ตั้งชื่อไฟล์เอกสารการเงินยังไงดี ใช้รูปแบบ “วันที่_ประเภท_รายละเอียด” เช่น 20260701_ใบเสร็จ_บริษัทABC วางวันที่ไว้ด้านหน้า ไฟล์จะเรียงตามเวลาอัตโนมัติ ค้นหาย้อนหลังง่าย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 มิ.ย. 2025

PEAK Account

3 min

พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง PEAK และสมาคมสำนักงานบัญชีไทย

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสมาคมสำนักงานบัญชีไทย (TAFA) เพื่อร่วมกันยกระดับสำนักงานบัญชีไทยเข้าสู่การใช้เทคโนโลยี Cloud Accounting อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพบัญชีไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ และนักบัญชี ผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ PEAK ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของสำนักงานบัญชีในการเป็นกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจไทย และมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานด้านเทคโนโลยีบัญชีให้กับผู้ประกอบการ และนักบัญชีไทย การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาวิชาชีพบัญชีให้ทันสมัย และเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวในยุคดิจิทัล

25 มี.ค. 2025

PEAK Account

2 min

พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง PEAK และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท พี ยู ยู เอ็น อินเทลลิเจนท์ จำกัด ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) อย่างเป็นทางการ ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีทางบัญชีแก่นักเรียนนักศึกษาสายอาชีวะ โดยมุ่งหวังให้เยาวชนไทยมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล ตลอดจนยกระดับคุณภาพของบุคลากรทางวิชาชีพบัญชีให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ PEAK รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานทางวิชาชีพบัญชีให้แก่นักเรียนนักศึกษาสายอาชีวะ โดยจะมีการสนับสนุนทั้งด้านความรู้ เครื่องมือ และนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้นักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาต่อ และการทำงานจริงในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนนักศึกษา และบุคลากรด้านบัญชีสามารถปรับตัว และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล

8 ต.ค. 2024

PEAK Account

3 min

พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง PEAK และภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาฯ

เมื่อวันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท พี ยู ยู เอ็น อินเทลลิเจนท์ จำกัด ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีดิจิทัล (Bachelor of Engineering in Computer Engineering and Digital Technology) การลงนามในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กรอบแนวทางการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือเชิงลึกระหว่างภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ และทักษะตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีดิจิทัล พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คุณภีม เพชรเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี ยู ยู เอ็น อินเทลลิเจนท์ จำกัด เป็นผู้แทนร่วมลงนาม นอกจากนี้ยังมี ผศ.ดร.อรรถวิทย์ สุดแสง หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ คุณสุทัศน์พันธุ์ วินทุพราหมณกุล ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมลงนามเป็นพยาน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมในพิธีลงนาม ได้แก่ ผศ.ดร.เนื่องวงศ์ ทวยเจริญ อาจารย์ประจำหลักสูตร, คุณกฤษฎา หงสสุรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศอัจฉริยะเชิงธุรกิจ และ คุณภาคภูมิ ติลกวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีทักษะรอบด้าน พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน

26 ม.ค. 2024

PEAK Account

2 min

Venio มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ให้กับลูกค้า PEAK

ลูกค้า PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รับสิทธิ์ใช้งาน Venio โปรแกรม SalesCRM บริหารทีมขายอย่างมืออาชีพ ดูแลลูกค้าอย่างทั่วถึง เพิ่มยอดขาย เพิ่มฐานลูกค้าอย่างยั่งยืน ฟรี 30 วัน! พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 10%  Venio โปรแกรม Sales CRM สำหรับธุรกิจ B2B พัฒนาบนแนวคิด Customer Centric ช่วยคุณบริหารทีมขาย เก็บข้อมูล และดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง เห็นภาพรวมของทีมขายและลูกค้า ครอบคลุมยิ่งกว่าระบบ CRM ทั่ว ๆ ไป เพราะ Venio มาพร้อม Sales Assistant เพิ่มประสิทธิภาพในการปิดการขายได้อย่างตรงจุด ใช้งานง่ายผ่านโทรศัพท์มือถือ สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า PEAK รับสิทธิ์ทดลองใช้งาน Venio ฟรี 30 วัน! และรับส่วนลด 10% เมื่อสมัครใช้บริการรายปี ลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 15 เมษายน 2567 เท่านั้น คลิก (ใส่รหัสคูปอง : VenioxPEAK) หรือติดต่อฝ่ายขาย Venio โทร. 02-784-5855 สอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ PEAK Call Center : 1485

21 ม.ค. 2024

PEAK Account

3 min

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ อาวุธสำคัญ สร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจของบริษัทโรบอท เมคเกอร์ จำกัด

จากจุดเริ่มต้นของกิจการที่มีการทำงานบัญชีในระบบออฟไลน์ คุณธรรมสร มีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการโรบอท เมคเกอร์ จำกัด พบว่าการทำบัญชีแบบเดิมยังไม่ตอบโจทย์การทำงานเท่าที่ควร ทำให้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์จนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็พบว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลทำให้ปรับตัวทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ วัดผลการดำเนินงานธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคุณธรรมสรได้กล่าวถึงแนวคิดในการปรับเปลี่ยนดังกล่าวว่า “สิ่งที่ผมพูดกับทีมเสมอว่าสิ่งใดที่วัดผลได้ เราก็จะพัฒนาได้ เมื่อเราสามารถวัดผลการดำเนินงานของธุรกิจ ก็คือ กำไร ขาดทุน ยอดขาย ได้แบบเรียลไทม์ในทุกๆ วัน ทำให้ในการแข่งขัน เรามีอาวุธที่เหนือกว่าคนอื่น สมัยก่อน การทำธุรกิจ เราต้องใช้เวลา 1 ปี ถึงจะรู้ว่าสิ่งที่ทำมาตลอดทั้งปีนั้นดีหรือไม่ดี แต่ตอนนี้เราสามารถรู้ได้ทุกวัน และสามารถนำผลประกอบการไปพัฒนาการทำงานได้อีกด้วย”  PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตอบโจทย์งานบัญชีอย่างรอบด้าน  เมื่อได้เริ่มต้นใช้งานโปรแกรม PEAK คุณธรรมสรก็มีความประทับใจตั้งแต่หน้า UI ที่มีความสวยงาม ใช้งานง่าย  ตอบโจทย์การทำงานรอบด้าน ซึ่งทาง AUTOBOT ใช้โปรแกรม PEAK ในการทำงานทุกด้านของบัญชี ไม่ว่าจะเป็นการเปิดใบเสนอราคา การออกใบกำกับภาษี การบันทึกค่าใช้จ่าย การบันทึกต้นทุน แม้กระทั่งการปิดบัญชีประจำปี โดยสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานบัญชีให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

21 ม.ค. 2024

PEAK Account

6 min

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วย Mission To The Moon จัดการบัญชีภาษีอย่างมืออาชีพ

หากจะพูดถึงเพจที่ให้ความรู้ในเรื่องธุรกิจและการทำงานอย่างครบวงจร เชื่อว่าชื่อของ Mission To The Moon คงจะเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ด้วย Content ที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแต่มีความน่าสนใจทั้งสิ้น แต่ในวันนี้ Mission To The Moon ไม่ได้มีเพียงแค่เพจหรือเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เท่านั้น หากแต่ยังมีการให้บริการในส่วนของ Production House ตลอดจนยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าในช่องทางขาย e-Commerce อีกด้วย  PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตอบโจทย์หลากหลายรูปแบบธุรกิจ สร้างการทำงานแบบมืออาชีพ สำหรับกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจของ Mission To The Moon จะมีทั้งแบบ B2B และ B2C โดยในส่วนของ Media จะเน้นที่กลุ่มลูกค้า B2B จะเป็นกลุ่มเอเจนซี แบรนด์ องค์กรที่อยากจะโปรโมตโฆษณา ส่วนอีกกลุ่มก็จะเป็นผู้ติดตามเพจ กลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าต่างๆ ซึ่งจากการที่มีกลุ่มเป้าหมายหลายกลุ่ม และมีรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างกันนั้น ก็ต้องมีการวางแผนบริหารจัดการเรื่องบัญชีที่ดี ซึ่งคุณสุธินี ตั้งอนุกูลกิจ Managing Director, Mission To The Moon Media ได้กล่าวถึงแนวคิดในการเริ่มต้นการใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ไว้ดังนี้ “ในช่วงเริ่มต้น บริษัทเราก็จะเป็นเหมือน Start-up ที่ทำงานกันด้วยจำนวนคนไม่กี่คน การบันทึกข้อมูลต่างๆ จะเป็นแบบ Manual ทั้งหมด ต่อมาเริ่มมีการใช้ระบบบัญชีที่เป็นระบบออฟไลน์ การทำงานต้องเข้ามาทำที่ออฟฟิศ ซึ่งในช่วงโควิด ก็จะไม่สะดวกมากนัก มีปัญหาในการจัดการอยู่พอสมควร นอกจากนี้ เนื่องจากธุรกิจเรามีหลายประเภท ไม่ใช่ธุรกิจบริการเพียงอย่างเดียว หรือการขายสินค้าอย่างเดียว ทำให้มีความยากในการจัดประเภทรายได้และรายจ่าย เพราะจะมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นทุน คลังสินค้า การจัดทำเอกสารต่างๆ ทำให้ต้องมองหาโปรแกรมบัญชีที่ตอบโจทย์การทำงานอย่างรอบด้านมากขึ้น จนเราได้มาเจอ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ” PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยเจ้าของธุรกิจรู้ผลประกอบการแบบเรียลไทม์ได้ด้วยระบบ Dashboard เมื่อ Mission To The Moon เริ่มก้าวเข้าสู่การใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์และได้ทำความรู้จักกับPEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์  ซึ่งคุณสุธินี Managing Director ที่ Mission To The Moon ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นการใช้งานPEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ว่า “ครั้งแรกที่จะตัดสินใจเลือกงานโปรแกรมบัญชีนั้น เราก็ได้มีการศึกษาหลายๆ โปรแกรมด้วยกัน ซึ่งก็พบว่า PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ มีรูปแบบหน้าตาการใช้งานที่ดูง่าย ไม่ยุ่งยาก มีหน้า Dashboard สรุปผลประกอบการที่ทำให้ทุกคนสามารถเข้าใจได้ง่าย รวมถึงยังมีทีมที่ปรึกษาคอยให้ความช่วยเหลือ ช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์สำหรับ SMEs ทำให้เราตัดสินใจเลือกใช้งานPEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์”  PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ครอบคลุมการทำงานในทุกระบบภายในโปรแกรมเดียว หลังจากที่ได้เริ่มต้นใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ แล้ว PEAK เข้ามาช่วยให้การดำเนินธุรกิจ  Mission To The Moon เป็นไปอย่างราบรื่นได้อย่างไร คุณสุธินีได้บอกเล่าถึงความประทับใจไว้ดังนี้ “PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยการทำงานได้เยอะมาก ด้วยความที่เป็นระบบออนไลน์ เราสามารถทำงานได้ทุกที่ การดึงเอกสาร ดูเอกสาร จัดการงานบัญชีต่างๆ สามารถทำได้ง่าย เหมาะสำหรับยุคที่ไม่ได้มีการทำงานแบบเดิมๆ อย่างธุรกิจของเราที่มีการขายทั้งมีเดีย สินค้า และบริการ โปรแกรมบัญชีออนไลน์ตอบโจทย์มากๆ ทำให้เราแยกประเภทบัญชีได้ นอกจากการดูเรื่องของการเงิน งบการเงิน การดูผลสรุปภาพรวมต่างๆ สามารถเห็นได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องรอถึงสิ้นเดือน เรื่องการจัดการภาษี ก็มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การทำงาน อย่าง PEAK Tax หรือฟังก์ชันการจัดการเงินเดือนอย่าง PEAK Payroll  ก็ล้วนแล้วแต่ช่วยให้ทำงานได้สะดวก ราบรื่น ครอบคลุมการทำงานในทุกระบบภายในโปรแกรมเดียว”  

29 ก.ย. 2023

PEAK Account

8 min

5 สัญญาณธุรกิจเจ๊ง! ขาดสภาพคล่องต้องทำอย่างไร

ธุรกิจอาจต้องเจอการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เหมือนการเดินไปในทิศทางที่ไม่มีแบบแผนที่แน่นอน บนโลกที่เทคโนโลยีก้าวกระโดด และพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ธุรกิจจำเป็นต้องมีความคล่องตัว และสามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ผู้ประกอบการจึงต้องตระหนักถึงความเสี่ยงขาดสภาพคล่องของธุรกิจ ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจสะดุด และอาจไปต่อไม่ไหว OfficeMate มี 5 สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกได้ว่าธุรกิจของคุณกำลังเผชิญกับภาวะ “ขาดสภาพคล่อง” พร้อมแนะนำแนวทางปรับปรุง สร้างความยืดหยุ่น และประคับประคองให้กับธุรกิจของคุณยังดำเนินต่อไปได้ในระยะยาว 5 สัญญาณ ที่บอกว่าธุรกิจกำลังขาดสภาพคล่อง 1. ธุรกิจขาดแคลนกระแสเงินสด หากคุณพบว่าธุรกิจของคุณขาดแคลนกระแสเงินสดที่น้อยมากหรือมีปัญหาในการเก็บเงินจากคุณ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังมีปัญหาทางการเงินและควรดำเนินการเพิ่มกระแสเงินสดให้มากขึ้น แนวทางการรับมือ 2. บัญชีหละหลวม การจัดการบัญชีที่ไม่เรียบร้อยและไม่มีความชัดเจนสามารถเป็นสัญญาณว่าคุณไม่รู้สึกตื่นเต้นในการติดตามสถานะการเงินของธุรกิจของคุณ นี่อาจส่งผลให้คุณพลาดข้อผิดพลาดทางการเงินที่สำคัญ แนวทางการรับมือ 3. ไม่จัดการเงินให้เป็นสัดส่วน การไม่จัดการเงินให้เป็นสัดส่วนอาจทำให้คุณไม่มีความสามารถในการวางแผนการเงินและการลงทุนที่ดี เช่น การลงทุนเงินสดมากเกินไปหรือการกู้ยืมที่มีดอกเบี้ยสูง ทั้งนี้ ยังรวมถึงนำเงินส่วนตัวมาใช้ปะปนกับเงินที่ต้องดำเนินธุรกิจด้วยเช่นกัน แนวทางการรับมือ 4. เงินทุนหมุนเวียนน้อยกว่าต้นทุนคงที่ ถ้าธุรกิจของคุณมีเงินทุนหมุนเวียนน้อยกว่าต้นทุนคงที่ คุณอาจพบว่าการดำเนินธุรกิจไม่ราบรื่นและยากที่จะเติบโต แนวทางการรับมือ 5. ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตรงเวลา การไม่สามารถชำระหนี้ตรงเวลาอาจทำให้คุณต้องเผชิญกับความรุนแรงของหนี้สินและส่งผลให้ธุรกิจขาดสภาพคล่อง แนวทางการรับมือ “เครดิตเทอม” ทางออกให้ธุรกิจคุณ Cashflow กว่าที่เคย การให้เครดิตเทิร์มช่วยธุรกิจขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว คุณสามารถซื้อสินค้า หรือบริการได้โดยไม่ต้องมีเงินสดล่วงหน้า นี่อาจเป็นสิ่งที่เพิ่มยอดขายและสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโตทางธุรกิจได้ ในกรณีที่ธุรกิจมีปัญหาการเงินชั่วคราว เครดิตเทิร์มอาจช่วยลดความเครียด และช่วยให้คุณมีเวลาในการชำระหนี้ให้คงที่ก่อนได้ การใช้เครดิตเทิร์มที่มีเงื่อนไขชำระเงินชัดเจน จะช่วยให้ธุรกิจควบคุมการเงินได้ดีขึ้น และมีความสามารถในการวิเคราะห์ และคาดการณ์การชำระหนี้ในอนาคตได้ ขอเครดิตเทอมกับ OfficeMate ง่ายๆ เพียง 4 ขั้นตอน สำหรับผู้ประกอบการที่อยากขอเครดิตเทอมกับ OfficeMate แบบอ๊อฟ ทำได้ง่ายๆ ใน 4 ขั้นตอน!  เมื่ออนุมัติผ่านแล้ว สามารถเข้ามาช้อปสินค้าผ่าน แล้วเลือกชำระเงินแบบเครดิตเทอมได้เลย! ขอเครดิตเทอมกับ OfficeMate ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจได้แบบไม่ต้องกู้ อยากได้คำแนะนำหรือสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครดิตเทอม คลิกเลยที่ Online Credit term หรือ โทร. 1281 PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตอบโจทย์การบริหารการเงินแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบ Dashboard สามารถรู้ผลกำไรคาดการณ์สถานะทางการเงินของบริษัท จัดการความเสี่ยงทางการเงินได้ทันท่วงที ช่วยลดปัญหาการขาดสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้นได้ สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

29 ก.ย. 2023

PEAK Account

8 min

กันไว้ดีกว่าแก้! แชร์วิธีป้องกันความลับทางธุรกิจ

ในโลกธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วทุกวันนี้ ความสำเร็จของธุรกิจของคุณอาจขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาข้อมูล และความลับของคุณได้อย่างดี และมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ OfficeMate จะแบ่งปันวิธีการป้องกันความลับทางธุรกิจด้วยอุปกรณ์สำนักงานที่ทุกธุรกิจต้องมี มาอ่านกันเลย ความลับธุรกิจคืออะไร ความลับธุรกิจคือข้อมูลที่ให้ความได้เปรียบให้กับธุรกิจของคุณและถูกกฎหมายกำหนดให้มีคุณค่าทางการค้า โดยข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความลับธุรกิจในประเทศไทยใน พระราชบัญญัติการคุ้มครองความลับธุรกิจ พ.ศ. 2560 (Trade Secrets Act, B.E. 2560) ได้นิยาม “ความลับธุรกิจ” ว่าเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าทางการค้า และมีความลับ ไม่ใช่ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนหรือรู้จักกันอย่างแพร่หลาย สรุปง่าย ๆ ว่า ความลับธุรกิจ คือข้อมูลที่ทำให้ธุรกิจเกิดความได้เปรียบในตลาด หรือด้านการแข่งขัน ซึ่งข้อมูลนี้อาจเป็นสูตร วิธีการ ข้อมูลลูกค้า หรือข้อมูลที่มีคุณค่าทางธุรกิจ อื่นๆ ที่ไม่ควรให้ผู้อื่นเข้าถึงหรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต  ยกตัวอย่างความลับทางธุรกิจ ป้องกัน! ข้อมูลบริษัทรั่วไหล ด้วยเครื่องทำลายเอกสาร อันตรายจากการใช้อุปกรณ์สำนักงาน ภัยคุกคามที่หลายคนมองข้าม อย่างการใช้เครื่องทำลายเอกสารทื่ผิดประเภท หรือไม่ได้มาตรฐาน นอกจากจะย่อยเอกสารสำคัญอย่างไม่ปลอดภัยแล้ว ยังเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล นำไปสู่การนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายอีกด้วย  OfficeMate แนะนำเครื่องทำลายเอกสาร เพิ่มความปลอดภัย ความลับไม่รั่วไหล และปลอดภัยจากเงื้อมมือแฮกเกอร์ ในกรณีที่ธุรกิจทำลายเอกสารที่ไม่ใช้แล้ว อาจเป็นข้อมูลสำคัญของบริษัท หรือเป็นความลับทางการค้า “เครื่องทำลายเอกสาร” หรือ “เครื่องย่อยเอกสาร” จะต้องมีมาตรฐาน เพื่อป้องกันการถูกนำข้อมูลไปใช้โดยไม่เหมาะสม หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจ และความเชื่อถือของลูกค้า ควรเลือกจากฟังก์ชันเหมาะสมกับการใช้งาน ความละเอียดของการย่อยจะต้องได้มาตรฐาน รวมถึงขนาดไม่ใหญ่เกินไป กะทัดรัดตอบโจทย์ออฟฟิศคุณ เราคัดมาให้คุณแล้ว เครื่องทำลายเอกสาร สำหรับธุรกิจ และ Home Office เป็นเครื่องย่อยกระดาษแบบตัดละเอียด (Cross Cut) 4 x 33 มม. สามารถทำลายแผ่นซีดี และบัตรเครดิต แบบเป็นเส้นตรง (Strip Cut) ได้ ตัดเอกสารได้ครั้งละ 12 แผ่น (A4/70 แกรม) มีช่องรับเอกสารกว้าง 220 มม. และถังจุปริมาณกระดาษได้ 12.7 ลิตร เครื่องทำลายเอกสารเป็นเส้นตรง (Strip-Cut) ขนาดเอกสารหลังทำลายเล็กเพียง 3.9 มิลลิเมตร ความเร็วในการทำลาย 2.5 เมตร/นาที ถังจุกระดาษได้ 32.7 ลิตร ความกว้างของช่องใส่กระดาษ 230 จำนวนแผ่นในการตัดกระดาษขนาด A4 80 แกรม ทำลายเอกสารได้ 31 แผ่น/ครั้ง สามารถใช้ ทำลายคลิปหนีบกระดาษ บัตรเครดิต และแผ่น CD/DVD เครื่องย่อยกระดาษเป็นเส้นตัดละเอียด (Cross-Cut) ขนาดเอกสารที่ทำลายแล้ว 3.9 x 38 มิลลิเมตร ความเร็วในการทำลายกระดาษ 2.2 เมตร/นาที ความกว้างใส่ช่องกระดาษ 230 มิลลิเมตร ทำลายเอกสาร A4 70 แกรม ได้ครั้งละ 15-17 แผ่น ถังเครื่องบรรจุได้ 18.9 ลิตร สามารถทำลายคลิปหนีบกระดาษ บัตรเครดิต และแผ่น CD/DVD  เครื่องทำลายเอกสารเป็นเส้นตัดละเอียด (Cross-Cut) ขนาดเอกสารที่ทำลายแล้ว 3.9 x 38 มิลลิเมตร ความเร็วในการทำลายกระดาษ 2.2 เมตร/นาที ความกว้างใส่ช่องกระดาษ 230 มิลลิเมตร ทำลายเอกสาร A4 70 แกรม ได้ครั้งละ 15-17 แผ่น ถังเครื่องบรรจุได้ 18.9 ลิตร สามารถทำลายคลิปหนีบกระดาษ บัตรเครดิต และแผ่น CD/DVD  เครื่องทำลายเอกสารแบบตัดละเอียด (Cross Cut) ขนาดเอกสารหลังทำลาย 4 x 36 มิลลิเมตร ช่องรับเอกสารกว้าง 220 มิลลิเมตร จำนวนแผ่นในการตัดเอกสารขนาด A475 แกรมครั้งละ 6 แผ่น ถังจุปริมาณกระดาษได้ 12 ลิตร สามารถทำลายลวดเย็บกระดาษและบัตรเครดิตได้ ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง ด้วยเครดิตเทอมจาก OfficeMate เครื่องทำลายเอกสาร ยี่ห้อไหนดี แบบไม่ต้องสำรองเงินจ่ายล่วงหน้า ที่ OfficeMate ให้คุณจ่ายสินค้าแบบ Credit term ได้สูงสุด 30 วัน ใช้ก่อน จ่ายทีหลัง เมื่อขอเครดิตเทอมผ่าน สามารถซื้อเครื่องย่อยเอกสารบน พร้อมรับสิทธิ์ จัดส่งฟรี!* และรับคะแนนสะสม The 1 ได้เลย เครื่องทำลายเอกสาร OfficeMate หรืออุปกรณ์สำนักงานอื่น ๆ สามารถขอเครดิตเทอมได้ง่าย ๆ สนใจ อยากได้คำแนะนำ หรือสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครดิตเทอม คลิกเลยที่ Online Credit term หรือ โทร. 1281 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตอบโจทย์การบริหารการเงินแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบ Dashboard สามารถรู้ผลกำไรคาดการณ์สถานะทางการเงินของบริษัท จัดการความเสี่ยงทางการเงินได้ทันท่วงที ช่วยลดการขาดสภาพคล่อง อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของธุรกิจได้เป็นอย่างดี สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

30 ส.ค. 2023

PEAK Account

2 min

PEAK ผู้นำนวัตกรรมบัญชี ร่วมถ่ายทอดความรู้และเสริมสร้างศักยภาพทางด้านบัญชี ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

PEAK ผู้นำนวัตกรรมบัญชี มุ่งมั่นในการร่วมพัฒนาว่าที่นักบัญชี เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงานในยุคดิจิทัล.เมื่อวันที่ 19 – 20 สิงหาคม 2566 ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะการบัญชีและการจัดการ สาขาวิชาการบัญชี PEAK ได้รับเกียรติร่วมถ่ายทอดความรู้ในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพนักบัญชียุคดิจิทัลด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK โดยมีคุณอุรชา เสริมสุขเลิศ Academy Assistant ของ PEAK เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ โดยบรรยายและถ่ายทอดความรู้การทำบัญชีในยุคดิจิทัลด้วย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ให้แก่นักศึกษา อาจารย์ และครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบการ เช่น การเจาะลึกการใช้งานฟีเจอร์ การสร้างกิจการและฐานข้อมูลของกิจการ การออกเอกสารทางบัญชี การออกงบการเงินและรายงานทางบัญชี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจัด Workshop เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ปฏิบัติใช้งานจริงในลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น การสร้างเอกสารรายการค้า การบันทึกรายรับรายจ่าย การออกงบการเงิน เป็นต้น ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาและนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานจริงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากสถาบันอุดมศึกษาใดสนใจให้ PEAK เข้าไปร่วมแบ่งปันความรู้สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจได้ที่ bd@adminmkt

16 ส.ค. 2023

PEAK Account

2 min

PEAK ผู้นำนวัตกรรมบัญชี มุ่งมั่นในการร่วมพัฒนาว่าที่นักบัญชี เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงานในยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา PEAK ได้รับเกียรติไปร่วมถ่ายทอดความรู้ในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์” ประจำปีการศึกษา 2566 ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี โดยมีคุณวรัญญา ทัศวานนท์ Learning Management Manager และคุณอุรชา เสริมสุขเลิศ Academy Assistant เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ โดยเนื้อหาการบรรยายในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดความรู้การใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เช่น ภาพรวมการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ การสร้างกิจการและฐานข้อมูลของกิจการ การออกเอกสารบัญชีต่างๆ การออกงบการเงินและรายงานทางบัญชี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการทำ Workshop เรียนรู้การปฏิบัติงานจริงในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเอกสารรายการค้า รายรับรายจ่าย การออกงบการเงิน เป็นต้น ซึ่งนักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการบรรยายในครั้งนี้ไปต่อยอดพัฒนาการทำงานในอนาคตต่อไปได้

16 ส.ค. 2023

PEAK Account

2 min

PEAK ผู้นำนวัตกรรมบัญชี มุ่งมั่นในการร่วมพัฒนาว่าที่นักบัญชี เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงานในยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา PEAK ได้มีโอกาสร่วมมือกับวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ โดยมีคุณพิมพ์พิชชา ยิ่งรุ่งเรือง Accounting Transformation Specialist เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ การบรรยายนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการจัดการงานบัญชีอย่างมีประสิทธิภาพด้วย PEAK #โปรแกรมบัญชีออนไลน์ โดยนักศึกษาได้มีการทดลองปฏิบัติใช้งานจริง ซึ่งเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์และความเข้าใจในการทำงานด้านบัญชีอย่างแท้จริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อต่อยอดสู่การทำงานในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แวดวงวิชาชีพบัญชีได้ต่อไป

27 ส.ค. 2026

PEAK Account

20 min

รวมไฟล์ PDF เอกสารการเงินอย่างไรให้ส่งงานนักบัญชีง่ายขึ้น

เมื่อใกล้ถึงรอบส่งเอกสารให้สำนักงานบัญชี หลายธุรกิจอาจเจอปัญหาเอกสารกระจัดกระจาย ทั้งใบเสร็จในโทรศัพท์ ใบกำกับภาษีในอีเมล หลักฐานโอนเงินในแชต และรายการเดินบัญชีจากแอปธนาคาร ดังนั้น การ รวมไฟล์ PDF และจัดเอกสารแต่ละประเภทให้เป็นระบบตั้งแต่ต้น จึงช่วยให้ขั้นตอนส่งงานให้นักบัญชีง่ายขึ้น และลดโอกาสที่เอกสารสำคัญจะตกหล่น และยิ่งถ้าใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เอกสารอย่างใบกำกับภาษีและใบเสร็จจะถูกสร้างและจัดเก็บในระบบอัตโนมัติ ลดจำนวนไฟล์ที่ต้องจัดการเอง ปัญหาเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อมีรายการซื้อขายเพิ่มขึ้น เอกสารที่ไม่ได้จัดระบบตั้งแต่ต้นสามารถทำให้การทำบัญชีใช้เวลามากกว่าที่ควร ทั้งฝั่งเจ้าของธุรกิจและนักบัญชี วิธีแก้ไม่ได้อยู่ที่การเก็บเอกสารให้เยอะที่สุด แต่อยู่ที่การจัดเอกสารให้คนรับสามารถเปิดดูแล้วเข้าใจได้ทันทีว่า ไฟล์ไหนเป็นรายรับ ไฟล์ไหนเป็นรายจ่าย เกิดขึ้นเมื่อไร และเกี่ยวข้องกับรายการใด ทำไมการจัดเอกสารก่อนส่งนักบัญชีถึงสำคัญ หน้าที่ของเอกสารทางการเงินไม่ได้จบลงหลังจากจ่ายเงินหรือรับเงินแล้ว เพราะเอกสารหลายประเภทเป็นหลักฐานประกอบธุรกรรมของกิจการ และอาจต้องนำมาใช้บันทึกรายการ ตรวจสอบยอด หรือประกอบการจัดการด้านภาษีในภายหลัง ตัวอย่างเอกสารที่ธุรกิจพบเป็นประจำ ได้แก่ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน เอกสารซื้อขาย รายการเดินบัญชีธนาคาร เอกสารเกี่ยวกับเงินเดือน และเอกสารด้านภาษี ซึ่งแต่ละประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน ถ้าเจ้าของธุรกิจส่งเอกสารทั้งหมดปะปนกัน นักบัญชีจะต้องใช้เวลาแยกว่าเอกสารแต่ละชิ้นเกี่ยวข้องกับรายการใด และอาจต้องย้อนกลับมาสอบถามเพิ่มเติม เช่น ในทางกลับกัน หากเอกสารถูกแบ่งหมวด เรียงตามช่วงเวลา และตั้งชื่ออย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบก็ง่ายขึ้นมาก เจ้าของกิจการเองยังสามารถกลับมาค้นข้อมูลเมื่อมีคำถามเกี่ยวกับรายรับ รายจ่าย หรือรายการย้อนหลังได้สะดวกกว่าเดิม ทางที่ดีกว่าคือลดจำนวนเอกสารที่ต้องจัดการตั้งแต่แรก ถ้าออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จผ่านโปรแกรมบัญชี เอกสารฝั่งรายรับจะถูกบันทึกและจัดเก็บในระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องสแกน ไม่ต้องตั้งชื่อไฟล์เอง  เอกสารการเงินอะไรบ้างที่ควรจัดเตรียม เอกสารของแต่ละกิจการไม่เหมือนกัน ธุรกิจบริการ ร้านค้าออนไลน์ บริษัทที่มีพนักงาน หรือกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ย่อมมีประเภทเอกสารต่างกัน ดังนั้น ก่อนเริ่มจัดไฟล์ควรถามนักบัญชีที่ดูแลกิจการก่อนว่า ในแต่ละเดือนต้องส่งรายการใดบ้าง โดยทั่วไปสามารถเริ่มแบ่งได้เป็นกลุ่มต่อไปนี้ เอกสารรายรับและการขาย เอกสารกลุ่มนี้ช่วยอธิบายว่าเงินที่กิจการได้รับมาจากไหน เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีขาย เอกสารรับชำระเงิน หรือหลักฐานจากช่องทางขายออนไลน์ หากหนึ่งรายการมีเอกสารหลายขั้น เช่น ใบเสนอราคา ตามด้วยใบแจ้งหนี้และหลักฐานรับเงิน ควรจัดเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ใกล้กัน เพื่อให้เห็นเส้นทางของรายการได้ง่าย สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ประมวลรัษฎากรกำหนดหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาเมื่อมีการขายสินค้าหรือให้บริการตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เอกสารรายจ่ายและการซื้อ ฝั่งรายจ่ายมักมีจำนวนเอกสารมากกว่าที่คิด ตั้งแต่ใบเสร็จซื้ออุปกรณ์ ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา ค่าเช่า ไปจนถึงค่าบริการจากคู่ค้าหรือผู้รับจ้าง วิธีที่ช่วยลดความสับสนคือ อย่าเก็บเฉพาะภาพหลักฐานโอนเงิน เพราะหลักฐานการชำระเงินบอกได้เพียงว่ามีเงินออกจากบัญชี แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดของสินค้า บริการ หรือเอกสารประกอบรายการทั้งหมด หากมีใบเสร็จหรือเอกสารจากผู้ขาย ควรจัดให้อยู่คู่กับหลักฐานชำระเงินของรายการนั้น เอกสารธนาคารและหลักฐานการชำระเงิน รายการเดินบัญชีมีประโยชน์ในการตรวจสอบว่าเงินเข้าและเงินออกจริงตรงกับรายการที่บันทึกไว้หรือไม่ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีบัญชีธนาคารหลายบัญชี ควรแยกไฟล์ตามชื่อธนาคารและเดือนให้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น แทนที่จะตั้งชื่อว่า statement.pdf ทุกเดือน อาจใช้รูปแบบอย่าง 2026-07_KBank_Statement.pdf วิธีนี้ทำให้ค้นจากชื่อไฟล์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดดูทีละฉบับ เอกสารเกี่ยวกับภาษีและพนักงาน หากกิจการมีพนักงานหรือมีรายการภาษีหลายประเภท ควรแยกเอกสารเหล่านี้ออกจากใบซื้อและใบขายทั่วไป เพื่อไม่ให้ปะปนกันเมื่อถึงช่วงจัดเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นภาษีประจำปี สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม กฎหมายกำหนดให้ผู้มีหน้าที่ตามมาตรา 87/3 เก็บรักษารายงาน ใบกำกับภาษี สำเนา และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปีตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาหรือวิธีเก็บเอกสารแต่ละประเภทอาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีที่ดูแลกิจการ 5 วิธีจัดเอกสารการเงินก่อนส่งนักบัญชี  เมื่อรู้แล้วว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร ขั้นต่อไปคือสร้างวิธีจัดเก็บที่ทำซ้ำได้ทุกเดือน ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เพียงทุกคนที่เกี่ยวข้องเข้าใจรูปแบบเดียวกันก็ช่วยลดงานตามเอกสารได้มาก 1. สร้างโครงสร้างโฟลเดอร์  เริ่มจากสร้างโฟลเดอร์แยกตามเดือน เช่น 2026-01, 2026-02 วางปีไว้ด้านหน้า โฟลเดอร์จะเรียงตามเวลาอัตโนมัติ  ภายในแต่ละเดือน แบ่งเป็นโฟลเดอร์ย่อยตามประเภท:  01_รายรับ02_รายจ่าย03_ธนาคาร04_ภาษี05_เอกสารอื่น การใส่ตัวเลขนำหน้าช่วยกำหนดลำดับโฟลเดอร์ให้เหมือนเดิมทุกเดือน ไม่ว่าจะเปิดจากคอมพิวเตอร์หรือระบบจัดเก็บบนคลาวด์ ไม่จำเป็นต้องแบ่งหมวดย่อยมากจนเกินไป เพราะถ้ามี 15-20 โฟลเดอร์ในแต่ละเดือน คนใช้งานอาจเสียเวลาตัดสินใจว่าเอกสารควรอยู่ที่ใด เลือกเฉพาะหมวดที่ธุรกิจใช้เป็นประจำจะดูแลง่ายกว่า 2. ตั้งชื่อไฟล์ให้ค้นหาได้  ชื่ออย่าง IMG_4821.jpg หรือ Scan001.pdf ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับเอกสาร หากมีไฟล์ลักษณะนี้หลายร้อยรายการ การค้นย้อนหลังจะกลายเป็นงานที่กินเวลา ลองกำหนดรูปแบบชื่อร่วมกัน เช่น วันที่_ประเภทเอกสาร_ชื่อคู่ค้า_ยอดเงิน ตัวอย่าง 2026-07-05_ใบเสร็จ_ABC-Office_2450.pdf หรือหากไม่ต้องการใส่ยอดเงินก็สามารถใช้เพียงวันที่ ประเภท และชื่อคู่ค้าได้ จุดสำคัญคือใช้มาตรฐานเดียวกันอย่างต่อเนื่อง 3. จัดเอกสารรายการเดียวกันเป็นชุด ลองนึกถึงการซื้อเครื่องพิมพ์หนึ่งครั้ง อาจมีใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ และสลิปโอนเงิน หากไฟล์ทั้งสี่อยู่คนละตำแหน่ง คนตรวจเอกสารจะต้องเสียเวลาจับคู่ใหม่ หากเป็นรายการที่มีเอกสารหลายหน้า การจัดให้เป็นชุดเดียวและเรียงลำดับอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เปิดตรวจง่ายกว่า แต่ควรเก็บต้นฉบับหรือไฟล์ต้นทางที่สำคัญไว้ตามข้อกำหนดด้วย ไม่ควรลบต้นฉบับเพียงเพราะมีสำเนาที่จัดชุดแล้ว และถ้าออกเอกสารผ่านโปรแกรมบัญชี ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จจะเชื่อมกันอัตโนมัติ ไม่ต้องจัดชุดเอง  4. ตรวจความครบถ้วนก่อนส่ง  ก่อนกดส่ง ลองตรวจแบบง่าย ๆ 3 เรื่อง หากพบรายการที่ต้องอธิบาย ควรแนบหมายเหตุสั้น ๆ ไปตั้งแต่แรก เช่น ค่าเดินทางพบลูกค้า หรือเงินคืนจากผู้ขาย แทนที่จะรอให้นักบัญชีถามกลับภายหลัง สำหรับรายการที่ไม่แน่ใจว่าใช้เอกสารอะไรประกอบ ควรถามผู้ดูแลบัญชีโดยตรง ไม่ควรสร้างเอกสารขึ้นมาเองหรือคาดเดาว่าหลักฐานแบบใดใช้ได้ทางภาษี 5. ใช้โครงสร้างเดิมทุกเดือน  ระบบจัดเอกสารที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีซับซ้อน สิ่งสำคัญกว่าคือความสม่ำเสมอ หากเดือนมกราคมใช้ชื่อโฟลเดอร์แบบหนึ่ง เดือนกุมภาพันธ์เปลี่ยนอีกแบบ และเดือนมีนาคมกลับมาใช้รูปแบบใหม่ ทุกคนก็ต้องเรียนรู้ใหม่ตลอดเวลา เมื่อกำหนดโครงสร้างที่ใช้งานได้แล้ว ให้ใช้เป็น Template สำหรับเดือนถัดไป เพียงสร้างสำเนาโฟลเดอร์ เปลี่ยนเดือน แล้วนำเอกสารใหม่เข้าไปจัดเก็บ วิธีนี้ช่วยลดทั้งเวลาจัดไฟล์และโอกาสลืมหมวดสำคัญ ตัวอย่างโครงสร้างโฟลเดอร์ที่นักบัญชีเปิดแล้วเข้าใจได้ทันที สมมติว่าธุรกิจต้องส่งเอกสารของเดือนกรกฎาคม สามารถจัดโครงสร้างได้ประมาณนี้ 2026-07 จากนั้นตั้งชื่อไฟล์ด้านในด้วยมาตรฐานเดียวกัน  ข้อดีของโครงสร้างแบบนี้คือ ผู้ที่ไม่ใช่คนสร้างโฟลเดอร์ก็สามารถเดาได้ว่าเอกสารควรอยู่ตรงไหน นักบัญชีไม่จำเป็นต้องเปิดไฟล์ทั้งหมดเพื่อค้นหารายการ และเจ้าของธุรกิจเองก็สามารถกลับมาดูข้อมูลย้อนหลังได้ง่ายขึ้น หากธุรกิจมีรายการไม่มาก อาจลดจำนวนหมวดลงเหลือเพียงรายรับ รายจ่าย และธนาคารก็เพียงพอ ระบบที่เหมาะสมควรตรงกับปริมาณงานจริง ไม่ใช่ยิ่งซับซ้อนยิ่งดี  ข้อผิดพลาดที่ทำให้ส่งเอกสารแล้วต้องตามแก้ภายหลัง ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เกิดจากวิธีเก็บเอกสารในชีวิตประจำวัน เช่น รอรวบรวมทุกอย่างตอนสิ้นเดือน ดาวน์โหลดไฟล์แล้วไม่เปลี่ยนชื่อ หรือเก็บหลักฐานแต่ละส่วนไว้คนละช่องทาง อีกกรณีคือการส่งไฟล์ขนาดใหญ่เพียงชุดเดียวโดยไม่มีลำดับหรือสารบัญ แม้ดูเหมือนสะดวกตอนส่ง แต่คนรับอาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการค้นเอกสารแต่ละรายการ ทางที่ดีกว่าคือคิดจากมุมของคนเปิดไฟล์ว่า ถ้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนซื้อหรือขาย เขาจะสามารถเข้าใจเอกสารชุดนี้ได้หรือไม่ หากคำตอบคือยังต้องถามเจ้าของธุรกิจหลายครั้ง แสดงว่าอาจต้องเพิ่มข้อมูลในชื่อไฟล์ แบ่งหมวดใหม่ หรือใส่หมายเหตุให้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ ควรสำรองข้อมูลสำคัญอย่างเหมาะสมและกำหนดสิทธิ์เข้าถึง เพราะเอกสารทางการเงินอาจมีข้อมูลธุรกิจ ข้อมูลคู่ค้า หรือข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ควรส่งผ่านช่องทางที่ควบคุมผู้เข้าถึงไม่ได้โดยไม่จำเป็น จัดเอกสารเป็นระบบ ช่วยทั้งเจ้าของธุรกิจและนักบัญชี การจัดเอกสารการเงินอาจไม่ใช่งานที่เจ้าของธุรกิจอยากใช้เวลามากที่สุด แต่การวางระบบให้ดีตั้งแต่ต้นช่วยลดงานซ้ำในระยะยาวได้ เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ ก่อน แบ่งเอกสารตามเดือน แยกรายรับกับรายจ่าย ตั้งชื่อไฟล์ให้รู้ว่าเป็นรายการอะไร และตรวจความครบถ้วนก่อนส่ง เมื่อทำรูปแบบเดิมต่อเนื่องทุกเดือน การจัดการเอกสารจะกลายเป็นขั้นตอนปกติของธุรกิจแทนที่จะเป็นงานก้อนใหญ่ที่ต้องเร่งทำในวันสุดท้าย ที่สำคัญ ระบบที่ดีควรทำให้ทั้งสองฝ่ายทำงานง่ายขึ้น เจ้าของกิจการค้นเอกสารย้อนหลังได้ นักบัญชีได้รับข้อมูลที่เป็นระเบียบ และเมื่อมีรายการที่ต้องตรวจสอบ ทุกคนสามารถกลับไปยังเอกสารต้นทางได้โดยไม่ต้องเริ่มค้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ส่งเอกสารผ่าน PEAK หรือรวมไฟล์ด้วย Canva ถ้าทั้งเจ้าของกิจการและนักบัญชีใช้ PEAK เหมือนกัน ไม่ต้องจัดไฟล์ส่งเลย นักบัญชีเข้าดูเอกสาร รายรับรายจ่าย ภาษี ได้จากระบบเดียวกันแบบ real-time ผ่านฟีเจอร์สำนักงานบัญชีที่เชื่อมข้อมูลกิจการลูกค้าเข้ามาในหน้าจอเดียว แต่ถ้าต้องส่งเอกสารทางการ เช่น แนบ email ส่งจดหมายให้ผู้สอบบัญชี หรือยื่นเอกสารให้หน่วยงานราชการ ใช้ Canva รวมไฟล์ PDF เป็นชุดเดียว จัดหน้าเรียงลำดับ ส่งได้ทันที คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดเอกสารการเงิน ส่งเอกสารให้นักบัญชีต้องเตรียมอะไรบ้าง เอกสารหลักที่ต้องเตรียมทุกเดือน ได้แก่ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน หลักฐานการโอนเงิน และ Statement ธนาคาร ถ้าจด VAT ต้องเตรียมรายงานภาษีซื้อภาษีขายด้วย ถ้ามีพนักงานต้องเพิ่มเอกสารเงินเดือนและประกันสังคม เอกสารการเงินต้องเก็บกี่ปี ตามประมวลรัษฎากร ต้องเก็บอย่างน้อย 5 ปีนับจากวันยื่นแบบ ถ้าสรรพากรสั่งให้เก็บต่อ เก็บได้สูงสุดอีก 2 ปี รวม 7 ปี รวมไฟล์ PDF หลายไฟล์เป็นไฟล์เดียวทำยังไง ใช้เครื่องมือออนไลน์ เช่น Canva อัปโหลดไฟล์ที่ต้องการ เรียงลำดับ แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF ไฟล์เดียว ทำได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม ตั้งชื่อไฟล์เอกสารการเงินยังไงดี ใช้รูปแบบ “วันที่_ประเภท_รายละเอียด” เช่น 20260701_ใบเสร็จ_บริษัทABC วางวันที่ไว้ด้านหน้า ไฟล์จะเรียงตามเวลาอัตโนมัติ ค้นหาย้อนหลังง่าย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 มิ.ย. 2025

PEAK Account

3 min

พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง PEAK และสมาคมสำนักงานบัญชีไทย

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสมาคมสำนักงานบัญชีไทย (TAFA) เพื่อร่วมกันยกระดับสำนักงานบัญชีไทยเข้าสู่การใช้เทคโนโลยี Cloud Accounting อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพบัญชีไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ และนักบัญชี ผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ PEAK ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของสำนักงานบัญชีในการเป็นกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจไทย และมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานด้านเทคโนโลยีบัญชีให้กับผู้ประกอบการ และนักบัญชีไทย การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาวิชาชีพบัญชีให้ทันสมัย และเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวในยุคดิจิทัล

25 มี.ค. 2025

PEAK Account

2 min

พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง PEAK และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท พี ยู ยู เอ็น อินเทลลิเจนท์ จำกัด ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) อย่างเป็นทางการ ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีทางบัญชีแก่นักเรียนนักศึกษาสายอาชีวะ โดยมุ่งหวังให้เยาวชนไทยมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล ตลอดจนยกระดับคุณภาพของบุคลากรทางวิชาชีพบัญชีให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ PEAK รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานทางวิชาชีพบัญชีให้แก่นักเรียนนักศึกษาสายอาชีวะ โดยจะมีการสนับสนุนทั้งด้านความรู้ เครื่องมือ และนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้นักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาต่อ และการทำงานจริงในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนนักศึกษา และบุคลากรด้านบัญชีสามารถปรับตัว และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล

8 ต.ค. 2024

PEAK Account

3 min

พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง PEAK และภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาฯ

เมื่อวันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท พี ยู ยู เอ็น อินเทลลิเจนท์ จำกัด ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีดิจิทัล (Bachelor of Engineering in Computer Engineering and Digital Technology) การลงนามในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กรอบแนวทางการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือเชิงลึกระหว่างภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ และทักษะตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีดิจิทัล พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คุณภีม เพชรเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี ยู ยู เอ็น อินเทลลิเจนท์ จำกัด เป็นผู้แทนร่วมลงนาม นอกจากนี้ยังมี ผศ.ดร.อรรถวิทย์ สุดแสง หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ คุณสุทัศน์พันธุ์ วินทุพราหมณกุล ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมลงนามเป็นพยาน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมในพิธีลงนาม ได้แก่ ผศ.ดร.เนื่องวงศ์ ทวยเจริญ อาจารย์ประจำหลักสูตร, คุณกฤษฎา หงสสุรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศอัจฉริยะเชิงธุรกิจ และ คุณภาคภูมิ ติลกวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีทักษะรอบด้าน พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน

26 ม.ค. 2024

PEAK Account

2 min

Venio มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ให้กับลูกค้า PEAK

ลูกค้า PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รับสิทธิ์ใช้งาน Venio โปรแกรม SalesCRM บริหารทีมขายอย่างมืออาชีพ ดูแลลูกค้าอย่างทั่วถึง เพิ่มยอดขาย เพิ่มฐานลูกค้าอย่างยั่งยืน ฟรี 30 วัน! พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 10%  Venio โปรแกรม Sales CRM สำหรับธุรกิจ B2B พัฒนาบนแนวคิด Customer Centric ช่วยคุณบริหารทีมขาย เก็บข้อมูล และดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง เห็นภาพรวมของทีมขายและลูกค้า ครอบคลุมยิ่งกว่าระบบ CRM ทั่ว ๆ ไป เพราะ Venio มาพร้อม Sales Assistant เพิ่มประสิทธิภาพในการปิดการขายได้อย่างตรงจุด ใช้งานง่ายผ่านโทรศัพท์มือถือ สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า PEAK รับสิทธิ์ทดลองใช้งาน Venio ฟรี 30 วัน! และรับส่วนลด 10% เมื่อสมัครใช้บริการรายปี ลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 15 เมษายน 2567 เท่านั้น คลิก (ใส่รหัสคูปอง : VenioxPEAK) หรือติดต่อฝ่ายขาย Venio โทร. 02-784-5855 สอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ PEAK Call Center : 1485

21 ม.ค. 2024

PEAK Account

3 min

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ อาวุธสำคัญ สร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจของบริษัทโรบอท เมคเกอร์ จำกัด

จากจุดเริ่มต้นของกิจการที่มีการทำงานบัญชีในระบบออฟไลน์ คุณธรรมสร มีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการโรบอท เมคเกอร์ จำกัด พบว่าการทำบัญชีแบบเดิมยังไม่ตอบโจทย์การทำงานเท่าที่ควร ทำให้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์จนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็พบว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลทำให้ปรับตัวทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ วัดผลการดำเนินงานธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคุณธรรมสรได้กล่าวถึงแนวคิดในการปรับเปลี่ยนดังกล่าวว่า “สิ่งที่ผมพูดกับทีมเสมอว่าสิ่งใดที่วัดผลได้ เราก็จะพัฒนาได้ เมื่อเราสามารถวัดผลการดำเนินงานของธุรกิจ ก็คือ กำไร ขาดทุน ยอดขาย ได้แบบเรียลไทม์ในทุกๆ วัน ทำให้ในการแข่งขัน เรามีอาวุธที่เหนือกว่าคนอื่น สมัยก่อน การทำธุรกิจ เราต้องใช้เวลา 1 ปี ถึงจะรู้ว่าสิ่งที่ทำมาตลอดทั้งปีนั้นดีหรือไม่ดี แต่ตอนนี้เราสามารถรู้ได้ทุกวัน และสามารถนำผลประกอบการไปพัฒนาการทำงานได้อีกด้วย”  PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตอบโจทย์งานบัญชีอย่างรอบด้าน  เมื่อได้เริ่มต้นใช้งานโปรแกรม PEAK คุณธรรมสรก็มีความประทับใจตั้งแต่หน้า UI ที่มีความสวยงาม ใช้งานง่าย  ตอบโจทย์การทำงานรอบด้าน ซึ่งทาง AUTOBOT ใช้โปรแกรม PEAK ในการทำงานทุกด้านของบัญชี ไม่ว่าจะเป็นการเปิดใบเสนอราคา การออกใบกำกับภาษี การบันทึกค่าใช้จ่าย การบันทึกต้นทุน แม้กระทั่งการปิดบัญชีประจำปี โดยสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานบัญชีให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป