ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

19 ส.ค. 2026

PEAK Account

18 min

ภาษีบุคคลธรรมดา คำนวณยังไง อัตรา ลดหย่อน วิธียื่น ครบจบ

พนักงานเงินเดือน ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจที่ยังไม่ได้จดบริษัท ล้วนต้องคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น บทความนี้พาคำนวณภาษีทีละขั้น ตั้งแต่เช็คเงินได้ หักค่าลดหย่อน ไล่ตามขั้นบันไดภาษี ไปจนถึงวิธีผ่อนจ่ายภาษีงวดที่ 2 พร้อมตัวอย่างจริง 3 กรณี ให้คุณคำนวณภาษีเองได้ทันที ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือภาษีที่รัฐเก็บจากรายได้ของ “คนทั่วไป” ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท ใครก็ตามที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบและเสียภาษีตามอัตราขั้นบันไดที่กฎหมายกำหนด (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ใครต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คนที่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ต่อไปนี้มีหน้าที่ยื่นแบบภาษี เกณฑ์นี้เป็น “เกณฑ์ยื่นแบบ” ไม่ได้หมายความว่าต้องจ่ายภาษีเสมอ เพราะเมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว อาจไม่ต้องเสียภาษีก็ได้ เงินได้พึงประเมินมีกี่ประเภท กฎหมายแบ่งเงินได้ออกเป็น 8 ประเภท แต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้ต่างกัน ประเภท ตัวอย่างรายได้ หักค่าใช้จ่าย 40(1) เงินเดือน ค่าจ้าง เงินเดือน โบนัส 50% ไม่เกิน 100,000 บาท 40(2) รับจ้างทำงาน ค่าจ้างฟรีแลนซ์ ค่านายหน้า 50% ไม่เกิน 100,000 บาท 40(3) ค่าลิขสิทธิ์ ค่าเขียนหนังสือ ค่าลิขสิทธิ์เพลง 50% ไม่เกิน 100,000 บาท 40(4) ดอกเบี้ย เงินปันผล ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผล ไม่ได้หัก (ดอกเบี้ย) 40(5)-(8) อื่นๆ ค่าเช่า วิชาชีพอิสระ รับเหมา ค้าขาย เหมา 40%-60% หรือตามจริง ถ้ามีรายได้หลายประเภท ให้แยกหักค่าใช้จ่ายตามประเภทแล้วค่อยรวมกัน อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได 2569 หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จะได้ “เงินได้สุทธิ” ซึ่งนำไปคิดภาษีตามอัตราขั้นบันได 8 ขั้น ยิ่งเงินได้สุทธิสูง อัตราภาษีก็ยิ่งสูงขึ้น ตารางอัตราภาษีขั้นบันได เงินได้สุทธิ (บาท/ปี) อัตราภาษี ภาษีสูงสุดในขั้น ภาษีสะสม 0 – 150,000 ยกเว้น 0 0 150,001 – 300,000 5% 7,500 7,500 300,001 – 500,000 10% 20,000 27,500 500,001 – 750,000 15% 37,500 65,000 750,001 – 1,000,000 20% 50,000 115,000 1,000,001 – 2,000,000 25% 250,000 365,000 2,000,001 – 5,000,000 30% 900,000 1,265,000 5,000,001 ขึ้นไป 35% ไม่จำกัด — (ข้อมูลจากกรมสรรพากร อัตรานี้ใช้กับปีภาษี 2569) 📊 [แทรกรูป: Infographic ตารางอัตราภาษีขั้นบันได (optional — มีหรือไม่มีก็ได้)] เนื้อหาภาษาไทย พื้นหลัง #2c90ed วิธีอ่านตาราง: ภาษีคิดทีละขั้น ไม่ใช่เหมาทั้งก้อน เช่น คนที่มีเงินได้สุทธิ 500,000 บาท ไม่ได้เสียภาษี 10% ทั้ง 500,000 แต่คิดแบบนี้ ขั้น เงินได้ อัตรา ภาษี 0 – 150,000 150,000 ยกเว้น 0 150,001 – 300,000 150,000 5% 7,500 300,001 – 500,000 200,000 10% 20,000 รวม 500,000 27,500 บาท ค่าลดหย่อนภาษี 2569 มีอะไรบ้าง ค่าลดหย่อน คือสิทธิที่กฎหมายให้นำไปหักจากเงินได้ก่อนคำนวณภาษี ยิ่งใช้สิทธิมาก เงินได้สุทธิยิ่งต่ำ ภาษียิ่งน้อยลง ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว รายการ จำนวน (บาท) ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 คู่สมรส (ไม่มีรายได้) 60,000 บุตร (คนละ) 30,000 บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป (เกิดตั้งแต่ปี 2561) 60,000 อุปการะบิดามารดา (คนละ) 30,000 อุปการะคนพิการ/ทุพพลภาพ (คนละ) 60,000 ค่าลดหย่อนประกันและการลงทุน รายการ ลดหย่อนสูงสุด (บาท) ประกันสังคม ตามที่จ่ายจริง (สูงสุด 9,000) ประกันชีวิตทั่วไป 100,000 ประกันสุขภาพ 25,000 (รวมประกันชีวิตไม่เกิน 100,000) ประกันชีวิตแบบบำนาญ 200,000 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) 15% ของเงินเดือน ไม่เกิน 500,000 กองทุน SSF 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 กองทุน RMF 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 กองทุน ThaiESG ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 300,000 หมายเหตุ: กองทุนเพื่อการเกษียณ (PVD + SSF + RMF + ประกันบำนาญ + กบข.) รวมกันลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท ค่าลดหย่อนอื่นๆ รายการ ลดหย่อนสูงสุด (บาท) ดอกเบี้ยบ้าน 100,000 เงินบริจาคทั่วไป ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหัก เงินบริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา 2 เท่าของที่จ่ายจริง ไม่เกิน 10% (ข้อมูลจากกรมสรรพากร ปีภาษี 2569 — ตรวจสอบสิทธิลดหย่อนเพิ่มเติมตามมาตรการรัฐแต่ละปี) วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทีละขั้นตอน สูตรหลักมี 3 ขั้นตอน ตัวอย่างที่ 1: พนักงานเงินเดือน นายสมชาย (ชื่อสมมุติ) เป็นพนักงานบริษัท เงินเดือน 40,000 บาท มีประกันสังคม จ่ายประกันชีวิต 50,000 บาท/ปี และซื้อ SSF 50,000 บาท ขั้นที่ 1 — คำนวณเงินได้สุทธิ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน เงินเดือนทั้งปี 40,000 × 12 480,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 40(1) 50% ไม่เกิน 100,000 -100,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว -60,000 บาท หักประกันสังคม 750 × 12 -9,000 บาท หักประกันชีวิต -50,000 บาท หัก SSF -50,000 บาท เงินได้สุทธิ 211,000 บาท ขั้นที่ 2 — คำนวณภาษีตามขั้นบันได ขั้น เงินได้ อัตรา ภาษี 0 – 150,000 150,000 ยกเว้น 0 150,001 – 211,000 61,000 5% 3,050 รวมภาษี 3,050 บาท ขั้นที่ 3 — ภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม/ขอคืน รายการ จำนวนเงิน ภาษีที่คำนวณได้ 3,050 บาท ภาษีที่นายจ้างหัก ณ ที่จ่ายแล้ว -3,050 บาท จ่ายเพิ่ม/ขอคืน 0 บาท นายสมชายไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพราะนายจ้างหักภาษีไว้ถูกต้องแล้ว ตัวอย่างที่ 2: ฟรีแลนซ์รับจ้างอิสระ นางสาวมินตรา (ชื่อสมมุติ) เป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ฟรีแลนซ์ มีรายได้จากการรับจ้างออกแบบ (เงินได้ประเภทที่ 2 คือ ค่าจ้างทำงานที่ไม่ใช่พนักงานประจำ) รวมทั้งปี 800,000 บาท ถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% ทุกครั้งที่รับงาน ขั้นที่ 1 — คำนวณเงินได้สุทธิ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน รายได้ทั้งปี 40(2) 800,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 40(2) 50% ไม่เกิน 100,000 -100,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว -60,000 บาท เงินได้สุทธิ 640,000 บาท ขั้นที่ 2 — คำนวณภาษีตามขั้นบันได ขั้น เงินได้ อัตรา ภาษี 0 – 150,000 150,000 ยกเว้น 0 150,001 – 300,000 150,000 5% 7,500 300,001 – 500,000 200,000 10% 20,000 500,001 – 640,000 140,000 15% 21,000 รวมภาษี 48,500 บาท ขั้นที่ 3 — ภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม/ขอคืน รายการ จำนวนเงิน ภาษีที่คำนวณได้ 48,500 บาท ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% 800,000 × 3% = -24,000 บาท จ่ายเพิ่ม 24,500 บาท มินตราต้องจ่ายภาษีเพิ่ม 24,500 บาท ตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้หลายประเภท) สิ่งที่ช่วยลดภาษีได้อีกคือเพิ่มค่าลดหย่อน เช่น ซื้อ SSF หรือ RMF ตัวอย่างที่ 3: เจ้าของธุรกิจ SME ที่เป็นบุคคลธรรมดา นายวิชัย (ชื่อสมมุติ) เปิดร้านขายสินค้าออนไลน์ ยังไม่ได้จดบริษัท รายได้จากการค้าขาย (เงินได้ประเภทที่ 8 คือ รายได้จากธุรกิจ ค้าขาย ร้านค้า) รวมทั้งปี 1,500,000 บาท จ่ายประกันสังคม (มาตรา 40) ปีละ 3,000 บาท นายวิชัยเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% สำหรับเงินได้ 40(8) ประเภทการค้า ขั้นที่ 1 — คำนวณเงินได้สุทธิ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน รายได้ทั้งปี 40(8) 1,500,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% 1,500,000 × 60% -900,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว -60,000 บาท หักประกันสังคม ม.40 -3,000 บาท เงินได้สุทธิ 537,000 บาท ขั้นที่ 2 — คำนวณภาษีตามขั้นบันได ขั้น เงินได้ อัตรา ภาษี 0 – 150,000 150,000 ยกเว้น 0 150,001 – 300,000 150,000 5% 7,500 300,001 – 500,000 200,000 10% 20,000 500,001 – 537,000 37,000 15% 5,550 รวมภาษี 33,050 บาท นายวิชัยยังสามารถลดภาษีได้อีก ถ้าเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงแทนเหมา (กรณีมีเอกสารค่าใช้จ่ายครบ) หรือพิจารณาจดนิติบุคคลเพื่อใช้อัตราภาษีนิติบุคคลที่อาจประหยัดกว่า การผ่อนจ่ายภาษีงวดที่ 2 คืออะไร หลายคนไม่รู้ว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถ “แบ่งจ่าย 2 งวด” ได้ โดยงวดที่ 2 คือการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 (แบบยื่นภาษีครึ่งปีแรก สำหรับรายได้เดือน ม.ค. – มิ.ย.) ซึ่งเป็นการจ่ายภาษีล่วงหน้า แล้วนำไปหักออกจากภาษีทั้งปีตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ตอนต้นปีถัดไป ใครต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ผู้ที่มีเงินได้ ประเภทที่ 5-8 (ค่าเช่า วิชาชีพอิสระ รับเหมา ค้าขาย) ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. – มิ.ย.) ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกันยายนของปีนั้น พนักงานเงินเดือนที่มีรายได้แค่เงินเดือน (ประเภท 40(1) อย่างเดียว) ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 กำหนดเวลายื่นภาษีบุคคลธรรมดา แบบ ยื่นเมื่อ สำหรับเงินได้ ยื่นออนไลน์ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) ก.ค. – ก.ย. ของปีนั้น ม.ค. – มิ.ย. เฉพาะ 40(5)-(8) ขยายถึง ต.ค. ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) ม.ค. – มี.ค. ปีถัดไป ม.ค. – ธ.ค. ทุกประเภท ขยายถึง เม.ย. ภ.ง.ด.91 (เงินเดือนอย่างเดียว) ม.ค. – มี.ค. ปีถัดไป ม.ค. – ธ.ค. เฉพาะ 40(1) ขยายถึง เม.ย. (ข้อมูลจากกรมสรรพากร — วันขยายเวลายื่นออนไลน์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศแต่ละปี) วิธีคำนวณภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) พร้อมตัวอย่าง สูตรคำนวณเหมือนกับภาษีทั้งปี แต่ใช้เฉพาะรายได้ครึ่งปีแรก สมมุติว่านายวิชัย (จากตัวอย่างที่ 3) มีรายได้จากร้านค้าออนไลน์ครึ่งปีแรก 700,000 บาท คำนวณภาษีครึ่งปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน รายได้ครึ่งปี 40(8) 700,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% 700,000 × 60% -420,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว (ใช้เต็มจำนวน) -60,000 บาท หักประกันสังคม ม.40 (6 เดือน) 3,000 ÷ 2 -1,500 บาท เงินได้สุทธิ 218,500 บาท ขั้น เงินได้ อัตรา ภาษี 0 – 150,000 150,000 ยกเว้น 0 150,001 – 218,500 68,500 5% 3,425 ภาษีครึ่งปี 3,425 บาท นายวิชัยจ่ายภาษี 3,425 บาท ตอนยื่น ภ.ง.ด.94 แล้วตอนสิ้นปียื่น ภ.ง.ด.90 ก็นำ 3,425 บาท ไปหักออกจากภาษีทั้งปี ทำให้ไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ทีเดียว ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออนไลน์ได้อย่างไร การยื่นผ่าน e-Filing ของกรมสรรพากร ทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขั้นตอนมีดังนี้ การยื่นออนไลน์มักได้ขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน ทำให้ไม่ต้องรีบลุ้นวันสุดท้าย สรุป: คำนวณภาษีบุคคลธรรมดา 3 ขั้นตอนจบ ถ้ามีรายได้หลายทาง อย่าลืมยื่น ภ.ง.ด.94 ครึ่งปี จะได้ไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ตอนสิ้นปี จัดการภาษีให้ง่ายขึ้นด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยจัดการรายรับ-รายจ่าย ออกเอกสารหัก ณ ที่จ่าย และสรุปรายงานภาษีให้อัตโนมัติ ลดงานคำนวณภาษีให้ SME และฟรีแลนซ์จัดการได้เองโดยไม่ต้องเป็นนักบัญชี ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา เงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ ต้องยื่นภาษีไหม ถ้ามีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ (เช่น เงินเดือนไม่ถึง 120,000/ปี) กฎหมายไม่บังคับให้ยื่น แต่ถ้าถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ควรยื่นเพื่อขอเงินคืน ฟรีแลนซ์ถูกหัก 3% ไปแล้ว ต้องจ่ายภาษีเพิ่มอีกไหม ขึ้นอยู่กับรายได้ทั้งปี ถ้าคำนวณภาษีจริงแล้วน้อยกว่าที่ถูกหักไป ก็ขอคืนได้ แต่ถ้าภาษีจริงมากกว่า ต้องจ่ายเพิ่ม ยื่นภาษีล่าช้ามีโทษอะไร ยื่นแบบเกินกำหนดต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) SME รายได้เยอะ ควรจดบริษัทดีไหม ถ้าเงินได้สุทธิเกิน 750,000 บาท/ปี (เข้าขั้น 20% ขึ้นไป) ควรพิจารณาจดนิติบุคคล เพราะภาษีนิติบุคคลสูงสุดแค่ 20% และ SME กำไรไม่เกิน 300,000 บาทแรกได้ยกเว้นภาษี นอกจากนี้ ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ด้วย จ่ายภาษีทีเดียวไม่ไหว ผ่อนได้ไหม สำหรับผู้ที่มีรายได้ประเภท 40(5)-(8) สามารถ “แบ่งจ่ายภาษีเป็น 2 งวด” ได้โดยการยื่น ภ.ง.ด.94 ครึ่งปีตามที่อธิบายไว้ข้างต้น ส่วนภาษีที่ยื่นแล้วต้องจ่ายก้อน ปัจจุบันกรมสรรพากรยังไม่มีระบบผ่อนชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นงวดย่อย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

14 ส.ค. 2026

PEAK Account

17 min

ฟรีแลนซ์ ยื่นภาษียังไง สรุปครบ คำนวณภาษี หักค่าใช้จ่าย ลดหย่อน

YouTuber, TikToker, Influencer หรือ Streamer ที่มีรายได้จาก platform ออนไลน์ ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกปี ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะเป็นค่า Ad Revenue, เงิน Sponsorship หรือรายได้จาก Affiliate ล้วนต้องนำมาคำนวณภาษีทั้งหมด บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่ฟรีแลนซ์และ Content Creator ต้องรู้ ตั้งแต่ประเภทเงินได้ วิธีคำนวณภาษี ไปจนถึงขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริงที่ใช้ได้ทันที Content Creator ต้องเสียภาษีไหม? ต้องเสียภาษี ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด กฎหมายไม่ได้ยกเว้นให้ฟรีแลนซ์หรือ Content Creator แม้จะไม่ได้จดทะเบียนบริษัท รายได้ที่ได้รับก็ถือเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ที่ต้องนำมายื่นภาษี รายได้เท่าไรถึงต้องยื่นภาษี เกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบภาษี ขึ้นอยู่กับสถานะและประเภทเงินได้ สถานะ ประเภทเงินได้ เกณฑ์รายได้ต่อปี คนโสด เงินเดือนอย่างเดียว (40(1)) เกิน 120,000 บาท คนโสด รายได้ประเภทอื่น (40(2)-(8)) เกิน 60,000 บาท มีคู่สมรส เงินเดือนอย่างเดียว (40(1)) เกิน 220,000 บาท มีคู่สมรส รายได้ประเภทอื่น (40(2)-(8)) เกิน 120,000 บาท (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) Content Creator ส่วนใหญ่มีรายได้จากหลายทาง จึงจัดเป็นเงินได้ประเภท 40(2) หรือ 40(8) ซึ่งเกณฑ์ต่ำมาก คนโสดแค่มีรายได้เกิน 60,000 บาทต่อปี (เฉลี่ย 5,000 บาทต่อเดือน) ก็ต้องยื่นแบบแล้ว รายได้ Content Creator จัดเป็นเงินได้ประเภทไหน? 40(2) vs 40(8) รายได้ของ Content Creator อาจจัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 (มาตรา 40(2)) หรือประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานและแหล่งรายได้ การจัดประเภทให้ถูกต้องสำคัญมาก เพราะกระทบ “อัตราหักค่าใช้จ่าย” โดยตรง รายได้จาก YouTube, TikTok, Instagram เป็นเงินได้ประเภทไหน รายได้จาก Ad Revenue ที่ platform จ่ายให้โดยตรง (เช่น YouTube AdSense, TikTok Creator Fund) มักถูกตีความเป็น เงินได้ 40(2) คือรายได้จากรับจ้างทำงานให้ โดย Creator สร้าง content แล้ว platform จ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน อย่างไรก็ตาม บาง Creator อาจตีความว่าเป็น 40(8) ได้เช่นกัน หากทำในรูปแบบธุรกิจที่ลงทุนอุปกรณ์และจ้างทีมงาน แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีเพื่อจัดประเภทให้เหมาะกับรูปแบบการทำงานจริง รายได้จาก Sponsorship, Affiliate, ขายสินค้า รายได้ที่ได้รับจากการทำธุรกิจในชื่อตัวเอง เช่น ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือรายได้จาก Affiliate จัดเป็น เงินได้ 40(8) ซึ่งเป็นรายได้จากการประกอบธุรกิจ ส่วนรายได้จาก Sponsorship (แบรนด์จ้างรีวิว) ขึ้นอยู่กับรูปแบบสัญญา ถ้าแบรนด์จ้างทำงานชิ้นเดียว อาจเป็น 40(2) แต่ถ้า Creator รับงานหลายแบรนด์ในเชิงธุรกิจ อาจจัดเป็น 40(8) ได้ สรุปตาราง: ประเภทรายได้ Content Creator แหล่งรายได้ ประเภทเงินได้ หักค่าใช้จ่ายเหมา YouTube AdSense / TikTok Creator Fund 40(2) 50% ไม่เกิน 100,000 บาท แบรนด์จ้างรีวิว (Sponsorship) 40(2) หรือ 40(8) 50% ไม่เกิน 100,000 บาท หรือ 60% ตามประเภทธุรกิจ Affiliate Commission 40(8) 60% หรือตามจริง ขายสินค้าออนไลน์ (Merch, สินค้าตัวเอง) 40(8) 60% หรือตามจริง Donation / Super Chat / สติกเกอร์ 40(8) 60% หรือตามจริง (ข้อมูลจากกรมสรรพากร — อัตราหักค่าใช้จ่ายตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 11) สิ่งสำคัญ: ถ้ามีรายได้หลายประเภทในปีเดียวกัน ต้องแยกคำนวณค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้แต่ละตัว ไม่ใช่รวมทั้งหมดแล้วหักทีเดียว วิธีคำนวณภาษีเงินได้สำหรับ Content Creator ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณจาก “เงินได้สุทธิ” ซึ่งก็คือรายได้ทั้งปีหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จากนั้นนำไปเทียบกับอัตราภาษีแบบขั้นบันได เงินได้สุทธิ (บาท/ปี) อัตราภาษี 0 – 150,000 ยกเว้น 150,001 – 300,000 5% 300,001 – 500,000 10% 500,001 – 750,000 15% 750,001 – 1,000,000 20% 1,000,001 – 2,000,000 25% 2,000,001 – 5,000,000 30% 5,000,001 ขึ้นไป 35% ตัวอย่าง: YouTuber รายได้ 50,000 บาทต่อเดือน สมมุติ Content Creator (ชื่อสมมุติ) มีรายได้จาก YouTube AdSense เดือนละ 50,000 บาท จัดเป็นเงินได้ 40(2) ทั้งหมด ขั้นที่ 1 — คำนวณเงินได้สุทธิ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน รายได้ทั้งปี 50,000 × 12 เดือน 600,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 40(2) 50% ไม่เกิน 100,000 100,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว — 60,000 บาท หักประกันสังคม (สมมุติ) — 9,000 บาท เงินได้สุทธิ 600,000 – 100,000 – 60,000 – 9,000 431,000 บาท ขั้นที่ 2 — คำนวณภาษีตามขั้นบันได ขั้นเงินได้สุทธิ คำนวณ ภาษี 0 – 150,000 ยกเว้น 0 บาท 150,001 – 300,000 150,000 × 5% 7,500 บาท 300,001 – 431,000 131,000 × 10% 13,100 บาท รวมภาษีทั้งปี 20,600 บาท Creator คนนี้มีรายได้ปีละ 600,000 บาท เสียภาษีประมาณ 20,600 บาท คิดเป็นราว 3.4% ของรายได้ ถ้ามีค่าลดหย่อนเพิ่มเติม (เช่น ประกันชีวิต, กองทุน SSF/RMF) ภาษีจะลดลงอีก หักค่าใช้จ่ายจริง vs เหมาจ่าย อะไรคุ้มกว่า ค่าใช้จ่ายเหมา 40(2) หักได้แค่ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งถ้ารายได้สูง จำนวนที่หักได้อาจน้อยกว่าค่าใช้จ่ายจริง Creator ที่ลงทุนซื้อกล้อง คอมพิวเตอร์ ไมค์ ค่าเช่าสตูดิโอ หรือจ้างตัดต่อ อาจได้ประโยชน์จากการหักค่าใช้จ่ายตามจริงมากกว่า แต่ต้องเก็บหลักฐานทุกรายการ ทั้งใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และบันทึกรายจ่ายให้ครบถ้วน หัก ณ ที่จ่ายที่ Content Creator ต้องรู้ เมื่อ Creator ทำงานกับแบรนด์หรือ Agency ผู้จ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายเงินให้ โดยอัตราที่พบบ่อยคือ ประเภทงาน อัตราหัก ณ ที่จ่าย ตัวอย่าง รับจ้างรีวิวสินค้า (40(2)) 3% จ้างรีวิว 30,000 บาท หัก 900 บาท รับจริง 29,100 บาท จ้างผ่าน Agency (นิติบุคคล) 3% หรือ 5% ขึ้นกับสัญญา ขึ้นอยู่กับว่า Creator ทำสัญญากับ Agency รูปแบบไหน ข้อสำคัญ: เงินที่ถูกหักไปไม่ได้หายไป ผู้จ้างจะออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ เก็บไว้เป็นหลักฐานตอนยื่นภาษีเพื่อนำมาเครดิตภาษีคืนได้ ถ้าภาษีที่ถูกหักไว้มากกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง ก็ขอคืนได้ วิธียื่นภาษีออนไลน์สำหรับ Content Creator Content Creator ที่มีรายได้หลายประเภท ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้หลายประเภท) ไม่ใช่ ภ.ง.ด.91 ที่ใช้สำหรับคนมีเงินเดือนอย่างเดียว ขั้นตอนยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร มีดังนี้ กำหนดยื่น ภ.ง.ด.90 คือภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป แต่ถ้ายื่นผ่าน e-Filing มักได้ขยายเวลาเพิ่มประมาณ 8 วัน (ตรวจสอบกำหนดแต่ละปีที่ efiling.rd.go.th) ค่าลดหย่อนที่ Content Creator ใช้ได้ ค่าลดหย่อนช่วยลดเงินได้สุทธิก่อนคำนวณภาษี ยิ่งลดหย่อนมาก ภาษีที่ต้องจ่ายก็ยิ่งน้อยลง ค่าลดหย่อนที่ Creator ใช้ได้บ่อยที่สุดคือ หมายเหตุ: SSF + RMF + กองทุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรวมกันต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี รายละเอียดเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรก่อนยื่น เอกสารที่ต้องเตรียมและวิธีจัดการรายได้จาก platform Creator ที่ไม่เคยจัดระบบเอกสารมาก่อน มักลำบากตอนยื่นภาษี เอกสารที่ควรเตรียมไว้ตลอดปี ได้แก่ เคล็ดลับ: สร้างโฟลเดอร์แยกตามเดือน เก็บทั้งไฟล์ดิจิทัลและภาพถ่ายเอกสาร ตอนปลายปีจะได้ไม่ต้องไล่หาย้อนหลัง หรือใช้โปรแกรมบัญชีช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระบบตั้งแต่ต้น เมื่อไรต้องจด VAT และเมื่อไรควรเปิดนิติบุคคล ถ้ารายได้จากธุรกิจ Content Creator ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งต้องเก็บ VAT 7% จากลูกค้า ออกใบกำกับภาษี และยื่นแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ทุกเดือน (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) สำหรับ Creator ที่รายได้โตเร็ว การเปิดบริษัทจำกัด (นิติบุคคล) อาจช่วยประหยัดภาษีได้ เพราะ ข้อแนะนำคือ เมื่อรายได้เริ่มถึง 1 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป ลองปรึกษานักบัญชีเพื่อเปรียบเทียบว่าการเปิดนิติบุคคลคุ้มกว่าการเป็นบุคคลธรรมดาหรือไม่ สรุป: Content Creator เสียภาษียังไงไม่ให้โดนย้อนหลัง สิ่งที่ต้องทำเพื่อจัดการภาษีให้เรียบร้อย จัดการบัญชีให้เป็นระบบตั้งแต่วันนี้ด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ Content Creator และฟรีแลนซ์บันทึกรายรับ-รายจ่าย ออกเอกสารทางบัญชี และเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นภาษีได้ง่ายขึ้น ทั้งหมดอยู่บนระบบ Cloud ใช้งานได้ทุกที่ ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษี Content Creator Content Creator ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 หรือ 91? ต้องยื่นแบบ 90 ตามที่อธิบายในหัวข้อ “วิธียื่นภาษีออนไลน์” ด้านบน เพราะรายได้จากการทำ Content ไม่ใช่เงินเดือนจากนายจ้างรายเดียว แบบ 91 ใช้เฉพาะคนที่มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว (เงินได้ 40(1)) เท่านั้น รายได้จากต่างประเทศ เช่น YouTube หรือ TikTok ต้องเสียภาษีไทยไหม? ต้องเสียภาษี ถ้าเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (อาศัยอยู่ในไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น) รายได้ที่ได้รับจาก Google หรือ TikTok แม้จะเป็นบริษัทต่างประเทศ แต่ถ้านำเงินเข้ามาในไทยในปีเดียวกับที่ได้รับ ต้องนำมายื่นภาษีด้วย ถ้าไม่เคยยื่นภาษีมาก่อน ทำยังไง? สามารถยื่นภาษีย้อนหลังได้ โดยติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือยื่นผ่านระบบ e-Filing ย้อนหลังได้บางปี การยื่นย้อนหลังด้วยตัวเองดีกว่าถูกเรียกตรวจสอบ เพราะถ้าถูกเรียกอาจมีค่าปรับและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น เงินได้ 40(2) ยื่นแบบอะไร? ยื่นแบบ 90 เช่นเดียวกับ Content Creator ทั่วไป เพราะเงินได้ 40(2) คือรายได้จากรับจ้างทำงานที่ไม่ใช่เงินเดือนประจำ ไม่เข้าเงื่อนไขของแบบ 91 ที่ใช้เฉพาะเงินเดือนอย่างเดียว ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 ก.ค. 2026

PEAK Account

11 min

รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี สรุปเกณฑ์ขั้นต่ำและวิธีคำนวณ

ทุกต้นปีคำถามยอดฮิตคือ “รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี” บทความนี้ตอบให้ชัดว่าเกณฑ์ไหนต้องยื่นแบบ เกณฑ์ไหนต้องจ่ายจริง พร้อมตัวอย่างจากเงินเดือน 3 ระดับ รายได้เท่าไหร่ถึงต้อง “ยื่นภาษี” (เกณฑ์ขั้นต่ำ) กรมสรรพากรกำหนดเกณฑ์ว่ารายได้ถึงเท่าไหร่ต้องยื่นแบบแสดงรายการ แม้ไม่มีภาษีต้องชำระก็ตาม ดังนี้ (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) สถานะ ประเภทเงินได้ เกณฑ์รายได้ต่อปี คนโสด เงินเดือนอย่างเดียว (ม.40(1)) 120,000 บาท คนโสด รายได้ประเภทอื่น (ม.40(2)-(8)) 60,000 บาท สมรส (คู่สมรสไม่มีรายได้) เงินเดือนอย่างเดียว 220,000 บาท สมรส (คู่สมรสไม่มีรายได้) รายได้ประเภทอื่น 120,000 บาท ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ในตารางนี้ ต้องยื่นแบบทุกกรณี ไม่ว่าจะมีภาษีต้องชำระหรือไม่ เกณฑ์สำหรับคนมีเงินเดือนอย่างเดียว พนักงานที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงทางเดียว ต้องยื่น ภ.ง.ด.91 เมื่อรายได้รวมถึงเกณฑ์ในตาราง คิดเป็นเดือนละประมาณ 10,000 บาท เกณฑ์สำหรับคนมีรายได้หลายทาง คนที่มีรายได้หลายแหล่ง เช่น งานฟรีแลนซ์ ค่าเช่า หรือธุรกิจส่วนตัว มีเกณฑ์ยื่นต่ำกว่ากลุ่มแรก ยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 “ยื่นภาษี” กับ “เสียภาษี” ต่างกันอย่างไร หลายคนเข้าใจผิดว่า “ยื่นภาษี” แปลว่าต้อง “จ่ายภาษี” ทันที แต่ทั้งสองอย่างเป็นคนละเรื่อง การยื่นภาษี คือ การแจ้งสรรพากรว่ามีรายได้อะไร จำนวนเท่าไหร่ ทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่น แม้ไม่ต้องจ่ายก็ตาม การเสียภาษี เกิดขึ้นเมื่อรายได้หลังหัก expense และลดหย่อนเกิน 150,000 บาท จึงเริ่มมีภาษีต้องชำระ ตัวอย่างเช่น คนเงินเดือน 15,000 บาท มีรายได้รวมปีละ 180,000 บาท ต้อง “ยื่นแบบ” เพราะเกินเกณฑ์ แต่หักรายจ่ายและลดหย่อนแล้วอาจไม่ต้อง “จ่ายภาษี” เลย อัตราภาษีขั้นบันไดคำนวณอย่างไร เมื่อได้ยอดรายได้หลังหักรายจ่ายและลดหย่อนแล้ว ให้เทียบกับตารางอัตราภาษี (อ้างอิงกรมสรรพากร) เงินได้สุทธิต่อปี (บาท) อัตราภาษี ภาษีสูงสุดของขั้นนี้ 0 – 150,000 ยกเว้น 0 บาท 150,001 – 300,000 5% 7,500 บาท 300,001 – 500,000 10% 20,000 บาท 500,001 – 750,000 15% 37,500 บาท 750,001 – 1,000,000 20% 50,000 บาท 1,000,001 – 2,000,000 25% 250,000 บาท 2,000,001 – 5,000,000 30% 900,000 บาท 5,000,001 ขึ้นไป 35% — สูตรหายอดที่ต้องนำมาเทียบตาราง: รายได้รวมทั้งปี − ค่าใช้จ่าย − ลดหย่อน = ยอดที่ต้องนำไปคำนวณภาษี สำหรับพนักงานเงินเดือน หักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของรายได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนลดหย่อนส่วนตัวทุกคนได้ 60,000 เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี ดูตัวอย่างจริง ลองดูตัวอย่าง 3 ระดับจากพนักงานบริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ใช้สิทธิลดหย่อนส่วนตัวอย่างเดียว ตัวอย่าง: เงินเดือน 15,000 บาท รายได้รวม = 15,000 × 12 = 180,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 50% = 90,000 บาท ลดหย่อนส่วนตัว = 60,000 บาท เงินได้สุทธิ = 180,000 − 90,000 − 60,000 = 30,000 บาท ยอด 30,000 บาท อยู่ในขั้นยกเว้น ไม่ต้องจ่ายภาษี แต่ต้องยื่นแบบเพราะรายได้เกินเกณฑ์ตามตาราง ตัวอย่าง: เงินเดือน 25,000 บาท รายได้รวม = 25,000 × 12 = 300,000 บาท ค่าใช้จ่าย (ไม่เกิน 100,000) = 100,000 บาท ลดหย่อนส่วนตัว (เท่าเดิม) สุทธิ = 300,000 − 100,000 − 60,000 = 140,000 บาท ยอด 140,000 บาท ยังอยู่ในขั้นยกเว้น ถ้ามีสิทธิเพิ่ม เช่น ประกันสังคม ก็ยิ่งห่างจากเกณฑ์ ตัวอย่าง: เงินเดือน 40,000 บาท รายได้รวม = 40,000 × 12 = 480,000 บาท ค่าใช้จ่าย (ไม่เกิน 100,000) = 100,000 บาท ลดหย่อนส่วนตัว (เท่าเดิม) สุทธิ = 480,000 − 100,000 − 60,000 = 320,000 บาท ภาษีที่ต้องจ่าย: 150,000 แรก = ยกเว้น 150,001 – 300,000 = 150,000 × 5% = 7,500 บาท 300,001 – 320,000 = 20,000 × 10% = 2,000 บาท รวมภาษี = 9,500 บาท ตัวเลขนี้ยังไม่ได้หักสิทธิอื่น ถ้ามีเงินสมทบประกันสังคม ประกันชีวิต หรือกองทุน SSF/RMF จะช่วยลดลงได้อีก มีค่าลดหย่อนอะไรบ้างที่ช่วยลดภาษี นอกจากสิทธิส่วนตัวที่ทุกคนได้โดยอัตโนมัติ ยังมีสิทธิอื่น ๆ ที่ช่วยให้จ่ายภาษีน้อยลง สิทธิหลัก ๆ ที่คนทำงานใช้บ่อย ได้แก่ แต่ละสิทธิมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ควรตรวจสอบรายละเอียดจากกรมสรรพากรหรือปรึกษานักบัญชีก่อนใช้สิทธิ ผ่อนชำระภาษีได้ไหม ถ้ามีภาษีต้องจ่ายมาก ถ้าคำนวณแล้วมีภาษีตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สรรพากรเปิดให้ผ่อนได้ 3 งวดเท่า ๆ กัน ไม่เสียดอกเบี้ย โดยยื่นแบบ บ.ช.35 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ถ้างวดใดไม่ทันกำหนด จะหมดสิทธิผ่อนและต้องจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดพร้อมเงินเพิ่ม ไม่ยื่นภาษีมีโทษอะไรบ้าง ถ้ามีรายได้ถึงเกณฑ์แต่ไม่ยื่นแบบ จะมีบทลงโทษตามกฎหมาย ดังนี้ (อ้างอิงประมวลรัษฎากร) สรุป: รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ขั้นตอนถัดไปที่ควรทำมีดังนี้ จัดการภาษีง่ายขึ้นด้วย PEAK สำหรับเจ้าของกิจการหรือฟรีแลนซ์ที่มีรายได้หลายทาง PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยจัดการเอกสารรายรับรายจ่ายและออกรายงานภาษีอัตโนมัติ ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสียภาษีบุคคลธรรมดา รายได้จากต่างประเทศต้องเสียภาษีไทยไหม ถ้าอยู่ในไทย 180 วันขึ้นไปในปีภาษี และนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในปีเดียวกัน ต้องนำมารวมคำนวณด้วย สามี-ภรรยายื่นภาษีร่วมกันหรือแยกดีกว่า กรณีจดทะเบียนสมรส เลือกได้ 2 แบบ คือ ยื่นร่วมกันหรือแยกยื่น ส่วนใหญ่การแยกยื่นจะประหยัดกว่า เพราะแต่ละคนจะใช้ขั้นยกเว้น 150,000 บาทแรกแยกกัน ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ต้องยื่นอีกไหม ต้องยื่นครับ การหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นการทยอยจ่ายล่วงหน้าเท่านั้น ถ้าหักไปมากกว่าภาษีที่ต้องชำระจริง สามารถขอคืนได้ ฟรีแลนซ์รายได้ไม่แน่นอนต้องเสียภาษีไหม ฟรีแลนซ์เลือกหักรายจ่ายได้ 2 แบบ คือ ตามจริง (ต้องเก็บหลักฐาน) หรือแบบเหมา จะต้องจ่ายภาษีหรือไม่ขึ้นอยู่กับยอดหลังหักลดหย่อน ยื่นภาษีออนไลน์ e-Filing ทำอย่างไร เข้า efiling.rd.go.th สมัครสมาชิกด้วยบัตรประชาชน เลือกแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ 91 กรอกรายได้และสิทธิลดหย่อน ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ จ่ายผ่าน QR Code ได้ทันที ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

10 ก.ค. 2026

PEAK Account

12 min

ภ.ง.ด.94 คืออะไร ใครต้องยื่น ยื่นเมื่อไหร่ พร้อมวิธีคำนวณภาษีครึ่งปี

ช่วง ก.ค.-ก.ย. ของทุกปี ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีครึ่งปี หลายคนไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์หรือเปล่า คำนวณอย่างไร ลดหย่อนอะไรได้บ้าง บทความนี้ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ ภ.ง.ด.94 พร้อมตัวอย่างคำนวณจากกรณีจริงของ SME ภ.ง.ด.94 คือแบบภาษีอะไร ภ.ง.ด.94 คือแบบฟอร์มที่ใช้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี โดยนำรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรก (1 ม.ค. ถึง 30 มิ.ย.) มาคำนวณและชำระภาษีล่วงหน้า ภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีถือเป็นการจ่ายล่วงหน้า ไม่ได้เป็นภาษีเพิ่ม เมื่อถึงปลายปีให้นำยอดนี้ไปหักออกจากภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90) ได้ ช่วยกระจายภาระให้ไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ทีเดียว นอกจากนี้ การยื่นภาษีครึ่งปียังเป็นจุดเช็คพอยต์ที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ ได้ทบทวนตัวเลขรายรับและค่าใช้จ่ายที่ผ่านมา เห็นภาพรวมก่อนวางแผนภาษีสิ้นปี ใครต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 บ้าง ผู้ที่ต้องยื่นคือบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) ในช่วงครึ่งปีแรก รวมกันตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป (กรณีคนโสด) หรือ 120,000 บาท กรณีสมรส ส่วนคนที่มีเงินเดือนอย่างเดียว ซึ่งเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 เงินได้ 4 ประเภทที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 เงินได้ที่เข้าข่ายต้องยื่น ภ.ง.ด.94 มีเฉพาะ 4 ประเภทนี้เท่านั้น ภ.ง.ด.94 ยื่นเมื่อไหร่ กำหนดยื่นปี 2569 ยื่นแบบกระดาษได้ตั้งแต่ 1 ก.ค. ถึง 30 ก.ย. 2569 ถ้ายื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากร จะได้ขยายเวลาถึงวันที่ 8 ต.ค. 2569 ช่องทาง กำหนดสุดท้าย ยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากร 30 ก.ย. 2569 ยื่นออนไลน์ (e-Filing) 8 ต.ค. 2569 ช่วงรายได้ที่นำมายื่นคือ 1 ม.ค. ถึง 30 มิ.ย. 2569 เท่านั้น ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.94 ต่างกันอย่างไร ภ.ง.ด.94 ยื่นภาษีครึ่งปีแรก ส่วน ภ.ง.ด.90 ยื่นภาษีประจำปีทั้งปี ทั้งสองเป็นคนละรอบกัน ไม่ได้ซ้ำซ้อน รายการ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) ช่วงรายได้ ม.ค. – มิ.ย. ม.ค. – ธ.ค. กำหนดยื่น ก.ค. – ก.ย. ม.ค. – มี.ค. ปีถัดไป เงินได้ที่ยื่น เฉพาะ 40(5)-40(8) ทุกประเภท 40(1)-40(8) ค่าลดหย่อน ใช้ได้เพียงกึ่งหนึ่ง ใช้ได้เต็มจำนวน ภาษีที่จ่าย นำไปเครดิตตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ภาษีประจำปี วิธีคำนวณภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 คำนวณภาษีครึ่งปีโดยนำรายได้ช่วง ม.ค.-มิ.ย. มาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แล้วคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันไดเหมือนภาษีสิ้นปี เงินได้สุทธิ = เงินได้ครึ่งปี − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน จากนั้นนำเงินได้สุทธิมาคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี 0 – 150,000 ยกเว้น 150,001 – 300,000 5% 300,001 – 500,000 10% 500,001 – 750,000 15% 750,001 – 1,000,000 20% ตัวอย่างคำนวณภาษีครึ่งปี สมมุติ นายสมชาย (ชื่อสมมุติ) เป็นที่ปรึกษาธุรกิจอิสระ มีรายได้ครึ่งปีแรก 480,000 บาท เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง 180,000 บาท เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย = 480,000 – 180,000 = 300,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว = 30,000 บาท (กึ่งหนึ่งของ 60,000) เงินได้สุทธิ = 300,000 – 30,000 = 270,000 บาท คำนวณภาษี 150,000 แรก = ยกเว้น 120,000 ถัดไป (ส่วนที่เกิน 150,000) = 120,000 × 5% = 6,000 บาท ภาษีที่ต้องจ่ายครึ่งปี = 6,000 บาท เมื่อสิ้นปี นายสมชายนำยอด 6,000 บาทนี้ไปหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายทั้งปีใน ภ.ง.ด.90 ค่าลดหย่อนที่ใช้กับ ภ.ง.ด.94 มีอะไรบ้าง ค่าลดหย่อนส่วนใหญ่ที่ใช้ได้ใน ภ.ง.ด.94 จะเหลือเพียงกึ่งหนึ่งของจำนวนเต็มปี ตัวอย่างเช่น ค่าลดหย่อน เต็มปี (ภ.ง.ด.90) ครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ส่วนตัว 60,000 บาท 30,000 บาท คู่สมรส (ไม่มีรายได้) 60,000 บาท 30,000 บาท บุตร (คนละ) 30,000 บาท 15,000 บาท บิดามารดา (คนละ) 30,000 บาท 15,000 บาท ประกันชีวิต 10,000 แรก กึ่งหนึ่ง ส่วนเกินตามจริงไม่เกิน 90,000 ตามที่จ่ายจริง ม.ค.-มิ.ย. ดอกเบี้ยบ้าน 10,000 แรก กึ่งหนึ่ง ส่วนเกินตามจริงไม่เกิน 90,000 ตามที่จ่ายจริง ม.ค.-มิ.ย. สำหรับมาตรการลดหย่อนพิเศษอื่น เช่น Easy E-Receipt ที่เคยมีในปีก่อน ให้ตรวจสอบประกาศจากกรมสรรพากรว่าปีภาษี 2569 มีมาตรการใดที่ใช้ได้บ้าง ข้อควรระวัง: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. และกองทุนครู ไม่สามารถนำมาลดหย่อนใน ภ.ง.ด.94 ได้ ต้องใช้ตอนยื่นภาษีสิ้นปีเท่านั้น ยื่น ภ.ง.ด.94 ช่องทางไหนได้บ้าง ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากร ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าระบบ เลือกแบบภาษีครึ่งปี กรอกข้อมูลเงินได้และค่าลดหย่อน แล้วยืนยันการส่งแบบ ถ้าต้องการยื่นกระดาษ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์กรมสรรพากร กรอกข้อมูลแล้วนำไปยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หลังจากยื่นแบบแล้ว สามารถเลือกช่องทางชำระภาษีได้หลายทาง เช่น Internet Banking, บัตรเครดิต, QR Code หรือชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ไม่ยื่น ภ.ง.ด.94 มีโทษอะไร ถ้าเข้าเกณฑ์ต้องยื่นแล้วไม่ยื่น จะเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และถูกคิดเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดยื่น ตัวอย่างเช่น นายสมชายมีภาษีครึ่งปีที่ต้องจ่าย 6,000 บาท แต่ไม่ได้ยื่น เมื่อยื่นภาษีสิ้นปีจะถูกคิดเงินเพิ่มจากยอด 6,000 บาท ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน นับตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป ยิ่งปล่อยนานยิ่งจ่ายเพิ่มมาก แม้จะยื่นภาษีปลายปีทีเดียวก็ได้ แต่ภาษีที่ควรจ่ายตอนครึ่งปีจะถูกคิดเงินเพิ่มย้อนหลัง การยื่นตรงเวลาจึงช่วยประหยัดค่าปรับและกระจายภาระภาษีได้ดีกว่า สรุป ภ.ง.ด.94 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีครึ่งปี สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นมีเพียง 3 อย่าง คือ ข้อมูลรายรับครึ่งปีแรก หลักฐานค่าใช้จ่าย และรายการค่าลดหย่อนที่ใช้ได้ (จำไว้ว่าใช้ได้เพียงกึ่งหนึ่ง) เมื่อเตรียมครบแล้ว คำนวณตามขั้นบันได แล้วยื่นแบบให้ทันกำหนด 30 ก.ย. หรือ 8 ต.ค. ถ้ายื่นออนไลน์ จัดการรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระบบด้วย PEAK ผู้ประกอบการที่ต้องยื่นภาษีครึ่งปี จำเป็นต้องมีข้อมูลรายรับ-รายจ่ายที่ถูกต้องครบถ้วน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่ายอัตโนมัติ ดูสรุปยอดได้ทุกเมื่อ HR สามารถดึงข้อมูลไปออกเอกสารได้ทันที ทำให้เตรียมตัวยื่นภาษีได้ง่ายขึ้น ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ภ.ง.ด.94 มีเงินเดือนอย่างเดียว ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ไหม ไม่ต้อง เงินเดือนเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ไม่อยู่ในเกณฑ์ แต่ถ้ามีรายได้เสริมจากงานที่ปรึกษาหรือรับเหมาด้วย ส่วนรายได้เสริมนั้นต้องนำมาพิจารณา ยื่น ภ.ง.ด.94 แล้ว ต้องยื่นภาษีปลายปีอีกไหม ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 อีกครั้งตอนต้นปีถัดไป โดยนำรายได้ทั้ง 12 เดือนมาคำนวณใหม่ แล้วหักภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีออก ถ้าจ่ายเกินก็ขอคืนได้ จ่ายภาษีครึ่งปีไปแล้ว แต่สิ้นปีคำนวณใหม่แล้วจ่ายเกิน ขอคืนได้ไหม ได้ เมื่อยื่น ภ.ง.ด.90 ตอนสิ้นปี ระบบจะนำภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีมาหักออกอัตโนมัติ ถ้ารายได้ครึ่งปีหลังน้อยกว่าครึ่งปีแรกจนภาษีทั้งปีต่ำกว่ายอดที่จ่ายไปแล้ว สามารถยื่นขอคืนเงินภาษีส่วนต่างจากกรมสรรพากรได้ คำนวณภาษีครึ่งปีแล้วไม่ถึงเกณฑ์ต้องจ่าย จำเป็นต้องยื่นไหม ถ้ามีเงินได้ถึงเกณฑ์ 60,000 บาท ยังคงมีหน้าที่ยื่นแบบ แม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องจ่าย เพราะหน้าที่ยื่นแบบกับการมีภาษีต้องชำระเป็นคนละเรื่องกันถูกต้อง ที่สำคัญคือใช้งานง่าย ใช้เวลาศึกษาไม่นานก็สามารถจัดการระบบบัญชีของธุรกิจให้เป็นระเบียบมากขึ้น เตรียมความพร้อมสู่การเติบโตในอนาคต! ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

21 ธ.ค. 2025

PEAK Account

12 min

ทำธุรกิจโอนเงินเข้าออกบ่อย เป็นไรไหม เงินเข้าออกบัญชีห้ามเกินกี่ครั้ง?

การโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่นอกจากเป็นเรื่องปกติในการใช้ชีวิตประจำวันจนกลายเป็นช่องทางการแลกเปลี่ยนเงินหลักของคนทั่วไป ในแต่ละวันต้องโอนเงินบ่อยครั้ง จึงทำให้หลายท่านอาจเกิดคำถามตามมาว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม และมีผลกระทบอะไรกับเราบ้าง โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจที่มีจำนวนครั้งการโอนหลายครั้งในแต่ละวัน ในบทความนี้เราจะมาไขคำตอบให้คุณกัน โอนเงินเข้าออกบ่อย เป็นไรไหม ตามจริงแล้วการโอนเงินเข้าออกบัญชีบ่อย ๆ ไม่มีความผิดทางกฎหมาย แต่หากจำนวนครั้งการโอนเงินและมูลค่ารวมถึงตามจำนวนที่กรมสรรพากรกำหนด ก็อาจถูกเรียกเพื่อตรวจสอบภาษีได้ นอกจากนี้กรมสรรพากรต้องการตรวจสอบว่าที่มาของเงินนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมไปถึงที่มาของเงิน เพื่อป้องกันการฟอกเงินหรือการได้เงินมาแบบผิดกฎหมาย เช่น การพนัน หรือสแกมเมอร์ ภาษี e-Payment คืออะไร และสรรพากรดูจากอะไรบ้าง ถึงแม้การโอนเงินออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน ทั้งในมุมของบุคคลทั่วไปที่ใช้โอนเงินระหว่างกัน หรือแม้กระทั่งร้านค้าที่รับเงินผ่านการโอน ทำให้ต้องมีกฎหมายภาษี e-Payment ที่กำหนดให้ธนาคารต้องส่งรายงานธุรกรรมของบัญชีที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมตรงตามข้อกำหนดในจำนวนครั้งการโอนเงินหรือจำนวนมูลค่าที่สูงเกินกว่ากำหนด รวมไปถึงพฤติกรรมการโอนเงินที่ผิดปกติเพื่อให้สรรพากรตรวจสอบ โดยมีการกำหนดเกณฑ์ไว้ดังนี้ หากเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ธนาคารจะต้องส่งรายการธุรกรรมของบัญชีดังกล่าวให้กรมสรรพากร ทั้งนี้ในมุมของผู้ประกอบการที่ใช้การโอนเงินในการรับเงิน อาจมีโอกาสที่จำนวนครั้งการโอนหรือมูลค่าการโอนถึงที่กำหนด แต่ก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะหากมีหลักฐานที่มาของเงินชัดเจนก็ไม่มีปัญหาตามมาแน่นอน พฤติกรรมเงินเข้าออกบัญชีที่อาจถูกตรวจสอบ นอกจากจำนวนครั้งการโอนและมูลค่าการโอนเงินของบัญชีแล้ว พฤติกรรมบางรูปแบบอาจเข้าข่ายต้องสงสัยว่ากำลังฟอกเงิน หรือทำผิดกฎหมายได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น พฤติกรรมที่อาจถูกปรับเพิ่มภายหลังการตรวจสอบ ในส่วนของพฤติกรรมที่เมื่อถูกตรวจสอบแล้ว อาจถูกปรับเงินเพิ่มจากกรมสรรพากรมีดังนี้ อย่างไรก็ตามหากเราสามารถตอบคำถามหรือมีเอกสารยืนยันความบริสุทธิ์ครบถ้วน ถูกต้องก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด ดังนั้นจากคำถามที่ว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม คำตอบคือ ไม่มีความผิด ถ้าสามารถยืนยันที่มาของเงินได้นั่นเอง หากถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบ ต้องเตรียมอะไรบ้าง สำหรับกิจการที่บัญชีเข้าข่ายถูกตรวจสอบ ไม่ต้องกังวลไป สิ่งที่ต้องทำคือ เตรียมเอกสาร และเตรียมตอบคำถามที่กรมสรรพากรอาจถามเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่และควรเตรียมตัวไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันเอกสารตกหล่นจนมีปัญหาตามมาได้ 1. คำถามที่ต้องสามารถตอบได้ อันดับแรกคำถามที่ต้องตอบได้คือ “ที่มาของเงิน” ซึ่งแน่นอนว่าหากเราทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่ต้องกังวลในข้อนี้แต่อย่างใด ควรเตรียมคำถามตอบประกอบกับหลักฐานอย่างชัดเจน 2. เอกสารที่ต้องเตรียม ในความเป็นจริงแล้วพฤติกรรมการโอนเงินเข้าออกบ่อยไม่ผิดกฎหมาย แต่สรรพากรจะตรวจสอบว่า “ที่มาของเงิน” ถูกต้องหรือไม่ จึงต้องมีการเรียกตรวจสอบนั่นเอง โอนเงินเข้าออกบ่อย เสียภาษีไหม สรุปคือ การโอนเงินเข้าออกบัญชีบ่อยไม่ผิดกฎหมาย และไม่ได้แปลว่าจะต้องเสียภาษีเพิ่มทันที แต่หากเป็น “รายได้” ก็ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตามประเภทเงินได้ และต้องสามารถอธิบายที่มาของเงินได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากภาษีเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่เป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีที่จะต้องเสียในแต่ละปีได้ ซึ่งเงินภาษีที่เสียไปของเรานับเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานและการบริการสาธารณะ  อย่างไรก็ตามเราสามารถลดหย่อนภาษีที่ต้องจ่ายอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้เสียภาษีน้อยลงได้ด้วยวิธีการ ดังนี้ สำหรับบุคคลธรรมดา สำหรับนิติบุคคล (SME) สิ่งที่ไม่ควรทำ ซ่อนรายได้: การไม่รายงานรายได้ทั้งหมด มีความผิดทางกฎหมาย สำหรับคำถามที่ว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม สรุปได้ว่า “ไม่มีความผิด” แต่หากเข้าข่ายข้อกำหนดของภาษี e-Payment อาจถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากร ดังนั้นการโอนเงินอย่างมีระเบียบและวางแผนอย่างรอบคอบจะสามารถช่วยลดค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็นและลดปัญหาด้านต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้การรู้จักการจัดการธุรกรรมของตนเองจะช่วยให้คุณสามารถปกป้องทรัพย์สินของตัวเองให้ปลอดภัยได้อีกด้วยสำหรับท่านไหนที่มีความกังวลด้านภาษี ยังไม่เข้าใจข้อกำหนดในหลายส่วนทั้งในมุมการเสียภาษีบุคคลธรรมดา และของกิจการ สามารถติดตามบทความจาก PEAK เพื่อให้พลาดทุกความรู้ดี ๆ ที่เรามีมาแนะนำ ตั้งแต่การจัดการด้านบัญชีของธุรกิจไปจนถึงการบริหารจัดการภาษีให้ถูกต้องอีกด้วย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

6 มี.ค. 2025

PEAK Account

14 min

เช็กด่วน! รายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาตรงกับรายได้จริงไหม

เรียกได้ว่ามาถึงครึ่งทางแล้วสำหรับเทศกาลยื่นภาษีของบุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากปี 2567 หรือที่เรียกกันว่า “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” ซึ่งถูกกำหนดให้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 เพื่อเสียภาษีให้เสร็จภายใน 31 มีนาคม 68 แต่ถ้าใครยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตเวลาสิ้นสุดจะขยายจนถึง 8 เมษายน 68 ขณะที่หลายคนยื่นแบบภาษีผ่านไปได้ราบรื่น ไม่มีปัญหา แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่พบปัญหาว่า รายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดา ของกรมสรรพากรนั้นไม่เท่ากับรายได้ที่ตนเองได้รับจริงหรือจดบันทึกไว้ เช่น ระบบแสดงรายได้มาก หรือต่ำกว่าความเป็นจริง แบบนี้คงจะเริ่มปวดหัว ต้องสาเหตุเกิดจากอะไร และต้องทำอย่างไรต่อ ซึ่งเราจะมาหาคำตอบกันในบทความนี้ ตรวจสอบรายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมมดา ผ่านระบบ D-MyTax (Digital MyTax) บางคนอาจยังไม่ทราบว่ากรมสรรพากรมีระบบที่สามารถดึงข้อมูลรายได้เราจากทุกๆ แหล่งที่เราเคยโดนหัก ณ ที่จ่ายไว้หรือมีคนนำส่งข้อมูลไว้ ซึ่งจะนำมาแสดงในระบบใหม่ของกรมสรรพากรที่ชื่อว่า ‘D-MyTax’ หรือ Digital MyTax เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพมากขึ้น ขอแสดงตัวอย่างการเข้าไปดูข้อมูลรายได้ในระบบดังกล่าว ซึ่งสามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้ 1. เข้าสู่ระบบกรมสรรพากรเพื่อยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2. เลือกยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 3. หลังจากนั้นระบบจะแสดงหน้าต่างขึ้นมาให้เลือกว่าการยื่นแบบจะ ‘ใช้ข้อมูลที่กรมสรรพากรได้รับ’ หรือจะ ‘กรอกข้อมูลด้วยตนเอง’ ให้เลือก ‘ใช้ข้อมูลที่กรมสรรพากรได้รับ’ เพื่อดูว่าระบบสรรพากรมีข้อมูลรายได้อะไรของเราบ้าง 4. สิ่งที่เราจะเจออันดับแรกยังไม่ใช่ข้อมูล ‘รายได้’ แต่เป็นข้อมูล ‘ค่าลดหย่อน’ ต่างๆ ที่สรรพากรได้รับข้อมูลมาเช่นกัน บางครั้งเราลืมว่ามีสิทธิ์ลดหย่อนส่วนนี้ เช่น ค่าเบี้ยประกันชีวิต หรือค่าใช้จ่ายในโครงการ Easy E-Receipt ที่จำไม่ได้ว่าต้นปีที่แล้วจ่ายอะไรไปบ้าง ระบบก็จะแสดงข้อมูลต่างๆออกมาให้ แม้ข้อมูล ‘ค่าลดหย่อน’ จะไม่ได้เกี่ยวกับบทความนี้ แต่ก็เป็นเรื่องดีๆ ที่ผู้อ่านควรรู้  5. เลื่อนลงมาเรื่อยๆ จะเจอไฮไลท์ของบทความนี้แล้วก็คือ ข้อมูล ‘รายได้’ ซึ่งจะแสดงเป็นส่วนๆ  เช่น รายได้เงินเดือน, รายได้จากทรัพย์สิน/การทำธุรกิจ/อาชีพอิสระ เป็นต้น ซึ่งการแสดงข้อมูลในส่วนนี้จะบอกรายละเอียดของรายได้ เช่น วิธีตรวจสอบรายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมมดาตรงกับรายได้จริงของเราไหม? ถึงตอนนี้แล้วคิดว่าทุกคนคงเห็นภาพมากขึ้นว่าระบบแสดงข้อมูลรายได้เราอย่างไรบ้าง สิ่งที่เราจะทำได้ต่อจากนี้ คือ การตรวจสอบว่ารายได้ที่แสดงในระบบครบถ้วน ถูกต้องหรือไม่ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น เราสามารถตรวจสอบโดยใช้หลายวิธีรวมกันได้ ส่วนตัวของผู้เขียนจะทำบันทึกจดรายได้พร้อมบันทึกวันรับเงินและเก็บเอกสารหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายเพื่อเป็นหลักฐานการรับเงินในแต่ละครั้ง หลังจากตรวจสอบแล้ว ถ้าข้อมูลรายได้ที่เรามีและในระบบสรรพากรตรงกันเป๊ะ แบบนี้เรียกว่า ‘ราบรื่น’ ได้เลย แต่ถ้าข้อมูลไม่ตรงกันไม่ว่าจะมากกว่าหรือน้อยกว่า เราสามารถเตรียมรับมือได้ ดังนี้ กรณีข้อมูลรายได้จริง ‘มากกว่า’ รายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมมดา 1. รายได้ที่ผู้จ่ายเงินไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น รายได้จากการขายสินค้า หรือรายได้จากการให้บริการแก่บุคคล ซึ่งปกติจะไม่มีการหักภาษี ณ ที่ จ่ายระหว่างกัน ในระบบฯ จึงไม่แสดงข้อมูลนี้ แก้ไข: เก็บข้อมูลรายได้ทั้งหมด และยื่นรายได้ให้ครบถ้วน 2. รายได้ที่เราบันทึกไว้ แต่ยังไม่ได้รับเงินจริง เนื่องจากการเสียภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาจะถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีเมื่อได้รับชำระเงินแล้ว เช่น ให้บริการแก่บริษัทจำกัดแต่ยังไม่ได้รับชำระเงิน แก้ไข: เก็บข้อมูลรายได้ที่ยื่นภาษี ต้องเป็นรายได้ที่ได้รับเงินแล้วในปี 2567 3. ผู้จ่ายเงินไม่ได้ยื่นแบบหรือส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้สรรพากร เช่น ผู้จ่ายเงินหักภาษีไว้ แต่ลืมนำส่งภาษีให้สรรพากร หรือบางกรณีที่ไม่มีภาษีต้องหักแต่ต้องยื่นแบบ ซึ่งผู้จ่ายเงินไม่ได้ยื่นแบบ เป็นต้น แก้ไข: ติดต่อไปยังผู้จ่ายเงิน และแจ้งให้ทำการยื่นปรับปรุงภาษีให้ถูกต้อง กรณีผู้จ่ายเงินไม่ยอมปรับปรุง ควรแจ้งเรื่องต่อสรรพากรพื้นที่ 4. ผู้จ่ายเงินส่งข้อมูลรายได้น้อยกว่าที่จ่ายจริง กรณีเกิดจากความผิดพลาดของผู้จ่ายเงินที่ยื่นแบบแจ้งสรรพากรต่ำกว่าความเป็นจริง เช่น รายได้ 100,000 แต่ระบุเป็น 10,000 เป็นต้น แก้ไข: ติดต่อไปยังผู้จ่ายเงิน และแจ้งให้ทำการยื่นปรับปรุงภาษีให้ถูกต้อง กรณีผู้จ่ายเงินไม่ยอมปรับปรุง ควรแจ้งเรื่องต่อสรรพากรพื้นที่ 5. ข้อมูลยังไม่เข้าระบบของกรมสรรพากร เช่น บริษัทที่จ่ายเงินเดือนยังไม่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1ก เนื่องจากยังไม่ถึงกำหนด ข้อมูลรายได้ส่วนนี้จึงยังไม่ปรากฏบนระบบ เป็นต้น แก้ไข: สอบถามไปยังผู้จ่ายว่ายื่นแบบไปแล้วหรือไม่ หรืออาจรอให้ผู้จ่ายเงินยื่นแบบก่อน เพื่อให้ข้อมูลขึ้นในระบบ แล้วค่อยยื่นภาษีบุคคลก็ได้เช่นกัน กรณีข้อมูลรายได้จริง ‘น้อยกว่า’ รายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมมดา 1. บันทึกรายได้ไม่ครบถ้วน อาจเกิดจากการที่เราบันทึกรายได้ตกหล่น หรือเก็บข้อมูลไม่เป็นระบบเอง แก้ไข: เก็บข้อมูลรายได้ทั้งหมดให้ครบถ้วน เก็บข้อมูลวันที่เกิดรายได้และวันที่ได้รับเงิน 2. รายรับบางอย่างไม่รู้ว่าเป็นรายได้ทางภาษี เช่น รายได้ที่ไม่ถูกหัก ณ ที่จ่ายอาจคิดว่าไม่ต้องยื่นภาษี หรือรายได้ที่ผู้จ่ายออกภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนแต่ไม่ส่งใบ 50 ทวิมาให้ แก้ไข: เก็บข้อมูลรายได้ทั้งหมดให้ครบถ้วน ไม่สนใจว่าจะถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้วหรือไม่ กรณีที่ผู้จ่ายเงินออกภาษีแทนต้องติดตามใบ 50 ทวิมาเก็บเป็นหลักฐานด้วย 3. ผู้จ่ายเงินส่งข้อมูลรายได้มากกว่าที่จ่ายจริง เกิดจากความผิดพลาดของผู้จ่ายเงินที่ยื่นแบบแจ้งสรรพากรสูงกว่าความเป็นจริง เช่น รายได้ 5,000 แต่ระบุเป็น 50,000 เป็นต้น แก้ไข: ติดต่อไปยังผู้จ่ายเงิน และแจ้งให้ทำการยื่นปรับปรุงภาษีให้ถูกต้อง กรณีผู้จ่ายเงินไม่ยอมปรับปรุง ควรแจ้งเรื่องต่อสรรพากรพื้นที่ 4. ผู้จ่ายเงินส่งข้อมูลรายได้ผิดบุคคล เช่น ผู้จ่ายเงินจ้างนาย A แต่ตอนแจ้งสรรพากรระบุว่าผู้รับเงิน คือ นาย B ซึ่งทำให้ข้อมูลรายได้ของนาย A และ นาย B จะไม่ตรงกัน แก้ไข: ติดต่อไปยังผู้จ่ายเงิน และแจ้งให้ทำการยื่นปรับปรุงภาษีให้ถูกต้อง กรณีผู้จ่ายเงินไม่ยอมปรับปรุง ควรแจ้งความการแอบอ้างชื่อไปใช้และนำใบแจ้งความไปแจ้งที่สรรพากรพื้นที่ต่อ ทั้งนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเราเคยให้คนรู้จักใช้บัตรประชาชนเราไปรับเงินแทนหรือไม่ กรณีที่อยู่ระหว่างรอการแก้ไขภาษีจากผู้จ่ายเงิน และจำเป็นต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90/91 สามารถยื่นแบบภาษีตามยอดรายได้ตามที่ถูกต้องแม้จะไม่ตรงกับยอดในระบบสรรพากร และให้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้สรรพากรรับทราบอีกครั้ง สรุป การที่ระบบการยื่นภาษีของกรมสรรพากรสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการมีรายได้ของผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาได้ ทำให้ผู้เสียภาษีสามารถเช็กข้อมูลที่ตนเองเก็บบันทึกไว้กับข้อมูลในระบบสรรพากรได้เร็วและง่าย กรณีเจอข้อมูลที่แตกต่างกัน สามารถดูรายชื่อและเลขผู้เสียภาษีของผู้จ่ายรายได้เพื่อติดต่อไปสอบถามและแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ทันที ขอย้ำอีกครั้งว่าอย่าเข้าระบบเพื่อยื่นภาษีอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบข้อมูลรายได้ให้ครบถ้วน ถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต  PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ มีฟังก์ชันรองรับการช่วยเก็บข้อมูลรายได้ ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย(ใบ50ทวิ) และเอกสารบัญชีต่างๆ ได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว ในไม่กี่ขั้นตอน สร้างเอกสารทางธุรกิจ ครบถ้วน ถูกต้อง แม่นยำ ป้องกันปัญหาอย่างมืออาชีพ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

27 ธ.ค. 2024

PEAK Account

8 min

แจกขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ ภ.ง.ด. 91 พร้อมลิสต์เอกสารที่ต้องใช้

ใกล้ถึงเวลายื่นภาษีประจำปีแล้ว หลายคนอาจกังวลเรื่องการเตรียมเอกสารและขั้นตอนการยื่นภาษี โดยเฉพาะการยื่น ภ.ง.ด.91 ออนไลน์ ที่แม้จะสะดวกกว่าการเดินทางไปสรรพากร แต่ก็มีข้อมูลที่เราต้องรอบคอบก่อนทำการยื่นภาษีอยู่ด้วย ซึ่งก่อนที่เราจะทำการยื่นภาษีออนไลน์กันนั้น เราไปรายละเอียดของดูเอกสาร ขั้นตอน และข้อควรระวังต่าง ๆ กัน การยื่นภาษี ภ.ง.ด.91 ออนไลน์ คืออะไร การยื่น ภ.ง.ด.91 ออนไลน์ เป็นช่องทางที่กรมสรรพากรทำให้การยื่นภาษีสะดวกมากขึ้น โดยสามารถยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานสรรพากร ระบบจะช่วยคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ ไม่ต้องกังวลเรื่องความผิดพลาด และยังสามารถบันทึกข้อมูลไว้ใช้อ้างอิงในปีถัดไปได้ นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดทรัพยากรและลดการใช้กระดาษ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ผู้มีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.91 ออนไลน์ คือผู้ที่มีรายได้จากการจ้างแรงงานเพียงประเภทเดียว โดยแบ่งเป็นสองกรณี คือ กรณีโสดที่มีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี และกรณีสมรสที่มีรายได้รวมกันเกิน 220,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ รายได้ดังกล่าวต้องเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนจากการทำงานให้นายจ้างเท่านั้น ไม่รวมรายได้จากแหล่งอื่น เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นภาษี ภ.ง.ด.91 ออนไลน์ ก่อนเริ่มยื่น ภ.ง.ด.91 ออนไลน์ เราควรเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อความสะดวกในการกรอกข้อมูลและป้องกันความผิดพลาด โดยเอกสารจะแตกต่างกันระหว่างผู้ที่มีสถานะโสดและสมรส มาดูกันว่าแต่ละกลุ่มต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง คนโสด สำหรับผู้มีสถานะโสด เอกสารหลักที่ต้องเตรียมคือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากนายจ้าง ซึ่งแสดงรายได้และภาษีที่ถูกหักไว้ตลอดปี ซึ่งหากเรามีตัวช่วยลดหย่อนภาษีในด้านต่าง ๆ ต้องเตรียมหลักฐานประกอบ เช่น ใบเสร็จค่าเบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพ หนังสือรับรองการซื้อกองทุน RMF/SSF/SSFX หลักฐานการบริจาค และใบเสร็จจากโครงการช้อปดีมีคืน รวมถึงหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงินกรณีผ่อนบ้าน ทั้งนี้ควรจัดเก็บเอกสารในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลเพื่อความสะดวกในการอัพโหลด คนมีคู่ ผู้ที่สมรสแล้วต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมนอกเหนือจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) คือ ทะเบียนสมรสและใบสูติบัตรบุตร(ถ้ามี) สำหรับการลดหย่อน ส่วนเอกสารการลดหย่อนอื่น ๆ เหมือนกับคนโสด ได้แก่ ใบเสร็จค่าเบี้ยประกัน หลักฐานการลงทุนในกองทุน หลักฐานการบริจาค ใบเสร็จช้อปดีมีคืน และหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ โดยสามารถนำค่าลดหย่อนของคู่สมรสมารวมในการคำนวณภาษีได้ ขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์ ภ.ง.ด. 91 ยื่นภาษีไม่ทันหรือชำระภาษีไม่ทันทำอย่างไรดี กรณีที่ไม่สามารถยื่น ภ.ง.ด.91 ออนไลน์ หรือชำระภาษีได้ทันตามกำหนด จะมีบทลงโทษตามกฎหมาย โดยหากมีภาษีที่ต้องชำระ จะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน นับจากวันที่เลยเวลาจ่าย และต้องเสียค่าปรับอีกหนึ่งเท่าของภาษีที่ต้องชำระ ส่วนกรณีที่ไม่มีภาษีต้องชำระแต่ยื่นแบบล่าช้า จะถูกปรับ 1,000 บาท ดังนั้นควรวางแผนยื่นภาษีล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและเงินเพิ่ม การยื่นภ.ง.ด.91 ออนไลน์ทำให้การจัดการภาษีง่ายมากขึ้น เพียงเตรียมเอกสารให้พร้อมและทำความเข้าใจขั้นตอนการยื่นแบบผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ควรวางแผนยื่นล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและเงินเพิ่ม โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร หรือโทรสอบถามที่ 1161  PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รองรับการทำบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภาษีของธุรกิจ โดยช่วยสรุปข้อมูลรายได้และค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการยื่นแบบภาษีได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน ช่วยให้การจัดการภาษีเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

19 ส.ค. 2026

PEAK Account

18 min

ภาษีบุคคลธรรมดา คำนวณยังไง อัตรา ลดหย่อน วิธียื่น ครบจบ

พนักงานเงินเดือน ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจที่ยังไม่ได้จดบริษัท ล้วนต้องคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น บทความนี้พาคำนวณภาษีทีละขั้น ตั้งแต่เช็คเงินได้ หักค่าลดหย่อน ไล่ตามขั้นบันไดภาษี ไปจนถึงวิธีผ่อนจ่ายภาษีงวดที่ 2 พร้อมตัวอย่างจริง 3 กรณี ให้คุณคำนวณภาษีเองได้ทันที ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือภาษีที่รัฐเก็บจากรายได้ของ “คนทั่วไป” ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท ใครก็ตามที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบและเสียภาษีตามอัตราขั้นบันไดที่กฎหมายกำหนด (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ใครต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คนที่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ต่อไปนี้มีหน้าที่ยื่นแบบภาษี เกณฑ์นี้เป็น “เกณฑ์ยื่นแบบ” ไม่ได้หมายความว่าต้องจ่ายภาษีเสมอ เพราะเมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว อาจไม่ต้องเสียภาษีก็ได้ เงินได้พึงประเมินมีกี่ประเภท กฎหมายแบ่งเงินได้ออกเป็น 8 ประเภท แต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้ต่างกัน ประเภท ตัวอย่างรายได้ หักค่าใช้จ่าย 40(1) เงินเดือน ค่าจ้าง เงินเดือน โบนัส 50% ไม่เกิน 100,000 บาท 40(2) รับจ้างทำงาน ค่าจ้างฟรีแลนซ์ ค่านายหน้า 50% ไม่เกิน 100,000 บาท 40(3) ค่าลิขสิทธิ์ ค่าเขียนหนังสือ ค่าลิขสิทธิ์เพลง 50% ไม่เกิน 100,000 บาท 40(4) ดอกเบี้ย เงินปันผล ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผล ไม่ได้หัก (ดอกเบี้ย) 40(5)-(8) อื่นๆ ค่าเช่า วิชาชีพอิสระ รับเหมา ค้าขาย เหมา 40%-60% หรือตามจริง ถ้ามีรายได้หลายประเภท ให้แยกหักค่าใช้จ่ายตามประเภทแล้วค่อยรวมกัน อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได 2569 หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จะได้ “เงินได้สุทธิ” ซึ่งนำไปคิดภาษีตามอัตราขั้นบันได 8 ขั้น ยิ่งเงินได้สุทธิสูง อัตราภาษีก็ยิ่งสูงขึ้น ตารางอัตราภาษีขั้นบันได เงินได้สุทธิ (บาท/ปี) อัตราภาษี ภาษีสูงสุดในขั้น ภาษีสะสม 0 – 150,000 ยกเว้น 0 0 150,001 – 300,000 5% 7,500 7,500 300,001 – 500,000 10% 20,000 27,500 500,001 – 750,000 15% 37,500 65,000 750,001 – 1,000,000 20% 50,000 115,000 1,000,001 – 2,000,000 25% 250,000 365,000 2,000,001 – 5,000,000 30% 900,000 1,265,000 5,000,001 ขึ้นไป 35% ไม่จำกัด — (ข้อมูลจากกรมสรรพากร อัตรานี้ใช้กับปีภาษี 2569) 📊 [แทรกรูป: Infographic ตารางอัตราภาษีขั้นบันได (optional — มีหรือไม่มีก็ได้)] เนื้อหาภาษาไทย พื้นหลัง #2c90ed วิธีอ่านตาราง: ภาษีคิดทีละขั้น ไม่ใช่เหมาทั้งก้อน เช่น คนที่มีเงินได้สุทธิ 500,000 บาท ไม่ได้เสียภาษี 10% ทั้ง 500,000 แต่คิดแบบนี้ ขั้น เงินได้ อัตรา ภาษี 0 – 150,000 150,000 ยกเว้น 0 150,001 – 300,000 150,000 5% 7,500 300,001 – 500,000 200,000 10% 20,000 รวม 500,000 27,500 บาท ค่าลดหย่อนภาษี 2569 มีอะไรบ้าง ค่าลดหย่อน คือสิทธิที่กฎหมายให้นำไปหักจากเงินได้ก่อนคำนวณภาษี ยิ่งใช้สิทธิมาก เงินได้สุทธิยิ่งต่ำ ภาษียิ่งน้อยลง ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว รายการ จำนวน (บาท) ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 คู่สมรส (ไม่มีรายได้) 60,000 บุตร (คนละ) 30,000 บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป (เกิดตั้งแต่ปี 2561) 60,000 อุปการะบิดามารดา (คนละ) 30,000 อุปการะคนพิการ/ทุพพลภาพ (คนละ) 60,000 ค่าลดหย่อนประกันและการลงทุน รายการ ลดหย่อนสูงสุด (บาท) ประกันสังคม ตามที่จ่ายจริง (สูงสุด 9,000) ประกันชีวิตทั่วไป 100,000 ประกันสุขภาพ 25,000 (รวมประกันชีวิตไม่เกิน 100,000) ประกันชีวิตแบบบำนาญ 200,000 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) 15% ของเงินเดือน ไม่เกิน 500,000 กองทุน SSF 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 กองทุน RMF 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 กองทุน ThaiESG ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 300,000 หมายเหตุ: กองทุนเพื่อการเกษียณ (PVD + SSF + RMF + ประกันบำนาญ + กบข.) รวมกันลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท ค่าลดหย่อนอื่นๆ รายการ ลดหย่อนสูงสุด (บาท) ดอกเบี้ยบ้าน 100,000 เงินบริจาคทั่วไป ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหัก เงินบริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา 2 เท่าของที่จ่ายจริง ไม่เกิน 10% (ข้อมูลจากกรมสรรพากร ปีภาษี 2569 — ตรวจสอบสิทธิลดหย่อนเพิ่มเติมตามมาตรการรัฐแต่ละปี) วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทีละขั้นตอน สูตรหลักมี 3 ขั้นตอน ตัวอย่างที่ 1: พนักงานเงินเดือน นายสมชาย (ชื่อสมมุติ) เป็นพนักงานบริษัท เงินเดือน 40,000 บาท มีประกันสังคม จ่ายประกันชีวิต 50,000 บาท/ปี และซื้อ SSF 50,000 บาท ขั้นที่ 1 — คำนวณเงินได้สุทธิ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน เงินเดือนทั้งปี 40,000 × 12 480,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 40(1) 50% ไม่เกิน 100,000 -100,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว -60,000 บาท หักประกันสังคม 750 × 12 -9,000 บาท หักประกันชีวิต -50,000 บาท หัก SSF -50,000 บาท เงินได้สุทธิ 211,000 บาท ขั้นที่ 2 — คำนวณภาษีตามขั้นบันได ขั้น เงินได้ อัตรา ภาษี 0 – 150,000 150,000 ยกเว้น 0 150,001 – 211,000 61,000 5% 3,050 รวมภาษี 3,050 บาท ขั้นที่ 3 — ภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม/ขอคืน รายการ จำนวนเงิน ภาษีที่คำนวณได้ 3,050 บาท ภาษีที่นายจ้างหัก ณ ที่จ่ายแล้ว -3,050 บาท จ่ายเพิ่ม/ขอคืน 0 บาท นายสมชายไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพราะนายจ้างหักภาษีไว้ถูกต้องแล้ว ตัวอย่างที่ 2: ฟรีแลนซ์รับจ้างอิสระ นางสาวมินตรา (ชื่อสมมุติ) เป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ฟรีแลนซ์ มีรายได้จากการรับจ้างออกแบบ (เงินได้ประเภทที่ 2 คือ ค่าจ้างทำงานที่ไม่ใช่พนักงานประจำ) รวมทั้งปี 800,000 บาท ถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% ทุกครั้งที่รับงาน ขั้นที่ 1 — คำนวณเงินได้สุทธิ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน รายได้ทั้งปี 40(2) 800,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 40(2) 50% ไม่เกิน 100,000 -100,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว -60,000 บาท เงินได้สุทธิ 640,000 บาท ขั้นที่ 2 — คำนวณภาษีตามขั้นบันได ขั้น เงินได้ อัตรา ภาษี 0 – 150,000 150,000 ยกเว้น 0 150,001 – 300,000 150,000 5% 7,500 300,001 – 500,000 200,000 10% 20,000 500,001 – 640,000 140,000 15% 21,000 รวมภาษี 48,500 บาท ขั้นที่ 3 — ภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม/ขอคืน รายการ จำนวนเงิน ภาษีที่คำนวณได้ 48,500 บาท ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% 800,000 × 3% = -24,000 บาท จ่ายเพิ่ม 24,500 บาท มินตราต้องจ่ายภาษีเพิ่ม 24,500 บาท ตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้หลายประเภท) สิ่งที่ช่วยลดภาษีได้อีกคือเพิ่มค่าลดหย่อน เช่น ซื้อ SSF หรือ RMF ตัวอย่างที่ 3: เจ้าของธุรกิจ SME ที่เป็นบุคคลธรรมดา นายวิชัย (ชื่อสมมุติ) เปิดร้านขายสินค้าออนไลน์ ยังไม่ได้จดบริษัท รายได้จากการค้าขาย (เงินได้ประเภทที่ 8 คือ รายได้จากธุรกิจ ค้าขาย ร้านค้า) รวมทั้งปี 1,500,000 บาท จ่ายประกันสังคม (มาตรา 40) ปีละ 3,000 บาท นายวิชัยเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% สำหรับเงินได้ 40(8) ประเภทการค้า ขั้นที่ 1 — คำนวณเงินได้สุทธิ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน รายได้ทั้งปี 40(8) 1,500,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% 1,500,000 × 60% -900,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว -60,000 บาท หักประกันสังคม ม.40 -3,000 บาท เงินได้สุทธิ 537,000 บาท ขั้นที่ 2 — คำนวณภาษีตามขั้นบันได ขั้น เงินได้ อัตรา ภาษี 0 – 150,000 150,000 ยกเว้น 0 150,001 – 300,000 150,000 5% 7,500 300,001 – 500,000 200,000 10% 20,000 500,001 – 537,000 37,000 15% 5,550 รวมภาษี 33,050 บาท นายวิชัยยังสามารถลดภาษีได้อีก ถ้าเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงแทนเหมา (กรณีมีเอกสารค่าใช้จ่ายครบ) หรือพิจารณาจดนิติบุคคลเพื่อใช้อัตราภาษีนิติบุคคลที่อาจประหยัดกว่า การผ่อนจ่ายภาษีงวดที่ 2 คืออะไร หลายคนไม่รู้ว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถ “แบ่งจ่าย 2 งวด” ได้ โดยงวดที่ 2 คือการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 (แบบยื่นภาษีครึ่งปีแรก สำหรับรายได้เดือน ม.ค. – มิ.ย.) ซึ่งเป็นการจ่ายภาษีล่วงหน้า แล้วนำไปหักออกจากภาษีทั้งปีตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ตอนต้นปีถัดไป ใครต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ผู้ที่มีเงินได้ ประเภทที่ 5-8 (ค่าเช่า วิชาชีพอิสระ รับเหมา ค้าขาย) ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. – มิ.ย.) ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกันยายนของปีนั้น พนักงานเงินเดือนที่มีรายได้แค่เงินเดือน (ประเภท 40(1) อย่างเดียว) ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 กำหนดเวลายื่นภาษีบุคคลธรรมดา แบบ ยื่นเมื่อ สำหรับเงินได้ ยื่นออนไลน์ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) ก.ค. – ก.ย. ของปีนั้น ม.ค. – มิ.ย. เฉพาะ 40(5)-(8) ขยายถึง ต.ค. ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) ม.ค. – มี.ค. ปีถัดไป ม.ค. – ธ.ค. ทุกประเภท ขยายถึง เม.ย. ภ.ง.ด.91 (เงินเดือนอย่างเดียว) ม.ค. – มี.ค. ปีถัดไป ม.ค. – ธ.ค. เฉพาะ 40(1) ขยายถึง เม.ย. (ข้อมูลจากกรมสรรพากร — วันขยายเวลายื่นออนไลน์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศแต่ละปี) วิธีคำนวณภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) พร้อมตัวอย่าง สูตรคำนวณเหมือนกับภาษีทั้งปี แต่ใช้เฉพาะรายได้ครึ่งปีแรก สมมุติว่านายวิชัย (จากตัวอย่างที่ 3) มีรายได้จากร้านค้าออนไลน์ครึ่งปีแรก 700,000 บาท คำนวณภาษีครึ่งปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน รายได้ครึ่งปี 40(8) 700,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% 700,000 × 60% -420,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว (ใช้เต็มจำนวน) -60,000 บาท หักประกันสังคม ม.40 (6 เดือน) 3,000 ÷ 2 -1,500 บาท เงินได้สุทธิ 218,500 บาท ขั้น เงินได้ อัตรา ภาษี 0 – 150,000 150,000 ยกเว้น 0 150,001 – 218,500 68,500 5% 3,425 ภาษีครึ่งปี 3,425 บาท นายวิชัยจ่ายภาษี 3,425 บาท ตอนยื่น ภ.ง.ด.94 แล้วตอนสิ้นปียื่น ภ.ง.ด.90 ก็นำ 3,425 บาท ไปหักออกจากภาษีทั้งปี ทำให้ไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ทีเดียว ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออนไลน์ได้อย่างไร การยื่นผ่าน e-Filing ของกรมสรรพากร ทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขั้นตอนมีดังนี้ การยื่นออนไลน์มักได้ขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน ทำให้ไม่ต้องรีบลุ้นวันสุดท้าย สรุป: คำนวณภาษีบุคคลธรรมดา 3 ขั้นตอนจบ ถ้ามีรายได้หลายทาง อย่าลืมยื่น ภ.ง.ด.94 ครึ่งปี จะได้ไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ตอนสิ้นปี จัดการภาษีให้ง่ายขึ้นด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยจัดการรายรับ-รายจ่าย ออกเอกสารหัก ณ ที่จ่าย และสรุปรายงานภาษีให้อัตโนมัติ ลดงานคำนวณภาษีให้ SME และฟรีแลนซ์จัดการได้เองโดยไม่ต้องเป็นนักบัญชี ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา เงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ ต้องยื่นภาษีไหม ถ้ามีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ (เช่น เงินเดือนไม่ถึง 120,000/ปี) กฎหมายไม่บังคับให้ยื่น แต่ถ้าถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ควรยื่นเพื่อขอเงินคืน ฟรีแลนซ์ถูกหัก 3% ไปแล้ว ต้องจ่ายภาษีเพิ่มอีกไหม ขึ้นอยู่กับรายได้ทั้งปี ถ้าคำนวณภาษีจริงแล้วน้อยกว่าที่ถูกหักไป ก็ขอคืนได้ แต่ถ้าภาษีจริงมากกว่า ต้องจ่ายเพิ่ม ยื่นภาษีล่าช้ามีโทษอะไร ยื่นแบบเกินกำหนดต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) SME รายได้เยอะ ควรจดบริษัทดีไหม ถ้าเงินได้สุทธิเกิน 750,000 บาท/ปี (เข้าขั้น 20% ขึ้นไป) ควรพิจารณาจดนิติบุคคล เพราะภาษีนิติบุคคลสูงสุดแค่ 20% และ SME กำไรไม่เกิน 300,000 บาทแรกได้ยกเว้นภาษี นอกจากนี้ ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ด้วย จ่ายภาษีทีเดียวไม่ไหว ผ่อนได้ไหม สำหรับผู้ที่มีรายได้ประเภท 40(5)-(8) สามารถ “แบ่งจ่ายภาษีเป็น 2 งวด” ได้โดยการยื่น ภ.ง.ด.94 ครึ่งปีตามที่อธิบายไว้ข้างต้น ส่วนภาษีที่ยื่นแล้วต้องจ่ายก้อน ปัจจุบันกรมสรรพากรยังไม่มีระบบผ่อนชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นงวดย่อย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

14 ส.ค. 2026

PEAK Account

17 min

ฟรีแลนซ์ ยื่นภาษียังไง สรุปครบ คำนวณภาษี หักค่าใช้จ่าย ลดหย่อน

YouTuber, TikToker, Influencer หรือ Streamer ที่มีรายได้จาก platform ออนไลน์ ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกปี ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะเป็นค่า Ad Revenue, เงิน Sponsorship หรือรายได้จาก Affiliate ล้วนต้องนำมาคำนวณภาษีทั้งหมด บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่ฟรีแลนซ์และ Content Creator ต้องรู้ ตั้งแต่ประเภทเงินได้ วิธีคำนวณภาษี ไปจนถึงขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริงที่ใช้ได้ทันที Content Creator ต้องเสียภาษีไหม? ต้องเสียภาษี ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด กฎหมายไม่ได้ยกเว้นให้ฟรีแลนซ์หรือ Content Creator แม้จะไม่ได้จดทะเบียนบริษัท รายได้ที่ได้รับก็ถือเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ที่ต้องนำมายื่นภาษี รายได้เท่าไรถึงต้องยื่นภาษี เกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบภาษี ขึ้นอยู่กับสถานะและประเภทเงินได้ สถานะ ประเภทเงินได้ เกณฑ์รายได้ต่อปี คนโสด เงินเดือนอย่างเดียว (40(1)) เกิน 120,000 บาท คนโสด รายได้ประเภทอื่น (40(2)-(8)) เกิน 60,000 บาท มีคู่สมรส เงินเดือนอย่างเดียว (40(1)) เกิน 220,000 บาท มีคู่สมรส รายได้ประเภทอื่น (40(2)-(8)) เกิน 120,000 บาท (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) Content Creator ส่วนใหญ่มีรายได้จากหลายทาง จึงจัดเป็นเงินได้ประเภท 40(2) หรือ 40(8) ซึ่งเกณฑ์ต่ำมาก คนโสดแค่มีรายได้เกิน 60,000 บาทต่อปี (เฉลี่ย 5,000 บาทต่อเดือน) ก็ต้องยื่นแบบแล้ว รายได้ Content Creator จัดเป็นเงินได้ประเภทไหน? 40(2) vs 40(8) รายได้ของ Content Creator อาจจัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 (มาตรา 40(2)) หรือประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานและแหล่งรายได้ การจัดประเภทให้ถูกต้องสำคัญมาก เพราะกระทบ “อัตราหักค่าใช้จ่าย” โดยตรง รายได้จาก YouTube, TikTok, Instagram เป็นเงินได้ประเภทไหน รายได้จาก Ad Revenue ที่ platform จ่ายให้โดยตรง (เช่น YouTube AdSense, TikTok Creator Fund) มักถูกตีความเป็น เงินได้ 40(2) คือรายได้จากรับจ้างทำงานให้ โดย Creator สร้าง content แล้ว platform จ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน อย่างไรก็ตาม บาง Creator อาจตีความว่าเป็น 40(8) ได้เช่นกัน หากทำในรูปแบบธุรกิจที่ลงทุนอุปกรณ์และจ้างทีมงาน แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีเพื่อจัดประเภทให้เหมาะกับรูปแบบการทำงานจริง รายได้จาก Sponsorship, Affiliate, ขายสินค้า รายได้ที่ได้รับจากการทำธุรกิจในชื่อตัวเอง เช่น ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือรายได้จาก Affiliate จัดเป็น เงินได้ 40(8) ซึ่งเป็นรายได้จากการประกอบธุรกิจ ส่วนรายได้จาก Sponsorship (แบรนด์จ้างรีวิว) ขึ้นอยู่กับรูปแบบสัญญา ถ้าแบรนด์จ้างทำงานชิ้นเดียว อาจเป็น 40(2) แต่ถ้า Creator รับงานหลายแบรนด์ในเชิงธุรกิจ อาจจัดเป็น 40(8) ได้ สรุปตาราง: ประเภทรายได้ Content Creator แหล่งรายได้ ประเภทเงินได้ หักค่าใช้จ่ายเหมา YouTube AdSense / TikTok Creator Fund 40(2) 50% ไม่เกิน 100,000 บาท แบรนด์จ้างรีวิว (Sponsorship) 40(2) หรือ 40(8) 50% ไม่เกิน 100,000 บาท หรือ 60% ตามประเภทธุรกิจ Affiliate Commission 40(8) 60% หรือตามจริง ขายสินค้าออนไลน์ (Merch, สินค้าตัวเอง) 40(8) 60% หรือตามจริง Donation / Super Chat / สติกเกอร์ 40(8) 60% หรือตามจริง (ข้อมูลจากกรมสรรพากร — อัตราหักค่าใช้จ่ายตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 11) สิ่งสำคัญ: ถ้ามีรายได้หลายประเภทในปีเดียวกัน ต้องแยกคำนวณค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้แต่ละตัว ไม่ใช่รวมทั้งหมดแล้วหักทีเดียว วิธีคำนวณภาษีเงินได้สำหรับ Content Creator ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณจาก “เงินได้สุทธิ” ซึ่งก็คือรายได้ทั้งปีหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จากนั้นนำไปเทียบกับอัตราภาษีแบบขั้นบันได เงินได้สุทธิ (บาท/ปี) อัตราภาษี 0 – 150,000 ยกเว้น 150,001 – 300,000 5% 300,001 – 500,000 10% 500,001 – 750,000 15% 750,001 – 1,000,000 20% 1,000,001 – 2,000,000 25% 2,000,001 – 5,000,000 30% 5,000,001 ขึ้นไป 35% ตัวอย่าง: YouTuber รายได้ 50,000 บาทต่อเดือน สมมุติ Content Creator (ชื่อสมมุติ) มีรายได้จาก YouTube AdSense เดือนละ 50,000 บาท จัดเป็นเงินได้ 40(2) ทั้งหมด ขั้นที่ 1 — คำนวณเงินได้สุทธิ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน รายได้ทั้งปี 50,000 × 12 เดือน 600,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหมา 40(2) 50% ไม่เกิน 100,000 100,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว — 60,000 บาท หักประกันสังคม (สมมุติ) — 9,000 บาท เงินได้สุทธิ 600,000 – 100,000 – 60,000 – 9,000 431,000 บาท ขั้นที่ 2 — คำนวณภาษีตามขั้นบันได ขั้นเงินได้สุทธิ คำนวณ ภาษี 0 – 150,000 ยกเว้น 0 บาท 150,001 – 300,000 150,000 × 5% 7,500 บาท 300,001 – 431,000 131,000 × 10% 13,100 บาท รวมภาษีทั้งปี 20,600 บาท Creator คนนี้มีรายได้ปีละ 600,000 บาท เสียภาษีประมาณ 20,600 บาท คิดเป็นราว 3.4% ของรายได้ ถ้ามีค่าลดหย่อนเพิ่มเติม (เช่น ประกันชีวิต, กองทุน SSF/RMF) ภาษีจะลดลงอีก หักค่าใช้จ่ายจริง vs เหมาจ่าย อะไรคุ้มกว่า ค่าใช้จ่ายเหมา 40(2) หักได้แค่ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งถ้ารายได้สูง จำนวนที่หักได้อาจน้อยกว่าค่าใช้จ่ายจริง Creator ที่ลงทุนซื้อกล้อง คอมพิวเตอร์ ไมค์ ค่าเช่าสตูดิโอ หรือจ้างตัดต่อ อาจได้ประโยชน์จากการหักค่าใช้จ่ายตามจริงมากกว่า แต่ต้องเก็บหลักฐานทุกรายการ ทั้งใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และบันทึกรายจ่ายให้ครบถ้วน หัก ณ ที่จ่ายที่ Content Creator ต้องรู้ เมื่อ Creator ทำงานกับแบรนด์หรือ Agency ผู้จ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายเงินให้ โดยอัตราที่พบบ่อยคือ ประเภทงาน อัตราหัก ณ ที่จ่าย ตัวอย่าง รับจ้างรีวิวสินค้า (40(2)) 3% จ้างรีวิว 30,000 บาท หัก 900 บาท รับจริง 29,100 บาท จ้างผ่าน Agency (นิติบุคคล) 3% หรือ 5% ขึ้นกับสัญญา ขึ้นอยู่กับว่า Creator ทำสัญญากับ Agency รูปแบบไหน ข้อสำคัญ: เงินที่ถูกหักไปไม่ได้หายไป ผู้จ้างจะออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ เก็บไว้เป็นหลักฐานตอนยื่นภาษีเพื่อนำมาเครดิตภาษีคืนได้ ถ้าภาษีที่ถูกหักไว้มากกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง ก็ขอคืนได้ วิธียื่นภาษีออนไลน์สำหรับ Content Creator Content Creator ที่มีรายได้หลายประเภท ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้หลายประเภท) ไม่ใช่ ภ.ง.ด.91 ที่ใช้สำหรับคนมีเงินเดือนอย่างเดียว ขั้นตอนยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร มีดังนี้ กำหนดยื่น ภ.ง.ด.90 คือภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป แต่ถ้ายื่นผ่าน e-Filing มักได้ขยายเวลาเพิ่มประมาณ 8 วัน (ตรวจสอบกำหนดแต่ละปีที่ efiling.rd.go.th) ค่าลดหย่อนที่ Content Creator ใช้ได้ ค่าลดหย่อนช่วยลดเงินได้สุทธิก่อนคำนวณภาษี ยิ่งลดหย่อนมาก ภาษีที่ต้องจ่ายก็ยิ่งน้อยลง ค่าลดหย่อนที่ Creator ใช้ได้บ่อยที่สุดคือ หมายเหตุ: SSF + RMF + กองทุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรวมกันต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี รายละเอียดเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรก่อนยื่น เอกสารที่ต้องเตรียมและวิธีจัดการรายได้จาก platform Creator ที่ไม่เคยจัดระบบเอกสารมาก่อน มักลำบากตอนยื่นภาษี เอกสารที่ควรเตรียมไว้ตลอดปี ได้แก่ เคล็ดลับ: สร้างโฟลเดอร์แยกตามเดือน เก็บทั้งไฟล์ดิจิทัลและภาพถ่ายเอกสาร ตอนปลายปีจะได้ไม่ต้องไล่หาย้อนหลัง หรือใช้โปรแกรมบัญชีช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระบบตั้งแต่ต้น เมื่อไรต้องจด VAT และเมื่อไรควรเปิดนิติบุคคล ถ้ารายได้จากธุรกิจ Content Creator ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งต้องเก็บ VAT 7% จากลูกค้า ออกใบกำกับภาษี และยื่นแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ทุกเดือน (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) สำหรับ Creator ที่รายได้โตเร็ว การเปิดบริษัทจำกัด (นิติบุคคล) อาจช่วยประหยัดภาษีได้ เพราะ ข้อแนะนำคือ เมื่อรายได้เริ่มถึง 1 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป ลองปรึกษานักบัญชีเพื่อเปรียบเทียบว่าการเปิดนิติบุคคลคุ้มกว่าการเป็นบุคคลธรรมดาหรือไม่ สรุป: Content Creator เสียภาษียังไงไม่ให้โดนย้อนหลัง สิ่งที่ต้องทำเพื่อจัดการภาษีให้เรียบร้อย จัดการบัญชีให้เป็นระบบตั้งแต่วันนี้ด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ Content Creator และฟรีแลนซ์บันทึกรายรับ-รายจ่าย ออกเอกสารทางบัญชี และเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นภาษีได้ง่ายขึ้น ทั้งหมดอยู่บนระบบ Cloud ใช้งานได้ทุกที่ ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษี Content Creator Content Creator ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 หรือ 91? ต้องยื่นแบบ 90 ตามที่อธิบายในหัวข้อ “วิธียื่นภาษีออนไลน์” ด้านบน เพราะรายได้จากการทำ Content ไม่ใช่เงินเดือนจากนายจ้างรายเดียว แบบ 91 ใช้เฉพาะคนที่มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว (เงินได้ 40(1)) เท่านั้น รายได้จากต่างประเทศ เช่น YouTube หรือ TikTok ต้องเสียภาษีไทยไหม? ต้องเสียภาษี ถ้าเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (อาศัยอยู่ในไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น) รายได้ที่ได้รับจาก Google หรือ TikTok แม้จะเป็นบริษัทต่างประเทศ แต่ถ้านำเงินเข้ามาในไทยในปีเดียวกับที่ได้รับ ต้องนำมายื่นภาษีด้วย ถ้าไม่เคยยื่นภาษีมาก่อน ทำยังไง? สามารถยื่นภาษีย้อนหลังได้ โดยติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือยื่นผ่านระบบ e-Filing ย้อนหลังได้บางปี การยื่นย้อนหลังด้วยตัวเองดีกว่าถูกเรียกตรวจสอบ เพราะถ้าถูกเรียกอาจมีค่าปรับและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น เงินได้ 40(2) ยื่นแบบอะไร? ยื่นแบบ 90 เช่นเดียวกับ Content Creator ทั่วไป เพราะเงินได้ 40(2) คือรายได้จากรับจ้างทำงานที่ไม่ใช่เงินเดือนประจำ ไม่เข้าเงื่อนไขของแบบ 91 ที่ใช้เฉพาะเงินเดือนอย่างเดียว ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 ก.ค. 2026

PEAK Account

11 min

รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี สรุปเกณฑ์ขั้นต่ำและวิธีคำนวณ

ทุกต้นปีคำถามยอดฮิตคือ “รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี” บทความนี้ตอบให้ชัดว่าเกณฑ์ไหนต้องยื่นแบบ เกณฑ์ไหนต้องจ่ายจริง พร้อมตัวอย่างจากเงินเดือน 3 ระดับ รายได้เท่าไหร่ถึงต้อง “ยื่นภาษี” (เกณฑ์ขั้นต่ำ) กรมสรรพากรกำหนดเกณฑ์ว่ารายได้ถึงเท่าไหร่ต้องยื่นแบบแสดงรายการ แม้ไม่มีภาษีต้องชำระก็ตาม ดังนี้ (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) สถานะ ประเภทเงินได้ เกณฑ์รายได้ต่อปี คนโสด เงินเดือนอย่างเดียว (ม.40(1)) 120,000 บาท คนโสด รายได้ประเภทอื่น (ม.40(2)-(8)) 60,000 บาท สมรส (คู่สมรสไม่มีรายได้) เงินเดือนอย่างเดียว 220,000 บาท สมรส (คู่สมรสไม่มีรายได้) รายได้ประเภทอื่น 120,000 บาท ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ในตารางนี้ ต้องยื่นแบบทุกกรณี ไม่ว่าจะมีภาษีต้องชำระหรือไม่ เกณฑ์สำหรับคนมีเงินเดือนอย่างเดียว พนักงานที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงทางเดียว ต้องยื่น ภ.ง.ด.91 เมื่อรายได้รวมถึงเกณฑ์ในตาราง คิดเป็นเดือนละประมาณ 10,000 บาท เกณฑ์สำหรับคนมีรายได้หลายทาง คนที่มีรายได้หลายแหล่ง เช่น งานฟรีแลนซ์ ค่าเช่า หรือธุรกิจส่วนตัว มีเกณฑ์ยื่นต่ำกว่ากลุ่มแรก ยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 “ยื่นภาษี” กับ “เสียภาษี” ต่างกันอย่างไร หลายคนเข้าใจผิดว่า “ยื่นภาษี” แปลว่าต้อง “จ่ายภาษี” ทันที แต่ทั้งสองอย่างเป็นคนละเรื่อง การยื่นภาษี คือ การแจ้งสรรพากรว่ามีรายได้อะไร จำนวนเท่าไหร่ ทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่น แม้ไม่ต้องจ่ายก็ตาม การเสียภาษี เกิดขึ้นเมื่อรายได้หลังหัก expense และลดหย่อนเกิน 150,000 บาท จึงเริ่มมีภาษีต้องชำระ ตัวอย่างเช่น คนเงินเดือน 15,000 บาท มีรายได้รวมปีละ 180,000 บาท ต้อง “ยื่นแบบ” เพราะเกินเกณฑ์ แต่หักรายจ่ายและลดหย่อนแล้วอาจไม่ต้อง “จ่ายภาษี” เลย อัตราภาษีขั้นบันไดคำนวณอย่างไร เมื่อได้ยอดรายได้หลังหักรายจ่ายและลดหย่อนแล้ว ให้เทียบกับตารางอัตราภาษี (อ้างอิงกรมสรรพากร) เงินได้สุทธิต่อปี (บาท) อัตราภาษี ภาษีสูงสุดของขั้นนี้ 0 – 150,000 ยกเว้น 0 บาท 150,001 – 300,000 5% 7,500 บาท 300,001 – 500,000 10% 20,000 บาท 500,001 – 750,000 15% 37,500 บาท 750,001 – 1,000,000 20% 50,000 บาท 1,000,001 – 2,000,000 25% 250,000 บาท 2,000,001 – 5,000,000 30% 900,000 บาท 5,000,001 ขึ้นไป 35% — สูตรหายอดที่ต้องนำมาเทียบตาราง: รายได้รวมทั้งปี − ค่าใช้จ่าย − ลดหย่อน = ยอดที่ต้องนำไปคำนวณภาษี สำหรับพนักงานเงินเดือน หักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของรายได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนลดหย่อนส่วนตัวทุกคนได้ 60,000 เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี ดูตัวอย่างจริง ลองดูตัวอย่าง 3 ระดับจากพนักงานบริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ใช้สิทธิลดหย่อนส่วนตัวอย่างเดียว ตัวอย่าง: เงินเดือน 15,000 บาท รายได้รวม = 15,000 × 12 = 180,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 50% = 90,000 บาท ลดหย่อนส่วนตัว = 60,000 บาท เงินได้สุทธิ = 180,000 − 90,000 − 60,000 = 30,000 บาท ยอด 30,000 บาท อยู่ในขั้นยกเว้น ไม่ต้องจ่ายภาษี แต่ต้องยื่นแบบเพราะรายได้เกินเกณฑ์ตามตาราง ตัวอย่าง: เงินเดือน 25,000 บาท รายได้รวม = 25,000 × 12 = 300,000 บาท ค่าใช้จ่าย (ไม่เกิน 100,000) = 100,000 บาท ลดหย่อนส่วนตัว (เท่าเดิม) สุทธิ = 300,000 − 100,000 − 60,000 = 140,000 บาท ยอด 140,000 บาท ยังอยู่ในขั้นยกเว้น ถ้ามีสิทธิเพิ่ม เช่น ประกันสังคม ก็ยิ่งห่างจากเกณฑ์ ตัวอย่าง: เงินเดือน 40,000 บาท รายได้รวม = 40,000 × 12 = 480,000 บาท ค่าใช้จ่าย (ไม่เกิน 100,000) = 100,000 บาท ลดหย่อนส่วนตัว (เท่าเดิม) สุทธิ = 480,000 − 100,000 − 60,000 = 320,000 บาท ภาษีที่ต้องจ่าย: 150,000 แรก = ยกเว้น 150,001 – 300,000 = 150,000 × 5% = 7,500 บาท 300,001 – 320,000 = 20,000 × 10% = 2,000 บาท รวมภาษี = 9,500 บาท ตัวเลขนี้ยังไม่ได้หักสิทธิอื่น ถ้ามีเงินสมทบประกันสังคม ประกันชีวิต หรือกองทุน SSF/RMF จะช่วยลดลงได้อีก มีค่าลดหย่อนอะไรบ้างที่ช่วยลดภาษี นอกจากสิทธิส่วนตัวที่ทุกคนได้โดยอัตโนมัติ ยังมีสิทธิอื่น ๆ ที่ช่วยให้จ่ายภาษีน้อยลง สิทธิหลัก ๆ ที่คนทำงานใช้บ่อย ได้แก่ แต่ละสิทธิมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ควรตรวจสอบรายละเอียดจากกรมสรรพากรหรือปรึกษานักบัญชีก่อนใช้สิทธิ ผ่อนชำระภาษีได้ไหม ถ้ามีภาษีต้องจ่ายมาก ถ้าคำนวณแล้วมีภาษีตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สรรพากรเปิดให้ผ่อนได้ 3 งวดเท่า ๆ กัน ไม่เสียดอกเบี้ย โดยยื่นแบบ บ.ช.35 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ถ้างวดใดไม่ทันกำหนด จะหมดสิทธิผ่อนและต้องจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดพร้อมเงินเพิ่ม ไม่ยื่นภาษีมีโทษอะไรบ้าง ถ้ามีรายได้ถึงเกณฑ์แต่ไม่ยื่นแบบ จะมีบทลงโทษตามกฎหมาย ดังนี้ (อ้างอิงประมวลรัษฎากร) สรุป: รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ขั้นตอนถัดไปที่ควรทำมีดังนี้ จัดการภาษีง่ายขึ้นด้วย PEAK สำหรับเจ้าของกิจการหรือฟรีแลนซ์ที่มีรายได้หลายทาง PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยจัดการเอกสารรายรับรายจ่ายและออกรายงานภาษีอัตโนมัติ ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสียภาษีบุคคลธรรมดา รายได้จากต่างประเทศต้องเสียภาษีไทยไหม ถ้าอยู่ในไทย 180 วันขึ้นไปในปีภาษี และนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในปีเดียวกัน ต้องนำมารวมคำนวณด้วย สามี-ภรรยายื่นภาษีร่วมกันหรือแยกดีกว่า กรณีจดทะเบียนสมรส เลือกได้ 2 แบบ คือ ยื่นร่วมกันหรือแยกยื่น ส่วนใหญ่การแยกยื่นจะประหยัดกว่า เพราะแต่ละคนจะใช้ขั้นยกเว้น 150,000 บาทแรกแยกกัน ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ต้องยื่นอีกไหม ต้องยื่นครับ การหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นการทยอยจ่ายล่วงหน้าเท่านั้น ถ้าหักไปมากกว่าภาษีที่ต้องชำระจริง สามารถขอคืนได้ ฟรีแลนซ์รายได้ไม่แน่นอนต้องเสียภาษีไหม ฟรีแลนซ์เลือกหักรายจ่ายได้ 2 แบบ คือ ตามจริง (ต้องเก็บหลักฐาน) หรือแบบเหมา จะต้องจ่ายภาษีหรือไม่ขึ้นอยู่กับยอดหลังหักลดหย่อน ยื่นภาษีออนไลน์ e-Filing ทำอย่างไร เข้า efiling.rd.go.th สมัครสมาชิกด้วยบัตรประชาชน เลือกแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ 91 กรอกรายได้และสิทธิลดหย่อน ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ จ่ายผ่าน QR Code ได้ทันที ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

10 ก.ค. 2026

PEAK Account

12 min

ภ.ง.ด.94 คืออะไร ใครต้องยื่น ยื่นเมื่อไหร่ พร้อมวิธีคำนวณภาษีครึ่งปี

ช่วง ก.ค.-ก.ย. ของทุกปี ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีครึ่งปี หลายคนไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์หรือเปล่า คำนวณอย่างไร ลดหย่อนอะไรได้บ้าง บทความนี้ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ ภ.ง.ด.94 พร้อมตัวอย่างคำนวณจากกรณีจริงของ SME ภ.ง.ด.94 คือแบบภาษีอะไร ภ.ง.ด.94 คือแบบฟอร์มที่ใช้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี โดยนำรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรก (1 ม.ค. ถึง 30 มิ.ย.) มาคำนวณและชำระภาษีล่วงหน้า ภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีถือเป็นการจ่ายล่วงหน้า ไม่ได้เป็นภาษีเพิ่ม เมื่อถึงปลายปีให้นำยอดนี้ไปหักออกจากภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90) ได้ ช่วยกระจายภาระให้ไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ทีเดียว นอกจากนี้ การยื่นภาษีครึ่งปียังเป็นจุดเช็คพอยต์ที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ ได้ทบทวนตัวเลขรายรับและค่าใช้จ่ายที่ผ่านมา เห็นภาพรวมก่อนวางแผนภาษีสิ้นปี ใครต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 บ้าง ผู้ที่ต้องยื่นคือบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) ในช่วงครึ่งปีแรก รวมกันตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป (กรณีคนโสด) หรือ 120,000 บาท กรณีสมรส ส่วนคนที่มีเงินเดือนอย่างเดียว ซึ่งเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 เงินได้ 4 ประเภทที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 เงินได้ที่เข้าข่ายต้องยื่น ภ.ง.ด.94 มีเฉพาะ 4 ประเภทนี้เท่านั้น ภ.ง.ด.94 ยื่นเมื่อไหร่ กำหนดยื่นปี 2569 ยื่นแบบกระดาษได้ตั้งแต่ 1 ก.ค. ถึง 30 ก.ย. 2569 ถ้ายื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากร จะได้ขยายเวลาถึงวันที่ 8 ต.ค. 2569 ช่องทาง กำหนดสุดท้าย ยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากร 30 ก.ย. 2569 ยื่นออนไลน์ (e-Filing) 8 ต.ค. 2569 ช่วงรายได้ที่นำมายื่นคือ 1 ม.ค. ถึง 30 มิ.ย. 2569 เท่านั้น ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.94 ต่างกันอย่างไร ภ.ง.ด.94 ยื่นภาษีครึ่งปีแรก ส่วน ภ.ง.ด.90 ยื่นภาษีประจำปีทั้งปี ทั้งสองเป็นคนละรอบกัน ไม่ได้ซ้ำซ้อน รายการ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) ช่วงรายได้ ม.ค. – มิ.ย. ม.ค. – ธ.ค. กำหนดยื่น ก.ค. – ก.ย. ม.ค. – มี.ค. ปีถัดไป เงินได้ที่ยื่น เฉพาะ 40(5)-40(8) ทุกประเภท 40(1)-40(8) ค่าลดหย่อน ใช้ได้เพียงกึ่งหนึ่ง ใช้ได้เต็มจำนวน ภาษีที่จ่าย นำไปเครดิตตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ภาษีประจำปี วิธีคำนวณภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 คำนวณภาษีครึ่งปีโดยนำรายได้ช่วง ม.ค.-มิ.ย. มาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แล้วคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันไดเหมือนภาษีสิ้นปี เงินได้สุทธิ = เงินได้ครึ่งปี − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน จากนั้นนำเงินได้สุทธิมาคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี 0 – 150,000 ยกเว้น 150,001 – 300,000 5% 300,001 – 500,000 10% 500,001 – 750,000 15% 750,001 – 1,000,000 20% ตัวอย่างคำนวณภาษีครึ่งปี สมมุติ นายสมชาย (ชื่อสมมุติ) เป็นที่ปรึกษาธุรกิจอิสระ มีรายได้ครึ่งปีแรก 480,000 บาท เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง 180,000 บาท เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย = 480,000 – 180,000 = 300,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว = 30,000 บาท (กึ่งหนึ่งของ 60,000) เงินได้สุทธิ = 300,000 – 30,000 = 270,000 บาท คำนวณภาษี 150,000 แรก = ยกเว้น 120,000 ถัดไป (ส่วนที่เกิน 150,000) = 120,000 × 5% = 6,000 บาท ภาษีที่ต้องจ่ายครึ่งปี = 6,000 บาท เมื่อสิ้นปี นายสมชายนำยอด 6,000 บาทนี้ไปหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายทั้งปีใน ภ.ง.ด.90 ค่าลดหย่อนที่ใช้กับ ภ.ง.ด.94 มีอะไรบ้าง ค่าลดหย่อนส่วนใหญ่ที่ใช้ได้ใน ภ.ง.ด.94 จะเหลือเพียงกึ่งหนึ่งของจำนวนเต็มปี ตัวอย่างเช่น ค่าลดหย่อน เต็มปี (ภ.ง.ด.90) ครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ส่วนตัว 60,000 บาท 30,000 บาท คู่สมรส (ไม่มีรายได้) 60,000 บาท 30,000 บาท บุตร (คนละ) 30,000 บาท 15,000 บาท บิดามารดา (คนละ) 30,000 บาท 15,000 บาท ประกันชีวิต 10,000 แรก กึ่งหนึ่ง ส่วนเกินตามจริงไม่เกิน 90,000 ตามที่จ่ายจริง ม.ค.-มิ.ย. ดอกเบี้ยบ้าน 10,000 แรก กึ่งหนึ่ง ส่วนเกินตามจริงไม่เกิน 90,000 ตามที่จ่ายจริง ม.ค.-มิ.ย. สำหรับมาตรการลดหย่อนพิเศษอื่น เช่น Easy E-Receipt ที่เคยมีในปีก่อน ให้ตรวจสอบประกาศจากกรมสรรพากรว่าปีภาษี 2569 มีมาตรการใดที่ใช้ได้บ้าง ข้อควรระวัง: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. และกองทุนครู ไม่สามารถนำมาลดหย่อนใน ภ.ง.ด.94 ได้ ต้องใช้ตอนยื่นภาษีสิ้นปีเท่านั้น ยื่น ภ.ง.ด.94 ช่องทางไหนได้บ้าง ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากร ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าระบบ เลือกแบบภาษีครึ่งปี กรอกข้อมูลเงินได้และค่าลดหย่อน แล้วยืนยันการส่งแบบ ถ้าต้องการยื่นกระดาษ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์กรมสรรพากร กรอกข้อมูลแล้วนำไปยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หลังจากยื่นแบบแล้ว สามารถเลือกช่องทางชำระภาษีได้หลายทาง เช่น Internet Banking, บัตรเครดิต, QR Code หรือชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ไม่ยื่น ภ.ง.ด.94 มีโทษอะไร ถ้าเข้าเกณฑ์ต้องยื่นแล้วไม่ยื่น จะเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และถูกคิดเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดยื่น ตัวอย่างเช่น นายสมชายมีภาษีครึ่งปีที่ต้องจ่าย 6,000 บาท แต่ไม่ได้ยื่น เมื่อยื่นภาษีสิ้นปีจะถูกคิดเงินเพิ่มจากยอด 6,000 บาท ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน นับตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป ยิ่งปล่อยนานยิ่งจ่ายเพิ่มมาก แม้จะยื่นภาษีปลายปีทีเดียวก็ได้ แต่ภาษีที่ควรจ่ายตอนครึ่งปีจะถูกคิดเงินเพิ่มย้อนหลัง การยื่นตรงเวลาจึงช่วยประหยัดค่าปรับและกระจายภาระภาษีได้ดีกว่า สรุป ภ.ง.ด.94 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีครึ่งปี สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นมีเพียง 3 อย่าง คือ ข้อมูลรายรับครึ่งปีแรก หลักฐานค่าใช้จ่าย และรายการค่าลดหย่อนที่ใช้ได้ (จำไว้ว่าใช้ได้เพียงกึ่งหนึ่ง) เมื่อเตรียมครบแล้ว คำนวณตามขั้นบันได แล้วยื่นแบบให้ทันกำหนด 30 ก.ย. หรือ 8 ต.ค. ถ้ายื่นออนไลน์ จัดการรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระบบด้วย PEAK ผู้ประกอบการที่ต้องยื่นภาษีครึ่งปี จำเป็นต้องมีข้อมูลรายรับ-รายจ่ายที่ถูกต้องครบถ้วน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่ายอัตโนมัติ ดูสรุปยอดได้ทุกเมื่อ HR สามารถดึงข้อมูลไปออกเอกสารได้ทันที ทำให้เตรียมตัวยื่นภาษีได้ง่ายขึ้น ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ภ.ง.ด.94 มีเงินเดือนอย่างเดียว ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ไหม ไม่ต้อง เงินเดือนเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ไม่อยู่ในเกณฑ์ แต่ถ้ามีรายได้เสริมจากงานที่ปรึกษาหรือรับเหมาด้วย ส่วนรายได้เสริมนั้นต้องนำมาพิจารณา ยื่น ภ.ง.ด.94 แล้ว ต้องยื่นภาษีปลายปีอีกไหม ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 อีกครั้งตอนต้นปีถัดไป โดยนำรายได้ทั้ง 12 เดือนมาคำนวณใหม่ แล้วหักภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีออก ถ้าจ่ายเกินก็ขอคืนได้ จ่ายภาษีครึ่งปีไปแล้ว แต่สิ้นปีคำนวณใหม่แล้วจ่ายเกิน ขอคืนได้ไหม ได้ เมื่อยื่น ภ.ง.ด.90 ตอนสิ้นปี ระบบจะนำภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีมาหักออกอัตโนมัติ ถ้ารายได้ครึ่งปีหลังน้อยกว่าครึ่งปีแรกจนภาษีทั้งปีต่ำกว่ายอดที่จ่ายไปแล้ว สามารถยื่นขอคืนเงินภาษีส่วนต่างจากกรมสรรพากรได้ คำนวณภาษีครึ่งปีแล้วไม่ถึงเกณฑ์ต้องจ่าย จำเป็นต้องยื่นไหม ถ้ามีเงินได้ถึงเกณฑ์ 60,000 บาท ยังคงมีหน้าที่ยื่นแบบ แม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องจ่าย เพราะหน้าที่ยื่นแบบกับการมีภาษีต้องชำระเป็นคนละเรื่องกันถูกต้อง ที่สำคัญคือใช้งานง่าย ใช้เวลาศึกษาไม่นานก็สามารถจัดการระบบบัญชีของธุรกิจให้เป็นระเบียบมากขึ้น เตรียมความพร้อมสู่การเติบโตในอนาคต! ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

21 ธ.ค. 2025

PEAK Account

12 min

ทำธุรกิจโอนเงินเข้าออกบ่อย เป็นไรไหม เงินเข้าออกบัญชีห้ามเกินกี่ครั้ง?

การโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่นอกจากเป็นเรื่องปกติในการใช้ชีวิตประจำวันจนกลายเป็นช่องทางการแลกเปลี่ยนเงินหลักของคนทั่วไป ในแต่ละวันต้องโอนเงินบ่อยครั้ง จึงทำให้หลายท่านอาจเกิดคำถามตามมาว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม และมีผลกระทบอะไรกับเราบ้าง โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจที่มีจำนวนครั้งการโอนหลายครั้งในแต่ละวัน ในบทความนี้เราจะมาไขคำตอบให้คุณกัน โอนเงินเข้าออกบ่อย เป็นไรไหม ตามจริงแล้วการโอนเงินเข้าออกบัญชีบ่อย ๆ ไม่มีความผิดทางกฎหมาย แต่หากจำนวนครั้งการโอนเงินและมูลค่ารวมถึงตามจำนวนที่กรมสรรพากรกำหนด ก็อาจถูกเรียกเพื่อตรวจสอบภาษีได้ นอกจากนี้กรมสรรพากรต้องการตรวจสอบว่าที่มาของเงินนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมไปถึงที่มาของเงิน เพื่อป้องกันการฟอกเงินหรือการได้เงินมาแบบผิดกฎหมาย เช่น การพนัน หรือสแกมเมอร์ ภาษี e-Payment คืออะไร และสรรพากรดูจากอะไรบ้าง ถึงแม้การโอนเงินออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน ทั้งในมุมของบุคคลทั่วไปที่ใช้โอนเงินระหว่างกัน หรือแม้กระทั่งร้านค้าที่รับเงินผ่านการโอน ทำให้ต้องมีกฎหมายภาษี e-Payment ที่กำหนดให้ธนาคารต้องส่งรายงานธุรกรรมของบัญชีที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมตรงตามข้อกำหนดในจำนวนครั้งการโอนเงินหรือจำนวนมูลค่าที่สูงเกินกว่ากำหนด รวมไปถึงพฤติกรรมการโอนเงินที่ผิดปกติเพื่อให้สรรพากรตรวจสอบ โดยมีการกำหนดเกณฑ์ไว้ดังนี้ หากเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ธนาคารจะต้องส่งรายการธุรกรรมของบัญชีดังกล่าวให้กรมสรรพากร ทั้งนี้ในมุมของผู้ประกอบการที่ใช้การโอนเงินในการรับเงิน อาจมีโอกาสที่จำนวนครั้งการโอนหรือมูลค่าการโอนถึงที่กำหนด แต่ก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะหากมีหลักฐานที่มาของเงินชัดเจนก็ไม่มีปัญหาตามมาแน่นอน พฤติกรรมเงินเข้าออกบัญชีที่อาจถูกตรวจสอบ นอกจากจำนวนครั้งการโอนและมูลค่าการโอนเงินของบัญชีแล้ว พฤติกรรมบางรูปแบบอาจเข้าข่ายต้องสงสัยว่ากำลังฟอกเงิน หรือทำผิดกฎหมายได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น พฤติกรรมที่อาจถูกปรับเพิ่มภายหลังการตรวจสอบ ในส่วนของพฤติกรรมที่เมื่อถูกตรวจสอบแล้ว อาจถูกปรับเงินเพิ่มจากกรมสรรพากรมีดังนี้ อย่างไรก็ตามหากเราสามารถตอบคำถามหรือมีเอกสารยืนยันความบริสุทธิ์ครบถ้วน ถูกต้องก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด ดังนั้นจากคำถามที่ว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม คำตอบคือ ไม่มีความผิด ถ้าสามารถยืนยันที่มาของเงินได้นั่นเอง หากถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบ ต้องเตรียมอะไรบ้าง สำหรับกิจการที่บัญชีเข้าข่ายถูกตรวจสอบ ไม่ต้องกังวลไป สิ่งที่ต้องทำคือ เตรียมเอกสาร และเตรียมตอบคำถามที่กรมสรรพากรอาจถามเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่และควรเตรียมตัวไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันเอกสารตกหล่นจนมีปัญหาตามมาได้ 1. คำถามที่ต้องสามารถตอบได้ อันดับแรกคำถามที่ต้องตอบได้คือ “ที่มาของเงิน” ซึ่งแน่นอนว่าหากเราทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่ต้องกังวลในข้อนี้แต่อย่างใด ควรเตรียมคำถามตอบประกอบกับหลักฐานอย่างชัดเจน 2. เอกสารที่ต้องเตรียม ในความเป็นจริงแล้วพฤติกรรมการโอนเงินเข้าออกบ่อยไม่ผิดกฎหมาย แต่สรรพากรจะตรวจสอบว่า “ที่มาของเงิน” ถูกต้องหรือไม่ จึงต้องมีการเรียกตรวจสอบนั่นเอง โอนเงินเข้าออกบ่อย เสียภาษีไหม สรุปคือ การโอนเงินเข้าออกบัญชีบ่อยไม่ผิดกฎหมาย และไม่ได้แปลว่าจะต้องเสียภาษีเพิ่มทันที แต่หากเป็น “รายได้” ก็ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตามประเภทเงินได้ และต้องสามารถอธิบายที่มาของเงินได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากภาษีเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่เป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีที่จะต้องเสียในแต่ละปีได้ ซึ่งเงินภาษีที่เสียไปของเรานับเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานและการบริการสาธารณะ  อย่างไรก็ตามเราสามารถลดหย่อนภาษีที่ต้องจ่ายอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้เสียภาษีน้อยลงได้ด้วยวิธีการ ดังนี้ สำหรับบุคคลธรรมดา สำหรับนิติบุคคล (SME) สิ่งที่ไม่ควรทำ ซ่อนรายได้: การไม่รายงานรายได้ทั้งหมด มีความผิดทางกฎหมาย สำหรับคำถามที่ว่า โอนเงินเข้าออกบ่อยเป็นไรไหม สรุปได้ว่า “ไม่มีความผิด” แต่หากเข้าข่ายข้อกำหนดของภาษี e-Payment อาจถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากร ดังนั้นการโอนเงินอย่างมีระเบียบและวางแผนอย่างรอบคอบจะสามารถช่วยลดค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็นและลดปัญหาด้านต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้การรู้จักการจัดการธุรกรรมของตนเองจะช่วยให้คุณสามารถปกป้องทรัพย์สินของตัวเองให้ปลอดภัยได้อีกด้วยสำหรับท่านไหนที่มีความกังวลด้านภาษี ยังไม่เข้าใจข้อกำหนดในหลายส่วนทั้งในมุมการเสียภาษีบุคคลธรรมดา และของกิจการ สามารถติดตามบทความจาก PEAK เพื่อให้พลาดทุกความรู้ดี ๆ ที่เรามีมาแนะนำ ตั้งแต่การจัดการด้านบัญชีของธุรกิจไปจนถึงการบริหารจัดการภาษีให้ถูกต้องอีกด้วย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

6 มี.ค. 2025

PEAK Account

14 min

เช็กด่วน! รายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาตรงกับรายได้จริงไหม

เรียกได้ว่ามาถึงครึ่งทางแล้วสำหรับเทศกาลยื่นภาษีของบุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากปี 2567 หรือที่เรียกกันว่า “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” ซึ่งถูกกำหนดให้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 เพื่อเสียภาษีให้เสร็จภายใน 31 มีนาคม 68 แต่ถ้าใครยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตเวลาสิ้นสุดจะขยายจนถึง 8 เมษายน 68 ขณะที่หลายคนยื่นแบบภาษีผ่านไปได้ราบรื่น ไม่มีปัญหา แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่พบปัญหาว่า รายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดา ของกรมสรรพากรนั้นไม่เท่ากับรายได้ที่ตนเองได้รับจริงหรือจดบันทึกไว้ เช่น ระบบแสดงรายได้มาก หรือต่ำกว่าความเป็นจริง แบบนี้คงจะเริ่มปวดหัว ต้องสาเหตุเกิดจากอะไร และต้องทำอย่างไรต่อ ซึ่งเราจะมาหาคำตอบกันในบทความนี้ ตรวจสอบรายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมมดา ผ่านระบบ D-MyTax (Digital MyTax) บางคนอาจยังไม่ทราบว่ากรมสรรพากรมีระบบที่สามารถดึงข้อมูลรายได้เราจากทุกๆ แหล่งที่เราเคยโดนหัก ณ ที่จ่ายไว้หรือมีคนนำส่งข้อมูลไว้ ซึ่งจะนำมาแสดงในระบบใหม่ของกรมสรรพากรที่ชื่อว่า ‘D-MyTax’ หรือ Digital MyTax เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพมากขึ้น ขอแสดงตัวอย่างการเข้าไปดูข้อมูลรายได้ในระบบดังกล่าว ซึ่งสามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้ 1. เข้าสู่ระบบกรมสรรพากรเพื่อยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2. เลือกยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 3. หลังจากนั้นระบบจะแสดงหน้าต่างขึ้นมาให้เลือกว่าการยื่นแบบจะ ‘ใช้ข้อมูลที่กรมสรรพากรได้รับ’ หรือจะ ‘กรอกข้อมูลด้วยตนเอง’ ให้เลือก ‘ใช้ข้อมูลที่กรมสรรพากรได้รับ’ เพื่อดูว่าระบบสรรพากรมีข้อมูลรายได้อะไรของเราบ้าง 4. สิ่งที่เราจะเจออันดับแรกยังไม่ใช่ข้อมูล ‘รายได้’ แต่เป็นข้อมูล ‘ค่าลดหย่อน’ ต่างๆ ที่สรรพากรได้รับข้อมูลมาเช่นกัน บางครั้งเราลืมว่ามีสิทธิ์ลดหย่อนส่วนนี้ เช่น ค่าเบี้ยประกันชีวิต หรือค่าใช้จ่ายในโครงการ Easy E-Receipt ที่จำไม่ได้ว่าต้นปีที่แล้วจ่ายอะไรไปบ้าง ระบบก็จะแสดงข้อมูลต่างๆออกมาให้ แม้ข้อมูล ‘ค่าลดหย่อน’ จะไม่ได้เกี่ยวกับบทความนี้ แต่ก็เป็นเรื่องดีๆ ที่ผู้อ่านควรรู้  5. เลื่อนลงมาเรื่อยๆ จะเจอไฮไลท์ของบทความนี้แล้วก็คือ ข้อมูล ‘รายได้’ ซึ่งจะแสดงเป็นส่วนๆ  เช่น รายได้เงินเดือน, รายได้จากทรัพย์สิน/การทำธุรกิจ/อาชีพอิสระ เป็นต้น ซึ่งการแสดงข้อมูลในส่วนนี้จะบอกรายละเอียดของรายได้ เช่น วิธีตรวจสอบรายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมมดาตรงกับรายได้จริงของเราไหม? ถึงตอนนี้แล้วคิดว่าทุกคนคงเห็นภาพมากขึ้นว่าระบบแสดงข้อมูลรายได้เราอย่างไรบ้าง สิ่งที่เราจะทำได้ต่อจากนี้ คือ การตรวจสอบว่ารายได้ที่แสดงในระบบครบถ้วน ถูกต้องหรือไม่ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น เราสามารถตรวจสอบโดยใช้หลายวิธีรวมกันได้ ส่วนตัวของผู้เขียนจะทำบันทึกจดรายได้พร้อมบันทึกวันรับเงินและเก็บเอกสารหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายเพื่อเป็นหลักฐานการรับเงินในแต่ละครั้ง หลังจากตรวจสอบแล้ว ถ้าข้อมูลรายได้ที่เรามีและในระบบสรรพากรตรงกันเป๊ะ แบบนี้เรียกว่า ‘ราบรื่น’ ได้เลย แต่ถ้าข้อมูลไม่ตรงกันไม่ว่าจะมากกว่าหรือน้อยกว่า เราสามารถเตรียมรับมือได้ ดังนี้ กรณีข้อมูลรายได้จริง ‘มากกว่า’ รายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมมดา 1. รายได้ที่ผู้จ่ายเงินไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น รายได้จากการขายสินค้า หรือรายได้จากการให้บริการแก่บุคคล ซึ่งปกติจะไม่มีการหักภาษี ณ ที่ จ่ายระหว่างกัน ในระบบฯ จึงไม่แสดงข้อมูลนี้ แก้ไข: เก็บข้อมูลรายได้ทั้งหมด และยื่นรายได้ให้ครบถ้วน 2. รายได้ที่เราบันทึกไว้ แต่ยังไม่ได้รับเงินจริง เนื่องจากการเสียภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาจะถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีเมื่อได้รับชำระเงินแล้ว เช่น ให้บริการแก่บริษัทจำกัดแต่ยังไม่ได้รับชำระเงิน แก้ไข: เก็บข้อมูลรายได้ที่ยื่นภาษี ต้องเป็นรายได้ที่ได้รับเงินแล้วในปี 2567 3. ผู้จ่ายเงินไม่ได้ยื่นแบบหรือส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้สรรพากร เช่น ผู้จ่ายเงินหักภาษีไว้ แต่ลืมนำส่งภาษีให้สรรพากร หรือบางกรณีที่ไม่มีภาษีต้องหักแต่ต้องยื่นแบบ ซึ่งผู้จ่ายเงินไม่ได้ยื่นแบบ เป็นต้น แก้ไข: ติดต่อไปยังผู้จ่ายเงิน และแจ้งให้ทำการยื่นปรับปรุงภาษีให้ถูกต้อง กรณีผู้จ่ายเงินไม่ยอมปรับปรุง ควรแจ้งเรื่องต่อสรรพากรพื้นที่ 4. ผู้จ่ายเงินส่งข้อมูลรายได้น้อยกว่าที่จ่ายจริง กรณีเกิดจากความผิดพลาดของผู้จ่ายเงินที่ยื่นแบบแจ้งสรรพากรต่ำกว่าความเป็นจริง เช่น รายได้ 100,000 แต่ระบุเป็น 10,000 เป็นต้น แก้ไข: ติดต่อไปยังผู้จ่ายเงิน และแจ้งให้ทำการยื่นปรับปรุงภาษีให้ถูกต้อง กรณีผู้จ่ายเงินไม่ยอมปรับปรุง ควรแจ้งเรื่องต่อสรรพากรพื้นที่ 5. ข้อมูลยังไม่เข้าระบบของกรมสรรพากร เช่น บริษัทที่จ่ายเงินเดือนยังไม่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1ก เนื่องจากยังไม่ถึงกำหนด ข้อมูลรายได้ส่วนนี้จึงยังไม่ปรากฏบนระบบ เป็นต้น แก้ไข: สอบถามไปยังผู้จ่ายว่ายื่นแบบไปแล้วหรือไม่ หรืออาจรอให้ผู้จ่ายเงินยื่นแบบก่อน เพื่อให้ข้อมูลขึ้นในระบบ แล้วค่อยยื่นภาษีบุคคลก็ได้เช่นกัน กรณีข้อมูลรายได้จริง ‘น้อยกว่า’ รายได้ในระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมมดา 1. บันทึกรายได้ไม่ครบถ้วน อาจเกิดจากการที่เราบันทึกรายได้ตกหล่น หรือเก็บข้อมูลไม่เป็นระบบเอง แก้ไข: เก็บข้อมูลรายได้ทั้งหมดให้ครบถ้วน เก็บข้อมูลวันที่เกิดรายได้และวันที่ได้รับเงิน 2. รายรับบางอย่างไม่รู้ว่าเป็นรายได้ทางภาษี เช่น รายได้ที่ไม่ถูกหัก ณ ที่จ่ายอาจคิดว่าไม่ต้องยื่นภาษี หรือรายได้ที่ผู้จ่ายออกภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนแต่ไม่ส่งใบ 50 ทวิมาให้ แก้ไข: เก็บข้อมูลรายได้ทั้งหมดให้ครบถ้วน ไม่สนใจว่าจะถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้วหรือไม่ กรณีที่ผู้จ่ายเงินออกภาษีแทนต้องติดตามใบ 50 ทวิมาเก็บเป็นหลักฐานด้วย 3. ผู้จ่ายเงินส่งข้อมูลรายได้มากกว่าที่จ่ายจริง เกิดจากความผิดพลาดของผู้จ่ายเงินที่ยื่นแบบแจ้งสรรพากรสูงกว่าความเป็นจริง เช่น รายได้ 5,000 แต่ระบุเป็น 50,000 เป็นต้น แก้ไข: ติดต่อไปยังผู้จ่ายเงิน และแจ้งให้ทำการยื่นปรับปรุงภาษีให้ถูกต้อง กรณีผู้จ่ายเงินไม่ยอมปรับปรุง ควรแจ้งเรื่องต่อสรรพากรพื้นที่ 4. ผู้จ่ายเงินส่งข้อมูลรายได้ผิดบุคคล เช่น ผู้จ่ายเงินจ้างนาย A แต่ตอนแจ้งสรรพากรระบุว่าผู้รับเงิน คือ นาย B ซึ่งทำให้ข้อมูลรายได้ของนาย A และ นาย B จะไม่ตรงกัน แก้ไข: ติดต่อไปยังผู้จ่ายเงิน และแจ้งให้ทำการยื่นปรับปรุงภาษีให้ถูกต้อง กรณีผู้จ่ายเงินไม่ยอมปรับปรุง ควรแจ้งความการแอบอ้างชื่อไปใช้และนำใบแจ้งความไปแจ้งที่สรรพากรพื้นที่ต่อ ทั้งนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเราเคยให้คนรู้จักใช้บัตรประชาชนเราไปรับเงินแทนหรือไม่ กรณีที่อยู่ระหว่างรอการแก้ไขภาษีจากผู้จ่ายเงิน และจำเป็นต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90/91 สามารถยื่นแบบภาษีตามยอดรายได้ตามที่ถูกต้องแม้จะไม่ตรงกับยอดในระบบสรรพากร และให้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้สรรพากรรับทราบอีกครั้ง สรุป การที่ระบบการยื่นภาษีของกรมสรรพากรสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการมีรายได้ของผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาได้ ทำให้ผู้เสียภาษีสามารถเช็กข้อมูลที่ตนเองเก็บบันทึกไว้กับข้อมูลในระบบสรรพากรได้เร็วและง่าย กรณีเจอข้อมูลที่แตกต่างกัน สามารถดูรายชื่อและเลขผู้เสียภาษีของผู้จ่ายรายได้เพื่อติดต่อไปสอบถามและแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ทันที ขอย้ำอีกครั้งว่าอย่าเข้าระบบเพื่อยื่นภาษีอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบข้อมูลรายได้ให้ครบถ้วน ถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต  PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ มีฟังก์ชันรองรับการช่วยเก็บข้อมูลรายได้ ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย(ใบ50ทวิ) และเอกสารบัญชีต่างๆ ได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว ในไม่กี่ขั้นตอน สร้างเอกสารทางธุรกิจ ครบถ้วน ถูกต้อง แม่นยำ ป้องกันปัญหาอย่างมืออาชีพ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก