บริการช่วยเหลือและสนับสนุน สอนการใช้งาน แม้ไม่มีพื้นฐานมาก่อน

บริการช่วยเหลือและสนับสนุน สอนการใช้งาน แม้ไม่มีพื้นฐานมาก่อน

ใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ได้อย่างมืออาชีพ ผ่านสื่อการเรียนรู้ สัมมนา การอบรม และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญตลอดการใช้งาน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นใช้งาน PEAK ได้อย่างถูกต้อง

นำข้อมูลบัญชีไปใช้ในการบริหารธุรกิจได้จริง

ไขข้อสงสัยการใช้งานทุกฟังก์ชัน

บริการช่วยเหลือและสนับสนุน

คู่มือสอนการใช้งาน

คู่มือ
สอนการใช้งาน

คู่มือผู้ใช้ใหม่

คู่มือเมนูโปรแกรม

คำถามที่พบบ่อย

วิดีโอสอนการใช้งาน

วิดีโอ
สอนการใช้งาน

การใช้งานเชิงลึก

การใช้งานเบื้องต้น

หลักสูตรประจำเดือน

หลักสูตร
ประจำเดือน

สัมมนา

เวิร์กชอป

LIVE Chat

ให้บริการทุกวัน
ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
จ – ศ 08.00 – 22.00 น.
ส – อา 09.00 – 18.00 น

Call Center

ให้บริการทุกวัน
ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
จ – ศ 08.00 – 22.00 น.
ส – อา 09.00 – 18.00 น.

เสียงจากผู้ใช้งาน

เราให้บริการทุกวัน เพราะอยากอยู่ข้างๆ ทุกคน

” ทีมสนับสนุนของ PEAK ว่าดีมาก แม้วันหยุดก็ให้บริการ ทำให้รู้สึกสบายใจในการใช้บริการ “
ทีมสนับสนุนของ PEAK ว่าดีมาก แม้วันหยุดก็ให้บริการ ทำให้รู้สึกสบายใจในการใช้บริการ

ใช้งานง่าย คนไม่เคยทำบัญชีมาก่อนก็ใช้ได้

” โปรแกรมใช้งานง่าย คนไม่มีความรู้ก็เข้าใจได้ ชอบการเก็บข้อมูลและรีเช็ค ขอบคุณทีมงานที่สร้างโปรแกรมนี้ “
โปรแกรมใช้งานง่าย คนไม่มีความรู้ก็เข้าใจได้

นักบัญชีติดใจ ใช้แล้ว ใช้อีก ใช้ต่อ

” การใช้งาน PEAK สะดวก รวดเร็ว เก็บข้อมูลได้ดี แยกประเภทได้ชัดเจน ทีมงานช่วยเหลือดี ทำให้งานบัญชีง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพ ”
การใช้งาน PEAK สะดวก รวดเร็ว

PEAK คุยง่าย และใส่ใจทุกความต้องการของผู้ใช้งาน

” ฟังก์ชันดี สะดวก ทำให้ร้านดูน่าเชื่อถือ ทีมงานพัฒนาดี ลูกค้าไม่ต้องกรอกเลขที่ใบเสร็จในเว็บ “
ฟังก์ชันดี สะดวก ทำให้ร้านดูน่าเชื่อถือ ทีมงานพัฒนาดี ลูกค้าไม่ต้องกรอกเลขที่ใบเสร็จในเว็บ

หากย้อนเวลากลับไปได้ก็ไม่เสียใจ ที่ตัดสินใจใช้ PEAK

” ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป เข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เวลาศึกษามาก คิดถูกแล้วที่ใช้ PEAK Account “
ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป เข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เวลาศึกษามาก คิดถูกแล้วที่ใช้ PEAK Account

PEAK ใครๆ ก็รู้จัก ใครๆ ก็ใช้อยู่

” ผู้ใช้หลายคนรู้จักและชื่นชอบ PEAK ใช้งานดี ทีมงานเก่ง สร้างสรรค์งานได้ดีมาก ประทับใจ “
ผู้ใช้หลายคนรู้จักและชื่นชอบ PEAK ใช้งานดี ทีมงานเก่ง สร้างสรรค์งานได้ดีมาก ประทับใจ

ลูกค้าใหม่ๆ จากการบอกต่อจากผู้ที่ใช้งานจริง

” เพื่อนแนะนำมา เป็นโปรแกรมที่ใช้ง่ายและครอบคลุม “
เพื่อนแนะนำมา เป็นโปรแกรมที่ใช้ง่ายและครอบคลุม

บริการ 7 วันจุกๆ ไม่เว้นวันหยุดกันไปเลยค่ะ

” ชื่นชมและประทับใจในบริการ PEAK มาก “
ตอบคำถามได้ดี

ผลิตภัณฑ์ของ PEAK

PEAK Account
โปรแกรมบัญชีออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Payroll
โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Board
โปรแกรมวิเคราะห์ธุรกิจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Asset
โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Tax
โปรแกรมการจัดการภาษีออนไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Line @PEAKConnect
ใช้งานโปรแกรมผ่านไลน์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

บทความน่ารู้

สลิปเงินเดือน ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง

PEAK Account

10

min

สลิปเงินเดือน ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง? สร้างความน่าเชื่อถือให้บริษัทได้อย่างไร?

ในการจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญอย่างมาก คือ สลิปเงินเดือน และสำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ ที่อาจจะสงสัยว่า สลิปเงินเดือน สำคัญอย่างไร แล้วควรจะต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง รวมถึงจะจัดการสลิปเงินเดือนอย่างไรไม่ให้ผิดพลาด มาดูคำตอบได้เลย สลิปเงินเดือน คืออะไร สลิปเงินเดือน คือ เอกสารที่นายจ้างออกให้พนักงาน เพื่อแสดงรายละเอียดการจ่ายค่าจ้างหรือเงินเดือนในแต่ละงวด โดยระบุรายได้ รายการหัก และยอดเงินสุทธิที่พนักงานได้รับจริง ในเชิงกฎหมาย : แม้กฎหมายแรงงานจะไม่ได้บังคับให้ออกสลิปเงินเดือนเป็นลายลักษณ์อักษรในทุกกรณี แต่ในทางปฏิบัติ สลิปเงินเดือนถือเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยยืนยันความโปร่งใส และใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง โดยเฉพาะเมื่อเกิดข้อโต้แย้งเรื่องค่าจ้างหรือการหักเงิน สลิปออนไลน์ (e-Payslip) เหมือนกับสลิปเงินเดือนปกติไหม? e-Payslip หรือสลิปเงินเดือนออนไลน์ คือสลิปเงินเดือนในรูปแบบดิจิทัล ที่ส่งให้พนักงานผ่านระบบออนไลน์หรืออีเมล แทนการพิมพ์เป็นกระดาษ ในเชิงกฎหมาย : สลิปออนไลน์ สามารถใช้แทนสลิปแบบกระดาษได้ หากข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และยังมีข้อดีสำคัญคือช่วยลดต้นทุนการพิมพ์ ลดภาระการจัดเก็บเอกสาร และสอดคล้องกับการทำงานของธุรกิจยุคดิจิทัล สลิปเงินเดือน สร้างความน่าเชื่อถือของบริษัทได้อย่างไร สำหรับองค์กร โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs การมีสลิปเงินเดือนที่ชัดเจนและถูกต้องช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในหลายด้าน เช่น ในระยะยาว สลิปเงินเดือนที่ถูกจัดการอย่างเป็นระบบยังช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายแรงงานและภาษีได้อีกด้วย ข้อมูลในสลิปเงินเดือน มีอะไรบ้าง สลิปเงินเดือนที่ดีควรแสดงข้อมูลอย่างครบถ้วน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้ 1. ข้อมูลทั่วไป 2. ข้อมูลรายการรับ 3. ข้อมูลรายการหัก 4. ยอดเงินสุทธิ และยอดเงินสะสม ข้อมูลที่ต้องใช้ในการทำจ่ายเงินเดือน หนึ่งใน Pain Point สำคัญของผู้ประกอบการคือ การคำนวณเงินเดือนผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นภาษี ประกันสังคม หรือค่าล่วงเวลา การตั้งค่าระบบให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก เช่น ซึ่งในหลายครั้ง การทำด้วยตัวเองแบบ Manual อาจใช้เวลามากและเสี่ยงต่อความผิดพลาด โดยเฉพาะเมื่อจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น ออกสลิปเงินเดือนออนไลน์ได้ง่ายๆ (e-Payslip) ด้วย PEAK Payroll PEAK Payroll ช่วยผู้ประกอบการสามารถ สร้างสลิปเงินเดือนออนไลน์ ตั้งรหัสผ่านเฉพาะบุคคล และจัดเก็บสลิปเงินเดือนอย่างปลอดภัย ง่าย ไม่ซับซ้อน แม้ไม่มีพื้นฐานด้านบัญชี เพียงแค่นี้ ระบบจะสร้างสลิปเงินเดือนออนไลน์ และสรุปรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้อัตโนมัติ จุดเด่นของ PEAK Payroll ที่ช่วยจัดการสลิปเงินเดือนอย่างเป็นระบบ ช่วยลดปัญหาการค้นหาเอกสาร และลดภาระงานของฝ่ายบัญชีหรือ HR ได้อย่างชัดเจน แค่เข้าสู่เมนูเงินเดือน > เลือกบันทึกเงินเดือนที่ต้องการส่งสลิป > คลิกปุ่ม อีเมล เพียงเท่านี้ระบบจะจัดส่งสลิปเงินเดือนให้กับพนักงานโดยอัตโนมัติ PEAK Payroll สามารถสร้างไฟล์พร้อมยื่นประกันสังคม นำไฟล์ไปใช้ยื่นผ่านระบบ SSO e-Service ได้โดยตรง ช่วยลดความยุ่งยากจากการเตรียมเอกสาร ความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลซ้ำ และช่วยประหยัดเวลาลงได้ PEAK Payroll รองรับการ คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย และนำข้อมูลไปสร้างแบบ ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1 ก ได้อย่างถูกต้อง ช่วยให้การจัดการภาษีเงินเดือนเป็นเรื่องง่าย และสอดคล้องกับกฎหมาย เพียงแค่นำไฟล์จาก PEAK Payroll ไปใส่ในเว็บไซต์ธนาคารเพียงแค่นี้การจ่ายเงินเดือนก็จะถูกต้อง เป็นระบบ และที่สำคัญรวดเร็วกว่าพนักงานโอนเองทีละรายการ สลิปเงินเดือนที่เป็นระบบ ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นใจ สลิปเงินเดือน เป็นหัวใจสำคัญของความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องทางกฎหมายของธุรกิจ หากต้องการลดภาระงานด้านเงินเดือน ลดความผิดพลาด และจัดการทุกอย่างให้เป็นระบบเดียวกัน PEAK Payroll คือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการจัดการสลิปเงินเดือนได้อย่างมั่นใจ พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจ ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน เพื่อเปลี่ยนการจัดการเงินเดือนให้เป็นเรื่องง่ายและเป็นระบบมากขึ้น คลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย) PEAK Call Center : 1485 LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

ความรู้ธุรกิจความรู้บัญชี

ใบแจ้งหนี้ คือ

PEAK Account

9

min

ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร พร้อมตัวอย่างเอกสารที่ถูกต้อง

ในการทำธุรกิจ “ใบแจ้งหนี้” คือเอกสารที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญหาทางการเงินได้มากที่สุด หากออกผิดหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจทำให้ลูกค้าเลื่อนวันชำระเงินและกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทได้ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีจัดการใบแจ้งหนี้อย่างมืออาชีพ ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร? ใบแจ้งหนี้ คือ เอกสารทางบัญชีที่ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการออกให้กับผู้ซื้อหลังจากที่มีการตกลงซื้อขายกันเสร็จสิ้น เพื่อเรียกเก็บเงินหรือแจ้งจำนวนเงินที่ต้องชำระตามกำหนดเวลา (Credit Term) ที่ตกลงกันไว้ โดยนิยมใช้มากในการซื้อขายระหว่างธุรกิจ (B2B) ทำไมใบแจ้งหนี้ถึงสำคัญต่อธุรกิจ? ใบแจ้งหนี้ไม่ใช่แค่กระดาษเรียกเก็บเงิน แต่เป็นเครื่องมือบริหาร กระแสเงินสด (Cash Flow): ใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้องต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง? การทำใบแจ้งหนี้ต้องระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการซื้อขายให้ครบ เช่น ข้อมูลผู้ซื้อ ผู้ขาย รายละเอียดสินค้า/บริการ และยอดชำระรวม โดยสามารถแบ่งข้อมูลที่ต้องมีได้เป็น 3 ส่วนดังนี้ ข้อมูลส่วนหัวและคู่สัญญา รายละเอียดเอกสารและรายการสินค้า ทั้งนี้หากทำธุรกิจแบบให้บริการต้องระบุข้อมูลจำแนกให้ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น บริษัท A ให้บริการด้านวางแผนกลยุทธ์การตลาด และทำโฆษณาออนไลน์ อาจระบุรายการดังนี้ ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้จะต้องพูดคุยกันให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนเริ่มบริการ เพื่อให้เข้าใจตรงกันและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ส่วนท้ายเอกสาร ควรรู้ : ในภาพตัวอย่างใบแจ้งหนี้จะเห็นว่าเป็นใบแจ้งหนี้โดยบริษัทนิติบุคคลเพราะมีเลขที่ภาษี และที่อยู่ระบุเป็นสำนักงานใหญ่ แต่ในกรณีของใบแจ้งหนี้บุคคลธรรมดา สามารถใส่ชื่อ ที่อยู่ และเลขที่บัตรประชาชนแทนได้เลย วิธีการออกใบแจ้งหนี้ ทุกวันนี้หลายธุรกิจเลือกออกใบแจ้งหนี้ออนไลน์แบบไฟล์มากขึ้น เพราะส่งต่อง่ายรวดเร็ว จัดเก็บง่ายป้องกันปัญหาเอกสารสูญหาย ซึ่งเอกสารแบบไฟล์ สามารถทำได้ทั้งการออกใบแจ้งหนี้ผ่าน Excel หรือทำผ่านโปรแกรมบัญชีที่มีแบบฟอร์มใบแจ้งหนี้ ให้เราสามารถสร้างเอกสารได้ง่ายยิ่งขึ้น ใบแจ้งหนี้, ใบวางบิล, และใบเสร็จรับเงิน ต่างกันอย่างไรในธุรกิจ? ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบวางบิล เป็นเอกสารที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน มีโอกาสสับสนว่าต้องออกเอกสารฉบับไหนให้ลูกค้าถึงถูกต้อง เพื่อคลายข้อสงสัยให้ทุกท่าน เรามาดูความแตกต่างระหว่างเอกสารแต่ละชนิดกัน สรุปความแตกต่าง ถ้าพูดถึงข้อมูลโดยรวมบนเอกสารทั้ง 3 แบบจะมีความใกล้เคียงกันพอสมควร เพราะต้องระบุชื่อผู้ซื้อและผู้ขาย ข้อมูลสินค้า/บริการ และจำนวนเงินที่ต้องชำระ ต่างกันที่วัตถุประสงค์การใช้งานเป็นหลัก ออกใบแจ้งนี้ง่าย ๆ ด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน คือ เอกสารที่สามารถออกได้ด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่หลายบริษัทเลือกใช้ ไม่ว่าจะบริษัทรับทำบัญชี หรือบริษัททั่วไป เพราะทำเอกสารได้ง่าย สะดวกและรวดเร็วซึ่ง PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ก็มาพร้อมฟีเจอร์ที่ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องเป็นนักบัญชีก็สามารถออกเอกสารได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะใบแจ้งหนี้ หรือใบเสร็จรับเงิน รวมไปถึงใบเสนอราคา ที่ผู้ประกอบการสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ทั้งยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อื่น ๆ มากมายที่จำเป็นเกี่ยวกับการจัดการบัญชีอย่างเป็นระบบ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ! ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

ความรู้ธุรกิจความรู้บัญชี

ใบกำกับภาษี คือ

PEAK Account

17

min

ใบกำกับภาษี คืออะไร? สรุปข้อมูลที่ต้องมีและวิธีออกให้ถูกต้อง

ใบกำกับภาษีสำคัญอย่างไร ทำไมต้องออกใบกำกับภาษี? เป็นคำถามที่ผู้ประกอบการมือใหม่สงสัย ในบทความนี้เราจะมาตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ ใบกำกับภาษี ตั้งแต่ข้อมูลที่ต้องมีในเอกสาร ใครบ้างที่มีหน้าที่ออกเอกสารสำคัญนี้ พร้อมตัวอย่างใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง ใบกำกับภาษี หรือ Tax invoice คืออะไร? ใบกำกับภาษี คือ หลักฐานที่ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องออกให้แก่ผู้ซื้อทุกครั้งที่มีการซื้อขาย เพื่อแสดงมูลค่าของสินค้า/บริการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ที่เรียกเก็บ หน้าที่หลัก: ใช้เป็นหลักฐานในการนำส่งภาษีขายให้กรมสรรพากร (ภ.พ.30) สำหรับผู้ซื้อ: ใช้เป็นหลักฐาน “ภาษีซื้อ” เพื่อนำไปหักลบออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริง ใครต้องออกใบกำกับภาษีบ้าง? ผู้ที่มีหน้าที่ออกบิล VAT หรือใบกำกับภาษี ต้องมีคุณสมบัติที่เข้าข่าย ซึ่งประกอบไปด้วยสองข้อดังนี้ หากไม่มีสิทธิ์ออกใบกำกับภาษี แต่ยังคงออกเอกสารให้ผู้ซื้อจะมีความผิดทางกฎหมาย และในฝั่งผู้ซื้อเองควรตรวจสอบข้อมูลคู่ค้าทุกครั้งว่าได้มีการจด VAT จริงหรือไม่ ใบกำกับภาษีมีกี่รูปแบบ? ถ้าพูดถึงใบกำกับภาษีที่ใช้กันเป็นประจำส่วนใหญ่จะเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็ม และแบบย่อ แต่หลายคนยังไม่ทราบว่าที่จริงแล้วกรมสรรพากรได้มีการระบุประเภทใบกำกับภาษีไว้ 3 รูปแบบ ดังนี้    1. ใบกำกับภาษีเต็มรูป (Full Tax Invoice)  2. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (Abbreviated Tax Invoice)  3. เอกสารอื่นที่ถือเป็นใบกำกับภาษี ซึ่งในการทำธุรกิจทั่วไปส่วนใหญ่จะเจอกับใบกำกับภาษีแบบเต็ม และแบบย่อมากกว่า ในส่วนถัดไปเราจะขอลงรายละเอียดเฉพาะเอกสารประเภทที่พบเป็นประจำ ตัวอย่างใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ในการทำธุรกิจแบบ B2B โดยส่วนใหญ่ผู้ขายจะต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปมากกว่า ซึ่งในใบกำกับภาษีต้องมีรายการดังต่อไปนี้ เพื่อให้สามารถออกเอกสารได้อย่างถูกต้อง นำไปใช้ได้จริง 1. ตำแหน่งที่แสดงคำว่า “ใบกำกับภาษี” 2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียน ที่ออกใบกำกับภาษี ข้อสังเกต 3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ 4. รายการ “หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขของเล่ม (ถ้ามี)” 5. รายการ “วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี” 6. รายการ “ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ” 7. รายการ “จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง” ซึ่งใบกำกับภาษีเต็มรูปสามารถออกเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Tax Invoice คือ รูปแบบการออกเอกสารแบบดิจิทัลช่วยให้ส่งเอกสารให้ผู้ซื้อได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงการส่ง e-Tax invoice ให้กรมสรรพากร ที่มีการออกระบบช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ การออกใบกำกับภาษีแบบย่อ ในส่วนของใบกำกับภาษีอย่างย่อที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันมากที่สุด เพราะคือ ใบเสร็จที่เรามักพบในร้านค้าปลีกทั่วไป ข้อมูลจะน้อยกว่าแบบเต็มรูป (ไม่ต้องใส่ชื่อ-ที่อยู่ผู้ซื้อ) และที่สำคัญ คือ ผู้ซื้อไม่สามารถนำใบกำกับภาษีแบบย่อไปหักภาษีขายในการคำนวณ VAT ยื่น ภ.พ. 30 ได้ ลักษณะของใบกำกับภาษีอย่างย่อจะใช้เป็นหลักฐานการรับเงิน คล้ายกับใบบิลเงินสดแต่ใบกำกับภาษีอย่างย่อจะมีความเป็นทางการ ข้อมูลครบถ้วน น่าเชื่อถือมากกว่า ใครออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้บ้าง? ผู้ประกอบการต้องมีคุณสมบัติ 2 ข้อดังนี้ถึงสามารถออกใบกำกับภาษีได้ ในใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง? สำหรับใบกำกับภาษีอย่างย่อ จำเป็นต้องมีข้อมูลดังนี้ โดยรายละเอียดในใบกำกับภาษีอย่างย่อออกเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยก็ได้ ทั้งนี้การออกใบกำกับภาษีอย่างย่อจะไม่สามารถออก e-Tax ได้ ออกใบกำกับภาษีได้เมื่อไร? ในด้านการให้บริการจะมีความแตกต่างในเรื่องของจุดรับรู้ภาษีกับการขาย โดยมีทั้งหมด 2 แบบด้วยกันดังนี้ สรุปอีกครั้งให้เห็นภาพมากขึ้น คือ จุดรับรู้ภาษีเกิดขึ้นตั้งแต่การให้บริการเสร็จสิ้น ถึงแม้จะยังไม่จ่ายเงินก็ตาม เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ที่ให้บริการเสร็จสามารถออกใบกำกับภาษีและส่งให้ลูกค้าได้เลย  ยกตัวอย่างเช่น เราเป็นบริษัทให้บริการต่อเติมบ้าน ให้บริการต่อเติมออฟฟิศให้องค์กรแห่งหนึ่ง หากเราต่อเติมออฟฟิศให้เสร็จแล้ว สามารถออกใบกำกับภาษีส่งให้ลูกค้าได้เลย ไม่ต้องรอจนถึงรอบการจ่ายเงินที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้ไม่ว่าจะออกใบกำกับให้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ออกต้องทำทั้งต้นฉบับและสำเนาใบกำกับภาษี เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานสำหรับยื่น ภ.พ. 30 การออกใบกำกับภาษีต้องระวังอะไรบ้าง? ในการออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้องตามที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้ประกอบการควรสังเกต 5 จุดสำคัญดังนี้ 1. สิทธิ์ในการออกใบกำกับภาษี 2. ระบุรายละเอียดในใบกำกับภาษีให้ครบถ้วน 3. ออกใบกำกับภาษีทันทีเมื่อเกิดจุดรับรู้ภาษี 4. ห้ามลืมเสียภาษี 5. แสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า ออกใบกำกับภาษีง่าย ๆ ด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK เมื่ออ่านถึงตรงนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายท่านน่าจะมีความเข้าใจมากขึ้น ถ้าต้องออกใบกำกับภาษี บริษัทก็สามารถทำได้ไม่ยาก และทำได้อย่างถูกต้อง! และหนึ่งในวิธีออกใบกำกับภาษีที่สะดวกรวดเร็วมากที่สุด คือ การใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีที่ช่วยกิจการเตรียมเอกสารทางบัญชีและสร้างเอกสารทางออนไลน์ ปรับแต่งได้ในแบบที่คุณต้องการได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ทั้งยังรองรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงการรับชำระเงินผ่าน QR CODE เมื่อสร้างเอกสารแล้ว ระบบจะบันทึกรายการบัญชีให้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้กิจการออกใบกำกับภาษี ได้อย่างถูกต้อง ตรงตามงวดเวลาและยื่นแบบได้ภายในกำหนดเวลา รวมทั้งบันทึกบัญชีได้อย่างครบถ้วนถูกต้อง หรือหากต้องการผู้ช่วยสามารถค้นหาสำนักงานรับทำบัญชีพาร์ทเนอร์ของ PEAK ได้เช่นกัน! ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

ความรู้บัญชีความรู้ภาษี

สลิปเงินเดือน ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง

PEAK Account

10

min

สลิปเงินเดือน ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง? สร้างความน่าเชื่อถือให้บริษัทได้อย่างไร?

ในการจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญอย่างมาก คือ สลิปเงินเดือน และสำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ ที่อาจจะสงสัยว่า สลิปเงินเดือน สำคัญอย่างไร แล้วควรจะต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง รวมถึงจะจัดการสลิปเงินเดือนอย่างไรไม่ให้ผิดพลาด มาดูคำตอบได้เลย สลิปเงินเดือน คืออะไร สลิปเงินเดือน คือ เอกสารที่นายจ้างออกให้พนักงาน เพื่อแสดงรายละเอียดการจ่ายค่าจ้างหรือเงินเดือนในแต่ละงวด โดยระบุรายได้ รายการหัก และยอดเงินสุทธิที่พนักงานได้รับจริง ในเชิงกฎหมาย : แม้กฎหมายแรงงานจะไม่ได้บังคับให้ออกสลิปเงินเดือนเป็นลายลักษณ์อักษรในทุกกรณี แต่ในทางปฏิบัติ สลิปเงินเดือนถือเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยยืนยันความโปร่งใส และใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง โดยเฉพาะเมื่อเกิดข้อโต้แย้งเรื่องค่าจ้างหรือการหักเงิน สลิปออนไลน์ (e-Payslip) เหมือนกับสลิปเงินเดือนปกติไหม? e-Payslip หรือสลิปเงินเดือนออนไลน์ คือสลิปเงินเดือนในรูปแบบดิจิทัล ที่ส่งให้พนักงานผ่านระบบออนไลน์หรืออีเมล แทนการพิมพ์เป็นกระดาษ ในเชิงกฎหมาย : สลิปออนไลน์ สามารถใช้แทนสลิปแบบกระดาษได้ หากข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และยังมีข้อดีสำคัญคือช่วยลดต้นทุนการพิมพ์ ลดภาระการจัดเก็บเอกสาร และสอดคล้องกับการทำงานของธุรกิจยุคดิจิทัล สลิปเงินเดือน สร้างความน่าเชื่อถือของบริษัทได้อย่างไร สำหรับองค์กร โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs การมีสลิปเงินเดือนที่ชัดเจนและถูกต้องช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในหลายด้าน เช่น ในระยะยาว สลิปเงินเดือนที่ถูกจัดการอย่างเป็นระบบยังช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายแรงงานและภาษีได้อีกด้วย ข้อมูลในสลิปเงินเดือน มีอะไรบ้าง สลิปเงินเดือนที่ดีควรแสดงข้อมูลอย่างครบถ้วน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้ 1. ข้อมูลทั่วไป 2. ข้อมูลรายการรับ 3. ข้อมูลรายการหัก 4. ยอดเงินสุทธิ และยอดเงินสะสม ข้อมูลที่ต้องใช้ในการทำจ่ายเงินเดือน หนึ่งใน Pain Point สำคัญของผู้ประกอบการคือ การคำนวณเงินเดือนผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นภาษี ประกันสังคม หรือค่าล่วงเวลา การตั้งค่าระบบให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก เช่น ซึ่งในหลายครั้ง การทำด้วยตัวเองแบบ Manual อาจใช้เวลามากและเสี่ยงต่อความผิดพลาด โดยเฉพาะเมื่อจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น ออกสลิปเงินเดือนออนไลน์ได้ง่ายๆ (e-Payslip) ด้วย PEAK Payroll PEAK Payroll ช่วยผู้ประกอบการสามารถ สร้างสลิปเงินเดือนออนไลน์ ตั้งรหัสผ่านเฉพาะบุคคล และจัดเก็บสลิปเงินเดือนอย่างปลอดภัย ง่าย ไม่ซับซ้อน แม้ไม่มีพื้นฐานด้านบัญชี เพียงแค่นี้ ระบบจะสร้างสลิปเงินเดือนออนไลน์ และสรุปรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้อัตโนมัติ จุดเด่นของ PEAK Payroll ที่ช่วยจัดการสลิปเงินเดือนอย่างเป็นระบบ ช่วยลดปัญหาการค้นหาเอกสาร และลดภาระงานของฝ่ายบัญชีหรือ HR ได้อย่างชัดเจน แค่เข้าสู่เมนูเงินเดือน > เลือกบันทึกเงินเดือนที่ต้องการส่งสลิป > คลิกปุ่ม อีเมล เพียงเท่านี้ระบบจะจัดส่งสลิปเงินเดือนให้กับพนักงานโดยอัตโนมัติ PEAK Payroll สามารถสร้างไฟล์พร้อมยื่นประกันสังคม นำไฟล์ไปใช้ยื่นผ่านระบบ SSO e-Service ได้โดยตรง ช่วยลดความยุ่งยากจากการเตรียมเอกสาร ความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลซ้ำ และช่วยประหยัดเวลาลงได้ PEAK Payroll รองรับการ คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย และนำข้อมูลไปสร้างแบบ ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1 ก ได้อย่างถูกต้อง ช่วยให้การจัดการภาษีเงินเดือนเป็นเรื่องง่าย และสอดคล้องกับกฎหมาย เพียงแค่นำไฟล์จาก PEAK Payroll ไปใส่ในเว็บไซต์ธนาคารเพียงแค่นี้การจ่ายเงินเดือนก็จะถูกต้อง เป็นระบบ และที่สำคัญรวดเร็วกว่าพนักงานโอนเองทีละรายการ สลิปเงินเดือนที่เป็นระบบ ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นใจ สลิปเงินเดือน เป็นหัวใจสำคัญของความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องทางกฎหมายของธุรกิจ หากต้องการลดภาระงานด้านเงินเดือน ลดความผิดพลาด และจัดการทุกอย่างให้เป็นระบบเดียวกัน PEAK Payroll คือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการจัดการสลิปเงินเดือนได้อย่างมั่นใจ พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจ ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน เพื่อเปลี่ยนการจัดการเงินเดือนให้เป็นเรื่องง่ายและเป็นระบบมากขึ้น คลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย) PEAK Call Center : 1485 LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

ความรู้ธุรกิจความรู้บัญชี