PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์
“เพื่อนคู่คิด” เคียงข้างธุรกิจคุณ

ยกระดับการทำบัญชีของคุณให้มีประสิทธิภาพด้วย ซอฟต์แวร์บัญชี PEAK ใช้งานบนระบบ Cloud 100% พร้อมเทคโนโลยี AI และรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลจากภายนอก
ลดภาระงานเอกสาร ประหยัดเวลา  และวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

30,000

บริษัท

วางใจใช้งาน PEAK

1,800

สำนักงานบัญชี

ที่ช่วยดูแลลูกค้าร่วมกับเรา

8

ล้านรายการ/เดือน

เอกสารที่สร้างจากระบบ

80,000

ล้านบาท/เดือน

มูลค่ารายการค้าต่อเดือน

พันธมิตรและสถาบันการศึกษาในความร่วมมือ



โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่เข้าใจเจ้าของกิจการและนักบัญชี

  • เจ้าของกิจการ
  • นักบัญชี
รู้ต้นทุน รู้กำไร รู้สต็อกสินค้า
ธุรกิจซื้อมาขายไป

รู้ต้นทุน รู้กำไร รู้สต็อกสินค้า
ออกใบแจ้งหนี้ วางบิลได้ครบถ้วน

ช่วยคุณติดตามยอดขาย ต้นทุน และกำไรของสินค้า เก็บประวัติการซื้อขาย ดูแนวโน้มราคา จดจำราคาลูกค้า กำหนดวงเงินการขายเชื่อ และเครดิตเทอมแต่ละราย ช่วยคุณออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีที่ดูน่าเชื่อถือ

รู้ต้นทุน และกำไรได้ทันที
บันทึกเคลื่อนไหวสต็อกอัตโนมัติ
ดูประวัติ แนวโน้มราคา
เอกสารสวยงาม น่าเชื่อถือ
เชื่อมต่อข้อมูลจากร้านค้าออนไลน์
ธุรกิจ e-Commerce

เชื่อมต่อข้อมูลจากร้านค้าออนไลน์ลงบัญชีได้โดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ

เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำบัญชี ลดเวลาการคีย์ข้อมูล ลดข้อผิดพลาด รองรับทั้งการเชื่อมต่อผ่าน API เพื่อบันทึกรายการอัตโนมัติ หรือการนำเข้าข้อมูลเป็นชุดผ่านไฟล์ Excel ไม่ต้องคีย์ทีละรายการ

API ที่ PEAK เชื่อมต่อ
อัปโหลดข้อมูลจากไฟล์ Excel หรือจากแพลตฟอร์ม e-Commerce
รองรับการเชื่อมต่อผ่าน API บันทึกรายการอัตโนมัติ
บริการธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ
ธุรกิจบริการ

บริการธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ
ช่วยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

สร้างเอกสารธุรกิจดูมืออาชีพ กำหนดข้อมูลที่แสดง โลโก้ คำศัพท์ หรือแม้แต่สีบนเอกสารได้ รองรับการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ การสร้างเอกสารอัตโนมัติตามรอบ ดูกำไร ขาดทุนรายโครงการ บริหารงานออนไลน์จากที่ไหนก็ได้

เอกสารสวยงาม มืออาชีพ
เก็บข้อมูลตามโครงการ แผนก ฯลฯ
รองรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
สร้างใบแจ้งหนี้อัตโนมัติตามรอบ
นักบัญชีไม่ต้องคีย์ซ้ำ

ลงบัญชี ไม่ต้องคีย์ซ้ำ
ลดข้อผิดพลาดและการทำงานซ้ำซ้อน

ระบบลงบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท งบทดลอง และออกงบการเงินอัตโนมัติ
ตรวจสอบข้อมูลคู่ค้าอัตโนมัติ
จากเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
ระบบปฏิบัติการออนไลน์ 100% อัปเดตข้อมูลแบบ Real-Time
แนบเอกสารออนไลน์
ลดการส่งเอกสารฉบับจริง
ลดการทำงานของนักบัญชี

กระทบยอดอัตโนมัติ
ลดเวลาทำงานได้ถึง 50%*

กระทบยอด Statement บัญชีธนาคารอัตโนมัติ
เชื่อมต่อธุรกิจ e-Commerce ผ่านระบบ APIช่วยให้บันทึกบัญชีอัตโนมัติ
รองรับการชำระเงิน ผ่าน QR Code
จัดการคลังสินค้าแบบ Real-Time

* คำนวณจากการทำงานร่วมกับลูกค้า ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อนในด้านรายได้ รองรับการนำเข้าจากไฟล์ Excel หรือการคีย์ค่าใช้จ่ายหลายรายการพร้อมกันในหน้าเดียว

ระบบบัญชี ภาษี เงินเดือน รองรับการทำงานแบบครบวงจร

ระบบบัญชี ภาษี เงินเดือน
รองรับการทำงานแบบครบวงจร

logo PEAK Tax
PEAK Tax จัดการรายงานภาษีได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ
logo PEAK Payroll
PEAK Payroll จัดการเงินเดือนได้อย่างง่ายดาย
logo PEAK Account
PEAK Board รู้ผลประกอบการ กำไร ขาดทุนได้แบบ Real-Time
logo PEAK Board
PEAK Asset ดูแลสินทรัพย์ของกิจการได้ทุกรายละเอียด

ผลิตภัณฑ์ของ PEAK

PEAK Account
โปรแกรมบัญชีออนไลน์

จัดการเอกสารและบัญชีได้ครบ ตั้งแต่ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีทั้งแบบกระดาษ หรือแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ตลอดจนช่วยจัดทำงบการเงิน บันทึกข้อมูลอัตโนมัติ ลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำในการทำงาน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Payroll
โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์

บริหารเงินเดือน จัดการภาษี และประกันสังคมอัตโนมัติ สร้างสลิปเงินเดือนออนไลน์ และลงบัญชีทันที ลดภาระงานเอกสารของธุรกิจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Board
โปรแกรมวิเคราะห์ธุรกิจ

ดูภาพรวมธุรกิจแยกตามงานโครงการ สาขา หรือมิติอื่นๆ ที่ต้องการแบบ
Real-time ช่วยให้ตัดสินใจทางธุรกิจได้แม่นยำขึ้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Asset
โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์

ติดตามและจัดการทรัพย์สินของกิจการได้ครบ ตั้งแต่บันทึกถึงคำนวณค่าเสื่อมราคาอัตโนมัติ และจัดทำรายงานทรัพย์สินอัตโนมัติช่วยให้งานบัญชีเป็นระบบและตรวจสอบง่าย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

PEAK Tax
โปรแกรมจัดการภาษีออนไลน์

สรุปข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ช่วยจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ พร้อมยื่นแบบภาษี ลดข้อผิดพลาดและทำงานได้รวดเร็วขึ้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

LINE @PEAK Connect
ใช้งานโปรแกรมผ่านไลน์

เข้าถึงข้อมูลบัญชีได้ทุกที่ผ่าน LINE แจ้งเตือนเอกสารและอัปเดตสถานะ Real-time ช่วยให้นักบัญชีและเจ้าของกิจการไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

แพ็กเกจการใช้งาน

ลงทุนในการใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ และบริการรับทำบัญชี ที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโต

FREE

สำหรับผู้เริ่มต้นกิจการ

1 ผู้ใช้งาน

แดชบอร์ดสรุปผลประกอบการ

เอกสารใบเสนอราคา

เอกสารใบแจ้งหนี้

เอกสารใบเสร็จรับเงิน

เอกสารบันทึกค่าใช้จ่าย

งบการเงินและรายงานภาษี

ผู้ติดต่อสูงสุด 20 รายการ

สินค้าสูงสุด 5 รายการ

ช่องทางการเงินเฉพาะเงินสด

สร้างเอกสารได้ไม่จำกัด

สร้างรายการย้อนหลังได้ 2 เดือน

BASIC

ธุรกิจขนาดเล็ก

฿500

/ เดือน

฿1,500

/ 3 เดือน

฿5,000

/ 12 เดือน

เปรียบเทียบกับโปรแกรมอื่น

ฟังก์ชันทั้งหมดของ FREE

5 ผู้ใช้งาน

ช่องทางการเงินสูงสุด 5 ช่องทาง

จำนวนพนักงานสูงสุด 10 ราย

แดชบอร์ดสรุปผลประกอบการ

PEAK AI แนะนำราคาขายสินค้า

PEAK AI แนะนำจำนวนขายสินค้า

PEAK AI แนะนำการลงภาษี VAT และ WHT

รายงานเอกสาร

เอกสารทางธุรกิจทั้งหมด

เรียกเก็บเงินผ่านเอกสารออนไลน์

ระบบปรับแต่งเอกสาร

e-Tax Invoice by Time Stamp

ผู้ติดต่อไม่จำกัด

สินค้าไม่จำกัด

PEAK AI แนะนำการลงข้อมูลและบัญชี

PEAK Tax

PEAK Asset

PRO

ธุรกิจที่ต้องการขยายตัว

฿900

/ เดือน

฿2,500

/ 3 เดือน

฿9,000

/ 12 เดือน

ฟังก์ชันทั้งหมดของ BASIC

10 ผู้ใช้งาน

ช่องทางการเงินสูงสุด 10 ช่องทาง

จำนวนพนักงานสูงสุด 20 ราย

Dashboard แสดงข้อมูลสินค้า

PEAK AI แนะนำราคาขายสินค้า

PEAK AI แนะนำจำนวนขายสินค้า

PEAK AI แนะนำการลงภาษี VAT และ WHT

ระบบบันทึกต้นทุนขายอัตโนมัติแบบ FIFO

ระบบกระทบยอดธนาคาร

PRO Plus

ธุรกิจที่ต้องการระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

฿1,200

/ เดือน

฿3,500

/ 3 เดือน

฿12,000

/ 12 เดือน

ฟังก์ชันทั้งหมดของ PRO

10 ผู้ใช้งาน

สิทธิ์การใช้งานแบบกำหนดเอง 2 สิทธิ์

ระบบเพิ่มสิทธิการใช้งาน

ช่องทางการเงินสูงสุด 25 ช่องทาง

ไม่จำกัดจำนวนพนักงาน

Dashboard แสดงข้อมูลสินค้า

สร้างรายการจากยอดธนาคาร

ปรับแบบงบการเงินตามกิจการ

ระบบปันส่วนกลุ่มจัดประเภท

สร้างเอกสารจากไฟล์ Excel

e-Tax Invoice & e-Receipt

ปรับงบกำไรขาดทุนเฉพาะกิจการ

ระบบเชื่อมต่อ API

PEAK Board

ระบบใหม่

จ่ายเงินเดือนพร้อมลงบัญชีอัตโนมัติ

ทำไฟล์จ่ายเงินเดือนธนาคาร

ออนไลน์ (SCB, KBANK, BBL)

สลิปเงินเดือนพนักงาน

แบบยื่นประกันสังคมออนไลน์

PREMIUM

ธุรกิจที่ต้องการการควบคุมภายในที่ดี

ฟังก์ชันทั้งหมดของ PRO Plus

10 ผู้ใช้งาน

ไม่จำกัดสิทธิ์การใช้งานแบบกำหนดเอง

ระบบเพิ่มสิทธิการใช้งาน

ช่องทางการเงินสูงสุด 50 ช่องทาง

เอกสารใบขอซื้อ (PR)

เอกสารรับสินค้า/บริการ (GR)

เอกสารรับเอกสารแจ้งหนี้ (IR)

ระบบสร้างไฟล์โอนเงินธนาคาร

ตั้งค่าบัญชีรายวัน

ระบบควบคุมการออกใบเสนอราคา

ระบบควบคุมการออกใบสั่งซื้อ

Enterprise

บริษัทขนาดใหญ่ บริษัทมหาชน

ฟังก์ชันทั้งหมดของ PREMIUM

ไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งาน

ทีมดูแลลูกค้า Enterprise

แยกเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว

สิทธิผู้ใช้งานแบบกำหนดเองได้

ฟังก์ชันการใช้งานเฉพาะธุรกิจ

สัมมนาและเวิร์กชอป

รางวัลและความภาคภูมิใจ

รางวัลรองชนะเลิศ TICTA
TICTA

รางวัลรองชนะเลิศ Thailand ICT Awards 2022 (TICTA)

หมวดหมู่ Business Services โดย สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย

รางวัล Microsoft Award
Microsoft Thailand

รางวัล Microsoft Best SME Solutions Award

โดย Microsoft Thailand Founders Club

NIA Reward
Cloud Accounting Software
True Incube Reward
DEPA Reward
Coupon Reward
PEAK Learning Center
PEAK Learning Center
PEAK Care

พร้อมดูแล อุ่นใจทุกการใช้งาน

บริการช่วยเหลือ สนับสนุน และอบรมการใช้งาน พร้อมด้วยศูนย์การเรียนรู้ PEAK Learning Center เปิดโอกาสในการเพิ่มทักษะการทำธุรกิจและบัญชี

เจ้าของธุรกิจและสำนักงานบัญชีไว้วางใจใช้
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์

บทความความรู้จาก PEAK

รวมบทความเรื่องบัญชี ภาษี และเคล็ดลับบริหารธุรกิจ ที่เจ้าของกิจการไม่ควรพลาด

12 Feb 2026

PEAK Account

9 min

ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร พร้อมตัวอย่างเอกสารที่ถูกต้อง

ในการทำธุรกิจ “ใบแจ้งหนี้” คือเอกสารที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญหาทางการเงินได้มากที่สุด หากออกผิดหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน อาจทำให้ลูกค้าเลื่อนวันชำระเงินและกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทได้ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีจัดการใบแจ้งหนี้อย่างมืออาชีพ ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร? ใบแจ้งหนี้ คือ เอกสารทางบัญชีที่ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการออกให้กับผู้ซื้อหลังจากที่มีการตกลงซื้อขายกันเสร็จสิ้น เพื่อเรียกเก็บเงินหรือแจ้งจำนวนเงินที่ต้องชำระตามกำหนดเวลา (Credit Term) ที่ตกลงกันไว้ โดยนิยมใช้มากในการซื้อขายระหว่างธุรกิจ (B2B) ทำไมใบแจ้งหนี้ถึงสำคัญต่อธุรกิจ? ใบแจ้งหนี้ไม่ใช่แค่กระดาษเรียกเก็บเงิน แต่เป็นเครื่องมือบริหาร กระแสเงินสด (Cash Flow): ใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้องต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง? การทำใบแจ้งหนี้ต้องระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการซื้อขายให้ครบ เช่น ข้อมูลผู้ซื้อ ผู้ขาย รายละเอียดสินค้า/บริการ และยอดชำระรวม โดยสามารถแบ่งข้อมูลที่ต้องมีได้เป็น 3 ส่วนดังนี้ ข้อมูลส่วนหัวและคู่สัญญา รายละเอียดเอกสารและรายการสินค้า ทั้งนี้หากทำธุรกิจแบบให้บริการต้องระบุข้อมูลจำแนกให้ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น บริษัท A ให้บริการด้านวางแผนกลยุทธ์การตลาด และทำโฆษณาออนไลน์ อาจระบุรายการดังนี้ ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้จะต้องพูดคุยกันให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนเริ่มบริการ เพื่อให้เข้าใจตรงกันและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ส่วนท้ายเอกสาร ควรรู้ : ในภาพตัวอย่างใบแจ้งหนี้จะเห็นว่าเป็นใบแจ้งหนี้โดยบริษัทนิติบุคคลเพราะมีเลขที่ภาษี และที่อยู่ระบุเป็นสำนักงานใหญ่ แต่ในกรณีของใบแจ้งหนี้บุคคลธรรมดา สามารถใส่ชื่อ ที่อยู่ และเลขที่บัตรประชาชนแทนได้เลย วิธีการออกใบแจ้งหนี้ ทุกวันนี้หลายธุรกิจเลือกออกใบแจ้งหนี้ออนไลน์แบบไฟล์มากขึ้น เพราะส่งต่อง่ายรวดเร็ว จัดเก็บง่ายป้องกันปัญหาเอกสารสูญหาย ซึ่งเอกสารแบบไฟล์ สามารถทำได้ทั้งการออกใบแจ้งหนี้ผ่าน Excel หรือทำผ่านโปรแกรมบัญชีที่มีแบบฟอร์มใบแจ้งหนี้ ให้เราสามารถสร้างเอกสารได้ง่ายยิ่งขึ้น ใบแจ้งหนี้, ใบวางบิล, และใบเสร็จรับเงิน ต่างกันอย่างไรในธุรกิจ? ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบวางบิล เป็นเอกสารที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน มีโอกาสสับสนว่าต้องออกเอกสารฉบับไหนให้ลูกค้าถึงถูกต้อง เพื่อคลายข้อสงสัยให้ทุกท่าน เรามาดูความแตกต่างระหว่างเอกสารแต่ละชนิดกัน สรุปความแตกต่าง ถ้าพูดถึงข้อมูลโดยรวมบนเอกสารทั้ง 3 แบบจะมีความใกล้เคียงกันพอสมควร เพราะต้องระบุชื่อผู้ซื้อและผู้ขาย ข้อมูลสินค้า/บริการ และจำนวนเงินที่ต้องชำระ ต่างกันที่วัตถุประสงค์การใช้งานเป็นหลัก ออกใบแจ้งนี้ง่าย ๆ ด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน คือ เอกสารที่สามารถออกได้ด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่หลายบริษัทเลือกใช้ ไม่ว่าจะบริษัทรับทำบัญชี หรือบริษัททั่วไป เพราะทำเอกสารได้ง่าย สะดวกและรวดเร็วซึ่ง PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ก็มาพร้อมฟีเจอร์ที่ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องเป็นนักบัญชีก็สามารถออกเอกสารได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะใบแจ้งหนี้ หรือใบเสร็จรับเงิน รวมไปถึงใบเสนอราคา ที่ผู้ประกอบการสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ทั้งยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อื่น ๆ มากมายที่จำเป็นเกี่ยวกับการจัดการบัญชีอย่างเป็นระบบ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ! ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

11 Feb 2026

PEAK Account

17 min

ใบกำกับภาษี คืออะไร? สรุปข้อมูลที่ต้องมีและวิธีออกให้ถูกต้อง

ใบกำกับภาษีสำคัญอย่างไร ทำไมต้องออกใบกำกับภาษี? เป็นคำถามที่ผู้ประกอบการมือใหม่สงสัย ในบทความนี้เราจะมาตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ ใบกำกับภาษี ตั้งแต่ข้อมูลที่ต้องมีในเอกสาร ใครบ้างที่มีหน้าที่ออกเอกสารสำคัญนี้ พร้อมตัวอย่างใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง ใบกำกับภาษี หรือ Tax invoice คืออะไร? ใบกำกับภาษี คือ หลักฐานที่ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องออกให้แก่ผู้ซื้อทุกครั้งที่มีการซื้อขาย เพื่อแสดงมูลค่าของสินค้า/บริการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ที่เรียกเก็บ หน้าที่หลัก: ใช้เป็นหลักฐานในการนำส่งภาษีขายให้กรมสรรพากร (ภ.พ.30) สำหรับผู้ซื้อ: ใช้เป็นหลักฐาน “ภาษีซื้อ” เพื่อนำไปหักลบออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริง ใครต้องออกใบกำกับภาษีบ้าง? ผู้ที่มีหน้าที่ออกบิล VAT หรือใบกำกับภาษี ต้องมีคุณสมบัติที่เข้าข่าย ซึ่งประกอบไปด้วยสองข้อดังนี้ หากไม่มีสิทธิ์ออกใบกำกับภาษี แต่ยังคงออกเอกสารให้ผู้ซื้อจะมีความผิดทางกฎหมาย และในฝั่งผู้ซื้อเองควรตรวจสอบข้อมูลคู่ค้าทุกครั้งว่าได้มีการจด VAT จริงหรือไม่ ใบกำกับภาษีมีกี่รูปแบบ? ถ้าพูดถึงใบกำกับภาษีที่ใช้กันเป็นประจำส่วนใหญ่จะเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็ม และแบบย่อ แต่หลายคนยังไม่ทราบว่าที่จริงแล้วกรมสรรพากรได้มีการระบุประเภทใบกำกับภาษีไว้ 3 รูปแบบ ดังนี้    1. ใบกำกับภาษีเต็มรูป (Full Tax Invoice)  2. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (Abbreviated Tax Invoice)  3. เอกสารอื่นที่ถือเป็นใบกำกับภาษี ซึ่งในการทำธุรกิจทั่วไปส่วนใหญ่จะเจอกับใบกำกับภาษีแบบเต็ม และแบบย่อมากกว่า ในส่วนถัดไปเราจะขอลงรายละเอียดเฉพาะเอกสารประเภทที่พบเป็นประจำ ตัวอย่างใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ในการทำธุรกิจแบบ B2B โดยส่วนใหญ่ผู้ขายจะต้องออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปมากกว่า ซึ่งในใบกำกับภาษีต้องมีรายการดังต่อไปนี้ เพื่อให้สามารถออกเอกสารได้อย่างถูกต้อง นำไปใช้ได้จริง 1. ตำแหน่งที่แสดงคำว่า “ใบกำกับภาษี” 2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียน ที่ออกใบกำกับภาษี ข้อสังเกต 3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ 4. รายการ “หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขของเล่ม (ถ้ามี)” 5. รายการ “วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี” 6. รายการ “ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ” 7. รายการ “จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง” ซึ่งใบกำกับภาษีเต็มรูปสามารถออกเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Tax Invoice คือ รูปแบบการออกเอกสารแบบดิจิทัลช่วยให้ส่งเอกสารให้ผู้ซื้อได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงการส่ง e-Tax invoice ให้กรมสรรพากร ที่มีการออกระบบช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ การออกใบกำกับภาษีแบบย่อ ในส่วนของใบกำกับภาษีอย่างย่อที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันมากที่สุด เพราะคือ ใบเสร็จที่เรามักพบในร้านค้าปลีกทั่วไป ข้อมูลจะน้อยกว่าแบบเต็มรูป (ไม่ต้องใส่ชื่อ-ที่อยู่ผู้ซื้อ) และที่สำคัญ คือ ผู้ซื้อไม่สามารถนำใบกำกับภาษีแบบย่อไปหักภาษีขายในการคำนวณ VAT ยื่น ภ.พ. 30 ได้ ลักษณะของใบกำกับภาษีอย่างย่อจะใช้เป็นหลักฐานการรับเงิน คล้ายกับใบบิลเงินสดแต่ใบกำกับภาษีอย่างย่อจะมีความเป็นทางการ ข้อมูลครบถ้วน น่าเชื่อถือมากกว่า ใครออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้บ้าง? ผู้ประกอบการต้องมีคุณสมบัติ 2 ข้อดังนี้ถึงสามารถออกใบกำกับภาษีได้ ในใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง? สำหรับใบกำกับภาษีอย่างย่อ จำเป็นต้องมีข้อมูลดังนี้ โดยรายละเอียดในใบกำกับภาษีอย่างย่อออกเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยก็ได้ ทั้งนี้การออกใบกำกับภาษีอย่างย่อจะไม่สามารถออก e-Tax ได้ ออกใบกำกับภาษีได้เมื่อไร? ในด้านการให้บริการจะมีความแตกต่างในเรื่องของจุดรับรู้ภาษีกับการขาย โดยมีทั้งหมด 2 แบบด้วยกันดังนี้ สรุปอีกครั้งให้เห็นภาพมากขึ้น คือ จุดรับรู้ภาษีเกิดขึ้นตั้งแต่การให้บริการเสร็จสิ้น ถึงแม้จะยังไม่จ่ายเงินก็ตาม เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ที่ให้บริการเสร็จสามารถออกใบกำกับภาษีและส่งให้ลูกค้าได้เลย  ยกตัวอย่างเช่น เราเป็นบริษัทให้บริการต่อเติมบ้าน ให้บริการต่อเติมออฟฟิศให้องค์กรแห่งหนึ่ง หากเราต่อเติมออฟฟิศให้เสร็จแล้ว สามารถออกใบกำกับภาษีส่งให้ลูกค้าได้เลย ไม่ต้องรอจนถึงรอบการจ่ายเงินที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้ไม่ว่าจะออกใบกำกับให้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ออกต้องทำทั้งต้นฉบับและสำเนาใบกำกับภาษี เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานสำหรับยื่น ภ.พ. 30 การออกใบกำกับภาษีต้องระวังอะไรบ้าง? ในการออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้องตามที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้ประกอบการควรสังเกต 5 จุดสำคัญดังนี้ 1. สิทธิ์ในการออกใบกำกับภาษี 2. ระบุรายละเอียดในใบกำกับภาษีให้ครบถ้วน 3. ออกใบกำกับภาษีทันทีเมื่อเกิดจุดรับรู้ภาษี 4. ห้ามลืมเสียภาษี 5. แสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า ออกใบกำกับภาษีง่าย ๆ ด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK เมื่ออ่านถึงตรงนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายท่านน่าจะมีความเข้าใจมากขึ้น ถ้าต้องออกใบกำกับภาษี บริษัทก็สามารถทำได้ไม่ยาก และทำได้อย่างถูกต้อง! และหนึ่งในวิธีออกใบกำกับภาษีที่สะดวกรวดเร็วมากที่สุด คือ การใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีที่ช่วยกิจการเตรียมเอกสารทางบัญชีและสร้างเอกสารทางออนไลน์ ปรับแต่งได้ในแบบที่คุณต้องการได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ทั้งยังรองรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงการรับชำระเงินผ่าน QR CODE เมื่อสร้างเอกสารแล้ว ระบบจะบันทึกรายการบัญชีให้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้กิจการออกใบกำกับภาษี ได้อย่างถูกต้อง ตรงตามงวดเวลาและยื่นแบบได้ภายในกำหนดเวลา รวมทั้งบันทึกบัญชีได้อย่างครบถ้วนถูกต้อง หรือหากต้องการผู้ช่วยสามารถค้นหาสำนักงานรับทำบัญชีพาร์ทเนอร์ของ PEAK ได้เช่นกัน! ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

11 Feb 2026

PEAK Account

9 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 11/02/2026

เอาใจผู้ใช้งานโปรแกรม PEAK ด้วยฟังก์ชันใหม่ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 1. เพิ่มแท็บคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์ม ในหน้าการเชื่อมต่อ API Lazada ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามสถานะเอกสารได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานแพ็กเกจ PRO Plus ขึ้นไปที่เปิดใช้งานการเชื่อมต่อ API Lazada Highlight : ระบบเพิ่มแท็บแสดงข้อมูลคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์ม Lazada ในหน้าการเชื่อมต่อ API เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบคำสั่งซื้อที่ถูกนำมาสร้างเอกสารแล้วบนระบบ PEAK ได้ทันที ช่วยติดตามสถานะเอกสาร และตรวจสอบการทำงานของ API ได้อย่างชัดเจนในหน้าเดียว หมายเหตุ : 2. ปรับการแสดงผลเมนูบัญชีแยกประเภท ให้เห็นคำอธิบายรายการครบถ้วน ช่วยให้ตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่เข้าใช้งานเมนูบัญชีแยกประเภทเป็นประจำ Highlight : ระบบปรับรูปแบบการแสดงผลบัญชีแยกประเภท โดยแสดงคำอธิบายรายการแบบเต็มทันที โดยไม่ต้องนำเมาส์ไปชี้ (Hover) ที่แต่ละรายการ พร้อมเพิ่มปุ่มย่อ/ขยายการแสดงผลรายการบัญชี ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลได้สะดวก อ่านง่าย และทำงานได้ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น 3. ปรับการพิมพ์รายงานการขายสินค้า/บริการ ให้สามารถเลือกแสดงรายการได้สูงสุด 1,000 อันดับ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการขายได้ละเอียดมากขึ้น เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานแพ็กเกจ BASIC ขึ้นไป ที่ต้องการดูและพิมพ์รายงานการขายได้ละเอียดยิ่งขึ้น Highlight : ระบบปรับรูปแบบหน้าต่าง (Modal) การพิมพ์รายงานใหม่ พร้อมเพิ่มตัวเลือกจำนวนอันดับในการแสดงผลเป็น 100, 200, 500 และสูงสุด 1,000 อันดับ สำหรับรายงานต่อไปนี้ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการขายสินค้า/บริการได้ครอบคลุมมากขึ้น 4. เพิ่มปุ่มคัดลอกที่เมนูสินค้า/บริการและผู้ติดต่อ ช่วยให้สร้างข้อมูลซ้ำได้เร็ว ไม่ต้องเพิ่มข้อมูลใหม่ เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่ต้องการเพิ่มสินค้าหรือผู้ติดต่อที่มีรายละเอียดใกล้เคียงกันกับข้อมูลเดิมHighlight : ระบบเพิ่มปุ่มคัดลอก (Copy) ที่หน้ารายละเอียดสินค้าและผู้ติดต่อ เพื่อช่วยนำข้อมูลเดิมมาใช้สร้างรายการใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดเวลาการสร้างข้อมูลซ้ำ และลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลใหม่ สินค้า/บริการ ผู้ติดต่อ 5. เพิ่มการยืนยันตัวตนผ่าน ThaID เพื่อยืนยันตัวตนการใช้งาน เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่ต้องการเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าใช้งานและยืนยันตัวตน Highlight : ระบบเพิ่มตัวเลือกการยืนยันตัวตนผ่าน ThaID โดยสามารถเปิดใช้งานได้ที่หน้าข้อมูลส่วนตัวและหน้าความปลอดภัย เมื่อเปิดใช้งาน ระบบจะให้สแกน QR Code ผ่านแอป ThaID เพื่อยืนยันตัวตน และเมื่อปิดใช้งานระบบจะให้สแกน QR Code ผ่านแอป ThaID ที่หน้าความปลอดภัย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานและลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หมายเหตุ  6.เพิ่ม Recovery Code สำหรับการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน บน PEAK Mobile App ช่วยให้เข้าสู่ระบบได้เมื่อไม่สามารถรับรหัสยืนยันได้ เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอน (2FA) ผ่าน PEAK Mobile App Highlight : ระบบเพิ่ม Recovery Code ในขั้นตอนการเปิดใช้งาน 2FA ผ่าน PEAK Mobile App เพื่อเป็นรหัสสำรองสำหรับเข้าสู่ระบบ หรือใช้ปิดการใช้งาน 2FA ในกรณีที่ไม่สามารถรับรหัสยืนยัน 6 หลักได้ ช่วยให้ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าใช้งานระบบได้อย่างต่อเนื่องเมื่อไม่สามารถเข้าถึงรหัสยืนยันได้ 7. เพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อเริ่มต้น เมื่อสร้างกิจการใหม่ ช่วยลดเวลาการตั้งค่าเริ่มต้น และพร้อมใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับ : ผู้ใช้งานที่เพิ่งสร้างกิจการใหม่ และต้องการเริ่มใช้งานระบบได้รวดเร็วHighlight : ระบบเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อเริ่มต้นให้อัตโนมัติ จำนวน 5 รายชื่อ ซึ่งเป็นรายชื่อพื้นฐานที่กิจการส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้งานในระบบ PEAK ช่วยลดขั้นตอนการตั้งค่า และไม่ต้องเพิ่มผู้ติดต่อเองตั้งแต่เริ่มต้น  ผู้ติดต่อที่ระบบสร้างให้อัตโนมัติ ได้แก่ โดยผู้ใช้งานสามารถนำรายชื่อเหล่านี้ไปใช้งานต่อ หรือแก้ไขเพิ่มเติมได้ตามรูปแบบกิจการของตนเอง หมายเหตุ

อ่านบทความเพิ่มเติม
อ่านบทความเพิ่มกว่า 300+ บทความ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์

PEAK เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการ SME, นักบัญชี, และสำนักงานที่ให้บริการรับทำบัญชีที่ต้องการระบบช่วยจัดการเอกสาร การเงิน และภาษีแบบออนไลน์ครบวงจร

PEAK เป็นโปรแกรมทำบัญชีออนไลน์บนระบบ Cloud 100% ผู้ใช้สามารถออกเอกสาร บันทึกบัญชี และดูรายงานได้ทุกที่ทุกเวลา ข้อมูลทุกส่วนเชื่อมโยงอัตโนมัติและอัปเดตแบบเรียลไทม์

ระบบของ PEAK ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อช่วยบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ กระทบยอดธนาคาร และสร้างรายงานบัญชีได้ทันที ช่วยให้สำนักงานบัญชีทำงานได้เร็วขึ้น และลดความผิดพลาดจากงานเอกสารซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับเจ้าของกิจการ

ได้แน่นอน! เรียกว่าเป็นจุดเด่นที่ลูกค้าตัดสินใจใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีเลย โดยโปรแกรมจะรองรับการเชื่อมต่อกับระบบภายนอก เช่น ธนาคาร, Shopee, Lazada, TikTok Shop, POS และระบบ ERP อื่น ๆ ผ่าน API อัตโนมัติ

ปลอดภัย เนื่องจาก โปรแกรมมีการเข้าถึงระบบด้วย Two-Factor Authentication, การป้องกันด้วย PIN 6 หลัก, จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลในเมนูสำคัญๆ และข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บไว้บน ระบบ Cloud มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล จากผู้ให้บริการอย่าง Microsoft Azure ซึ่งเป็นระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ

ได้เลย! คุณสามารถ ทดลองใช้ฟรี 30 วัน พร้อมฟังก์ชันครบทุกระบบ ทั้งบัญชี เงินเดือน ภาษี และรายงาน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม