ภาษี

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

13 min

ภาษีมรดก คืออะไร สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องรู้

ภาษีมรดกเป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการหลายคนมองข้าม จนกระทั่งถึงวันที่ต้องส่งต่อทรัพย์สินหรือธุรกิจให้ทายาท ถ้าทรัพย์สินที่รับมีมูลค่าสูงถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ผู้รับต้องเสียภาษี นอกจากนี้ยังมี “ภาษีการรับให้” อีกตัวที่เกี่ยวข้อง แต่หลายคนยังแยกไม่ออก ภาษีมรดก คืออะไร ภาษีมรดก คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ได้รับทรัพย์สินจากผู้เสียชีวิต (เจ้ามรดก) เมื่อมูลค่ามรดกสุทธิเกิน 100 ล้านบาท กฎหมายหลักที่ใช้คือพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 สรุปสาระสำคัญ กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้รับมรดกต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำ โดยมีเงื่อนไขหลักดังนี้ ใครต้องเสียภาษีมรดก? ผู้ที่ต้องเสียภาษีมรดก คือ “ผู้รับมรดก” ไม่ใช่ผู้เสียชีวิต โดยต้องเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อ ถ้ามรดกที่ได้รับไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ต้องเสียภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบแสดงรายการตามที่กฎหมายกำหนด ภาษีการรับให้ คืออะไร? ต่างจากภาษีมรดกอย่างไร ภาษีการรับให้ คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ได้รับทรัพย์สินจากการ “ให้” ขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ต่างจากภาษีมรดกตรงที่ มรดกเกิดหลังผู้ให้เสียชีวิต แต่การรับให้เกิดขณะยังมีชีวิต กฎหมายนี้มาจากการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ซึ่งประกาศใช้พร้อมกับ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ตารางเปรียบเทียบ ภาษีมรดก vs ภาษีการรับให้ รายการ ภาษีมรดก ภาษีการรับให้ เกิดจาก ผู้ให้เสียชีวิต (รับมรดก) ผู้ให้ยังมีชีวิต (ให้โดยเสน่หา) เกณฑ์ขั้นต่ำ มรดกสุทธิเกิน 100 ล้าน อสังหาฯ เกิน 20 ล้าน หรือ สังหาฯ เกิน 10 ล้าน/ปี อัตราภาษี 5% (ทายาทตามกฎหมาย) / 10% (คนอื่น) 5% หรือนับรวมเป็นเงินได้พึงประเมิน แบบยื่น ภ.ม.60 (ภายใน 150 วัน) รวมยื่นในแบบ ภ.ง.ด.90/91 ประจำปี กฎหมาย พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) แก้ไขเพิ่มเติม ผู้เสียภาษี ผู้รับมรดก ผู้รับการให้ สำหรับเจ้าของกิจการที่คิดจะโอนทรัพย์สินให้ลูกหลานขณะยังมีชีวิตอยู่ ต้องพิจารณาภาษีการรับให้ด้วย ไม่ใช่แค่ภาษีมรดก ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก มีอะไรบ้าง ภาษีมรดกไม่ได้เก็บจากทรัพย์สินทุกประเภท กฎหมายกำหนดไว้ 5 ประเภทหลัก อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ รวมถึงสิทธิในที่ดินต่าง ๆ ทรัพย์สินประเภทนี้มักมีมูลค่าสูงและเป็นทรัพย์สินหลักของธุรกิจครอบครัว จึงเป็นหัวข้อที่คนค้นหามากที่สุด เงินฝากและหลักทรัพย์ เงินฝากธนาคาร ตั๋วแลกเงิน หุ้น หุ้นกู้ กองทุนรวม และพันธบัตร สำหรับเจ้าของกิจการ หุ้นในบริษัทที่เป็นเจ้าของก็รวมอยู่ในหมวดนี้ด้วย ดังนั้นการจัดงบการเงินให้เป็นระเบียบจึงสำคัญมาก ยานพาหนะและทรัพย์สินอื่น ยานพาหนะที่จดทะเบียนในไทย เช่น รถยนต์ เรือ รวมถึงทรัพย์สินทางการเงินอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง อัตราภาษีมรดก กี่เปอร์เซ็นต์? วิธีคำนวณที่ถูกต้อง อัตราภาษีมรดกขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับมรดกกับเจ้ามรดก ผู้รับมรดก อัตราภาษี หมายเหตุ บุพการี หรือผู้สืบสันดาน (พ่อ แม่ ลูก หลาน) 5% ทายาทโดยธรรม บุคคลอื่น 10% เช่น พี่น้อง เพื่อน คนรู้จัก คิดภาษีเฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) กรณีศึกษา: เจ้าของกิจการส่งต่อธุรกิจให้ลูก สมมุติว่าคุณสมชาย (ชื่อสมมุติ) เจ้าของกิจการ เสียชีวิตและมีทรัพย์สินทั้งหมด 150 ล้านบาท ลูกชายเป็นผู้รับมรดกทั้งหมด คำนวณภาษีมรดก รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน มรดกสุทธิ 150,000,000 บาท ส่วนที่ได้รับยกเว้น 100,000,000 บาท ส่วนที่ต้องเสียภาษี 150,000,000 – 100,000,000 50,000,000 บาท อัตราภาษี (ลูก = ผู้สืบสันดาน) 5% ภาษีมรดกที่ต้องจ่าย 50,000,000 × 5% 2,500,000 บาท ลูกชายต้องยื่นแบบ ภ.ม.60 และจ่ายภาษี 2.5 ล้านบาท ตามกำหนดเวลาที่กฎหมายระบุ ข้อยกเว้นภาษีมรดก กรณีใดบ้างที่ไม่ต้องเสีย กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้หลายกรณี ที่สำคัญได้แก่ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจเสมอ ภาษีมรดก กับการส่งต่อธุรกิจ สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องวางแผน สำหรับเจ้าของกิจการ ภาษีมรดกไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สินส่วนตัว แต่กระทบถึงความต่อเนื่องของธุรกิจด้วย การวางแผนภาษีก่อนส่งต่อกิจการ เจ้าของกิจการที่ทรัพย์สินรวมอาจถึงเกณฑ์ ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ ผลกระทบต่อบัญชีธุรกิจ เมื่อเจ้าของเปลี่ยนมือ เมื่อเจ้าของกิจการเสียชีวิตและทายาทรับช่วงต่อ มีเรื่องที่ต้องจัดการทางบัญชีหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น การแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และการปรับปรุงงบการเงิน ถ้าธุรกิจมีระบบบัญชีที่เป็นระเบียบอยู่แล้ว การเปลี่ยนผ่านจะราบรื่นกว่ามาก วิธียื่นภาษีมรดก ขั้นตอนที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้รับมรดกที่ต้องเสียภาษีมีขั้นตอนดังนี้ สรุป: ภาษีมรดกและภาษีการรับให้ เจ้าของกิจการเตรียมตัวอย่างไร จัดการบัญชีธุรกิจให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ ด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นภาพรวมทรัพย์สินและสถานะการเงินของธุรกิจได้ชัดเจน ทั้งงบดุล รายงานผู้ถือหุ้น และเอกสารบัญชีที่เป็นระบบ พร้อมรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนภาษีหรือส่งต่อกิจการ ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษีมรดก ภาษีมรดกเรียกเก็บจากทรัพย์สินทุกประเภทหรือไม่? ไม่ใช่ทุกประเภท กฎหมายกำหนดเฉพาะ 5 ประเภทหลัก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ เงินฝาก ยานพาหนะ และทรัพย์สินทางการเงินอื่นตามกฎกระทรวง ทรัพย์สินอื่น เช่น เครื่องประดับ งานศิลปะ ไม่อยู่ในขอบเขตนี้ ถ้ารับมรดกเป็นหุ้นในบริษัทที่พ่อเป็นเจ้าของ ต้องเสียภาษีมรดกไหม? ถ้าหุ้นนั้นเป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ จะอยู่ในขอบเขตภาษีมรดก แต่ต้องดูมูลค่ารวมด้วยว่าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำหรือไม่ ถ้าไม่ถึง ก็ไม่ต้องเสีย ถ้าเจ้าของกิจการอยากโอนธุรกิจให้ลูกตอนยังมีชีวิต จะเสียภาษีอะไร? จะเข้าเงื่อนไขภาษีการรับให้แทน ถ้าโอนอสังหาริมทรัพย์ให้ลูกเกิน 20 ล้านบาท/ปี ส่วนที่เกินจะเสียภาษี 5% ถ้าโอนสังหาริมทรัพย์เกิน 10 ล้านบาท/ปี ส่วนที่เกินจะนับเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องยื่นภาษีด้วย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเปรียบเทียบว่าวิธีไหนประหยัดภาษีมากกว่า จ่ายภาษีมรดกไม่ไหว ผ่อนได้ไหม? ได้ กฎหมายอนุญาตให้ผ่อนชำระภาษีมรดกได้ไม่เกิน 5 ปี โดย 2 ปีแรกไม่เสียเงินเพิ่ม หลังจากนั้นเสียเงินเพิ่ม 0.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้าง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

17 min

ภ.พ.30 คืออะไร คู่มือยื่น VAT รายเดือนสำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการที่จด VAT หลายคนเจอปัญหาเดียวกัน กรอกแบบไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าต้องยื่นเมื่อไร หรือเผลอยื่นช้าจนเจอเบี้ยปรับ ภ.พ.30 คืออะไร แบบ ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT Return Form ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรทุกเดือน เพื่อสรุปยอดภาษีขายและภาษีซื้อที่เกิดขึ้นในเดือนนั้น พูดให้เข้าใจง่าย ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ คุณเก็บ VAT 7% จากลูกค้าเป็นภาษีขาย และเวลาซื้อของเข้าร้าน คุณก็จ่าย VAT 7% ให้ผู้ขายเป็นภาษีซื้อ แบบนี้คือเอกสารที่สรุปว่าเดือนนี้คุณเก็บภาษีขายได้เท่าไร จ่ายภาษีซื้อไปเท่าไร แล้วต้องนำส่งส่วนต่างให้สรรพากร หรือมีสิทธิ์ขอคืน ใครมีหน้าที่ต้องยื่น ภ.พ.30 ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทุกราย มีหน้าที่ยื่นแบบนี้เป็นประจำทุกรอบเดือนภาษี ตามมาตรา 83 ประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจในชื่อตัวเอง หรือนิติบุคคลอย่างบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน กิจการที่มียอดขายถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT ไม่ว่าจะขายหน้าร้านหรือออนไลน์ ส่วนกิจการที่ยอดขายยังไม่ถึงเกณฑ์ สามารถจดทะเบียนได้โดยสมัครใจ เพื่อเครดิตภาษีซื้อคืน กรณีไม่มีรายได้ ต้องยื่น ภ.พ.30 ไหม ต้องยื่น แม้เดือนนั้นไม่มีรายได้เลย เพราะเมื่อจดทะเบียน VAT แล้ว หน้าที่ยื่นแบบจะมีตลอดจนกว่าจะขอถอนทะเบียน ถ้าเดือนไหนไม่มียอดขายและยอดซื้อ ให้ยื่นแบบเปล่ากรอกเป็น 0 จะได้ไม่โดนค่าปรับ หลายคนเข้าใจผิดว่า “ไม่มีรายได้ก็ไม่ต้องยื่น” แต่ความจริงคือ สรรพากรมองว่าผู้ประกอบการจด VAT ต้องรายงานทุกรอบเดือนภาษี ไม่ว่ายอดจะเป็นศูนย์ก็ตาม ภ.พ.30 ต้องยื่นภายในเมื่อไร ตามมาตรา 83 ประมวลรัษฎากร ยื่นกระดาษภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่วนยื่นออนไลน์ได้เพิ่มอีก 8 วัน ตามประกาศกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 7 มีผลถึง 31 มกราคม 2570 ช่องทางยื่น กำหนดเวลา หมายเหตุ ยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากร ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เช่น ภาษีเดือน ม.ค. ยื่นภายใน 15 ก.พ. ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป ได้เพิ่ม 8 วัน เมื่อยื่นและชำระผ่านอินเทอร์เน็ต ถ้ากำหนดเวลาตรงกับวันหยุดราชการ จะเลื่อนไปวันทำการถัดไป วิธียื่น ภ.พ.30 ออนไลน์ผ่าน e-Filing การยื่นแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ช่วยประหยัดเวลาเดินทางและมีระบบช่วยคำนวณ ลดความผิดพลาดจากการกรอกมือ เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น ขั้นตอนยื่นแบบออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นแบบครั้งแรก ต้องสมัครสมาชิก e-Filing ก่อน โดยใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีและข้อมูลกิจการยืนยันตัวตน หลังจากสมัครเสร็จจะได้รหัสผ่านสำหรับเข้าระบบ สามารถใช้ยื่นแบบภาษีได้ทุกประเภท ไม่ใช่แค่แบบยื่น VAT เท่านั้น วิธีกรอก ภ.พ.30 พร้อมตัวอย่าง ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) เปิดร้านขายอุปกรณ์สำนักงานออนไลน์ เดือน ม.ค. 2569 มียอดขาย 500,000 บาทก่อน VAT และซื้อสินค้าเข้าร้าน 300,000 บาทก่อน VAT คำนวณ VAT ที่ต้องนำส่ง รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีขาย 500,000 × 7% 35,000 บาท ภาษีซื้อ 300,000 × 7% 21,000 บาท VAT ที่ต้องนำส่ง 35,000 – 21,000 14,000 บาท บริษัท ก จำกัด ต้องนำส่ง VAT 14,000 บาทให้สรรพากร พร้อมยื่นแบบออนไลน์ภายในวันที่ 23 ก.พ. 2569 ตัวอย่างกรณีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ถ้าเดือนไหนซื้อสินค้าเข้ามากกว่าขายออก ภาษีซื้อจะมากกว่าภาษีขาย สมมุติเดือน ก.พ. 2569 บริษัท ก มียอดขาย 200,000 บาท แต่สั่งสินค้าเข้า 400,000 บาท รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีขาย 200,000 × 7% 14,000 บาท ภาษีซื้อ 400,000 × 7% 28,000 บาท ภาษีซื้อเกิน 28,000 – 14,000 14,000 บาท กรณีนี้ไม่ต้องจ่ายภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบตามปกติ ส่วนภาษีซื้อที่เกิน 14,000 บาท สามารถนำไปเครดิตในเดือนถัดไปหรือขอคืนจากกรมสรรพากรได้ ภ.พ.30 ต่างจาก ภ.พ.20 อย่างไร รายการ ภ.พ.20 ภ.พ.30 ชื่อเต็ม แบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้ทำอะไร ยื่นครั้งเดียวตอนจดทะเบียน VAT ยื่นทุกเดือนเพื่อนำส่ง VAT ความถี่ ครั้งเดียว ทุกเดือน กรอกอะไร ข้อมูลกิจการ สถานประกอบการ ยอดภาษีขาย ภาษีซื้อ ส่วนต่าง ภ.พ.30 ต่างจาก ภ.ง.ด.50 อย่างไร ผู้ประกอบการหลายคนสับสนระหว่าง ภ.พ.30 กับ ภ.ง.ด.50 เพราะชื่อคล้ายกัน บางคนเรียก “ภ.ง.ด.30” แต่ชื่อทางการของแบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีคือ ภ.ง.ด.50 รายการ ภ.พ.30 ภ.ง.ด.50 ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ใครต้องยื่น ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ความถี่ ทุกเดือน ปีละ 1 ครั้ง (ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี) คำนวณจาก ภาษีขาย หักด้วย ภาษีซื้อ กำไรสุทธิ คูณ อัตราภาษี จำง่ายๆ ว่าแบบยื่น VAT เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากมูลค่าสินค้า ส่วน ภ.ง.ด.50 เกี่ยวกับภาษีที่คำนวณจากกำไรสุทธิ (รายได้หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ผู้ประกอบการนิติบุคคลที่จดทะเบียน VAT ต้องยื่นทั้งสองแบบ แบบยื่น VAT ยื่นรายเดือน ส่วน ภ.ง.ด.50 ยื่นปีละครั้ง ทำไมยอดขาย ภ.พ.30 ไม่ตรงกับรายได้ ภ.ง.ด.50 เมื่อรวมยอดขายจาก ภ.พ.30 ทั้ง 12 เดือน แล้วเทียบกับรายได้ที่แสดงในแบบ ภ.ง.ด.50 ตัวเลขมักไม่ตรงกัน เป็นเรื่องปกติที่เกิดจากความแตกต่างของฐานภาษี ไม่ได้แปลว่ามีข้อผิดพลาด แต่ต้องอธิบายสาเหตุได้เมื่อสรรพากรสอบถาม สาเหตุหลักที่ยอดไม่ตรง สาเหตุ คำอธิบาย ตัวอย่าง รายได้ที่ไม่ต้องเสีย VAT กิจการอาจมีรายได้บางประเภทที่ยกเว้น VAT เช่น ดอกเบี้ย กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ต้องนำมารวมในภาษีเงินได้ ดอกเบี้ยเงินฝาก 50,000 บาท/ปี อยู่ใน ภ.ง.ด.50 แต่ไม่อยู่ในแบบยื่น VAT จุดรับรู้รายได้ต่างกัน แบบยื่น VAT รับรู้ตามจุดที่ออกใบกำกับภาษี ส่วน ภ.ง.ด.50 รับรู้ตามเกณฑ์สิทธิ์ทางบัญชี (ตามมาตรา 65 ประมวลรัษฎากร) ออกใบกำกับภาษีเดือน ธ.ค. แต่ส่งมอบงานเดือน ม.ค. ปีถัดไป ส่วนลดและใบลดหนี้ ใบลดหนี้ลดยอดในแบบยื่น VAT ในเดือนที่ออก แต่อาจปรับปรุงต่างช่วงในงบการเงิน ออกใบลดหนี้เดือน มี.ค. แต่ปรับงบปีทีเดียวตอนปิดบัญชี รอบบัญชีไม่ตรงปีปฏิทิน บริษัทที่มีรอบบัญชี เม.ย. ถึง มี.ค. จะมียอดรวม 12 เดือนของแบบยื่น VAT ไม่ตรงกับช่วงเวลาที่ ภ.ง.ด.50 ครอบคลุม สินค้า VAT 0% (ส่งออก) ยอดส่งออกปรากฏในแบบยื่น VAT ช่อง VAT 0% แต่คิดอัตราแลกเปลี่ยนคนละวันกับที่บันทึกรายได้ในงบการเงิน วิธีกระทบยอดให้ตรงก่อนยื่นภาษี เมื่อเตรียมยื่น ภ.ง.ด.50 ควรทำกระดาษทำการกระทบยอดไว้เป็นหลักฐาน ถ้าใช้ PEAK จัดทำบัญชี ระบบจะช่วยออกรายงานภาษีซื้อ-ขายที่ตรงกับงบการเงินอัตโนมัติ ช่วยลดโอกาสที่ยอดจะคลาดเคลื่อน ยื่น ภ.พ.30 ล่าช้า มีบทลงโทษอะไรบ้าง การยื่นแบบล่าช้าหรือไม่ยื่นเลย มีโทษตามประมวลรัษฎากร 3 ส่วน เบี้ยปรับ คิดจากจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง กรณี อัตราเบี้ยปรับ ยื่นแบบภายใน 7 วันหลังครบกำหนด เบี้ยปรับ 2% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 7 วัน แต่ไม่เกิน 15 วัน เบี้ยปรับ 5% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน เบี้ยปรับ 10% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน เบี้ยปรับ 15% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 60 วันขึ้นไป หรือไม่ยื่น เบี้ยปรับ 20% ของภาษี เงินเพิ่ม คิด 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของภาษีที่ต้องนำส่ง นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดจนถึงวันที่ชำระ ตามมาตรา 89/1 ประมวลรัษฎากร ค่าปรับอาญา กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนด ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ต่อแบบที่ไม่ยื่น ตัวอย่างคำนวณ บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ต้องนำส่ง VAT 10,000 บาท แต่ยื่นช้าไป 45 วัน รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีที่ต้องนำส่ง 10,000 บาท เบี้ยปรับ (ช้า 45 วัน = 15%) 10,000 × 15% 1,500 บาท เงินเพิ่ม (ช้า 2 เดือน) 10,000 × 1.5% × 2 300 บาท ค่าปรับอาญา สูงสุด 2,000 บาท รวมต้องจ่าย 10,000 + 1,500 + 300 + ค่าปรับ 11,800+ บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่ายื่นช้าแค่ 45 วัน ต้องจ่ายเพิ่มอย่างน้อย 1,800 บาท ไม่รวมค่าปรับอาญา ยิ่งช้ามากเบี้ยปรับยิ่งสูง ดังนั้นตั้งเตือนปฏิทินไว้ล่วงหน้าคือทางที่ดีที่สุด สรุป: ภ.พ.30 ยื่นให้ครบ ยื่นให้ตรงเวลา สิ่งที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องจำ จัดการ VAT ให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้คุณจัดการภาษีมูลค่าเพิ่มได้ครบจบในระบบเดียว ตั้งแต่ออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย ไปจนถึงสร้างแบบแสดงรายการ VAT พร้อมยื่นได้ทันที ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.พ.30 กำหนดยื่น ภ.พ.30 ตรงวันหยุด เลื่อนได้ไหม ได้ ถ้ากำหนดเวลาตรงกับวันหยุดราชการ จะเลื่อนไปวันทำการถัดไปโดยอัตโนมัติ ทั้งการยื่นกระดาษและยื่นออนไลน์ ภ.พ.30 กับ ภ.พ.36 ต่างกันอย่างไร แบบ ภ.พ.36 ใช้ในกรณีที่กิจการในไทยจ่ายค่าบริการให้ผู้ประกอบการต่างประเทศซึ่งไม่ได้จดทะเบียน VAT ในไทย เช่น ค่าโฆษณา Facebook หรือค่า Google Ads ต้องนำส่ง VAT 7% แทนผู้ให้บริการต่างชาติ (อ่านเพิ่มเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย) ส่วนแบบยื่น VAT ปกติใช้สำหรับการซื้อขายภายในประเทศ ยื่น ภ.พ.30 ผิด แก้ไขได้ไหม ได้ โดยยื่นแบบเพิ่มเติม ผ่าน e-Filing หรือที่สำนักงานสรรพากร ระบุเดือนภาษีที่ต้องการแก้ไข แล้วกรอกตัวเลขที่ถูกต้องใหม่ ถ้าแก้แล้วมีภาษีต้องจ่ายเพิ่ม จะมีเงินเพิ่มคิด 1.5% ต่อเดือนของส่วนต่างที่จ่ายเพิ่ม แนะนำให้ตรวจสอบรายงานภาษีซื้อและภาษีขายให้ตรงกับใบกำกับภาษีก่อนยื่น จะได้ไม่ต้องยื่นแบบเพิ่มเติมทีหลัง เก็บเอกสาร ภ.พ.30 แบบไหนดี กระดาษหรือดิจิทัล กฎหมายกำหนดให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ยื่นแบบ จะเก็บกระดาษอย่างเดียวก็ได้ แต่แนะนำให้สแกนเก็บไฟล์ดิจิทัลคู่กันเสมอ เพราะเอกสารกระดาษอาจเสื่อมสภาพหรือสูญหายได้ ถ้าใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รายงานภาษีจะถูกเก็บในระบบอัตโนมัติ ดึงมาได้ทุกเมื่อ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

28 ส.ค. 2026

PEAK Account

15 min

ที่ปรึกษาภาษี คืออะไร หน้าที่ วิธีเลือก ค่าบริการ ฉบับ SME

ปัจจุบันมาตรการทางภาษีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความสลับซับซ้อนขึ้นตามทิศทางการดำเนินธุรกิจ การวางแผนภาษีที่ดี นอกจากจะช่วยให้ชำระภาษีได้อย่างถูกต้องครบถ้วนยังเป็นการรักษาผลประโยชน์ขององค์กรในการบริหารค่าใช้จ่ายทางด้านภาษี อีกทั้งหลายธุรกิจประสบปัญหาจากการจัดการทางด้านภาษี ทำให้การชำระภาษีล่าช้าหรือไม่ถูกต้อง ต้องเสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับทางภาษีในมูลค่าสูง การมีที่ปรึกษาทางภาษีจึงเป็นกลยุทธที่สำคัญในการจัดการปัญหาด้านภาษีหรือเพื่อการวางแผนทางภาษีให้กับองค์กร

28 ส.ค. 2026

PEAK Account

14 min

กิจการไหนได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามกฎหมาย

ผู้ประกอบการหลายคนเปิดกิจการแล้วไม่แน่ใจว่าต้องจด VAT หรือเปล่า กฎหมายกำหนดให้บางกิจการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มโดยไม่ต้องจดทะเบียน บทความนี้รวบรวมรายการสินค้าและบริการที่ได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81 พร้อมตัวอย่างจริงที่เข้าใจง่าย การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม คืออะไร การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หมายถึงกิจการนั้นอยู่นอกระบบ VAT ทั้งหมด ไม่ต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี และไม่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ใบกำกับภาษี คือเอกสารยืนยันว่ามีการซื้อขายที่มี VAT ส่วน ภ.พ.30 คือแบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน เจ้าของกิจการเรียกธุรกิจกลุ่มนี้ว่า “กิจการ Non-VAT” โดยออกใบเสร็จรับเงินปกติแทน ยกเว้น VAT กับ VAT 0% ต่างกันอย่างไร ทั้งสองแบบลูกค้าไม่ต้องจ่าย VAT เพิ่ม แต่ผลทางภาษีต่างกันมาก เกณฑ์ ยกเว้น VAT (Non-VAT) VAT 0% จดทะเบียน VAT ไม่ต้อง ต้องจด เก็บ VAT จากลูกค้า ไม่เก็บ เก็บ 0% ขอคืนภาษีซื้อ ไม่ได้ ขอคืนได้ ออกใบกำกับภาษี ไม่ได้ ออกได้ ยื่น ภ.พ.30 ไม่ต้อง ต้องยื่นทุกเดือน ตัวอย่าง ร้านขายผักสด, คลินิกแพทย์ ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ สรุปคือ กิจการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต้องยุ่งกับระบบ VAT เลย ส่วน VAT 0% ยังอยู่ในระบบเพื่อให้ขอคืนภาษีซื้อได้ กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 มาตรา 81 ของประมวลรัษฎากร ระบุรายการไว้ชัดเจน ตารางด้านล่างสรุปภาพรวม ก่อนลงรายละเอียดแต่ละประเภท (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ประเภท สินค้า/บริการที่ยกเว้น VAT สินค้าเกษตร พืชผล ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ที่ยังไม่แปรรูป สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน เกษตรกรรม ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ ขนส่ง บริการขนส่งในประเทศ สุขภาพ บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมาย การศึกษา บริการการศึกษาของสถาบันที่ได้รับการรับรอง วิชาการ บริการวิจัย บริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ อสังหาริมทรัพย์ บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ไม่รวมโรงแรม) แรงงาน บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน อื่นๆ บริการนักแสดงสาธารณะ จัดงานมหรสพ แข่งขันกีฬา สินค้าเกษตรที่ยกเว้น VAT สินค้าเกษตรที่ยังไม่แปรรูปได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมด เช่น ข้าวเปลือก ข้าวสาร ผักสด ผลไม้สด เนื้อสัตว์สด ไข่ไก่ ปลาสด กุ้งสด น้ำยางสด จุดที่ต้องระวังคือคำว่า “ไม่แปรรูป” ร้านขายมะม่วงสดที่ตลาดไม่ต้องเข้าระบบ VAT แต่ถ้าเอามะม่วงมาทำเป็นมะม่วงอบแห้งบรรจุซองขาย ถือว่าผ่านการแปรรูปแล้ว ตัวอย่างที่มักสับสน ข้าวสารนึ่งสุกขายเป็นข้าวกล่อง ถือเป็นแปรรูป แต่ข้าวสารบรรจุถุงขายตามเดิมยังถือว่าไม่แปรรูป หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน หนังสือพิมพ์และนิตยสารต้องเป็นฉบับพิมพ์เท่านั้นจึงได้รับการยกเว้น ส่วนตำราเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน e-book หรือนิตยสารออนไลน์อาจไม่อยู่ในข่ายยกเว้นเสมอไป ต้องพิจารณารูปแบบการจำหน่ายเป็นรายกรณี กิจการขนส่ง บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับการยกเว้นทั้งขนส่งคนและสินค้า เช่น รถโดยสารประจำทาง รถบรรทุกรับจ้าง เรือข้ามฟาก รถตู้โดยสาร ต้องเป็นขนส่งภายในประเทศเท่านั้น ขนส่งระหว่างประเทศเข้าเกณฑ์ VAT 0% แทน ตัวอย่าง ถ้าเปิดบริษัทรถบรรทุกรับจ้างส่งสินค้าในกรุงเทพฯ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้ารับส่งสินค้าข้ามไปลาวหรือกัมพูชา ต้องจดทะเบียนเข้าระบบ VAT สถานพยาบาลและสถานศึกษา สถานพยาบาลตามกฎหมาย เช่น โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน คลินิกที่ได้รับใบอนุญาต ได้รับการยกเว้น รวมถึงค่ายาที่เรียกเก็บพร้อมค่ารักษา แต่ร้านขายยาแยกต่างหากไม่ได้ยกเว้น เพราะไม่ถือเป็นสถานพยาบาล ตัวอย่าง ถ้าไปรักษาที่คลินิกแพทย์ ค่ารักษา 1,500 บาท ไม่ต้องบวก VAT 7% เพิ่ม จ่ายเท่าที่เรียกเก็บ สถาบันการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าบำรุง แต่คอร์สอบรมเอกชนที่ไม่ได้รับการรับรอง เช่น คอร์สสอนทำอาหาร คอร์สเรียนภาษาของสถาบันเอกชน อาจไม่เข้าข่ายการยกเว้น ต้องตรวจสอบกับกรมสรรพากร รายได้ที่ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีพิเศษ นอกจากกิจการข้างต้น ยังมีรายได้บางประเภทที่ได้รับยกเว้นแม้กิจการหลักจะอยู่ในระบบ VAT รายได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จดทะเบียนอยู่ในระบบ VAT ขายสินค้าปกติ แต่มีอาคารว่างปล่อยเช่า ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ส่วนนี้ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าให้บริการเสริมด้วย เช่น แม่บ้าน รปภ. ที่จอดรถ ส่วนของบริการเสริมต้องเสีย VAT ตามปกติ ต้องแยกรายได้ค่าเช่ากับค่าบริการออกจากกัน ตัวอย่าง ค่าเช่า 30,000 บาทต่อเดือนไม่มี VAT แต่ค่าบริการส่วนกลาง 5,000 บาทต้องบวก VAT 7% ค่าส่งเสริมการขาย ส่วนลดการค้าที่ให้เป็นค่าส่งเสริมการขายต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ตัวอย่างเช่น บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ให้ส่วนลดตัวแทนเมื่อซื้อครบเป้า ถ้าเป็นเพียงการลดราคาก็ไม่ต้องเสีย VAT แต่ถ้าตัวแทนต้อง “ทำอะไรตอบแทน” เช่น จัดโปรโมชั่น ตกแต่งหน้าร้าน ถือว่าเป็นการให้บริการ ต้องเสีย VAT ตามปกติ หากไม่แน่ใจควรปรึกษานักบัญชี ขั้นตอนที่ผู้ประกอบการควรทำเมื่อได้รับยกเว้น VAT เมื่อรู้ว่ากิจการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ขั้นตอนต่อไปคือจัดการเอกสารและบัญชีให้ถูกต้อง ผู้ประกอบการหลายคนเข้าใจผิดว่าไม่ต้องจด VAT แปลว่าไม่ต้องทำอะไรเลย จริงๆ แล้วยังมีภาระภาษีอื่นที่ต้องปฏิบัติ ต้องจดทะเบียน VAT หรือไม่ กิจการที่อยู่ในรายการยกเว้นไม่ถูกบังคับให้จดทะเบียน แต่กฎหมายเปิดช่องให้ “เลือกจด” ได้ โดยเฉพาะถ้าลูกค้าหลักเป็นบริษัทที่ต้องนำภาษีซื้อไปหักภาษีขาย ถ้ายอดขายทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนโดยอัตโนมัติ แม้จะเป็นกิจการที่ได้รับการยกเว้นก็ตาม (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) วิธีพิจารณาว่าควรจดหรือไม่ วิธีจัดการบัญชีสำหรับธุรกิจ Non-VAT ธุรกิจ Non-VAT ไม่ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย แต่ยังต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายตามปกติ ถ้าเป็นนิติบุคคล ต้องจัดทำงบการเงินและส่ง DBD ด้วย ข้อดีคือภาระเอกสารน้อยกว่ากิจการที่จด VAT มาก ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 รายเดือน แค่เก็บหลักฐานรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระเบียบ สิ่งที่ต้องทำแม้ไม่ได้อยู่ในระบบ VAT สรุป: กิจการยกเว้น VAT ต้องรู้อะไรบ้าง จัดการบัญชีธุรกิจ Non-VAT ให้เป็นระบบด้วย PEAK แม้ไม่ต้องจด VAT แต่ทุกกิจการยังต้องทำบัญชีให้ถูกต้อง PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยจัดการรายรับ-รายจ่าย ออกใบเสร็จ และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีครบในที่เดียว เริ่มต้นจัดการบัญชีอย่างเป็นระบบวันนี้ ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มีกิจการประเภทไหนบ้าง กิจการหลักได้แก่ เกษตรกรรมไม่แปรรูป ขนส่งในประเทศ สถานพยาบาล สถานศึกษา และให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเต็มดูได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร ถ้ากิจการได้ยกเว้น VAT แล้ว ยังต้องจ่ายภาษีอะไรอีก ได้ยกเว้น VAT ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องจ่ายภาษีเลย กิจการยังต้องยื่นภาษีเงินได้ตามปกติ รวมถึงหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าบริการให้ผู้อื่น ตัวอย่าง เปิดคลินิกแพทย์ (ยกเว้น VAT) แต่จ้างฟรีแลนซ์ออกแบบโลโก้ 10,000 บาท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% คือ 300 บาท จ่ายฟรีแลนซ์จริง 9,700 บาท จากนั้นนำส่ง 300 บาทให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มยกเว้นเฉพาะ VAT ไม่ได้ยกเว้นภาษีเงินได้หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย เปลี่ยนจากกิจการ Non-VAT เป็นจด VAT ได้ไหม ได้ สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนกับกรมสรรพากรได้ทุกเมื่อ แต่ต้องปฏิบัติตามภาระผู้ประกอบการ VAT ทุกเดือน ถ้ายอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนโดยอัตโนมัติ tax exemption คือ อะไร ต่างจากยกเว้น VAT ยังไง tax exemption แปลว่า “การยกเว้นภาษี” ซึ่งใช้ได้กับภาษีทุกประเภท ส่วน VAT exemption เป็นกรณีเฉพาะของภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ในบริบทธุรกิจไทย คำนี้หมายถึงกิจการที่อยู่นอกระบบ VAT ตามที่กฎหมายกำหนด ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

28 ส.ค. 2026

PEAK Account

13 min

ประมวลรัษฎากร คืออะไร สรุปกฎหมายภาษีอากรฉบับเข้าใจง่ายสำหรับ SME

ผู้ประกอบการหลายคนได้ยินคำว่า “ประมวลรัษฎากร” แต่ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจตัวเองอย่างไร ประมวลรัษฎากร คืออะไร ประมวลรัษฎากร คือกฎหมายหลักที่กำหนดเรื่องภาษีอากรของประเทศไทย ใช้บังคับมาตั้งแต่ พ.ศ. 2481 โดยกรมสรรพากรเป็นหน่วยงานที่ดูแลการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายนี้ พูดง่ายๆ ว่าทุกครั้งที่ธุรกิจยื่นภาษี หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือจด VAT ล้วนทำตามกฎหมายฉบับนี้ทั้งสิ้น ภาษีอากร ภาษี และอากร ต่างกันอย่างไร หลายคนใช้คำเหล่านี้สลับกัน แต่ความหมายต่างกัน คำ ความหมาย ตัวอย่าง ภาษี เงินที่รัฐเรียกเก็บจากรายได้หรือกำไร ไม่มีสิ่งตอบแทนโดยตรง ภาษีเงินได้, VAT อากร เงินที่รัฐเรียกเก็บจากการทำนิติกรรมหรือใช้เอกสารบางประเภท อากรแสตมป์บนสัญญาเช่า ภาษีอากร คำรวมที่ครอบคลุมทั้งภาษีและอากรตามประมวลรัษฎากร ภาษี + อากร ทั้งหมดที่สรรพากรดูแล ภาษีตามประมวลรัษฎากร มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ประมวลรัษฎากรแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 ลักษณะหลัก (ข้อมูลจาก กรมสรรพากร) ครอบคลุมภาษีหลัก 5 ประเภท บวกกลไกหักภาษีล่วงหน้าอีก 1 รายการ รวมเป็น 6 เรื่องที่ SME ต้องเจอ ประเภท ใครต้องจ่าย อัตรา แบบฟอร์มหลัก ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คนทั่วไปที่มีรายได้ 0-35% ตามขั้นบันได ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91 ภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัท, ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน 20% ของกำไร (SME อาจได้ลดหย่อน) ภ.ง.ด.50, ภ.ง.ด.51 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ผู้ประกอบการที่รายได้ถึงเกณฑ์จดทะเบียน 7% ภ.พ.30 ภาษีธุรกิจเฉพาะ ธุรกิจเฉพาะ เช่น ธนาคาร ประกันชีวิต ขายอสังหาฯ 0.1-3% ตามประเภท ภ.ธ.40 อากรแสตมป์ ผู้ทำสัญญา/ตราสารที่กฎหมายกำหนด ตามอัตราท้ายประมวลฯ ติดแสตมป์/ชำระเป็นตัวเงิน หัก ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายเงินค่าจ้าง/บริการ 1-5% ตามประเภทเงินได้ ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คนทั่วไปที่มีรายได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้างฟรีแลนซ์ หรือกำไรจากธุรกิจส่วนตัว ต้องยื่นภาษีปีละครั้ง ใช้แบบ ภ.ง.ด.90 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว) ภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน เสียภาษี 20% จากกำไรหลังหักค่าใช้จ่าย SME ที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีตามขั้นบันได (ข้อมูลจาก พระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 530) ยื่น 2 ครั้งต่อปี ได้แก่ ภ.ง.ด.51 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนหลังสิ้นรอบ 6 เดือน และ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กิจการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT และเรียกเก็บ 7% จากลูกค้า จากนั้นนำส่งภาษีรายเดือนด้วยแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ภาษีธุรกิจเฉพาะใช้กับธุรกิจบางประเภทเท่านั้น เช่น ธนาคาร ประกันชีวิต หรือขายอสังหาริมทรัพย์ภายใน 5 ปี SME ทั่วไปมักไม่เกี่ยว ยกเว้นกรณีขายที่ดินหรืออาคาร อากรแสตมป์เรียกเก็บจากสัญญาหรือตราสารที่กฎหมายกำหนด เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้าง หนังสือมอบอำนาจ ต้องติดแสตมป์หรือชำระเป็นตัวเงินให้ครบตามอัตราที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ตามมาตรา 104 ประมวลรัษฎากร) หัก ณ ที่จ่าย แม้ไม่ใช่ “ภาษี” โดยตรง แต่เป็นกลไกสำคัญตามประมวลรัษฎากร เวลาจ่ายค่าจ้างหรือค่าบริการ ผู้จ่ายต้องหักภาษีไว้ส่วนหนึ่งแล้วนำส่งสรรพากร ด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี (50 ทวิ) ให้ผู้ถูกหักเป็นหลักฐาน มาตราสำคัญที่ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้ ประมวลรัษฎากรมีหลายร้อยมาตรา แต่สำหรับ SME มี 4 มาตราที่กระทบโดยตรง มาตรา 40 — เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท มาตรานี้แบ่งรายได้ออกเป็น 8 ประเภท ตั้งแต่เงินเดือน (ประเภทที่ 1) ไปจนถึงรายได้จากธุรกิจ ร้านค้า ฟรีแลนซ์ (ประเภทที่ 8) ประเภทที่รายได้อยู่กำหนดวิธีหักค่าใช้จ่ายและอัตราภาษีที่ต้องจ่าย ตัวอย่าง ถ้าเปิดร้านขายของออนไลน์ รายได้จัดอยู่ในเงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) ซึ่งเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ มาตรา 65 — กำไรสุทธิของนิติบุคคล กำหนดวิธีคำนวณกำไรสุทธิ (รายได้หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด) เพื่อใช้เป็นฐานคิดภาษีนิติบุคคล ค่าใช้จ่ายที่นำมาหักได้ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวกับกิจการจริงและมีหลักฐาน มาตรา 77 — ภาษีมูลค่าเพิ่ม กำหนดว่าใครต้องจดทะเบียน VAT เมื่อไร และต้องทำอะไรบ้าง เช่น ออกเอกสารยืนยัน VAT ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ มาตรา 81 — กิจการที่ได้รับยกเว้น VAT บางกิจการไม่ต้องจด VAT แม้รายได้จะเกิน 1.8 ล้านบาท เช่น ขายพืชผลทางการเกษตร ขายสัตว์มีชีวิต ให้บริการทางการศึกษา หรือให้บริการด้านสาธารณสุข (ตามมาตรา 81 ประมวลรัษฎากร) ประมวลรัษฎากร กับการทำบัญชี ผลกระทบที่ SME ต้องรู้ กฎหมายภาษีส่งผลต่อการทำบัญชีโดยตรงใน 3 เรื่อง ได้แก่ วิธีบันทึกบัญชีภาษี การเก็บเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปี และบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม ผู้ประกอบการที่เข้าใจจุดนี้จะลดความเสี่ยงตอนปิดงบและยื่นภาษีได้มาก เรื่องที่ 1 — บันทึกบัญชีที่เกี่ยวกับภาษี ทุกรายการภาษีต้องบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นภาษีซื้อ (VAT ที่จ่ายตอนซื้อของ) ภาษีขาย (VAT ที่เก็บจากลูกค้า) หรือภาษีที่หักไว้และต้องนำส่งรายเดือน ถ้าบันทึกผิด อาจทำให้ยอดภาษีในงบการเงินไม่ตรงกับแบบยื่น เรื่องที่ 2 — เก็บเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปี ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 (กฎหมายบัญชี) กิจการต้องเก็บเอกสารบัญชีอย่างน้อย 5 ปีนับจากวันปิดบัญชี ส่วนประมวลรัษฎากรกำหนดให้เก็บเอกสารภาษีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีเช่นกัน เช่น ใบกำกับภาษี รายงานภาษีซื้อ-ขาย และแบบยื่นภาษีทุกฉบับ เรื่องที่ 3 — บทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม ยื่นภาษีล่าช้า เสียค่าปรับ 1,000-2,000 บาทต่อแบบ พร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ (ข้อมูลจาก rd.go.th) ถ้าไม่ยื่นเลยหรือยื่นเท็จ มีโทษทั้งปรับและจำคุก สรุป: ประมวลรัษฎากร กฎหมายภาษีที่ SME ต้องเข้าใจ จัดการภาษีให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรกด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยออกเอกสารภาษี คำนวณภาษีหัก และจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ขายให้อัตโนมัติ ลดงานซ้ำและลดความเสี่ยงผิดพลาด ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับประมวลรัษฎากร ประมวลรัษฎากร ต่างจากกฎหมายภาษีอื่นอย่างไร ประมวลรัษฎากรเป็นกฎหมายภาษีหลักที่สรรพากรดูแล แต่ยังมีกฎหมายภาษีอื่นที่อยู่นอกประมวลฯ เช่น พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (กฎหมายสรรพสามิต) ที่กรมสรรพสามิตดูแล หรือ พ.ร.บ.ศุลกากร (กฎหมายศุลกากร) ที่กรมศุลกากรดูแล ถ้าธุรกิจนำเข้าส่งออกจะเจอกฎหมายศุลกากรเพิ่มเติมด้วย SME ที่เพิ่งเปิดบริษัท ต้องเจอภาษีอะไรก่อน อย่างแรกคือภาษีเงินได้นิติบุคคล ทุกบริษัทต้องยื่นแม้ยังไม่มีกำไร อย่างที่สองคือการหักภาษี เพราะทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้างหรือค่าบริการต้องหักภาษีส่วนหนึ่งไว้นำส่ง ส่วน VAT จะเข้ามาเมื่อรายได้ถึงเกณฑ์จดทะเบียน ประมวลรัษฎากร อัปเดตล่าสุดเรื่องอะไร การแก้ไขที่สำคัญล่าสุดคือเรื่องกำหนดราคาโอน (Transfer Pricing) ที่เพิ่มลักษณะ 7 เข้ามาในปี 2562 กำหนดให้บริษัทที่มีรายได้เกิน 200 ล้านบาทต่อปี ต้องจัดทำรายงานข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างกัน นอกจากนี้ สรรพากรยังปรับปรุงเรื่อง e-Withholding Tax (ระบบหักภาษีอิเล็กทรอนิกส์) และ e-Tax Invoice อย่างต่อเนื่อง ติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่ rd.go.th ถ้าไม่เข้าใจเรื่องภาษี จ้างสำนักงานบัญชีช่วยได้ไหม ได้ และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับ SME ที่ไม่มีทีมบัญชีเอง สำนักงานบัญชีช่วยยื่นภาษี จัดทำงบการเงิน และให้คำแนะนำเรื่องสิทธิประโยชน์ภาษีต่างๆ ที่อาจยังไม่รู้ โปรแกรมบัญชีอย่าง PEAK ช่วยให้สำนักงานบัญชีทำงานเร็วขึ้นและลดข้อผิดพลาดในการบันทึกรายการ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

21 ส.ค. 2026

PEAK Account

17 min

ภ.ง.ด.51 คืออะไร สรุปครบ ยื่นเมื่อไหร่ คำนวณยังไง

ทุกปีช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม นิติบุคคลต้องเตรียมยื่น ภ.ง.ด.51 ซึ่งเป็นภาษีที่หลายคนมองข้ามจนเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้ ตั้งแต่วิธีคำนวณ กำหนดยื่น ขั้นตอนยื่นออนไลน์ ไปจนถึงเรื่อง “ประมาณการต่ำไป” ที่ทำให้ถูกเรียกเงินเพิ่มได้ ภ.ง.ด.51 คืออะไร แบบ ภ.ง.ด.51 (แบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี) คือแบบแสดงรายการที่นิติบุคคลต้องใช้ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี โดยเป็นการ “ประมาณการ” กำไรสุทธิทั้งปีแล้วคำนวณภาษีจ่ายล่วงหน้าครึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร (กฎหมายภาษีหลักของไทย) (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) พูดง่ายๆ คือรัฐต้องการให้ธุรกิจจ่ายภาษีเป็นงวด ไม่ใช่รอจ่ายทีเดียวตอนสิ้นปี ถ้าบริษัทมีกำไร ยิ่งยื่นถูกต้องตั้งแต่ครึ่งปีแรก ตอนปิดงบสิ้นปี (ภ.ง.ด.50) ก็จะจัดการง่ายขึ้นมาก ใครต้องยื่น ภ.ง.ด.51 บ้าง นิติบุคคลที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ได้แก่ ข้อยกเว้นสำคัญคือ บริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนและรอบบัญชีแรกไม่ถึง 12 เดือน อาจไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ในปีแรก (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ส่วนบริษัทที่ขาดทุนก็ยังต้องยื่นแบบเช่นกัน แม้จะไม่ต้องจ่ายภาษี กำหนดการยื่นแบบ และวิธีการยื่น กฎหมายกำหนดให้ยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรก สำหรับรอบบัญชีมกราคมถึงธันวาคม 2569 กำหนดเวลาเป็นดังนี้ ช่องทาง กำหนดยื่น ยื่นกระดาษ (สำนักงานสรรพากร) ภายใน 31 สิงหาคม 2569 ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ภายใน 8 กันยายน 2569 (ขยาย 8 วัน) ถ้ารอบบัญชีไม่ตรงปีปฏิทิน เช่น เมษายนถึงมีนาคม ให้นับจากวันสุดท้ายของเดือนที่ 6 แล้วบวก 2 เดือน เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นแบบ สำหรับการยื่น ภ.ง.ด.51 โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม แต่ในบางกรณีอาจต้องมีการยื่นเอกสารอื่น ๆ ประกอบเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการคำนวณภาษี ซึ่งเอกสารที่อาจใช้ยื่นเพิ่มเติมได้มีทั้งหมด 4 ส่วนด้วยกัน ประกอบไปด้วย แบบ ภ.ง.ด.51  เป็นแบบเอกสารที่สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร ซึ่งในเอกสารผู้ประกอบการสามารถกรอกข้อมูลของบริษัท รอบระยะเวลาบัญชี รูปแบบการยื่น และภาษีที่ชำระเพิ่มเติมได้เลย งบกำไรขาดทุนประมาณการ การยื่นภ.ง.ด.51 ของบริษัทนิติบุคคลโดยทั่วไปจำเป็นต้องมีการประมาณการกำไรสุทธิเพื่อใช้ในการคำนวณกำไรสุทธิสำหรับคิดภาษี 50% ที่ต้องชำระในรอบครึ่งปี ซึ่งงบกำไรขาดทุนนี้จะใช้เป็นงบของทั้งรอบระยะเวลาบัญชี โดยใช้เป็นเอกสารประกอบการคำนวณภาษีที่ต้องชำระครึ่งปีนั่นเอง เอกสารแสดงรายได้-ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการคำนวณ อีกหนึ่งเอกสารที่สามารถใช้ยื่นประกอบเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการคำนวณภาษีครึ่งปีได้ ซึ่งเอกสารนี้ก็สามารถจัดทำเป็นรูปแบบรายงานแสดงรายได้ และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่นำมาใช้ในการคำนวณกำไรขาดทุนของบริษัท รายการปรับปรุงกำไรทางภาษี (ถ้ามี) หากธุรกิจมีการปรับเพิ่มหรือปรับลดตัวเลขกำไรสุทธิในงบการเงินจำเป็นต้องมีการทำรายการปรับปรุงกำไรทางภาษีเพื่อยื่นเพิ่มเติมเป็นหลักฐาน นอกจากนี้การปรับปรุงกำไรทางภาษีให้ถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจเสียภาษีตามจริง ไม่ต้องเสียภาษีเยอะเกินความจำเป็น ทั้งนี้ในกรณีที่เป็นบริษัทนิติบุคคลประเภทที่จำเป็นต้องยื่นภาษีจากกำไรสุทธิจริงรอบ 6 เดือนแรก เช่น บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทเงินทุน จำเป็นต้องแนบงบการเงิน และไม่ต้องแนบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย วิธีคำนวณภาษีครึ่งปี แบบเข้าใจง่าย สำหรับการคำนวณภาษีครึ่งปี ขอยกตัวอย่างเป็นรูปแบบบริษัทนิติบุคคลทั่วไป ที่จะต้องทำการประมาณการรายได้และค่าใช้จ่าย หรือเรียกว่าการทำงบกำไรขาดทุนประมาณการของทั้งรอบระยะเวลาบัญชีเพื่อนำมาคำนวณภาษี 50% ที่ต้องชำระในรอบครึ่งปีนี้ วิธีการประมาณการรายได้และค่าใช้จ่ายครึ่งปี ขั้นตอนการคำนวณตามจริงแล้วทำได้ไม่ยาก โดยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนการคำนวณ โดยมีสูตรการคำนวณดังนี้ *รายได้ทั้งปี คือ รายได้จริงครึ่งปีแรก + รายได้ประมาณการครึ่งปีหลัง **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงครึ่งปีแรก + ค่าใช้จ่ายประมาณการของครึ่งปีหลังโดยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจะคำนวณจากกำไรของบริษัท ถ้าเป็นกิจการ SME จะมีอัตราเริ่มต้นตั้งแต่ 0% – 20% แต่ถ้าเป็นกิจการทั่วไปจะเสีย 20% ไม่ว่าจะมีกำไรเท่าไหร่ก็ตาม ตัวอย่างการคำนวณประมาณการกำไรสุทธิครึ่งปี บริษัท A เป็นนิติบุคคล มีรายได้และค่าใช้จ่ายในครึ่งปีแรกเท่ากับ 500,000 บาท และ 100,000 บาท ตามลำดับ โดยคาดการณ์ว่าครึ่งปีหลังจะมีรายได้และค่าใช้จ่ายเท่าเดิม และมีภาษี หัก ณ ที่จ่าย 5,000 บาท สามารถคำนวณภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 51) ที่ต้องชำระได้ดังนี้ แทนสูตรตามแต่ละขั้นได้ดังนี้ ดังนั้นบริษัท A จำเป็นต้องชำระภาษีในรอบแรกเป็นจำนวนเงิน 75,000 บาทนั่นเอง วิธียื่น ภ.ง.ด.51 ออนไลน์ผ่าน e-Filing ทีละขั้นตอน ยื่นออนไลน์สะดวกกว่ายื่นกระดาษ แถมได้ขยายเวลาเพิ่ม 8 วัน ขั้นตอนมีดังนี้ ถ้ายังไม่มี Username สำหรับ e-Filing ให้สมัครผ่านเว็บกรมสรรพากรก่อน โดยใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก บทลงโทษที่ต้องรู้หากประมาณการผิดพลาด หรือยื่นล่าช้า การชำระภาษีครึ่งปีของนิติบุคคล หากประมาณการกำไรสุทธิต่ำเกินไป หรือยื่นล่าช้า ก็จะมีบทลงโทษพอสมควรเลยทีเดียว เพราะหากธุรกิจประมาณการกำไรสุทธิขาดเกินไปมากกว่า 25% ของกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเป็นต้องเสียค่าปรับเพิ่ม 20% จากจำนวนภาษีที่ชำระขาด แต่การประมาณการกำไรสุทธิสูงเกินไป ไม่ถือว่าเป็นความผิดจึงไม่ต้องเสียค่าปรับ คำแนะนำเพื่อไม่ให้เสียค่าปรับ 20% ผู้ประกอบการควรทำการประมาณการกำไรสุทธิและยื่นภาษีครึ่งปีให้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นไว้ในรอบปีที่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น หากประมาณการกำไรสุทธิ 500,000 บาท แต่กำไรสุทธิจริงสูงถึง 1,000,000 บาท ซึ่งนับเป็น 50% ก็จะต้องเสียค่าปรับเพิ่ม หากประมาณการกำไรสุทธิ 749,000 บาท แต่กำไรสุทธิจริง 1,000,000 บาท คำนวณเป็น 25.1% ต้องเสียค่าปรับ (เกิน 25% เพียง 0.1% ก็เข้าข่ายต้องเสียค่าปรับ) แต่ถ้าประมาณการกำไรสุทธิ 800,000 บาท มีกำไรสุทธิจริง 1,000,000 บาท นับเป็น 20% ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ และไม่จำเป็นต้องเสียค่าปรับ ในส่วนของการยื่นล่าช้าจะมีค่าปรับฉบับละ 2,000 บาทและเสียเงินเพิ่มเป็นดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ (ข้อมูลจากกรมสรรพากร มาตรา 67 ทวิ, มาตรา 67 ตรี และมาตรา 27 ประมวลรัษฎากร) ค่าปรับอาญาอาจดูไม่มาก แต่เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนสะสมได้เร็ว ยิ่งยื่นช้านานยิ่งเสียมาก จึงควรยื่นตามกำหนดเสมอ การชำระภาษีและสิทธิ์ในการขอคืน วิธีการชำระภาษีครึ่งปีของนิติบุคคลด้วย ภ.ง.ด.51 สามารถชำระพร้อมการยื่นแบบได้เลย และจำเป็นต้องชำระจำนวนเต็มในครั้งเดียวไม่สามารถผ่อนได้ ซึ่งช่องทางการชำระประกอบไปด้วย 8 ช่องทางดังนี้ ในกรณีที่ผู้ประกอบการได้ชำระภาษีเกิน ไม่สามารถขอคืนเป็นเงินสดได้ทันที แต่สามารถเปลี่ยนเป็นเครดิตภาษีสำหรับใช้ในรอบภาษีถัดไปได้ ภ.ง.ด.50 กับ ภ.ง.ด.51 ต่างกันอย่างไร ผู้ประกอบการหลายคนสับสนระหว่างแบบ ภ.ง.ด.50 กับ ภ.ง.ด.51 อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ในบทความภาษีเงินได้นิติบุคคล ภ.ง.ด.50 สรุปครบ ส่วนความแตกต่างหลักสรุปได้ดังนี้ รายการ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) ภ.ง.ด.50 (ประจำปี) ช่วงเวลา 6 เดือนแรกของรอบบัญชี ทั้งรอบบัญชี (12 เดือน) วิธีคำนวณ ประมาณการกำไรทั้งปี ใช้กำไรจริงจากงบการเงิน กำหนดยื่น ภายใน 2 เดือนหลังครึ่งปีแรก ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี เอกสารแนบ ข้อมูลประมาณการ งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรอง กฎหมาย มาตรา 67 ทวิ มาตรา 68 ประมวลรัษฎากร สรุป: เตรียมยื่น ภ.ง.ด.51 ให้พร้อมก่อน deadline สิ่งที่ต้องทำ จัดการภาษีนิติบุคคลให้ง่ายขึ้นด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้คุณดูข้อมูลรายได้และค่าใช้จ่ายแบบ real-time สรุปกำไรขาดทุน 6 เดือนแรกได้ทันที ไม่ต้องรอปิดงบ ช่วยให้ประมาณการ ภ.ง.ด.51 ได้แม่นยำขึ้นและลดความเสี่ยงเรื่องเงินเพิ่ม ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ภ.ง.ด.51 บริษัทที่ขาดทุนต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ไหม ต้องยื่นแบบเหมือนกัน แม้จะไม่ต้องจ่ายภาษี เพราะการยื่นเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ถ้าไม่ยื่นจะถูกค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรอกกำไรสุทธิเป็น 0 แล้วส่งแบบได้เลย ยื่น ภ.ง.ด.51 แล้วพบว่าประมาณการผิด แก้ไขได้ไหม ได้ โดยยื่นแบบเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลา ถ้าพบว่าจ่ายภาษีไว้น้อยไปก็ชำระเพิ่มได้ทันที ยิ่งแก้ไขเร็วยิ่งลดภาระเงินเพิ่มที่อาจเกิดขึ้น ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ภ.ง.ด.51 ได้ที่ไหน ดาวน์โหลดได้จากเว็บกรมสรรพากร ในหมวด “ดาวน์โหลดแบบแสดงรายการ” หรือจะยื่นผ่าน e-Filing โดยตรงก็ได้ ไม่ต้องดาวน์โหลดแบบฟอร์มแยก อัตราภาษีนิติบุคคลสำหรับ SME คำนวณ ภ.ง.ด.51 ยังไง SME ที่ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้สิทธิอัตราภาษีขั้นบันได กำไรสุทธิ 300,000 บาทแรกยกเว้นภาษี ส่วนที่เกิน 300,000 ถึง 3 ล้านบาทเสียภาษี 15% ส่วนที่เกิน 3 ล้านบาทเสียภาษี 20% ใช้อัตรานี้คำนวณจากกำไรครึ่งปี (กำไรประมาณการหาร 2) (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ถ้าจ่ายภาษี ภ.ง.ด.51 เกินจริง ขอคืนได้ไหม ได้ ตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ประจำปี ถ้าภาษีที่จ่ายตาม ภ.ง.ด.51 รวมกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายมากกว่าภาษีจริงทั้งปี ส่วนเกินสามารถขอคืนภายใน 3 ปีนับจากวันสุดท้ายของกำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

21 ส.ค. 2026

PEAK Account

15 min

ภ.ง.ด.50 คืออะไร กำหนดยื่น วิธียื่น สรุปครบ

ภ.ง.ด.50 คืออะไร? คำถามที่เจ้าของกิจการหน้าใหม่หลายท่านอาจสงสัย กับแบบยื่นเสียภาษีประจำปีของธุรกิจ ว่าต้องยื่นเมื่อไหร่ ใครต้องยื่นบ้าง และมีแนวทางปฏิบัติอย่างไรให้สามารถยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง บทความนี้เราพร้อมตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับแบบยื่นภาษีประจำปี นี้ให้คุณ ภ.ง.ด.50 คือเอกสารเกี่ยวข้องกับอะไร? ภ.ง.ด.50 คือ แบบที่ใช้สำหรับการยื่นแสดงรายการภาษีเงินได้ของธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประจำปี ที่จะเป็นการนำรายงานงบการเงินตั้งแต่รายได้ รายจ่าย กำไรสุทธิ และนำมาปรับปรุงให้เป็นกำไรทางภาษีเพื่อใช้คำนวณภาษีที่ต้องชำระรอบสิ้นสุดระยะบัญชี ใครบ้างที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีนี้? สำหรับนิติบุคคลที่.ที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการนี้ คือ คือ บริษัทจำกัด บริษัทจำกัดมหาชน ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย รวมไปถึงบริษัทต่างชาติที่จดทะเบียนเปิดสาขาในประเทศไทย อย่างไรก็ตามจะมีนิติบุคคลบางประเภทที่ได้รับการยกเว้นภาษี เช่น องค์กรภาครัฐ บริษัทที่เปิดขึ้นจากข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยและต่างประเทศ และอื่น ๆ กำหนดเวลาการยื่น แบบแสดงรายการภาษีประจำปี การยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปีนี้ จะเป็นการยื่นหลังจากสิ้นรอบบัญชีในแต่ละปี ซึ่งมีกำหนดให้เจ้าของกิจการนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษี ต้องยื่นแบบแสดงรายการนี้ ภายใน 150 วันนับจากสิ้นรอบบัญชี ยกตัวอย่างการนับวันในการยื่นภาษี ในกรณีที่รอบบัญชีสิ้นปีคือวันที่ 31 ธ.ค. 2025 สามารถนับจำนวนวัน 150 วันได้เลย ดังนั้นวันสุดท้ายที่สามารถยื่นแบบแสดงรายการ คือ วันที่ 30 พ.ค. 2026 นั่นเอง แนะนำให้เจ้าของกิจการตรวจสอบกรอบในการยื่นเอกสาร และจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการยื่นล่าช้าที่มีทั้งค่าปรับ เงินเพิ่ม และเสี่ยงถูกตรวจสอบจากสรรพากร บทลงโทษหากไม่ได้ยื่น หรือยื่นล่าช้า แบบยื่นภาษีประจำปี คือ แบบยื่นด้านบัญชีที่สำคัญ และเจ้าของกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษีส่วนนี้ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นจะมีบทลงโทษดังนี้ การไม่ยื่นหรือยื่นล่าช้า และไม่ถูกต้อง มาพร้อมบทลงโทษมากมายที่นอกจากเสียเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็น ยังมีโอกาสถูกตรวจสอบเพิ่ม ด้วยเหตุนี้เราขอแนะนำให้เจ้าของกิจการจัดการบริหารด้านภาษีด้วยความรอบคอบ ยื่นให้ตรงกรอบเวลาที่กำหนด และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเสมอ เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่น ในส่วนของเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่น จะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงบการเงินเป็นส่วนใหญ่ โดยเอกสารที่ต้องใช้ประกอบไปด้วย จากเอกสารทั้ง 5 ส่วนจะเห็นเป็นเอกสารที่ใช้เพื่อเป็นหลักฐานการคำนวณภาษีที่ต้องชำระจากกำไรสุทธิจริง ทำให้ในส่วนนี้จะแตกต่างจาก ภงด 51 หรือแบบยื่นภาษีครึ่งปีของเจ้าของกิจการ ที่จะใช้การประมาณการกำไรสุทธิเพื่อคำนวณ นอกจากนี้ยังอาจมีการขอเอกสารอื่นเพิ่มเติมจากกรมสรรพากรหากมีความจำเป็น วิธีการยื่นแบบแสดงรายการ การยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี สามารถทำการยื่นได้ 2 รูปแบบ ทั้งการยื่นเอกสารแบบกระดาษด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ หรือการยื่นผ่านระบบ e-Filing บนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ซึ่งรูปแบบหลังจะสะดวกมากกว่า และจะได้ขยายเวลาในการยื่นเพิ่มอีก 8 วันหลังจากครบกำหนด 150 วัน (มีกรอบเวลายื่น 158 วัน) เช่น หากระยะรอบบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.  2025 จะสามารถยื่นภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ได้ถึงวันที่ 7 มิ.ย. 2026 ภ.ง.ด.50 vs ภ.ง.ด.51 ต้องยื่นทั้งคู่ไหม? นอกจาก ภ.ง.ด.50 แล้ว เจ้าของกิจการอาจเคยได้ยิน ภ.ง.ด.51 หรือแบบภาษีครึ่งปีกันมาบ้าง ซึ่งในหนึ่งระยะรอบบัญชีเจ้าของกิจการจำเป็นต้องยื่นทั้งสองแบบ โดย ภ.ง.ด.50 จะเป็นแบบยื่นภาษีเมื่อสิ้นสุดระยะรอบบัญชี แต่ ภ.ง.ด.51 จะเป็นแบบยื่นภาษีครึ่งปี เพื่อจ่ายภาษีล่วงหน้าในกรณีที่มีกำไรในช่วงครึ่งปีแรก ทั้งนี้ในกรณีที่ธุรกิจขาดทุนในช่วงครึ่งปีแรก เจ้าของกิจการไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี) แต่ยังคงจำเป็นต้องยื่น ภ.ง.ด.50 (ภาษีประจำปี) เช่นเดิม วิธียื่น ภ.ง.ด.50 ออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ในปัจจุบันการยื่นแบบแสดงรายการนี้ สามารถทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยการยื่นผ่านระบบ e-Filling ที่เจ้าของกิจการหรือผู้ได้รับมอบหมายสามารถกรอกข้อมูลในแบบยื่น กรอกรายการคำนวณภาษี ไปจนถึงขั้นตอนการชำระภาษีครบในที่เดียวผ่านระบบออนไลน์ โดยสามารถยื่นแบบด้วยตัวเองได้ที่เว็บไซต์ ? วิธีการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับยื่น ภ.ง.ด.50 เจ้าของกิจการหลายท่านอาจเข้าใจว่าสามารถใช้ตัวเลขจากงบการเงินในการคำนวณภาษีที่ต้องเสียได้ทันที แต่ตามความเป็นจริงแล้วต้องนำตัวเลขดังกล่าวมาทำการปรับปรุงจาก ‘กำไรทางบัญชี’ ให้เป็น ‘กำไรทางภาษี’ ก่อน เพื่อใช้ในการคำนวณ โดยมีวิธีการปรับปรุงเบื้องต้นดังนี้ นำตัวเลขทั้งสามส่วนมารวมกันก่อน จึงจะได้เป็นตัวเลขกำไรทางภาษีที่สามารถนำมาคำนวณภาษีที่ต้องเสีย ยกตัวอย่างการคำนวณ กำไรจากงบการเงิน 1,000,000 บาท ค่าใช้จ่ายต้องห้าม 10,000 บาท เบี้ยปรับเงินเพิ่ม 5,000 บาท ดังนั้นกำไรทางภาษีคือ 1,015,000 บาท ซึ่งตัวเลข 1,015,000 คือตัวเลขของกำไรที่จะนำมาใช้ในการคำนวณภาษีจริง ถัดมาก็จะนำตัวเลขดังกล่าวมาใช้ในการคำนวณกับ อัตราภาษี ตัวอย่างการคำนวณ กรณีที่มีอัตราภาษี 20% กำไรทางภาษี x 20% = ภาษีที่ต้องชำระ แทนสูตร 1,015,000 x 20% = 203,000 หลังจากนั้นให้นำภาษีที่ต้องชำระมาหักกับ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และจำนวนภาษีครึ่งปีที่เราได้ชำระไปในตอนยื่น ภ.ง.ด.51 เมื่อช่วงกลางปี ยกตัวอย่างเช่น มีรายการภาษีหัก ณ ที่จ่ายตลอดปีรวมกัน 50,000 บาท และชำระภาษีเงินได้ครึ่งปีไปแล้ว 30,000 บาท ให้นำตัวเลขมาหักลบออกจากภาษีที่ต้องชำระดังนี้ 203,000 – 50,000 – 30,000 = 123,000 บาท ดังนั้นหมายความว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระจริงคือ 123,000 บาท เคล็ดลับยื่น แบบแสดงรายการภาษีประจำปี ให้ถูกต้องและทันเวลา เพราะการยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี ให้ถูกต้องและทันเวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของกิจการ เพื่อให้ไม่ให้เสียเงิน และเสียเวลาเพิ่มโดยใช้เหตุ เรามี 4 เคล็ดลับสำหรับเจ้าของกิจการมาฝากกัน เตรียมงบการเงินล่วงหน้า การเตรียมงบการเงินล่วงหน้าช่วยให้สามารถทำการปรับปรุงคำนวณภาษีได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ควรรอให้ใกล้ถึงเวลายื่นแบบแล้วค่อยจัดการ เพราะอาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดในการคำนวณได้ ตรวจสอบรายการบันทึกบัญชีให้ครบถ้วน การตรวจสอบรายการบัญชีให้ครบถ้วนก็เป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญ โดยสามารถทำได้จากการ กระทบยอด (Bank Reconciliation) เพื่อเปรียบเทียบธุรกรรมจากธนาคาร และธุรกรรมที่ได้ทำการบันทึกบัญชีให้ตรงกัน ใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่มีประสบการณ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA เป็นบุคคลภายนอกบริษัทที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูล และความถูกต้องในงบการเงินของบริษัท การที่มีผู้สอบบัญชีที่มีประสบการณ์สูง ช่วยให้มั่นใจได้ถึงความถูกต้องครบถ้วนในการคำนวณภาษี ใช้โปรแกรมบัญชี หรือบริการสำนักงานบัญชีช่วยจัดการ การใช้โปรแกรมบัญชีที่สามารถช่วยจัดการบัญชีได้อย่างเป็นระบบ บันทึกข้อมูลได้แม่นยำ และสามารถจัดการเอกสารด้านบัญชีและการเงินได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้นักบัญชีในองค์กรสามารถบริหารจัดการภาษีได้อย่างถูกต้อง แต่ถ้าธุรกิจของคุณยังไม่มีเจ้าหน้าที่บัญชีช่วยจัดการตรงส่วนนี้ อาจใช้บริการสำนักงานบัญชีเข้ามาช่วยจัดการด้านภาษีเพื่อความถูกต้องมากขึ้นได้เช่นกัน ภ.ง.ด.50 เอกสารสำคัญด้านภาษีที่เจ้าของกิจการควรรู้จัก เมื่ออ่านถึงตรงนี้เจ้าของกิจการน่าจะพอทราบกันมากขึ้นแล้วว่า ภ.ง.ด.50 คือ เอกสารที่ใช้สำหรับการยื่นภาษีประจำปี หากไม่ได้ยื่น ยื่นไม่ครบถ้วน หรือยื่นล่าช้าก็จะมาพร้อมค่าปรับ หรือเบี้ยปรับ และอาจนำไปสู่การตรวจสอบจากกรมสรรพากรได้เช่นกัน ดังนั้นเจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญ และตรวจสอบการยื่นภาษีประจำปีอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ซึ่งการเลือกใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับเจ้าของกิจการ ที่สามารถช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการจัดการภาษีได้ ด้วยฟีเจอร์ด้านการจัดการเอกสาร การบันทึกบัญชี และอื่น ๆ อีกมากมาย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

13 min

ภาษีมรดก คืออะไร สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องรู้

ภาษีมรดกเป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการหลายคนมองข้าม จนกระทั่งถึงวันที่ต้องส่งต่อทรัพย์สินหรือธุรกิจให้ทายาท ถ้าทรัพย์สินที่รับมีมูลค่าสูงถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ผู้รับต้องเสียภาษี นอกจากนี้ยังมี “ภาษีการรับให้” อีกตัวที่เกี่ยวข้อง แต่หลายคนยังแยกไม่ออก ภาษีมรดก คืออะไร ภาษีมรดก คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ได้รับทรัพย์สินจากผู้เสียชีวิต (เจ้ามรดก) เมื่อมูลค่ามรดกสุทธิเกิน 100 ล้านบาท กฎหมายหลักที่ใช้คือพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 สรุปสาระสำคัญ กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้รับมรดกต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำ โดยมีเงื่อนไขหลักดังนี้ ใครต้องเสียภาษีมรดก? ผู้ที่ต้องเสียภาษีมรดก คือ “ผู้รับมรดก” ไม่ใช่ผู้เสียชีวิต โดยต้องเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อ ถ้ามรดกที่ได้รับไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ต้องเสียภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบแสดงรายการตามที่กฎหมายกำหนด ภาษีการรับให้ คืออะไร? ต่างจากภาษีมรดกอย่างไร ภาษีการรับให้ คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ได้รับทรัพย์สินจากการ “ให้” ขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ต่างจากภาษีมรดกตรงที่ มรดกเกิดหลังผู้ให้เสียชีวิต แต่การรับให้เกิดขณะยังมีชีวิต กฎหมายนี้มาจากการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ซึ่งประกาศใช้พร้อมกับ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ตารางเปรียบเทียบ ภาษีมรดก vs ภาษีการรับให้ รายการ ภาษีมรดก ภาษีการรับให้ เกิดจาก ผู้ให้เสียชีวิต (รับมรดก) ผู้ให้ยังมีชีวิต (ให้โดยเสน่หา) เกณฑ์ขั้นต่ำ มรดกสุทธิเกิน 100 ล้าน อสังหาฯ เกิน 20 ล้าน หรือ สังหาฯ เกิน 10 ล้าน/ปี อัตราภาษี 5% (ทายาทตามกฎหมาย) / 10% (คนอื่น) 5% หรือนับรวมเป็นเงินได้พึงประเมิน แบบยื่น ภ.ม.60 (ภายใน 150 วัน) รวมยื่นในแบบ ภ.ง.ด.90/91 ประจำปี กฎหมาย พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) แก้ไขเพิ่มเติม ผู้เสียภาษี ผู้รับมรดก ผู้รับการให้ สำหรับเจ้าของกิจการที่คิดจะโอนทรัพย์สินให้ลูกหลานขณะยังมีชีวิตอยู่ ต้องพิจารณาภาษีการรับให้ด้วย ไม่ใช่แค่ภาษีมรดก ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก มีอะไรบ้าง ภาษีมรดกไม่ได้เก็บจากทรัพย์สินทุกประเภท กฎหมายกำหนดไว้ 5 ประเภทหลัก อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ รวมถึงสิทธิในที่ดินต่าง ๆ ทรัพย์สินประเภทนี้มักมีมูลค่าสูงและเป็นทรัพย์สินหลักของธุรกิจครอบครัว จึงเป็นหัวข้อที่คนค้นหามากที่สุด เงินฝากและหลักทรัพย์ เงินฝากธนาคาร ตั๋วแลกเงิน หุ้น หุ้นกู้ กองทุนรวม และพันธบัตร สำหรับเจ้าของกิจการ หุ้นในบริษัทที่เป็นเจ้าของก็รวมอยู่ในหมวดนี้ด้วย ดังนั้นการจัดงบการเงินให้เป็นระเบียบจึงสำคัญมาก ยานพาหนะและทรัพย์สินอื่น ยานพาหนะที่จดทะเบียนในไทย เช่น รถยนต์ เรือ รวมถึงทรัพย์สินทางการเงินอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง อัตราภาษีมรดก กี่เปอร์เซ็นต์? วิธีคำนวณที่ถูกต้อง อัตราภาษีมรดกขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับมรดกกับเจ้ามรดก ผู้รับมรดก อัตราภาษี หมายเหตุ บุพการี หรือผู้สืบสันดาน (พ่อ แม่ ลูก หลาน) 5% ทายาทโดยธรรม บุคคลอื่น 10% เช่น พี่น้อง เพื่อน คนรู้จัก คิดภาษีเฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) กรณีศึกษา: เจ้าของกิจการส่งต่อธุรกิจให้ลูก สมมุติว่าคุณสมชาย (ชื่อสมมุติ) เจ้าของกิจการ เสียชีวิตและมีทรัพย์สินทั้งหมด 150 ล้านบาท ลูกชายเป็นผู้รับมรดกทั้งหมด คำนวณภาษีมรดก รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน มรดกสุทธิ 150,000,000 บาท ส่วนที่ได้รับยกเว้น 100,000,000 บาท ส่วนที่ต้องเสียภาษี 150,000,000 – 100,000,000 50,000,000 บาท อัตราภาษี (ลูก = ผู้สืบสันดาน) 5% ภาษีมรดกที่ต้องจ่าย 50,000,000 × 5% 2,500,000 บาท ลูกชายต้องยื่นแบบ ภ.ม.60 และจ่ายภาษี 2.5 ล้านบาท ตามกำหนดเวลาที่กฎหมายระบุ ข้อยกเว้นภาษีมรดก กรณีใดบ้างที่ไม่ต้องเสีย กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้หลายกรณี ที่สำคัญได้แก่ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจเสมอ ภาษีมรดก กับการส่งต่อธุรกิจ สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องวางแผน สำหรับเจ้าของกิจการ ภาษีมรดกไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สินส่วนตัว แต่กระทบถึงความต่อเนื่องของธุรกิจด้วย การวางแผนภาษีก่อนส่งต่อกิจการ เจ้าของกิจการที่ทรัพย์สินรวมอาจถึงเกณฑ์ ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ ผลกระทบต่อบัญชีธุรกิจ เมื่อเจ้าของเปลี่ยนมือ เมื่อเจ้าของกิจการเสียชีวิตและทายาทรับช่วงต่อ มีเรื่องที่ต้องจัดการทางบัญชีหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น การแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และการปรับปรุงงบการเงิน ถ้าธุรกิจมีระบบบัญชีที่เป็นระเบียบอยู่แล้ว การเปลี่ยนผ่านจะราบรื่นกว่ามาก วิธียื่นภาษีมรดก ขั้นตอนที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้รับมรดกที่ต้องเสียภาษีมีขั้นตอนดังนี้ สรุป: ภาษีมรดกและภาษีการรับให้ เจ้าของกิจการเตรียมตัวอย่างไร จัดการบัญชีธุรกิจให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ ด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นภาพรวมทรัพย์สินและสถานะการเงินของธุรกิจได้ชัดเจน ทั้งงบดุล รายงานผู้ถือหุ้น และเอกสารบัญชีที่เป็นระบบ พร้อมรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนภาษีหรือส่งต่อกิจการ ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษีมรดก ภาษีมรดกเรียกเก็บจากทรัพย์สินทุกประเภทหรือไม่? ไม่ใช่ทุกประเภท กฎหมายกำหนดเฉพาะ 5 ประเภทหลัก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ เงินฝาก ยานพาหนะ และทรัพย์สินทางการเงินอื่นตามกฎกระทรวง ทรัพย์สินอื่น เช่น เครื่องประดับ งานศิลปะ ไม่อยู่ในขอบเขตนี้ ถ้ารับมรดกเป็นหุ้นในบริษัทที่พ่อเป็นเจ้าของ ต้องเสียภาษีมรดกไหม? ถ้าหุ้นนั้นเป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ จะอยู่ในขอบเขตภาษีมรดก แต่ต้องดูมูลค่ารวมด้วยว่าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำหรือไม่ ถ้าไม่ถึง ก็ไม่ต้องเสีย ถ้าเจ้าของกิจการอยากโอนธุรกิจให้ลูกตอนยังมีชีวิต จะเสียภาษีอะไร? จะเข้าเงื่อนไขภาษีการรับให้แทน ถ้าโอนอสังหาริมทรัพย์ให้ลูกเกิน 20 ล้านบาท/ปี ส่วนที่เกินจะเสียภาษี 5% ถ้าโอนสังหาริมทรัพย์เกิน 10 ล้านบาท/ปี ส่วนที่เกินจะนับเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องยื่นภาษีด้วย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเปรียบเทียบว่าวิธีไหนประหยัดภาษีมากกว่า จ่ายภาษีมรดกไม่ไหว ผ่อนได้ไหม? ได้ กฎหมายอนุญาตให้ผ่อนชำระภาษีมรดกได้ไม่เกิน 5 ปี โดย 2 ปีแรกไม่เสียเงินเพิ่ม หลังจากนั้นเสียเงินเพิ่ม 0.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้าง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

17 min

ภ.พ.30 คืออะไร คู่มือยื่น VAT รายเดือนสำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการที่จด VAT หลายคนเจอปัญหาเดียวกัน กรอกแบบไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าต้องยื่นเมื่อไร หรือเผลอยื่นช้าจนเจอเบี้ยปรับ ภ.พ.30 คืออะไร แบบ ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT Return Form ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรทุกเดือน เพื่อสรุปยอดภาษีขายและภาษีซื้อที่เกิดขึ้นในเดือนนั้น พูดให้เข้าใจง่าย ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ คุณเก็บ VAT 7% จากลูกค้าเป็นภาษีขาย และเวลาซื้อของเข้าร้าน คุณก็จ่าย VAT 7% ให้ผู้ขายเป็นภาษีซื้อ แบบนี้คือเอกสารที่สรุปว่าเดือนนี้คุณเก็บภาษีขายได้เท่าไร จ่ายภาษีซื้อไปเท่าไร แล้วต้องนำส่งส่วนต่างให้สรรพากร หรือมีสิทธิ์ขอคืน ใครมีหน้าที่ต้องยื่น ภ.พ.30 ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทุกราย มีหน้าที่ยื่นแบบนี้เป็นประจำทุกรอบเดือนภาษี ตามมาตรา 83 ประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจในชื่อตัวเอง หรือนิติบุคคลอย่างบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน กิจการที่มียอดขายถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT ไม่ว่าจะขายหน้าร้านหรือออนไลน์ ส่วนกิจการที่ยอดขายยังไม่ถึงเกณฑ์ สามารถจดทะเบียนได้โดยสมัครใจ เพื่อเครดิตภาษีซื้อคืน กรณีไม่มีรายได้ ต้องยื่น ภ.พ.30 ไหม ต้องยื่น แม้เดือนนั้นไม่มีรายได้เลย เพราะเมื่อจดทะเบียน VAT แล้ว หน้าที่ยื่นแบบจะมีตลอดจนกว่าจะขอถอนทะเบียน ถ้าเดือนไหนไม่มียอดขายและยอดซื้อ ให้ยื่นแบบเปล่ากรอกเป็น 0 จะได้ไม่โดนค่าปรับ หลายคนเข้าใจผิดว่า “ไม่มีรายได้ก็ไม่ต้องยื่น” แต่ความจริงคือ สรรพากรมองว่าผู้ประกอบการจด VAT ต้องรายงานทุกรอบเดือนภาษี ไม่ว่ายอดจะเป็นศูนย์ก็ตาม ภ.พ.30 ต้องยื่นภายในเมื่อไร ตามมาตรา 83 ประมวลรัษฎากร ยื่นกระดาษภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่วนยื่นออนไลน์ได้เพิ่มอีก 8 วัน ตามประกาศกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 7 มีผลถึง 31 มกราคม 2570 ช่องทางยื่น กำหนดเวลา หมายเหตุ ยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากร ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เช่น ภาษีเดือน ม.ค. ยื่นภายใน 15 ก.พ. ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป ได้เพิ่ม 8 วัน เมื่อยื่นและชำระผ่านอินเทอร์เน็ต ถ้ากำหนดเวลาตรงกับวันหยุดราชการ จะเลื่อนไปวันทำการถัดไป วิธียื่น ภ.พ.30 ออนไลน์ผ่าน e-Filing การยื่นแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ช่วยประหยัดเวลาเดินทางและมีระบบช่วยคำนวณ ลดความผิดพลาดจากการกรอกมือ เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น ขั้นตอนยื่นแบบออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นแบบครั้งแรก ต้องสมัครสมาชิก e-Filing ก่อน โดยใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีและข้อมูลกิจการยืนยันตัวตน หลังจากสมัครเสร็จจะได้รหัสผ่านสำหรับเข้าระบบ สามารถใช้ยื่นแบบภาษีได้ทุกประเภท ไม่ใช่แค่แบบยื่น VAT เท่านั้น วิธีกรอก ภ.พ.30 พร้อมตัวอย่าง ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) เปิดร้านขายอุปกรณ์สำนักงานออนไลน์ เดือน ม.ค. 2569 มียอดขาย 500,000 บาทก่อน VAT และซื้อสินค้าเข้าร้าน 300,000 บาทก่อน VAT คำนวณ VAT ที่ต้องนำส่ง รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีขาย 500,000 × 7% 35,000 บาท ภาษีซื้อ 300,000 × 7% 21,000 บาท VAT ที่ต้องนำส่ง 35,000 – 21,000 14,000 บาท บริษัท ก จำกัด ต้องนำส่ง VAT 14,000 บาทให้สรรพากร พร้อมยื่นแบบออนไลน์ภายในวันที่ 23 ก.พ. 2569 ตัวอย่างกรณีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ถ้าเดือนไหนซื้อสินค้าเข้ามากกว่าขายออก ภาษีซื้อจะมากกว่าภาษีขาย สมมุติเดือน ก.พ. 2569 บริษัท ก มียอดขาย 200,000 บาท แต่สั่งสินค้าเข้า 400,000 บาท รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีขาย 200,000 × 7% 14,000 บาท ภาษีซื้อ 400,000 × 7% 28,000 บาท ภาษีซื้อเกิน 28,000 – 14,000 14,000 บาท กรณีนี้ไม่ต้องจ่ายภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบตามปกติ ส่วนภาษีซื้อที่เกิน 14,000 บาท สามารถนำไปเครดิตในเดือนถัดไปหรือขอคืนจากกรมสรรพากรได้ ภ.พ.30 ต่างจาก ภ.พ.20 อย่างไร รายการ ภ.พ.20 ภ.พ.30 ชื่อเต็ม แบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้ทำอะไร ยื่นครั้งเดียวตอนจดทะเบียน VAT ยื่นทุกเดือนเพื่อนำส่ง VAT ความถี่ ครั้งเดียว ทุกเดือน กรอกอะไร ข้อมูลกิจการ สถานประกอบการ ยอดภาษีขาย ภาษีซื้อ ส่วนต่าง ภ.พ.30 ต่างจาก ภ.ง.ด.50 อย่างไร ผู้ประกอบการหลายคนสับสนระหว่าง ภ.พ.30 กับ ภ.ง.ด.50 เพราะชื่อคล้ายกัน บางคนเรียก “ภ.ง.ด.30” แต่ชื่อทางการของแบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีคือ ภ.ง.ด.50 รายการ ภ.พ.30 ภ.ง.ด.50 ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ใครต้องยื่น ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ความถี่ ทุกเดือน ปีละ 1 ครั้ง (ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี) คำนวณจาก ภาษีขาย หักด้วย ภาษีซื้อ กำไรสุทธิ คูณ อัตราภาษี จำง่ายๆ ว่าแบบยื่น VAT เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากมูลค่าสินค้า ส่วน ภ.ง.ด.50 เกี่ยวกับภาษีที่คำนวณจากกำไรสุทธิ (รายได้หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ผู้ประกอบการนิติบุคคลที่จดทะเบียน VAT ต้องยื่นทั้งสองแบบ แบบยื่น VAT ยื่นรายเดือน ส่วน ภ.ง.ด.50 ยื่นปีละครั้ง ทำไมยอดขาย ภ.พ.30 ไม่ตรงกับรายได้ ภ.ง.ด.50 เมื่อรวมยอดขายจาก ภ.พ.30 ทั้ง 12 เดือน แล้วเทียบกับรายได้ที่แสดงในแบบ ภ.ง.ด.50 ตัวเลขมักไม่ตรงกัน เป็นเรื่องปกติที่เกิดจากความแตกต่างของฐานภาษี ไม่ได้แปลว่ามีข้อผิดพลาด แต่ต้องอธิบายสาเหตุได้เมื่อสรรพากรสอบถาม สาเหตุหลักที่ยอดไม่ตรง สาเหตุ คำอธิบาย ตัวอย่าง รายได้ที่ไม่ต้องเสีย VAT กิจการอาจมีรายได้บางประเภทที่ยกเว้น VAT เช่น ดอกเบี้ย กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ต้องนำมารวมในภาษีเงินได้ ดอกเบี้ยเงินฝาก 50,000 บาท/ปี อยู่ใน ภ.ง.ด.50 แต่ไม่อยู่ในแบบยื่น VAT จุดรับรู้รายได้ต่างกัน แบบยื่น VAT รับรู้ตามจุดที่ออกใบกำกับภาษี ส่วน ภ.ง.ด.50 รับรู้ตามเกณฑ์สิทธิ์ทางบัญชี (ตามมาตรา 65 ประมวลรัษฎากร) ออกใบกำกับภาษีเดือน ธ.ค. แต่ส่งมอบงานเดือน ม.ค. ปีถัดไป ส่วนลดและใบลดหนี้ ใบลดหนี้ลดยอดในแบบยื่น VAT ในเดือนที่ออก แต่อาจปรับปรุงต่างช่วงในงบการเงิน ออกใบลดหนี้เดือน มี.ค. แต่ปรับงบปีทีเดียวตอนปิดบัญชี รอบบัญชีไม่ตรงปีปฏิทิน บริษัทที่มีรอบบัญชี เม.ย. ถึง มี.ค. จะมียอดรวม 12 เดือนของแบบยื่น VAT ไม่ตรงกับช่วงเวลาที่ ภ.ง.ด.50 ครอบคลุม สินค้า VAT 0% (ส่งออก) ยอดส่งออกปรากฏในแบบยื่น VAT ช่อง VAT 0% แต่คิดอัตราแลกเปลี่ยนคนละวันกับที่บันทึกรายได้ในงบการเงิน วิธีกระทบยอดให้ตรงก่อนยื่นภาษี เมื่อเตรียมยื่น ภ.ง.ด.50 ควรทำกระดาษทำการกระทบยอดไว้เป็นหลักฐาน ถ้าใช้ PEAK จัดทำบัญชี ระบบจะช่วยออกรายงานภาษีซื้อ-ขายที่ตรงกับงบการเงินอัตโนมัติ ช่วยลดโอกาสที่ยอดจะคลาดเคลื่อน ยื่น ภ.พ.30 ล่าช้า มีบทลงโทษอะไรบ้าง การยื่นแบบล่าช้าหรือไม่ยื่นเลย มีโทษตามประมวลรัษฎากร 3 ส่วน เบี้ยปรับ คิดจากจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง กรณี อัตราเบี้ยปรับ ยื่นแบบภายใน 7 วันหลังครบกำหนด เบี้ยปรับ 2% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 7 วัน แต่ไม่เกิน 15 วัน เบี้ยปรับ 5% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน เบี้ยปรับ 10% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน เบี้ยปรับ 15% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 60 วันขึ้นไป หรือไม่ยื่น เบี้ยปรับ 20% ของภาษี เงินเพิ่ม คิด 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของภาษีที่ต้องนำส่ง นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดจนถึงวันที่ชำระ ตามมาตรา 89/1 ประมวลรัษฎากร ค่าปรับอาญา กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนด ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ต่อแบบที่ไม่ยื่น ตัวอย่างคำนวณ บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ต้องนำส่ง VAT 10,000 บาท แต่ยื่นช้าไป 45 วัน รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีที่ต้องนำส่ง 10,000 บาท เบี้ยปรับ (ช้า 45 วัน = 15%) 10,000 × 15% 1,500 บาท เงินเพิ่ม (ช้า 2 เดือน) 10,000 × 1.5% × 2 300 บาท ค่าปรับอาญา สูงสุด 2,000 บาท รวมต้องจ่าย 10,000 + 1,500 + 300 + ค่าปรับ 11,800+ บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่ายื่นช้าแค่ 45 วัน ต้องจ่ายเพิ่มอย่างน้อย 1,800 บาท ไม่รวมค่าปรับอาญา ยิ่งช้ามากเบี้ยปรับยิ่งสูง ดังนั้นตั้งเตือนปฏิทินไว้ล่วงหน้าคือทางที่ดีที่สุด สรุป: ภ.พ.30 ยื่นให้ครบ ยื่นให้ตรงเวลา สิ่งที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องจำ จัดการ VAT ให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้คุณจัดการภาษีมูลค่าเพิ่มได้ครบจบในระบบเดียว ตั้งแต่ออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย ไปจนถึงสร้างแบบแสดงรายการ VAT พร้อมยื่นได้ทันที ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.พ.30 กำหนดยื่น ภ.พ.30 ตรงวันหยุด เลื่อนได้ไหม ได้ ถ้ากำหนดเวลาตรงกับวันหยุดราชการ จะเลื่อนไปวันทำการถัดไปโดยอัตโนมัติ ทั้งการยื่นกระดาษและยื่นออนไลน์ ภ.พ.30 กับ ภ.พ.36 ต่างกันอย่างไร แบบ ภ.พ.36 ใช้ในกรณีที่กิจการในไทยจ่ายค่าบริการให้ผู้ประกอบการต่างประเทศซึ่งไม่ได้จดทะเบียน VAT ในไทย เช่น ค่าโฆษณา Facebook หรือค่า Google Ads ต้องนำส่ง VAT 7% แทนผู้ให้บริการต่างชาติ (อ่านเพิ่มเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย) ส่วนแบบยื่น VAT ปกติใช้สำหรับการซื้อขายภายในประเทศ ยื่น ภ.พ.30 ผิด แก้ไขได้ไหม ได้ โดยยื่นแบบเพิ่มเติม ผ่าน e-Filing หรือที่สำนักงานสรรพากร ระบุเดือนภาษีที่ต้องการแก้ไข แล้วกรอกตัวเลขที่ถูกต้องใหม่ ถ้าแก้แล้วมีภาษีต้องจ่ายเพิ่ม จะมีเงินเพิ่มคิด 1.5% ต่อเดือนของส่วนต่างที่จ่ายเพิ่ม แนะนำให้ตรวจสอบรายงานภาษีซื้อและภาษีขายให้ตรงกับใบกำกับภาษีก่อนยื่น จะได้ไม่ต้องยื่นแบบเพิ่มเติมทีหลัง เก็บเอกสาร ภ.พ.30 แบบไหนดี กระดาษหรือดิจิทัล กฎหมายกำหนดให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ยื่นแบบ จะเก็บกระดาษอย่างเดียวก็ได้ แต่แนะนำให้สแกนเก็บไฟล์ดิจิทัลคู่กันเสมอ เพราะเอกสารกระดาษอาจเสื่อมสภาพหรือสูญหายได้ ถ้าใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รายงานภาษีจะถูกเก็บในระบบอัตโนมัติ ดึงมาได้ทุกเมื่อ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

28 ส.ค. 2026

PEAK Account

15 min

ที่ปรึกษาภาษี คืออะไร หน้าที่ วิธีเลือก ค่าบริการ ฉบับ SME

ปัจจุบันมาตรการทางภาษีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความสลับซับซ้อนขึ้นตามทิศทางการดำเนินธุรกิจ การวางแผนภาษีที่ดี นอกจากจะช่วยให้ชำระภาษีได้อย่างถูกต้องครบถ้วนยังเป็นการรักษาผลประโยชน์ขององค์กรในการบริหารค่าใช้จ่ายทางด้านภาษี อีกทั้งหลายธุรกิจประสบปัญหาจากการจัดการทางด้านภาษี ทำให้การชำระภาษีล่าช้าหรือไม่ถูกต้อง ต้องเสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับทางภาษีในมูลค่าสูง การมีที่ปรึกษาทางภาษีจึงเป็นกลยุทธที่สำคัญในการจัดการปัญหาด้านภาษีหรือเพื่อการวางแผนทางภาษีให้กับองค์กร

28 ส.ค. 2026

PEAK Account

14 min

กิจการไหนได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามกฎหมาย

ผู้ประกอบการหลายคนเปิดกิจการแล้วไม่แน่ใจว่าต้องจด VAT หรือเปล่า กฎหมายกำหนดให้บางกิจการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มโดยไม่ต้องจดทะเบียน บทความนี้รวบรวมรายการสินค้าและบริการที่ได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81 พร้อมตัวอย่างจริงที่เข้าใจง่าย การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม คืออะไร การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หมายถึงกิจการนั้นอยู่นอกระบบ VAT ทั้งหมด ไม่ต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี และไม่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ใบกำกับภาษี คือเอกสารยืนยันว่ามีการซื้อขายที่มี VAT ส่วน ภ.พ.30 คือแบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน เจ้าของกิจการเรียกธุรกิจกลุ่มนี้ว่า “กิจการ Non-VAT” โดยออกใบเสร็จรับเงินปกติแทน ยกเว้น VAT กับ VAT 0% ต่างกันอย่างไร ทั้งสองแบบลูกค้าไม่ต้องจ่าย VAT เพิ่ม แต่ผลทางภาษีต่างกันมาก เกณฑ์ ยกเว้น VAT (Non-VAT) VAT 0% จดทะเบียน VAT ไม่ต้อง ต้องจด เก็บ VAT จากลูกค้า ไม่เก็บ เก็บ 0% ขอคืนภาษีซื้อ ไม่ได้ ขอคืนได้ ออกใบกำกับภาษี ไม่ได้ ออกได้ ยื่น ภ.พ.30 ไม่ต้อง ต้องยื่นทุกเดือน ตัวอย่าง ร้านขายผักสด, คลินิกแพทย์ ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ สรุปคือ กิจการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต้องยุ่งกับระบบ VAT เลย ส่วน VAT 0% ยังอยู่ในระบบเพื่อให้ขอคืนภาษีซื้อได้ กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 มาตรา 81 ของประมวลรัษฎากร ระบุรายการไว้ชัดเจน ตารางด้านล่างสรุปภาพรวม ก่อนลงรายละเอียดแต่ละประเภท (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ประเภท สินค้า/บริการที่ยกเว้น VAT สินค้าเกษตร พืชผล ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ที่ยังไม่แปรรูป สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน เกษตรกรรม ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ ขนส่ง บริการขนส่งในประเทศ สุขภาพ บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมาย การศึกษา บริการการศึกษาของสถาบันที่ได้รับการรับรอง วิชาการ บริการวิจัย บริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ อสังหาริมทรัพย์ บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ไม่รวมโรงแรม) แรงงาน บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน อื่นๆ บริการนักแสดงสาธารณะ จัดงานมหรสพ แข่งขันกีฬา สินค้าเกษตรที่ยกเว้น VAT สินค้าเกษตรที่ยังไม่แปรรูปได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมด เช่น ข้าวเปลือก ข้าวสาร ผักสด ผลไม้สด เนื้อสัตว์สด ไข่ไก่ ปลาสด กุ้งสด น้ำยางสด จุดที่ต้องระวังคือคำว่า “ไม่แปรรูป” ร้านขายมะม่วงสดที่ตลาดไม่ต้องเข้าระบบ VAT แต่ถ้าเอามะม่วงมาทำเป็นมะม่วงอบแห้งบรรจุซองขาย ถือว่าผ่านการแปรรูปแล้ว ตัวอย่างที่มักสับสน ข้าวสารนึ่งสุกขายเป็นข้าวกล่อง ถือเป็นแปรรูป แต่ข้าวสารบรรจุถุงขายตามเดิมยังถือว่าไม่แปรรูป หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน หนังสือพิมพ์และนิตยสารต้องเป็นฉบับพิมพ์เท่านั้นจึงได้รับการยกเว้น ส่วนตำราเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน e-book หรือนิตยสารออนไลน์อาจไม่อยู่ในข่ายยกเว้นเสมอไป ต้องพิจารณารูปแบบการจำหน่ายเป็นรายกรณี กิจการขนส่ง บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับการยกเว้นทั้งขนส่งคนและสินค้า เช่น รถโดยสารประจำทาง รถบรรทุกรับจ้าง เรือข้ามฟาก รถตู้โดยสาร ต้องเป็นขนส่งภายในประเทศเท่านั้น ขนส่งระหว่างประเทศเข้าเกณฑ์ VAT 0% แทน ตัวอย่าง ถ้าเปิดบริษัทรถบรรทุกรับจ้างส่งสินค้าในกรุงเทพฯ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้ารับส่งสินค้าข้ามไปลาวหรือกัมพูชา ต้องจดทะเบียนเข้าระบบ VAT สถานพยาบาลและสถานศึกษา สถานพยาบาลตามกฎหมาย เช่น โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน คลินิกที่ได้รับใบอนุญาต ได้รับการยกเว้น รวมถึงค่ายาที่เรียกเก็บพร้อมค่ารักษา แต่ร้านขายยาแยกต่างหากไม่ได้ยกเว้น เพราะไม่ถือเป็นสถานพยาบาล ตัวอย่าง ถ้าไปรักษาที่คลินิกแพทย์ ค่ารักษา 1,500 บาท ไม่ต้องบวก VAT 7% เพิ่ม จ่ายเท่าที่เรียกเก็บ สถาบันการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าบำรุง แต่คอร์สอบรมเอกชนที่ไม่ได้รับการรับรอง เช่น คอร์สสอนทำอาหาร คอร์สเรียนภาษาของสถาบันเอกชน อาจไม่เข้าข่ายการยกเว้น ต้องตรวจสอบกับกรมสรรพากร รายได้ที่ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีพิเศษ นอกจากกิจการข้างต้น ยังมีรายได้บางประเภทที่ได้รับยกเว้นแม้กิจการหลักจะอยู่ในระบบ VAT รายได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จดทะเบียนอยู่ในระบบ VAT ขายสินค้าปกติ แต่มีอาคารว่างปล่อยเช่า ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ส่วนนี้ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าให้บริการเสริมด้วย เช่น แม่บ้าน รปภ. ที่จอดรถ ส่วนของบริการเสริมต้องเสีย VAT ตามปกติ ต้องแยกรายได้ค่าเช่ากับค่าบริการออกจากกัน ตัวอย่าง ค่าเช่า 30,000 บาทต่อเดือนไม่มี VAT แต่ค่าบริการส่วนกลาง 5,000 บาทต้องบวก VAT 7% ค่าส่งเสริมการขาย ส่วนลดการค้าที่ให้เป็นค่าส่งเสริมการขายต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ตัวอย่างเช่น บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ให้ส่วนลดตัวแทนเมื่อซื้อครบเป้า ถ้าเป็นเพียงการลดราคาก็ไม่ต้องเสีย VAT แต่ถ้าตัวแทนต้อง “ทำอะไรตอบแทน” เช่น จัดโปรโมชั่น ตกแต่งหน้าร้าน ถือว่าเป็นการให้บริการ ต้องเสีย VAT ตามปกติ หากไม่แน่ใจควรปรึกษานักบัญชี ขั้นตอนที่ผู้ประกอบการควรทำเมื่อได้รับยกเว้น VAT เมื่อรู้ว่ากิจการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ขั้นตอนต่อไปคือจัดการเอกสารและบัญชีให้ถูกต้อง ผู้ประกอบการหลายคนเข้าใจผิดว่าไม่ต้องจด VAT แปลว่าไม่ต้องทำอะไรเลย จริงๆ แล้วยังมีภาระภาษีอื่นที่ต้องปฏิบัติ ต้องจดทะเบียน VAT หรือไม่ กิจการที่อยู่ในรายการยกเว้นไม่ถูกบังคับให้จดทะเบียน แต่กฎหมายเปิดช่องให้ “เลือกจด” ได้ โดยเฉพาะถ้าลูกค้าหลักเป็นบริษัทที่ต้องนำภาษีซื้อไปหักภาษีขาย ถ้ายอดขายทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนโดยอัตโนมัติ แม้จะเป็นกิจการที่ได้รับการยกเว้นก็ตาม (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) วิธีพิจารณาว่าควรจดหรือไม่ วิธีจัดการบัญชีสำหรับธุรกิจ Non-VAT ธุรกิจ Non-VAT ไม่ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย แต่ยังต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายตามปกติ ถ้าเป็นนิติบุคคล ต้องจัดทำงบการเงินและส่ง DBD ด้วย ข้อดีคือภาระเอกสารน้อยกว่ากิจการที่จด VAT มาก ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 รายเดือน แค่เก็บหลักฐานรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระเบียบ สิ่งที่ต้องทำแม้ไม่ได้อยู่ในระบบ VAT สรุป: กิจการยกเว้น VAT ต้องรู้อะไรบ้าง จัดการบัญชีธุรกิจ Non-VAT ให้เป็นระบบด้วย PEAK แม้ไม่ต้องจด VAT แต่ทุกกิจการยังต้องทำบัญชีให้ถูกต้อง PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยจัดการรายรับ-รายจ่าย ออกใบเสร็จ และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีครบในที่เดียว เริ่มต้นจัดการบัญชีอย่างเป็นระบบวันนี้ ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มีกิจการประเภทไหนบ้าง กิจการหลักได้แก่ เกษตรกรรมไม่แปรรูป ขนส่งในประเทศ สถานพยาบาล สถานศึกษา และให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเต็มดูได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร ถ้ากิจการได้ยกเว้น VAT แล้ว ยังต้องจ่ายภาษีอะไรอีก ได้ยกเว้น VAT ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องจ่ายภาษีเลย กิจการยังต้องยื่นภาษีเงินได้ตามปกติ รวมถึงหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าบริการให้ผู้อื่น ตัวอย่าง เปิดคลินิกแพทย์ (ยกเว้น VAT) แต่จ้างฟรีแลนซ์ออกแบบโลโก้ 10,000 บาท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% คือ 300 บาท จ่ายฟรีแลนซ์จริง 9,700 บาท จากนั้นนำส่ง 300 บาทให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มยกเว้นเฉพาะ VAT ไม่ได้ยกเว้นภาษีเงินได้หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย เปลี่ยนจากกิจการ Non-VAT เป็นจด VAT ได้ไหม ได้ สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนกับกรมสรรพากรได้ทุกเมื่อ แต่ต้องปฏิบัติตามภาระผู้ประกอบการ VAT ทุกเดือน ถ้ายอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนโดยอัตโนมัติ tax exemption คือ อะไร ต่างจากยกเว้น VAT ยังไง tax exemption แปลว่า “การยกเว้นภาษี” ซึ่งใช้ได้กับภาษีทุกประเภท ส่วน VAT exemption เป็นกรณีเฉพาะของภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ในบริบทธุรกิจไทย คำนี้หมายถึงกิจการที่อยู่นอกระบบ VAT ตามที่กฎหมายกำหนด ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก