ใบกำกับภาษีปลอม
Table of Contents

ผู้ประกอบการหลายรายอาจได้รับใบกำกับภาษีปลอมโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเมื่อซื้อสินค้าจากคู่ค้ารายใหม่ที่ยังไม่เคยตรวจสอบ ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่เบี้ยปรับ แต่มีโทษอาญาถึงจำคุกทั้งผู้ออกและผู้ใช้

ใบกำกับภาษีปลอม คืออะไร

ใบกำกับภาษีปลอมคือเอกสารที่มีรูปแบบเหมือนใบกำกับภาษีทั่วไป แต่ไม่ได้เกิดจากการซื้อขายจริง ผู้ออกสร้างเอกสารขึ้นมาเพื่อให้ผู้ซื้อนำไปใช้เป็นภาษีซื้อหัก VAT หรือเป็นค่าใช้จ่ายลดกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีน้อยลง

ลักษณะของใบกำกับภาษีปลอมที่พบบ่อย

ใบกำกับภาษีปลอมอาจดูเหมือนเอกสารจริงทุกประการ แต่มีจุดสังเกตที่พบได้บ่อย

  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักไม่ตรงกับฐานข้อมูลกรมสรรพากร
  • ชื่อบริษัทหรือที่อยู่ไม่ตรงกับข้อมูลที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
  • ไม่มีเลขที่ใบกำกับภาษี หรือเลขที่ไม่เรียงลำดับ
  • รายการสินค้าไม่ตรงกับประเภทธุรกิจของผู้ออก เช่น บริษัทขายเสื้อผ้าออกใบกำกับภาษีค่าวัสดุก่อสร้าง
  • ราคาสินค้าสูงหรือต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับราคาตลาด

โทษของการออกและใช้ใบกำกับภาษีปลอม

โทษทางอาญา

ประมวลรัษฎากร (กฎหมายหลักเรื่องภาษีของไทย) กำหนดโทษไว้ชัดเจน

ฐานความผิดโทษมาตรา
ออกใบกำกับภาษีปลอมจำคุก 1-7 ปี และปรับ 2,000-20,000 บาทมาตรา 90/4(3)
ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิจำคุก 1-7 ปี และปรับ 2,000-20,000 บาทมาตรา 90/4(3)
นำใบกำกับภาษีปลอมไปใช้โดยเจตนาจำคุก 3 เดือน-7 ปี และปรับ 2,000-200,000 บาทมาตรา 90/4(7)

(ข้อมูลจากประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม)

โทษเหล่านี้เป็นโทษ “จำคุก และ ปรับ” ไม่ใช่ “จำคุก หรือ ปรับ” หมายความว่าศาลลงโทษทั้งสองอย่างพร้อมกัน

โทษทาง VAT และเบี้ยปรับเงินเพิ่ม

นอกจากโทษอาญา ผู้ใช้ใบกำกับภาษีปลอมยังต้องรับผิดทางภาษีด้วย

  • ภาษีซื้อที่นำมาหักถูกเพิกถอน ต้องคืน VAT ทั้งจำนวน
  • เบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษี (ตามมาตรา 89 ประมวลรัษฎากร)
  • เงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือนจนกว่าจะชำระครบ

ผลกระทบต่อผู้ซื้อที่ได้รับใบกำกับภาษีปลอม

ประเด็นสำคัญคือ “ความไม่รู้” ไม่ได้ช่วยให้พ้นผิดทุกกรณี กรมสรรพากรพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

กรณีผู้ซื้อสุจริต กับกรณีผู้ซื้อที่มีเจตนา

เกณฑ์ผู้ซื้อสุจริตผู้ซื้อที่มีเจตนา
มีการซื้อขายจริงหรือไม่มีการซื้อขายจริง แต่ผู้ขายออกเอกสารปลอมไม่มีการซื้อขายจริง ซื้อใบกำกับภาษีมา
ผลทางอาญาอาจไม่ถูกดำเนินคดี ถ้าพิสูจน์ว่าไม่มีเจตนามีโทษอาญาจำคุก 3 เดือน-7 ปี

ทั้งสองกรณี ผลทางภาษีเหมือนกัน คือภาษีซื้อถูกเพิกถอนทั้งหมด ต้องคืน VAT พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (ตามที่อธิบายในหัวข้อด้านบน) สิ่งที่แตกต่างคือผลทางอาญาเท่านั้น

อายุความคดีใบกำกับภาษีปลอม

คดีใบกำกับภาษีปลอมมีอายุความแตกต่างกันตามประเภทความผิด

ประเภทความผิดอายุความเหตุผล
คดีอาญา (ออก/ใช้ใบกำกับภาษีปลอม)10 ปีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ตามกฎหมายอาญา อายุความ 10 ปี
การประเมินภาษี (กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีเพิ่ม)10 ปีกรณีหลีกเลี่ยงภาษีโดยเจตนา กรมสรรพากรประเมินย้อนหลังได้ 10 ปี (ตามมาตรา 88/6 ประมวลรัษฎากร)
การประเมินภาษีทั่วไป2 ปีกรณีปกติที่ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยง ประเมินได้ 2 ปี

อายุความ 10 ปีนับจากวันที่ยื่นแบบภาษี หมายความว่าแม้เหตุเกิดนานแล้ว กรมสรรพากรยังตรวจสอบย้อนหลังและเรียกเก็บภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับได้

วิธีตรวจสอบว่าใบกำกับภาษีเป็นของจริงหรือปลอม

การตรวจสอบก่อนนำใบกำกับภาษีไปใช้เป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด มีช่องทางตรวจสอบได้ดังนี้

ตรวจสอบเลขประจำตัวผู้เสียภาษีผ่าน rd.go.th

  1. เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร rd.go.th
  2. ไปที่เมนู “ตรวจสอบเลขประจำตัวผู้เสียภาษี”
  3. ใส่เลข 13 หลักจากใบกำกับภาษี
  4. ตรวจสอบว่าชื่อบริษัท ที่อยู่ และสถานะจด VAT ตรงกับในใบกำกับภาษีหรือไม่

ถ้าข้อมูลไม่ตรง หรือบริษัทไม่มีในระบบ มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นเอกสารปลอม

ตรวจผ่านระบบ e-Tax Invoice ของกรมสรรพากร

สำหรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ตรวจสอบได้ผ่านระบบ etax.rd.go.th ซึ่งยืนยันได้ทันทีว่าเอกสารออกจากระบบจริงหรือไม่ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จึงมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าแบบกระดาษ

เช็คข้อมูลบริษัทผ่าน DBD

นอกจากตรวจกับกรมสรรพากรแล้ว ยังตรวจสอบข้อมูลบริษัทผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้ว่าบริษัทจดทะเบียนจริงหรือไม่ ประเภทธุรกิจตรงกับรายการในใบกำกับภาษีหรือไม่

สรุป: ป้องกันก่อน ดีกว่าแก้ทีหลัง

  • ตรวจสอบคู่ค้าทุกราย ก่อนรับใบกำกับภาษี ผ่าน rd.go.th และ DBD
  • เก็บหลักฐานการซื้อขายจริง เช่น ใบสั่งซื้อ ใบส่งสินค้า หลักฐานการชำระเงิน
  • ใช้ e-Tax Invoice แทนเอกสารกระดาษ ลดความเสี่ยงเอกสารปลอม
  • ปรึกษาสำนักงานบัญชี ถ้าไม่แน่ใจว่าใบกำกับภาษีที่ได้รับถูกต้องหรือไม่

จัดการใบกำกับภาษีให้ถูกต้องด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ผู้ประกอบการออกและจัดเก็บใบกำกับภาษีได้อย่างเป็นระบบ พร้อมรองรับ e-Tax Invoice ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ลดความเสี่ยงจากเอกสารที่ไม่ถูกต้อง AI ของ PEAK ยังช่วยตรวจจับความผิดปกติในเอกสารทางบัญชี ทำให้ธุรกิจจัดการภาษีได้มั่นใจมากขึ้น

ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับใบกำกับภาษีปลอม

ถ้าได้รับใบกำกับภาษีปลอมมาแล้ว ต้องทำอย่างไร

ควรรีบแจ้งสำนักงานบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีทันที จากนั้นยื่นแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) เพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงภาษีซื้อที่นำมาหัก การแก้ไขเองก่อนถูกตรวจสอบอาจช่วยลดเบี้ยปรับได้

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ปลอมได้ไหม

ยากกว่าแบบกระดาษมาก เพราะ e-Tax Invoice ต้องผ่านระบบของกรมสรรพากรและมีลายเซ็นดิจิทัลกำกับ ผู้รับสามารถตรวจสอบได้ทันทีผ่านระบบ etax.rd.go.th การใช้ e-Tax Invoice จึงเป็นทางเลือกที่ลดความเสี่ยงได้ดี

กรมสรรพากรตรวจพบใบกำกับภาษีปลอมได้อย่างไร

กรมสรรพากรใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูล cross-check ระหว่างภาษีซื้อของผู้ซื้อกับภาษีขายของผู้ขาย ถ้าพบว่าผู้ขายไม่เคยยื่นภาษีขาย หรือยอดไม่ตรงกัน ระบบจะแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติม

บริษัทที่ซื้อใบกำกับภาษีปลอม ผู้บริหารต้องรับผิดด้วยหรือไม่

กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการที่รู้เห็นเป็นใจหรือสั่งการให้ใช้ใบกำกับภาษีปลอม ต้องรับโทษอาญาในฐานะส่วนตัวด้วย ไม่ใช่แค่บริษัทรับผิดฐานะส่วนตัวด้วย ไม่ใช่แค่บริษัทรับผิด


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปลี่ยนงานบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย