จดทะเบียนบริษัท

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

14 ส.ค. 2026

PEAK Account

15 min

ทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร จดที่ไหน ใช้เอกสารอะไร สรุปครบจบ

เปิดร้านค้าออนไลน์หรือเริ่มทำธุรกิจ แล้วมีคนบอกว่า “ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยนะ” แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ต่างจากทะเบียนบริษัทยังไง ทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารที่ยืนยันว่าคุณทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ออกโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) บทความนี้สรุปครบทุกเรื่องที่ผู้ประกอบการมือใหม่ต้องรู้ ทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ทะเบียนพาณิชย์ คือหลักฐานทางกฎหมายที่แสดงว่าคุณได้แจ้งเปิดกิจการค้าต่อหน่วยงานรัฐแล้ว ตามกฎหมายทะเบียนพาณิชย์กำหนดไว้ว่า กิจการที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบกิจการ พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณซื้อมาขายไป เปิดร้านอาหาร รับจ้างผลิต หรือขายของออนไลน์ กฎหมายกำหนดให้แจ้งจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อให้รัฐรู้ว่ามีธุรกิจนี้อยู่จริง ข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกิจการ ใบทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ต่างจากสำเนาทะเบียนพาณิชย์อย่างไร ใบทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารตัวจริงที่นายทะเบียนออกให้หลังจดทะเบียนเสร็จ ระบุชื่อร้าน ที่ตั้ง ประเภทกิจการ และเลขทะเบียน ต้องแสดงไว้ ณ สถานที่ประกอบการให้เห็นชัดเจน สำเนาทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารคัดสำเนาจากสำนักงานทะเบียน ใช้ยื่นประกอบการเปิดบัญชีธนาคารชื่อร้านค้า สมัครเป็นผู้ขายบน marketplace หรือทำสัญญาทางธุรกิจ ขอคัดได้ที่หน่วยงานที่จดทะเบียนไว้ เลขทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ดูได้จากตรงไหน เลขทะเบียนพาณิชย์ คือรหัสตัวเลขที่ระบุอยู่บนใบทะเบียนพาณิชย์ ใช้อ้างอิงในเอกสารทางธุรกิจ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ ระบบฐานข้อมูลของ DBD โดยค้นจากชื่อร้านหรือเลขทะเบียนโดยตรง ทะเบียนพาณิชย์ ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร ทะเบียนพาณิชย์ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า “Commercial Registration” ส่วนใบทะเบียนพาณิชย์ เรียกว่า “Commercial Registration Certificate” ใช้ในเอกสารติดต่อคู่ค้าต่างประเทศหรือสมัครบริการที่ต้องการหลักฐานธุรกิจภาษาอังกฤษ ทะเบียนพาณิชย์ กับ ทะเบียนการค้า เหมือนกันไหม ทะเบียนการค้า คือชื่อเดิมของทะเบียนพาณิชย์ เป็นสิ่งเดียวกัน แค่เปลี่ยนชื่อเรียกตามกฎหมายที่ปรับปรุง ผู้ประกอบการหลายคนยังคุ้นเคยกับคำว่า “ทะเบียนการค้า” ซึ่งใช้กันมาก่อน ปัจจุบันเอกสารทางการทั้งหมดใช้คำว่า “ทะเบียนพาณิชย์” ดังนั้นถ้าเจอทั้งสองคำ ให้เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งเดียวกัน ทะเบียนพาณิชย์ ต่างจากทะเบียนบริษัท (หนังสือรับรอง) อย่างไร หลายคนสับสนระหว่างทะเบียนพาณิชย์กับหนังสือรับรองบริษัท สรุปความแตกต่างหลักให้ดูง่ายๆ หัวข้อ ทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรองบริษัท ใช้สำหรับ ผู้ประกอบการรายบุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำการค้า บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ออกโดย สำนักงานเขต, อำเภอ, เทศบาล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทุนจดทะเบียน ไม่ต้องมี ต้องระบุทุนจดทะเบียน ความซับซ้อน ง่าย ใช้เวลาไม่ถึงวัน ซับซ้อนกว่า มีหลายขั้นตอน ถ้าคุณทำธุรกิจในชื่อตัวเอง ยังไม่ได้จดบริษัท เอกสารนี้คือหลักฐานหลักที่ต้องมี แต่ถ้าจดบริษัทจำกัดแล้ว ก็อาจต้องจดเพิ่มด้วยหากกิจการเข้าข่ายตามกฎหมายกำหนด อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การจดทะเบียนบริษัท ใครต้องจดทะเบียนพาณิชย์บ้าง ผู้ประกอบกิจการค้าทุกประเภทที่อยู่ในรายการตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ต้องจดทะเบียน ตัวอย่างเช่น ซื้อมาขายไป ขายอาหาร เป็นนายหน้า รับจ้างผลิต โรงสี โรงเลื่อย หรือให้บริการต่างๆ บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล ทั้งคนทำธุรกิจในชื่อตัวเองและนิติบุคคล (บริษัทจำกัด, ห้างหุ้นส่วน) จดได้ทั้งคู่ คนทำธุรกิจในชื่อตัวเองจดในชื่อส่วนตัว ส่วนนิติบุคคลจดในชื่อบริษัทหรือห้าง กิจการ e-commerce ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือทะเบียนพาณิชย์สำหรับกิจการที่ซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะขายบน Shopee, Lazada, Facebook, Instagram หรือเว็บไซต์ตัวเอง หากมีรายได้จากการขายออนไลน์ ต้องจดทะเบียนประเภทนี้ภายในกำหนดเดียวกับทะเบียนพาณิชย์ปกติ (ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2553) ข้อแตกต่างจากทะเบียนพาณิชย์ปกติคือ ต้องระบุ URL เว็บไซต์หรือชื่อบัญชีที่ใช้ขายของออนไลน์ด้วย ทำไมต้องจดทะเบียนพาณิชย์ สำคัญอย่างไร การจดทะเบียนช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กิจการ เปิดบัญชีในชื่อร้านค้าได้ สมัครเป็นผู้ขายบน marketplace ได้ง่ายขึ้น ใช้ประกอบการขอสินเชื่อธุรกิจ และแสดงตัวตนต่อคู่ค้าหรือลูกค้าว่าเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ มีโทษอะไร หากไม่จดตามกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง แม้ค่าปรับไม่สูง แต่ผลเสียทางธุรกิจหนักกว่า เพราะจะเสียโอกาสต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้น ข้อควรรู้เบื้องต้นในการจดทะเบียนพาณิชย์ (เอกสาร สถานที่ และค่าธรรมเนียม) ก่อนไปจดทะเบียน เตรียมข้อมูลและเอกสารให้พร้อม บทความนี้สรุปภาพรวมให้เข้าใจง่าย สำหรับขั้นตอนละเอียดแบบ step-by-step จะมีบทความเฉพาะเรื่องแยกต่างหาก เอกสารที่ใช้จดทะเบียนพาณิชย์ มีอะไรบ้าง เอกสารหลักที่ต้องเตรียม กรณีนิติบุคคล ต้องเตรียมหนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจเพิ่มเติม จดทะเบียนพาณิชย์ที่ไหน สถานที่จดทะเบียนขึ้นอยู่กับที่ตั้งของกิจการ จดทะเบียนพาณิชย์ออนไลน์ ทำได้ไหม ปัจจุบันบางพื้นที่เริ่มเปิดให้ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ DBD แต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ แนะนำตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรืออำเภอในพื้นที่ก่อนว่ารองรับการยื่นออนไลน์หรือไม่ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์ต่ำมาก สรุปเป็นตารางให้ดูง่ายๆ รายการ ค่าธรรมเนียม จดทะเบียนใหม่ 50 บาท เปลี่ยนแปลงรายการ 20 บาท ยกเลิกทะเบียน 20 บาท ขอคัดสำเนา 30 บาทต่อฉบับ อยากจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องเริ่มต้นอย่างไร สรุป 3 ขั้นตอนง่ายๆ ก่อนไปจดทะเบียน สำหรับขั้นตอนครบถ้วนตั้งแต่เตรียมเอกสารจนได้ใบทะเบียน อ่านต่อที่บทความ “จดทะเบียนพาณิชย์ฉบับสมบูรณ์” (เร็วๆ นี้) สรุป: ทะเบียนพาณิชย์คืออะไร จดทะเบียนเสร็จแล้ว อย่าลืมจัดการบัญชีให้เป็นระบบ หลังจดทะเบียนพาณิชย์ สิ่งที่ต้องทำต่อคือจัดการบัญชีและเตรียมตัวเรื่องภาษี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ผู้ประกอบการมือใหม่ออกเอกสารธุรกิจ บันทึกรายรับ-รายจ่าย และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดกิจการ ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนพาณิชย์ บุคคลธรรมดา เสียภาษีเท่าไหร่ การจดทะเบียนไม่ได้ทำให้เสียภาษีเพิ่มขึ้นโดยตรง ภาษีที่ต้องจ่ายขึ้นอยู่กับรายได้และประเภทธุรกิจ ผู้ประกอบการรายบุคคลต้องยื่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามปกติ และหากยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้อง จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพิ่มอีกด้วย ทะเบียนพาณิชย์หมดอายุไหม ต้องต่ออายุไหม ทะเบียนพาณิชย์ไม่มีวันหมดอายุ ไม่ต้องต่ออายุ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เช่น ย้ายที่ตั้ง เปลี่ยนชื่อร้าน หรือเปลี่ยนประเภทกิจการ ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงภายใน 30 วัน หากเลิกกิจการก็ต้องแจ้งยกเลิกทะเบียนด้วย จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต้องจด VAT ด้วยไหม ไม่จำเป็นต้องจด VAT ทันที ทะเบียนพาณิชย์กับทะเบียน VAT เป็นคนละเรื่องกัน จด VAT เมื่อยอดขายถึง 1.8 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทความ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร จดทะเบียนพาณิชย์ ใช้เวลากี่วัน โดยทั่วไปใช้เวลา 1 วันทำการ หากเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง บางพื้นที่อาจเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต้องทำบัญชีและยื่นภาษีอย่างไร ผู้ประกอบการรายบุคคลต้องเก็บหลักฐานรายรับ-รายจ่ายไว้ใช้ยื่นภาษีประจำปี ส่วนนิติบุคคลต้องจัดทำบัญชีและส่งงบการเงินตามที่กฎหมายกำหนด การจัดการบัญชีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้เรื่องภาษีไม่ยุ่งยากในภายหลัง ลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่ออกแบบมาสำหรับ SME มือใหม่โดยเฉพาะหา โดย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เราพร้อมช่วยผู้ประกอบการจัดการเรื่องภาษีและบัญชีได้อย่างถูกต้องรองรับการเติบโต ช่วยให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

7 ส.ค. 2026

PEAK Account

18 min

จดทะเบียนบริษัท ต้องทำอะไรบ้าง ขั้นตอน เอกสาร ค่าใช้จ่าย ครบจบ

อยากเปิดบริษัทแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง? จดทะเบียนบริษัทในปี 2569 ง่ายกว่าที่คิด เพราะกฎหมายใหม่ลดผู้ก่อตั้งเหลือแค่ 2 คน แถมจดออนไลน์ผ่าน DBD ได้ทั้งหมด บทความนี้รวมครบทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนเปิดบริษัท ตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียน เอกสารที่ต้องเตรียม ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียนเสร็จ ซึ่งหลายเว็บไม่ได้บอก จดทะเบียนบริษัทคืออะไร ทำไมต้องจด การจดทะเบียนบริษัทคือการจัดตั้ง “นิติบุคคล” (บริษัทที่มีสถานะทางกฎหมายแยกจากเจ้าของ) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เพื่อให้ธุรกิจเป็นที่ยอมรับตามกฎหมาย ทำไมควรจดทะเบียนบริษัท แทนที่จะทำธุรกิจในชื่อบุคคลธรรมดา? บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ต่างกันอย่างไร ก่อนตัดสินใจจดทะเบียน คุณต้องเลือกก่อนว่าจะจดแบบไหน นี่คือความแตกต่างหลัก 3 มิติ เปรียบเทียบ บริษัทจำกัด (บจก.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) จำนวนคนขั้นต่ำ 2 คนขึ้นไป (กฎหมายใหม่ 2565) 2 คนขึ้นไป ความรับผิดชอบหนี้สิน ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดตามทุนที่ลง หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัด (ปกติคือหุ้นส่วนผู้จัดการ) ต้องรับผิดไม่จำกัด เอาทรัพย์สินส่วนตัวจ่ายหนี้ได้ รูปแบบภาษี เสียภาษีนิติบุคคล อัตราสูงสุด 20% เสียภาษีนิติบุคคลเช่นกัน แต่หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาด้วย (สูงสุด 35%) ธุรกิจที่ต้องการปกป้องทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของ ส่วนใหญ่เลือกจดเป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนบริษัท กี่คน กฎหมายใหม่ปี 2565 ปัจจุบันใช้ผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ 2 คน ลดจากเดิม 3 คน ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 (ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ผู้ก่อตั้งทั้ง 2 คนต้องเป็นบุคคลธรรมดา อายุ 12 ปีขึ้นไป ถือหุ้นคนละอย่างน้อย 1 หุ้น จดทะเบียนบริษัท 1 คนได้ไหม ปัจจุบันยังไม่ได้ ต้องใช้อย่างน้อย 2 คน แม้จะมีร่างพระราชบัญญัติบริษัทจำกัดคนเดียวอยู่ แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้สำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป ถ้าคุณทำธุรกิจคนเดียวจริง มี 2 ทางเลือก สำหรับธุรกิจที่โตแล้ว ทางเลือกแรกคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เอกสารจดทะเบียนบริษัท ต้องเตรียมอะไรบ้าง เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนไปจดทะเบียน หนังสือบริคณห์สนธิคืออะไร หนังสือบริคณห์สนธิ คือเอกสารก่อตั้งบริษัทที่ระบุข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน สิ่งที่บริษัทจะทำ จำนวนทุน และจำนวนหุ้น ต้องจดทะเบียนกับ DBD ก่อนจึงจะจัดตั้งบริษัทได้ ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท ทำยังไง การจดทะเบียนบริษัทมี 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 จองชื่อนิติบุคคล เข้าเว็บไซต์ DBD e-Registration แล้วจองชื่อบริษัท ระบบจะตรวจชื่อซ้ำให้อัตโนมัติ ชื่อที่จองไว้ใช้ได้ 30 วัน ถ้าไม่จดทะเบียนภายในกำหนดต้องจองใหม่ เคล็ดลับ: เตรียมชื่อสำรองไว้ 2-3 ชื่อ เพราะชื่อที่ต้องการอาจซ้ำกับบริษัทอื่น ขั้นตอนที่ 2 จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิกับ DBD โดยระบุรายละเอียดดังนี้ ค่าธรรมเนียม 500 บาท (ข้อมูลจาก DBD) ขั้นตอนที่ 3 ประชุมจัดตั้งบริษัท หลังจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิเสร็จ ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติเรื่องสำคัญ ผู้ถือหุ้นต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นในวันประชุม ขั้นตอนที่ 4 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด กรรมการนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับนายทะเบียน พร้อมแนบหลักฐานการชำระค่าหุ้น (ใบสำคัญรับชำระเงินค่าหุ้น) ด้วย ต้องยื่นภายใน 3 เดือนนับจากวันประชุมจัดตั้ง มิฉะนั้นถือเป็นโมฆะ เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้ว บริษัทก็ถือกำเนิดเป็นนิติบุคคลทันที จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD e-Registration ปัจจุบันสามารถจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ทั้งหมดผ่านระบบ DBD e-Registration ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน DBD ข้อดีของการจดออนไลน์ ผู้ใช้งานต้องสมัครสมาชิกและยืนยันตัวตนผ่านระบบก่อน จากนั้นกรอกข้อมูลตามที่ระบบแนะนำ ระบบจะตรวจสอบเอกสารและแจ้งผลภายใน 1-3 วันทำการ ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท ใช้เงินเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัทแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ค่าธรรมเนียมราชการ รายการ ค่าธรรมเนียม (จดที่สำนักงาน) ค่าธรรมเนียม (จดออนไลน์ ลด 50%) จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท 250 บาท จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 5,000 บาท (ทุน 1 ล้าน) 2,500 บาท ค่าอากรแสตมป์ 200 บาท 200 บาท ค่าคัดสำเนาเอกสาร ประมาณ 500 บาท ประมาณ 500 บาท รวมประมาณ 6,200 บาท 3,450 บาท ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทคิดตามทุน หุ้นละ 100 บาท ขั้นต่ำ 5,000 บาท สูงสุด 250,000 บาท (ข้อมูลจาก DBD) ค่าบริการสำนักงานบัญชีหรือทนายความ ถ้าไม่อยากจัดการเอกสารเอง จ้างสำนักงานบัญชีหรือทนายความช่วยจดทะเบียนได้ ค่าบริการตลาดอยู่ที่ประมาณ 5,000-15,000 บาท ขึ้นกับความซับซ้อนของธุรกิจ ทุนจดทะเบียน และบริการเสริม เช่น จดทะเบียน VAT จดทะเบียนนายจ้าง ทุนจดทะเบียนบริษัท ขั้นต่ำเท่าไร กฎหมายไม่ได้กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ แต่ต้องมีอย่างน้อย 2 หุ้น (เท่ากับจำนวนผู้ถือหุ้น) โดยมูลค่าหุ้นขั้นต่ำหุ้นละ 5 บาท ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่จดทุนที่ 1,000,000 บาท เพราะเป็นตัวเลขที่ดูน่าเชื่อถือสำหรับคู่ค้าและธนาคาร แต่ไม่จำเป็นต้องชำระเต็มจำนวน ชำระขั้นต่ำ 25% ก็พอ (เช่น ทุน 1 ล้าน ชำระ 250,000 บาท) จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน วิธีจดทะเบียน ระยะเวลาโดยประมาณ จดที่สำนักงาน DBD 1-3 วันทำการ (ถ้าเอกสารครบ) จดออนไลน์ผ่าน e-Registration 1-3 วันทำการ (หลังยื่นเอกสารครบ) จ้างสำนักงานบัญชีทำให้ 3-7 วัน (รวมเตรียมเอกสาร) ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสาร ถ้าเอกสารไม่ครบหรือมีข้อผิดพลาด อาจใช้เวลานานกว่า หลังจดทะเบียนบริษัท ต้องทำอะไรต่อ จดทะเบียนเสร็จไม่ได้แปลว่าจบ นิติบุคคลใหม่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถ้ารายได้ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน (ตามประมวลรัษฎากร) แม้ยังไม่ถึงเกณฑ์ก็จดล่วงหน้าได้ เพื่อเรียกคืนภาษีซื้อ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร สรุปครบสำหรับ SME เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท เตรียมหนังสือรับรองบริษัท (ออกไม่เกิน 6 เดือน) บัตรประชาชนกรรมการ และตรายาง ไปเปิดบัญชีในนามบริษัท ธนาคารส่วนใหญ่เปิดบัญชีนิติบุคคลได้ภายใน 1 วัน ทำบัญชีเล่มแรกและจ้างผู้สอบบัญชี กฎหมายบังคับให้นิติบุคคลทุกรายจัดทำบัญชี (ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543) ต้องจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินทุกปีด้วย 📄 [แทรกรูป: ตัวอย่างหน้าจอโปรแกรมบัญชี PEAK] ให้ user จับภาพหน้าจอจากระบบ PEAK demo พื้นหลัง #2c90ed ขึ้นทะเบียนประกันสังคม บริษัทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วัน (ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม) ปฏิทินภาษีที่นิติบุคคลต้องรู้ ความถี่ ภาษี/แบบฟอร์ม กำหนดยื่น ทุกเดือน แบบ ภ.ง.ด.3 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบุคคลธรรมดา) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทุกเดือน แบบ ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทุกเดือน แบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) กรณีจด VAT ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ครึ่งปี แบบ ภ.ง.ด.51 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนหลังสิ้นรอบ 6 เดือน รายปี แบบ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี รายปี งบการเงิน + ส่ง DBD ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ของกรมสรรพากร จะได้เวลาเพิ่มอีก 8 วัน อ่านรายละเอียดภาษีที่นิติบุคคลต้องรู้เพิ่มเติมในบทความภาษีนิติบุคคล สรุปครบทุกเรื่องที่ต้องยื่น สรุป: จดทะเบียนบริษัท 2569 ทำได้ใน 4 ขั้นตอน จดทะเบียนเสร็จแล้ว จัดการบัญชีให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรก พอเปิดบริษัทเสร็จ สิ่งที่ตามมาทันทีคือการทำบัญชีและยื่นภาษี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้นิติบุคคลใหม่ออกใบกำกับภาษี บันทึกรายรับรายจ่าย และเตรียมยื่นภาษีได้ง่ายตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องจ้างพนักงานบัญชีเพิ่มในช่วงเริ่มต้น ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัทที่ไหนได้บ้าง จดได้ 2 ช่องทาง คือยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงาน DBD ทุกจังหวัด หรือจดออนไลน์ผ่าน edbr.dbd.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การจดออนไลน์ได้ส่วนลดค่าธรรมเนียม 50% จดทะเบียนบริษัท กี่คนก็ได้จริงไหม ไม่จริง ต้องมีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน ตามกฎหมายที่แก้ไขปี 2565 เดิมกำหนดขั้นต่ำ 3 คน แต่ปัจจุบันลดเหลือ 2 คน จดทะเบียนบริษัทแล้วไม่ทำธุรกิจได้ไหม ได้ แต่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น จัดทำบัญชี ยื่นงบการเงินประจำปี และยื่นภาษี แม้รายได้เป็นศูนย์ ถ้าไม่ทำจะถูกปรับและอาจถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน ใช้ที่อยู่บ้านเป็นที่ตั้งบริษัทได้ไหม ได้ ถ้าเจ้าของบ้านยินยอม ต้องเตรียมหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน หลายธุรกิจ SME เริ่มต้นจากบ้านก่อน แล้วค่อยย้ายเมื่อธุรกิจโตขึ้น จดทะเบียนบริษัททุน 1 ล้าน ต้องมีเงินเท่าไร ไม่ต้องมีเงิน 1 ล้านบาทเต็ม ชำระค่าหุ้นขั้นต่ำ 25% ก็พอ คือ 250,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระได้ในภายหลังเมื่อบริษัทเรียกให้ชำระรวดเร็วยิ่งขึ้น PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เราพร้อมช่วยผู้ประกอบการจัดการเรื่องภาษีและบัญชีได้อย่างถูกต้องรองรับการเติบโต ช่วยให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

29 พ.ย. 2023

PEAK Account

16 min

รายได้หรือกำไรเท่าไหร่ ควรจดทะเบียนเป็นบริษัท?

เราควรจดบริษัทเมื่อไหร่ ในแง่ตัวเลขจะดูได้ 2 มุม คือ 1. ด้านภาษี ต้องคำนวณเปรียบเทียบภาษีของบุคคลที่มีอัตราขั้นบันไดที่ 0-35% และภาษีบริษัทที่ 0-20% ถ้าดูที่เพดานภาษีไม่ใช่ว่าบริษัทจะมีภาษีที่ถูกกว่าเพราะวิธีคำนวณภาษีที่แตกต่างกัน 2. ด้านบัญชี การเป็นบริษัทจะมีต้นทุนจัดการธุรกิจที่เพิ่มมาก เช่น ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และค่าจัดตั้งบริษัท ในเชิงตัวเลขเราต้องมาพิจารณาว่าถ้าเป็นบริษัทแล้ว ภาษีที่ประหยัดได้จะคุ้มค่ากับต้นทุนในการจัดการธุรกิจที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ เมื่อทำธุรกิจมาระยะหนึ่ง คำถามที่จะปึ๊งขึ้นมาในหัวของผู้ประกอบการหลายคน คือ เมื่อไหร่ที่เราต้องจดบริษัท? รายได้หรือกำไรเท่านี้ถือว่าเยอะพอที่จะจดบริษัทแล้วหรือยัง? ผมเคยได้ทำบทความเรื่อง ทำธุรกิจรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลแบบไหนดีที่สุด? แนะนำให้อ่านก่อนจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นครับ แต่ถ้าอยากมองแบบง่ายๆ บทความนี้ผมจะพาทุกคนมาดูในมุมของตัวเลขกันครับว่าตัวเลขเท่าไหร่ที่ควรจดบริษัทดีครับ สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท หลักคิดที่เราจะนำมาพิจารณาจะเน้นในเรื่องของตัวเลขทางการเงินทั้งด้านบัญชีและภาษีที่จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการ โดยผมได้แบ่งออกมาเป็น 6 หัวข้อย่อย ดังนี้ครับ 1. อัตราภาษีที่เสียในปัจจุบัน 2. การเป็นนิติบุคคลแบบ SMEs 3. จำนวนภาษีที่คำนวณได้ 4. การจัดทำและเก็บเอกสาร 5. รายได้จะถึง 1.8 ล้านบาทแล้วหรือยัง 6. ค่าใช้จ่ายแฝง 1. อัตราภาษีที่เสียในปัจจุบัน เบื้องต้นต้องดูว่าในนามบุคคลธรรมดาคุณเสียภาษีสูงสุดที่อัตราเท่าใดในช่วง 5%-35% จากนั้นเอามาเทียบกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดที่ 20% ถ้าอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงกว่า 20% ก็เป็นอาจสัญญาณแรกแล้วว่าคุณต้องเริ่มจดทะเบียนบริษัท แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย เรามาดูข้อต่อไปกันครับ 2. การเป็นนิติบุคคลแบบ SMEs กรมสรรพากรมีการกำหนดลักษณะเฉพาะของ SMEs ขึ้นมาเพื่อบรรเทาภาระภาษีและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่นิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยเงื่อนไขการเป็น SMEs มี 2 ข้อ คือ กำไรสุทธิทางภาษี อัตราภาษี 0 -300,000 บาท ยกเว้นภาษี 300,0001 – 3,000,000 บาท 15% มากกว่า 3,000,000 ขึ้นไป 20% 3. จำนวนภาษีที่คำนวณได้ การที่มีอัตราภาษีบุคคลธรรมดาสูงกว่านิติบุคคลอาจไม่ได้สรุปว่าควรต้องจดเป็นบริษัทเพราะอัตราภาษีที่ต่างกันมาจากวิธีคำนวณภาษีที่แตกต่างกันนั่นเองครับ เราลองมาดูวิธีคำนวณภาษีทั้งสองประเภทกันครับ 1. การคำนวณภาษีของบุคคลธรรมดา Step 1 : รายได้ หัก ค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ Step 2 : เงินได้สุทธิ คูณ อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 2. การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล Step 1 : รายได้ หัก ค่าใช้จ่าย* = กำไรทางบัญชี Step 2 : กำไรทางบัญชี บวก/หัก รายการปรับปรุงทางภาษี = กำไรทางภาษี Step 3 : กำไรทางภาษี คูณ อัตราภาษีนิติบุคคลสูงสุด 20% = ภาษีที่ต้องจ่าย สรุปแล้วเราไม่ได้ดูแค่อัตราภาษี แต่ให้ดูที่จำนวนเงินที่เสียภาษีเพื่อเปรียบกัน แม้อัตราภาษีจะสูงกว่าแต่อาจพบว่าจำนวนภาษีที่เสียน้อยกว่าก็ได้ครับ เพราะขึ้นกับหลายปัจจัยเช่น อัตราการหักค่าใช้จ่ายของเราได้มากแค่ไหน สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เยอะไหม หรือว่าเรามีรายการปรับปรุงภาษีที่ให้ประโยชน์ต่อเราไหม ผมขอยกตัวอย่างการคำนวณเปรียบเทียบความประหยัดทางภาษีเงินได้เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น โดยเงื่อนไขคือบุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายตามจริง และมีเฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัวเท่านั้น ขณะที่นิติบุคคลมีรายได้ไม่ถึง 30 ล้าน และทุนจดทะเบียนและชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทจึงเข้าเงื่อนไขอัตราภาษีของ SMEs และไม่มีรายการปรับปรุงทางภาษีใดๆ เกิดขึ้น ตัวอย่างที่ 1 นาย ก มีรายได้จากการขายสินค้า 1 ล้านบาท มีรายจ่ายและต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง 5 แสนบาท บุคคลธรรมดา : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 1 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน – ลดหย่อนส่วนตัว 6 หมื่น = เงินได้สุทธิ 4.4 แสน Step 2 : เงินได้สุทธิ 4.4 แสน * อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 21,500 บาท นิติบุคคล (SMEs) : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 1 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน = กำไรทางบัญชี 5 แสนบาท Step 2 : กำไรทางบัญชี 5 แสน – รายการปรับปรุงทางภาษี 0 บาท = กำไรทางภาษี 5 แสนบาท  Step 3 : กำไรทางภาษี 5 แสน * อัตราภาษีSMEs = ภาษีที่ต้องชำระ 30,000 บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่าที่รายได้ 1 ล้านบาท บุคคลธรรมดาจะประหยัดภาษีกว่าการเป็นบริษัท ตัวอย่างที่ 2 นาย ก มีรายได้จากการขายสินค้า 2 ล้านบาท มีรายจ่ายและต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง 5 แสนบาท บุคคลธรรมดา : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 2 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน – ลดหย่อนส่วนตัว 6 หมื่น = เงินได้สุทธิ 1.44 ล้านบาท Step 2 : เงินได้สุทธิ 1.44 ล้าน * อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 225,000 บาท นิติบุคคล (SMEs) : Step 1 : รายได้ขายสินค้า 2 ล้าน – รายจ่าย 5 แสนบาท = กำไรทางบัญชี 1.5 ล้านบาท Step 2 : กำไรทางบัญชี 1.5 ล้าน – รายการปรับปรุงทางภาษี 0 บาท = กำไรทางภาษี 1.5 ล้านบาท Step 3 : กำไรทางภาษี 1.5 ล้าน * อัตราภาษี SMEs = ภาษีที่ต้องชำระ 180,000 บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่าที่รายได้ 1.5 ล้านบาท บริษัทจะประหยัดภาษีกว่าการเป็นบุคคลธรรมดา 4. การจัดทำและเก็บเอกสาร เอ๊ะ เราดูเรื่องตัวเลขทำไมต้องคุยเรื่องของเอกสารกันนะ! หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมา ผมจะบอกว่ามันสัมพันธ์กันครับ เพราะบุคคลธรรมดาที่จ่ายค่าใช้จ่ายแล้วขอเอกสารจากผู้ขายไม่ได้ หรือไม่อยากยุ่งยากในการจัดเก็บเอกสาร รายได้บางประเภทสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ทำให้ไม่ต้องเก็บเอกสารเป็นหลักฐานรายจ่าย แต่ถ้าเกิดว่ารายจ่ายที่จ่ายจริงมันสูงกว่าอัตราเหมาล่ะ เช่น จ่ายจริง 1 แสน แต่หักเหมาได้เพียง 6 หมื่น? แบบนี้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการจัดเก็บเอกสารมากขึ้น เพราะทุกรายจ่ายต้องมีเอกสารพิสูจน์จึงจะใช้รายจ่ายแบบตามจริงได้ รวมถึงเป็นการเตรียมตัวจดบริษัทในอนาคตด้วย เพราะว่ารายจ่ายของบริษัทต้องมีเอกสารทุกอย่างครับ 5. รายได้จะถึง 1.8 ล้านบาทแล้วหรือยัง เวลาเสียภาษีเงินได้จะดูที่กำไรของธุรกิจ แต่เคยได้ยินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กันไหมครับ เป็นภาษีอีกตัวที่เราที่ต้องสนใจ เพราะมันจะพิจารณาจากยอดรายได้ไม่ใช่กำไรของธุรกิจ ถามว่าทำไมต้องให้ความสนใจมัน กล่าวๆง่ายคือ ตอนจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มทำได้ง่าย แต่ตอนจะเลิกบริษัทจะมีขั้นตอนที่ต้องรอตรวจสอบนานและอาจถูกปรับเงินเพิ่มจากการทำผิดได้ เรียกว่าเข้าง่ายออกยากนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือบริษัทเมื่อมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการในปีเกิน 1.8 ล้านบาท จะต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งส่งผลต่อภาระทางภาษีที่ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมมากขึ้น เช่น ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อขายสินค้า ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อภาษีขาย ต้องนำส่งแบบ ภ.พ.30 ให้กรมสรรพากรทุกเดือน เมื่อไม่ว่าบุคคลหรือบริษัทต้องก็ต้องทำ แล้วเราจะพิจารณาเรื่องนี้กันทำไมละ? มีเหตุผลอยู่ 2 ข้อ คือ 6. ค่าใช้จ่ายแฝง ที่กล่าวมาข้างต้นจะเน้นเรื่องของความประหยัดในมุมภาษีเป็นหลัก ซึ่งเมื่อบริษัทมีกำไรสูงมากจนถึงจุดหนึ่งการเป็นบริษัทจะคุ้มค่ามากกว่าในด้านภาษี แต่เราลองมองกันในอีกด้านหนึ่งคือ การจดบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเพิ่ม คือ ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดทุกๆ ปี เช่น ค่าบริการทำบัญชีและค่าตรวจสอบบัญชี ซึ่งมูลค่ารวมๆ แล้วก็อาจสูงถึง 1 แสนบาทต่อปี ดังนั้นเราต้องเปรียบเทียบเพิ่มด้วยว่าภาษีที่เราประหยัดไปคุ้มค่ากับเงิน (กระแสเงินสด) ที่เราต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ เช่น เมื่อจดบริษัทสามารถประหยัดภาษีได้เพิ่มขึ้น 50,000 บาท แต่เรามีค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 100,000 บาท แบบนี้ก็อาจไม่คุ้มค่าใช่ไหมครับ สรุปแล้วรายได้หรือกำไรเท่าไหร่ ควรจดทะเบียนเป็นบริษัท? สรุปแล้วการพิจารณาว่าจะจดบริษัทไหมในมุมของจำนวนเงินจะดูได้ 2 มุม คือ ด้านภาษี และการจัดการธุรกิจ ในส่วนของภาษีจะพิจารณาการประหยัดภาษีเงินได้เป็นหลัก ซึ่งรูปแบบไหนประหยัดกว่าคงตอบได้ยากอยู่เพราะขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ การหักค่าใช้จ่าย ในส่วนด้านต้นทุนของการบริหารจัดการธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นก็อาจเป็นอีกการตัดสินใจว่าถ้าเราจดบริษัทแล้วประหยัดภาษีได้มากขึ้น และมันคุ้มค่ากับจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายเพิ่มเป็นค่าจดบริษัท ค่าทำบัญชีรายเดือน และค่าสอบบัญชีรายปีหรือไม่ ดังนั้นผมไม่อาจฟันธงได้ว่ารายได้หรือกำไรเท่าไหร่ควรจดบริษัท แต่ผู้ประกอบต้องลองคำนวณและเปรียบเทียบเองตามขั้นตอนที่ได้ให้ตัวอย่างไว้เบื้องต้น ซึ่งจะได้คำตอบที่ดีที่สุดครับ หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว คุณยังไม่แน่ใจหรืออยากได้ความมั่นใจเพิ่มว่าควรต้องจดเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลแล้วหรือยัง ที่ PEAK เรามีพันธมิตรสำนักงานบัญชีมากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมช่วยดูแลคุณ สนใจ คลิก

14 ส.ค. 2026

PEAK Account

15 min

ทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร จดที่ไหน ใช้เอกสารอะไร สรุปครบจบ

เปิดร้านค้าออนไลน์หรือเริ่มทำธุรกิจ แล้วมีคนบอกว่า “ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยนะ” แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ต่างจากทะเบียนบริษัทยังไง ทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารที่ยืนยันว่าคุณทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ออกโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) บทความนี้สรุปครบทุกเรื่องที่ผู้ประกอบการมือใหม่ต้องรู้ ทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ทะเบียนพาณิชย์ คือหลักฐานทางกฎหมายที่แสดงว่าคุณได้แจ้งเปิดกิจการค้าต่อหน่วยงานรัฐแล้ว ตามกฎหมายทะเบียนพาณิชย์กำหนดไว้ว่า กิจการที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบกิจการ พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณซื้อมาขายไป เปิดร้านอาหาร รับจ้างผลิต หรือขายของออนไลน์ กฎหมายกำหนดให้แจ้งจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อให้รัฐรู้ว่ามีธุรกิจนี้อยู่จริง ข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกิจการ ใบทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ต่างจากสำเนาทะเบียนพาณิชย์อย่างไร ใบทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารตัวจริงที่นายทะเบียนออกให้หลังจดทะเบียนเสร็จ ระบุชื่อร้าน ที่ตั้ง ประเภทกิจการ และเลขทะเบียน ต้องแสดงไว้ ณ สถานที่ประกอบการให้เห็นชัดเจน สำเนาทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารคัดสำเนาจากสำนักงานทะเบียน ใช้ยื่นประกอบการเปิดบัญชีธนาคารชื่อร้านค้า สมัครเป็นผู้ขายบน marketplace หรือทำสัญญาทางธุรกิจ ขอคัดได้ที่หน่วยงานที่จดทะเบียนไว้ เลขทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ดูได้จากตรงไหน เลขทะเบียนพาณิชย์ คือรหัสตัวเลขที่ระบุอยู่บนใบทะเบียนพาณิชย์ ใช้อ้างอิงในเอกสารทางธุรกิจ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ ระบบฐานข้อมูลของ DBD โดยค้นจากชื่อร้านหรือเลขทะเบียนโดยตรง ทะเบียนพาณิชย์ ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร ทะเบียนพาณิชย์ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า “Commercial Registration” ส่วนใบทะเบียนพาณิชย์ เรียกว่า “Commercial Registration Certificate” ใช้ในเอกสารติดต่อคู่ค้าต่างประเทศหรือสมัครบริการที่ต้องการหลักฐานธุรกิจภาษาอังกฤษ ทะเบียนพาณิชย์ กับ ทะเบียนการค้า เหมือนกันไหม ทะเบียนการค้า คือชื่อเดิมของทะเบียนพาณิชย์ เป็นสิ่งเดียวกัน แค่เปลี่ยนชื่อเรียกตามกฎหมายที่ปรับปรุง ผู้ประกอบการหลายคนยังคุ้นเคยกับคำว่า “ทะเบียนการค้า” ซึ่งใช้กันมาก่อน ปัจจุบันเอกสารทางการทั้งหมดใช้คำว่า “ทะเบียนพาณิชย์” ดังนั้นถ้าเจอทั้งสองคำ ให้เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งเดียวกัน ทะเบียนพาณิชย์ ต่างจากทะเบียนบริษัท (หนังสือรับรอง) อย่างไร หลายคนสับสนระหว่างทะเบียนพาณิชย์กับหนังสือรับรองบริษัท สรุปความแตกต่างหลักให้ดูง่ายๆ หัวข้อ ทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรองบริษัท ใช้สำหรับ ผู้ประกอบการรายบุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำการค้า บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ออกโดย สำนักงานเขต, อำเภอ, เทศบาล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทุนจดทะเบียน ไม่ต้องมี ต้องระบุทุนจดทะเบียน ความซับซ้อน ง่าย ใช้เวลาไม่ถึงวัน ซับซ้อนกว่า มีหลายขั้นตอน ถ้าคุณทำธุรกิจในชื่อตัวเอง ยังไม่ได้จดบริษัท เอกสารนี้คือหลักฐานหลักที่ต้องมี แต่ถ้าจดบริษัทจำกัดแล้ว ก็อาจต้องจดเพิ่มด้วยหากกิจการเข้าข่ายตามกฎหมายกำหนด อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การจดทะเบียนบริษัท ใครต้องจดทะเบียนพาณิชย์บ้าง ผู้ประกอบกิจการค้าทุกประเภทที่อยู่ในรายการตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ต้องจดทะเบียน ตัวอย่างเช่น ซื้อมาขายไป ขายอาหาร เป็นนายหน้า รับจ้างผลิต โรงสี โรงเลื่อย หรือให้บริการต่างๆ บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล ทั้งคนทำธุรกิจในชื่อตัวเองและนิติบุคคล (บริษัทจำกัด, ห้างหุ้นส่วน) จดได้ทั้งคู่ คนทำธุรกิจในชื่อตัวเองจดในชื่อส่วนตัว ส่วนนิติบุคคลจดในชื่อบริษัทหรือห้าง กิจการ e-commerce ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือทะเบียนพาณิชย์สำหรับกิจการที่ซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะขายบน Shopee, Lazada, Facebook, Instagram หรือเว็บไซต์ตัวเอง หากมีรายได้จากการขายออนไลน์ ต้องจดทะเบียนประเภทนี้ภายในกำหนดเดียวกับทะเบียนพาณิชย์ปกติ (ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2553) ข้อแตกต่างจากทะเบียนพาณิชย์ปกติคือ ต้องระบุ URL เว็บไซต์หรือชื่อบัญชีที่ใช้ขายของออนไลน์ด้วย ทำไมต้องจดทะเบียนพาณิชย์ สำคัญอย่างไร การจดทะเบียนช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กิจการ เปิดบัญชีในชื่อร้านค้าได้ สมัครเป็นผู้ขายบน marketplace ได้ง่ายขึ้น ใช้ประกอบการขอสินเชื่อธุรกิจ และแสดงตัวตนต่อคู่ค้าหรือลูกค้าว่าเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ มีโทษอะไร หากไม่จดตามกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง แม้ค่าปรับไม่สูง แต่ผลเสียทางธุรกิจหนักกว่า เพราะจะเสียโอกาสต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้น ข้อควรรู้เบื้องต้นในการจดทะเบียนพาณิชย์ (เอกสาร สถานที่ และค่าธรรมเนียม) ก่อนไปจดทะเบียน เตรียมข้อมูลและเอกสารให้พร้อม บทความนี้สรุปภาพรวมให้เข้าใจง่าย สำหรับขั้นตอนละเอียดแบบ step-by-step จะมีบทความเฉพาะเรื่องแยกต่างหาก เอกสารที่ใช้จดทะเบียนพาณิชย์ มีอะไรบ้าง เอกสารหลักที่ต้องเตรียม กรณีนิติบุคคล ต้องเตรียมหนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจเพิ่มเติม จดทะเบียนพาณิชย์ที่ไหน สถานที่จดทะเบียนขึ้นอยู่กับที่ตั้งของกิจการ จดทะเบียนพาณิชย์ออนไลน์ ทำได้ไหม ปัจจุบันบางพื้นที่เริ่มเปิดให้ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ DBD แต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ แนะนำตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรืออำเภอในพื้นที่ก่อนว่ารองรับการยื่นออนไลน์หรือไม่ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์ต่ำมาก สรุปเป็นตารางให้ดูง่ายๆ รายการ ค่าธรรมเนียม จดทะเบียนใหม่ 50 บาท เปลี่ยนแปลงรายการ 20 บาท ยกเลิกทะเบียน 20 บาท ขอคัดสำเนา 30 บาทต่อฉบับ อยากจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องเริ่มต้นอย่างไร สรุป 3 ขั้นตอนง่ายๆ ก่อนไปจดทะเบียน สำหรับขั้นตอนครบถ้วนตั้งแต่เตรียมเอกสารจนได้ใบทะเบียน อ่านต่อที่บทความ “จดทะเบียนพาณิชย์ฉบับสมบูรณ์” (เร็วๆ นี้) สรุป: ทะเบียนพาณิชย์คืออะไร จดทะเบียนเสร็จแล้ว อย่าลืมจัดการบัญชีให้เป็นระบบ หลังจดทะเบียนพาณิชย์ สิ่งที่ต้องทำต่อคือจัดการบัญชีและเตรียมตัวเรื่องภาษี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ผู้ประกอบการมือใหม่ออกเอกสารธุรกิจ บันทึกรายรับ-รายจ่าย และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดกิจการ ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนพาณิชย์ บุคคลธรรมดา เสียภาษีเท่าไหร่ การจดทะเบียนไม่ได้ทำให้เสียภาษีเพิ่มขึ้นโดยตรง ภาษีที่ต้องจ่ายขึ้นอยู่กับรายได้และประเภทธุรกิจ ผู้ประกอบการรายบุคคลต้องยื่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามปกติ และหากยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้อง จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพิ่มอีกด้วย ทะเบียนพาณิชย์หมดอายุไหม ต้องต่ออายุไหม ทะเบียนพาณิชย์ไม่มีวันหมดอายุ ไม่ต้องต่ออายุ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เช่น ย้ายที่ตั้ง เปลี่ยนชื่อร้าน หรือเปลี่ยนประเภทกิจการ ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงภายใน 30 วัน หากเลิกกิจการก็ต้องแจ้งยกเลิกทะเบียนด้วย จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต้องจด VAT ด้วยไหม ไม่จำเป็นต้องจด VAT ทันที ทะเบียนพาณิชย์กับทะเบียน VAT เป็นคนละเรื่องกัน จด VAT เมื่อยอดขายถึง 1.8 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทความ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร จดทะเบียนพาณิชย์ ใช้เวลากี่วัน โดยทั่วไปใช้เวลา 1 วันทำการ หากเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง บางพื้นที่อาจเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต้องทำบัญชีและยื่นภาษีอย่างไร ผู้ประกอบการรายบุคคลต้องเก็บหลักฐานรายรับ-รายจ่ายไว้ใช้ยื่นภาษีประจำปี ส่วนนิติบุคคลต้องจัดทำบัญชีและส่งงบการเงินตามที่กฎหมายกำหนด การจัดการบัญชีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้เรื่องภาษีไม่ยุ่งยากในภายหลัง ลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่ออกแบบมาสำหรับ SME มือใหม่โดยเฉพาะหา โดย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เราพร้อมช่วยผู้ประกอบการจัดการเรื่องภาษีและบัญชีได้อย่างถูกต้องรองรับการเติบโต ช่วยให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

7 ส.ค. 2026

PEAK Account

18 min

จดทะเบียนบริษัท ต้องทำอะไรบ้าง ขั้นตอน เอกสาร ค่าใช้จ่าย ครบจบ

อยากเปิดบริษัทแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง? จดทะเบียนบริษัทในปี 2569 ง่ายกว่าที่คิด เพราะกฎหมายใหม่ลดผู้ก่อตั้งเหลือแค่ 2 คน แถมจดออนไลน์ผ่าน DBD ได้ทั้งหมด บทความนี้รวมครบทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนเปิดบริษัท ตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียน เอกสารที่ต้องเตรียม ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียนเสร็จ ซึ่งหลายเว็บไม่ได้บอก จดทะเบียนบริษัทคืออะไร ทำไมต้องจด การจดทะเบียนบริษัทคือการจัดตั้ง “นิติบุคคล” (บริษัทที่มีสถานะทางกฎหมายแยกจากเจ้าของ) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เพื่อให้ธุรกิจเป็นที่ยอมรับตามกฎหมาย ทำไมควรจดทะเบียนบริษัท แทนที่จะทำธุรกิจในชื่อบุคคลธรรมดา? บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ต่างกันอย่างไร ก่อนตัดสินใจจดทะเบียน คุณต้องเลือกก่อนว่าจะจดแบบไหน นี่คือความแตกต่างหลัก 3 มิติ เปรียบเทียบ บริษัทจำกัด (บจก.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) จำนวนคนขั้นต่ำ 2 คนขึ้นไป (กฎหมายใหม่ 2565) 2 คนขึ้นไป ความรับผิดชอบหนี้สิน ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดตามทุนที่ลง หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัด (ปกติคือหุ้นส่วนผู้จัดการ) ต้องรับผิดไม่จำกัด เอาทรัพย์สินส่วนตัวจ่ายหนี้ได้ รูปแบบภาษี เสียภาษีนิติบุคคล อัตราสูงสุด 20% เสียภาษีนิติบุคคลเช่นกัน แต่หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาด้วย (สูงสุด 35%) ธุรกิจที่ต้องการปกป้องทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของ ส่วนใหญ่เลือกจดเป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนบริษัท กี่คน กฎหมายใหม่ปี 2565 ปัจจุบันใช้ผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ 2 คน ลดจากเดิม 3 คน ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 (ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ผู้ก่อตั้งทั้ง 2 คนต้องเป็นบุคคลธรรมดา อายุ 12 ปีขึ้นไป ถือหุ้นคนละอย่างน้อย 1 หุ้น จดทะเบียนบริษัท 1 คนได้ไหม ปัจจุบันยังไม่ได้ ต้องใช้อย่างน้อย 2 คน แม้จะมีร่างพระราชบัญญัติบริษัทจำกัดคนเดียวอยู่ แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้สำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป ถ้าคุณทำธุรกิจคนเดียวจริง มี 2 ทางเลือก สำหรับธุรกิจที่โตแล้ว ทางเลือกแรกคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เอกสารจดทะเบียนบริษัท ต้องเตรียมอะไรบ้าง เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนไปจดทะเบียน หนังสือบริคณห์สนธิคืออะไร หนังสือบริคณห์สนธิ คือเอกสารก่อตั้งบริษัทที่ระบุข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน สิ่งที่บริษัทจะทำ จำนวนทุน และจำนวนหุ้น ต้องจดทะเบียนกับ DBD ก่อนจึงจะจัดตั้งบริษัทได้ ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท ทำยังไง การจดทะเบียนบริษัทมี 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 จองชื่อนิติบุคคล เข้าเว็บไซต์ DBD e-Registration แล้วจองชื่อบริษัท ระบบจะตรวจชื่อซ้ำให้อัตโนมัติ ชื่อที่จองไว้ใช้ได้ 30 วัน ถ้าไม่จดทะเบียนภายในกำหนดต้องจองใหม่ เคล็ดลับ: เตรียมชื่อสำรองไว้ 2-3 ชื่อ เพราะชื่อที่ต้องการอาจซ้ำกับบริษัทอื่น ขั้นตอนที่ 2 จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิกับ DBD โดยระบุรายละเอียดดังนี้ ค่าธรรมเนียม 500 บาท (ข้อมูลจาก DBD) ขั้นตอนที่ 3 ประชุมจัดตั้งบริษัท หลังจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิเสร็จ ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติเรื่องสำคัญ ผู้ถือหุ้นต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นในวันประชุม ขั้นตอนที่ 4 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด กรรมการนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับนายทะเบียน พร้อมแนบหลักฐานการชำระค่าหุ้น (ใบสำคัญรับชำระเงินค่าหุ้น) ด้วย ต้องยื่นภายใน 3 เดือนนับจากวันประชุมจัดตั้ง มิฉะนั้นถือเป็นโมฆะ เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้ว บริษัทก็ถือกำเนิดเป็นนิติบุคคลทันที จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD e-Registration ปัจจุบันสามารถจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ทั้งหมดผ่านระบบ DBD e-Registration ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน DBD ข้อดีของการจดออนไลน์ ผู้ใช้งานต้องสมัครสมาชิกและยืนยันตัวตนผ่านระบบก่อน จากนั้นกรอกข้อมูลตามที่ระบบแนะนำ ระบบจะตรวจสอบเอกสารและแจ้งผลภายใน 1-3 วันทำการ ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท ใช้เงินเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัทแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ค่าธรรมเนียมราชการ รายการ ค่าธรรมเนียม (จดที่สำนักงาน) ค่าธรรมเนียม (จดออนไลน์ ลด 50%) จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท 250 บาท จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 5,000 บาท (ทุน 1 ล้าน) 2,500 บาท ค่าอากรแสตมป์ 200 บาท 200 บาท ค่าคัดสำเนาเอกสาร ประมาณ 500 บาท ประมาณ 500 บาท รวมประมาณ 6,200 บาท 3,450 บาท ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทคิดตามทุน หุ้นละ 100 บาท ขั้นต่ำ 5,000 บาท สูงสุด 250,000 บาท (ข้อมูลจาก DBD) ค่าบริการสำนักงานบัญชีหรือทนายความ ถ้าไม่อยากจัดการเอกสารเอง จ้างสำนักงานบัญชีหรือทนายความช่วยจดทะเบียนได้ ค่าบริการตลาดอยู่ที่ประมาณ 5,000-15,000 บาท ขึ้นกับความซับซ้อนของธุรกิจ ทุนจดทะเบียน และบริการเสริม เช่น จดทะเบียน VAT จดทะเบียนนายจ้าง ทุนจดทะเบียนบริษัท ขั้นต่ำเท่าไร กฎหมายไม่ได้กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ แต่ต้องมีอย่างน้อย 2 หุ้น (เท่ากับจำนวนผู้ถือหุ้น) โดยมูลค่าหุ้นขั้นต่ำหุ้นละ 5 บาท ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่จดทุนที่ 1,000,000 บาท เพราะเป็นตัวเลขที่ดูน่าเชื่อถือสำหรับคู่ค้าและธนาคาร แต่ไม่จำเป็นต้องชำระเต็มจำนวน ชำระขั้นต่ำ 25% ก็พอ (เช่น ทุน 1 ล้าน ชำระ 250,000 บาท) จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน วิธีจดทะเบียน ระยะเวลาโดยประมาณ จดที่สำนักงาน DBD 1-3 วันทำการ (ถ้าเอกสารครบ) จดออนไลน์ผ่าน e-Registration 1-3 วันทำการ (หลังยื่นเอกสารครบ) จ้างสำนักงานบัญชีทำให้ 3-7 วัน (รวมเตรียมเอกสาร) ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสาร ถ้าเอกสารไม่ครบหรือมีข้อผิดพลาด อาจใช้เวลานานกว่า หลังจดทะเบียนบริษัท ต้องทำอะไรต่อ จดทะเบียนเสร็จไม่ได้แปลว่าจบ นิติบุคคลใหม่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถ้ารายได้ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน (ตามประมวลรัษฎากร) แม้ยังไม่ถึงเกณฑ์ก็จดล่วงหน้าได้ เพื่อเรียกคืนภาษีซื้อ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร สรุปครบสำหรับ SME เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท เตรียมหนังสือรับรองบริษัท (ออกไม่เกิน 6 เดือน) บัตรประชาชนกรรมการ และตรายาง ไปเปิดบัญชีในนามบริษัท ธนาคารส่วนใหญ่เปิดบัญชีนิติบุคคลได้ภายใน 1 วัน ทำบัญชีเล่มแรกและจ้างผู้สอบบัญชี กฎหมายบังคับให้นิติบุคคลทุกรายจัดทำบัญชี (ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543) ต้องจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินทุกปีด้วย 📄 [แทรกรูป: ตัวอย่างหน้าจอโปรแกรมบัญชี PEAK] ให้ user จับภาพหน้าจอจากระบบ PEAK demo พื้นหลัง #2c90ed ขึ้นทะเบียนประกันสังคม บริษัทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วัน (ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม) ปฏิทินภาษีที่นิติบุคคลต้องรู้ ความถี่ ภาษี/แบบฟอร์ม กำหนดยื่น ทุกเดือน แบบ ภ.ง.ด.3 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบุคคลธรรมดา) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทุกเดือน แบบ ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทุกเดือน แบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) กรณีจด VAT ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ครึ่งปี แบบ ภ.ง.ด.51 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนหลังสิ้นรอบ 6 เดือน รายปี แบบ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี รายปี งบการเงิน + ส่ง DBD ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ของกรมสรรพากร จะได้เวลาเพิ่มอีก 8 วัน อ่านรายละเอียดภาษีที่นิติบุคคลต้องรู้เพิ่มเติมในบทความภาษีนิติบุคคล สรุปครบทุกเรื่องที่ต้องยื่น สรุป: จดทะเบียนบริษัท 2569 ทำได้ใน 4 ขั้นตอน จดทะเบียนเสร็จแล้ว จัดการบัญชีให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรก พอเปิดบริษัทเสร็จ สิ่งที่ตามมาทันทีคือการทำบัญชีและยื่นภาษี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้นิติบุคคลใหม่ออกใบกำกับภาษี บันทึกรายรับรายจ่าย และเตรียมยื่นภาษีได้ง่ายตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องจ้างพนักงานบัญชีเพิ่มในช่วงเริ่มต้น ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัทที่ไหนได้บ้าง จดได้ 2 ช่องทาง คือยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงาน DBD ทุกจังหวัด หรือจดออนไลน์ผ่าน edbr.dbd.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การจดออนไลน์ได้ส่วนลดค่าธรรมเนียม 50% จดทะเบียนบริษัท กี่คนก็ได้จริงไหม ไม่จริง ต้องมีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน ตามกฎหมายที่แก้ไขปี 2565 เดิมกำหนดขั้นต่ำ 3 คน แต่ปัจจุบันลดเหลือ 2 คน จดทะเบียนบริษัทแล้วไม่ทำธุรกิจได้ไหม ได้ แต่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น จัดทำบัญชี ยื่นงบการเงินประจำปี และยื่นภาษี แม้รายได้เป็นศูนย์ ถ้าไม่ทำจะถูกปรับและอาจถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน ใช้ที่อยู่บ้านเป็นที่ตั้งบริษัทได้ไหม ได้ ถ้าเจ้าของบ้านยินยอม ต้องเตรียมหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน หลายธุรกิจ SME เริ่มต้นจากบ้านก่อน แล้วค่อยย้ายเมื่อธุรกิจโตขึ้น จดทะเบียนบริษัททุน 1 ล้าน ต้องมีเงินเท่าไร ไม่ต้องมีเงิน 1 ล้านบาทเต็ม ชำระค่าหุ้นขั้นต่ำ 25% ก็พอ คือ 250,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระได้ในภายหลังเมื่อบริษัทเรียกให้ชำระรวดเร็วยิ่งขึ้น PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เราพร้อมช่วยผู้ประกอบการจัดการเรื่องภาษีและบัญชีได้อย่างถูกต้องรองรับการเติบโต ช่วยให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

29 พ.ย. 2023

PEAK Account

16 min

รายได้หรือกำไรเท่าไหร่ ควรจดทะเบียนเป็นบริษัท?

เราควรจดบริษัทเมื่อไหร่ ในแง่ตัวเลขจะดูได้ 2 มุม คือ 1. ด้านภาษี ต้องคำนวณเปรียบเทียบภาษีของบุคคลที่มีอัตราขั้นบันไดที่ 0-35% และภาษีบริษัทที่ 0-20% ถ้าดูที่เพดานภาษีไม่ใช่ว่าบริษัทจะมีภาษีที่ถูกกว่าเพราะวิธีคำนวณภาษีที่แตกต่างกัน 2. ด้านบัญชี การเป็นบริษัทจะมีต้นทุนจัดการธุรกิจที่เพิ่มมาก เช่น ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และค่าจัดตั้งบริษัท ในเชิงตัวเลขเราต้องมาพิจารณาว่าถ้าเป็นบริษัทแล้ว ภาษีที่ประหยัดได้จะคุ้มค่ากับต้นทุนในการจัดการธุรกิจที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ เมื่อทำธุรกิจมาระยะหนึ่ง คำถามที่จะปึ๊งขึ้นมาในหัวของผู้ประกอบการหลายคน คือ เมื่อไหร่ที่เราต้องจดบริษัท? รายได้หรือกำไรเท่านี้ถือว่าเยอะพอที่จะจดบริษัทแล้วหรือยัง? ผมเคยได้ทำบทความเรื่อง ทำธุรกิจรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลแบบไหนดีที่สุด? แนะนำให้อ่านก่อนจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นครับ แต่ถ้าอยากมองแบบง่ายๆ บทความนี้ผมจะพาทุกคนมาดูในมุมของตัวเลขกันครับว่าตัวเลขเท่าไหร่ที่ควรจดบริษัทดีครับ สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท หลักคิดที่เราจะนำมาพิจารณาจะเน้นในเรื่องของตัวเลขทางการเงินทั้งด้านบัญชีและภาษีที่จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการ โดยผมได้แบ่งออกมาเป็น 6 หัวข้อย่อย ดังนี้ครับ 1. อัตราภาษีที่เสียในปัจจุบัน 2. การเป็นนิติบุคคลแบบ SMEs 3. จำนวนภาษีที่คำนวณได้ 4. การจัดทำและเก็บเอกสาร 5. รายได้จะถึง 1.8 ล้านบาทแล้วหรือยัง 6. ค่าใช้จ่ายแฝง 1. อัตราภาษีที่เสียในปัจจุบัน เบื้องต้นต้องดูว่าในนามบุคคลธรรมดาคุณเสียภาษีสูงสุดที่อัตราเท่าใดในช่วง 5%-35% จากนั้นเอามาเทียบกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดที่ 20% ถ้าอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงกว่า 20% ก็เป็นอาจสัญญาณแรกแล้วว่าคุณต้องเริ่มจดทะเบียนบริษัท แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย เรามาดูข้อต่อไปกันครับ 2. การเป็นนิติบุคคลแบบ SMEs กรมสรรพากรมีการกำหนดลักษณะเฉพาะของ SMEs ขึ้นมาเพื่อบรรเทาภาระภาษีและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่นิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยเงื่อนไขการเป็น SMEs มี 2 ข้อ คือ กำไรสุทธิทางภาษี อัตราภาษี 0 -300,000 บาท ยกเว้นภาษี 300,0001 – 3,000,000 บาท 15% มากกว่า 3,000,000 ขึ้นไป 20% 3. จำนวนภาษีที่คำนวณได้ การที่มีอัตราภาษีบุคคลธรรมดาสูงกว่านิติบุคคลอาจไม่ได้สรุปว่าควรต้องจดเป็นบริษัทเพราะอัตราภาษีที่ต่างกันมาจากวิธีคำนวณภาษีที่แตกต่างกันนั่นเองครับ เราลองมาดูวิธีคำนวณภาษีทั้งสองประเภทกันครับ 1. การคำนวณภาษีของบุคคลธรรมดา Step 1 : รายได้ หัก ค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ Step 2 : เงินได้สุทธิ คูณ อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 2. การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล Step 1 : รายได้ หัก ค่าใช้จ่าย* = กำไรทางบัญชี Step 2 : กำไรทางบัญชี บวก/หัก รายการปรับปรุงทางภาษี = กำไรทางภาษี Step 3 : กำไรทางภาษี คูณ อัตราภาษีนิติบุคคลสูงสุด 20% = ภาษีที่ต้องจ่าย สรุปแล้วเราไม่ได้ดูแค่อัตราภาษี แต่ให้ดูที่จำนวนเงินที่เสียภาษีเพื่อเปรียบกัน แม้อัตราภาษีจะสูงกว่าแต่อาจพบว่าจำนวนภาษีที่เสียน้อยกว่าก็ได้ครับ เพราะขึ้นกับหลายปัจจัยเช่น อัตราการหักค่าใช้จ่ายของเราได้มากแค่ไหน สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เยอะไหม หรือว่าเรามีรายการปรับปรุงภาษีที่ให้ประโยชน์ต่อเราไหม ผมขอยกตัวอย่างการคำนวณเปรียบเทียบความประหยัดทางภาษีเงินได้เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น โดยเงื่อนไขคือบุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายตามจริง และมีเฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัวเท่านั้น ขณะที่นิติบุคคลมีรายได้ไม่ถึง 30 ล้าน และทุนจดทะเบียนและชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทจึงเข้าเงื่อนไขอัตราภาษีของ SMEs และไม่มีรายการปรับปรุงทางภาษีใดๆ เกิดขึ้น ตัวอย่างที่ 1 นาย ก มีรายได้จากการขายสินค้า 1 ล้านบาท มีรายจ่ายและต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง 5 แสนบาท บุคคลธรรมดา : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 1 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน – ลดหย่อนส่วนตัว 6 หมื่น = เงินได้สุทธิ 4.4 แสน Step 2 : เงินได้สุทธิ 4.4 แสน * อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 21,500 บาท นิติบุคคล (SMEs) : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 1 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน = กำไรทางบัญชี 5 แสนบาท Step 2 : กำไรทางบัญชี 5 แสน – รายการปรับปรุงทางภาษี 0 บาท = กำไรทางภาษี 5 แสนบาท  Step 3 : กำไรทางภาษี 5 แสน * อัตราภาษีSMEs = ภาษีที่ต้องชำระ 30,000 บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่าที่รายได้ 1 ล้านบาท บุคคลธรรมดาจะประหยัดภาษีกว่าการเป็นบริษัท ตัวอย่างที่ 2 นาย ก มีรายได้จากการขายสินค้า 2 ล้านบาท มีรายจ่ายและต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง 5 แสนบาท บุคคลธรรมดา : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 2 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน – ลดหย่อนส่วนตัว 6 หมื่น = เงินได้สุทธิ 1.44 ล้านบาท Step 2 : เงินได้สุทธิ 1.44 ล้าน * อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 225,000 บาท นิติบุคคล (SMEs) : Step 1 : รายได้ขายสินค้า 2 ล้าน – รายจ่าย 5 แสนบาท = กำไรทางบัญชี 1.5 ล้านบาท Step 2 : กำไรทางบัญชี 1.5 ล้าน – รายการปรับปรุงทางภาษี 0 บาท = กำไรทางภาษี 1.5 ล้านบาท Step 3 : กำไรทางภาษี 1.5 ล้าน * อัตราภาษี SMEs = ภาษีที่ต้องชำระ 180,000 บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่าที่รายได้ 1.5 ล้านบาท บริษัทจะประหยัดภาษีกว่าการเป็นบุคคลธรรมดา 4. การจัดทำและเก็บเอกสาร เอ๊ะ เราดูเรื่องตัวเลขทำไมต้องคุยเรื่องของเอกสารกันนะ! หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมา ผมจะบอกว่ามันสัมพันธ์กันครับ เพราะบุคคลธรรมดาที่จ่ายค่าใช้จ่ายแล้วขอเอกสารจากผู้ขายไม่ได้ หรือไม่อยากยุ่งยากในการจัดเก็บเอกสาร รายได้บางประเภทสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ทำให้ไม่ต้องเก็บเอกสารเป็นหลักฐานรายจ่าย แต่ถ้าเกิดว่ารายจ่ายที่จ่ายจริงมันสูงกว่าอัตราเหมาล่ะ เช่น จ่ายจริง 1 แสน แต่หักเหมาได้เพียง 6 หมื่น? แบบนี้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการจัดเก็บเอกสารมากขึ้น เพราะทุกรายจ่ายต้องมีเอกสารพิสูจน์จึงจะใช้รายจ่ายแบบตามจริงได้ รวมถึงเป็นการเตรียมตัวจดบริษัทในอนาคตด้วย เพราะว่ารายจ่ายของบริษัทต้องมีเอกสารทุกอย่างครับ 5. รายได้จะถึง 1.8 ล้านบาทแล้วหรือยัง เวลาเสียภาษีเงินได้จะดูที่กำไรของธุรกิจ แต่เคยได้ยินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กันไหมครับ เป็นภาษีอีกตัวที่เราที่ต้องสนใจ เพราะมันจะพิจารณาจากยอดรายได้ไม่ใช่กำไรของธุรกิจ ถามว่าทำไมต้องให้ความสนใจมัน กล่าวๆง่ายคือ ตอนจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มทำได้ง่าย แต่ตอนจะเลิกบริษัทจะมีขั้นตอนที่ต้องรอตรวจสอบนานและอาจถูกปรับเงินเพิ่มจากการทำผิดได้ เรียกว่าเข้าง่ายออกยากนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือบริษัทเมื่อมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการในปีเกิน 1.8 ล้านบาท จะต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งส่งผลต่อภาระทางภาษีที่ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมมากขึ้น เช่น ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อขายสินค้า ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อภาษีขาย ต้องนำส่งแบบ ภ.พ.30 ให้กรมสรรพากรทุกเดือน เมื่อไม่ว่าบุคคลหรือบริษัทต้องก็ต้องทำ แล้วเราจะพิจารณาเรื่องนี้กันทำไมละ? มีเหตุผลอยู่ 2 ข้อ คือ 6. ค่าใช้จ่ายแฝง ที่กล่าวมาข้างต้นจะเน้นเรื่องของความประหยัดในมุมภาษีเป็นหลัก ซึ่งเมื่อบริษัทมีกำไรสูงมากจนถึงจุดหนึ่งการเป็นบริษัทจะคุ้มค่ามากกว่าในด้านภาษี แต่เราลองมองกันในอีกด้านหนึ่งคือ การจดบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเพิ่ม คือ ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดทุกๆ ปี เช่น ค่าบริการทำบัญชีและค่าตรวจสอบบัญชี ซึ่งมูลค่ารวมๆ แล้วก็อาจสูงถึง 1 แสนบาทต่อปี ดังนั้นเราต้องเปรียบเทียบเพิ่มด้วยว่าภาษีที่เราประหยัดไปคุ้มค่ากับเงิน (กระแสเงินสด) ที่เราต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ เช่น เมื่อจดบริษัทสามารถประหยัดภาษีได้เพิ่มขึ้น 50,000 บาท แต่เรามีค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 100,000 บาท แบบนี้ก็อาจไม่คุ้มค่าใช่ไหมครับ สรุปแล้วรายได้หรือกำไรเท่าไหร่ ควรจดทะเบียนเป็นบริษัท? สรุปแล้วการพิจารณาว่าจะจดบริษัทไหมในมุมของจำนวนเงินจะดูได้ 2 มุม คือ ด้านภาษี และการจัดการธุรกิจ ในส่วนของภาษีจะพิจารณาการประหยัดภาษีเงินได้เป็นหลัก ซึ่งรูปแบบไหนประหยัดกว่าคงตอบได้ยากอยู่เพราะขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ การหักค่าใช้จ่าย ในส่วนด้านต้นทุนของการบริหารจัดการธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นก็อาจเป็นอีกการตัดสินใจว่าถ้าเราจดบริษัทแล้วประหยัดภาษีได้มากขึ้น และมันคุ้มค่ากับจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายเพิ่มเป็นค่าจดบริษัท ค่าทำบัญชีรายเดือน และค่าสอบบัญชีรายปีหรือไม่ ดังนั้นผมไม่อาจฟันธงได้ว่ารายได้หรือกำไรเท่าไหร่ควรจดบริษัท แต่ผู้ประกอบต้องลองคำนวณและเปรียบเทียบเองตามขั้นตอนที่ได้ให้ตัวอย่างไว้เบื้องต้น ซึ่งจะได้คำตอบที่ดีที่สุดครับ หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว คุณยังไม่แน่ใจหรืออยากได้ความมั่นใจเพิ่มว่าควรต้องจดเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลแล้วหรือยัง ที่ PEAK เรามีพันธมิตรสำนักงานบัญชีมากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมช่วยดูแลคุณ สนใจ คลิก