Table of Contents

คลังความรู้บัญชี ภาษี และโปรแกรมบัญชีออนไลน์

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บทความน่ารู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน และธุรกิจที่เป็นประโยชน์ สำหรับผู้ประกอบการและนักบัญชี

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

ล่าสุด

21 Oct 2026

PEAK Account

21 min

บัตรชมพู คืออะไร เช็กลิสต์นายจ้าง ก่อนจ้างแรงงาน

บัตรชมพู คืออะไร และสำคัญอย่างไร บัตรชมพู (Pink Card) คือ บัตรสีชมพูที่มีชื่อทางการว่า บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย กรมการปกครองออกให้คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย เพื่อใช้แสดงตัวตนและเลขประจำตัว 13 หลัก คนทั่วไปจึงเรียกกันว่าบัตรแรงงานต่างด้าว บัตรนี้ออกตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ส่วนสิทธิทำงานมาจากใบอนุญาตทำงานที่กรมการจัดหางานออกให้ สองอย่างนี้ต้องใช้คู่กัน เรื่องนี้สำคัญกับนายจ้างอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้จะใช้ตัวอย่างบริษัท แพ็คดีบอกซ์ จำกัด (ชื่อสมมติ) ผู้ผลิตกล่องลูกฟูกส่งโรงงานอาหาร ซึ่งจ้างแรงงานเมียนมาถือบัตรสีชมพู 12 คนในไลน์ผลิต ถือบัตรชมพูแล้วได้สัญชาติไทยไหม ไม่ได้ หลายคนเรียกบัตรนี้ว่า บัตรประชาชนสีชมพู แต่บัตรนี้ไม่ใช่บัตรประจำตัวประชาชนไทย และไม่ได้ทำให้ผู้ถือได้สัญชาติไทย ลูกของผู้ถือบัตรที่เกิดในไทยก็ไม่ได้สัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ ถ้าต้องการสัญชาติต้องยื่นขอตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ ภายใต้เงื่อนไขเดียวกับคนต่างด้าวทั่วไป ใครต้องมีบัตรชมพูบ้าง แล้วทำบัตรชมพูที่ไหน คนที่ต้องมีบัตรชมพูส่วนใหญ่คือแรงงานกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ขึ้นทะเบียนทำงานในไทยตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ละรอบ ส่วนการทำบัตรต้องไปที่สำนักทะเบียนของกรมการปกครองตามที่นัดหมายไว้ การทำบัตรไม่ได้เปิดตลอดทั้งปี แต่เปิดเป็นรอบตามที่ ครม. กำหนด กรมการจัดหางานดูแลเรื่องใบอนุญาตทำงาน ส่วนกรมการปกครองดูแลการจัดทำทะเบียนประวัติ เก็บลายนิ้วมือ ถ่ายรูป และออกบัตร ข้อมูลชีวภาพที่เก็บไว้ทำให้การสวมตัวเพื่อทำบัตรใบใหม่ในชื่ออื่นทำได้ยาก บัตรจึงเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนที่นายจ้างใช้อ้างอิงได้ บัตรสีชมพูทำอะไรได้บ้าง และทำอะไรไม่ได้ บัตรสีชมพูใช้แสดงตัวตนและเลขประจำตัวของคนต่างด้าว และใช้เป็นเอกสารประกอบเวลายื่นขอหรือต่ออายุใบอนุญาตทำงาน แต่ใช้แทนใบอนุญาตทำงานหรือหนังสือเดินทางไม่ได้ สิ่งที่ใช้บัตรนี้ได้ สิ่งที่บัตรนี้ทำแทนไม่ได้ เรื่องธุรกรรมอื่น เช่น เปิดบัญชีธนาคารหรือจดทะเบียนซิมโทรศัพท์ แต่ละหน่วยงานกำหนดเอกสารเอง ควรถามธนาคารหรือผู้ให้บริการโดยตรง บัตรชมพู กับ Work Permit ต่างกันอย่างไร บัตรสีชมพู กับ Work Permit ต่างกันที่หน้าที่ บัตรบอกว่าผู้ถือเป็นใคร ส่วนใบอนุญาตทำงานบอกว่าผู้ถือทำงานอะไร กับนายจ้างคนไหน ได้ถึงวันไหน นายจ้างต้องตรวจทั้งสองอย่าง รายละเอียดการขอโควตา ขอใบอนุญาต และโทษของการจ้างผิดกฎหมาย อ่านต่อได้ในบทความใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ซึ่งอธิบายขั้นตอนฝั่งนายจ้างไว้ครบ หัวข้อ บัตรสีชมพู ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ชื่อทางการ บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว หน่วยงานที่ออก กรมการปกครอง กรมการจัดหางาน ใช้เพื่อ แสดงตัวตนและเลข 13 หลัก อนุญาตให้ทำงานตามที่ระบุ ข้อมูลสำคัญ ชื่อ รูป เลขประจำตัว วันออกบัตร วันหมดอายุบัตร นายจ้าง ประเภทงาน ท้องที่ วันหมดอายุสิทธิทำงาน ช่องทางต่ออายุ ติดต่อสำนักทะเบียนตามที่กรมการปกครองกำหนด ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-WorkPermit ตามรอบที่ประกาศ หนังสือเดินทางและเอกสารรับรองบุคคลต่างจากบัตรสีชมพูอย่างไร ต่างกันที่ผู้ออกเอกสาร บัตรสีชมพูออกโดยรัฐไทย ส่วนหนังสือเดินทางและเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity หรือ CI) ออกโดยประเทศต้นทางของแรงงาน ในทางปฏิบัติ แรงงานจำนวนมากถือเอกสารสามอย่างพร้อมกัน คือบัตรสีชมพู หนังสือเดินทางหรือ CI และใบอนุญาตทำงาน นายจ้างควรเก็บสำเนาครบทั้งชุดไว้ในแฟ้มลูกจ้างแต่ละคน ได้บัตรชมพู 10 ปี แปลว่าอยู่ไทย 10 ปีได้ไหม ไม่ได้ บัตรสีชมพูของแรงงานต่างด้าวมีอายุตัวบัตรโดยทั่วไปราว 10 ปี ตามข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย แต่ระยะเวลาที่อยู่และทำงานได้จริงขึ้นอยู่กับใบอนุญาตทำงานและมติ ครม. ในแต่ละรอบ ถ้าใบอนุญาตทำงานหมดอายุและไม่ได้ต่อ ผู้ถือต้องเดินทางออกนอกประเทศ แม้บัตรจะยังไม่หมดอายุก็ตาม วันที่ต้องยึดจึงเป็นวันหมดอายุในใบอนุญาตทำงาน ไม่ใช่วันบนบัตร สมมติลูกจ้างของแพ็คดีบอกซ์คนหนึ่งถือบัตรที่ยังเหลืออายุอีก 6 ปี แต่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 11 ธันวาคม 2569 ถ้าไม่ยื่นต่อภายในกำหนด ตั้งแต่วันถัดไปบริษัทจะจ้างคนนี้ต่อไม่ได้ แรงงานต่างด้าวอยู่และทำงานได้ถึงเมื่อไร แรงงานลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 11 ธันวาคม 2569 ต่ออายุได้อีก 1 ปี ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 ตามที่ ครม. เห็นชอบเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ครอบคลุมแรงงานราว 7.7 แสนคน กรมการจัดหางานเปิดให้ยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบ e-WorkPermit ตั้งแต่ 8 กันยายน ถึง 11 ธันวาคม 2569 ยื่นคำขอได้ถึง 16.30 น. และชำระเงินได้ถึง 20.00 น. ของวันสุดท้าย รายการ รายละเอียด กลุ่มที่ต่อได้ ลาว เมียนมา เวียดนาม ที่ใบอนุญาตหมดอายุ 11 ธ.ค. 2569 ต่อได้ถึง 11 ธ.ค. 2570 ช่วงยื่นคำขอ 8 ก.ย. 2569 ถึง 11 ธ.ค. 2569 ค่าคำขอ 100 บาท ต่อฉบับ ค่าใบอนุญาตทำงาน 900 บาท ต่อฉบับ (1 ปี) ถ้าใบอนุญาตทำงานของแรงงาน 12 คนของแพ็คดีบอกซ์หมดอายุ 11 ธันวาคม 2569 ทั้งหมด ค่าธรรมเนียมรอบนี้ = 12 × (100 + 900) = 12,000 บาท ยังไม่รวมค่าตรวจโรคและประกันสุขภาพ แรงงานกัมพูชาอยู่ภายใต้มาตรการผ่อนผันที่ประกาศแยกออกมา และมีการปรับเงื่อนไขหลายครั้ง นายจ้างที่จ้างแรงงานกัมพูชาควรตรวจประกาศล่าสุดของกรมการจัดหางาน หรือโทรสายด่วน 1506 ก่อนตัดสินใจ ทำบัตรใหม่ ต่ออายุบัตรชมพู ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เอกสารหลักมี 4 อย่าง คือ หนังสือเดินทางหรือเอกสารแทน ใบรับรองผลตรวจโรค หลักฐานประกันสังคมหรือประกันสุขภาพ และสำเนาบัตรเดิม ทั้งหมดใช้ต่อใบอนุญาตทำงานก่อน แล้วจึงจัดการเรื่องบัตรกับกรมการปกครอง เพราะสิทธิอยู่ผูกกับสิทธิทำงาน ลำดับงานที่ควรทำ แพ็คดีบอกซ์ให้แรงงานทั้ง 12 คนเซ็นหนังสือมอบอำนาจ แล้วให้ฝ่ายบุคคลยื่นแทนพร้อมกันในวันเดียว ทำให้ตามสถานะคำขอได้จากที่เดียว แรงงานเมียนมาที่ยังไม่มีหนังสือเดินทางแนบภายหลังได้ ค่าธรรมเนียมทำบัตรของกรมการปกครองยังไม่มีตัวเลขที่ประกาศชัดในแหล่งทางการที่ตรวจได้ ควรสอบถามสำนักทะเบียนที่จะไปทำบัตร หรือสายด่วนกรมการปกครอง 1548 ก่อนตั้งงบประมาณ นายจ้างต้องตรวจอะไร ก่อนจ้างแรงงานบัตรชมพู ต้องตรวจว่าข้อมูลบนบัตรตรงกับตัวลูกจ้างและใบอนุญาตทำงาน และใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ หลังรับเข้าทำงานแล้ว ควรตามวันหมดอายุต่อเนื่องจนกว่าจะเลิกจ้าง ก่อนรับเข้าทำงาน หลังรับเข้าทำงาน บนบัตรต้องดูข้อมูลช่องไหนบ้าง ดูอย่างน้อย 4 ช่อง คือ ชื่อสกุล เลขประจำตัว 13 หลัก วันออกบัตร และวันหมดอายุบัตร แล้วนำเลข 13 หลักไปเทียบกับเลขในใบอนุญาตทำงานและในระบบประกันสังคม สมมติฝ่ายบุคคลของแพ็คดีบอกซ์พิมพ์เลขลูกจ้างคนหนึ่งผิด 1 หลักตอนขึ้นทะเบียนประกันสังคม เงินสมทบที่ส่งทุกเดือนจะไม่ไปเข้าบัญชีของลูกจ้างคนนั้น และต้องย้อนแก้ข้อมูลภายหลัง แรงงานบัตรชมพูต้องเข้าประกันสังคมไหม ต้องเข้า ลูกจ้างต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เหมือนลูกจ้างคนไทย นายจ้างต้องแจ้งเข้าภายใน 30 วันนับจากวันที่รับเข้าทำงาน ขั้นตอนและแบบที่ใช้อ่านได้ในบทความแจ้งเข้าประกันสังคม นายจ้างและลูกจ้างสมทบฝ่ายละร้อยละ 5 ของค่าจ้าง คิดจากค่าจ้างไม่เกิน 17,500 บาทต่อเดือน เงินสมทบสูงสุดจึงอยู่ที่ฝ่ายละ 875 บาท ตัวอย่าง แพ็คดีบอกซ์จ่ายเงินเดือนลูกจ้างคนละ 11,000 บาท ประกันสังคมฝ่ายลูกจ้าง = 11,000 × 5% = 550 บาท และบริษัทสมทบอีก 550 บาท รวม 12 คน บริษัทนำส่งเดือนละ 12 × 1,100 = 13,200 บาท จ่ายเงินเดือนแรงงานบัตรชมพู ต้องหักภาษีไหม ต้องคำนวณเหมือนลูกจ้างคนไทย เงินเดือนเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) นายจ้างคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกเดือน ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ในเดือนที่มีการหักภาษี และสรุปยื่น ภ.ง.ด.1ก ปีละครั้ง ลูกจ้างเงินเดือน 11,000 บาทของแพ็คดีบอกซ์มีภาษีทั้งปีเป็นศูนย์ แต่ยังต้องมีชื่ออยู่ใน ภ.ง.ด.1ก ประจำปี ความต่างของแบบทั้งสองอ่านได้ในภ.ง.ด.1 กับ ภ.ง.ด.1ก ข้อควรรู้เกี่ยวกับบัตรชมพู สรุป – บัตรชมพูต้องจำอะไรบ้าง บัตรชมพู คือ บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ใช้แสดงตัวตน ไม่ได้ให้สัญชาติ สิทธิทำงานดูจากใบอนุญาตทำงาน ไม่ใช่จากอายุบัตร 10 ปี แรงงานลาว เมียนมา เวียดนาม ที่ใบอนุญาตหมดอายุ 11 ธ.ค. 2569 ต่อได้ถึง 11 ธ.ค. 2570 โดยต้องยื่นภายใน 11 ธ.ค. 2569 แรงงานกลุ่มนี้ต้องเข้าประกันสังคมและอยู่ในระบบภาษีเงินเดือนเหมือนลูกจ้างทั่วไป สัปดาห์นี้ลองเปิดแฟ้มลูกจ้างต่างด้าวทุกคน จดวันหมดอายุของบัตรและของใบอนุญาตทำงานลงตารางเดียวกัน แล้วเช็กว่ามีใครที่ต้องยื่นต่อก่อน 11 ธันวาคม 2569 บ้าง ทำจ่ายเงินเดือนแรงงานต่างด้าวด้วย PEAK เมื่อเอกสารลูกจ้างครบแล้ว งานที่เหลือทุกเดือนคือการทำจ่ายเงินเดือน PEAK Payroll ช่วยทำจ่ายเงินเดือนและค่าจ้าง สร้างสลิปให้พนักงาน และจ่ายผ่านระบบของธนาคาร – ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรชมพู บัตรชมพูทำงานได้ไหม ทำงานได้เมื่อมีใบอนุญาตทำงานที่ยังไม่หมดอายุคู่กัน ตัวบัตรอย่างเดียวเป็นแค่บัตรแสดงตัวตน และงานที่ทำต้องตรงกับประเภทงานและนายจ้างที่ระบุในใบอนุญาต ใบอนุญาตทำงานหมดอายุแล้ว แต่บัตรชมพูยังไม่หมด จ้างต่อได้ไหม จ้างต่อไม่ได้ จนกว่าจะต่อใบอนุญาตทำงานสำเร็จ สิทธิอยู่และทำงานผูกกับใบอนุญาต ไม่ใช่กับวันหมดอายุบนบัตร นายจ้างควรยื่นต่อให้ทันกำหนดของรอบนั้น บัตรชมพูหายหรือชำรุดต้องทำอย่างไร ให้ติดต่อสำนักทะเบียนตามช่องทางของกรมการปกครอง หรือสอบถามสายด่วน 1548 ว่าต้องใช้เอกสารใดบ้าง ระหว่างนั้นนายจ้างควรเก็บสำเนาบัตรเดิมไว้ใช้ยืนยันเลขประจำตัว บัตรสีชมพูเปิดบัญชีธนาคารได้ไหม ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร บางแห่งขอหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงานประกอบด้วย ถ้าบริษัทจ่ายเงินเดือนเข้าบัญชี ควรสอบถามธนาคารที่ใช้จ่ายเงินเดือนก่อนพาลูกจ้างไปเปิดบัญชี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

21 Oct 2026

PEAK Account

21 min

Proforma Invoice คืออะไร ต่างจาก Invoice ทั่วไปยังไง

Proforma Invoice คืออะไร และสำคัญอย่างไร Proforma Invoice คือ เอกสารที่ผู้ขายออกให้ผู้ซื้อก่อนส่งมอบสินค้าหรือบริการ เพื่อแจ้งรายการ ราคา และเงื่อนไขการซื้อขายล่วงหน้า ผู้ซื้อใช้เอกสารนี้ขออนุมัติงบ เปิด L/C หรือโอนเงินมัดจำ แต่ตัวเอกสารเองยังไม่ใช่ใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงิน และไม่ใช่ใบกำกับภาษี พูดง่ายๆ คือ Proforma Invoice เป็นร่างใบแจ้งหนี้ที่หน้าตาคล้ายใบแจ้งหนี้จริง แต่ออกก่อนที่การขายจะเกิดขึ้น ไม่มีกฎหมายฉบับใดบังคับรูปแบบไว้ จึงใช้ได้ทั้งการค้าในประเทศและการนำเข้าส่งออก สำหรับเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน Proforma Invoice แปลว่าอะไร Proforma Invoice แปลว่า ใบแจ้งหนี้เบื้องต้น หรือใบแจ้งราคาล่วงหน้า คำว่า pro forma มาจากภาษาละติน แปลว่าตามรูปแบบ สื่อว่าเอกสารนี้ทำตามรูปแบบใบแจ้งหนี้ แต่ยังไม่ใช่ใบแจ้งหนี้ตัวจริง ในวงการนำเข้าส่งออกมักย่อว่า PI และบางครั้งสะกดแยกเป็น pro forma invoice ทั้งสองแบบหมายถึงเอกสารเดียวกัน Proforma Invoice ต่างจาก Invoice ใบเสนอราคา และใบกำกับภาษีอย่างไร ความต่างอยู่ที่จังหวะการออกและผลทางบัญชี Proforma Invoice ออกก่อนการขายเกิดขึ้น จึงยังไม่บันทึกเป็นรายได้หรือลูกหนี้ ส่วนใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีออกเมื่อการขายเกิดขึ้นแล้ว และใช้เป็นหลักฐานทางบัญชีและภาษีได้ ตารางเปรียบเทียบ Proforma Invoice กับเอกสารที่มักสับสนกัน เอกสาร ออกเมื่อไร ใช้ทำอะไร ใช้บันทึกบัญชีหรือภาษีได้ไหม ใบเสนอราคา (Quotation) ตอนลูกค้าขอราคา เสนอราคาเพื่อให้ลูกค้าเลือก ไม่ได้ Proforma Invoice หลังลูกค้าตกลงซื้อ ก่อนส่งของ ขออนุมัติงบ เปิด L/C เรียกมัดจำ ไม่ได้ ใบแจ้งหนี้ (Invoice) เมื่อส่งมอบหรือถึงงวดเรียกเก็บ แจ้งยอดที่ลูกค้าต้องจ่าย ได้ บันทึกรายได้และลูกหนี้ Commercial Invoice ตอนส่งสินค้าออกจริง เอกสารการค้าระหว่างประเทศ ใช้ผ่านพิธีการศุลกากร ได้ ในฐานะหลักฐานการขายส่งออก ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) เมื่อความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น หลักฐานภาษีขายของผู้ขาย และภาษีซื้อของผู้ซื้อ ได้ อ่านตารางนี้อย่างไร Proforma Invoice ออกก่อนหรือหลังใบสั่งซื้อ (PO) ออกได้ทั้งก่อนและหลัง แล้วแต่ฝั่งผู้ซื้อ ลูกค้าที่ต้องขออนุมัติงบมักขอ Proforma ก่อน แล้วจึงออกใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ส่วนลูกค้าที่ออก PO มาก่อน ผู้ขายจะออก Proforma ตามรายการใน PO เพื่อเรียกมัดจำหรือให้ลูกค้าไปเปิด L/C ลำดับเอกสารที่พบบ่อยในการขายแบบมีมัดจำ เป็นแบบนี้ ใบเสนอราคา → ใบสั่งซื้อ → Proforma Invoice → รับมัดจำและออกใบกำกับภาษีส่วนมัดจำ → ส่งมอบสินค้า → ใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีส่วนที่เหลือ → ใบเสร็จรับเงิน Proforma Invoice ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง ข้อมูลหลักมี 5 กลุ่ม คือ ข้อมูลคู่ค้า รายการสินค้าและราคา เงื่อนไขการส่งมอบ เงื่อนไขการชำระเงิน และวันหมดอายุของราคา ไม่มีกฎหมายกำหนดหัวข้อตายตัว แต่ถ้าใช้เปิด L/C ธนาคารจะตรวจว่าข้อมูลตรงกับสัญญาซื้อขาย กลุ่มข้อมูล สิ่งที่ต้องระบุ ทำไมถึงสำคัญ หัวเอกสาร คำว่า PROFORMA INVOICE เลขที่ วันที่ กันไม่ให้ลูกค้านำไปใช้แทนใบกำกับภาษี คู่ค้า ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ของผู้ขายและผู้ซื้อ ใช้ตรงกับเอกสารฉบับจริงที่จะออกต่อไป สินค้าและราคา รายการ จำนวน ราคาต่อหน่วย สกุลเงิน ยอดรวม VAT (ถ้ามี) ลูกค้าใช้ขออนุมัติงบได้ทันที การส่งมอบ วันส่ง สถานที่ส่ง และสำหรับส่งออกให้ระบุเงื่อนไข Incoterms เช่น FOB หรือ CIF กำหนดว่าใครรับผิดชอบค่าขนส่งและความเสี่ยงช่วงไหน การชำระเงินและอายุราคา สัดส่วนมัดจำ ช่องทางจ่าย บัญชีธนาคาร วันหมดอายุของราคา กันข้อพิพาทเมื่อต้นทุนเปลี่ยน คำว่า Incoterms หมายถึงกติกาสากลที่กำหนดว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งและความเสี่ยงของสินค้าถึงจุดไหน ใส่ไว้ใน Proforma ตั้งแต่ต้นจะได้ไม่ต้องเถียงกันเรื่องค่าระวางภายหลัง สำหรับงานส่งออก ควรเพิ่มพิกัดศุลกากร (HS Code คือรหัสสินค้ามาตรฐานสากลที่ใช้กำหนดอัตราอากร) น้ำหนัก จำนวนหีบห่อ ประเทศต้นทาง และท่าเรือต้นทางปลายทาง เพราะผู้ซื้อจะใช้ข้อมูลชุดนี้ไปประมาณต้นทุนนำเข้าทั้งก้อน ทั้งค่าสินค้า ค่าขนส่ง อากร และ VAT นำเข้า ตัวอย่าง Proforma Invoice หน้าตาเป็นอย่างไร ตัวอย่างนี้ใช้กรณีสมมติของคุณมิ้นท์ เจ้าของบริษัท ผ้าทอบ้านมิ้นท์ จำกัด ผู้ผลิตกระเป๋าผ้าทอมือที่จดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โรงแรมของคุณต้นในเชียงใหม่ต้องการกระเป๋าใส่ของใช้ในห้องพัก 400 ใบ และขอ Proforma ไปเสนอผู้บริหาร หัวข้อ รายละเอียด หัวเอกสาร PROFORMA INVOICE (ไม่ใช่ใบกำกับภาษี) เลขที่ PI-2569-015 วันที่ 1 พ.ย. 2569 ผู้ขาย บริษัท ผ้าทอบ้านมิ้นท์ จำกัด เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0-5055-6xxxx-xx-x ผู้ซื้อ บริษัท คุณต้นโฮเทล จำกัด (สำนักงานใหญ่) รายการ กระเป๋าผ้าทอมือ ขนาด 25 × 30 ซม. 400 ใบ × 250 บาท = 100,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 100,000 × 7% = 7,000 บาท ยอดรวม 107,000 บาท การชำระเงิน มัดจำ 30% = 32,100 บาท ก่อนเริ่มผลิต ส่วนที่เหลือ 74,900 บาท ภายใน 30 วันหลังส่งมอบ การส่งมอบ ส่งถึงโรงแรมภายใน 45 วันหลังรับมัดจำ อายุราคา ราคานี้ใช้ได้ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2569 จุดที่มักถูกมองข้ามคือบรรทัด ไม่ใช่ใบกำกับภาษี บนหัวเอกสาร ถ้าไม่เขียนไว้ ฝ่ายบัญชีของลูกค้าบางแห่งอาจนำไปบันทึกภาษีซื้อผิดงวด และวนกลับมาขอเอกสารใหม่ภายหลัง รับเงินมัดจำตาม Proforma Invoice ต้องออกใบกำกับภาษีไหม ต้องออก ถ้าผู้ขายจดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สำหรับการขายสินค้า ความรับผิดเสียภาษีโดยปกติเกิดเมื่อส่งมอบ แต่ถ้าได้รับชำระราคาก่อนส่งมอบ ความรับผิดจะเกิดทันทีในวันที่รับเงิน (ประมวลรัษฎากร มาตรา 78(1)) และผู้ขายต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อความรับผิดเกิดขึ้น (มาตรา 86) กรมสรรพากรอธิบายเรื่องนี้ไว้ชัดในคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.73/2541 ว่าเงินที่รับไว้ก่อนส่งมอบ ไม่ว่าจะเรียกว่าเงินจ่ายล่วงหน้าหรือเงินประกัน ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของราคาสินค้า ต้องนำมารวมคำนวณภาษีด้วย ส่วนงานบริการ ความรับผิดเกิดเมื่อได้รับชำระค่าบริการอยู่แล้ว (มาตรา 78/1) พูดง่ายๆ คือ Proforma Invoice ไม่ได้ทำให้ภาษีเกิด แต่เงินที่โอนเข้ามาตาม Proforma ทำให้ภาษีเกิด กลับมาที่คุณมิ้นท์ โรงแรมของคุณต้นโอนมัดจำ 32,100 บาท เข้ามาวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 คุณมิ้นท์ต้องออกใบกำกับภาษีลงวันที่ 5 พฤศจิกายน และนำภาษีขายไปยื่นในแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ของเดือนพฤศจิกายน ภาษีขายรวม 2 ใบ เท่ากับ 7,000 บาท ตรงกับยอดใน Proforma พอดี ถ้าออกใบกำกับภาษีเต็มยอด 107,000 บาท ตอนส่งของโดยไม่ได้ออกใบส่วนมัดจำไว้ก่อน ภาษีขาย 2,100 บาท จะไปอยู่ในแบบ ภ.พ.30 เดือนธันวาคมแทนเดือนพฤศจิกายน ถ้าถูกตรวจพบ แบบเดือนพฤศจิกายนจะถือว่ายื่นภาษีขายขาด มีเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของภาษีที่ขาด หรือ 2,100 บาท (มาตรา 89(4)) และเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือ 31.50 บาท ต่อเดือน (มาตรา 89/1) ทางที่ดีที่สุดคือออกใบกำกับภาษีส่วนมัดจำในวันที่เงินเข้าบัญชี ในทางปฏิบัติ ถ้าลูกค้าขอยกเลิกคำสั่งซื้อแล้วคุณมิ้นท์คืนมัดจำ ให้ออกใบลดหนี้ (เอกสารที่ผู้ขายออกเพื่อลดยอดขายและภาษีขายที่เคยออกไปแล้ว) อ่านวิธีทำได้ที่บทความ ใบลดหนี้คืออะไร บันทึกบัญชีเมื่อรับมัดจำและเมื่อส่งมอบสินค้าอย่างไร ตอนรับมัดจำ ให้บันทึกเป็นหนี้สินในบัญชีเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า ยังไม่ใช่รายได้ เพราะตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่สภาวิชาชีพบัญชีประกาศใช้ รายได้จากการขายสินค้าจะรับรู้เมื่อโอนการควบคุมหรือความเสี่ยงและผลตอบแทนในสินค้าให้ผู้ซื้อ ซึ่งโดยทั่วไปคือวันส่งมอบ วันที่ 5 พ.ย. 2569 รับมัดจำ บัญชี เดบิต เครดิต เงินฝากธนาคาร 32,100 เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า 30,000 ภาษีขาย 2,100 วันที่ 20 ธ.ค. 2569 ส่งมอบกระเป๋าครบ 400 ใบ และออกใบแจ้งหนี้พร้อมใบกำกับภาษีส่วนที่เหลือ บัญชี เดบิต เครดิต ลูกหนี้การค้า 74,900 เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า 30,000 รายได้จากการขาย 100,000 ภาษีขาย 4,900 หลังรายการที่สอง บัญชีเงินรับล่วงหน้าเป็นศูนย์ รายได้ 100,000 บาท ไปอยู่ในเดือนธันวาคมทั้งก้อน ส่วนวันที่ออก Proforma Invoice เองไม่ต้องบันทึกบัญชีใดๆ ถ้าเป็น Proforma Invoice สำหรับส่งออก ต้องคิด VAT ไหม คิด VAT ในอัตราร้อยละ 0 การส่งออกสินค้าเป็นกิจการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 0 (มาตรา 80/1(1)) Proforma สำหรับลูกค้าต่างประเทศจึงไม่ต้องบวก VAT 7% แต่ยังต้องทำเอกสารส่งออกและยื่นแบบ ภ.พ.30 ตามปกติ สมมติลูกค้าร้านขายของที่ระลึกในญี่ปุ่นสั่งกระเป๋าจากคุณมิ้นท์ 1,000 ใบ ราคาใบละ 8 ดอลลาร์สหรัฐ ชำระด้วย L/C เงื่อนไข FOB Laem Chabang (Free On Board คือผู้ขายรับผิดชอบจนสินค้าขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง หลังจากนั้นค่าขนส่งและความเสี่ยงเป็นของผู้ซื้อ) ข้อควรระวังคือชื่อสินค้า จำนวน และราคาใน Commercial Invoice ตอนส่งของจริงต้องตรงกับ L/C ที่เปิดตาม Proforma ถ้าเปลี่ยนสเปกหรือจำนวนระหว่างทาง ควรให้ลูกค้าแก้ L/C ก่อนส่งของ ไม่อย่างนั้นธนาคารอาจปฏิเสธการจ่ายเงิน ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Proforma Invoice จากประสบการณ์ ปัญหาเรื่อง Proforma แทบไม่เคยมาจากตัวเอกสาร แต่มาจากสิ่งที่เกิดหลังลูกค้าโอนเงินเข้ามา สรุป – Proforma Invoice ต้องเข้าใจอะไรบ้าง Proforma Invoice เป็นแค่เอกสารแจ้งราคาล่วงหน้า แต่เงินที่ลูกค้าโอนตามเอกสารนี้คือจุดที่ภาระภาษีเริ่มต้น Proforma Invoice ออกหลังลูกค้าตกลงซื้อ ก่อนส่งของ ใช้ขออนุมัติงบ เปิด L/C และเรียกมัดจำ ไม่ใช่ใบแจ้งหนี้ ไม่ใช่ใบกำกับภาษี ใช้บันทึกรายได้หรือขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ ผู้ขายที่จด VAT รับมัดจำวันไหน ต้องออกใบกำกับภาษีส่วนมัดจำวันนั้น และบันทึกมัดจำเป็นเงินรับล่วงหน้า แล้วโอนเป็นรายได้เมื่อส่งมอบสินค้า ถ้าเริ่มจากวันนี้ ลองเปิด Proforma Invoice ที่ลูกค้ายังค้างอยู่ทั้งหมด แล้วเช็กว่ารายการไหนรับมัดจำไปแล้วแต่ยังไม่ได้ออกใบกำกับภาษี รายการนั้นควรแก้ก่อนยื่น ภ.พ.30 รอบถัดไป จัดการเอกสารและภาษีมัดจำให้เป็นระบบด้วย PEAK ปัญหาที่พบบ่อยของหลายธุรกิจไม่ใช่เรื่องไม่รู้กฎหมาย แต่เป็นเพราะเอกสารแต่ละใบกระจัดกระจายอยู่คนละไฟล์ จนตามเช็กได้ยาก PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างนี้โดยเฉพาะ ด้วยระบบเอกสารที่เชื่อมต่อกันทั้งกระบวนการขาย สามารถสร้างใบกำกับภาษีแบบแยกยอดจากเอกสารเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์ข้อมูลซ้ำ ช่วยให้ทีมงานติดตามสถานะมัดจำได้ครบถ้วน และยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มได้อย่างมั่นใจทุกเดือน – ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Proforma Invoice ผู้ซื้อใช้ Proforma Invoice ขอคืนภาษีซื้อได้ไหม ไม่ได้ Proforma Invoice ไม่ใช่ใบกำกับภาษี ถ้าโอนมัดจำไปแล้ว ให้ขอใบกำกับภาษีส่วนมัดจำจากผู้ขาย แล้วนำไปใช้เป็นภาษีซื้อในเดือนที่ได้รับใบกำกับภาษี ออก Proforma Invoice แล้ว ลูกค้ายกเลิกได้ไหม ได้ ถ้ายังไม่ได้ยืนยันคำสั่งซื้อ เพราะ Proforma เป็นเพียงข้อเสนอแจ้งราคา แต่ถ้าลูกค้าลงนามยืนยันหรือโอนมัดจำแล้ว การยกเลิกจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน และผู้ขายที่ออกใบกำกับภาษีส่วนมัดจำไปแล้ว ต้องออกใบลดหนี้เมื่อคืนเงิน กิจการที่ยังไม่จด VAT ออก Proforma Invoice ได้ไหม ได้ ใครก็ออก Proforma Invoice ได้ เพียงแต่ต้องไม่บวก VAT ในเอกสาร และเมื่อรับเงินมัดจำ ให้ออกใบเสร็จรับเงินแทนใบกำกับภาษี แก้ไขยอดใน Proforma Invoice หลังส่งให้ลูกค้าแล้วได้ไหม ได้ ให้ออก Proforma ฉบับใหม่ระบุเลขที่ฉบับเดิมที่ยกเลิก ถ้าลูกค้าเปิด L/C ตามฉบับเดิมไปแล้ว ต้องให้ลูกค้าแก้ L/C ด้วย ยอดในเอกสารส่งออกจึงจะตรงกัน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

21 Oct 2026

PEAK Account

31 min

ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) คืออะไร มีกี่ประเภท ขอยังไง ค่าธรรมเนียม

ใบอนุญาตทำงาน คืออะไร และสำคัญอย่างไร ใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit คือ เอกสารที่นายทะเบียน ของกรมการจัดหางานออกให้คนต่างด้าว เพื่อยืนยันว่าคนคนนั้นทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ในตำแหน่ง กับนายจ้าง และในท้องที่ที่ระบุไว้ อ้างอิงจากกฎหมาย พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และฉบับแก้ไข (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 คนต่างด้าวที่สามารถทำงานในประเทศไทยได้ ต้องมีเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ วีซ่าหรือเอกสารระบุสิทธิอยู่ในประเทศจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ Work Permit จากกรมจดหาแรงงาน หากขาดเอกสารใดอันหนึ่ง ผู้นั้นไม่สามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย สำหรับเจ้าของธุรกิจที่สนใจจะจ้างพนักงานต่างชาติ เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้จะใช้ตัวอย่างของคุณแอน เจ้าของบริษัทร้านอาหารญี่ปุ่นขนาดเล็ก ที่กำลังจะจ้างพนักงานต่างชาติ 2 คน คือเชฟชาวญี่ปุ่น 1 คน และผู้ช่วยครัวสัญชาติเมียนมาที่มาตามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาล (MOU) อีก 1 คน Work Permit ต่างจากวีซ่าและบัตรชมพูอย่างไร ทั้ง 3 อย่างเป็นเอกสารของคนต่างด้าว แต่ตอบคนละคำถาม วีซ่าตอบว่าอยู่ในประเทศได้หรือไม่ Work Permit ตอบว่าทำงานอะไรได้บ้าง ส่วนบัตรชมพูใช้แสดงตัวตนของแรงงาน 4 สัญชาติ (ชาวเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เท่านั้น) เอกสาร หน่วยงานที่ออก ใช้ยืนยันอะไร วีซ่าและตราประทับอนุญาตให้อยู่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สิทธิเข้าเมืองและอยู่ในไทยตามระยะเวลาที่ได้รับ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน สิทธิทำงานตามตำแหน่ง นายจ้าง และท้องที่ที่ระบุ บัตรชมพู หน่วยงานทะเบียนราษฎร บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยของแรงงานบางกลุ่ม ใช้แสดงตัวตน ไม่ได้ใช้แทนการอนุญาตให้ทำงาน ข้อควรระวังคือวีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าผ่านทางใช้ขอ Work Permit ไม่ได้ เพราะคู่มือการขอรับใบอนุญาตของคนต่างด้าว กำหนดให้ผู้ยื่นต้องมีถิ่นที่อยู่ในไทย หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาแบบชั่วคราวประเภท Non-Immigrant ใครต้องมีใบอนุญาตทำงาน และงานไหนที่คนต่างด้าวทำไม่ได้ คนต่างด้าวทุกคนที่ทำงานในไทยต้องมีใบอนุญาต ไม่ว่าจะทำงานในสำนักงาน ร้านอาหาร โรงงาน หรือไซต์ก่อสร้าง และไม่ว่าจะได้ค่าจ้างหรือไม่ มาตรา 59 กำหนดว่าคนต่างด้าวทำงานได้เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว และต้องเป็นงานที่ไม่ได้ห้ามไว้ ข้อยกเว้นที่ใช้บ่อยคืองานจำเป็นเร่งด่วนที่ทำเสร็จภายใน 15 วัน เช่น ช่างต่างประเทศที่เข้ามาซ่อมเครื่องจักร กรณีนี้ใช้วิธีแจ้งนายทะเบียนตามมาตรา 61 แทนการขอใบอนุญาตเต็มรูปแบบ งานที่คนต่างด้าวทำไม่ได้มีอะไรบ้าง กระทรวงแรงงานกำหนดรายการงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำไว้ในประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่องกำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ลงวันที่ 1 เมษายน 2563 แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ในกรณีของคุณแอน งานเชฟอาหารญี่ปุ่นและงานผู้ช่วยครัวไม่อยู่ในกลุ่มห้ามเด็ดขาด แต่ถ้าคุณแอนคิดจะให้ผู้ช่วยครัวไปยืนขายของหน้าร้านด้วย ต้องเช็กเงื่อนไขของงานขายหน้าร้านก่อน เพราะทำงานนอกขอบเขตที่ได้รับอนุญาตก็ผิดกฎหมายเช่นกัน Work Permit มีกี่ประเภท Work Permit แบ่งตามช่องทางที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ซึ่งกฎหมายแยกไว้เป็นรายมาตรา แต่ละประเภทใช้แบบคำขอ เอกสาร และอายุใบอนุญาตไม่เหมือนกัน ประเภท ใครใช้ ตัวอย่าง ทั่วไป (มาตรา 59) คนต่างด้าวที่เข้าเมืองถูกกฎหมายแบบ Non-Immigrant และทำงานที่ไม่ห้าม ผู้จัดการ ครูสอนภาษา เชฟของคุณแอน ส่งเสริมการลงทุน (มาตรา 62) คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน กฎหมายปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น ผู้เชี่ยวชาญในบริษัทที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI นำเข้าตาม MOU แรงงานจากประเทศที่ทำบันทึกความเข้าใจกับไทย นำเข้าผ่านนายจ้างหรือผู้รับอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงาน ผู้ช่วยครัวสัญชาติเมียนมาของคุณแอน ตามมติคณะรัฐมนตรี (มาตรา 63/2) กลุ่มที่คณะรัฐมนตรีอนุญาตให้ขอใบอนุญาตได้เป็นการเฉพาะ แรงงานลาว เมียนมา เวียดนาม ที่ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี กลุ่มเฉพาะ (มาตรา 63/1) ผู้ถูกถอนสัญชาติ ผู้เกิดในไทยบางกรณี หรือผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในไทยมานาน ชายแดน (มาตรา 64) คนสัญชาติประเทศที่มีพรมแดนติดไทย ทำงานชั่วคราวเป็นช่วงเวลาหรือตามฤดูกาลในพื้นที่ที่กำหนด แรงงานไป-กลับในจังหวัดชายแดน SME ส่วนใหญ่จะเจอแค่ 2 แบบ คือมาตรา 59 สำหรับพนักงานวิชาชีพหรือผู้บริหาร และ MOU สำหรับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน สองแบบนี้มีค่าธรรมเนียมคนละอัตราตามประเภทงาน ซึ่งจะเห็นตัวเลขชัดในตัวอย่างค่าใช้จ่ายของคุณแอน เอกสารขอใบอนุญาตทำงาน ต้องเตรียมอะไรบ้าง เอกสาร Work Permit แบ่งเป็น 2 ชุด คือของลูกจ้างต่างชาติ และของนายจ้าง รายการด้านล่างอ้างอิงจากคู่มือประชาชนกรณีขอใบอนุญาตทั่วไปตามมาตรา 59 ซึ่งระบุเอกสารไว้ 35 รายการ แต่ไม่ได้ใช้ทุกรายการกับทุกคน เอกสารของลูกจ้างต่างชาติ เอกสารของนายจ้างที่เป็นนิติบุคคล ใบรับรองแพทย์ต้องออกไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันยื่น และควรใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนฉบับล่าสุด ถ้าเอกสารภาษาต่างประเทศ ให้เตรียมคำแปลภาษาไทยไว้ด้วย เพราะเจ้าหน้าที่อาจขอเพิ่มตอนตรวจ ขั้นตอนขอ Work Permit ผ่าน e-WorkPermit ทำอย่างไร การขอ Work Permit ตอนนี้ยื่นผ่านระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางานได้ทั้งหมด นายจ้างยื่นแทนลูกจ้างได้ตามมาตรา 60 และขั้นตอนตามคู่มือประชาชนมี 4 ขั้น รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 3 วันนับแต่เอกสารครบ หรือราว 2 สัปดาห์ถ้าถูกส่งตรวจสอบ ก่อนถึงขั้นนี้ ลูกจ้างต้องได้วีซ่าประเภท Non-Immigrant จากสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน ส่วนนี้มีระยะเวลาและค่าธรรมเนียมแยกต่างหาก เชฟของคุณแอนยื่นเอกสารครบในวันจันทร์ ถ้าไม่ถูกส่งตรวจเพิ่ม จะได้รับใบอนุญาตภายในวันพุธ คุณแอนจึงควรนัดวันเริ่มงานหลังวันรับใบอนุญาต ไม่ใช่หลังวันยื่น Digital Work Permit คืออะไร Digital Work Permit คือข้อมูลใบอนุญาตที่ตรวจดูได้ในระบบ e-WorkPermit แทนการพึ่งเล่มกระดาษอย่างเดียว ระบบนี้เปิดให้นายจ้างและคนต่างด้าวใช้ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2568 ตามที่รัฐบาลประกาศ ระบบรองรับการลงทะเบียน ยื่นข้อมูลการจ้าง ชำระค่าคำขอ ติดตามสถานะผ่านอีเมล SMS หรือ LINE และนัดหมายศูนย์บริการ กรมการจัดหางานเตรียมศูนย์บริการไว้ 54 แห่ง สำหรับยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวมิติ เช่น ใบหน้า ม่านตา หรือลายนิ้วมือ จึงยังต้องไปที่ศูนย์อย่างน้อย 1 ครั้ง ทำใบอนุญาตทำงาน ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมแบ่งเป็นค่าคำขอ 100 บาทต่อคำขอ และค่าใบอนุญาตตามระยะเวลา โดยกระทรวงแรงงานแยกอัตราเป็น 2 กลุ่ม คือกรรมกรกับผู้รับใช้ในบ้าน และอาชีพอื่น รายการ กรรมกร / ผู้รับใช้ในบ้าน (บาท) อาชีพอื่น (บาท) ใบอนุญาตไม่เกิน 3 เดือน 225 750 เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน 450 1,500 เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี 900 3,000 เกิน 1 ปี คิดส่วนที่เกินตามอัตราข้างบน คิดส่วนที่เกินตามอัตราข้างบน ต่ออายุ อัตราเดียวกับออกใหม่ อัตราเดียวกับออกใหม่ ใบแทน (ต่อฉบับ) 200 500 เปลี่ยนหรือเพิ่มนายจ้าง 900 3,000 เปลี่ยนหรือเพิ่มท้องที่ / ประเภทงาน 900 1,000 ตัวเลขชุดนี้เป็นค่าธรรมเนียมของกรมการจัดหางานเท่านั้น ยังไม่รวมค่าวีซ่าและค่าต่ออายุการอยู่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ค่าตรวจสุขภาพ และค่าบริการของบริษัทนำเข้าแรงงานกรณี MOU กลับมาที่คุณแอน ถ้าขอใบอนุญาต 1 ปีให้ทั้ง 2 คน ค่าธรรมเนียมฝั่งกรมการจัดหางานจะเป็นดังนี้ พนักงาน กลุ่มอัตรา ค่าคำขอ ค่าใบอนุญาต 1 ปี รวม เชฟชาวญี่ปุ่น อาชีพอื่น 100 3,000 3,100 ผู้ช่วยครัว (MOU) กรรมกร 100 900 1,000 รวม 4,100 ผู้ช่วยครัวใช้อัตรากรรมกรได้เมื่อตำแหน่งงานที่ขออนุญาตจัดเป็นงานกรรมกร ถ้าระบุเป็นงานประเภทอื่น ค่าธรรมเนียมจะเปลี่ยนตาม จึงควรถามเจ้าหน้าที่ให้ชัดก่อนกรอกตำแหน่งในคำขอ ต่ออายุ เปลี่ยนนายจ้าง และแจ้งออกจากงานทำอย่างไร Work Permit ตามมาตรา 59 มีอายุ 2 ปีตามคู่มือประชาชน แต่ระยะเวลาจริงของแต่ละใบขึ้นกับที่นายทะเบียนอนุญาต จึงต้องดูวันหมดอายุบนใบอนุญาตของพนักงานแต่ละคน เรื่อง ต้องทำอะไร กฎหมาย ต่ออายุ ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตหมดอายุ ระหว่างรอพิจารณาทำงานต่อได้ มาตรา 67 ลูกจ้างเริ่มงานหรือเปลี่ยนนายจ้าง ลูกจ้างแจ้งชื่อนายจ้าง สถานที่ทำงาน และลักษณะงานต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน มาตรา 64/2 นายจ้างรับเข้าทำงานหรือลูกจ้างออก นายจ้างแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง และภายใน 15 วันนับแต่วันที่ออก พร้อมเหตุที่ออก มาตรา 13 ใบอนุญาตหายหรือชำรุด ยื่นขอใบแทนภายใน 15 วันนับแต่วันที่รู้ มาตรา 69 เจ้าหน้าที่ขอตรวจ แสดงใบอนุญาตภายในเวลาอันสมควร มาตรา 68 กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องยื่นต่ออายุล่วงหน้ากี่วัน แต่ในทางปฏิบัติควรเริ่มก่อนหมดอายุอย่างน้อย 1 เดือน เพราะเอกสารนายจ้างอย่างงบการเงินและหนังสือรับรองบริษัทต้องเตรียมใหม่ และอาจถูกส่งตรวจสอบอีก 10 วันทำการ ถ้าเชฟของคุณแอนลาออกไปทำงานกับร้านอื่น คุณแอนต้องแจ้งออกภายใน 15 วัน ส่วนร้านใหม่ต้องยื่นเปลี่ยนนายจ้างและจ่ายค่าธรรมเนียม 3,000 บาท เชฟจะไปทำงานที่ร้านใหม่ทันทีโดยใช้ใบอนุญาตเดิมไม่ได้ นายจ้าง SME ต้องจัดการเงินเดือน ภาษี และประกันสังคมของพนักงานต่างชาติอย่างไร ได้ใบอนุญาตแล้วงานยังไม่จบ พนักงานต่างชาติเป็นลูกจ้างตามกฎหมายไทยเหมือนพนักงานไทย นายจ้างจึงมีหน้าที่ 3 เรื่องทุกเดือนตั้งแต่วันแรกที่จ่ายเงินเดือน ลองคำนวณกับพนักงานของคุณแอน สมมติเชฟได้เงินเดือน 60,000 บาท และผู้ช่วยครัวได้ 12,000 บาท ทำงานครบทั้งปีภาษี ไม่มีค่าลดหย่อนอื่นนอกจากค่าลดหย่อนส่วนตัวกับประกันสังคม รายการต่อปี (บาท) เชฟชาวญี่ปุ่น ผู้ช่วยครัว เงินเดือนทั้งปี 720,000 144,000 หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 100,000 72,000 หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 60,000 หักเงินสมทบประกันสังคม 10,500 7,200 เงินได้สุทธิ 549,500 4,800 ภาษีทั้งปี 34,925 0 หัก ณ ที่จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน ประมาณ 2,910 0 ภาษีของเชฟมาจาก 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ช่วง 150,001-300,000 บาท เสีย 5% เป็น 7,500 บาท ช่วง 300,001-500,000 บาท เสีย 10% เป็น 20,000 บาท และส่วนที่เหลือ 49,500 บาท เสีย 15% เป็น 7,425 บาท ส่วนผู้ช่วยครัวมีเงินได้สุทธิไม่ถึง 150,000 บาท จึงไม่ต้องหักภาษี แต่ยังต้องส่งประกันสังคมทุกเดือน ภาพรวมแบบนำส่งภาษีเงินเดือนดูต่อได้ที่บทความ ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1ก ต่างกันอย่างไร บันทึกบัญชีค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานอย่างไร เมื่อบริษัทของคุณแอนจ่ายค่าธรรมเนียมฝั่งกรมการจัดหางานรวม 4,100 บาทจากบัญชีธนาคาร บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้ดังนี้ บัญชี เดบิต เครดิต ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน (ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน) 4,100 เงินฝากธนาคาร 4,100 เก็บใบเสร็จจากระบบ e-WorkPermit เป็นหลักฐานประกอบรายการทุกครั้ง ถ้าใบอนุญาตมีอายุเกิน 1 รอบบัญชี เช่น จ่ายค่าใบอนุญาต 2 ปีครั้งเดียว ควรถามผู้สอบบัญชีว่าจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าแล้วทยอยรับรู้ตามระยะเวลาหรือไม่ ทำงานหรือจ้างงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน มีโทษอะไรบ้าง โทษตกกับทั้ง 2 ฝ่าย และนับเป็นรายคน กฎหมายกำหนดไว้ในหมวดบทกำหนดโทษของพระราชกำหนดฯ ดังนี้ ผู้กระทำผิด โทษ กฎหมาย นายจ้างที่รับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือให้ทำงานนอกเหนือที่ได้รับอนุญาต ปรับ 10,000-100,000 บาทต่อคนต่างด้าว 1 คน มาตรา 102 นายจ้างที่ทำผิดซ้ำ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 50,000-200,000 บาทต่อคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าว 3 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด มาตรา 102 คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือทำงานนอกเหนือสิทธิ ปรับ 5,000-50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศ มาตรา 101 คนต่างด้าวที่เคยถูกลงโทษตามมาตรา 101 ขอใบอนุญาตใหม่ไม่ได้ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี มาตรา 64/1 นายจ้างที่ไม่แจ้งการจ้างหรือการออกจากงานภายใน 15 วัน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท มาตรา 103 ถ้าร้านของคุณแอนถูกตรวจพบว่าผู้ช่วยครัวยังไม่ได้ใบอนุญาต ค่าปรับขั้นต่ำของบริษัทคือ 10,000 บาท ซึ่งสูงกว่าค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 1 ปีของผู้ช่วยครัวถึง 10 เท่า และผู้ช่วยครัวยังถูกส่งกลับ ทำให้ร้านขาดคนทันที ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงาน จากประสบการณ์ ปัญหาที่ทำให้นายจ้างเสียเวลามากที่สุดไม่ใช่ขั้นตอนยื่น แต่เป็นการไม่รู้ว่ามีมาตรการเฉพาะกลุ่มออกมาใหม่ หรือสับสนว่าเกณฑ์ไหนเป็นของหน่วยงานใด สรุป – การบริหารจัดการเอกสารและภาษีของพนักงานต่างชาติ Work Permit เป็นเงื่อนไขแรกของการจ้างพนักงานต่างชาติ แต่ไม่ใช่เรื่องสุดท้าย นายจ้างต้องได้ใบอนุญาตก่อนวันเริ่มงาน แล้วดูแลเงินเดือน ภาษี และประกันสังคมต่อทุกเดือน ใบอนุญาตทำงานออกโดยกรมการจัดหางาน ใช้คู่กับวีซ่า Non-Immigrant จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยสามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ e-WorkPermit ได้ หากจ้างโดยไม่มีใบอนุญาต นายจ้างจะถูกปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาทต่อคน และหากทำผิดซ้ำอาจโดนห้ามจ้างคนต่างด้าวถึง 3 ปี ถ้าเริ่มจากวันนี้ ลองทำตารางรายชื่อพนักงานต่างชาติทุกคน พร้อมประเภทใบอนุญาต วันหมดอายุ และนายจ้างที่ระบุในใบ แล้วตั้งเตือนล่วงหน้า 1 เดือนก่อนวันหมดอายุของแต่ละคน พนักงานต่างชาติต้องถูกหักภาษี ส่งประกันสังคม และได้หนังสือรับรองการหักภาษีปลายปีเหมือนพนักงานไทย ยิ่งมีหลายสัญชาติหลายอัตรา งานเงินเดือนยิ่งพลาดง่าย ฟีเจอร์จัดการเงินเดือนและภาษีจาก PEAK Payroll ให้ PEAK Payroll ช่วยจัดการเงินเดือนในที่เดียว และส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้พนักงานทางอีเมลได้จากหน้าสรุปจ่ายเงินเดือน – ทดลองใช้งาน PEAK ฟรี 30 วัน ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ บทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี และ บทความด้านธุรกิจ ของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงาน Work Permit มีอายุกี่ปี ใบอนุญาตทั่วไปตามมาตรา 59 มีอายุ 2 ปีตามคู่มือประชาชน แต่อายุจริงขึ้นกับที่นายทะเบียนอนุญาตในแต่ละใบ ส่วนแรงงานตามมติคณะรัฐมนตรีจะมีอายุตามที่มติกำหนด ขอ Work Permit ออนไลน์ได้ไหม ได้ ยื่นคำขอ แนบเอกสาร ชำระค่าคำขอ และติดตามสถานะผ่าน e-WorkPermit ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่คนต่างด้าวยังต้องไปยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวมิติที่ศูนย์บริการ และไปรับใบอนุญาตด้วยตนเอง ทำงานในโรงงานต้องมีใบอนุญาตทำงานไหม ต้องมี คนต่างด้าวทุกคนที่ทำงานในไทยต้องได้รับอนุญาตก่อน ไม่ว่าสถานที่ทำงานจะเป็นโรงงาน ร้านค้า หรือสำนักงาน ถ้าเป็นงานกรรมกรในโรงงาน ต้องเป็นคนต่างด้าวที่มีนายจ้างและเข้ามาตาม MOU หรือตามมติคณะรัฐมนตรี บุคคลธรรมดาจ้างคนต่างด้าวได้ไหม ได้ นายจ้างไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัท เช่น เจ้าของบ้านที่จ้างผู้รับใช้ในบ้าน หรือเจ้าของร้านที่ยังไม่จดทะเบียนนิติบุคคล แต่เอกสารนายจ้างจะเปลี่ยนจากหนังสือรับรองบริษัทเป็นสำเนาบัตรประชาชนและเอกสารแสดงการประกอบกิจการ และหน้าที่แจ้งนายทะเบียน หักภาษี และส่งประกันสังคมยังเหมือนเดิม ใบอนุญาตทำงานหายต้องทำอย่างไร ยื่นขอใบแทนภายใน 15 วันนับแต่วันที่รู้ว่าหายหรือชำรุดตามมาตรา 69 ค่าธรรมเนียมใบแทนฉบับละ 500 บาทสำหรับอาชีพทั่วไป และ 200 บาทสำหรับกรรมกรหรือผู้รับใช้ในบ้าน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บัญชี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี

อ่านบทความเพิ่มเติม

21 Oct 2026

PEAK Account

21 min

Proforma Invoice คืออะไร ต่างจาก Invoice ทั่วไปยังไง

Proforma Invoice คืออะไร และสำคัญอย่างไร Proforma Invoice คือ เอกสารที่ผู้ขายออกให้ผู้ซื้อก่อนส่งมอบสินค้าหรือบริการ เพื่อแจ้งรายการ ราคา และเงื่อนไขการซื้อขายล่วงหน้า ผู้ซื้อใช้เอกสารนี้ขออนุมัติงบ เปิด L/C หรือโอนเงินมัดจำ แต่ตัวเอกสารเองยังไม่ใช่ใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงิน และไม่ใช่ใบกำกับภาษี พูดง่ายๆ คือ Proforma Invoice เป็นร่างใบแจ้งหนี้ที่หน้าตาคล้ายใบแจ้งหนี้จริง แต่ออกก่อนที่การขายจะเกิดขึ้น ไม่มีกฎหมายฉบับใดบังคับรูปแบบไว้ จึงใช้ได้ทั้งการค้าในประเทศและการนำเข้าส่งออก สำหรับเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน Proforma Invoice แปลว่าอะไร Proforma Invoice แปลว่า ใบแจ้งหนี้เบื้องต้น หรือใบแจ้งราคาล่วงหน้า คำว่า pro forma มาจากภาษาละติน แปลว่าตามรูปแบบ สื่อว่าเอกสารนี้ทำตามรูปแบบใบแจ้งหนี้ แต่ยังไม่ใช่ใบแจ้งหนี้ตัวจริง ในวงการนำเข้าส่งออกมักย่อว่า PI และบางครั้งสะกดแยกเป็น pro forma invoice ทั้งสองแบบหมายถึงเอกสารเดียวกัน Proforma Invoice ต่างจาก Invoice ใบเสนอราคา และใบกำกับภาษีอย่างไร ความต่างอยู่ที่จังหวะการออกและผลทางบัญชี Proforma Invoice ออกก่อนการขายเกิดขึ้น จึงยังไม่บันทึกเป็นรายได้หรือลูกหนี้ ส่วนใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีออกเมื่อการขายเกิดขึ้นแล้ว และใช้เป็นหลักฐานทางบัญชีและภาษีได้ ตารางเปรียบเทียบ Proforma Invoice กับเอกสารที่มักสับสนกัน เอกสาร ออกเมื่อไร ใช้ทำอะไร ใช้บันทึกบัญชีหรือภาษีได้ไหม ใบเสนอราคา (Quotation) ตอนลูกค้าขอราคา เสนอราคาเพื่อให้ลูกค้าเลือก ไม่ได้ Proforma Invoice หลังลูกค้าตกลงซื้อ ก่อนส่งของ ขออนุมัติงบ เปิด L/C เรียกมัดจำ ไม่ได้ ใบแจ้งหนี้ (Invoice) เมื่อส่งมอบหรือถึงงวดเรียกเก็บ แจ้งยอดที่ลูกค้าต้องจ่าย ได้ บันทึกรายได้และลูกหนี้ Commercial Invoice ตอนส่งสินค้าออกจริง เอกสารการค้าระหว่างประเทศ ใช้ผ่านพิธีการศุลกากร ได้ ในฐานะหลักฐานการขายส่งออก ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) เมื่อความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น หลักฐานภาษีขายของผู้ขาย และภาษีซื้อของผู้ซื้อ ได้ อ่านตารางนี้อย่างไร Proforma Invoice ออกก่อนหรือหลังใบสั่งซื้อ (PO) ออกได้ทั้งก่อนและหลัง แล้วแต่ฝั่งผู้ซื้อ ลูกค้าที่ต้องขออนุมัติงบมักขอ Proforma ก่อน แล้วจึงออกใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ส่วนลูกค้าที่ออก PO มาก่อน ผู้ขายจะออก Proforma ตามรายการใน PO เพื่อเรียกมัดจำหรือให้ลูกค้าไปเปิด L/C ลำดับเอกสารที่พบบ่อยในการขายแบบมีมัดจำ เป็นแบบนี้ ใบเสนอราคา → ใบสั่งซื้อ → Proforma Invoice → รับมัดจำและออกใบกำกับภาษีส่วนมัดจำ → ส่งมอบสินค้า → ใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีส่วนที่เหลือ → ใบเสร็จรับเงิน Proforma Invoice ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง ข้อมูลหลักมี 5 กลุ่ม คือ ข้อมูลคู่ค้า รายการสินค้าและราคา เงื่อนไขการส่งมอบ เงื่อนไขการชำระเงิน และวันหมดอายุของราคา ไม่มีกฎหมายกำหนดหัวข้อตายตัว แต่ถ้าใช้เปิด L/C ธนาคารจะตรวจว่าข้อมูลตรงกับสัญญาซื้อขาย กลุ่มข้อมูล สิ่งที่ต้องระบุ ทำไมถึงสำคัญ หัวเอกสาร คำว่า PROFORMA INVOICE เลขที่ วันที่ กันไม่ให้ลูกค้านำไปใช้แทนใบกำกับภาษี คู่ค้า ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ของผู้ขายและผู้ซื้อ ใช้ตรงกับเอกสารฉบับจริงที่จะออกต่อไป สินค้าและราคา รายการ จำนวน ราคาต่อหน่วย สกุลเงิน ยอดรวม VAT (ถ้ามี) ลูกค้าใช้ขออนุมัติงบได้ทันที การส่งมอบ วันส่ง สถานที่ส่ง และสำหรับส่งออกให้ระบุเงื่อนไข Incoterms เช่น FOB หรือ CIF กำหนดว่าใครรับผิดชอบค่าขนส่งและความเสี่ยงช่วงไหน การชำระเงินและอายุราคา สัดส่วนมัดจำ ช่องทางจ่าย บัญชีธนาคาร วันหมดอายุของราคา กันข้อพิพาทเมื่อต้นทุนเปลี่ยน คำว่า Incoterms หมายถึงกติกาสากลที่กำหนดว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งและความเสี่ยงของสินค้าถึงจุดไหน ใส่ไว้ใน Proforma ตั้งแต่ต้นจะได้ไม่ต้องเถียงกันเรื่องค่าระวางภายหลัง สำหรับงานส่งออก ควรเพิ่มพิกัดศุลกากร (HS Code คือรหัสสินค้ามาตรฐานสากลที่ใช้กำหนดอัตราอากร) น้ำหนัก จำนวนหีบห่อ ประเทศต้นทาง และท่าเรือต้นทางปลายทาง เพราะผู้ซื้อจะใช้ข้อมูลชุดนี้ไปประมาณต้นทุนนำเข้าทั้งก้อน ทั้งค่าสินค้า ค่าขนส่ง อากร และ VAT นำเข้า ตัวอย่าง Proforma Invoice หน้าตาเป็นอย่างไร ตัวอย่างนี้ใช้กรณีสมมติของคุณมิ้นท์ เจ้าของบริษัท ผ้าทอบ้านมิ้นท์ จำกัด ผู้ผลิตกระเป๋าผ้าทอมือที่จดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โรงแรมของคุณต้นในเชียงใหม่ต้องการกระเป๋าใส่ของใช้ในห้องพัก 400 ใบ และขอ Proforma ไปเสนอผู้บริหาร หัวข้อ รายละเอียด หัวเอกสาร PROFORMA INVOICE (ไม่ใช่ใบกำกับภาษี) เลขที่ PI-2569-015 วันที่ 1 พ.ย. 2569 ผู้ขาย บริษัท ผ้าทอบ้านมิ้นท์ จำกัด เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0-5055-6xxxx-xx-x ผู้ซื้อ บริษัท คุณต้นโฮเทล จำกัด (สำนักงานใหญ่) รายการ กระเป๋าผ้าทอมือ ขนาด 25 × 30 ซม. 400 ใบ × 250 บาท = 100,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 100,000 × 7% = 7,000 บาท ยอดรวม 107,000 บาท การชำระเงิน มัดจำ 30% = 32,100 บาท ก่อนเริ่มผลิต ส่วนที่เหลือ 74,900 บาท ภายใน 30 วันหลังส่งมอบ การส่งมอบ ส่งถึงโรงแรมภายใน 45 วันหลังรับมัดจำ อายุราคา ราคานี้ใช้ได้ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2569 จุดที่มักถูกมองข้ามคือบรรทัด ไม่ใช่ใบกำกับภาษี บนหัวเอกสาร ถ้าไม่เขียนไว้ ฝ่ายบัญชีของลูกค้าบางแห่งอาจนำไปบันทึกภาษีซื้อผิดงวด และวนกลับมาขอเอกสารใหม่ภายหลัง รับเงินมัดจำตาม Proforma Invoice ต้องออกใบกำกับภาษีไหม ต้องออก ถ้าผู้ขายจดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สำหรับการขายสินค้า ความรับผิดเสียภาษีโดยปกติเกิดเมื่อส่งมอบ แต่ถ้าได้รับชำระราคาก่อนส่งมอบ ความรับผิดจะเกิดทันทีในวันที่รับเงิน (ประมวลรัษฎากร มาตรา 78(1)) และผู้ขายต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อความรับผิดเกิดขึ้น (มาตรา 86) กรมสรรพากรอธิบายเรื่องนี้ไว้ชัดในคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.73/2541 ว่าเงินที่รับไว้ก่อนส่งมอบ ไม่ว่าจะเรียกว่าเงินจ่ายล่วงหน้าหรือเงินประกัน ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของราคาสินค้า ต้องนำมารวมคำนวณภาษีด้วย ส่วนงานบริการ ความรับผิดเกิดเมื่อได้รับชำระค่าบริการอยู่แล้ว (มาตรา 78/1) พูดง่ายๆ คือ Proforma Invoice ไม่ได้ทำให้ภาษีเกิด แต่เงินที่โอนเข้ามาตาม Proforma ทำให้ภาษีเกิด กลับมาที่คุณมิ้นท์ โรงแรมของคุณต้นโอนมัดจำ 32,100 บาท เข้ามาวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 คุณมิ้นท์ต้องออกใบกำกับภาษีลงวันที่ 5 พฤศจิกายน และนำภาษีขายไปยื่นในแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ของเดือนพฤศจิกายน ภาษีขายรวม 2 ใบ เท่ากับ 7,000 บาท ตรงกับยอดใน Proforma พอดี ถ้าออกใบกำกับภาษีเต็มยอด 107,000 บาท ตอนส่งของโดยไม่ได้ออกใบส่วนมัดจำไว้ก่อน ภาษีขาย 2,100 บาท จะไปอยู่ในแบบ ภ.พ.30 เดือนธันวาคมแทนเดือนพฤศจิกายน ถ้าถูกตรวจพบ แบบเดือนพฤศจิกายนจะถือว่ายื่นภาษีขายขาด มีเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของภาษีที่ขาด หรือ 2,100 บาท (มาตรา 89(4)) และเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือ 31.50 บาท ต่อเดือน (มาตรา 89/1) ทางที่ดีที่สุดคือออกใบกำกับภาษีส่วนมัดจำในวันที่เงินเข้าบัญชี ในทางปฏิบัติ ถ้าลูกค้าขอยกเลิกคำสั่งซื้อแล้วคุณมิ้นท์คืนมัดจำ ให้ออกใบลดหนี้ (เอกสารที่ผู้ขายออกเพื่อลดยอดขายและภาษีขายที่เคยออกไปแล้ว) อ่านวิธีทำได้ที่บทความ ใบลดหนี้คืออะไร บันทึกบัญชีเมื่อรับมัดจำและเมื่อส่งมอบสินค้าอย่างไร ตอนรับมัดจำ ให้บันทึกเป็นหนี้สินในบัญชีเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า ยังไม่ใช่รายได้ เพราะตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่สภาวิชาชีพบัญชีประกาศใช้ รายได้จากการขายสินค้าจะรับรู้เมื่อโอนการควบคุมหรือความเสี่ยงและผลตอบแทนในสินค้าให้ผู้ซื้อ ซึ่งโดยทั่วไปคือวันส่งมอบ วันที่ 5 พ.ย. 2569 รับมัดจำ บัญชี เดบิต เครดิต เงินฝากธนาคาร 32,100 เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า 30,000 ภาษีขาย 2,100 วันที่ 20 ธ.ค. 2569 ส่งมอบกระเป๋าครบ 400 ใบ และออกใบแจ้งหนี้พร้อมใบกำกับภาษีส่วนที่เหลือ บัญชี เดบิต เครดิต ลูกหนี้การค้า 74,900 เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า 30,000 รายได้จากการขาย 100,000 ภาษีขาย 4,900 หลังรายการที่สอง บัญชีเงินรับล่วงหน้าเป็นศูนย์ รายได้ 100,000 บาท ไปอยู่ในเดือนธันวาคมทั้งก้อน ส่วนวันที่ออก Proforma Invoice เองไม่ต้องบันทึกบัญชีใดๆ ถ้าเป็น Proforma Invoice สำหรับส่งออก ต้องคิด VAT ไหม คิด VAT ในอัตราร้อยละ 0 การส่งออกสินค้าเป็นกิจการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 0 (มาตรา 80/1(1)) Proforma สำหรับลูกค้าต่างประเทศจึงไม่ต้องบวก VAT 7% แต่ยังต้องทำเอกสารส่งออกและยื่นแบบ ภ.พ.30 ตามปกติ สมมติลูกค้าร้านขายของที่ระลึกในญี่ปุ่นสั่งกระเป๋าจากคุณมิ้นท์ 1,000 ใบ ราคาใบละ 8 ดอลลาร์สหรัฐ ชำระด้วย L/C เงื่อนไข FOB Laem Chabang (Free On Board คือผู้ขายรับผิดชอบจนสินค้าขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง หลังจากนั้นค่าขนส่งและความเสี่ยงเป็นของผู้ซื้อ) ข้อควรระวังคือชื่อสินค้า จำนวน และราคาใน Commercial Invoice ตอนส่งของจริงต้องตรงกับ L/C ที่เปิดตาม Proforma ถ้าเปลี่ยนสเปกหรือจำนวนระหว่างทาง ควรให้ลูกค้าแก้ L/C ก่อนส่งของ ไม่อย่างนั้นธนาคารอาจปฏิเสธการจ่ายเงิน ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Proforma Invoice จากประสบการณ์ ปัญหาเรื่อง Proforma แทบไม่เคยมาจากตัวเอกสาร แต่มาจากสิ่งที่เกิดหลังลูกค้าโอนเงินเข้ามา สรุป – Proforma Invoice ต้องเข้าใจอะไรบ้าง Proforma Invoice เป็นแค่เอกสารแจ้งราคาล่วงหน้า แต่เงินที่ลูกค้าโอนตามเอกสารนี้คือจุดที่ภาระภาษีเริ่มต้น Proforma Invoice ออกหลังลูกค้าตกลงซื้อ ก่อนส่งของ ใช้ขออนุมัติงบ เปิด L/C และเรียกมัดจำ ไม่ใช่ใบแจ้งหนี้ ไม่ใช่ใบกำกับภาษี ใช้บันทึกรายได้หรือขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ ผู้ขายที่จด VAT รับมัดจำวันไหน ต้องออกใบกำกับภาษีส่วนมัดจำวันนั้น และบันทึกมัดจำเป็นเงินรับล่วงหน้า แล้วโอนเป็นรายได้เมื่อส่งมอบสินค้า ถ้าเริ่มจากวันนี้ ลองเปิด Proforma Invoice ที่ลูกค้ายังค้างอยู่ทั้งหมด แล้วเช็กว่ารายการไหนรับมัดจำไปแล้วแต่ยังไม่ได้ออกใบกำกับภาษี รายการนั้นควรแก้ก่อนยื่น ภ.พ.30 รอบถัดไป จัดการเอกสารและภาษีมัดจำให้เป็นระบบด้วย PEAK ปัญหาที่พบบ่อยของหลายธุรกิจไม่ใช่เรื่องไม่รู้กฎหมาย แต่เป็นเพราะเอกสารแต่ละใบกระจัดกระจายอยู่คนละไฟล์ จนตามเช็กได้ยาก PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างนี้โดยเฉพาะ ด้วยระบบเอกสารที่เชื่อมต่อกันทั้งกระบวนการขาย สามารถสร้างใบกำกับภาษีแบบแยกยอดจากเอกสารเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์ข้อมูลซ้ำ ช่วยให้ทีมงานติดตามสถานะมัดจำได้ครบถ้วน และยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มได้อย่างมั่นใจทุกเดือน – ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Proforma Invoice ผู้ซื้อใช้ Proforma Invoice ขอคืนภาษีซื้อได้ไหม ไม่ได้ Proforma Invoice ไม่ใช่ใบกำกับภาษี ถ้าโอนมัดจำไปแล้ว ให้ขอใบกำกับภาษีส่วนมัดจำจากผู้ขาย แล้วนำไปใช้เป็นภาษีซื้อในเดือนที่ได้รับใบกำกับภาษี ออก Proforma Invoice แล้ว ลูกค้ายกเลิกได้ไหม ได้ ถ้ายังไม่ได้ยืนยันคำสั่งซื้อ เพราะ Proforma เป็นเพียงข้อเสนอแจ้งราคา แต่ถ้าลูกค้าลงนามยืนยันหรือโอนมัดจำแล้ว การยกเลิกจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน และผู้ขายที่ออกใบกำกับภาษีส่วนมัดจำไปแล้ว ต้องออกใบลดหนี้เมื่อคืนเงิน กิจการที่ยังไม่จด VAT ออก Proforma Invoice ได้ไหม ได้ ใครก็ออก Proforma Invoice ได้ เพียงแต่ต้องไม่บวก VAT ในเอกสาร และเมื่อรับเงินมัดจำ ให้ออกใบเสร็จรับเงินแทนใบกำกับภาษี แก้ไขยอดใน Proforma Invoice หลังส่งให้ลูกค้าแล้วได้ไหม ได้ ให้ออก Proforma ฉบับใหม่ระบุเลขที่ฉบับเดิมที่ยกเลิก ถ้าลูกค้าเปิด L/C ตามฉบับเดิมไปแล้ว ต้องให้ลูกค้าแก้ L/C ด้วย ยอดในเอกสารส่งออกจึงจะตรงกัน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

21 Oct 2026

PEAK Account

21 min

รายงานสินค้าและวัตถุดิบ (รายงานสินค้าคงเหลือ) สรุปข้อมูลที่ต้องมี ใครต้องทำ

รายงานสินค้าและวัตถุดิบ คืออะไร รายงานสินค้าและวัตถุดิบ คือ รายงานที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งขายสินค้า ต้องจัดทำตามมาตรา 87(3) แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อบันทึกปริมาณสินค้าและวัตถุดิบที่รับเข้า จ่ายออก และคงเหลือของแต่ละสถานประกอบการ หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่ารายงานสินค้าคงเหลือ หรือรายงานสต๊อกตามแบบสรรพากร รายงานนี้ไม่ต้องยื่นส่งกรมสรรพากรทุกเดือนแบบ ภ.พ.30 แต่ต้องจัดทำไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้ตลอดเวลา รูปแบบและวิธีบันทึกเป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 89) ซึ่งกำหนดรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบไว้ในประกาศเดียวกัน สำหรับเจ้าของธุรกิจที่จด VAT และขายสินค้า เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้จะใช้ตัวอย่างของคุณมิ้นท์ เจ้าของบริษัทขายอุปกรณ์และวัตถุดิบเบเกอรี่ที่จด VAT แล้ว มีหน้าร้าน 2 สาขา ขายทั้งแป้ง เนย และพิมพ์อบขนม รายงานตามแบบสรรพากรต่างจาก Stock Card และใบตรวจนับอย่างไร ทั้ง 3 อย่างเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือ แต่ทำหน้าที่ต่างกัน เอกสาร ใครกำหนด ใช้ทำอะไร รายงานตามแบบสรรพากร กฎหมาย VAT (มาตรา 87(3) และประกาศฉบับที่ 89) หลักฐานปริมาณรับ จ่าย คงเหลือ ให้เจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจ Stock Card (บัตรคุมสินค้า) กิจการกำหนดเอง ติดตามการเคลื่อนไหวของสินค้าแต่ละรายการในคลัง ใช้ภายใน ใบตรวจนับสินค้า กิจการกำหนดเอง บันทึกผลนับของจริง ณ วันที่นับ เพื่อเทียบกับรายงาน ถ้า Stock Card ของกิจการบันทึกข้อมูลครบตามที่ประกาศกำหนดและแยกตามสถานประกอบการ ก็ใช้เป็นฐานทำรายงานตามแบบสรรพากรได้ ส่วนใบตรวจนับใช้ยืนยันว่าตัวเลขในรายงานตรงกับของจริง วิธีนับสต๊อกอ่านต่อได้ที่บทความ นับสต๊อกสินค้าอย่างไรให้แม่นยำ ใครต้องทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ประกาศฉบับที่ 89 ข้อ 3 กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขายสินค้าเป็นผู้จัดทำ ธุรกิจที่ให้บริการอย่างเดียวจึงไม่อยู่ในกลุ่มนี้ ส่วนธุรกิจที่ทั้งขายสินค้าและให้บริการ ต้องทำรายงานสำหรับส่วนที่เป็นสินค้า ธุรกิจบางประเภทมีรายงานตามกฎหมายเฉพาะอยู่แล้ว ประกาศจึงให้ใช้รายงานนั้นแทนได้ ประเภทธุรกิจ รายงานที่ใช้แทน โรงเลื่อยและค้าไม้ บัญชีตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ค้าของเก่า บัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า ร้านค้าปลอดอากร บัญชีตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ธุรกิจน้ำมัน รายงานตามกฎหมายว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง ตัวแทนที่รับฝากขายสินค้าให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน ก็มีหน้าที่ทำรายงานนี้สำหรับสินค้าที่รับฝากขายด้วย ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเรื่องหน้าที่ของตัวแทน รายงานสินค้าคงเหลือตามแบบสรรพากรต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง ประกาศฉบับที่ 89 ให้บันทึกตามปริมาณสินค้าหรือวัตถุดิบที่รับเข้าและจ่ายออกจริง โดยมีเอกสารการรับและจ่ายประกอบทุกรายการ ในทางปฏิบัติรายงานจึงแบ่งข้อมูลเป็น 2 ส่วน และควรเทียบหัวคอลัมน์กับแบบฟอร์มรายงานสินค้าและวัตถุดิบท้ายประกาศอีกครั้งก่อนใช้จริง ส่วนหัวรายงาน ส่วนรายการ ร้านค้าปลีกที่มีสินค้าหลายรายการมาก บันทึกรวมเป็นกลุ่มสินค้าแทนการแยกรายตัวได้ตามข้อ 9 วรรคสาม และถ้าบันทึกยอดรวมรายวัน ต้องแสดงวันที่ ปริมาณที่รับหรือจ่าย และมูลค่ารวมของวันนั้น เอกสารที่ใช้ประกอบมักมีดังนี้ ประเภทรายการ เอกสารประกอบ รับสินค้าที่ซื้อ ใบกำกับภาษีซื้อ ใบส่งของ ใบรับสินค้า จ่ายสินค้าที่ขาย ใบกำกับภาษีขาย ใบส่งของ โอนระหว่างสาขา ใบโอนสินค้า รับคืนจากลูกค้า ใบลดหนี้ เบิกวัตถุดิบไปผลิต ใบเบิกวัตถุดิบ ต้องบันทึกเมื่อไร และต้องแยกตามสาขาไหม ต้องบันทึกภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหรือจ่ายสินค้า ตามข้อ 9 ของประกาศฉบับที่ 89 รายการที่รับหรือจ่ายวันจันทร์จึงต้องลงรายงานภายในวันพฤหัสบดี ถ้าไม่มีวันหยุดคั่น กิจการที่มีหลายสถานประกอบการต้องทำรายงานแยกตามแต่ละสถานประกอบการตามข้อ 5 แม้จะได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบ ภ.พ.30 รวมกันก็ตาม ส่วนการแยกรายงานย่อยตามแผนกหรือประเภทสินค้าทำได้ตามข้อ 4 ในกรณีของคุณมิ้นท์ สาขา 1 และสาขา 2 ต้องมีรายงานของตัวเอง เมื่อสาขา 1 โอนแป้งไปสาขา 2 รายงานของสาขา 1 บันทึกเป็นจ่ายออก และรายงานของสาขา 2 บันทึกเป็นรับเข้า โดยใช้ใบโอนสินค้าใบเดียวกันเป็นหลักฐาน ยอดรวมทั้งบริษัทจึงไม่เปลี่ยน แต่ยอดคงเหลือของแต่ละสาขาตรงกับของที่อยู่จริง ตัวอย่างรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ตัวอย่างนี้เป็นรายงานของแป้งสาลีขนาด 1 กิโลกรัม สาขา 1 ของบริษัทคุณมิ้นท์ เดือนตุลาคม 2569 นับปริมาณเป็นถุง ส่วนหัว: บริษัท มิ้นท์เบเกอรี่ซัพพลาย จำกัด (ชื่อสมมติ) · เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0-1055-xxxxx-xx-x · สาขาที่ 00001 · สินค้า แป้งสาลีอเนกประสงค์ ถุง 1 กก. · หน่วย ถุง วันที่ เลขที่เอกสาร รายการ รับ จ่าย คงเหลือ 1 ต.ค. 69 ยอดยกมา 120 3 ต.ค. 69 ใบกำกับภาษีซื้อ PI-6910-012 ซื้อจากผู้ผลิต 200 320 5 ต.ค. 69 ใบกำกับภาษีขาย IV-6910-031 ขายร้านขนมลูกค้าประจำ 80 240 12 ต.ค. 69 ใบโอนสินค้า TR-6910-004 โอนไปสาขา 2 50 190 20 ต.ค. 69 ใบกำกับภาษีขาย IV-6910-077 ขายส่งโรงเรียนสอนทำขนม 90 100 28 ต.ค. 69 ใบลดหนี้ CN-6910-002 รับคืนถุงชำรุดจากลูกค้า 5 105 31 ต.ค. 69 รวมเดือนตุลาคม 205 220 105 ยอดคงเหลือ 105 ถุงคือ 120 + 205 − 220 ถ้าวันที่ 31 ตุลาคม นับของจริงได้ 105 ถุงพอดี แปลว่ารายงานกับของในร้านตรงกัน ทุกบรรทัดผูกกับเลขที่เอกสาร เจ้าหน้าที่จึงสุ่มตรวจย้อนจากรายงานไปที่เอกสารได้ทันที ถุงที่รับคืนเพราะชำรุดควรแยกไว้และหมายเหตุสภาพ ถ้าภายหลังต้องทำลาย ให้ทำเอกสารการทำลายและบันทึกจ่ายออกในรายงาน ไม่ปล่อยให้กลายเป็นสินค้าขาดตอนนับ ทำรายงานสินค้าคงเหลือใน Excel ได้ไหม ได้ ข้อ 10 ของประกาศฉบับที่ 89 ให้จัดทำรายงานด้วยวิธีพิมพ์หรือด้วยระบบคอมพิวเตอร์ได้ และใช้ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ ตารางแบบตัวอย่างข้างบนจึงใช้เป็นแบบฟอร์มรายงานสต๊อกสินค้าใน Excel ได้ ถ้ามีข้อมูลครบตามแบบและแยกตามสถานประกอบการ จุดที่ต้องระวังเมื่อใช้ Excel คือการแก้ตัวเลขย้อนหลังโดยไม่มีร่องรอย ควรล็อกเดือนที่ปิดแล้ว เก็บไฟล์แยกตามเดือน และอย่าแก้ยอดยกมาให้ตรงกับของที่นับได้โดยไม่มีเอกสารประกอบ เพราะเท่ากับซ่อนสินค้าขาดไว้ในรายงาน สินค้าขาดหรือเกินจากรายงานมีผลอย่างไร สินค้าขาดจากรายงานมีผลทางภาษีโดยตรง ตามข้อหารือของกรมสรรพากร ถ้าตรวจนับแล้วสินค้าขาดจากรายงาน และไม่มีข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัย ให้ถือว่าสินค้าที่ขาดไปนั้นได้ขายแล้ว ประเด็น หลักเกณฑ์ มาตรา สถานะของสินค้าที่ขาด ถือว่าขาย 77/1(8)(จ) ฐานภาษี ราคาตลาดของสินค้าในวันที่ตรวจพบ 79/3(3) เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษี 89(10) การขอลดเบี้ยปรับ ขอลดได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร คำสั่ง ท.ป.81/2542 สมมติคุณมิ้นท์นับสต๊อกสิ้นปีแล้วพบแป้งสาลีสาขา 1 ขาดจากรายงาน 20 ถุง ราคาตลาดวันที่ตรวจพบถุงละ 45 บาท (ไม่รวม VAT) ตัวเลขนี้สมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน (บาท) ฐานภาษีตามราคาตลาด 20 × 45 900 ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 900 × 7% 63 เบี้ยปรับ 2 เท่า ก่อนขอลด 63 × 2 126 ตัวเลขดูไม่มากเพราะเป็นแป้งแค่ 20 ถุง แต่ถ้าเป็นสินค้าราคาสูงหรือขาดหลายรายการ ภาษีและเบี้ยปรับจะสูงตาม และยังต้องอธิบายส่วนต่างให้เจ้าหน้าที่ฟังทุกรายการ ส่วนกรณีสินค้าเกินจากรายงาน มักแปลว่ามีการรับสินค้าเข้าโดยไม่ได้บันทึก หรือบันทึกจ่ายมากเกินจริง ผลคือรายงานไม่ถูกต้องตามที่ประกาศกำหนด ควรตรวจหาเอกสารรับเข้าที่ตกหล่นและบันทึกให้ครบ แทนการปรับยอดในรายงานลอย ๆ ป้องกันสินค้าขาดจากรายงานอย่างไร ทางป้องกันที่ได้ผลคือทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้ามีเอกสาร และนับของจริงเทียบรายงานเป็นระยะ ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานสินค้าคงเหลือ จากประสบการณ์ จุดที่ทำให้กิจการเสียภาษีจากสินค้าขาดบ่อยที่สุดไม่ใช่การขโมย แต่เป็นสินค้าเสียหายหรือแจกเป็นตัวอย่างที่ไม่ได้ทำเอกสาร พอถึงวันนับจึงไม่มีหลักฐานอธิบายส่วนที่หายไป สรุป – รายงานสินค้าและวัตถุดิบต้องจำอะไรบ้าง รายงานนี้ไม่ต้องส่งทุกเดือน แต่เป็นเอกสารแรก ๆ ที่เจ้าหน้าที่ขอดูเมื่อมาตรวจสต๊อก ตัวเลขในรายงานต้องตรงกับของจริงและมีเอกสารรองรับทุกบรรทัด ถ้าเริ่มจากวันนี้ ลองเลือกสินค้าขายดี 3 รายการ นับของจริงที่ร้าน แล้วเทียบกับยอดคงเหลือในรายงานของเดือนล่าสุด ถ้าไม่ตรง ให้ไล่หาเอกสารที่ขาดก่อนสิ้นปี การบันทึกรับจ่ายสินค้าภายใน 3 วันทำการแยกทุกสาขาด้วยมือใช้เวลามากและพลาดง่าย โปรแกรมบัญชี PEAK ตัดสต๊อกจากเอกสารซื้อขายที่บันทึกในระบบ และพิมพ์รายงานสินค้าคงเหลือตามช่วงวันที่เป็นไฟล์ Excel โดยเลือกแสดงเฉพาะสินค้าที่มีความเคลื่อนไหวได้ ดูรายละเอียดฟีเจอร์ได้ที่รายงานสต๊อกสินค้าใน PEAK ขั้นตอนอยู่ในคู่มือพิมพ์รายงานสินค้าคงเหลือใน PEAK และใช้คู่มือกระทบยอดรายงานสินค้าคงเหลือกับงบทดลองตรวจความถูกต้องก่อนปิดงบ ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่บทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี และบทความด้านธุรกิจ ของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรายงานสินค้าและวัตถุดิบ รายงานสินค้าคงเหลือต้องส่งสรรพากรไหม ไม่ต้องส่งเป็นประจำ แต่ต้องจัดทำและเก็บไว้ที่สถานประกอบการ ให้เจ้าหน้าที่ขอตรวจได้ทุกเมื่อ ต่างจาก ภ.พ.30 ที่ต้องยื่นทุกเดือน ต้องเก็บรายงานไว้นานแค่ไหน เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นแบบหรือวันที่ทำรายงาน ตามมาตรา 87/3 ณ สถานประกอบการที่จัดทำรายงาน ถ้าจะเก็บที่อื่นต้องได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรก่อน ธุรกิจบริการต้องทำรายงานนี้ไหม ถ้าให้บริการอย่างเดียวและไม่ได้ขายสินค้า ไม่อยู่ในกลุ่มที่ประกาศฉบับที่ 89 ข้อ 3 กำหนด แต่ถ้าขายสินค้าด้วย เช่น ร้านซ่อมที่ขายอะไหล่ ต้องทำรายงานสำหรับสินค้าส่วนนั้น ไม่ทำรายงานสินค้าคงเหลือตามแบบสรรพากรมีโทษอะไร ผู้ประกอบการที่ไม่จัดทำหรือจัดทำรายงานไม่ถูกต้องมีโทษปรับทางอาญาตามมาตรา 90 แห่งประมวลรัษฎากร ตามข้อหารือของกรมสรรพากร และถ้าสินค้าขาดจากรายงานยังต้องเสีย VAT พร้อมเบี้ยปรับตามที่อธิบายไว้ข้างบน บันทึกยอดขายรวมทั้งวันแทนรายใบได้ไหม ได้ ประกาศฉบับที่ 89 ข้อ 9 ให้บันทึกยอดรวมรายวันได้ โดยต้องแสดงวันที่ ปริมาณที่รับหรือจ่าย และมูลค่ารวมของวันนั้น ร้านค้าปลีกที่มีสินค้าหลายรายการยังบันทึกเป็นกลุ่มสินค้าได้ด้วย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ภาษี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับภาษี

อ่านบทความเพิ่มเติม

21 Oct 2026

PEAK Account

26 min

ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ผ่าน e-Donation สรุปวิธีคำนวณและบันทึกบัญชี

เงินบริจาค นิติบุคคล คืออะไร และสำคัญอย่างไร เงินบริจาค นิติบุคคล (Corporate Donation) คือเงินหรือทรัพย์สินที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมอบให้องค์กรสาธารณกุศล สถานศึกษา หน่วยงานกีฬา หรือหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทนทางการค้า เงินบริจาคของนิติบุคคลสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้อธิบายเงินบริจาค นิติบุคคลผ่านตัวอย่างบริษัท ซันวิศว์ ซัพพลาย จำกัด (ชื่อสมมุติ) ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมส่งโรงงาน มีกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล 5,000,000 บาท และเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลอัตรา 20% เงินบริจาคต่างจากค่าส่งเสริมการขายอย่างไร จุดที่ฝ่ายบัญชีสับสนบ่อยคือการแยกเงินบริจาคออกจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย เพราะผลทางภาษีต่างกันมาก รายการ ลักษณะ ผลทางภาษี เงินบริจาค ให้โดยไม่มีสิ่งตอบแทนทางการค้า หักได้ภายในเพดานที่กฎหมายกำหนด ค่าส่งเสริมการขาย / สปอนเซอร์ ได้พื้นที่โฆษณา โลโก้ หรือสิทธิประโยชน์ทางการค้ากลับมา หักเป็นรายจ่ายปกติได้เต็มจำนวน ถ้าเกี่ยวกับการหารายได้และมีหลักฐาน ถ้าบริษัทซันวิศว์สนับสนุนงานแข่งขันหุ่นยนต์ของมหาวิทยาลัยแล้วได้ติดโลโก้และออกบูธ รายการนี้ใกล้เคียงค่าส่งเสริมการขายมากกว่าเงินบริจาค ต้องมีสัญญาหรือหนังสือตกลงสิทธิประโยชน์ประกอบ เงินบริจาคนิติบุคคล หักรายจ่ายได้กี่ประเภท เงินบริจาค นิติบุคคลที่นำมาหักรายจ่ายทางภาษีได้ แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามเพดานที่กฎหมายกำหนด กลุ่ม หักได้ เพดาน กฎหมาย บริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะหรือสาธารณประโยชน์ 1 เท่า ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ป.รัษฎากร ม.65 ตรี (3) บริจาคเพื่อการศึกษาหรือการกีฬา (ทั่วไป) 1 เท่า ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ป.รัษฎากร ม.65 ตรี (3) บริจาคผ่าน e-Donation ให้ผู้รับตาม พ.ร.ฎ. เฉพาะ 2 เท่า รวมแล้วไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 806, 809, 810 (พ.ศ. 2569) กำไรสุทธิที่ใช้คำนวณเพดาน คือกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลและรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือการกีฬา ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.52/2537 บริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ หักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ มาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ให้นิติบุคคลหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ได้ในส่วนที่ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ผู้รับต้องเป็นองค์กรที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด เช่น วัด สภากาชาดไทย โรงพยาบาลของรัฐ และมูลนิธิหรือสมาคมที่ได้รับประกาศเป็นองค์การสาธารณกุศล ควรตรวจรายชื่อบนเว็บไซต์กรมสรรพากรก่อนโอนเงินทุกครั้ง ผู้รับแบบไหนที่บริจาคแล้วหักรายจ่ายไม่ได้ เงินบริจาคจะหักรายจ่ายทางภาษีไม่ได้เลยในกรณีต่อไปนี้ กรณีช่วยเหลือพนักงาน ให้พิจารณาจัดเป็นสวัสดิการพนักงานตามระเบียบบริษัทแทน ซึ่งมีหลักเกณฑ์ทางภาษีต่างจากเงินบริจาค บริจาคเพื่อการศึกษาหรือการกีฬา หักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ มาตรา 65 ตรี (3) แยกเพดานรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือการกีฬาไว้อีก 2% ต่างหาก บริษัทที่บริจาคทั้ง 2 กลุ่มจึงหักได้รวมสูงสุดราว 4% ของกำไรสุทธิ กรณีบริจาคทั้ง 2 กลุ่มในปีเดียวกัน คำสั่ง ป.52/2537 กำหนดวิธีคำนวณเพดานแต่ละกลุ่มจากกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายทั้ง 2 รายการ ควรให้ผู้ทำบัญชีคำนวณตามสูตรในคำสั่งนี้ตอนปิดงบ บริจาคที่หักได้ 2 เท่า ผ่านระบบ e-Donation เงินบริจาค ลดหย่อนภาษี 2 เท่า นิติบุคคลปี 2569 มาจาก พ.ร.ฎ. 3 ฉบับ ซึ่งทางภาษีคือการหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาค และทั้งหมดต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร พ.ร.ฎ. ผู้รับบริจาค ประกาศราชกิจจานุเบกษา ช่วงเวลาที่ได้สิทธิ ฉบับที่ 806 (แก้ไข พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 795) สภากาชาดไทย และมูลนิธิด้านการแพทย์และสาธารณสุขตามรายชื่อที่กำหนด รวม 9 มูลนิธิที่เพิ่มใหม่ 28 ก.ย. 2569 ตามวันที่ พ.ร.ฎ. กำหนด ถึง 31 ธ.ค. 2570 ฉบับที่ 809 สถานศึกษาของรัฐ โรงเรียนเอกชนในระบบ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน และสถาบันที่กำหนด 12 ต.ค. 2569 1 ม.ค. 2568 ถึง 31 ธ.ค. 2570 ฉบับที่ 810 การกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกีฬาจังหวัด สมาคมกีฬาจังหวัด สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และกรมพลศึกษา 12 ต.ค. 2569 1 ม.ค. 2568 ถึง 31 ธ.ค. 2570 ตามมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ. เหล่านี้ เงินบริจาคที่หัก 2 เท่า เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ การศึกษา และการกีฬาแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเหล่านั้น (กรุงเทพธุรกิจ) รายชื่อ พ.ร.ฎ. ทั้ง 3 ฉบับดูได้ที่หน้ารวมพระราชกฤษฎีกาของกรมสรรพากร ก่อนบริจาคให้ตรวจว่าผู้รับอยู่ในรายชื่อและเข้าร่วมระบบ e-Donation แล้ว เพราะโอนเงินตรงหรือจ่ายเช็คจะไม่ได้สิทธิ 2 เท่า e-Donation คืออะไร นิติบุคคลบริจาคผ่านระบบอย่างไร e-Donation คือระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร หน่วยรับบริจาคเป็นผู้บันทึกข้อมูลการบริจาคเข้าระบบ แล้วข้อมูลส่งตรงไปที่กรมสรรพากร ผู้บริจาคไม่ต้องใช้ใบเสร็จกระดาษเป็นหลักฐาน สำหรับนิติบุคคล หน่วยรับบริจาคจะบันทึกเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของบริษัท ชื่อ วันที่ และจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สิน ตามคำถามคำตอบระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ช่องทาง QR ของธนาคารส่งข้อมูลเฉพาะการบริจาคของบุคคลธรรมดา บริษัทจึงควรบริจาคผ่านหน่วยรับบริจาคโดยตรงและแจ้งเลขผู้เสียภาษีทุกครั้ง e-Donation ต่างจากใบเสร็จกระดาษอย่างไร ประเด็น ใบเสร็จหรือใบอนุโมทนาบัตร e-Donation หลักฐาน เอกสารกระดาษจากผู้รับ ข้อมูลในระบบกรมสรรพากร สิทธิ 2 เท่าตาม พ.ร.ฎ. 2569 ไม่ได้ ได้ ถ้าผู้รับอยู่ในรายชื่อ ความเสี่ยงเอกสารหาย มี ต่ำ ตรวจย้อนได้ในระบบ การตรวจยอดก่อนปิดงบ รวบรวมใบเสร็จเอง เข้าระบบตรวจรายการได้ บริษัทที่บริจาคเป็นประจำจึงควรเลือกผู้รับที่อยู่ในระบบ e-Donation เป็นหลัก แม้จะเป็นการบริจาคที่หักได้ 1 เท่า เพราะหลักฐานตรวจสอบง่ายกว่า ขั้นตอนบริจาคผ่าน e-Donation สำหรับบริษัท หน่วยรับบริจาคไม่อยู่ในระบบ e-Donation ทำอย่างไร ถ้าผู้รับเป็นองค์การสาธารณกุศลที่ยังไม่เข้าระบบ บริษัทยังใช้สิทธิหัก 1 เท่าตาม ม.65 ตรี (3) ได้ โดยเก็บใบเสร็จรับเงินที่ระบุชื่อบริษัท จำนวนเงิน และวันที่ให้ครบ แต่จะใช้สิทธิ 2 เท่าตาม พ.ร.ฎ. ไม่ได้ เพราะสิทธินี้ผูกกับการบริจาคผ่านระบบเท่านั้น ตรวจสอบเงินบริจาคผ่าน e-Donation อย่างไร เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร เลือกบริการอิเล็กทรอนิกส์ ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ส่วนสำหรับผู้บริจาค แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ใช้ระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรของบริษัท หน้าจอจะแสดงวันที่ ชื่อผู้รับ จำนวนเงิน และช่องทางการบริจาค ถ้ายอดไม่ขึ้นภายในช่วงที่หน่วยรับบริจาคแจ้ง ให้ติดต่อหน่วยรับบริจาคให้บันทึกข้อมูลก่อนปิดงบ เพราะยอดที่ไม่อยู่ในระบบจะใช้สิทธิ 2 เท่าไม่ได้ บริจาคสิ่งของแทนเงิน หักรายจ่ายได้ไหม ได้ เงินบริจาค นิติบุคคลในรูปทรัพย์สินแทนเงินสดหักรายจ่ายได้ภายใต้เพดานเดียวกับเงินสด ส่วน พ.ร.ฎ. ที่ให้สิทธิ 2 เท่าครอบคลุมทั้งการบริจาคเงินและทรัพย์สิน มูลค่าที่นำมาหักรายจ่ายใช้มูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินที่บริจาค ตามข้อหารือกรมสรรพากร กค 0702/4708 ตัวอย่าง บริษัทซันวิศว์ซื้อชุดเครื่องมือช่างใหม่ 30,000 บาท มอบให้วิทยาลัยเทคนิคของรัฐผ่านระบบ e-Donation มูลค่าที่ใช้คือ 30,000 บาท และเข้าเงื่อนไขหัก 2 เท่าเป็น 60,000 บาท ภายใต้เพดาน 10% หลักฐานที่ต้องเก็บคือใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จตอนซื้อทรัพย์สิน และข้อมูลการรับบริจาคจากหน่วยรับ ถ้าเป็นสินค้าของกิจการที่จด VAT ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มของการบริจาคสินค้าด้วย ตัวอย่างคำนวณเงินบริจาค นิติบุคคล ปี 2569 บริษัท ซันวิศว์ ซัพพลาย จำกัด มีกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล 5,000,000 บาท บริจาค 2 รายการ ขั้นที่ 1 คำนวณเพดาน รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน กำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล ตามงบ 5,000,000 บาท เพดานบริจาคทั่วไป 2% 5,000,000 × 2% 100,000 บาท เพดานรวมกรณี 2 เท่า 10% 5,000,000 × 10% 500,000 บาท ขั้นที่ 2 คำนวณรายจ่ายที่หักได้ รายการ วิธีคำนวณ หักได้ วัด 100,000 ไม่เกินเพดาน 100,000 100,000 บาท มหาวิทยาลัยของรัฐ (e-Donation) 200,000 × 2 400,000 บาท รวม 100,000 + 400,000 500,000 บาท (เท่าเพดาน 10% พอดี) ขั้นที่ 3 ภาษีที่ประหยัดได้ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน เงินที่บริจาคจริง 100,000 + 200,000 300,000 บาท รายจ่ายที่หักได้ จากขั้นที่ 2 500,000 บาท ภาษีที่ลดลง 500,000 × 20% 100,000 บาท ต้นทุนสุทธิของการบริจาค 300,000 – 100,000 200,000 บาท ถ้าบริษัทซันวิศว์บริจาควัด 150,000 บาทแทน ส่วนที่หักได้ยังเป็น 100,000 บาท ส่วนเกิน 50,000 บาทเป็นรายจ่ายต้องห้าม ต้องบวกกลับใน ภ.ง.ด.50 และยกไปหักปีถัดไปไม่ได้ ถ้าบริจาคมหาวิทยาลัยด้วยการโอนเงินตรงโดยไม่ผ่าน e-Donation ยอด 200,000 บาทจะกลับไปอยู่ในกลุ่มการศึกษาทั่วไป หักได้ 1 เท่าภายในเพดาน 2% เท่านั้น กรณีบริษัท SME กำไรน้อย เพดานจะแคบลง สมมุติลูกค้ารายหนึ่งของบริษัทซันวิศว์ คือบริษัท รุ่งโรจน์ แพ็คกิ้ง จำกัด (ชื่อสมมุติ) โรงงานบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก มีกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล 1,000,000 บาท และต้องการบริจาคโรงเรียนรัฐผ่าน e-Donation 80,000 บาท รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน เพดานรวม 10% 1,000,000 × 10% 100,000 บาท หัก 2 เท่า 80,000 × 2 160,000 บาท หักได้จริง ไม่เกินเพดาน 100,000 บาท บริษัทรุ่งโรจน์จ่ายจริง 80,000 บาท แต่ใช้สิทธิ 2 เท่าได้แค่ 100,000 บาท ถ้าบริจาคเพียง 50,000 บาท จะหักได้ 100,000 บาทเท่ากัน เงินบริจาค นิติบุคคลที่กำไรไม่สูงจึงควรคำนวณเพดานก่อนกำหนดยอดบริจาค เงินบริจาคกับ CSR ที่คู่ค้า B2B มองเห็น ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนและบริษัทต่างชาติ ต้องรายงานด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) และหลายรายประเมินซัพพลายเออร์จากกิจกรรมเพื่อสังคมด้วย วิธีทำให้เงินบริจาคเป็น CSR ที่คู่ค้าเห็นได้จริงมี 3 ข้อ เอกสารเงินบริจาค นิติบุคคลที่ต้องเก็บ เอกสารที่ใช้ขอสิทธิขึ้นกับช่องทางและประเภทผู้รับ ควรเก็บไว้คู่กับใบสำคัญจ่ายทุกรายการ กรณี เอกสารหลัก เอกสารประกอบ บริจาคเงินผ่าน e-Donation ข้อมูลรายการในระบบ e-Donation หลักฐานการโอนเงิน · หนังสือรับเงินบริจาคถ้าขอจากผู้รับ บริจาคเงินแบบทั่วไป ใบเสร็จรับเงินหรือใบอนุโมทนาบัตรที่ระบุชื่อบริษัท จำนวนเงิน วันที่ หลักฐานการโอนเงิน · ประกาศรายชื่อองค์การสาธารณกุศลของผู้รับ บริจาคทรัพย์สิน หนังสือรับมอบทรัพย์สินจากผู้รับ หรือข้อมูลใน e-Donation ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จตอนซื้อทรัพย์สิน เพื่อยืนยันมูลค่าต้นทุน ปิดงบปลายปี ตารางสรุปเงินบริจาคทั้งปี แยกตามกลุ่มเพดาน กระดาษทำการคำนวณเพดาน 2% และ 10% ข้อมูลจาก e-Donation และตารางสรุปนี้ใช้ประกอบการกรอก ภ.ง.ด.50 และใช้ชี้แจงเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจ ควรสแกนเอกสารกระดาษเก็บเป็นไฟล์ด้วย วิธีบันทึกบัญชีเงินบริจาค นิติบุคคล เงินบริจาค นิติบุคคลบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีด้วยจำนวนจริงที่จ่าย ส่วนสิทธิ 2 เท่าและการบวกกลับส่วนเกินเพดานเป็นรายการปรับปรุงทางภาษีตอนกรอก ภ.ง.ด.50 ไม่ได้บันทึกในสมุดบัญชี กรณีบริจาคเงิน 300,000 บาท รายการ เดบิต เครดิต ค่าใช้จ่ายเงินบริจาค 300,000 เงินฝากธนาคาร 300,000 กรณีบริจาคเครื่องมือช่างที่ซื้อมา 30,000 บาท รายการ เดบิต เครดิต ค่าใช้จ่ายเงินบริจาค 30,000 เงินฝากธนาคาร (ค่าซื้อเครื่องมือ) 30,000 ตอนปิดงบ ให้แยกเงินบริจาคทั้งปีเป็น 3 ส่วน คือส่วนที่หักได้ 1 เท่า ส่วนที่หักเพิ่มได้อีก 1 เท่าตาม พ.ร.ฎ. และส่วนเกินเพดานที่ต้องบวกกลับ แล้วนำตัวเลขไปกรอกในแบบ ภ.ง.ด.50 ส่วนเกินเพดานที่บวกกลับมีลักษณะเดียวกับค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษีรายการอื่น ควรตั้งผังบัญชีเงินบริจาคแยกจากค่าใช้จ่ายทั่วไปตั้งแต่ต้นปีเพื่อดึงยอดได้ง่าย ข้อควรรู้เพิ่มเติม สรุป – เงินบริจาค นิติบุคคลต้องจำอะไรบ้าง บริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะหักได้ไม่เกิน 2% และบริจาคเพื่อการศึกษาหรือกีฬาหักได้อีกไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเหล่านี้ บริจาคผ่าน e-Donation ให้ผู้รับตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 806, 809, 810 หักได้ 2 เท่า รวมแล้วไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ ใช้ได้ถึง 31 ธ.ค. 2570 ส่วนเกินเพดานเป็นรายจ่ายต้องห้ามและยกไปปีถัดไปไม่ได้ สิทธิ 2 เท่าปรับใน ภ.ง.ด.50 ส่วนสมุดบัญชีบันทึกตามจำนวนที่จ่ายจริง เริ่มได้วันนี้ด้วยการประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 แล้วคูณ 10% เพื่อดูว่าบริษัทบริจาคผ่าน e-Donation ได้สูงสุดเท่าไหร่ก่อนชนเพดาน จัดการบัญชีเงินบริจาคให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายจ่ายเงินบริจาคแยกผังบัญชีตั้งแต่ต้นปี ดูยอดสะสมเทียบกับกำไรได้ตลอด และปิดงบได้ครบในที่เดียว – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน อ่านต่อเรื่องรายจ่ายอื่นที่ช่วยลดภาษีได้ที่ ลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ครบทุกรายการ และวิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ในหมวดภาษีของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินบริจาค นิติบุคคล บริจาควัดผ่าน e-Donation ได้หัก 2 เท่าไหม โดยทั่วไปไม่ได้ วัดอยู่ในกลุ่มบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ หักได้ 1 เท่าไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ แม้จะบริจาคผ่าน e-Donation ก็ตาม สิทธิ 2 เท่าใช้กับผู้รับที่ พ.ร.ฎ. กำหนดไว้เท่านั้น บริจาคโรงพยาบาลรัฐ ได้หัก 2 เท่าไหม ถ้าบริจาคให้โรงพยาบาลของรัฐโดยตรง จัดเป็นบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ หักได้ 1 เท่าไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ถ้าบริจาคผ่าน e-Donation ให้สภากาชาดไทยหรือมูลนิธิด้านการแพทย์ที่อยู่ในรายชื่อตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 806 จะหักได้ 2 เท่าภายในเพดาน 10% เงินบริจาคส่วนที่เกินเพดาน ยกไปหักปีถัดไปได้ไหม ไม่ได้ ส่วนที่เกินเพดาน 2% หรือ 10% เป็นรายจ่ายต้องห้ามของปีนั้น ต้องบวกกลับตอนคำนวณภาษีและยกไปรอบบัญชีถัดไปไม่ได้ e-Donation คืออะไร นิติบุคคลใช้ได้ไหม e-Donation คือระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรที่หน่วยรับบริจาคบันทึกข้อมูลส่งตรงถึงกรมสรรพากร นิติบุคคลใช้ได้ โดยแจ้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของบริษัทให้หน่วยรับบริจาคบันทึกทุกครั้ง บริษัทบริจาคเงิน ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม ไม่ต้อง เงินบริจาคเป็นการให้โดยไม่มีสิ่งตอบแทน ไม่ใช่ค่าบริการหรือค่าจ้างที่อยู่ในหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย e-Donation นิติบุคคลตรวจสอบยอดได้ที่ไหน ตรวจได้ในระบบ e-Donation บนเว็บไซต์กรมสรรพากร ส่วนสำหรับผู้บริจาค โดยเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ใช้ระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรของบริษัท หน้าจอแสดงวันที่ ผู้รับ และจำนวนเงินที่หน่วยรับบริจาคบันทึกไว้ เงินบริจาคเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ไหม ได้ทางบัญชีเต็มจำนวน แต่ทางภาษีหักได้ภายในเพดานที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ส่วนที่เกินเพดานถูกบวกกลับตอนคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

21 Oct 2026

PEAK Account

26 min

50 ทวิ (หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย) คืออะไร ตัวอย่าง วิธีอ่าน และหน้าที่ของผู้ออก

50 ทวิ คืออะไร และสำคัญอย่างไร 50 ทวิ คือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ผู้จ่ายเงินออกให้ผู้รับเงิน เพื่อยืนยันว่าได้หักภาษีเงินได้ไว้เท่าไร และนำส่งกรมสรรพากรแล้ว ชื่อเรียกมาจากประมวลรัษฎากร มาตรา 50 ทวิ ที่กำหนดหน้าที่ออกหนังสือนี้ คนทั่วไปเรียกสั้น ๆ ว่าใบ 50 ทวิ ใบทวิ 50 หรือใบหัก ณ ที่จ่าย เอกสารใบเดียวมีคนเกี่ยวข้อง 2 ฝั่ง ฝั่งผู้รับเงิน เช่น พนักงาน ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของที่ให้เช่า ใช้หนังสือรับรองเป็นหลักฐานว่าภาษีบางส่วนถูกจ่ายล่วงหน้าไปแล้ว ส่วนฝั่งผู้จ่ายเงิน เช่น บริษัทที่จ้างพนักงานหรือจ้างฟรีแลนซ์ มีหน้าที่ออกให้ครบและตรงเวลา สำหรับเจ้าของธุรกิจและพนักงาน เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ทำไมได้ 50 ทวิ 2 ฉบับ และต้องเก็บฉบับไหน ได้ 2 ฉบับเพราะแบบฟอร์มของกรมสรรพากรกำหนดให้มีข้อความตรงกัน 2 ฉบับ แต่ละฉบับใช้ต่างกัน ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 62) ทั้งสองฉบับเป็นของผู้รับเงิน ผู้จ่ายไม่ได้เก็บฉบับใดไว้เอง ในทางปฏิบัติ ถ้ายื่นภาษีออนไลน์ระบบไม่ได้ให้แนบตัวกระดาษ ผู้รับเงินจึงเก็บไว้ทั้งสองฉบับ เผื่อกรมสรรพากรขอเอกสารประกอบตอนขอคืนภาษี ถ้าได้มาแค่ฉบับเดียว ให้ขอฉบับที่ขาดจากผู้จ่ายตั้งแต่ตอนรับเอกสาร ใครต้องออก 50 ทวิ และต้องออกเมื่อไร ผู้ที่ต้องออกคือผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือบุคคลธรรมดาที่มีหน้าที่หัก กำหนดเวลาออกขึ้นกับประเภทเงินได้ ประเภทเงินได้ ตัวอย่าง ต้องออก 50 ทวิ เมื่อไร เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส (มาตรา 40(1)) เงินเดือนพนักงานประจำ ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป หรือภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่พนักงานออกจากงานระหว่างปี ค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าเช่า ค่าโฆษณา จ้างฟรีแลนซ์ เช่าออฟฟิศ จ้างบริษัทอื่น ออกให้ทุกครั้งที่จ่ายเงินและหักภาษี กำหนดของเงินเดือนอ้างอิงจากข้อหารือของกรมสรรพากร ที่ กค 0706/5749 ซึ่งตอบเรื่องการออกหนังสือรับรองให้พนักงานที่ออกระหว่างปี จุดที่ผู้ประกอบการพลาดบ่อยคือรอออกพร้อมพนักงานคนอื่นในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งที่พนักงานลาออกไปตั้งแต่กลางปี และต้องได้เอกสารภายใน 1 เดือน สมมติคุณฝนเป็นเจ้าของสตูดิโอออกแบบในรูปบริษัท ในปีภาษี 2569 บริษัทของคุณฝนต้องออกหนังสือรับรองอย่างน้อย 3 แบบ ตัวอย่าง 50 ทวิ เงินเดือน อ่านทีละช่องอย่างไร ตัวอย่าง 50 ทวิ เงินเดือนประกอบด้วย 5 ส่วนหลัก คือ ข้อมูลผู้จ่าย ข้อมูลผู้รับ ลำดับที่ในแบบ ภ.ง.ด. ตารางเงินได้กับภาษีที่หัก และเงินที่จ่ายเข้ากองทุน ช่องทั้งหมดอ้างอิงจากแบบฟอร์ม 50 ทวิ ของกรมสรรพากร สมมติคุณต้นเป็นพนักงานกราฟิกของคุณฝน ได้เงินเดือน 30,000 บาท ทั้งปี 2569 ไม่มีโบนัส และไม่มีค่าลดหย่อนอื่นนอกจากค่าลดหย่อนส่วนตัวกับเงินสมทบประกันสังคม บริษัทคำนวณภาษีทั้งปีไว้ดังนี้ บริษัทจึงหักภาษีจากเงินเดือนคุณต้นรวมทั้งปี 1,975 บาท และนำส่งผ่านแบบ ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน หน้าตาหนังสือรับรองที่คุณต้นได้รับจะเป็นแบบนี้ ช่องในหนังสือรับรอง สิ่งที่กรอก อ่านอย่างไร ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ของบริษัทคุณฝน ต้องตรงกับบริษัทที่จ่ายเงินเดือนจริง ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน ของคุณต้น ถ้าเลขผิด ข้อมูลจะไม่ผูกกับคุณต้นในระบบของกรมสรรพากร ลำดับที่ในแบบ ติ๊ก ภ.ง.ด.1ก บอกว่าบริษัทสรุปเงินได้ของคุณต้นไว้ในแบบ ภ.ง.ด.1ก ประเภทเงินได้ ข้อ 1. เงินเดือน ค่าจ้าง ฯลฯ ตามมาตรา 40(1) เงินเดือนทั้งหมดอยู่บรรทัดนี้ วันเดือนหรือปีภาษีที่จ่าย ปี 2569 ฉบับเงินเดือนมักใส่เป็นปีภาษี จำนวนเงินที่จ่าย 360,000.00 ตัวเลขที่ต้องกรอกเป็นเงินได้ตอนยื่นภาษี ภาษีที่หักและนำส่งไว้ 1,975.00 ตัวเลขที่นำไปหักออกจากภาษีที่ต้องจ่าย กองทุนประกันสังคม 10,500.00 ใช้กรอกเป็นค่าลดหย่อน ผู้จ่ายเงิน (1) หัก ณ ที่จ่าย ภาษีถูกหักจากเงินเดือนของคุณต้นเอง จุดที่มักถูกมองข้ามคือช่องกองทุนประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หลายคนกรอกแค่เงินได้กับภาษีที่หัก แล้วลืมใส่ค่าลดหย่อนจากสองช่องนี้ ทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ควร ทำไมยอดเงินได้ในหนังสือรับรองไม่เท่ากับเงินเดือนที่คำนวณเอง สาเหตุที่พบบ่อยมี 3 อย่าง คือ เงินที่จ่ายคร่อมปี เงินได้ที่ไม่ต้องรวมคำนวณภาษี และการเริ่มงานหรือออกงานกลางปี หนังสือรับรองแสดงเงินที่บริษัทจ่ายจริงในปีภาษีนั้น ไม่ใช่เงินเดือนคูณ 12 ถ้าตัวเลขต่างจากที่คาดและหาเหตุผลไม่ได้ ให้ถาม HR หรือฝ่ายบัญชีก่อนยื่นภาษี เพราะตัวเลขที่ยื่นต้องตรงกับที่บริษัทนำส่งไว้ ตัวอย่างหนังสือรับรองค่าจ้างฟรีแลนซ์และค่าเช่าเป็นอย่างไร สองกรณีนี้ใช้แบบฟอร์มเดียวกัน ต่างกันที่บรรทัดประเภทเงินได้และลำดับที่ในแบบ ภ.ง.ด. ซึ่งเป็นแบบ ภ.ง.ด.3 เพราะผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา ค่าเช่าที่ต้องออกทุกเดือนรวมแล้ว 12 ใบต่อปี ถ้าเจ้าของออฟฟิศต้องใช้ยื่นภาษี เขาต้องรวมจากทั้ง 12 ใบเอง การบันทึกเลขที่เล่มและเลขที่ใบเรียงกันตั้งแต่ต้นปีช่วยให้ตามเอกสารย้อนหลังได้ง่าย ใบ 50 ทวิ (ใบหัก ณ ที่จ่าย) ขอได้ที่ไหน ถ้าหายหรือบริษัทไม่ออกให้ทำอย่างไร ขอได้จากผู้จ่ายเงินเท่านั้น คือบริษัทนายจ้างหรือผู้ว่าจ้างที่หักภาษีไว้ เพราะหนังสือรับรองเป็นเอกสารที่ผู้จ่ายออก ไม่ใช่เอกสารที่กรมสรรพากรออกให้ สถานการณ์ ควรทำอย่างไร ยังไม่ได้รับ ติดต่อ HR หรือฝ่ายบัญชีของผู้จ่าย หลายบริษัทส่งเป็นไฟล์ PDF ทางอีเมลหรือแอป HR ได้รับแล้วแต่ทำหาย ขอให้ผู้จ่ายออกใบแทน ผู้จ่ายมีข้อมูลเดิมอยู่เพราะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. ไว้แล้ว บริษัทไม่ยอมออกให้ แจ้งผู้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเป็นหน้าที่ตามมาตรา 50 ทวิ ถ้ายังไม่ได้ ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ บริษัทปิดกิจการแล้ว ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่เพื่อสอบถามข้อมูลการหักภาษีที่บริษัทเคยนำส่ง คำว่า “ขอใบทวิ 50 ออนไลน์” ในทางปฏิบัติจึงหมายถึงขอไฟล์จากบริษัท ไม่ใช่ดาวน์โหลดจากเว็บกรมสรรพากร ส่วนแบบฟอร์มเปล่าที่เห็นบนเว็บกรมสรรพากรเป็นแบบให้ผู้จ่ายกรอก ผู้รับเงินกรอกเองไม่ได้ ผู้รับเงินใช้ 50 ทวิ ยื่นภาษีอย่างไร ใช้ตัวเลขในหนังสือรับรอง กรอกแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ผู้รับเงินไม่ได้ “ยื่น 50 ทวิ” ให้กรมสรรพากร หนังสือรับรองเป็นข้อมูลสำหรับยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 (แบบยื่นภาษีสำหรับผู้มีเงินเดือนอย่างเดียว) หรือ ภ.ง.ด.90 (ผู้มีเงินได้หลายประเภท) ซึ่งกำหนดยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป และการยื่นออนไลน์มักได้ขยายเวลาตามประกาศของกรมสรรพากรแต่ละปี กลับมาที่คุณต้น ถ้าไม่มีค่าลดหย่อนอื่นเพิ่ม ภาษีทั้งปีเท่ากับ 1,975 บาท ตรงกับที่บริษัทหักไว้พอดี จึงไม่ต้องจ่ายเพิ่มและไม่มีเงินคืน แต่ถ้าคุณต้นมีค่าลดหย่อนอื่น เช่น เบี้ยประกันชีวิต ภาษีที่คำนวณได้จะต่ำกว่า 1,975 บาท และได้เงินคืนส่วนต่าง SME ที่ออก 50 ทวิ ต้องนำส่งแบบไหน ภายในวันไหน ผู้จ่ายต้องนำส่งภาษีที่หักไว้ด้วยแบบ ภ.ง.ด. ตามประเภทผู้รับเงิน ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน ตามประกาศกระทรวงการคลัง ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2544 และถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ขยายเวลาได้อีก 8 วัน ตัวเลขในหนังสือรับรองที่ออกให้ผู้รับเงินต้องตรงกับแบบที่นำส่งทุกบาท แบบ ใช้กับ กำหนดยื่น ภ.ง.ด.1 ภาษีที่หักจากเงินเดือนพนักงาน ภายใน 7 วันนับแต่สิ้นเดือนที่จ่าย (ออนไลน์ขยายได้อีก 8 วัน) ภ.ง.ด.1ก สรุปเงินเดือนและภาษีของพนักงานทั้งปี ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป (มาตรา 58) ภ.ง.ด.3 ภาษีที่หักจากเงินที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา เช่น ฟรีแลนซ์ เจ้าของที่ให้เช่า ภายใน 7 วันนับแต่สิ้นเดือนที่จ่าย (ออนไลน์ขยายได้อีก 8 วัน) ภ.ง.ด.53 ภาษีที่หักจากเงินที่จ่ายให้นิติบุคคล ภายใน 7 วันนับแต่สิ้นเดือนที่จ่าย (ออนไลน์ขยายได้อีก 8 วัน) อ่านตารางนี้อย่างไร อัตราที่ต้องหักขึ้นกับประเภทการจ่าย อัตราที่ใช้บ่อย เช่น ค่าบริการและค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ค่าเช่าร้อยละ 5 และค่าโฆษณาร้อยละ 2 รายละเอียดการกรอกแบบสำหรับผู้รับเงินที่เป็นบุคคลธรรมดาอ่านต่อได้ที่บทความ ภ.ง.ด.3 คืออะไร และความต่างของแบบนำส่งภาษีเงินเดือนอยู่ในบทความ ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1ก ต่างกันอย่างไร SME บันทึกบัญชีตอนหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างไร บันทึกภาษีที่หักไว้เป็นหนี้สินในบัญชีภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย จนกว่าจะนำส่งกรมสรรพากร เพราะเงินส่วนนี้ไม่ใช่เงินของบริษัท แต่เป็นภาษีของผู้รับเงินที่บริษัทถือไว้แทน ตัวอย่าง: บริษัทคุณฝนจ่ายค่าเช่าออฟฟิศเดือนพฤศจิกายน 2569 จำนวน 25,000 บาท หักภาษีไว้ 1,250 บาท บัญชี เดบิต เครดิต ค่าเช่า 25,000 เงินฝากธนาคาร 23,750 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย 1,250 เมื่อยื่น ภ.ง.ด.3 และนำส่งภาษีในเดือนธันวาคม ให้บันทึกเดบิตภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย 1,250 บาท และเครดิตเงินฝากธนาคาร 1,250 บาท ยอดค้างจ่ายจะกลับเป็นศูนย์ ถ้าสิ้นเดือนไหนบัญชีนี้ยังมียอดค้าง แปลว่ามีภาษีที่ยังไม่ได้นำส่ง ควรเช็กก่อนครบกำหนดยื่นแบบ ส่วนกรณีบริษัทเป็นฝ่ายถูกหัก เช่น ลูกค้าหักค่าบริการของบริษัทไว้ 3% ให้บันทึกยอดที่ถูกหักเป็นสินทรัพย์ในบัญชีภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย แล้วนำไปใช้เครดิตตอนยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลหนังสือรับรองที่ลูกค้าออกให้คือหลักฐานของยอดนี้ ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ 50 ทวิ จากประสบการณ์ ปัญหาเรื่องหนังสือรับรองส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการคำนวณภาษีผิด แต่มาจากข้อมูลผู้รับเงินไม่ครบตั้งแต่วันที่จ่ายเงิน สรุป – 50 ทวิ ต้องรู้จักอะไรบ้าง 50 ทวิ เป็นเอกสารที่ผู้จ่ายออกให้ตรงเวลาและตรงกับแบบ ภ.ง.ด. ส่วนผู้รับใช้ตัวเลขในนั้นยื่นภาษีและขอคืนเงิน ถ้าเริ่มจากวันนี้ ฝั่งผู้จ่ายลองเช็กรายชื่อพนักงานที่ลาออกระหว่างปี 2569 ว่าได้หนังสือรับรองครบทุกคนหรือยัง ส่วนฝั่งผู้รับ ลองถาม HR ตั้งแต่เดือนมกราคมว่าจะส่งหนังสือรับรองทางช่องทางไหน ช่วงต้นปีเป็นช่วงที่ต้องออกหนังสือรับรองให้พนักงานทุกคนพร้อมกัน ถ้าทำทีละใบด้วยมือมักใช้เวลาหลายวัน PEAK Payroll ส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้พนักงานทางอีเมลได้จากหน้าสรุปจ่ายเงินเดือน ดูขั้นตอนได้ที่คู่มือส่งหนังสือรับรองใน PEAK – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่บทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี และบทความด้านธุรกิจ ของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ 50 ทวิ เปลี่ยนงานกลางปี ได้ 50 ทวิ 2 บริษัท ต้องทำอย่างไร ต้องรวมทั้งสองใบตอนยื่นภาษี กรอกเงินได้และภาษีที่หักไว้ของทั้งสองบริษัทรวมกัน ถ้ายื่นแค่ใบเดียว เงินได้จะต่ำกว่าความจริง และอาจถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มภายหลัง ไม่มี 50 ทวิ ยื่นภาษีได้ไหม ยื่นได้ แต่ต้องรู้ยอดเงินได้และภาษีที่ถูกหักไว้ให้ตรงกับที่ผู้จ่ายนำส่ง ถ้ากรอกจากการเดา ข้อมูลอาจไม่ตรงกับแบบ ภ.ง.ด. ของผู้จ่าย และทำให้การขอคืนภาษีล่าช้า ทางที่ดีคือขอเอกสารจากผู้จ่ายก่อนยื่น ได้รับหนังสือรับรองเป็นไฟล์ PDF ใช้ได้ไหม ใช้ได้ในการกรอกตัวเลขยื่นภาษี เพราะข้อมูลที่ต้องใช้คือยอดเงินได้ ภาษีที่หัก และเงินสมทบกองทุน ไม่ว่าเอกสารจะเป็นกระดาษหรือไฟล์ ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ในโฟลเดอร์แยกตามปีภาษี เพราะถ้ากรมสรรพากรขอเอกสารประกอบตอนขอคืนภาษี จะหาเจอได้ทันที ดอกเบี้ยเงินฝากกับเงินปันผลได้ 50 ทวิ ไหม ได้ ถ้าผู้จ่ายหักภาษีไว้ แบบฟอร์มหนังสือรับรองมีบรรทัดสำหรับดอกเบี้ยตามมาตรา 40(4)(ก) และเงินปันผลตามมาตรา 40(4)(ข) แยกไว้ ผู้รับขอจากธนาคารหรือบริษัทที่จ่ายได้ ผู้จ่ายเป็นบุคคลธรรมดา ต้องออก 50 ทวิ ไหม ต้องออกเมื่อมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย หน้าที่ออกหนังสือรับรองผูกกับการหักภาษี ไม่ได้ผูกกับว่าผู้จ่ายเป็นบริษัทหรือบุคคลธรรมดา ถ้าการจ่ายนั้นไม่มีหน้าที่หักภาษี ก็ไม่ต้องออก ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ธุรกิจ

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

21 Oct 2026

PEAK Account

21 min

บัตรชมพู คืออะไร เช็กลิสต์นายจ้าง ก่อนจ้างแรงงาน

บัตรชมพู คืออะไร และสำคัญอย่างไร บัตรชมพู (Pink Card) คือ บัตรสีชมพูที่มีชื่อทางการว่า บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย กรมการปกครองออกให้คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย เพื่อใช้แสดงตัวตนและเลขประจำตัว 13 หลัก คนทั่วไปจึงเรียกกันว่าบัตรแรงงานต่างด้าว บัตรนี้ออกตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ส่วนสิทธิทำงานมาจากใบอนุญาตทำงานที่กรมการจัดหางานออกให้ สองอย่างนี้ต้องใช้คู่กัน เรื่องนี้สำคัญกับนายจ้างอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้จะใช้ตัวอย่างบริษัท แพ็คดีบอกซ์ จำกัด (ชื่อสมมติ) ผู้ผลิตกล่องลูกฟูกส่งโรงงานอาหาร ซึ่งจ้างแรงงานเมียนมาถือบัตรสีชมพู 12 คนในไลน์ผลิต ถือบัตรชมพูแล้วได้สัญชาติไทยไหม ไม่ได้ หลายคนเรียกบัตรนี้ว่า บัตรประชาชนสีชมพู แต่บัตรนี้ไม่ใช่บัตรประจำตัวประชาชนไทย และไม่ได้ทำให้ผู้ถือได้สัญชาติไทย ลูกของผู้ถือบัตรที่เกิดในไทยก็ไม่ได้สัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ ถ้าต้องการสัญชาติต้องยื่นขอตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ ภายใต้เงื่อนไขเดียวกับคนต่างด้าวทั่วไป ใครต้องมีบัตรชมพูบ้าง แล้วทำบัตรชมพูที่ไหน คนที่ต้องมีบัตรชมพูส่วนใหญ่คือแรงงานกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ขึ้นทะเบียนทำงานในไทยตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ละรอบ ส่วนการทำบัตรต้องไปที่สำนักทะเบียนของกรมการปกครองตามที่นัดหมายไว้ การทำบัตรไม่ได้เปิดตลอดทั้งปี แต่เปิดเป็นรอบตามที่ ครม. กำหนด กรมการจัดหางานดูแลเรื่องใบอนุญาตทำงาน ส่วนกรมการปกครองดูแลการจัดทำทะเบียนประวัติ เก็บลายนิ้วมือ ถ่ายรูป และออกบัตร ข้อมูลชีวภาพที่เก็บไว้ทำให้การสวมตัวเพื่อทำบัตรใบใหม่ในชื่ออื่นทำได้ยาก บัตรจึงเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนที่นายจ้างใช้อ้างอิงได้ บัตรสีชมพูทำอะไรได้บ้าง และทำอะไรไม่ได้ บัตรสีชมพูใช้แสดงตัวตนและเลขประจำตัวของคนต่างด้าว และใช้เป็นเอกสารประกอบเวลายื่นขอหรือต่ออายุใบอนุญาตทำงาน แต่ใช้แทนใบอนุญาตทำงานหรือหนังสือเดินทางไม่ได้ สิ่งที่ใช้บัตรนี้ได้ สิ่งที่บัตรนี้ทำแทนไม่ได้ เรื่องธุรกรรมอื่น เช่น เปิดบัญชีธนาคารหรือจดทะเบียนซิมโทรศัพท์ แต่ละหน่วยงานกำหนดเอกสารเอง ควรถามธนาคารหรือผู้ให้บริการโดยตรง บัตรชมพู กับ Work Permit ต่างกันอย่างไร บัตรสีชมพู กับ Work Permit ต่างกันที่หน้าที่ บัตรบอกว่าผู้ถือเป็นใคร ส่วนใบอนุญาตทำงานบอกว่าผู้ถือทำงานอะไร กับนายจ้างคนไหน ได้ถึงวันไหน นายจ้างต้องตรวจทั้งสองอย่าง รายละเอียดการขอโควตา ขอใบอนุญาต และโทษของการจ้างผิดกฎหมาย อ่านต่อได้ในบทความใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ซึ่งอธิบายขั้นตอนฝั่งนายจ้างไว้ครบ หัวข้อ บัตรสีชมพู ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ชื่อทางการ บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว หน่วยงานที่ออก กรมการปกครอง กรมการจัดหางาน ใช้เพื่อ แสดงตัวตนและเลข 13 หลัก อนุญาตให้ทำงานตามที่ระบุ ข้อมูลสำคัญ ชื่อ รูป เลขประจำตัว วันออกบัตร วันหมดอายุบัตร นายจ้าง ประเภทงาน ท้องที่ วันหมดอายุสิทธิทำงาน ช่องทางต่ออายุ ติดต่อสำนักทะเบียนตามที่กรมการปกครองกำหนด ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-WorkPermit ตามรอบที่ประกาศ หนังสือเดินทางและเอกสารรับรองบุคคลต่างจากบัตรสีชมพูอย่างไร ต่างกันที่ผู้ออกเอกสาร บัตรสีชมพูออกโดยรัฐไทย ส่วนหนังสือเดินทางและเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity หรือ CI) ออกโดยประเทศต้นทางของแรงงาน ในทางปฏิบัติ แรงงานจำนวนมากถือเอกสารสามอย่างพร้อมกัน คือบัตรสีชมพู หนังสือเดินทางหรือ CI และใบอนุญาตทำงาน นายจ้างควรเก็บสำเนาครบทั้งชุดไว้ในแฟ้มลูกจ้างแต่ละคน ได้บัตรชมพู 10 ปี แปลว่าอยู่ไทย 10 ปีได้ไหม ไม่ได้ บัตรสีชมพูของแรงงานต่างด้าวมีอายุตัวบัตรโดยทั่วไปราว 10 ปี ตามข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย แต่ระยะเวลาที่อยู่และทำงานได้จริงขึ้นอยู่กับใบอนุญาตทำงานและมติ ครม. ในแต่ละรอบ ถ้าใบอนุญาตทำงานหมดอายุและไม่ได้ต่อ ผู้ถือต้องเดินทางออกนอกประเทศ แม้บัตรจะยังไม่หมดอายุก็ตาม วันที่ต้องยึดจึงเป็นวันหมดอายุในใบอนุญาตทำงาน ไม่ใช่วันบนบัตร สมมติลูกจ้างของแพ็คดีบอกซ์คนหนึ่งถือบัตรที่ยังเหลืออายุอีก 6 ปี แต่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 11 ธันวาคม 2569 ถ้าไม่ยื่นต่อภายในกำหนด ตั้งแต่วันถัดไปบริษัทจะจ้างคนนี้ต่อไม่ได้ แรงงานต่างด้าวอยู่และทำงานได้ถึงเมื่อไร แรงงานลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 11 ธันวาคม 2569 ต่ออายุได้อีก 1 ปี ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 ตามที่ ครม. เห็นชอบเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ครอบคลุมแรงงานราว 7.7 แสนคน กรมการจัดหางานเปิดให้ยื่นคำขอและชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบ e-WorkPermit ตั้งแต่ 8 กันยายน ถึง 11 ธันวาคม 2569 ยื่นคำขอได้ถึง 16.30 น. และชำระเงินได้ถึง 20.00 น. ของวันสุดท้าย รายการ รายละเอียด กลุ่มที่ต่อได้ ลาว เมียนมา เวียดนาม ที่ใบอนุญาตหมดอายุ 11 ธ.ค. 2569 ต่อได้ถึง 11 ธ.ค. 2570 ช่วงยื่นคำขอ 8 ก.ย. 2569 ถึง 11 ธ.ค. 2569 ค่าคำขอ 100 บาท ต่อฉบับ ค่าใบอนุญาตทำงาน 900 บาท ต่อฉบับ (1 ปี) ถ้าใบอนุญาตทำงานของแรงงาน 12 คนของแพ็คดีบอกซ์หมดอายุ 11 ธันวาคม 2569 ทั้งหมด ค่าธรรมเนียมรอบนี้ = 12 × (100 + 900) = 12,000 บาท ยังไม่รวมค่าตรวจโรคและประกันสุขภาพ แรงงานกัมพูชาอยู่ภายใต้มาตรการผ่อนผันที่ประกาศแยกออกมา และมีการปรับเงื่อนไขหลายครั้ง นายจ้างที่จ้างแรงงานกัมพูชาควรตรวจประกาศล่าสุดของกรมการจัดหางาน หรือโทรสายด่วน 1506 ก่อนตัดสินใจ ทำบัตรใหม่ ต่ออายุบัตรชมพู ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เอกสารหลักมี 4 อย่าง คือ หนังสือเดินทางหรือเอกสารแทน ใบรับรองผลตรวจโรค หลักฐานประกันสังคมหรือประกันสุขภาพ และสำเนาบัตรเดิม ทั้งหมดใช้ต่อใบอนุญาตทำงานก่อน แล้วจึงจัดการเรื่องบัตรกับกรมการปกครอง เพราะสิทธิอยู่ผูกกับสิทธิทำงาน ลำดับงานที่ควรทำ แพ็คดีบอกซ์ให้แรงงานทั้ง 12 คนเซ็นหนังสือมอบอำนาจ แล้วให้ฝ่ายบุคคลยื่นแทนพร้อมกันในวันเดียว ทำให้ตามสถานะคำขอได้จากที่เดียว แรงงานเมียนมาที่ยังไม่มีหนังสือเดินทางแนบภายหลังได้ ค่าธรรมเนียมทำบัตรของกรมการปกครองยังไม่มีตัวเลขที่ประกาศชัดในแหล่งทางการที่ตรวจได้ ควรสอบถามสำนักทะเบียนที่จะไปทำบัตร หรือสายด่วนกรมการปกครอง 1548 ก่อนตั้งงบประมาณ นายจ้างต้องตรวจอะไร ก่อนจ้างแรงงานบัตรชมพู ต้องตรวจว่าข้อมูลบนบัตรตรงกับตัวลูกจ้างและใบอนุญาตทำงาน และใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ หลังรับเข้าทำงานแล้ว ควรตามวันหมดอายุต่อเนื่องจนกว่าจะเลิกจ้าง ก่อนรับเข้าทำงาน หลังรับเข้าทำงาน บนบัตรต้องดูข้อมูลช่องไหนบ้าง ดูอย่างน้อย 4 ช่อง คือ ชื่อสกุล เลขประจำตัว 13 หลัก วันออกบัตร และวันหมดอายุบัตร แล้วนำเลข 13 หลักไปเทียบกับเลขในใบอนุญาตทำงานและในระบบประกันสังคม สมมติฝ่ายบุคคลของแพ็คดีบอกซ์พิมพ์เลขลูกจ้างคนหนึ่งผิด 1 หลักตอนขึ้นทะเบียนประกันสังคม เงินสมทบที่ส่งทุกเดือนจะไม่ไปเข้าบัญชีของลูกจ้างคนนั้น และต้องย้อนแก้ข้อมูลภายหลัง แรงงานบัตรชมพูต้องเข้าประกันสังคมไหม ต้องเข้า ลูกจ้างต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เหมือนลูกจ้างคนไทย นายจ้างต้องแจ้งเข้าภายใน 30 วันนับจากวันที่รับเข้าทำงาน ขั้นตอนและแบบที่ใช้อ่านได้ในบทความแจ้งเข้าประกันสังคม นายจ้างและลูกจ้างสมทบฝ่ายละร้อยละ 5 ของค่าจ้าง คิดจากค่าจ้างไม่เกิน 17,500 บาทต่อเดือน เงินสมทบสูงสุดจึงอยู่ที่ฝ่ายละ 875 บาท ตัวอย่าง แพ็คดีบอกซ์จ่ายเงินเดือนลูกจ้างคนละ 11,000 บาท ประกันสังคมฝ่ายลูกจ้าง = 11,000 × 5% = 550 บาท และบริษัทสมทบอีก 550 บาท รวม 12 คน บริษัทนำส่งเดือนละ 12 × 1,100 = 13,200 บาท จ่ายเงินเดือนแรงงานบัตรชมพู ต้องหักภาษีไหม ต้องคำนวณเหมือนลูกจ้างคนไทย เงินเดือนเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) นายจ้างคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกเดือน ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ในเดือนที่มีการหักภาษี และสรุปยื่น ภ.ง.ด.1ก ปีละครั้ง ลูกจ้างเงินเดือน 11,000 บาทของแพ็คดีบอกซ์มีภาษีทั้งปีเป็นศูนย์ แต่ยังต้องมีชื่ออยู่ใน ภ.ง.ด.1ก ประจำปี ความต่างของแบบทั้งสองอ่านได้ในภ.ง.ด.1 กับ ภ.ง.ด.1ก ข้อควรรู้เกี่ยวกับบัตรชมพู สรุป – บัตรชมพูต้องจำอะไรบ้าง บัตรชมพู คือ บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ใช้แสดงตัวตน ไม่ได้ให้สัญชาติ สิทธิทำงานดูจากใบอนุญาตทำงาน ไม่ใช่จากอายุบัตร 10 ปี แรงงานลาว เมียนมา เวียดนาม ที่ใบอนุญาตหมดอายุ 11 ธ.ค. 2569 ต่อได้ถึง 11 ธ.ค. 2570 โดยต้องยื่นภายใน 11 ธ.ค. 2569 แรงงานกลุ่มนี้ต้องเข้าประกันสังคมและอยู่ในระบบภาษีเงินเดือนเหมือนลูกจ้างทั่วไป สัปดาห์นี้ลองเปิดแฟ้มลูกจ้างต่างด้าวทุกคน จดวันหมดอายุของบัตรและของใบอนุญาตทำงานลงตารางเดียวกัน แล้วเช็กว่ามีใครที่ต้องยื่นต่อก่อน 11 ธันวาคม 2569 บ้าง ทำจ่ายเงินเดือนแรงงานต่างด้าวด้วย PEAK เมื่อเอกสารลูกจ้างครบแล้ว งานที่เหลือทุกเดือนคือการทำจ่ายเงินเดือน PEAK Payroll ช่วยทำจ่ายเงินเดือนและค่าจ้าง สร้างสลิปให้พนักงาน และจ่ายผ่านระบบของธนาคาร – ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรชมพู บัตรชมพูทำงานได้ไหม ทำงานได้เมื่อมีใบอนุญาตทำงานที่ยังไม่หมดอายุคู่กัน ตัวบัตรอย่างเดียวเป็นแค่บัตรแสดงตัวตน และงานที่ทำต้องตรงกับประเภทงานและนายจ้างที่ระบุในใบอนุญาต ใบอนุญาตทำงานหมดอายุแล้ว แต่บัตรชมพูยังไม่หมด จ้างต่อได้ไหม จ้างต่อไม่ได้ จนกว่าจะต่อใบอนุญาตทำงานสำเร็จ สิทธิอยู่และทำงานผูกกับใบอนุญาต ไม่ใช่กับวันหมดอายุบนบัตร นายจ้างควรยื่นต่อให้ทันกำหนดของรอบนั้น บัตรชมพูหายหรือชำรุดต้องทำอย่างไร ให้ติดต่อสำนักทะเบียนตามช่องทางของกรมการปกครอง หรือสอบถามสายด่วน 1548 ว่าต้องใช้เอกสารใดบ้าง ระหว่างนั้นนายจ้างควรเก็บสำเนาบัตรเดิมไว้ใช้ยืนยันเลขประจำตัว บัตรสีชมพูเปิดบัญชีธนาคารได้ไหม ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร บางแห่งขอหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงานประกอบด้วย ถ้าบริษัทจ่ายเงินเดือนเข้าบัญชี ควรสอบถามธนาคารที่ใช้จ่ายเงินเดือนก่อนพาลูกจ้างไปเปิดบัญชี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

21 Oct 2026

PEAK Account

31 min

ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) คืออะไร มีกี่ประเภท ขอยังไง ค่าธรรมเนียม

ใบอนุญาตทำงาน คืออะไร และสำคัญอย่างไร ใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit คือ เอกสารที่นายทะเบียน ของกรมการจัดหางานออกให้คนต่างด้าว เพื่อยืนยันว่าคนคนนั้นทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ในตำแหน่ง กับนายจ้าง และในท้องที่ที่ระบุไว้ อ้างอิงจากกฎหมาย พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และฉบับแก้ไข (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 คนต่างด้าวที่สามารถทำงานในประเทศไทยได้ ต้องมีเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ วีซ่าหรือเอกสารระบุสิทธิอยู่ในประเทศจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ Work Permit จากกรมจดหาแรงงาน หากขาดเอกสารใดอันหนึ่ง ผู้นั้นไม่สามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย สำหรับเจ้าของธุรกิจที่สนใจจะจ้างพนักงานต่างชาติ เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้จะใช้ตัวอย่างของคุณแอน เจ้าของบริษัทร้านอาหารญี่ปุ่นขนาดเล็ก ที่กำลังจะจ้างพนักงานต่างชาติ 2 คน คือเชฟชาวญี่ปุ่น 1 คน และผู้ช่วยครัวสัญชาติเมียนมาที่มาตามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาล (MOU) อีก 1 คน Work Permit ต่างจากวีซ่าและบัตรชมพูอย่างไร ทั้ง 3 อย่างเป็นเอกสารของคนต่างด้าว แต่ตอบคนละคำถาม วีซ่าตอบว่าอยู่ในประเทศได้หรือไม่ Work Permit ตอบว่าทำงานอะไรได้บ้าง ส่วนบัตรชมพูใช้แสดงตัวตนของแรงงาน 4 สัญชาติ (ชาวเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เท่านั้น) เอกสาร หน่วยงานที่ออก ใช้ยืนยันอะไร วีซ่าและตราประทับอนุญาตให้อยู่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สิทธิเข้าเมืองและอยู่ในไทยตามระยะเวลาที่ได้รับ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน สิทธิทำงานตามตำแหน่ง นายจ้าง และท้องที่ที่ระบุ บัตรชมพู หน่วยงานทะเบียนราษฎร บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยของแรงงานบางกลุ่ม ใช้แสดงตัวตน ไม่ได้ใช้แทนการอนุญาตให้ทำงาน ข้อควรระวังคือวีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าผ่านทางใช้ขอ Work Permit ไม่ได้ เพราะคู่มือการขอรับใบอนุญาตของคนต่างด้าว กำหนดให้ผู้ยื่นต้องมีถิ่นที่อยู่ในไทย หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาแบบชั่วคราวประเภท Non-Immigrant ใครต้องมีใบอนุญาตทำงาน และงานไหนที่คนต่างด้าวทำไม่ได้ คนต่างด้าวทุกคนที่ทำงานในไทยต้องมีใบอนุญาต ไม่ว่าจะทำงานในสำนักงาน ร้านอาหาร โรงงาน หรือไซต์ก่อสร้าง และไม่ว่าจะได้ค่าจ้างหรือไม่ มาตรา 59 กำหนดว่าคนต่างด้าวทำงานได้เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว และต้องเป็นงานที่ไม่ได้ห้ามไว้ ข้อยกเว้นที่ใช้บ่อยคืองานจำเป็นเร่งด่วนที่ทำเสร็จภายใน 15 วัน เช่น ช่างต่างประเทศที่เข้ามาซ่อมเครื่องจักร กรณีนี้ใช้วิธีแจ้งนายทะเบียนตามมาตรา 61 แทนการขอใบอนุญาตเต็มรูปแบบ งานที่คนต่างด้าวทำไม่ได้มีอะไรบ้าง กระทรวงแรงงานกำหนดรายการงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำไว้ในประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่องกำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ลงวันที่ 1 เมษายน 2563 แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ในกรณีของคุณแอน งานเชฟอาหารญี่ปุ่นและงานผู้ช่วยครัวไม่อยู่ในกลุ่มห้ามเด็ดขาด แต่ถ้าคุณแอนคิดจะให้ผู้ช่วยครัวไปยืนขายของหน้าร้านด้วย ต้องเช็กเงื่อนไขของงานขายหน้าร้านก่อน เพราะทำงานนอกขอบเขตที่ได้รับอนุญาตก็ผิดกฎหมายเช่นกัน Work Permit มีกี่ประเภท Work Permit แบ่งตามช่องทางที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ซึ่งกฎหมายแยกไว้เป็นรายมาตรา แต่ละประเภทใช้แบบคำขอ เอกสาร และอายุใบอนุญาตไม่เหมือนกัน ประเภท ใครใช้ ตัวอย่าง ทั่วไป (มาตรา 59) คนต่างด้าวที่เข้าเมืองถูกกฎหมายแบบ Non-Immigrant และทำงานที่ไม่ห้าม ผู้จัดการ ครูสอนภาษา เชฟของคุณแอน ส่งเสริมการลงทุน (มาตรา 62) คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน กฎหมายปิโตรเลียม หรือกฎหมายอื่น ผู้เชี่ยวชาญในบริษัทที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI นำเข้าตาม MOU แรงงานจากประเทศที่ทำบันทึกความเข้าใจกับไทย นำเข้าผ่านนายจ้างหรือผู้รับอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงาน ผู้ช่วยครัวสัญชาติเมียนมาของคุณแอน ตามมติคณะรัฐมนตรี (มาตรา 63/2) กลุ่มที่คณะรัฐมนตรีอนุญาตให้ขอใบอนุญาตได้เป็นการเฉพาะ แรงงานลาว เมียนมา เวียดนาม ที่ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรี กลุ่มเฉพาะ (มาตรา 63/1) ผู้ถูกถอนสัญชาติ ผู้เกิดในไทยบางกรณี หรือผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในไทยมานาน ชายแดน (มาตรา 64) คนสัญชาติประเทศที่มีพรมแดนติดไทย ทำงานชั่วคราวเป็นช่วงเวลาหรือตามฤดูกาลในพื้นที่ที่กำหนด แรงงานไป-กลับในจังหวัดชายแดน SME ส่วนใหญ่จะเจอแค่ 2 แบบ คือมาตรา 59 สำหรับพนักงานวิชาชีพหรือผู้บริหาร และ MOU สำหรับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน สองแบบนี้มีค่าธรรมเนียมคนละอัตราตามประเภทงาน ซึ่งจะเห็นตัวเลขชัดในตัวอย่างค่าใช้จ่ายของคุณแอน เอกสารขอใบอนุญาตทำงาน ต้องเตรียมอะไรบ้าง เอกสาร Work Permit แบ่งเป็น 2 ชุด คือของลูกจ้างต่างชาติ และของนายจ้าง รายการด้านล่างอ้างอิงจากคู่มือประชาชนกรณีขอใบอนุญาตทั่วไปตามมาตรา 59 ซึ่งระบุเอกสารไว้ 35 รายการ แต่ไม่ได้ใช้ทุกรายการกับทุกคน เอกสารของลูกจ้างต่างชาติ เอกสารของนายจ้างที่เป็นนิติบุคคล ใบรับรองแพทย์ต้องออกไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันยื่น และควรใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนฉบับล่าสุด ถ้าเอกสารภาษาต่างประเทศ ให้เตรียมคำแปลภาษาไทยไว้ด้วย เพราะเจ้าหน้าที่อาจขอเพิ่มตอนตรวจ ขั้นตอนขอ Work Permit ผ่าน e-WorkPermit ทำอย่างไร การขอ Work Permit ตอนนี้ยื่นผ่านระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางานได้ทั้งหมด นายจ้างยื่นแทนลูกจ้างได้ตามมาตรา 60 และขั้นตอนตามคู่มือประชาชนมี 4 ขั้น รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 3 วันนับแต่เอกสารครบ หรือราว 2 สัปดาห์ถ้าถูกส่งตรวจสอบ ก่อนถึงขั้นนี้ ลูกจ้างต้องได้วีซ่าประเภท Non-Immigrant จากสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน ส่วนนี้มีระยะเวลาและค่าธรรมเนียมแยกต่างหาก เชฟของคุณแอนยื่นเอกสารครบในวันจันทร์ ถ้าไม่ถูกส่งตรวจเพิ่ม จะได้รับใบอนุญาตภายในวันพุธ คุณแอนจึงควรนัดวันเริ่มงานหลังวันรับใบอนุญาต ไม่ใช่หลังวันยื่น Digital Work Permit คืออะไร Digital Work Permit คือข้อมูลใบอนุญาตที่ตรวจดูได้ในระบบ e-WorkPermit แทนการพึ่งเล่มกระดาษอย่างเดียว ระบบนี้เปิดให้นายจ้างและคนต่างด้าวใช้ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2568 ตามที่รัฐบาลประกาศ ระบบรองรับการลงทะเบียน ยื่นข้อมูลการจ้าง ชำระค่าคำขอ ติดตามสถานะผ่านอีเมล SMS หรือ LINE และนัดหมายศูนย์บริการ กรมการจัดหางานเตรียมศูนย์บริการไว้ 54 แห่ง สำหรับยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวมิติ เช่น ใบหน้า ม่านตา หรือลายนิ้วมือ จึงยังต้องไปที่ศูนย์อย่างน้อย 1 ครั้ง ทำใบอนุญาตทำงาน ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมแบ่งเป็นค่าคำขอ 100 บาทต่อคำขอ และค่าใบอนุญาตตามระยะเวลา โดยกระทรวงแรงงานแยกอัตราเป็น 2 กลุ่ม คือกรรมกรกับผู้รับใช้ในบ้าน และอาชีพอื่น รายการ กรรมกร / ผู้รับใช้ในบ้าน (บาท) อาชีพอื่น (บาท) ใบอนุญาตไม่เกิน 3 เดือน 225 750 เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 6 เดือน 450 1,500 เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี 900 3,000 เกิน 1 ปี คิดส่วนที่เกินตามอัตราข้างบน คิดส่วนที่เกินตามอัตราข้างบน ต่ออายุ อัตราเดียวกับออกใหม่ อัตราเดียวกับออกใหม่ ใบแทน (ต่อฉบับ) 200 500 เปลี่ยนหรือเพิ่มนายจ้าง 900 3,000 เปลี่ยนหรือเพิ่มท้องที่ / ประเภทงาน 900 1,000 ตัวเลขชุดนี้เป็นค่าธรรมเนียมของกรมการจัดหางานเท่านั้น ยังไม่รวมค่าวีซ่าและค่าต่ออายุการอยู่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ค่าตรวจสุขภาพ และค่าบริการของบริษัทนำเข้าแรงงานกรณี MOU กลับมาที่คุณแอน ถ้าขอใบอนุญาต 1 ปีให้ทั้ง 2 คน ค่าธรรมเนียมฝั่งกรมการจัดหางานจะเป็นดังนี้ พนักงาน กลุ่มอัตรา ค่าคำขอ ค่าใบอนุญาต 1 ปี รวม เชฟชาวญี่ปุ่น อาชีพอื่น 100 3,000 3,100 ผู้ช่วยครัว (MOU) กรรมกร 100 900 1,000 รวม 4,100 ผู้ช่วยครัวใช้อัตรากรรมกรได้เมื่อตำแหน่งงานที่ขออนุญาตจัดเป็นงานกรรมกร ถ้าระบุเป็นงานประเภทอื่น ค่าธรรมเนียมจะเปลี่ยนตาม จึงควรถามเจ้าหน้าที่ให้ชัดก่อนกรอกตำแหน่งในคำขอ ต่ออายุ เปลี่ยนนายจ้าง และแจ้งออกจากงานทำอย่างไร Work Permit ตามมาตรา 59 มีอายุ 2 ปีตามคู่มือประชาชน แต่ระยะเวลาจริงของแต่ละใบขึ้นกับที่นายทะเบียนอนุญาต จึงต้องดูวันหมดอายุบนใบอนุญาตของพนักงานแต่ละคน เรื่อง ต้องทำอะไร กฎหมาย ต่ออายุ ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตหมดอายุ ระหว่างรอพิจารณาทำงานต่อได้ มาตรา 67 ลูกจ้างเริ่มงานหรือเปลี่ยนนายจ้าง ลูกจ้างแจ้งชื่อนายจ้าง สถานที่ทำงาน และลักษณะงานต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน มาตรา 64/2 นายจ้างรับเข้าทำงานหรือลูกจ้างออก นายจ้างแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง และภายใน 15 วันนับแต่วันที่ออก พร้อมเหตุที่ออก มาตรา 13 ใบอนุญาตหายหรือชำรุด ยื่นขอใบแทนภายใน 15 วันนับแต่วันที่รู้ มาตรา 69 เจ้าหน้าที่ขอตรวจ แสดงใบอนุญาตภายในเวลาอันสมควร มาตรา 68 กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องยื่นต่ออายุล่วงหน้ากี่วัน แต่ในทางปฏิบัติควรเริ่มก่อนหมดอายุอย่างน้อย 1 เดือน เพราะเอกสารนายจ้างอย่างงบการเงินและหนังสือรับรองบริษัทต้องเตรียมใหม่ และอาจถูกส่งตรวจสอบอีก 10 วันทำการ ถ้าเชฟของคุณแอนลาออกไปทำงานกับร้านอื่น คุณแอนต้องแจ้งออกภายใน 15 วัน ส่วนร้านใหม่ต้องยื่นเปลี่ยนนายจ้างและจ่ายค่าธรรมเนียม 3,000 บาท เชฟจะไปทำงานที่ร้านใหม่ทันทีโดยใช้ใบอนุญาตเดิมไม่ได้ นายจ้าง SME ต้องจัดการเงินเดือน ภาษี และประกันสังคมของพนักงานต่างชาติอย่างไร ได้ใบอนุญาตแล้วงานยังไม่จบ พนักงานต่างชาติเป็นลูกจ้างตามกฎหมายไทยเหมือนพนักงานไทย นายจ้างจึงมีหน้าที่ 3 เรื่องทุกเดือนตั้งแต่วันแรกที่จ่ายเงินเดือน ลองคำนวณกับพนักงานของคุณแอน สมมติเชฟได้เงินเดือน 60,000 บาท และผู้ช่วยครัวได้ 12,000 บาท ทำงานครบทั้งปีภาษี ไม่มีค่าลดหย่อนอื่นนอกจากค่าลดหย่อนส่วนตัวกับประกันสังคม รายการต่อปี (บาท) เชฟชาวญี่ปุ่น ผู้ช่วยครัว เงินเดือนทั้งปี 720,000 144,000 หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 100,000 72,000 หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 60,000 หักเงินสมทบประกันสังคม 10,500 7,200 เงินได้สุทธิ 549,500 4,800 ภาษีทั้งปี 34,925 0 หัก ณ ที่จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน ประมาณ 2,910 0 ภาษีของเชฟมาจาก 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ช่วง 150,001-300,000 บาท เสีย 5% เป็น 7,500 บาท ช่วง 300,001-500,000 บาท เสีย 10% เป็น 20,000 บาท และส่วนที่เหลือ 49,500 บาท เสีย 15% เป็น 7,425 บาท ส่วนผู้ช่วยครัวมีเงินได้สุทธิไม่ถึง 150,000 บาท จึงไม่ต้องหักภาษี แต่ยังต้องส่งประกันสังคมทุกเดือน ภาพรวมแบบนำส่งภาษีเงินเดือนดูต่อได้ที่บทความ ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1ก ต่างกันอย่างไร บันทึกบัญชีค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานอย่างไร เมื่อบริษัทของคุณแอนจ่ายค่าธรรมเนียมฝั่งกรมการจัดหางานรวม 4,100 บาทจากบัญชีธนาคาร บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้ดังนี้ บัญชี เดบิต เครดิต ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน (ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน) 4,100 เงินฝากธนาคาร 4,100 เก็บใบเสร็จจากระบบ e-WorkPermit เป็นหลักฐานประกอบรายการทุกครั้ง ถ้าใบอนุญาตมีอายุเกิน 1 รอบบัญชี เช่น จ่ายค่าใบอนุญาต 2 ปีครั้งเดียว ควรถามผู้สอบบัญชีว่าจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าแล้วทยอยรับรู้ตามระยะเวลาหรือไม่ ทำงานหรือจ้างงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน มีโทษอะไรบ้าง โทษตกกับทั้ง 2 ฝ่าย และนับเป็นรายคน กฎหมายกำหนดไว้ในหมวดบทกำหนดโทษของพระราชกำหนดฯ ดังนี้ ผู้กระทำผิด โทษ กฎหมาย นายจ้างที่รับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือให้ทำงานนอกเหนือที่ได้รับอนุญาต ปรับ 10,000-100,000 บาทต่อคนต่างด้าว 1 คน มาตรา 102 นายจ้างที่ทำผิดซ้ำ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 50,000-200,000 บาทต่อคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าว 3 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด มาตรา 102 คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือทำงานนอกเหนือสิทธิ ปรับ 5,000-50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศ มาตรา 101 คนต่างด้าวที่เคยถูกลงโทษตามมาตรา 101 ขอใบอนุญาตใหม่ไม่ได้ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี มาตรา 64/1 นายจ้างที่ไม่แจ้งการจ้างหรือการออกจากงานภายใน 15 วัน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท มาตรา 103 ถ้าร้านของคุณแอนถูกตรวจพบว่าผู้ช่วยครัวยังไม่ได้ใบอนุญาต ค่าปรับขั้นต่ำของบริษัทคือ 10,000 บาท ซึ่งสูงกว่าค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 1 ปีของผู้ช่วยครัวถึง 10 เท่า และผู้ช่วยครัวยังถูกส่งกลับ ทำให้ร้านขาดคนทันที ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงาน จากประสบการณ์ ปัญหาที่ทำให้นายจ้างเสียเวลามากที่สุดไม่ใช่ขั้นตอนยื่น แต่เป็นการไม่รู้ว่ามีมาตรการเฉพาะกลุ่มออกมาใหม่ หรือสับสนว่าเกณฑ์ไหนเป็นของหน่วยงานใด สรุป – การบริหารจัดการเอกสารและภาษีของพนักงานต่างชาติ Work Permit เป็นเงื่อนไขแรกของการจ้างพนักงานต่างชาติ แต่ไม่ใช่เรื่องสุดท้าย นายจ้างต้องได้ใบอนุญาตก่อนวันเริ่มงาน แล้วดูแลเงินเดือน ภาษี และประกันสังคมต่อทุกเดือน ใบอนุญาตทำงานออกโดยกรมการจัดหางาน ใช้คู่กับวีซ่า Non-Immigrant จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยสามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ e-WorkPermit ได้ หากจ้างโดยไม่มีใบอนุญาต นายจ้างจะถูกปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาทต่อคน และหากทำผิดซ้ำอาจโดนห้ามจ้างคนต่างด้าวถึง 3 ปี ถ้าเริ่มจากวันนี้ ลองทำตารางรายชื่อพนักงานต่างชาติทุกคน พร้อมประเภทใบอนุญาต วันหมดอายุ และนายจ้างที่ระบุในใบ แล้วตั้งเตือนล่วงหน้า 1 เดือนก่อนวันหมดอายุของแต่ละคน พนักงานต่างชาติต้องถูกหักภาษี ส่งประกันสังคม และได้หนังสือรับรองการหักภาษีปลายปีเหมือนพนักงานไทย ยิ่งมีหลายสัญชาติหลายอัตรา งานเงินเดือนยิ่งพลาดง่าย ฟีเจอร์จัดการเงินเดือนและภาษีจาก PEAK Payroll ให้ PEAK Payroll ช่วยจัดการเงินเดือนในที่เดียว และส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้พนักงานทางอีเมลได้จากหน้าสรุปจ่ายเงินเดือน – ทดลองใช้งาน PEAK ฟรี 30 วัน ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ บทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี และ บทความด้านธุรกิจ ของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงาน Work Permit มีอายุกี่ปี ใบอนุญาตทั่วไปตามมาตรา 59 มีอายุ 2 ปีตามคู่มือประชาชน แต่อายุจริงขึ้นกับที่นายทะเบียนอนุญาตในแต่ละใบ ส่วนแรงงานตามมติคณะรัฐมนตรีจะมีอายุตามที่มติกำหนด ขอ Work Permit ออนไลน์ได้ไหม ได้ ยื่นคำขอ แนบเอกสาร ชำระค่าคำขอ และติดตามสถานะผ่าน e-WorkPermit ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่คนต่างด้าวยังต้องไปยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวมิติที่ศูนย์บริการ และไปรับใบอนุญาตด้วยตนเอง ทำงานในโรงงานต้องมีใบอนุญาตทำงานไหม ต้องมี คนต่างด้าวทุกคนที่ทำงานในไทยต้องได้รับอนุญาตก่อน ไม่ว่าสถานที่ทำงานจะเป็นโรงงาน ร้านค้า หรือสำนักงาน ถ้าเป็นงานกรรมกรในโรงงาน ต้องเป็นคนต่างด้าวที่มีนายจ้างและเข้ามาตาม MOU หรือตามมติคณะรัฐมนตรี บุคคลธรรมดาจ้างคนต่างด้าวได้ไหม ได้ นายจ้างไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัท เช่น เจ้าของบ้านที่จ้างผู้รับใช้ในบ้าน หรือเจ้าของร้านที่ยังไม่จดทะเบียนนิติบุคคล แต่เอกสารนายจ้างจะเปลี่ยนจากหนังสือรับรองบริษัทเป็นสำเนาบัตรประชาชนและเอกสารแสดงการประกอบกิจการ และหน้าที่แจ้งนายทะเบียน หักภาษี และส่งประกันสังคมยังเหมือนเดิม ใบอนุญาตทำงานหายต้องทำอย่างไร ยื่นขอใบแทนภายใน 15 วันนับแต่วันที่รู้ว่าหายหรือชำรุดตามมาตรา 69 ค่าธรรมเนียมใบแทนฉบับละ 500 บาทสำหรับอาชีพทั่วไป และ 200 บาทสำหรับกรรมกรหรือผู้รับใช้ในบ้าน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การใช้โปรแกรม

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน PEAK

อ่านบทความเพิ่มเติม

14 Oct 2026

PEAK Account

4 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 14/10/2026

1. เลือกผังบัญชี และแก้ไขผังบัญชีได้สะดวกยิ่งขึ้น แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ Free ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าสร้างเอกสาร ที่เมนูรายรับและรายจ่าย 2. ระบบจะจดจำการกรอกข้อมูลรับ-จ่ายเงินจากเอกสารตามประเภทเอกสารล่าสุดให้อัตโนมัติ แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ Free ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าสร้างเอกสาร ที่เมนูรายรับ รายจ่าย และคลังเอกสาร 3. เปิดดูเอกสารแนบให้ใหญ่ขึ้น ด้วยการเปิดหน้าต่างใหม่ได้ทันที (Open link in new tab) แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าสร้างเอกสาร ที่เมนูรายรับและรายจ่าย 4. แก้ไขยอด “สงเคราะห์ลูกจ้างส่วนนายจ้าง” ได้แล้ว เพื่อรองรับตามการคำนวณของกิจการเอง แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าทำจ่ายเงินเดือนที่ PEAK Payroll อ่านคู่มือเพิ่มเติม 5. ปรับรูปแบบไฟล์ สกล.3 ให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถส่งผ่านระบบ EWF โดยวิธี Import ไฟล์ได้ แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าข้อมูลการชำระที่ PEAK Payroll 6. สร้าง ลบ และดึงข้อมูลจาก PEAK ได้เพิ่มขึ้นอีก 4 เอกสาร ผ่าน MCP แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ PRO Plus และ PREMIUM เมนูการใช้งาน: การเชื่อมต่อ AI ผ่าน MCP 7. ดึงข้อมูล GL จาก PEAK ผ่าน MCP แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ PRO Plus และ PREMIUM เมนูการใช้งาน: การเชื่อมต่อ AI ผ่าน MCP 8. ตั้งค่ารูปแบบเอกสาร สำหรับพิมพ์บนกระดาษต่อเนื่องด้วยตนเองได้ แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าพิมพ์ของเอกสารฉบับนั้น ๆ อ่านคู่มือเพิ่มเติม

อ่านบทความเพิ่มเติม

ข่าวสาร

อัปเดตข่าวประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่น และเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

12 Oct 2026

PEAK Account

5 min

PEAK ผนึกกำลังตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับวิสาหกิจเพื่อสังคม

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้มีการจัดงานแถลงข่าว “โครงการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ SE ด้วยระบบจัดการบัญชี” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) และพันธมิตรผู้ให้บริการระบบบัญชีออนไลน์ PEAK Account โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคม (SE) เข้าถึงระบบบัญชีออนไลน์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมพัฒนาทักษะด้านบัญชี การเงิน และภาษีอย่างเป็นระบบ นายภีม เพชรเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ภายในงานว่า “การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้วัดกันที่กำไรเพียงอย่างเดียว PEAK เราเอาความเชี่ยวชาญด้านบัญชีและเทคโนโลยี AI เข้ามาจัดการงานหลังบ้าน เพื่อปลดล็อกให้ผู้ประกอบการ SE ได้เอาเวลาและพลังงานไปโฟกัสการสร้าง Impact ให้กับสังคมได้อย่างเต็มที่” ในฐานะ Tech Company สัญชาติไทย PEAK เล็งเห็นเสมอว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยให้ SE สามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาความซับซ้อนของงานหลังบ้าน PEAK ได้นำเสนอกระบวนการเพื่อยกระดับธุรกิจ SE ให้ทำงานได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น ผ่านแนวคิด 3 ขั้นตอนหลัก (CCC) ได้แก่: สำหรับการสนับสนุนในโครงการนี้ PEAK มุ่งเน้นการแชร์ความรู้ในการวางระบบบัญชีที่ดี พร้อมทั้งมอบเครื่องมือสนับสนุนผ่านส่วนลดโปรแกรม PEAK ให้กับผู้ประกอบการ SE ที่เข้าร่วมโครงการ โดยผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษาเงื่อนไขการใช้งานและดูรายละเอียดแพ็กเกจเพิ่มเติมได้ที่ นอกจากนี้ ภายในงาน PEAK ยังได้จัดกิจกรรมเวิร์กชอปโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SE ได้ยกระดับความรู้และการใช้งานระบบบัญชี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน PEAK, Building SMART Business ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

7 Aug 2026

PEAK Account

10 min

สรุป Workshop : Claude Cowork for SME ทำไมธุรกิจต้องใช้งาน Claude Cowork

Speaker : ตรีภพ เที่ยงตรง – ผู้ก่อตั้ง AI Thailand CommunitySession : Claude Cowork for SME ทำไมธุรกิจต้องใช้งาน Claude CoworkEvent : PEAK BIZSPHERE 2026 : Thailand’s B2B SME Conference 5 ไฮไลท์สำคัญที่ต้องรู้จาก Workshop : Claude Cowork for SME การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Agent : จาก “การสนทนา” สู่ “การลงมือทำ” โลกของ AI กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ (Shift) จากเดิมที่เป็นยุคของ “Smart Chatbot” ที่เราเน้นการพิมพ์ถาม-ตอบ เข้าสู่ยุค “Agentic Process” อย่างเต็มตัวในปี 2026 ซึ่ง AI จะทำหน้าที่เป็น “Agent” ที่สามารถ “ดำเนินการ (Operate)” กระบวนการทางธุรกิจแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ สำหรับ SME นี่คือโอกาสสำคัญในการลดภาระงานธุรการและงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน (Bureaucratic Burden) ผ่านระบบ Claude Cowork ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคิด แต่เป็นพนักงานดิจิทัลที่ช่วยจัดการงาน Batch Processing ขนาดใหญ่ ช่วยให้องค์กรสามารถขยายตัวได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในสัดส่วนที่เท่ากัน วิเคราะห์ 3 โหมดการทำงาน : การเลือกเครื่องมือตามความเหมาะสมเชิงต้นทุน การเลือกโหมดที่ผิดคือการเสียต้นทุนโดยใช่เหตุ SME ควรเข้าใจการเลือกใช้โหมดให้สอดคล้องกับขั้นตอนของงาน โหมดการทำงาน ลักษณะเด่น วัตถุประสงค์หลัก ระดับการใช้ Token Chat รวดเร็ว, คล่องตัว การวางแผน (Planning), ระดมสมอง ต่ำ (Low) Code Interface สำหรับเทคนิค สร้างแอป, แก้ไข Bug, จัดการไฟล์เชิงลึก กลาง (Medium) Cowork เข้าถึง Local Files, รันอัตโนมัติ ทำงาน Batch ขนาดใหญ่, สรุปรายงานบัญชี สูง (High) คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ : ให้เริ่มที่โหมด Chat เพื่อวางแผนโครงสร้างงาน เมื่อได้แผนที่ชัดเจนแล้วจึงค่อยส่งต่อไปรันงานจริงในโหมด Cowork เพื่อลดการ “หมุน” (Spinning) ของ AI ที่จะสูบ Token โดยเปล่าประโยชน์ กลยุทธ์การเลือกโมเดลและการบริหารจัดการ Token (Cost Optimization) ในโลกของ AI Agent “คุณภาพของงาน” มักผันแปรตาม “ต้นทุน (Token)” ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการดังนี้ เทคนิคการประหยัดต้นทุน : AI จะย้อนอ่านประวัติการสนทนาทั้งหมดทุกครั้งที่เราสั่งงานใหม่ หากงานชิ้นใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้บริบทเก่า “ควรเปิด Session ใหม่เสมอ” เพื่อป้องกันภาวะ Token Drain ที่จะทำให้โควตาการใช้งานหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว การจัดโครงสร้างสารสนเทศ (Folder Structure) เพื่อลดความผิดพลาด อาการหลอนของ AI (Hallucination) มักเกิดจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย การจัด “Clean Structure” จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้มหาศาล โดยควรแบ่งโฟลเดอร์เป็น 4 ประเภท ในการตั้งค่า Project Instruction ควรเขียนด้วยตนเองให้ “สั้นและกระชับที่สุด” หลีกเลี่ยงการให้ AI เขียนให้เพราะจะทำให้คำสั่ง “บวม” และทำให้ AI หลุดโฟกัสจากเป้าหมายหลัก อาวุธ 3 ชิ้นของ Anthropic : กลยุทธ์การประกอบร่าง AI เปรียบเทียบการใช้งาน AI เหมือนการประกอบเฟอร์นิเจอร์ IKEA TSOX Framework : มาตรฐานการสั่งงาน AI Agent ขั้นสูง การสั่งงานระบบ Cowork ต้องการความชัดเจนกว่า Chatbot ทั่วไป เพื่อลดต้นทุนแฝงจากการที่ AI ทำงานผิดพลาด รับชมวิดิโอบรรยายย้อนหลัง บทสรุปเชิงกลยุทธ์ : การสร้าง Digital IP สำหรับ SME Claude Cowork มอบพลัง 3 ประการที่ SME ไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่ Batch Processing (จัดการไฟล์จำนวนมากพร้อมกัน), Multi-Sourcing (ดึงข้อมูลหลายแหล่งในคำสั่งเดียว) และ Scheduling (การตั้งเวลาทำงานอัตโนมัติ) รวมถึงฟีเจอร์ Dispatch (Beta) ที่เปรียบเสมือนรีโมทคอนโทรลให้คุณสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศผ่านสมาร์ทโฟนได้จากทุกที่ ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย เป้าหมายสูงสุดของผู้ประกอบการคือการสร้าง “Marketplace ของทักษะ” ภายในองค์กร การเปลี่ยนความรู้ของพนักงานให้กลายเป็น Skills ในระบบ AI คือการสร้าง สินทรัพย์ทางปัญญาดิจิทัล (Digital IP) ที่จะอยู่คู่กับบริษัทตลอดไป แม้พนักงานจะมีการผลัดเปลี่ยนก็ตาม นี่คือหัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation ที่แท้จริง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม