คลังความรู้บัญชี ภาษี และโปรแกรมบัญชีออนไลน์

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บทความน่ารู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน และธุรกิจที่เป็นประโยชน์ สำหรับผู้ประกอบการและนักบัญชี

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

ล่าสุด

1 Jul 2026

PEAK Account

14 min

ใบเสนอราคา คืออะไร ตัวอย่างฟอร์ม และข้อผิดพลาดที่ต้องระวัง

ลูกค้าขอใบเสนอราคา แต่ไม่รู้จะเริ่มเขียนอย่างไร ใส่ข้อมูลอะไรบ้าง ราคาต้องรวม VAT หรือเปล่า ปัญหาเหล่านี้พบบ่อยในกลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ บทความนี้อธิบายทุกเรื่องตั้งแต่องค์ประกอบ วิธีเขียนทีละขั้นตอน พร้อมตัวอย่างที่ถูกต้อง ใบเสนอราคา (Quotation) คืออะไร ใบเสนอราคา คือเอกสารที่ผู้ขายจัดทำขึ้น เพื่อแจ้งรายละเอียดสินค้าหรือบริการ พร้อมระบุราคาและเงื่อนไขให้ลูกค้าพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ เอกสารนี้ไม่ถือเป็นสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย หากลูกค้าตกลงตามเงื่อนไข จะนำไปสู่การออกใบสั่งซื้อหรือทำสัญญาซื้อขายต่อไป ใบเสนอราคาสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ เอกสารฉบับนี้ช่วยให้กิจการสื่อสารราคาและเงื่อนไขกับลูกค้าอย่างชัดเจน ลดความเข้าใจผิดระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการขายที่เป็นระบบ ช่วยให้ทีมงานติดตามสถานะลูกค้าได้ว่าอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว เหตุผลที่กิจการควรออกเอกสารนี้ทุกครั้ง: องค์ประกอบและตัวอย่างใบเสนอราคาที่ถูกต้อง เอกสารที่สมบูรณ์ต้องมีข้อมูลครบถ้วนพอให้ลูกค้าอ่านจบแล้วตัดสินใจได้ทันที ตัวอย่างด้านล่างนี้แสดงองค์ประกอบทั้งหมดที่ต้องมี ข้อมูลผู้ขายและผู้ซื้อ ส่วนบนของเอกสารต้องระบุข้อมูลของทั้งสองฝ่าย ได้แก่ ชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ใส่โลโก้บริษัทด้วยจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ต้องระบุเลขที่เอกสาร วันที่ออก และวันหมดอายุให้ชัดเจน ข้อมูลเหล่านี้สำคัญเพราะใช้อ้างอิงเมื่อติดต่อกับลูกค้าในภายหลัง รายละเอียดสินค้าหรือบริการ ระบุรายการแยกทีละรายการ ไม่รวมทุกอย่างเป็นยอดเดียว คำอธิบายจำนวนราคาส่วนลดVATมูลค่าก่อนภาษีโต๊ะทำงาน (P00005)104,50007%45,000เก้าอี้สำนักงาน (P00006)103,20007%32,000 มูลค่าที่คำนวณภาษี 7%: 77,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%: 5,390 บาท จำนวนเงินทั้งสิ้น: 82,390 บาท เงื่อนไขการชำระเงินและอายุใบเสนอราคา เงื่อนไขที่ต้องระบุ: ลายเซ็นและการอนุมัติ ควรมีช่องลงนามทั้งฝ่ายผู้ขายและผู้ซื้อ พร้อมวันที่ลงนาม กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมีลายเซ็น แต่การลงนามช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายรับทราบเงื่อนไขแล้ว เคล็ดลับเมื่อส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้า ส่งเอกสารแล้วควรติดตามผลภายใน 3 วัน สอบถามว่าลูกค้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ การติดตามช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้อย่างมาก สิ่งที่ควรทำหลังส่งเอกสาร: ใบเสนอราคาต่างจากใบแจ้งหนี้และใบเสร็จอย่างไร ผู้ประกอบการมือใหม่มักสับสนระหว่างเอกสาร 3 ประเภทนี้ แต่แต่ละฉบับมีหน้าที่และจังหวะการออกต่างกัน เอกสารออกเมื่อไรหน้าที่ผลทางบัญชีใบเสนอราคาก่อนขายแจ้งราคาและเงื่อนไขให้ลูกค้าพิจารณายังไม่บันทึกรายได้ใบแจ้งหนี้หลังตกลงซื้อเรียกเก็บเงินตามที่ตกลงบันทึกเป็นลูกหนี้การค้าใบเสร็จรับเงินหลังรับเงินแล้วยืนยันว่าได้รับชำระเงินเรียบร้อยบันทึกรับชำระเงิน ตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) เสนอขายเฟอร์นิเจอร์ 82,390 บาท เอกสารจะเรียงตามลำดับดังนี้: กิจการที่จด VAT ต้องออกใบกำกับภาษีควบคู่กับใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จด้วย ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้ใบเสนอราคาแทนใบแจ้งหนี้ ทำให้บันทึกบัญชีผิดพลาด เพราะใบเสนอราคาไม่ถือเป็นเอกสารรับรู้รายได้ ต้องออกใบแจ้งหนี้แยกเสมอ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อออกใบเสนอราคา หลายกิจการออกเอกสารแล้วเจอปัญหาภายหลัง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากข้อมูลไม่ครบหรือไม่ชัดเจน ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ข้อควรระวังเรื่อง VAT ในใบเสนอราคา ต้องระบุให้ชัดเจนว่าราคา “รวม VAT” หรือ “ไม่รวม VAT” หากไม่ระบุ ลูกค้าอาจเข้าใจว่าราคาที่เสนอรวม VAT แล้ว ซึ่งจะเกิดปัญหาเมื่อต้องออกใบกำกับภาษี ตัวอย่างสถานการณ์ที่เกิดบ่อย: เสนอราคา 100,000 บาท โดยไม่ระบุว่ารวม VAT หรือไม่ ลูกค้าเข้าใจว่าจ่าย 100,000 บาทจบ แต่พอออกใบแจ้งหนี้กลับเรียกเก็บ 107,000 บาท (รวม VAT 7%) ทำให้เกิดข้อพิพาท วิธีระบุที่ถูกต้อง: กิจการที่ยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ห้ามระบุว่า “ราคารวม VAT” เพราะอาจถูกกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบได้ สร้างใบเสนอราคาออนไลน์ด้วยโปรแกรมบัญชี การทำเอกสารด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยลดเวลาสร้างเอกสาร ลดความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูลซ้ำ และเชื่อมต่อไปยังเอกสารอื่นได้อัตโนมัติ ข้อดีของการใช้โปรแกรมออนไลน์: เมื่อเทียบกับการทำเอง เช่น พิมพ์ใน Excel หรือ Word ข้อดีหลักคือข้อมูลลูกค้าและรายการสินค้าจะถูกบันทึกไว้ในระบบ ครั้งต่อไปไม่ต้องพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้น ช่วยประหยัดเวลาเมื่อต้องออกเอกสารบ่อย สรุป: ใบเสนอราคา ใบเสนอราคาเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยสื่อสารราคาและเงื่อนไขอย่างชัดเจน ควรออกเอกสารทุกครั้งที่เสนอราคาลูกค้า ระบุองค์ประกอบให้ครบ โดยเฉพาะรายละเอียดสินค้า ราคา เงื่อนไขการชำระ และอายุเอกสาร อย่าลืมระบุว่ารวม VAT หรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง จัดการเอกสารธุรกิจให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้กิจการสร้างใบเสนอราคาได้สะดวก มีแบบฟอร์มพร้อมใช้ คำนวณ VAT อัตโนมัติ และแปลงเป็นใบแจ้งหนี้ได้ทันที ลดงานซ้ำซ้อน จัดเก็บเอกสารครบจบในที่เดียว คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบเสนอราคา ใบเสนอราคามีผลทางกฎหมายไหม ไม่ถือเป็นสัญญาซื้อขายตามกฎหมาย แต่ถ้าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายลงนามครบทั้งสองฝ่าย อาจถูกใช้เป็นหลักฐานประกอบข้อตกลงเบื้องต้นได้ ใบเสนอราคาต้องมีลายเซ็นไหม ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องมีลายเซ็น แต่การลงนามโดยผู้มีอำนาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ลูกค้าองค์กรส่วนใหญ่มักต้องการเอกสารที่มีลายเซ็นเพื่อประกอบการอนุมัติจัดซื้อ ใบเสนอราคาควรมีอายุกี่วัน ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความผันผวนของต้นทุน โดยทั่วไปกำหนดไว้ที่ 15 ถึง 30 วัน สินค้าที่ราคาเปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น วัตถุดิบนำเข้า อาจกำหนดสั้นลงเหลือ 7 วัน ใบเสนอราคาต้องมีเลขที่เอกสารไหม ไม่บังคับตามกฎหมาย แต่แนะนำให้มีทุกครั้ง เพื่อจัดเก็บอย่างเป็นระบบและค้นหาย้อนหลังได้สะดวก รูปแบบที่นิยม เช่น QT-ปี-ลำดับ (QT-2569-001) ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

25 Jun 2026

PEAK Account

14 min

หนังสือรับรองเงินเดือน คืออะไร ตัวอย่าง แบบฟอร์ม พร้อมวิธีออกให้ลูกน้อง

พนักงานขอหนังสือรับรองเงินเดือนมาแต่ HR ไม่แน่ใจว่าต้องใส่อะไรบ้าง ออกผิดก็แก้ยาก ออกช้าพนักงานก็เสียโอกาส บทความนี้สรุปครบว่าเอกสารนี้คืออะไร ต่างจากสลิปเงินเดือนและ 50 ทวิยังไง ต้องมีข้อมูลอะไร พร้อมวิธีขอ วิธีออก และกรณีอาชีพอิสระ หนังสือรับรองเงินเดือน คืออะไร หนังสือรับรองเงินเดือน คือเอกสารที่นายจ้างออกให้พนักงาน เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นทำงานอยู่จริงและได้รับเงินเดือนเท่าไร (ก่อนหักภาษี) ไม่มีกฎหมายบังคับรูปแบบ แต่ตามกฎหมายแรงงาน นายจ้างต้องออกให้เมื่อลูกจ้างร้องขอ ถ้าปฏิเสธอาจถูกร้องเรียนที่สำนักงานสวัสดิการแรงงาน ข้อมูลต้องตรงกับที่จ่ายจริง ห้ามระบุเกินหรือขาด ถ้าพนักงานพบว่าไม่ถูกต้อง ควรแจ้ง HR แก้ไขก่อนนำไปใช้ หนังสือรับรองเงินเดือน vs สลิปเงินเดือน vs 50 ทวิ 3 เอกสารนี้เกี่ยวกับเงินเดือนเหมือนกัน แต่ใช้คนละสถานการณ์ หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน 50 ทวิ ออกโดย นายจ้าง/บริษัท นายจ้าง/บริษัท นายจ้าง/บริษัท (บังคับตามกฎหมาย) ยืนยันอะไร เงินเดือนปัจจุบัน รายละเอียดรายเดือน (เงินได้ + เงินหัก) รายได้ทั้งปี + ภาษีที่ถูกหักไว้ ใช้สำหรับ กู้บ้าน/รถ บัตรเครดิต วีซ่า ตรวจสอบรายได้แต่ละเดือน ยื่นภาษีเงินได้ประจำปี ออกเมื่อ เมื่อพนักงานร้องขอ ทุกเดือนที่จ่ายเงินเดือน ทุกปี ภายใน ก.พ. สรุปง่ายๆ: หนังสือรับรองเงินเดือนใช้ทำอะไรได้บ้าง เอกสารนี้จำเป็นในหลายสถานการณ์ ด้านการเงิน: ด้านเอกสารราชการ: ตัวอย่างหนังสือรับรองเงินเดือน + ข้อมูลที่ต้องมี เอกสารที่สมบูรณ์ต้องมีข้อมูลเหล่านี้ เอกสารที่ดีควรพิมพ์บนหัวจดหมายของบริษัท (Letterhead) ที่มีโลโก้ชัดเจน ถ้าบริษัทไม่มีหัวจดหมาย ให้ระบุชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทร และเลขทะเบียนนิติบุคคลไว้ด้านบนแทน แบบฟอร์มหนังสือรับรองเงินเดือน PEAK เตรียมแบบฟอร์มหนังสือรับรองเงินเดือนให้ ดาวน์โหลดได้ที่นี่ วิธีขอหนังสือรับรองเงินเดือน (มุมลูกจ้าง) ถ้าคุณเป็นพนักงานที่ต้องการเอกสารนี้ ทำตามนี้ ควรขอล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วันทำการ เพราะบางบริษัทต้องผ่านหลายขั้นตอนอนุมัติ บางบริษัทมีระบบให้พนักงานขอเอกสารออนไลน์ผ่าน HR Portal ได้เลย พนักงานที่ลาออกแล้วยังมีสิทธิ์ขอจากบริษัทเดิมได้ บริษัทไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะเป็นเอกสารที่ยืนยันข้อมูลการทำงานในอดีต วิธีออกหนังสือรับรองเงินเดือนให้ลูกน้อง (มุมนายจ้าง/HR) นายจ้างและ HR ต้องออกเอกสารนี้เมื่อลูกจ้างร้องขอ ขั้นตอนมีดังนี้ ต้องระบุวันที่ออกเอกสารให้ชัดเจน และเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน ถ้าบริษัทมีพนักงานหลายคน ใช้ระบบ Payroll ช่วยจะสะดวกกว่าออกด้วยมือ หนังสือรับรองเงินเดือน สำหรับอาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์ ฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการที่ไม่มีนายจ้าง ไม่สามารถขอเอกสารนี้แบบพนักงานประจำได้ แต่ใช้หลักฐานอื่นยื่นแทนได้ หลักฐานที่ใช้แทนได้: ฟรีแลนซ์ที่จดทะเบียนนิติบุคคลสามารถออกเอกสารเหมือนบริษัททั่วไปได้ เพราะตัวเองเป็นทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เคล็ดลับ: เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับรายได้จากงาน ไม่ปนกับบัญชีส่วนตัว เก็บสัญญาจ้างทุกฉบับ ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี ควรจดทะเบียนนิติบุคคล หลักฐานรายได้สำหรับอาชีพอิสระอาจไม่ได้รับการยอมรับจากทุกสถาบัน ควรสอบถามก่อนยื่น ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย สำหรับนายจ้าง/HR: สำหรับลูกจ้าง: จัดการเงินเดือนด้วย PEAK Payroll PEAK Account มีระบบ PEAK Payroll ที่ช่วยจัดการเงินเดือนพนักงานครบวงจร เมื่อข้อมูลเงินเดือนอยู่ในระบบแล้ว HR สามารถดึงข้อมูลไปออกเอกสารได้ทันที ไม่ต้องค้นหาจากเอกสารกระดาษ สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) หนังสือรับรองเงินเดือน ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร ภาษาอังกฤษคือ Salary Certificate หรือ Income Certificate บางแห่งใช้คำว่า Certificate of Employment and Compensation ถ้าต้องใช้ยื่นวีซ่าหรือติดต่อหน่วยงานต่างประเทศ ควรขอให้บริษัทออกเป็นภาษาอังกฤษด้วย โดยข้อมูลต้องตรงกับฉบับภาษาไทย หนังสือรับรองเงินเดือน มีอายุกี่วัน ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุเอกสารตายตัว แต่สถาบันการเงินส่วนใหญ่รับเฉพาะเอกสารที่ออก ไม่เกิน 30 วัน บางแห่งกำหนดไม่เกิน 7 วัน ควรสอบถามก่อนยื่นทุกครั้ง ถ้าเอกสารหมดอายุต้องขอออกฉบับใหม่จาก HR อีกครั้ง ข้าราชการ/ครู ขอหนังสือรับรองเงินเดือนที่ไหน ข้าราชการขอได้ที่ ฝ่ายการเงินของหน่วยงานต้นสังกัด เช่น ครูขอที่ฝ่ายบุคคลของโรงเรียน ทหารขอที่ฝ่ายการเงินของกรม ตำรวจขอที่สถานีต้นสังกัด ถ้าย้ายหน่วยงานแล้วต้องใช้เอกสารจากที่เดิม ให้ติดต่อหน่วยงานเก่าโดยตรง ออกเอกสารรับรองเงินเดือนเกินจริง มีความผิดไหม มีความผิด ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ทั้งนายจ้างที่ออกและพนักงานที่นำไปใช้ อาจมีโทษทางอาญา ดังนั้นข้อมูลต้องตรงกับที่จ่ายจริงเท่านั้น ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

25 Jun 2026

PEAK Account

13 min

ระเบียบการแข่งขัน PEAK Digital Accounting Championship 2026

ไฟล์ระเบียบการแข่งขัน โครงการค้นหา “สุดยอดว่าที่นักบัญชี” แห่งยุคดิจิทัล ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น.ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ (อาคาร 7) ชั้น 6 ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ 1. วัตถุประสงค์ 1.1 เพื่อสร้างเวทีให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้แสดงความสามารถ และทดสอบความรู้การใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์1.2 เพื่อกระตุ้นให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทบทวน และเพิ่มพูนความรู้ด้านการบัญชี1.3 ส่งเสริมการทํางานร่วมกันเป็นทีม และเสริมสร้างความสามัคคีให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา1.4 มอบโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนจากสถาบันอื่น 2. คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน 2.1 ผู้เข้าแข่งขันต้องเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือระดับปริญญาตรี โดยต้องมีสถานภาพเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ณ วันสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน2.2 สมาชิกทีมละ 2 คน อายุไม่เกิน 25 ปี และศึกษาอยู่สถาบันเดียวกัน 3. ขอบเขตเนื้อหาการแข่งขัน 3.1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบัญชี และภาษี3.2 การใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์3.3 การวิเคราะห์ และประยุกต์การใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ตามประเภทของธุรกิจ 4. การรับสมัคร 4.1 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 25694.2 ทีมผู้เข้าแข่งขันสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น4.3 ปิดรับสมัครการแข่งขันวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ในเวลา 23.59 น.4.4 ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ อีเมลผู้เข้าแข่งขัน และเฟสบุ๊คแฟนเพจ PEAK – โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAKaccount.com4.5 ผู้เข้าแข่งขันสามารถทำแบบทดสอบรอบคัดเลือกได้ผ่านระบบออนไลน์ที่ทางบริษัทส่งให้ ในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 4.5.1 ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำแบบทดสอบผ่านระบบที่กำหนดเท่านั้น4.5.2 ผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมจะต้องทำแบบทดสอบภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น4.5.3 แต่ละทีมสามารถทำแบบทดสอบได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น หากมีการส่งผลทดสอบมากกว่า 1 ครั้ง ทางคณะกรรมการจะพิจารณาจากการส่งผลทดสอบครั้งแรกเท่านั้น 4.6 คณะกรรมการจะประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จํานวน 50 ทีม ภายในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. ผ่านทางเว็บไซต์ อีเมลผู้เข้าแข่งขัน และเฟสบุ๊คแฟนเพจ PEAK – โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAKaccount.com โดย 50 ทีมที่ถูกคัดเลือกเข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแบ่งเป็น 25 ทีมที่มีคะแนนรวมสูงสุดในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และ 25 ทีมที่มีคะแนนรวมสูงสุดในระดับปริญญาตรี ทั้งนี้การคัดเลือกจะไม่จำกัดจำนวนทีมต่อสถาบันการศึกษา เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดียวกัน และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันจากทุกสถาบันสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเท่าเทียม หมายเหตุ: หากทีมใดไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดข้างต้น คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ทั้งนี้คําตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด 5. วัน เวลา และสถานที่จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทีมที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทั้ง 50 ทีม จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ (อาคาร 7) ชั้น 6 ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่อยู่เลขที่ 110/1-4 ถนนประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 เบอร์โทรศัพท์ 02-954-7300 6. กำหนดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 08.00 – 08.30 น. ลงทะเบียนรายงานตัวเข้าแข่งขัน08.30 – 09.00 น. พิธีเปิดการแข่งขัน09.00 – 12.30 น. การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ส่วนที่ 1-312.30 – 13.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน13.30 – 15.00 น. กิจกรรมให้ความรู้15.00 – 16.00 น. ประกาศผลการแข่งขัน พิธีมอบรางวัล และกล่าวปิดงาน หมายเหตุ : ไม่มีบริการอาหารกลางวันให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน อาจารย์ที่ปรึกษา และผู้ติดตาม ผู้เข้าสอบต้องนั่งประจำที่สอบ ก่อนเวลาสอบ อย่างน้อย 10 นาที กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม 7. รูปแบบและเกณฑ์การพิจารณาในการตัดสินผลการแข่งขัน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ โดยแต่ละรอบมีเกณฑ์ และรายละเอียด ดังนี้ 7.1  รอบคัดเลือก เป็นการตอบคําถามรูปแบบปรนัยผ่านระบบออนไลน์ รวม 20 คะแนน โดยใช้ระยะเวลาในการสอบ 60 นาที โดยมีเกณฑ์การพิจารณารอบคัดเลือกจาก ความถูกต้อง และสอดคล้องกันของข้อมูล เป็นหลัก 7.2  รอบชิงชนะเลิศ รอบชิงชนะเลิศประกอบด้วยการสอบ 3 ส่วน ผลรวม 80 คะแนน โดยแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจ (20 คะแนน)เนื้อหาประกอบด้วย วิเคราะห์กิจกรรมหลักของธุรกิจจำลอง ความสัมพันธ์ของโครงสร้างทางการเงิน การสรุปประเด็นสำคัญ ส่วนที่ 2 การใช้งานโปรแกรม PEAK และเครื่องมืออื่นในงานบัญขี (40 คะแนน)เนื้อหาประกอบด้วย การบันทึกรายการบัญชีในระบบ PEAK การใช้เครื่องมือเพื่อช่วยในงานบัญชี เช่น AI, Excel การจัดทำรายงานสรุปข้อมูลบัญชี และภาษี ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์ข้อมูล (20 คะแนน)เนื้อหาประกอบด้วย วิเคราะห์งบการเงิน และอัตราส่วนทางการเงิน วิเคราะห์แนวโน้มจากข้อมูลบัญชี เช่น รายได้เพิ่มขึ้น/ลดลง, ต้นทุนสูงผิดปกติ, ลูกหนี้เกินกำหนด ฯลฯ วิเคราะห์แนวทางแก้ไข หรือพัฒนาธุรกิจ 8. ข้อปฏิบัติในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 8.1 ผู้เข้าแข่งขันต้องนําโน้ตบุ๊กมาจํานวน 1 เครื่อง ต่อ 1 ทีม โดยทางบริษัทจะจัดเตรียมปลั๊กชาร์จไฟสําหรับโน้ตบุ๊ก และ Wifi ให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน8.2 ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องแต่งกายด้วยชุดนักเรียน นิสิต นักศึกษา ของสถาบัน8.3 ผู้เข้าแข่งขันทุกคนในทีมต้องรายงานตัวพร้อมกัน และแสดงบัตรประจําตัวนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ ภายในเวลาลงทะเบียน มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน8.4 ห้ามผู้เข้าแข่งขันนําเครื่องเขียน เครื่องมือสื่อสาร เครื่องคํานวณ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ รวมถึงนาฬิกา Smart Watch เข้าแข่งขัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการจัดเตรียมเครื่องเขียน และกระดาษทดให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน8.5 ห้ามผู้เข้าแข่งขันยืมอุปกรณ์ใด ๆ จากผู้เข้าแข่งขันทีมอื่นขณะแข่งขัน8.6 ห้ามผู้เข้าแข่งขันกระทําการใด ๆ ที่ทุจริต หรือส่อเจตนาทุจริต หมายเหตุ : หากฝ่าฝืนข้อปฏิบัติในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ทั้งนี้คําตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด 9. รางวัลการแข่งขัน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รางวัลชนะเลิศ : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 15,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 1 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 8,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 2 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลชมเชย : เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 2,000 บาท จํานวน 2 รางวัล ระดับปริญญาตรี รางวัลชนะเลิศ : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 15,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 1 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 8,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 2 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลชมเชย : เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 2,000 บาท จํานวน 2 รางวัล ทั้งนี้สมาชิกของทีมที่เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 50 ทีม จะได้รับเกียรติบัตรโดย PEAK 10. ผู้รับผิดชอบโครงการ บริษัท พี ยู ยู เอ็น อินเทลลิเจนท์ จำกัด

อ่านบทความเพิ่มเติม

บัญชี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี

อ่านบทความเพิ่มเติม

1 Jul 2026

PEAK Account

14 min

ใบเสนอราคา คืออะไร ตัวอย่างฟอร์ม และข้อผิดพลาดที่ต้องระวัง

ลูกค้าขอใบเสนอราคา แต่ไม่รู้จะเริ่มเขียนอย่างไร ใส่ข้อมูลอะไรบ้าง ราคาต้องรวม VAT หรือเปล่า ปัญหาเหล่านี้พบบ่อยในกลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ บทความนี้อธิบายทุกเรื่องตั้งแต่องค์ประกอบ วิธีเขียนทีละขั้นตอน พร้อมตัวอย่างที่ถูกต้อง ใบเสนอราคา (Quotation) คืออะไร ใบเสนอราคา คือเอกสารที่ผู้ขายจัดทำขึ้น เพื่อแจ้งรายละเอียดสินค้าหรือบริการ พร้อมระบุราคาและเงื่อนไขให้ลูกค้าพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ เอกสารนี้ไม่ถือเป็นสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย หากลูกค้าตกลงตามเงื่อนไข จะนำไปสู่การออกใบสั่งซื้อหรือทำสัญญาซื้อขายต่อไป ใบเสนอราคาสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ เอกสารฉบับนี้ช่วยให้กิจการสื่อสารราคาและเงื่อนไขกับลูกค้าอย่างชัดเจน ลดความเข้าใจผิดระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการขายที่เป็นระบบ ช่วยให้ทีมงานติดตามสถานะลูกค้าได้ว่าอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว เหตุผลที่กิจการควรออกเอกสารนี้ทุกครั้ง: องค์ประกอบและตัวอย่างใบเสนอราคาที่ถูกต้อง เอกสารที่สมบูรณ์ต้องมีข้อมูลครบถ้วนพอให้ลูกค้าอ่านจบแล้วตัดสินใจได้ทันที ตัวอย่างด้านล่างนี้แสดงองค์ประกอบทั้งหมดที่ต้องมี ข้อมูลผู้ขายและผู้ซื้อ ส่วนบนของเอกสารต้องระบุข้อมูลของทั้งสองฝ่าย ได้แก่ ชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ใส่โลโก้บริษัทด้วยจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ต้องระบุเลขที่เอกสาร วันที่ออก และวันหมดอายุให้ชัดเจน ข้อมูลเหล่านี้สำคัญเพราะใช้อ้างอิงเมื่อติดต่อกับลูกค้าในภายหลัง รายละเอียดสินค้าหรือบริการ ระบุรายการแยกทีละรายการ ไม่รวมทุกอย่างเป็นยอดเดียว คำอธิบาย จำนวน ราคา ส่วนลด VAT มูลค่าก่อนภาษี โต๊ะทำงาน (P00005) 10 4,500 0 7% 45,000 เก้าอี้สำนักงาน (P00006) 10 3,200 0 7% 32,000 มูลค่าที่คำนวณภาษี 7%: 77,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%: 5,390 บาท จำนวนเงินทั้งสิ้น: 82,390 บาท เงื่อนไขการชำระเงินและอายุใบเสนอราคา เงื่อนไขที่ต้องระบุ: ลายเซ็นและการอนุมัติ ควรมีช่องลงนามทั้งฝ่ายผู้ขายและผู้ซื้อ พร้อมวันที่ลงนาม กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมีลายเซ็น แต่การลงนามช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายรับทราบเงื่อนไขแล้ว เคล็ดลับเมื่อส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้า ส่งเอกสารแล้วควรติดตามผลภายใน 3 วัน สอบถามว่าลูกค้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ การติดตามช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้อย่างมาก สิ่งที่ควรทำหลังส่งเอกสาร: ใบเสนอราคาต่างจากใบแจ้งหนี้และใบเสร็จอย่างไร ผู้ประกอบการมือใหม่มักสับสนระหว่างเอกสาร 3 ประเภทนี้ แต่แต่ละฉบับมีหน้าที่และจังหวะการออกต่างกัน เอกสาร ออกเมื่อไร หน้าที่ ผลทางบัญชี ใบเสนอราคา ก่อนขาย แจ้งราคาและเงื่อนไขให้ลูกค้าพิจารณา ยังไม่บันทึกรายได้ ใบแจ้งหนี้ หลังตกลงซื้อ เรียกเก็บเงินตามที่ตกลง บันทึกเป็นลูกหนี้การค้า ใบเสร็จรับเงิน หลังรับเงินแล้ว ยืนยันว่าได้รับชำระเงินเรียบร้อย บันทึกรับชำระเงิน ตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) เสนอขายเฟอร์นิเจอร์ 82,390 บาท เอกสารจะเรียงตามลำดับดังนี้: กิจการที่จด VAT ต้องออกใบกำกับภาษีควบคู่กับใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จด้วย ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้ใบเสนอราคาแทนใบแจ้งหนี้ ทำให้บันทึกบัญชีผิดพลาด เพราะใบเสนอราคาไม่ถือเป็นเอกสารรับรู้รายได้ ต้องออกใบแจ้งหนี้แยกเสมอ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อออกใบเสนอราคา หลายกิจการออกเอกสารแล้วเจอปัญหาภายหลัง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากข้อมูลไม่ครบหรือไม่ชัดเจน ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ข้อควรระวังเรื่อง VAT ในใบเสนอราคา ต้องระบุให้ชัดเจนว่าราคา “รวม VAT” หรือ “ไม่รวม VAT” หากไม่ระบุ ลูกค้าอาจเข้าใจว่าราคาที่เสนอรวม VAT แล้ว ซึ่งจะเกิดปัญหาเมื่อต้องออกใบกำกับภาษี ตัวอย่างสถานการณ์ที่เกิดบ่อย: เสนอราคา 100,000 บาท โดยไม่ระบุว่ารวม VAT หรือไม่ ลูกค้าเข้าใจว่าจ่าย 100,000 บาทจบ แต่พอออกใบแจ้งหนี้กลับเรียกเก็บ 107,000 บาท (รวม VAT 7%) ทำให้เกิดข้อพิพาท วิธีระบุที่ถูกต้อง: กิจการที่ยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ห้ามระบุว่า “ราคารวม VAT” เพราะอาจถูกกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบได้ สร้างใบเสนอราคาออนไลน์ด้วยโปรแกรมบัญชี การทำเอกสารด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยลดเวลาสร้างเอกสาร ลดความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูลซ้ำ และเชื่อมต่อไปยังเอกสารอื่นได้อัตโนมัติ ข้อดีของการใช้โปรแกรมออนไลน์: เมื่อเทียบกับการทำเอง เช่น พิมพ์ใน Excel หรือ Word ข้อดีหลักคือข้อมูลลูกค้าและรายการสินค้าจะถูกบันทึกไว้ในระบบ ครั้งต่อไปไม่ต้องพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้น ช่วยประหยัดเวลาเมื่อต้องออกเอกสารบ่อย สรุป: ใบเสนอราคา ใบเสนอราคาเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยสื่อสารราคาและเงื่อนไขอย่างชัดเจน ควรออกเอกสารทุกครั้งที่เสนอราคาลูกค้า ระบุองค์ประกอบให้ครบ โดยเฉพาะรายละเอียดสินค้า ราคา เงื่อนไขการชำระ และอายุเอกสาร อย่าลืมระบุว่ารวม VAT หรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง จัดการเอกสารธุรกิจให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้กิจการสร้างใบเสนอราคาได้สะดวก มีแบบฟอร์มพร้อมใช้ คำนวณ VAT อัตโนมัติ และแปลงเป็นใบแจ้งหนี้ได้ทันที ลดงานซ้ำซ้อน จัดเก็บเอกสารครบจบในที่เดียว คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบเสนอราคา ใบเสนอราคามีผลทางกฎหมายไหม ไม่ถือเป็นสัญญาซื้อขายตามกฎหมาย แต่ถ้าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายลงนามครบทั้งสองฝ่าย อาจถูกใช้เป็นหลักฐานประกอบข้อตกลงเบื้องต้นได้ ใบเสนอราคาต้องมีลายเซ็นไหม ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องมีลายเซ็น แต่การลงนามโดยผู้มีอำนาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ลูกค้าองค์กรส่วนใหญ่มักต้องการเอกสารที่มีลายเซ็นเพื่อประกอบการอนุมัติจัดซื้อ ใบเสนอราคาควรมีอายุกี่วัน ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความผันผวนของต้นทุน โดยทั่วไปกำหนดไว้ที่ 15 ถึง 30 วัน สินค้าที่ราคาเปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น วัตถุดิบนำเข้า อาจกำหนดสั้นลงเหลือ 7 วัน ใบเสนอราคาต้องมีเลขที่เอกสารไหม ไม่บังคับตามกฎหมาย แต่แนะนำให้มีทุกครั้ง เพื่อจัดเก็บอย่างเป็นระบบและค้นหาย้อนหลังได้สะดวก รูปแบบที่นิยม เช่น QT-ปี-ลำดับ (QT-2569-001) ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

25 Jun 2026

PEAK Account

14 min

หนังสือรับรองเงินเดือน คืออะไร ตัวอย่าง แบบฟอร์ม พร้อมวิธีออกให้ลูกน้อง

พนักงานขอหนังสือรับรองเงินเดือนมาแต่ HR ไม่แน่ใจว่าต้องใส่อะไรบ้าง ออกผิดก็แก้ยาก ออกช้าพนักงานก็เสียโอกาส บทความนี้สรุปครบว่าเอกสารนี้คืออะไร ต่างจากสลิปเงินเดือนและ 50 ทวิยังไง ต้องมีข้อมูลอะไร พร้อมวิธีขอ วิธีออก และกรณีอาชีพอิสระ หนังสือรับรองเงินเดือน คืออะไร หนังสือรับรองเงินเดือน คือเอกสารที่นายจ้างออกให้พนักงาน เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นทำงานอยู่จริงและได้รับเงินเดือนเท่าไร (ก่อนหักภาษี) ไม่มีกฎหมายบังคับรูปแบบ แต่ตามกฎหมายแรงงาน นายจ้างต้องออกให้เมื่อลูกจ้างร้องขอ ถ้าปฏิเสธอาจถูกร้องเรียนที่สำนักงานสวัสดิการแรงงาน ข้อมูลต้องตรงกับที่จ่ายจริง ห้ามระบุเกินหรือขาด ถ้าพนักงานพบว่าไม่ถูกต้อง ควรแจ้ง HR แก้ไขก่อนนำไปใช้ หนังสือรับรองเงินเดือน vs สลิปเงินเดือน vs 50 ทวิ 3 เอกสารนี้เกี่ยวกับเงินเดือนเหมือนกัน แต่ใช้คนละสถานการณ์ หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน 50 ทวิ ออกโดย นายจ้าง/บริษัท นายจ้าง/บริษัท นายจ้าง/บริษัท (บังคับตามกฎหมาย) ยืนยันอะไร เงินเดือนปัจจุบัน รายละเอียดรายเดือน (เงินได้ + เงินหัก) รายได้ทั้งปี + ภาษีที่ถูกหักไว้ ใช้สำหรับ กู้บ้าน/รถ บัตรเครดิต วีซ่า ตรวจสอบรายได้แต่ละเดือน ยื่นภาษีเงินได้ประจำปี ออกเมื่อ เมื่อพนักงานร้องขอ ทุกเดือนที่จ่ายเงินเดือน ทุกปี ภายใน ก.พ. สรุปง่ายๆ: หนังสือรับรองเงินเดือนใช้ทำอะไรได้บ้าง เอกสารนี้จำเป็นในหลายสถานการณ์ ด้านการเงิน: ด้านเอกสารราชการ: ตัวอย่างหนังสือรับรองเงินเดือน + ข้อมูลที่ต้องมี เอกสารที่สมบูรณ์ต้องมีข้อมูลเหล่านี้ เอกสารที่ดีควรพิมพ์บนหัวจดหมายของบริษัท (Letterhead) ที่มีโลโก้ชัดเจน ถ้าบริษัทไม่มีหัวจดหมาย ให้ระบุชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทร และเลขทะเบียนนิติบุคคลไว้ด้านบนแทน แบบฟอร์มหนังสือรับรองเงินเดือน PEAK เตรียมแบบฟอร์มหนังสือรับรองเงินเดือนให้ ดาวน์โหลดได้ที่นี่ วิธีขอหนังสือรับรองเงินเดือน (มุมลูกจ้าง) ถ้าคุณเป็นพนักงานที่ต้องการเอกสารนี้ ทำตามนี้ ควรขอล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วันทำการ เพราะบางบริษัทต้องผ่านหลายขั้นตอนอนุมัติ บางบริษัทมีระบบให้พนักงานขอเอกสารออนไลน์ผ่าน HR Portal ได้เลย พนักงานที่ลาออกแล้วยังมีสิทธิ์ขอจากบริษัทเดิมได้ บริษัทไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะเป็นเอกสารที่ยืนยันข้อมูลการทำงานในอดีต วิธีออกหนังสือรับรองเงินเดือนให้ลูกน้อง (มุมนายจ้าง/HR) นายจ้างและ HR ต้องออกเอกสารนี้เมื่อลูกจ้างร้องขอ ขั้นตอนมีดังนี้ ต้องระบุวันที่ออกเอกสารให้ชัดเจน และเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน ถ้าบริษัทมีพนักงานหลายคน ใช้ระบบ Payroll ช่วยจะสะดวกกว่าออกด้วยมือ หนังสือรับรองเงินเดือน สำหรับอาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์ ฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการที่ไม่มีนายจ้าง ไม่สามารถขอเอกสารนี้แบบพนักงานประจำได้ แต่ใช้หลักฐานอื่นยื่นแทนได้ หลักฐานที่ใช้แทนได้: ฟรีแลนซ์ที่จดทะเบียนนิติบุคคลสามารถออกเอกสารเหมือนบริษัททั่วไปได้ เพราะตัวเองเป็นทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เคล็ดลับ: เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับรายได้จากงาน ไม่ปนกับบัญชีส่วนตัว เก็บสัญญาจ้างทุกฉบับ ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี ควรจดทะเบียนนิติบุคคล หลักฐานรายได้สำหรับอาชีพอิสระอาจไม่ได้รับการยอมรับจากทุกสถาบัน ควรสอบถามก่อนยื่น ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย สำหรับนายจ้าง/HR: สำหรับลูกจ้าง: จัดการเงินเดือนด้วย PEAK Payroll PEAK Account มีระบบ PEAK Payroll ที่ช่วยจัดการเงินเดือนพนักงานครบวงจร เมื่อข้อมูลเงินเดือนอยู่ในระบบแล้ว HR สามารถดึงข้อมูลไปออกเอกสารได้ทันที ไม่ต้องค้นหาจากเอกสารกระดาษ สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) หนังสือรับรองเงินเดือน ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร ภาษาอังกฤษคือ Salary Certificate หรือ Income Certificate บางแห่งใช้คำว่า Certificate of Employment and Compensation ถ้าต้องใช้ยื่นวีซ่าหรือติดต่อหน่วยงานต่างประเทศ ควรขอให้บริษัทออกเป็นภาษาอังกฤษด้วย โดยข้อมูลต้องตรงกับฉบับภาษาไทย หนังสือรับรองเงินเดือน มีอายุกี่วัน ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุเอกสารตายตัว แต่สถาบันการเงินส่วนใหญ่รับเฉพาะเอกสารที่ออก ไม่เกิน 30 วัน บางแห่งกำหนดไม่เกิน 7 วัน ควรสอบถามก่อนยื่นทุกครั้ง ถ้าเอกสารหมดอายุต้องขอออกฉบับใหม่จาก HR อีกครั้ง ข้าราชการ/ครู ขอหนังสือรับรองเงินเดือนที่ไหน ข้าราชการขอได้ที่ ฝ่ายการเงินของหน่วยงานต้นสังกัด เช่น ครูขอที่ฝ่ายบุคคลของโรงเรียน ทหารขอที่ฝ่ายการเงินของกรม ตำรวจขอที่สถานีต้นสังกัด ถ้าย้ายหน่วยงานแล้วต้องใช้เอกสารจากที่เดิม ให้ติดต่อหน่วยงานเก่าโดยตรง ออกเอกสารรับรองเงินเดือนเกินจริง มีความผิดไหม มีความผิด ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ทั้งนายจ้างที่ออกและพนักงานที่นำไปใช้ อาจมีโทษทางอาญา ดังนั้นข้อมูลต้องตรงกับที่จ่ายจริงเท่านั้น ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

อ่านบทความเพิ่มเติม

ภาษี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับภาษี

อ่านบทความเพิ่มเติม

24 Jun 2026

PEAK Account

10 min

VAT INFO คืออะไร? วิธีตรวจสอบคู่ค้าและเช็กใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง

ก่อนรับใบกำกับภาษีจากคู่ค้า สิ่งแรกที่ต้องเช็ค คือคู่ค้ารายนั้นจดทะเบียน VAT จริงหรือเปล่า เพราะถ้ารับใบกำกับภาษีจากผู้ที่ไม่ได้จด VAT แล้วนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ สรรพากรถือว่าเป็น ภาษีซื้อต้องห้าม — ใช้ลดภาษีไม่ได้ และอาจถูกเรียกเงินคืนพร้อมเบี้ยปรับ VAT INFO เป็นเครื่องมือฟรีจากกรมสรรพากรที่ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ได้ทันที ใช้ได้ทุกคน ไม่ต้องสมัครสมาชิก แค่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของคู่ค้า บทความนี้ PEAK สรุปวิธีใช้ วิธีอ่านสถานะ และวิธีป้องกันปัญหาใบกำกับภาษีปลอม VAT INFO คืออะไร VAT INFO (หรือ VATINFO) คือระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร เปิดให้ใช้ฟรี ตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องไปสำนักงานสรรพากร  VAT INFO ใช้ทำอะไรได้บ้าง วิธีใช้งาน VAT INFO ตรวจสอบคู่ค้า เข้าใช้งานได้ที่ vsinter.rd.go.th หรือค้นหาคำว่า “vat info สรรพากร” ใน Google ตรวจสอบจากเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ตรวจสอบจากชื่อผู้ประกอบการ  ถ้าไม่มีเลข 13 หลัก สามารถค้นหาจากชื่อกิจการ หรือชื่อสาขาได้เช่นกัน แต่ต้องพิมพ์ชื่อให้ตรง เพราะระบบจะค้นหาตามตัวอักษรที่พิมพ์  สถานะ VAT แต่ละแบบหมายความว่าอะไร  เมื่อค้นหาแล้ว ระบบจะแสดงสถานะกิจการ ซึ่งหลายคนเจอแล้วงงว่าหมายความว่าอะไร สถานะ ความหมาย ออกใบกำกับภาษีได้ไหม ยังประกอบกิจการอยู่ กิจการยังเปิดปกติ จด VAT ถูกต้อง ได้ เลิกประกอบกิจการ กิจการปิดแล้ว แจ้งเลิกกับสรรพากรแล้ว ไม่ได้ อยู่ระหว่างชำระบัญชี กิจการกำลังปิด อยู่ระหว่างจัดการหนี้สินและทรัพย์สิน ระวัง ควรตรวจสอบก่อน ไม่พบข้อมูล ไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่ได้ ห้ามรับใบกำกับภาษี จุดสำคัญ: ถ้าสถานะเป็น “เลิกประกอบกิจการ” หรือ “ไม่พบข้อมูล” แต่คู่ค้าออกใบกำกับภาษีมาให้ ห้ามรับ เพราะจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้ามทันที  ตัวอย่าง: ฝ่ายจัดซื้อของบริษัท (ชื่อสมมุติ) ได้ใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์รายใหม่ เมื่อเช็ค VAT INFO พบว่าสถานะเป็น “เลิกประกอบกิจการ” ตั้งแต่ปีก่อน แสดงว่าใบกำกับภาษีฉบับนี้ออกมาหลังจากเลิกกิจการแล้ว ถ้านำไปใช้เป็นภาษีซื้อ สรรพากรตรวจพบจะถูกเรียกเงินคืนพร้อมเบี้ยปรับ ฝ่ายจัดซื้อจึงปฏิเสธรับและแจ้งให้ซัพพลายเออร์ชี้แจง  วิธีเช็กใบกำกับภาษีปลอม  นอกจากเช็กสถานะ VAT แล้ว ควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ เจอใบกำกับภาษีที่น่าสงสัย ต้องทำอย่างไร ใช้ PEAK ตรวจ VAT + SMART Key ตรวจใบกำกับภาษีอัตโนมัติ ถ้าธุรกิจของคุณรับใบกำกับภาษีจำนวนมากในแต่ละเดือน การเช็คทีละใบบน VAT INFO อาจใช้เวลานาน PEAK Account มีฟีเจอร์ที่ช่วยลดงานตรงนี้ SMART Key คือฟีเจอร์ AI + OCR บน PEAK ที่ถ่ายรูปหรืออัปโหลดใบกำกับภาษี แล้ว AI อ่านข้อมูลเข้าระบบบัญชีให้อัตโนมัติ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องตามเกณฑ์กรมสรรพากร ถ้าข้อมูลไม่ครบหรือไม่ตรง ระบบแจ้งเตือนทันที ไม่ต้องเช็คเองทีละใบ ตัวอย่างเช่น นักบัญชีได้รับใบกำกับภาษีซื้อจากซัพพลายเออร์ 30 ใบในเดือนเดียว ถ้าเช็คทีละใบบน VAT INFO อาจใช้เวลาครึ่งวัน เมื่ออัปโหลดเข้า PEAK ผ่าน SMART Key ระบบ AI สแกนข้อมูลทุกใบ ตรวจว่าเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อ ที่อยู่ ครบถ้วนตามเกณฑ์กรมสรรพากรหรือไม่ ถ้าใบไหนมีปัญหาระบบแจ้งเตือนทันที นักบัญชีตีกลับเอกสารขอใบใหม่ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ PEAK ยังเชื่อมโยงข้อมูลใบกำกับภาษีกับรายงานภาษีซื้อ-ขายอัตโนมัติ ลดงานคีย์ซ้ำและลดข้อผิดพลาด สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) VAT INFO ใช้ฟรีไหม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้ได้ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการ เข้าใช้งานได้ที่ vsinter.rd.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง คู่ค้าไม่ได้จด VAT แต่ออกใบกำกับภาษีมาให้ ต้องทำอย่างไร ห้ามนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ เพราะจะกลายเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ให้แจ้งคู่ค้าว่าไม่สามารถรับใบกำกับภาษีได้ และขอเอกสารอื่นแทน เช่น ใบเสร็จรับเงินปกติ ถ้าสงสัยว่าเป็นการปลอมแปลง ปรึกษาสรรพากรพื้นที่ ผลเสียของการใช้ภาษีซื้อต้องห้ามคือต้องจ่ายภาษีคืนพร้อมเบี้ยปรับ 1 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน  VAT INFO ข้อมูลอัปเดตบ่อยแค่ไหน ข้อมูลอัปเดตตามที่กรมสรรพากรบันทึกเข้าระบบ เมื่อกิจการจดทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลแล้ว ข้อมูลจะปรากฏในระบบหลังจากสรรพากรดำเนินการเสร็จ ถ้าต้องการความแน่ใจ ให้โทรสอบถามสรรพากรพื้นที่โดยตรง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ธุรกิจ

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

24 Jun 2026

PEAK Account

16 min

ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คืออะไร สรุปข้อดี-ข้อเสีย และเหมาะกับธุรกิจแบบไหนบ้าง

คนอยากเปิดธุรกิจมักสงสัยว่าควรจดเป็น หจก. หรือ บจก. ดี ทั้งสองแบบเป็นนิติบุคคลเหมือนกัน แต่ค่าใช้จ่าย ภาษี และความรับผิดชอบต่างกัน บทความนี้ PEAK สรุปว่า หจก. คืออะไร ข้อดี ข้อเสีย พร้อมตารางเปรียบเทียบ 3 รูปแบบและขั้นตอนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด คืออะไร ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คือนิติบุคคลที่มีหุ้นส่วนอย่างน้อย 2 คนร่วมกันลงทุนทำธุรกิจ ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภาษาอังกฤษเรียกว่า Limited Partnership ตัวย่อ Ltd.Part. หรือ LP ชื่อต้องขึ้นต้นด้วย “ห้างหุ้นส่วนจำกัด” ตามด้วยชื่อกิจการเสมอ จุดสำคัญที่สุดคือ หจก. มีหุ้นส่วน 2 ประเภท ที่รับผิดชอบต่างกัน หุ้นส่วน 2 ประเภทใน หจก. หุ้นส่วนผู้จัดการ คือคนที่บริหารกิจการจริง มีอำนาจตัดสินใจและลงนามแทน หจก. แต่ต้อง รับผิดชอบหนี้ไม่จำกัด รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัว ต้องมีอย่างน้อย 1 คน หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด คือคนที่ลงเงินอย่างเดียว ไม่มีสิทธิ์บริหาร แต่ข้อดีคือเสียได้มากสุดแค่เท่าที่ลงทุนไป ต้องมีอย่างน้อย 1 คนเช่นกัน หจก. ต่างจากห้างหุ้นส่วนสามัญยังไง ทั้งสองแบบคือ “ธุรกิจที่มีหุ้นส่วนร่วมลงทุนกัน” เหมือนกัน แต่ต่างกัน 3 เรื่องหลักตามตาราง ห้างหุ้นส่วนสามัญ หจก. ต้องจดทะเบียนไหม จดหรือไม่จดก็ได้ ต้องจดเท่านั้น ถ้าเป็นหนี้ ใครรับผิดชอบ ทุกคนรับผิดเท่ากัน ไม่มีข้อยกเว้น แบ่งได้ — คนบริหารรับผิดเต็ม คนลงเงินเสียแค่เท่าที่ลงทุน เปิดบัญชีธนาคารในนามห้างได้ไหม ถ้าไม่จดทะเบียน = ไม่ได้ ได้ ภาษี เสียในอัตราคนทั่วไป (สูงสุด 35%) เสียในอัตรานิติบุคคล (สูงสุด 20%) สรุป — ถ้าจริงจังกับธุรกิจ ควรจด หจก. เพราะน่าเชื่อถือกว่า เปิดบัญชีธนาคารได้ ออกใบกำกับภาษีได้ และเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าบุคคลธรรมดา ข้อดีของห้างหุ้นส่วนจำกัด ด้านการจดทะเบียน ด้านภาษี ตัวอย่าง กำไรยิ่งสูง ส่วนต่างภาษีระหว่างบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลยิ่งมาก นอกจากนี้ หจก. ยังหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง ไม่ต้องใช้อัตราเหมาเหมือนบุคคลธรรมดา ทำให้กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีต่ำลง ด้านการบริหาร ข้อเสียของห้างหุ้นส่วนจำกัด ด้านความรับผิด ด้านการเงินและความน่าเชื่อถือ ด้านโครงสร้าง ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ หจก. หจก. เหมาะกับธุรกิจที่มีหุ้นส่วนไม่กี่คนและต้องการเริ่มต้นด้วยต้นทุนต่ำ มักเป็นกิจการขนาดเล็กถึงกลางที่เน้นบริหารร่วมกัน ตัวอย่างเช่น หจก. ไม่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องประมูลงานราชการ ระดมทุนจากนักลงทุนภายนอก หรือมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต กรณีเหล่านี้ควรจด บจก. ตั้งแต่แรก หจก. vs บจก. vs บุคคลธรรมดา เลือกแบบไหนดี บุคคลธรรมดา หจก. บจก. ต้องจดทะเบียนไหม ไม่ต้อง ต้องจด ต้องจด (ขั้นตอนมากกว่า) ค่าจด ไม่มี ~1,000 บาท ~5,500 บาทขึ้นไป ภาษีสูงสุด 35% 20% 20% ต้องจ้างผู้ตรวจสอบบัญชีไหม ไม่ต้อง ไม่ต้อง ต้องจ้างทุกปี หานักลงทุนเพิ่มได้ไหม ยาก ยาก ออกหุ้นขายได้ ความน่าเชื่อถือ ต่ำ ปานกลาง สูง เหมาะกับใคร: อ้างอิง: ค่าจด หจก. ~1,000 บาท (DBD) / บจก. ~5,500+ บาท (DBD) ผู้สอบบัญชี: บจก. ต้องมีทุกปี (พ.ร.บ.การบัญชี 2543) / หจก. ทุนไม่เกิน 5 ล้าน ยกเว้น (คู่มือ DBD) อ่านเปรียบเทียบเชิงลึกได้ที่ ทำธุรกิจรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลแบบไหนดี ขั้นตอนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด จดทะเบียนได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทั้งแบบ walk-in และออนไลน์ ใช้เวลาไม่นานถ้าเตรียมเอกสารครบ เอกสารที่ต้องเตรียม: หมายเหตุ : ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาอนุมัติอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับ DBD โดยตรง ใช้ PEAK จัดการบัญชี หจก. หลังจดทะเบียนแล้ว ต้องจัดทำบัญชีให้ถูกต้อง PEAK Account ช่วยจัดการครบจบในที่เดียว ฟีเจอร์ SMART Suggestion แนะนำรายการบัญชีอัตโนมัติ แม้ไม่มีพื้นฐานบัญชีก็ใช้ได้ เหมาะสำหรับ หจก. ที่ไม่ต้องมีผู้สอบบัญชีแต่ยังต้องทำบัญชีให้ถูกต้อง สรุป คำถามที่พบบ่อย (FAQ) หจก. ย่อมาจากอะไร ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร หจก. ย่อมาจาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภาษาอังกฤษคือ Limited Partnership ตัวย่อ Ltd.Part. หรือ LP เปิด หจก. ต้องมีกี่คน อย่างน้อย 2 คน โดยต้องมีหุ้นส่วนผู้จัดการอย่างน้อย 1 คน และหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน จดคนเดียวไม่ได้ หจก. ต้องมีผู้สอบบัญชีไหม ไม่ต้อง ต่างจาก บจก. ที่ต้องมีผู้สอบบัญชี (CPA) ทุกปี ทำให้ หจก. ประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ปีละหลายพันถึงหลายหมื่นบาท อย่างไรก็ตาม หจก. ยังต้องจัดทำบัญชีและยื่นงบการเงินประจำปีตามปกติ อยากเปลี่ยนจาก หจก. เป็น บจก. ทำได้ไหม แปลงสภาพโดยตรงไม่ได้ ต้องเลิกกิจการ หจก. เดิมก่อน (ชำระบัญชี จ่ายหนี้ แบ่งทรัพย์สิน) แล้วจดจัดตั้ง บจก. ใหม่ ดังนั้นถ้าคิดว่าธุรกิจจะเติบโตมาก ควรพิจารณาจด บจก. ตั้งแต่แรก หจก. จ่ายส่วนแบ่งกำไรยังไง หุ้นส่วนแต่ละคนได้รับส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนที่ตกลงไว้ในหนังสือหุ้นส่วน ถ้าไม่ได้ระบุจะแบ่งตามสัดส่วนเงินลงทุน ส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับต้องนำไปรวมเป็นรายได้บุคคลธรรมดาเพื่อเสียภาษี ควรตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนจดทะเบียน หจก. เปิดบัญชีธนาคารยังไง ใช้หนังสือรับรองจาก DBD (อายุไม่เกิน 6 เดือน) + บัตรประชาชนหุ้นส่วนผู้จัดการ + ตราประทับบริษัท ไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร แนะนำเปิดบัญชีกระแสรายวันแยกจากบัญชีส่วนตัว เพื่อให้ทำบัญชีง่ายขึ้น หจก. ต้องส่งงบการเงินที่ไหน ต้องส่งงบการเงินประจำปีต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 5 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี นอกจากนี้ต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อ กรมสรรพากร ปีละ 2 ครั้ง (ครึ่งปี ภ.ง.ด.51 + สิ้นปี ภ.ง.ด.50) หจก. ต้องทำบัญชีไหม ต้องทำบัญชี หจก. เป็นนิติบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้จัดทำบัญชีและปิดงบทุกปี ดูรายละเอียดการส่งงบได้ที่ FAQ ด้านบน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

24 Jun 2026

PEAK Account

8 min

SWIFT Code คืออะไร? รวมรหัส SWIFT Code ทุกธนาคารในไทย

ถ้าคุณต้องโอนเงินไปต่างประเทศหรือรับเงินจากต่างประเทศ สิ่งที่ธนาคารจะถามคือ “SWIFT Code” ของธนาคารปลายทาง บทความนี้ PEAK รวม SWIFT Code ของทุกธนาคารในไทยไว้ที่เดียว พร้อมวิธีเช็คและข้อควรรู้ก่อนโอน SWIFT Code คืออะไร SWIFT Code (หรือ BIC Code) คือรหัสประจำตัวของธนาคารที่ใช้ระบุตัวตนในระบบการเงินระหว่างประเทศ ย่อมาจาก Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication เป็นมาตรฐานกลางที่ธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลกใช้ร่วมกัน ถ้าใส่ SWIFT Code ผิด เงินอาจส่งไปผิดที่หรือถูกตีกลับ SWIFT Code ประกอบด้วยอะไรบ้าง  SWIFT Code มี 8 หรือ 11 ตัวอักษร แต่ละส่วนมีความหมายดังนี้  ตำแหน่ง ความหมาย ตัวอย่าง (กสิกรไทย) ตัวที่ 1-4 รหัสธนาคาร KASI (Kasikornbank) ตัวที่ 5-6 รหัสประเทศ TH (Thailand) ตัวที่ 7-8 รหัสที่ตั้ง (เมือง) BK (Bangkok) ตัวที่ 9-11 รหัสสาขา (ถ้ามี) XXX หรือไม่ระบุ = สำนักงานใหญ่ ดังนั้น SWIFT Code ของธนาคารกสิกรไทย คือ KASITHBK (8 หลัก = สำนักงานใหญ่) รวมรหัส SWIFT Code ทุกธนาคารในไทย  ธนาคารกรุงเทพ — SWIFT Code: BKKBTHBK ธนาคารกสิกรไทย — SWIFT Code: KASITHBK ธนาคารไทยพาณิชย์ — SWIFT Code: SICOTHBK ธนาคารกรุงไทย — SWIFT Code: KRTHTHBK ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) — SWIFT Code: TMBKTHBK ธนาคารกรุงศรีอยุธยา — SWIFT Code: AYUDTHBK ธนาคารเกียรตินาคินภัทร — SWIFT Code: KKPBTHBK ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย — SWIFT Code: UBOBTHBK ธนาคารยูโอบี — SWIFT Code: UOVBTHBK ธนาคารไทยเครดิต — SWIFT Code: THCETHB1 ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ — SWIFT Code: LAHRTHB1 ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) — SWIFT Code: ICBKTHBK ธนาคารเฉพาะกิจ (ของรัฐ) ธนาคารออมสิน — SWIFT Code: GSBATHBK ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ (ธ.ก.ส.) — SWIFT Code: BAABTHBK ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย — SWIFT Code: TIBTTHBK ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) — SWIFT Code: GHBATHBK หมายเหตุ : รหัสในตารางเป็นรหัสสำนักงานใหญ่ (8 หลัก) ใช้ได้กับการโอนเงินเข้าบัญชีทุกสาขาทั่วประเทศ ควรตรวจสอบกับธนาคารปลายทางอีกครั้งก่อนโอน  SWIFT Code ดูตรงไหน  ถ้าไม่แน่ใจว่า SWIFT Code ของธนาคารที่ใช้อยู่คืออะไร มี 3 วิธีเช็คได้ง่ายๆ โอนเงินผ่าน SWIFT ใช้เวลากี่วัน  การโอนเงินผ่านระบบ SWIFT ระยะเวลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ค่าธรรมเนียม แต่ละธนาคารคิดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินและประเทศปลายทาง ควรสอบถามธนาคารโดยตรงก่อนทำรายการ สรุป ถ้าธุรกิจของคุณรับหรือจ่ายเงินต่างประเทศเป็นประจำ PEAK Account ช่วยบันทึกรายการโอนเงินต่างประเทศ กระทบยอดกับ Bank Statement และจัดทำรายงานภาษีให้อัตโนมัติ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) SWIFT Code กับ BIC Code ต่างกันไหม เหมือนกัน SWIFT Code คือชื่อที่คนทั่วไปเรียก ส่วน BIC Code (Bank Identifier Code) คือชื่อทางการตามมาตรฐาน ISO 9362 ใช้แทนกันได้ ต้องใช้ SWIFT Code ทุกครั้งที่โอนเงินต่างประเทศไหม ใช่ ทุกครั้งที่โอนเงินระหว่างประเทศผ่านธนาคาร ต้องระบุ SWIFT Code ของธนาคารปลายทาง แต่ถ้าใช้บริการโอนเงินออนไลน์ เช่น Wise หรือ PayPal ระบบอาจกรอก SWIFT Code ให้อัตโนมัติ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

อ่านบทความเพิ่มเติม

การใช้โปรแกรม

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน PEAK

อ่านบทความเพิ่มเติม

24 Jun 2026

noppadon

3 min

Update Function PEAK 24/06/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. Seamless connection with PEAK to PEAK function: Link data and send-receive documents directly as if sent from within the system. Package: All packages Suitable for: Businesses whose trade partners already use the PEAK system and want to send data directly to each other through the system without redundant printing and sending via external channels. System Updates: Benefits of Use: Helps manage documents much more conveniently between businesses that use the PEAK program together. There is no need to download and then attach to send via email or other external applications. It also prevents errors and updates document data in real-time. 2. Added settings for Shopee API connection: Combine multiple orders to create a single document. Package: PRO Plus package and above Suitable for: Businesses that sell products on Shopee and have a large volume of orders per day. System Updates: Benefits of Use: Helps track historical data and reconcile accounts more easily and quickly. 3. Added deposit document management on PEAK Application: Manage documents more conveniently. Package: e-Document package and above Suitable for: Users who want to issue documents via PEAK Application. System Updates: Supports creating deposit receipt/payment documents on PEAK Application, being able to manage documents as follows: Benefits of Use: Work more conveniently via mobile phone, reduce errors, and verify data easily. Work anywhere, anytime.

24 Jun 2026

noppadon

7 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 24/06/2026

1. เชื่อมต่อไร้รอยต่อด้วยฟังก์ชัน PEAK to PEAK เชื่อมโยงข้อมูลและการรับส่งเอกสารได้โดยตรงแบบส่งจากภายในระบบ แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจ เหมาะสำหรับ: กิจการที่มีคู่ค้าใช้งานระบบ PEAK อยู่แล้ว และต้องการส่งข้อมูลถึงกันโดยตรงผ่านระบบโดยไม่ต้องพิมพ์และส่งผ่านช่องทางภายนอกซ้ำซ้อน สิ่งที่ระบบอัปเดต:  ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยให้จัดการเอกสารได้สะดวกมากยิ่งขึ้นระหว่างกิจการที่งานโปรแกรม PEAK ด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแล้วนำไปแนบส่งผ่านอีเมลหรือแอปพลิเคชันภายนอกอื่น ๆ ทั้งป้องกันความผิดพลาดและอัปเดตข้อมูลเอกสารให้แบบ Real-time 2. เพิ่มการตั้งค่าในการเชื่อมต่อ API Shopee รวมคำสั่งซื้อหลาย ๆ รายการสร้างเป็นเอกสารฉบับเดียว แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ PRO Plus ขึ้นไป เหมาะสำหรับ: กิจการที่ขายสินค้าบน Shopee และมียอดคำสั่งซื้อจำนวนมากต่อวัน สิ่งที่ระบบอัปเดต:  ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและกระทบยอดบัญชีได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น 3. เพิ่มการจัดการเอกสารเงินมัดจำ บน PEAK Application จัดการเอกสารได้สะดวกขึ้น แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ต้องการออกเอกสารผ่าน PEAK Application สิ่งที่ระบบอัปเดต: รองรับการสร้างเอกสารใบรับ-จ่ายเงินมัดจำบน PEAK Application โดยสามารถจัดการเอกสารได้ ดังนี้ ประโยชน์ที่จะได้รับ: ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ ลดข้อผิดพลาดและตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

อ่านบทความเพิ่มเติม

ข่าวสาร

อัปเดตข่าวประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่น และเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

25 Jun 2026

PEAK Account

13 min

ระเบียบการแข่งขัน PEAK Digital Accounting Championship 2026

ไฟล์ระเบียบการแข่งขัน โครงการค้นหา “สุดยอดว่าที่นักบัญชี” แห่งยุคดิจิทัล ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น.ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ (อาคาร 7) ชั้น 6 ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ 1. วัตถุประสงค์ 1.1 เพื่อสร้างเวทีให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้แสดงความสามารถ และทดสอบความรู้การใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์1.2 เพื่อกระตุ้นให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทบทวน และเพิ่มพูนความรู้ด้านการบัญชี1.3 ส่งเสริมการทํางานร่วมกันเป็นทีม และเสริมสร้างความสามัคคีให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา1.4 มอบโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนจากสถาบันอื่น 2. คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน 2.1 ผู้เข้าแข่งขันต้องเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือระดับปริญญาตรี โดยต้องมีสถานภาพเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ณ วันสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน2.2 สมาชิกทีมละ 2 คน อายุไม่เกิน 25 ปี และศึกษาอยู่สถาบันเดียวกัน 3. ขอบเขตเนื้อหาการแข่งขัน 3.1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบัญชี และภาษี3.2 การใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์3.3 การวิเคราะห์ และประยุกต์การใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ตามประเภทของธุรกิจ 4. การรับสมัคร 4.1 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 25694.2 ทีมผู้เข้าแข่งขันสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น4.3 ปิดรับสมัครการแข่งขันวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ในเวลา 23.59 น.4.4 ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ อีเมลผู้เข้าแข่งขัน และเฟสบุ๊คแฟนเพจ PEAK – โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAKaccount.com4.5 ผู้เข้าแข่งขันสามารถทำแบบทดสอบรอบคัดเลือกได้ผ่านระบบออนไลน์ที่ทางบริษัทส่งให้ ในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 4.5.1 ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำแบบทดสอบผ่านระบบที่กำหนดเท่านั้น4.5.2 ผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมจะต้องทำแบบทดสอบภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น4.5.3 แต่ละทีมสามารถทำแบบทดสอบได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น หากมีการส่งผลทดสอบมากกว่า 1 ครั้ง ทางคณะกรรมการจะพิจารณาจากการส่งผลทดสอบครั้งแรกเท่านั้น 4.6 คณะกรรมการจะประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จํานวน 50 ทีม ภายในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. ผ่านทางเว็บไซต์ อีเมลผู้เข้าแข่งขัน และเฟสบุ๊คแฟนเพจ PEAK – โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAKaccount.com โดย 50 ทีมที่ถูกคัดเลือกเข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแบ่งเป็น 25 ทีมที่มีคะแนนรวมสูงสุดในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และ 25 ทีมที่มีคะแนนรวมสูงสุดในระดับปริญญาตรี ทั้งนี้การคัดเลือกจะไม่จำกัดจำนวนทีมต่อสถาบันการศึกษา เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดียวกัน และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันจากทุกสถาบันสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเท่าเทียม หมายเหตุ: หากทีมใดไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดข้างต้น คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ทั้งนี้คําตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด 5. วัน เวลา และสถานที่จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทีมที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทั้ง 50 ทีม จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ (อาคาร 7) ชั้น 6 ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่อยู่เลขที่ 110/1-4 ถนนประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 เบอร์โทรศัพท์ 02-954-7300 6. กำหนดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 08.00 – 08.30 น. ลงทะเบียนรายงานตัวเข้าแข่งขัน08.30 – 09.00 น. พิธีเปิดการแข่งขัน09.00 – 12.30 น. การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ส่วนที่ 1-312.30 – 13.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน13.30 – 15.00 น. กิจกรรมให้ความรู้15.00 – 16.00 น. ประกาศผลการแข่งขัน พิธีมอบรางวัล และกล่าวปิดงาน หมายเหตุ : ไม่มีบริการอาหารกลางวันให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน อาจารย์ที่ปรึกษา และผู้ติดตาม ผู้เข้าสอบต้องนั่งประจำที่สอบ ก่อนเวลาสอบ อย่างน้อย 10 นาที กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม 7. รูปแบบและเกณฑ์การพิจารณาในการตัดสินผลการแข่งขัน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ โดยแต่ละรอบมีเกณฑ์ และรายละเอียด ดังนี้ 7.1  รอบคัดเลือก เป็นการตอบคําถามรูปแบบปรนัยผ่านระบบออนไลน์ รวม 20 คะแนน โดยใช้ระยะเวลาในการสอบ 60 นาที โดยมีเกณฑ์การพิจารณารอบคัดเลือกจาก ความถูกต้อง และสอดคล้องกันของข้อมูล เป็นหลัก 7.2  รอบชิงชนะเลิศ รอบชิงชนะเลิศประกอบด้วยการสอบ 3 ส่วน ผลรวม 80 คะแนน โดยแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจ (20 คะแนน)เนื้อหาประกอบด้วย วิเคราะห์กิจกรรมหลักของธุรกิจจำลอง ความสัมพันธ์ของโครงสร้างทางการเงิน การสรุปประเด็นสำคัญ ส่วนที่ 2 การใช้งานโปรแกรม PEAK และเครื่องมืออื่นในงานบัญขี (40 คะแนน)เนื้อหาประกอบด้วย การบันทึกรายการบัญชีในระบบ PEAK การใช้เครื่องมือเพื่อช่วยในงานบัญชี เช่น AI, Excel การจัดทำรายงานสรุปข้อมูลบัญชี และภาษี ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์ข้อมูล (20 คะแนน)เนื้อหาประกอบด้วย วิเคราะห์งบการเงิน และอัตราส่วนทางการเงิน วิเคราะห์แนวโน้มจากข้อมูลบัญชี เช่น รายได้เพิ่มขึ้น/ลดลง, ต้นทุนสูงผิดปกติ, ลูกหนี้เกินกำหนด ฯลฯ วิเคราะห์แนวทางแก้ไข หรือพัฒนาธุรกิจ 8. ข้อปฏิบัติในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 8.1 ผู้เข้าแข่งขันต้องนําโน้ตบุ๊กมาจํานวน 1 เครื่อง ต่อ 1 ทีม โดยทางบริษัทจะจัดเตรียมปลั๊กชาร์จไฟสําหรับโน้ตบุ๊ก และ Wifi ให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน8.2 ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องแต่งกายด้วยชุดนักเรียน นิสิต นักศึกษา ของสถาบัน8.3 ผู้เข้าแข่งขันทุกคนในทีมต้องรายงานตัวพร้อมกัน และแสดงบัตรประจําตัวนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ ภายในเวลาลงทะเบียน มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน8.4 ห้ามผู้เข้าแข่งขันนําเครื่องเขียน เครื่องมือสื่อสาร เครื่องคํานวณ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ รวมถึงนาฬิกา Smart Watch เข้าแข่งขัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการจัดเตรียมเครื่องเขียน และกระดาษทดให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน8.5 ห้ามผู้เข้าแข่งขันยืมอุปกรณ์ใด ๆ จากผู้เข้าแข่งขันทีมอื่นขณะแข่งขัน8.6 ห้ามผู้เข้าแข่งขันกระทําการใด ๆ ที่ทุจริต หรือส่อเจตนาทุจริต หมายเหตุ : หากฝ่าฝืนข้อปฏิบัติในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ทั้งนี้คําตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด 9. รางวัลการแข่งขัน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รางวัลชนะเลิศ : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 15,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 1 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 8,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 2 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลชมเชย : เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 2,000 บาท จํานวน 2 รางวัล ระดับปริญญาตรี รางวัลชนะเลิศ : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 15,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 1 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 8,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 2 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลชมเชย : เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 2,000 บาท จํานวน 2 รางวัล ทั้งนี้สมาชิกของทีมที่เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 50 ทีม จะได้รับเกียรติบัตรโดย PEAK 10. ผู้รับผิดชอบโครงการ บริษัท พี ยู ยู เอ็น อินเทลลิเจนท์ จำกัด

12 Mar 2026

Main ASC Team

2 min

PEAK Package ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2

ลูกค้า PEAK เมื่อซื้อ Package Basic, Pro หรือ Pro+ รายปี จำนวน 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 ขั้นตอนการรับโปรโมชั่น ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 จาก PEAK 1.) เลือกแพ็กเกจ PEAK ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ผ่านเว็บไซต์ PEAK เพื่อดูความแตกต่างของแต่ละแพ็กเกจ คลิกดูแพ็กเกจ PEAK ได้ที่นี่2.) ติดต่อทีมงาน Customer Support ทาง Chat ในโปรแกรม หรือกรอกแบบฟอร์มขอใบเสนอราคาเข้ามาที่นี่3.) ชำระค่าแพ็กเกจด้วยยอดตามใบเสนอราคา และส่งหลักฐานการชำระเงินให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแล4.) หลังจากตรวจสอบการชำระเงินเรียบร้อย จะได้รับโค้ดอายุการใช้งาน 2 ปี เพื่อต่ออายุบนหน้าระบบ5.) นำโค้ดมาต่ออายุบนหน้าระบบ ตามคู่มือนี้ เงื่อนไขการรับโปรโมชั่น ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 จาก PEAK 1.) สามารถใช้สิทธิ์ทั้งผู้ใช้งานใหม่ และลูกค้าปัจจุบัน 2.) โปรโมชั่นนี้สำหรับการซื้อPackage ต่อ 1 กิจการเท่านั้น 3.) โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้ 4.) โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆได้ สมัครใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี คลิก peakaccount.comหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง inbox ของ Facebook PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติม