
อยากมีธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน? หลายคนอยากเป็นเจ้านายตัวเอง แต่กลัวเรื่องภาษี การจดทะเบียน และการจัดการเงิน
บทความนี้รวมทุกขั้นตอนการทำธุรกิจตั้งแต่เตรียมตัว เลือกรูปแบบธุรกิจ จดทะเบียน จัดการเรื่องเงินและภาษี ไปจนถึงไอเดียธุรกิจที่น่าสนใจ เพื่อให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ
ธุรกิจส่วนตัวคืออะไร ต่างจากธุรกิจรูปแบบอื่นอย่างไร
ธุรกิจส่วนตัว คือ กิจการที่เจ้าของลงทุน บริหาร และตัดสินใจเองทั้งหมด ตั้งแต่เลือกสินค้า ตั้งราคา ไปจนถึงดูแลลูกค้า ไม่ต้องขึ้นตรงกับบริษัทหรือองค์กรใด
หลายคนสับสนระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับรูปแบบธุรกิจอื่น ดูความแตกต่างสั้นๆ ได้จากตารางนี้
| รูปแบบ | เจ้าของ | เงินลงทุน | ความเสี่ยง |
| ธุรกิจส่วนตัว | คนเดียว ตัดสินใจเอง | เริ่มจากน้อยได้ | รับเองทั้งหมด |
| แฟรนไชส์ | ซื้อสิทธิ์จากเจ้าของแบรนด์ | ค่าแฟรนไชส์ตามสัญญา | มีระบบให้ แต่ยืดหยุ่นน้อย |
| Startup | ทีมผู้ก่อตั้ง มีนักลงทุน | ระดมทุน | เน้นเติบโตเร็ว เสี่ยงสูง |
ธุรกิจส่วนตัวเหมาะกับคนที่อยากเริ่มจากเล็กๆ ทดสอบตลาดด้วยตัวเอง แล้วค่อยขยายตามกำลัง จะขายของออนไลน์ เปิดร้านค้า หรือรับงานฟรีแลนซ์ก็เริ่มจากธุรกิจส่วนตัวได้ทั้งหมด
ก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ต้องเตรียมอะไรบ้าง
สิ่งที่ต้องเตรียมมี 3 ด้านหลักๆ คือ ศึกษาตลาด จัดเตรียมเงินทุน และเพิ่มทักษะที่จำเป็น ถ้าเตรียมครบทั้ง 3 ด้าน โอกาสสำเร็จจะสูงขึ้นมาก
ศึกษาตลาดและคู่แข่ง
ก่อนเริ่มลงทุน ให้สำรวจ 3 สิ่งนี้ก่อน: ลูกค้าเป็นใคร ต้องการอะไร และมีคู่แข่งกี่ราย
ตัวอย่าง: ถ้าอยากเปิดร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ ให้ลองดูว่า Shopee และ Lazada มีร้านขายเสื้อผ้าประเภทเดียวกันกี่ร้าน ราคาเฉลี่ยเท่าไร แล้วร้านของคุณจะมีจุดเด่นอะไรที่แตกต่าง
เตรียมเงินทุนและแผนการเงิน
ไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่ แต่ต้องรู้ว่าจะใช้เงินตรงไหนบ้าง
ประมาณการง่ายๆ: ร้านค้าออนไลน์อาจเริ่มด้วยเงินทุน 5,000-20,000 บาท สำหรับสต็อกสินค้าเริ่มต้น ค่าถ่ายรูป และค่าโฆษณา ส่วนร้านกาแฟเล็กๆ อาจใช้ 100,000-300,000 บาท รวมค่าอุปกรณ์ ค่าเช่า และเงินหมุนเวียน 3 เดือนแรก
สิ่งสำคัญคือเผื่อเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เดือน เพราะธุรกิจใหม่มักยังไม่มีกำไรในช่วงแรก
หาความรู้ที่จำเป็น
หลายคนถามว่า “อยากเปิดธุรกิจส่วนตัว ต้องเรียนอะไร?” คำตอบคือไม่จำเป็นต้องจบบริหารธุรกิจ แต่ควรมีความรู้ 4 ด้านนี้
- ความรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่จะทำ
- การตลาดและการขาย โดยเฉพาะออนไลน์
- การเงินและบัญชีเบื้องต้น เช่น คำนวณต้นทุน กำไร และจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย
- กฎหมายและภาษีธุรกิจ เช่น ต้องจดทะเบียนหรือไม่ เสียภาษีอะไรบ้าง
ปัจจุบันมีคอร์สออนไลน์ฟรีจำนวนมากที่สอนพื้นฐานเหล่านี้ได้
ขั้นตอนเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัว
เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว ต่อไปคือ 5 ขั้นตอนที่ต้องลงมือทำจริง
กำหนดไอเดียและจุดเด่นของธุรกิจ
เลือกธุรกิจที่คุณสนใจจริงๆ และตอบคำถามให้ได้ว่า “ลูกค้าจะซื้อของเราแทนคู่แข่งเพราะอะไร” จุดเด่นอาจเป็นราคา คุณภาพ ความสะดวก หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
เขียนแผนธุรกิจ
ไม่ต้องเป็นเอกสารยาวหลายสิบหน้า แค่สรุปสั้นๆ ว่าจะขายอะไร ขายให้ใคร ขายช่องทางไหน ใช้เงินเท่าไร และคาดว่าจะคืนทุนเมื่อไร
แผนธุรกิจแบบกระชับก็เพียงพอสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก แต่ช่วยให้เห็นภาพรวมก่อนเริ่มลงทุนจริง
จดทะเบียนธุรกิจ
เมื่อเลือกรูปแบบธุรกิจได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าทำในนามบุคคลธรรมดา อาจต้องจดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ส่วนถ้าจดเป็นบริษัทจำกัดจะต้องเตรียมเอกสารจดทะเบียนเพิ่มเติม
เปิดบัญชีธุรกิจ แยกจากบัญชีส่วนตัว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมากคือเจ้าของธุรกิจใช้เงินส่วนตัวปนกับเงินกิจการ ทำให้ไม่รู้ว่ากำไรจริงเท่าไร แนะนำให้แยกบัญชีธุรกิจจากบัญชีส่วนตัวตั้งแต่วันแรก
เลือกช่องทางขาย
ธุรกิจยุคนี้มีช่องทางให้เลือกหลากหลาย ทั้ง Social Media อย่าง Facebook, LINE, Instagram, TikTok ช่องทาง Marketplace อย่าง Shopee, Lazada หรือเว็บไซต์ของตัวเอง
สำหรับมือใหม่ แนะนำเริ่มจาก 1-2 ช่องทางที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใช้มากที่สุด แล้วค่อยขยายเพิ่มเมื่อธุรกิจเริ่มมั่นคง
เลือกรูปแบบธุรกิจ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
รูปแบบธุรกิจที่เลือกจะส่งผลต่อภาษี ความรับผิดชอบในหนี้สิน และความน่าเชื่อถือ มี 3 ตัวเลือกหลัก
| รูปแบบ | เหมาะกับ | ภาษี | ความรับผิดในหนี้ |
| กิจการเจ้าของคนเดียว | รายได้ไม่สูง ทำคนเดียว | ภาษีบุคคลธรรมดา ขั้นบันได 0-35% | ไม่จำกัด ใช้ทรัพย์สินส่วนตัวชำระหนี้ |
| ห้างหุ้นส่วนจำกัด | มีหุ้นส่วน 2-3 คน | นิติบุคคล กำไร ≤300,000 ยกเว้น | หุ้นส่วนจำกัดรับผิดเท่าที่ลงทุน |
| บริษัทจำกัด | รายได้สูง ต้องการขยาย | นิติบุคคล กำไร ≤300,000 ยกเว้น | จำกัดเท่าทุนจดทะเบียน |
กำไรน้อย → บุคคลธรรมดามักประหยัดภาษีกว่า เพราะหักค่าใช้จ่ายเหมาได้
กำไรมาก → นิติบุคคลเสียภาษีน้อยกว่า เพราะ SME ได้สิทธิ์ภาษีขั้นบันไดเริ่มจาก 0% จุดคุ้มทุนแต่ละธุรกิจไม่เท่ากัน ควรปรึกษานักบัญชีก่อนตัดสินใจ
อ่านเปรียบเทียบละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ทำธุรกิจรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลแบบไหนดี
การเงินและภาษีที่เจ้าของธุรกิจใหม่ต้องรู้
ภาษีหลัก 3 ตัวที่เจ้าของธุรกิจใหม่ต้องจัดการคือ VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) หัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้ นอกจากภาษีแล้ว การรักษากระแสเงินสดให้เพียงพอก็สำคัญไม่แพ้กัน
จัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่อง
กระแสเงินสด คือปริมาณเงินที่เข้าออกจากธุรกิจในแต่ละเดือน แม้ยอดขายจะดี แต่ถ้าลูกค้าจ่ายช้าในขณะที่ต้องจ่ายค่าสินค้าล่วงหน้า ธุรกิจก็ขาดสภาพคล่องได้
วิธีรักษาสภาพคล่องเบื้องต้น ได้แก่ เก็บเงินสำรองอย่างน้อย 3 เดือน ลดระยะเวลาเก็บหนี้จากลูกค้า และต่อรองเงื่อนไขจ่ายกับซัพพลายเออร์ให้ยาวขึ้น อ่านเทคนิคเพิ่มสภาพคล่องสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มเติมได้
ภาษีที่ต้องรู้ VAT หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้
VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%): ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT กับกรมสรรพากรภายใน 30 วัน แล้วยื่นแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ข้อมูลจาก rd.go.th)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: เวลาจ้างฟรีแลนซ์หรือจ่ายค่าบริการ ต้องหักภาษีไว้ก่อนจ่าย ตัวอย่าง: จ้างช่างถ่ายรูปสินค้า 10,000 บาท ต้องหัก 3% เท่ากับ 300 บาท จ่ายจริง 9,700 บาท แล้วนำส่ง 300 บาทนี้ให้กรมสรรพากร
ภาษีเงินได้: ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา เสียภาษีตามอัตราขั้นบันไดสูงสุด 35% ถ้าเป็นนิติบุคคล SME เสียตามกำไรสุทธิ เริ่มจาก 0% (กำไรไม่เกิน 300,000 บาท)
แนะนำใช้โปรแกรมจัดการภาษีออนไลน์ช่วยคำนวณและยื่นภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น
สรุป: เริ่มธุรกิจส่วนตัวอย่างมั่นใจ
การทำธุรกิจส่วนตัวไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้าเตรียมตัวครบและเริ่มต้นถูกวิธี สิ่งที่ต้องจำคือ ศึกษาตลาดก่อนลงทุน เลือกรูปแบบธุรกิจที่เหมาะกับตัวเอง แยกบัญชีธุรกิจจากบัญชีส่วนตัวตั้งแต่วันแรก และจัดการภาษีให้ถูกต้อง
จัดการบัญชีธุรกิจให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรกด้วย PEAK
PEAK คือโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจออกเอกสาร บันทึกรายรับรายจ่าย คำนวณภาษี และดูรายงานการเงินได้จากทุกที่ ไม่ต้องมีความรู้บัญชีก็ใช้งานได้ ทดลองใช้ PEAK ฟรี
นอกจากนี้ ด้วยความร่วมมือระหว่าง PEAK x OfficeMate ให้คุณเลือกช้อปอุปกรณ์สำนักงาน, เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ไอทีได้ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรืออื่นๆ ก็สั่งสะดวกผ่านระบบ OFM พร้อมรับใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเพื่อนำมาบันทึกรายจ่ายในระบบ PEAK ได้ทันที ช่วยให้การบริหารจัดการเอกสารเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับธุรกิจส่วนตัว
ธุรกิจส่วนตัวต้องจดทะเบียนไหม
ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจ ถ้าเป็นร้านค้าออนไลน์หรือร้านค้าทั่วไป ต้องจดทะเบียนพาณิชย์กับ DBD ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ที่ใช้วิชาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ ทนายความ จะได้รับยกเว้น ส่วนถ้าอยากจดเป็นบริษัทจำกัด ต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป
ธุรกิจส่วนตัว เสียภาษียังไง
ถ้ายังเป็นบุคคลธรรมดา ให้ยื่น ภ.ง.ด.90 (แบบภาษีสำหรับคนที่มีรายได้หลายประเภท) ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ถ้าจดเป็นนิติบุคคล จะเสียภาษีจากกำไรสุทธิ โดย SME ที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้สิทธิ์อัตราภาษีขั้นบันได
ทำธุรกิจส่วนตัวพร้อมกับงานประจำได้ไหม
ได้ แต่ต้องเช็คสัญญาจ้างงานก่อนว่ามีข้อห้ามเรื่องธุรกิจเสริมหรือไม่ ข้อควรระวังคือต้องแบ่งเวลาให้ดี ไม่ให้ธุรกิจกระทบงานประจำ หลายคนเริ่มทำธุรกิจนอกเวลางานก่อน แล้วค่อยลาออกเมื่อรายได้จากธุรกิจมั่นคงแล้ว
เริ่มธุรกิจส่วนตัวใช้เงินเท่าไร
ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ แต่หลักคิดที่ดีคืออย่าลงทุนทั้งหมดที่มี ให้เผื่อเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เดือนสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ เริ่มจากขนาดเล็กก่อน ทดสอบตลาดด้วยต้นทุนต่ำ แล้วค่อยขยายเมื่อมีกำไร (ดูตัวอย่างตัวเลขเงินลงทุนได้ในหัวข้อ “เตรียมเงินทุนและแผนการเงิน” ด้านบน)
อยากเปิดธุรกิจส่วนตัว ต้องเรียนอะไร
ไม่จำเป็นต้องจบสาขาเฉพาะ แต่ควรมีความรู้ 4 ด้าน คือ ความรู้เรื่องสินค้าที่จะขาย การตลาดออนไลน์ การเงินเบื้องต้น และกฎหมายภาษีธุรกิจ มีคอร์สออนไลน์ฟรีจากหลายสถาบัน เช่น สสว. และ NIDA สอนพื้นฐานเหล่านี้ครบ
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง
- Facebook : https://www.facebook.com/officemate.co.th
- Line :https://page.line.me/tte5109d
- Instagram : https://www.instagram.com/officemate_thailand
- Linkedin : https://www.linkedin.com/company/officemate
- Tiktok: https://www.tiktok.com/@officemate_thailand?lang=en
- Website : https://www.ofm.co.th
