ถึงช่วงปลายปีทีไร เจ้าของกิจการ SME ต้องปวดหัวกับคำถามเดิมที่ว่า เราควรปรับเงินเดือนให้พนักงานเท่าไรดี จะปรับน้อยกลัวคนลาออก ปรับมากก็กลัวบริษัทแบกค่าใช้จ่ายไม่ไหว บทความนี้รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับการจัดการเงินเดือน ตั้งแต่กฎหมายแรงงาน ค่าแรงขั้นต่ำ การคำนวณเงินเดือน 3 แบบ ตลอดจนปัจจัยที่ควรพิจารณาในการปรับเงินเดือนพนักงาน กฎหมายแรงงานว่าด้วยเรื่องค่าจ้าง สิ่งที่นายจ้างต้องรู้ ก่อนจะคิดปรับเงินเดือนพนักงาน นายจ้างต้องรู้กรอบกฎหมายก่อน ลดเงินเดือนไม่ได้ หากลูกจ้างไม่ยินยอม ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นายจ้างไม่สามารถลดค่าจ้างลูกจ้างได้ หากไม่ได้รับความยินยอม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากตกลงกับลูกจ้างได้ ต้องมีการลงลายลักษณ์อักษร จ่ายต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราที่ประกาศ ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 144 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จ่ายเงินเดือนตรงเวลาทุกเดือน ต้องจ่ายอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ตามวันที่ตกลงไว้ ถ้าจ่ายล่าช้าถือว่าผิดสัญญาจ้าง กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (กฎหมายใหม่ 2569) ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 บริษัทที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามกฎหมาย ค่าแรงขั้นต่ำ 2569 นายจ้างต้องปรับเงินเดือนไหม อัตราค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง (ฉบับที่ 14) กระทรวงแรงงาน มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 อัตรา 337–400 บาทต่อวัน โดยแต่ละจังหวัด มีกำหนดค่าแรงขั้นต่ำแตกต่างกันไป พื้นที่อัตราสูงสุด 400 บาท/วัน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และ อ.เกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี) ส่วนอัตราต่ำสุด 337 บาท/วัน อยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หมายเหตุ: หากมีพนักงานคนใดที่ยังได้ค่าตอบแทนไม่ถึงขั้นต่ำ นายจ้างต้องปรับให้ค่าแรงเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด สูตรคำนวณปรับเงินเดือนแบบเปอร์เซ็นต์ วิธีการคำนวณการปรับเงินเดือนขั้นพื้นฐาน สำหรับองค์กร SME ขนาดเล็ก สามารถทำได้ตามสูตรนี้ เงินเดือนใหม่ = เงินเดือนเดิม × (1 + อัตราปรับ%) ตัวอย่าง: เงินเดือนเดิม 25,000 บาท ปรับขึ้น 5% 25,000 × (1 + 0.05) = 25,000 × 1.05 = 26,250 บาท → เพิ่มขึ้น 1,250 บาท/เดือน เงินเดือนเดิม ปรับ 3% ปรับ 5% ปรับ 7% 15,000 15,450 (+450) 15,750 (+750) 16,050 (+1,050) 25,000 25,750 (+750) 26,250 (+1,250) 26,750 (+1,750) 40,000 41,200 (+1,200) 42,000 (+2,000) 42,800 (+2,800) ฐานเฉลี่ยการปรับเงินเดือนในประเทศไทย สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ จะอยู่ที่ 4-6% ต่อปี แต่สำหรับธุรกิจ SME อาจปรับขึ้นตามกำลังของบริษัท สูตรปรับฐานเงินเดือนตามโครงสร้างองค์กร (Compa-Ratio) สำหรับบริษัทที่มีโครงสร้างเงินเดือนชัดเจน หรือกระบอกเงินเดือนชัดเจน อาจใช้ Compensation Ratio เพื่อช่วยตัดสินใจว่าควรปรับเท่าไร สูตร: Compa-Ratio = เงินเดือนปัจจุบัน ÷ เงินเดือนกลาง (Midpoint) ของตำแหน่ง หมายเหตุ: ตำแหน่งนักบัญชี มีเงินเดือนกลางอยู่ที่ 30,000 บาท โดยนายไก่ ได้เงินเดือนที่ 25,000 บาท เมื่อคำนวณ Compa-Ratio จะได้ที่ 25,000 ÷ 30,000 = 0.83 ตัวเลขนี้หมายความว่า นายไก่ยังได้ต่ำกว่าค่ากลางของตำแหน่งอยู่ 17% ควรพิจารณาปรับเงินเดือนให้เข้าใกล้ค่ากลางมากขึ้น ส่วนพนักงานที่ Compa-Ratio เกิน 1.0 แสดงว่าได้สูงกว่าค่ากลางแล้ว อาจพิจารณาปรับเงินเดือนในอัตราต่ำลง หรือพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นแทน ปรับเงินเดือนตามผลงาน (Performance-Based) คำนวณยังไง องค์กรขนาดใหญ่ มักใช้คะแนนประเมินผลงานเป็นตัวกำหนดอัตราปรับ แทนที่จะปรับเท่ากันทุกคน โดยมีลักษณะ ดังนี้ ระดับผลงาน คะแนน อัตราปรับ (ตัวอย่าง) ดีเด่น (Outstanding) 5 8-10% ดีมาก (Very Good) 4 6-7% ดี (Good) 3 4-5% พอใช้ (Fair) 2 2-3% ต้องปรับปรุง (Needs Improvement) 1 0% วิธีนี้ จะมอบรางวัลให้กับพนักงานที่มีผลงานดี ช่วยลดความขัดแย้ง แต่องค์กรเองต้องมีระบบประเมินการทำงานที่เป็นธรรมด้วย ปัจจัยที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาก่อนปรับเงินเดือน กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่มีบทบัญญัติใดบังคับให้นายจ้างต้องปรับขึ้นเงินเดือนให้ลูกจ้างทุกปี ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับนายจ้างและองค์กร ที่มีสิทธิ์ในการปรับเงินเดือนได้ตามเหมาะสม โดยอาจคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ ผลประกอบการของบริษัท — ต้องดูว่ากำไรขององค์กร มีมากเพียงพอจะรับต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ อัตราเงินเฟ้อ — บริษัทควรพิจารณาปรับเงินเดือนให้เทียบเท่า หรือสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเล็กน้อย ค่าตอบแทนในตลาด — หากคู่แข่งพร้อมจ่ายมากกว่า ลูกจ้างอาจย้ายบริษัท องค์กรจึงควรพิจารณาจากอัตราตลาดในอุตสาหกรรมเดียวกัน อายุงานและความรับผิดชอบ — ลูกจ้างที่อยู่มานานหรือรับภาระงานมากขึ้นควรได้รับการพิจารณาปรับขึ้นเป็นพิเศษ จัดการปรับเงินเดือนทั้งบริษัทให้เป็นระบบด้วย PEAK การปรับเงินเดือนพนักงานทีละคนใน Excel เสี่ยงผิดพลาด โดยเฉพาะเมื่อต้องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายใหม่ ประกันสังคมตามเพดานใหม่ และออกสลิปเงินเดือนให้ถูกต้อง PEAK Payroll ช่วยปรับฐานเงินเดือนพนักงานทั้งบริษัทได้ในไม่กี่คลิก ระบบคำนวณภาษีและประกันสังคมให้อัตโนมัติตามอัตราใหม่ ออกสลิปให้พนักงานทุกคน และลงบัญชีเงินเดือนต่อเนื่องโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปรับเงินเดือนพนักงาน ค่าแรงขั้นต่ำ แต่ละจังหวัด จะหาอ่านได้จากไหน สามารถอ่านประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละจังหวัดได้ จากหน้าเว็บไซต์กระทรวงแรงงาน การคำนวณเงินเดือนขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ คิดยังไง ทำได้โดยใช้เงินเดือนเดิมคูณ 1.03 ตัวอย่าง: เงินเดือน 20,000 × 1.03 = 20,600 บาท หากต้องการปรับเปอร์เซนต์อื่น ให้แทนค่าในเลข 1.xx แทน ปรับเงินเดือนพนักงานแต่ละคนไม่เท่ากัน ผิดกฎหมายไหม ไม่ผิด ถ้ามีเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นธรรม เช่น ปรับตามผลประเมินผลงาน ตามอายุงาน หรือตามโครงสร้างเงินเดือน แต่ต้องไม่เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เช่น ปรับตามเพศ เชื้อชาติ หรือสถานะสมรส นายจ้างลดเงินเดือนพนักงานไม่ได้ แต่บริษัทขาดทุน แล้วบริษัทมีตัวเลือกอะไรบ้าง หากบริษัทต้องการลดต้นทุนด้านบุคลากร อาจเริ่มจากพิจารณาลดชั่วโมงการทำงาน ลดค่าล่วงเวลา หรือชะลอการจ่ายโบนัส แต่ในทุกการตัดสินใจ ต้องได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย และมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งสิ้น กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569 คืออะไร กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นกฎหมายใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 โดยบริษัทที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนนี้ เพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างเมื่อออกจากงาน ปรับเงินเดือนพนักงานแล้ว ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเปลี่ยนไหม การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะคิดจากเงินได้สุทธิทั้งปี โดยเมื่อเงินเดือนเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้เงินได้สุทธิสูงขึ้นเช่นกัน อาจทำให้เข้าขั้นภาษีที่สูงกว่าเดิม นายจ้างจึงต้องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายใหม่ ตั้งแต่เดือนที่ปรับเงินเดือน และปรับยอดหักในสลิปเงินเดือนให้ถูกต้อง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก