ทะเบียนทรัพย์สิน คืออะไร มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่าง
บริษัทซื้อคอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง เครื่องพิมพ์ 3 ตัว รถยนต์อีก 1 คัน แต่พอสิ้นปีกลับตอบไม่ได้ว่าทรัพย์สินทั้งหมดมีกี่ชิ้น อยู่ที่ไหน มูลค่าเหลือเท่าไร ปัญหานี้เกิดจากการไม่มีทะเบียนทรัพย์สินที่เป็นระบบ บทความนี้สรุปครบว่าทะเบียนคุมทรัพย์สินคืออะไร ต้องบันทึกอะไรบ้าง พร้อมขั้นตอนจัดทำ 6 ขั้นตอนที่ทำได้ทันทีและตัวอย่างตารางจริง ทะเบียนทรัพย์สิน (Fixed Asset Register) คืออะไร? ทะเบียนทรัพย์สิน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Fixed Asset Register คือเอกสารที่บันทึกรายละเอียดสินทรัพย์ถาวรทุกชิ้นของกิจการ ครอบคลุมตั้งแต่วันที่ซื้อ ราคาทุน สถานที่เก็บ ไปจนถึงค่าเสื่อมราคาสะสม พูดง่ายๆ คือ “สมุดบันทึกของทุกอย่างที่บริษัทเป็นเจ้าของ” ไม่ว่าจะเป็นอาคาร เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หรือรถยนต์ ทุกชิ้นต้องมีชื่ออยู่ในเอกสารนี้ หลายคนอาจเห็นคำว่า “ทะเบียนคุมทรัพย์สิน” หรือ “ทะเบียนสินทรัพย์” ใช้สลับกัน ทั้งสองคำหมายถึงสิ่งเดียวกัน “ทะเบียนคุมทรัพย์สิน” มักใช้ในหน่วยงานราชการ ส่วน “ทะเบียนทรัพย์สิน” ใช้ในภาคเอกชนเป็นหลัก ทำไมกิจการต้องจัดทำทะเบียนทรัพย์สิน? เหตุผลหลักมี 2 ด้าน ข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ TAS 16 เรื่องที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี) ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การรับรู้ การวัดมูลค่า และการคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร สำหรับ SME ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ใช้มาตรฐานบัญชีสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (NPAEs) ซึ่งกำหนดให้บันทึกสินทรัพย์ถาวรด้วยราคาทุน แล้วทยอยหักค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งาน ด้านภาษี กรมสรรพากร กำหนดอัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุดที่หักได้ทางภาษี เช่น อาคารหักได้ไม่เกิน 5% ต่อปี คอมพิวเตอร์หักได้ 3 ปี (ประมาณ 33% ต่อปี) นอกจากนี้ เมื่อซื้อทรัพย์สินที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องเก็บใบกำกับภาษีไว้เป็นหลักฐานด้วย เพราะ VAT ที่จ่ายตอนซื้อทรัพย์สินสามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อได้ ทะเบียนทรัพย์สิน มีอะไรบ้าง? รายการที่ต้องบันทึกครบถ้วน ทะเบียนทรัพย์สินที่ดีต้องบันทึกข้อมูลอย่างน้อย 8 รายการต่อสินทรัพย์ 1 ชิ้น ได้แก่ ข้อมูลเพิ่มเติมที่แนะนำให้บันทึกด้วย เช่น เลขที่ใบแจ้งหนี้ ชื่อผู้ขาย สภาพปัจจุบัน และวันที่จำหน่ายออก (ถ้ามี) ประเภทของสินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets) มีอะไรบ้าง? สินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets) คือทรัพย์สินที่กิจการซื้อมาใช้งานระยะยาวเกิน 1 ปี ไม่ได้ซื้อมาเพื่อขายต่อ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่ม ตัวอย่าง อัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุด (ทางภาษี) ที่ดิน ที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ไม่มี (ที่ดินไม่คิดค่าเสื่อม) อาคารและสิ่งปลูกสร้าง สำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า 5% ต่อปี (อายุ 20 ปี) เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องจักรผลิต เครื่องพิมพ์ 20% ต่อปี (อายุ 5 ปี) ยานพาหนะ รถยนต์ รถกระบะ 20% ต่อปี (อายุ 5 ปี) เครื่องตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวาง 20% ต่อปี (อายุ 5 ปี) คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IT คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ 33% ต่อปี (อายุ 3 ปี) (อัตราค่าเสื่อมราคาทางภาษี อ้างอิงจาก พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 145) วิธีจัดทำทะเบียนทรัพย์สินบริษัท ต้องทำอย่างไร? การจัดทำทะเบียนทรัพย์สินมี 6 ขั้นตอนหลัก ไม่ว่าธุรกิจจะเล็กหรือใหญ่ก็ใช้แนวทางเดียวกัน 1. กำหนดนโยบายสินทรัพย์ถาวร เริ่มต้นด้วยการกำหนดว่าทรัพย์สินมูลค่าเท่าไรถึงจะบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวร เช่น “มูลค่าตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป และมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี” ของที่ต่ำกว่านี้ให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดนั้นทันที นโยบายนี้ต้องใช้สม่ำเสมอทั้งบริษัท ถ้าเปลี่ยนเกณฑ์ ต้องเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน 2. รวบรวมและจำแนกทรัพย์สิน สำรวจทรัพย์สินทั้งหมดที่บริษัทมี แล้วจัดกลุ่มตามประเภท เช่น อาคาร เครื่องจักร ยานพาหนะ คอมพิวเตอร์ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาที่สุดถ้าไม่เคยทำมาก่อน แนะนำให้แต่ละแผนกช่วยรายงานทรัพย์สินที่ตัวเองใช้อยู่ 3. กำหนดรหัสทรัพย์สิน ทรัพย์สินทุกชิ้นต้องมีรหัสเฉพาะตัว เพื่อป้องกันความสับสนเวลาตรวจนับ ตัวอย่างรูปแบบรหัส: CP-2569-001 หมายถึง คอมพิวเตอร์ (CP) ซื้อปี 2569 ลำดับที่ 001 หมวด รหัสย่อ อาคาร BLD เครื่องจักร MC ยานพาหนะ VH คอมพิวเตอร์ CP เฟอร์นิเจอร์ FN ติดรหัสนี้เป็นสติกเกอร์บนตัวทรัพย์สินจริง เวลาตรวจนับจะจับคู่กับทะเบียนได้ทันที 4. บันทึกข้อมูลลงทะเบียน นำข้อมูลทั้งหมดมากรอกลงตารางทะเบียน ไม่ว่าจะใช้ Excel หรือโปรแกรมบัญชี ข้อมูลต้องครบตาม 8 รายการที่กล่าวไว้ข้างต้น 5. คำนวณค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมราคา คือการทยอยหักมูลค่าทรัพย์สินเป็นค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน วิธีที่ SME ใช้บ่อยที่สุดคือ วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method) ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อคอมพิวเตอร์ราคา 30,000 บาท ประมาณอายุใช้งาน 3 ปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ราคาทุน — 30,000 บาท มูลค่าซาก (ประมาณ) — 0 บาท ค่าเสื่อมราคาต่อปี (30,000 – 0) ÷ 3 ปี 10,000 บาท/ปี ค่าเสื่อมราคาต่อเดือน = 10,000 ÷ 12 = ประมาณ 833 บาท ตัวเลขนี้จะถูกบันทึกเข้าทะเบียนทรัพย์สินทุกเดือน 6. ตรวจนับและอัปเดตทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (แนะนำช่วงก่อนปิดงบ) ให้ตรวจนับทรัพย์สินจริงเทียบกับทะเบียน ถ้าพบว่าทรัพย์สินชำรุด สูญหาย หรือจำหน่ายออกแล้ว ต้องอัปเดตทะเบียนให้ตรงกับความเป็นจริง ตัวอย่างทะเบียนทรัพย์สินบริษัท หน้าตาเป็นอย่างไร? เอกสารนี้ไม่มีแบบฟอร์มตายตัวที่กฎหมายกำหนด แต่ต้องมีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอสำหรับการตรวจสอบ ตัวอย่างด้านล่างเป็นรูปแบบที่ SME ทั่วไปนิยมใช้ ตัวอย่างตารางทะเบียนทรัพย์สินแบบเต็ม รหัส ชื่อทรัพย์สิน วันที่ได้มา ราคาทุน (บาท) อายุใช้งาน ค่าเสื่อมฯ/ปี (บาท) ค่าเสื่อมฯ สะสม (บาท) มูลค่าตามบัญชี (บาท) สถานที่ สภาพ BLD-2567-001 อาคารสำนักงาน 1 ม.ค. 2567 5,000,000 20 ปี 250,000 625,000 4,375,000 สาขาใหญ่ ดี CP-2568-001 คอมพิวเตอร์ Dell 15 มี.ค. 2568 25,000 3 ปี 8,333 12,500 12,500 ฝ่ายบัญชี ดี VH-2569-001 รถกระบะ Toyota 1 พ.ค. 2569 750,000 5 ปี 150,000 37,500 712,500 ฝ่ายขนส่ง ใหม่ FN-2568-005 โต๊ะทำงาน 10 ตัว 20 มิ.ย. 2568 50,000 5 ปี 10,000 12,500 37,500 สำนักงาน ดี (ตัวอย่างนี้เป็นข้อมูลสมมุติเพื่อการศึกษา) จัดการทะเบียนทรัพย์สินด้วย Excel ดีพอไหม? เทียบกับระบบอัตโนมัติ Excel เหมาะกับกิจการที่มีทรัพย์สินไม่เกิน 20-30 รายการ แต่เมื่อธุรกิจเติบโต ข้อจำกัดของ Excel จะเริ่มเป็นปัญหา ข้อจำกัดของ Excel ที่ SME ต้องรู้ ระบบทะเบียนทรัพย์สินอัตโนมัติช่วยอะไรได้บ้าง? โปรแกรมบัญชีออนไลน์อย่าง PEAK Account มีระบบจัดการสินทรัพย์ถาวรในตัว ช่วยให้บันทึกทรัพย์สิน คำนวณค่าเสื่อมราคา และลงบัญชีอัตโนมัติ ไม่ต้องคีย์ซ้ำ หัวข้อ Excel ระบบอัตโนมัติ (PEAK) คำนวณค่าเสื่อมราคา ต้องใส่สูตรเอง คำนวณอัตโนมัติทุกเดือน เชื่อมบัญชี คีย์ข้อมูลซ้ำ ลงบัญชีอัตโนมัติ ตรวจนับ ตรวจเทียบมือ Checklist ดิจิทัล แก้ไขพร้อมกัน ลำบาก หลายคนใช้พร้อมกันบน Cloud ความถูกต้อง ผิดพลาดง่ายถ้าลบสูตร ข้อมูลล็อก แก้ไขมี log สำหรับ SME ที่มีทรัพย์สินเกิน 30 รายการ หรือมีหลายสาขา ระบบอัตโนมัติจะช่วยประหยัดเวลาและลดข้อผิดพลาดได้มาก สรุป: ทะเบียนทรัพย์สิน ทำวันนี้ ธุรกิจมั่นคงขึ้น เอกสารนี้ไม่ใช่แค่งานบัญชี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของกิจการรู้สถานะทรัพย์สินจริง สิ่งที่ต้องทำ จัดการทะเบียนทรัพย์สินให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกทรัพย์สิน คำนวณค่าเสื่อมราคา และลงบัญชีอัตโนมัติในที่เดียว ไม่ต้องพึ่ง Excel หลายไฟล์อีกต่อไป ทดลองใช้ PEAK ฟรี แล้วเริ่มจัดการทะเบียนทรัพย์สินอย่างมืออาชีพ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทะเบียนทรัพย์สิน ทะเบียนทรัพย์สินต้องอัปเดตบ่อยแค่ไหน? ควรอัปเดตทุกครั้งที่มีการซื้อ จำหน่าย หรือโอนย้ายทรัพย์สิน และตรวจนับเทียบกับของจริงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งก่อนปิดงบ หากธุรกิจมีทรัพย์สินเยอะหรือมีหลายสาขา แนะนำตรวจนับทุกครึ่งปีเพื่อให้ข้อมูลตรงกับความเป็นจริงอยู่เสมอ การขึ้นทะเบียนทรัพย์สินคืออะไร? คือการนำทรัพย์สินที่กิจการซื้อมาใหม่ไปบันทึกเข้าระบบทะเบียน โดยกรอกข้อมูลครบทุกช่อง ตั้งแต่รหัส ราคาทุน วันที่ซื้อ จนถึงอัตราค่าเสื่อมราคา ควรทำทันทีที่ได้รับทรัพย์สิน ไม่ใช่รอทำทีเดียวตอนสิ้นปี ใช้แบบฟอร์มทะเบียนคุมทรัพย์สินของราชการกับบริษัทเอกชนได้ไหม? ใช้ได้แต่ไม่แนะนำ เพราะแบบฟอร์มราชการมีคอลัมน์เฉพาะทาง เช่น รหัสครุภัณฑ์ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง ซึ่งบริษัทเอกชนไม่จำเป็นต้องใช้ แนะนำให้ออกแบบตารางเองตามที่บทความนี้แนะนำ หรือใช้ Template จากโปรแกรมบัญชีที่ออกแบบมาสำหรับ SME โดยเฉพาะ ทะเบียนทรัพย์สิน ต้องจัดทำทุกบริษัทไหม? ทุกนิติบุคคล (บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน) ที่มีสินทรัพย์ถาวร ควรจัดทำเอกสารนี้ เพราะต้องแสดงรายการสินทรัพย์ในงบการเงินประจำปีอยู่แล้ว ทะเบียนฯ เป็นหลักฐานสนับสนุนที่ช่วยให้ตัวเลขในงบถูกต้องและพร้อมสำหรับการตรวจสอบ ไม่ทำทะเบียนทรัพย์สินมีความผิดไหม? ไม่มีกฎหมายลงโทษโดยตรงสำหรับการ “ไม่มีทะเบียนทรัพย์สิน” แต่ผลกระทบจะเกิดทางอ้อม หากตัวเลขสินทรัพย์ในงบการเงินไม่ถูกต้อง ผู้สอบบัญชีอาจแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข นอกจากนี้ถ้าสรรพากรตรวจพบว่าค่าเสื่อมราคาที่หักทางภาษีไม่มีหลักฐานสนับสนุน อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก