Table of Contents

คลังความรู้บัญชี ภาษี และโปรแกรมบัญชีออนไลน์

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บทความน่ารู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน และธุรกิจที่เป็นประโยชน์ สำหรับผู้ประกอบการและนักบัญชี

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

ล่าสุด

20 Oct 2026

PEAK Account

31 min

วิธีเลือกสำนักงานบัญชี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

สำนักงานบัญชี คืออะไร และสำคัญอย่างไร สำนักงานบัญชี (Accounting Firm) คือ ผู้ให้บริการที่รับทำบัญชี ปิดงบการเงิน และยื่นภาษีแทนกิจการ โดยมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) รับผิดชอบบัญชีของลูกค้าแต่ละราย การเลือกสำนักงานบัญชีที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 3 ประการ ตลอดบทความนี้จะใช้กรณีศึกษาของคุณวรรณา (ชื่อสมมุติ) เจ้าของ บริษัท เอ็มเคพี แพคเกจจิ้ง จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตกล่องกระดาษส่งโรงงานอุตสาหกรรมอาหารในจังหวัดชลบุรี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว มีพนักงาน 12 คน และมีเอกสารซื้อขายหมุนเวียนประมาณ 300 ฉบับต่อเดือน ทำบัญชีต่างจากสอบบัญชีอย่างไร สำนักงานบัญชีทำหน้าที่จัดทำบัญชี บันทึกรายการค้า และจัดทำงบการเงินให้แก่กิจการ ส่วนผู้สอบบัญชีทำหน้าที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินนั้นตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยผู้สอบบัญชีต้องมีความเป็นอิสระจากกิจการที่ตรวจ จึงไม่สามารถเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้จัดทำบัญชีได้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ผู้สอบบัญชี คือใคร สำนักงานบัญชีทำอะไรบ้าง ขอบเขตการทำงานของสำนักงานบัญชีแบ่งออกเป็นงานประจำเดือน งานรอบครึ่งปี และงานประจำปี โดยรายละเอียดที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับสัญญาว่าจ้างที่ตกลงร่วมกัน รอบระยะเวลาขอบเขตงานหลักงานรายเดือนบันทึกบัญชีจากเอกสารซื้อขาย · ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) · ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) · จัดทำและนำส่งเงินสมทบประกันสังคมงานรอบครึ่งปีประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51)งานประจำปีปิดบัญชีจัดทำงบการเงิน · ประสานงานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) · ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 · นำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าบริการเสริมตามที่ตกลงจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท · จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม · บริการงานเงินเดือน (Payroll) · วางแผนและให้คำปรึกษาทางภาษี ผู้รับทำบัญชีมีกี่แบบ ผู้รับจ้างทำบัญชีในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก โดยทุกรูปแบบต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด และต้องแจ้งรายชื่อเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รูปแบบผู้รับทำบัญชีลักษณะการดำเนินงานข้อควรตรวจสอบก่อนว่าจ้างนักบัญชีอิสระ (Freelance)ผู้ทำบัญชีรับงานและบริหารจัดการเพียงคนเดียววุฒิการศึกษาตรงตามขนาดกิจการ · จำนวนลูกค้าในมือไม่เกินเกณฑ์ · แผนการส่งต่องานกรณีฉุกเฉินสำนักงานบัญชีหรือบริษัทรับทำบัญชีจัดตั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล มีทีมงานผู้ทำบัญชีและผู้ช่วยแบ่งหน้าที่เป็นระบบตรวจสอบชื่อผู้ทำบัญชีที่แจ้งต่อ DBD · บุคคลที่รับผิดชอบและประสานงานจริงในแต่ละวันสำนักงานบัญชีคุณภาพสำนักงานบัญชีที่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานคุณภาพจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบหนังสือรับรองและวันหมดอายุการรับรองมาตรฐาน คุณสมบัติผู้ทำบัญชีที่ควรรู้ ผู้ทำบัญชีที่มีคุณวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีขึ้นไป สามารถรับทำบัญชีให้แก่นิติบุคคลได้ทุกขนาด ส่วนผู้ที่มีคุณวุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชี สามารถรับทำบัญชีได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนและบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดให้ผู้ทำบัญชี 1 คน สามารถรับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 รายต่อปี และต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ CPD คืออะไร การรับรองคุณภาพของ DBD คืออะไร กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้การรับรองคุณภาพแก่สำนักงานบัญชีที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน 6 ด้าน เช่น การเปิดให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี มีฐานลูกค้านิติบุคคลไม่น้อยกว่า 15 ราย และมีหัวหน้าสำนักงานบัญชีที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีบัญชีพร้อมประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในมาตรฐานการทำงานให้แก่ผู้ประกอบการ ทำบัญชีเอง จ้างพนักงาน หรือจ้างสำนักงานบัญชี ก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางบริหารงานบัญชี ผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของ 3 ทางเลือกหลักจากปัจจัยด้านต้นทุน ความเชี่ยวชาญ และความต่อเนื่องของงาน เกณฑ์การพิจารณาทำบัญชีด้วยตนเองจ้างพนักงานบัญชีประจำจ้างสำนักงานบัญชีภาระต้นทุนต่ำที่สุด แต่ใช้เวลาของเจ้าของกิจการสูงมีเงินเดือนประจำ สวัสดิการ และอุปกรณ์ทำงานทุกเดือนค่าบริการรายเดือนและรายปีตามขอบเขตงานที่ตกลงความรู้ความเชี่ยวชาญภาษีขึ้นอยู่กับความรู้ของตัวเจ้าของกิจการขึ้นอยู่กับทักษะของพนักงานประจำเพียงคนเดียวมีทีมงานและผู้ทำบัญชีมืออาชีพคอยดูแลให้คำปรึกษาความต่อเนื่องของงานสะดุดเมื่อเจ้าของติดภารกิจอื่นเสี่ยงต่องานหยุดชะงักเมื่อพนักงานลาออกมีความต่อเนื่องสูง มีบุคลากรในทีมทดแทนงานได้ทันทีการปิดงบและยื่นภาษีประจำปียังคงต้องจัดหาผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติทำได้หากพนักงานมีคุณสมบัติครบตามขนาดกิจการรวมอยู่ในขอบเขตบริการที่ตกลงกันไว้ความเหมาะสมธุรกิจบุคคลธรรมดาหรือร้านค้าขนาดเล็กกิจการที่มีปริมาณเอกสารหมุนเวียนจำนวนมากทุกวันธุรกิจนิติบุคคล SME ส่วนใหญ่ สัญญาณว่าถึงเวลาต้องจ้างคนทำบัญชี บริษัท เอ็มเคพี แพคเกจจิ้ง จำกัด เข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อในปีที่สอง คุณวรรณาจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนจากการบันทึกบัญชีเองในตอนกลางคืนมาเป็นการว่าจ้างสำนักงานบัญชีมืออาชีพ ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์แล้วยังต้องมีผู้ทำบัญชีไหม ยังคงต้องมีผู้ทำบัญชี แม้โปรแกรมบัญชีออนไลน์จะช่วยออกเอกสาร บันทึกรายการ และสรุปรายงานให้อัตโนมัติ แต่นิติบุคคลยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการระบุชื่อผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติเพื่อรับผิดชอบการปิดงบการเงินและการยื่นภาษี แนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน คือการที่เจ้าของกิจการออกเอกสารการขายและรับเงินผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ด้วยตนเอง จากนั้นให้สำนักงานบัญชีเข้ามาร่วมใช้งานบนระบบเดียวกันเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและปิดบัญชี ทำให้ข้อมูลเชื่อมโยงถึงกันโดยไม่ต้องเสียเวลาคีย์ข้อมูลซ้ำ สำนักงานบัญชีที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร สำนักงานบัญชีที่สามารถเป็นพาร์ตเนอร์ดูแลธุรกิจได้ในระยะยาว ควรมีคุณลักษณะสำคัญ 5 ด้าน 1. เข้าใจธุรกิจของลูกค้า มีความเข้าใจในลักษณะเฉพาะของแต่ละประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจผลิต ธุรกิจซื้อมาขายไป และธุรกิจบริการ มีการบันทึกต้นทุนและสินค้าคงคลังที่แตกต่างกัน รวมถึงเข้าใจความแตกต่างในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น โรงงานรับจ้างผลิตย่อมมีจุดเน้นทางบัญชีต่างจากโรงงานที่จำหน่ายสินค้าแบรนด์ของตนเอง 2. มีระบบและเครื่องมือที่ตรวจสอบได้ มีกระบวนการรับส่งเอกสาร การติดตามเอกสารที่สูญหาย และการแจ้งเตือนปัญหาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเจ้าของกิจการสามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้ตลอดเวลาว่าเอกสารเดือนใดบันทึกเสร็จสิ้นแล้ว และยื่นแบบภาษีใดไปแล้วบ้าง 3. อธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย สามารถสื่อสารประเด็นภาษีและข้อกำหนดทางบัญชีที่ซับซ้อนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบตามข้อกฎหมาย โดยไม่ตอบเพียงแค่ว่าสามารถทำได้หรือทำไม่ได้ 4. สื่อสารเป็นระบบ กำหนดช่องทางการติดต่อ ผู้ประสานงานหลัก และกรอบเวลาในการตอบกลับไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือนเจ้าของกิจการล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดยื่นแบบภาษีเพื่อป้องกันค่าปรับ 5. ให้คำแนะนำที่ช่วยตัดสินใจ สามารถวิเคราะห์ตัวเลขในงบการเงินและรายงานให้ผู้บริหารทราบถึงจุดผิดปกติ เช่น ต้นทุนวัตถุดิบต่อยอดขายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ หรืออัตราการหมุนเวียนของลูกหนี้ช้าลง พร้อมเสนอทางเลือกในการปรับปรุงที่สามารถปฏิบัติได้จริง ต้องตรวจสอบอะไรบ้างก่อนจ้างสำนักงานบัญชี ก่อนตัดสินใจลงนามในสัญญาว่าจ้าง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบ 4 จุดสำคัญ 4 เรื่องที่ต้องคุยก่อนเซ็นสัญญา ขอบเขตงานรายเดือน สำนักงานบัญชีบางแห่งบันทึกบัญชีครบถ้วนทุกเดือน ในขณะที่บางแห่งอาจเพียงแค่ยื่นแบบภาษีรายเดือนแล้วรวบรวมเอกสารไปบันทึกบัญชีในคราวเดียวตอนสิ้นปี หากผู้บริหารต้องการเห็นรายงานงบการเงินรายเดือนเพื่อดูผลกำไร จะต้องตกลงประเภทรายงานและกำหนดวันส่งมอบให้ชัดเจน วิธีส่งเอกสาร การส่งมอบเอกสารเป็นจุดที่เกิดข้อผิดพลาดได้บ่อย ควรตกลงรูปแบบการส่งมอบให้ชัดเจนว่าจะจัดส่งเป็นเอกสารกระดาษ ส่งไฟล์สแกน หรืออัปโหลดเข้าสู่โปรแกรมบัญชี พร้อมกำหนดวันตัดรอบเอกสารและแนวทางการติดตามเอกสารที่ตกหล่น สิทธิ์ในโปรแกรมบัญชี กรณีใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ร่วมกัน ควรกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจนว่าฝ่ายใดมีหน้าที่ออกเอกสาร ฝ่ายใดบันทึกและปรับปรุงรายการ และที่สำคัญคือเมื่อสิ้นสุดสัญญาว่าจ้าง ฐานข้อมูลบัญชีทั้งหมดต้องยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของกิจการ ทดสอบด้วยคำถามจริง นำปัญหาที่ธุรกิจพบเจอจริงมาสอบถามในการพูดคุยครั้งแรก ตัวอย่างเช่น คุณวรรณานำประเด็นเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่ง และการจัดการรายได้จากการขายเศษกระดาษรีไซเคิลมาสอบถาม สำนักงานที่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจนพร้อมระบุเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ คือสำนักงานที่คุณวรรณาตัดสินใจร่วมงาน ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนเลือกสำนักงานบัญชี ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจตัดสินใจเลือกจากราคาที่ต่ำที่สุดขอบเขตงานอาจไม่ครอบคลุมการปิดงบการเงินและการยื่นภาษีประจำปี ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เพิ่มตอนสิ้นปีไม่ได้จัดทำสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรไม่สามารถควบคุมขอบเขตงานได้ชัดเจน และประสบปัญหาในการขอรับเอกสารคืนเมื่อเลิกจ้างไม่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีอาจได้ผู้ทำบัญชีที่มีวุฒิไม่ตรงตามเกณฑ์ขนาดกิจการ หรือไม่ได้รับการแจ้งชื่อต่อ DBD อย่างถูกต้องตามกฎหมายใช้บุคคลคนเดียวกันทั้งทำบัญชีและสอบบัญชีขัดต่อหลักความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และอาจทำให้งบการเงินถูกปฏิเสธการรับรองไม่มีสิทธิ์เข้าถึงฐานข้อมูลบัญชีของตนเองเจ้าของกิจการไม่สามารถทราบสถานะทางการเงินและตัวเลขกำไรที่แท้จริงได้จนกว่าจะสิ้นปี ค่าทำบัญชีขึ้นอยู่กับอะไร ค่าบริการทำบัญชีไม่มีอัตรากลางตามกฎหมาย โดยสำนักงานแต่ละแห่งจะประเมินอัตราค่าบริการจากปัจจัยหลักในการปฏิบัติงาน ปัจจัยในการประเมินงานผลกระทบต่ออัตราค่าบริการทำบัญชีปริมาณเอกสารต่อเดือนเอกสารใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และสลิปการโอนเงินจำนวนมากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลสูงขึ้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ต้องตรวจสอบความถูกต้องของใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนจำนวนพนักงานในกิจการมีภาระงานในการจัดทำบัญชีเงินเดือน การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) และการนำส่งเงินสมทบประกันสังคมการบริหารสินค้าคงเหลือธุรกิจผลิตและซื้อมาขายไปต้องมีการควบคุมสต๊อกสินค้าและคำนวณต้นทุนขายที่มีความซับซ้อนกว่าธุรกิจบริการขอบเขตบริการรอบสิ้นปีการปิดบัญชี การจัดทำงบการเงิน การประสานงานผู้สอบบัญชี และการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 รวมอยู่ในแพ็กเกจหรือคิดแยกต่างหาก ทั้งนี้ ค่าบริการตรวจสอบบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายวิชาชีพที่แยกต่างหากจากค่าทำบัญชี เนื่องจากผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระ ศึกษาแนวทางการประเมินค่าตรวจสอบบัญชีได้ที่ ผู้สอบบัญชี คือใคร จ้างแล้ว เจ้าของกิจการยังต้องทำอะไร การว่าจ้างสำนักงานบัญชีไม่ได้หมายถึงการโอนภาระหน้าที่ตามกฎหมายทั้งหมด โดยกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทยังคงเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 หาสำนักงานบัญชีใกล้ฉันได้ที่ไหน หากกิจการใช้งานหรือวางแผนจะใช้งานโปรแกรม PEAK สามารถค้นหาสำนักงานบัญชีพันธมิตรได้ผ่าน หน้าค้นหาสำนักงานบัญชีของ PEAK ซึ่งมีสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์มากกว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ ตัวอย่างเช่น คุณวรรณาค้นหาสำนักงานบัญชีในจังหวัดชลบุรี และติดต่อสัมภาษณ์ 3 แห่งด้วยชุดคำถามเดียวกัน จากนั้นตัดสินใจเลือกสำนักงานที่ส่งใบเสนอราคาแยกขอบเขตงานรายเดือนและงานปิดงบการเงินอย่างชัดเจนที่สุด ข้อควรรู้เพิ่มเติม สรุป – สำนักงานบัญชี พาร์ตเนอร์คนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต สำนักงานบัญชีคือผู้ดูแลงานบันทึกบัญชี จัดทำงบการเงิน และยื่นแบบภาษีแทนกิจการ โดยมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นผู้รับผิดชอบ การเลือกสำนักงานบัญชีที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากความเข้าใจในธุรกิจ ระบบการทำงานที่ตรวจสอบได้ และความโปร่งใสของสัญญาบริการ ทั้งนี้ เจ้าของกิจการยังคงมีหน้าที่ในการส่งมอบเอกสารประกอบที่ถูกต้องและเก็บรักษาเอกสารไว้ตามที่กฎหมายกำหนด การเลือกพาร์ตเนอร์ด้านบัญชีที่ดีจะช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลทางการเงินที่แม่นยำสำหรับวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นใจ หาสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ PEAK ใกล้คุณ ผู้ประกอบการสามารถ ค้นหาสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ PEAK ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ร่วมกับกิจการ ครอบคลุมทั้งบริการทำบัญชีครบวงจร ที่ปรึกษาภาษี และจดทะเบียนบริษัท โดยสามารถเลือกค้นหาตามพื้นที่หรือขอรับคำแนะนำจากทีมงาน พร้อมเริ่มต้นจัดการงานเอกสารทางธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อเชื่อมต่องานบัญชีระหว่างธุรกิจและสำนักงานบัญชีอย่างไร้รอยต่อตั้งแต่วันนี้ ศึกษาข้อกำหนดทางวิชาชีพเพิ่มเติมได้ที่บทความ ผู้สอบบัญชี คือใคร และติดตามบทความน่ารู้เพื่อการบริหารกิจการได้ที่หมวด ธุรกิจ ของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสำนักงานบัญชี รับทำบัญชีเดือนละเท่าไหร่ อัตราค่าบริการทำบัญชีไม่มีเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับปริมาณเอกสาร การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวนพนักงาน และขอบเขตงานรอบสิ้นปี ผู้ประกอบการควรขอใบเสนอราคาที่แยกรายการค่างานประจำเดือนและงานปิดงบการเงินประจำปีอย่างชัดเจนจากสำนักงาน 2–3 แห่งเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่า สำนักงานบัญชีกับนักบัญชีอิสระต่างกันอย่างไร นักบัญชีอิสระจะรับงานและบริหารจัดการเพียงคนเดียว ในขณะที่สำนักงานบัญชีจะทำงานเป็นทีม มีระบบตรวจสอบทานงาน และมีบุคลากรทดแทนเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ ทั้งสองรูปแบบต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดและได้รับการแจ้งชื่อต่อ DBD เช่นเดียวกัน บริษัทเปิดใหม่ที่ยังไม่มีรายได้ต้องจ้างสำนักงานบัญชีไหม ต้องมีผู้ทำบัญชี เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และนำส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีทุกปี แม้ในรอบปีนั้นจะยังไม่มีรายรับก็ตาม และหากกิจการได้จดทะเบียน VAT ไว้แล้ว จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนตามรอบปกติ ให้สำนักงานที่ทำบัญชีสอบบัญชีด้วยได้ไหม ไม่สามารถใช้ผู้สอบบัญชีคนเดียวกับผู้ทำบัญชีได้ เนื่องจากมาตรฐานวิชาชีพบัญชีกำหนดให้ผู้สอบบัญชีต้องมีความเป็นอิสระในการตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน การทำหน้าที่ทั้งสองอย่างโดยบุคคลหรือทีมงานเดียวกันจะถือว่าขัดต่อหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ เปลี่ยนสำนักงานบัญชีต้องทำอย่างไร ผู้ประกอบการควรแจ้งสำนักงานเดิมล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา ขอรับเอกสารประกอบการลงบัญชี สมุดบัญชี และไฟล์สำรองข้อมูลในระบบคืนให้ครบถ้วน จากนั้นให้ผู้ทำบัญชีรายใหม่ดำเนินการแจ้งรายชื่อเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มปฏิบัติงาน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

20 Oct 2026

PEAK Account

20 min

เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท ต้องทำอย่างไร ขั้นตอน เอกสาร และผลทางบัญชี

เพิ่มทุนจดทะเบียน คืออะไร และสำคัญอย่างไร เพิ่มทุนจดทะเบียน (Capital Increase) คือ การที่บริษัทจำกัดออกหุ้นใหม่เพื่อเพิ่มทุนจากที่จดไว้ตอนจัดตั้ง โดยต้องผ่านมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 และจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) การเพิ่มทุนจดทะเบียนมีความสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท เมทัลฟอร์ม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะให้โรงงานประกอบรถยนต์ ที่จดทะเบียนด้วยทุน 2,000,000 บาท (20,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท) คุณธนพลถือ 12,000 หุ้น และคุณศิริพรถือ 8,000 หุ้น ปีที่สามบริษัทได้งานผลิตชิ้นส่วนให้ลูกค้ารายใหม่ และต้องซื้อเครื่อง CNC ราคา 3,000,000 บาท ทั้งสองคนจึงตัดสินใจเพิ่มทุนแทนการกู้เงินทั้งก้อน หุ้นเพิ่มทุนคืออะไร หุ้นเพิ่มทุน คือ หุ้นที่บริษัทออกใหม่ตามมติเพิ่มทุน หุ้นใหม่ต้องมีมูลค่าเท่ากับมูลค่าหุ้นที่จดไว้เดิม ถ้าต้องการเปลี่ยนมูลค่าหุ้นต้องจดทะเบียนแก้ไขมูลค่าหุ้นก่อน ตามคู่มือการจดทะเบียนเพิ่มทุนของ DBD ขั้นตอนเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทมีอะไรบ้าง การเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทมี 5 ขั้นตอน และต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 14 วันนับจากวันที่ที่ประชุมลงมติ ขั้นตอน สิ่งที่ทำ กำหนดเวลา 1 กรรมการส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ก่อนวันประชุมอย่างน้อย 14 วัน 2 ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 วันประชุม 3 เสนอขายหุ้นใหม่ให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน ตามวันตอบรับที่กำหนดในหนังสือเสนอขาย 4 รับชำระค่าหุ้นและออกหลักฐานการรับชำระให้ผู้ถือหุ้น ก่อนยื่นจดเพิ่มทุน 5 ยื่นจดทะเบียนกับ DBD ภายใน 14 วันนับจากวันลงมติ 1. ส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ส่งหนังสือนัดทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือส่งถึงผู้ถือหุ้นทุกคนตามทะเบียน ก่อนวันประชุมอย่างน้อย 14 วันหรือตามที่ข้อบังคับกำหนด ถ้าบริษัทมีหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ ต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย หนังสือนัดต้องระบุวาระเพิ่มทุน จำนวนทุนที่จะเพิ่ม และข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 ที่จะแก้ไข การนับ 14 วันเริ่มจากวันถัดจากวันที่ส่งหนังสือหรือลงโฆษณาครั้งสุดท้าย 2. ประชุมและลงมติพิเศษ มติเพิ่มทุนต้องเป็นมติพิเศษ คือได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง ในการประชุมเดียวกันให้ลงมติแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 ให้ตรงกับทุนใหม่ ถ้าผู้ถือหุ้นจะชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินแทนเงิน เช่น โอนเครื่องจักรเข้าบริษัท ต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สินนั้นไว้ในมติพิเศษให้ชัด 3. เสนอขายหุ้นใหม่ให้ผู้ถือหุ้นเดิม หุ้นเพิ่มทุนต้องเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมทุกคนตามสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ ทำเป็นหนังสือระบุจำนวนหุ้นที่แต่ละคนมีสิทธิซื้อและวันสุดท้ายที่ต้องตอบรับ ถ้าพ้นกำหนดโดยไม่ตอบรับ ถือว่าไม่ซื้อ หุ้นที่ไม่มีผู้ซื้อ บริษัทขายให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือให้กรรมการรับซื้อไว้เองได้ แต่หุ้นที่ออกใหม่ขายให้บุคคลภายนอกไม่ได้ ตามคู่มือของ DBD 4. รับชำระค่าหุ้น บริษัทรับเงินค่าหุ้นตามที่เรียกชำระ แล้วออกหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นแต่ละคน หลักฐานนี้ต้องแนบตอนยื่นจดทะเบียน ค่าหุ้นงวดแรกต้องไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1105 ถ้าขายหุ้นได้ไม่ครบในคราวเดียว ให้ยื่นจดมติพิเศษภายใน 14 วันก่อน แล้วจดเพิ่มทุนตามจำนวนหุ้นที่ขายได้ในแต่ละคราว 5. ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนกับ DBD จดทะเบียนเพิ่มทุน DBD ได้ทั้งทางออนไลน์ผ่าน DBD Biz Regist และที่สำนักงาน ตามคู่มือของ DBD ระบบออนไลน์เป็นระบบเดียวกับที่ใช้จัดตั้งบริษัทซึ่งเป็นช่องทางเดียวตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 จึงควรเตรียมบัญชีผู้ใช้และ ThaID ของกรรมการให้พร้อม กรณีขายหุ้นได้ครบในคราวเดียว ให้ยื่นจดมติพิเศษ เพิ่มทุน และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิพร้อมกันภายใน 14 วันนับจากวันลงมติ เอกสารจดทะเบียนเพิ่มทุนมีอะไรบ้าง เอกสารหลักสำหรับการจดทะเบียนเพิ่มทุนตามคู่มือของ DBD มี 6 รายการ ส่วนเอกสารเฉพาะกรณีแนบเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไข เอกสาร หมายเหตุ คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1) ทุกกรณี แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ทุกกรณี รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมและมติพิเศษ (แบบ บอจ.4) ระบุทุนใหม่และมติ หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไข อากรแสตมป์ 50 บาท สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนที่บริษัทออกให้ผู้ถือหุ้น ทุกคนที่ชำระ สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอ ทุกกรณี หนังสือมอบอำนาจ ถ้ามอบให้ผู้อื่นยื่น อากร 10 บาท หลักฐานการอนุญาตจากหน่วยงานกำกับ เฉพาะธุรกิจ เช่น ธนาคาร ประกันภัย หลักทรัพย์ แบบ บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) ไม่อยู่ในชุดเอกสารเพิ่มทุนตามคู่มือของ DBD แต่รายชื่อผู้ถือหุ้นใหม่จะปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่บริษัทส่งพร้อมงบการเงินประจำปี ตัวอย่างรายงานการประชุมเพิ่มทุน รายงานการประชุมไม่ได้อยู่ในรายการแนบของคู่มือ แต่บริษัทต้องจัดทำและเก็บไว้เป็นหลักฐานของมติ ควรมีหัวข้ออย่างน้อยดังนี้ ค่าธรรมเนียมเพิ่มทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ ค่าจดทะเบียนเพิ่มทุนคิด 500 บาทต่อทุนที่เพิ่มทุก 100,000 บาท เศษของ 100,000 บาทนับเป็น 100,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท ส่วนการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิเสีย 400 บาท ตามกฎกระทรวงค่าธรรมเนียม พ.ศ. 2549 ทุนที่เพิ่ม ค่าจดเพิ่มทุน แก้ไขบริคณห์สนธิ อากร รวม (บาท) 1,000,000 5,000 400 50 5,450 3,000,000 15,000 400 50 15,450 10,000,000 50,000 400 50 50,450 อย่าสับสนกับเพดาน 25,000 บาทซึ่งเป็นของค่าจดหนังสือบริคณห์สนธิตอนจัดตั้ง เพดานของการเพิ่มทุนคือ 250,000 บาท ถ้ายื่นจดมติพิเศษแยกไว้ก่อนขายหุ้น จะมีค่าจดทะเบียนเรื่องอื่นเพิ่มเรื่องละ 400 บาท ค่าธรรมเนียมสุดท้ายให้ยึดตามที่ระบบคำนวณตอนยื่น เพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาท ต้องรู้อะไรบ้าง ตัวเลข 5 ล้านบาทเกี่ยวกับการเพิ่มทุนใน 2 เรื่อง ซึ่งวัดจากตัวเลขต่างกัน เรื่อง วัดจาก ผลเมื่อเกิน 5 ล้านบาท เอกสารประกอบคำขอ ทุนจดทะเบียนหลังเพิ่มทุน ต้องแนบหลักฐานจากธนาคารและหนังสือยืนยันการรับชำระค่าหุ้น ตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 1/2567 อัตราภาษี SME ทุนชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี เสียสิทธิยกเว้นกำไร 300,000 บาทแรกและอัตรา 15% เสียภาษี 20% ของกำไรทั้งหมด เงื่อนไขภาษีวัดที่ทุนชำระแล้ว ไม่ใช่ทุนจดทะเบียน ตามคู่มือภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME ของกรมสรรพากร และรายได้ต้องไม่เกิน 30 ล้านบาทด้วย ตัวอย่างหนังสือยืนยันการรับชำระค่าหุ้นดูได้ที่เอกสารของกองทะเบียนธุรกิจ ตัวอย่างการตัดสินใจของบริษัทเมทัลฟอร์ม บริษัทเพิ่มทุน 3,000,000 บาท เป็น 30,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท จัดสรรตามสัดส่วนเดิม 60:40 คุณธนพลซื้อ 18,000 หุ้น คุณศิริพรซื้อ 12,000 หุ้น และชำระเต็มจำนวน ทุนหลังเพิ่มเท่ากับ 5,000,000 บาทพอดี ไม่เกิน 5 ล้านบาท บริษัทจึงยังใช้อัตราภาษี SME ได้และไม่ต้องแนบหลักฐานทุนเกิน 5 ล้าน ถ้ากำไรปีถัดไป 2,000,000 บาท จะเสียภาษี 255,000 บาท เทียบกับ 400,000 บาทถ้าทุนชำระแล้วเกิน 5 ล้าน ส่วนเงินที่ยังขาดสำหรับติดตั้งและวัตถุดิบ บริษัทเลือกขอสินเชื่อเครื่องจักรแทนการเพิ่มทุนเกิน 5 ล้าน เพราะคำนวณแล้วภาษีที่ประหยัดได้สูงกว่าดอกเบี้ยช่วงแรก เพิ่มทุนแล้วบันทึกบัญชีและเสียภาษีอย่างไร เงินค่าหุ้นเพิ่มทุนไม่ใช่รายได้ของบริษัท จึงไม่ต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล บันทึกเป็นการเพิ่มส่วนของเจ้าของ รายการ เดบิต เครดิต รับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนเต็มจำนวน เงินฝากธนาคาร 3,000,000 ทุนเรือนหุ้นสามัญ 3,000,000 จ่ายค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ค่าธรรมเนียม 15,450 เงินฝากธนาคาร 15,450 ถ้าขายหุ้นใหม่สูงกว่ามูลค่าที่ตราไว้ ส่วนที่เกินบันทึกเป็นส่วนเกินมูลค่าหุ้น ต้องมีหนังสือบริคณห์สนธิที่อนุญาตไว้ และส่วนเกินต้องชำระพร้อมค่าหุ้นงวดแรก (มาตรา 1105) ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของรอบบัญชีที่จ่าย อ่านเรื่องภาษีต่อได้ที่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล คืออะไร ข้อควรรู้เพิ่มเติม สรุป – เพิ่มทุนจดทะเบียน วางแผนทุนและภาษีให้พร้อมรับการเติบโต เพิ่มทุนจดทะเบียนต้องผ่านมติพิเศษ 3 ใน 4 ของเสียงผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และยื่นจดภายใน 14 วันนับจากวันลงมติ หุ้นใหม่ต้องเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน และขายให้บุคคลภายนอกไม่ได้ ค่าจดเพิ่มทุน 500 บาทต่อทุนที่เพิ่มทุก 100,000 บาท สูงสุด 250,000 บาท สิทธิภาษี SME วัดจากทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ส่วนเอกสารทุนเกิน 5 ล้านวัดจากทุนจดทะเบียน เริ่มได้วันนี้ด้วยการคำนวณว่าทุนชำระแล้วหลังเพิ่มทุนจะเกิน 5 ล้านบาทหรือไม่ แล้วเทียบภาษีที่ต่างกันกับดอกเบี้ยถ้าใช้เงินกู้แทน ก่อนส่งหนังสือนัดประชุม บันทึกเงินเพิ่มทุนและติดตามทุนของบริษัทด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายรับรายจ่ายพร้อมเอกสารแนบ ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบกำกับภาษี และดูรายงานการเงินเพื่อติดตามส่วนของเจ้าของหลังเพิ่มทุน – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน อ่านต่อเรื่องการตั้งทุนตั้งแต่แรกได้ที่ ทุนจดทะเบียนบริษัท ขั้นตอนจดทะเบียนทั้งหมดได้ที่ จดทะเบียนบริษัท และบทความอื่นในหมวด ธุรกิจ ของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน จดทะเบียนเพิ่มทุนออนไลน์ได้ไหม ได้ ยื่นผ่านระบบ DBD Biz Regist โดยกรรมการที่ลงชื่อในคำขอต้องยืนยันตัวตนในระบบ ถ้าเอกสารครบ DBD ระบุว่ากรณีทั่วไปจดทะเบียนเสร็จได้ภายในวันเดียว เพิ่มทุนภาษาอังกฤษคืออะไร เพิ่มทุนจดทะเบียนภาษาอังกฤษคือ Capital Increase หรือ Increase of Registered Capital ส่วนหุ้นเพิ่มทุนคือ Newly Issued Shares เพิ่มทุนแล้วต้องเสียภาษีเพิ่มไหม เงินค่าหุ้นเพิ่มทุนไม่ใช่รายได้ จึงไม่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ถ้าทุนชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบบัญชีเกิน 5 ล้านบาท บริษัทจะเสียสิทธิอัตราภาษี SME ในรอบบัญชีนั้น ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนได้ไหม ได้ ผู้ถือหุ้นที่ไม่ตอบรับภายในกำหนดถือว่าไม่ซื้อ บริษัทนำหุ้นส่วนนั้นไปขายให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือให้กรรมการรับซื้อได้ แต่ขายให้บุคคลภายนอกไม่ได้ เพิ่มทุนต้องชำระค่าหุ้นเต็มจำนวนไหม ไม่จำเป็นต้องชำระเต็มในคราวเดียว แต่ค่าหุ้นงวดแรกต้องไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้น ถ้าขายหุ้นเป็นคราว ๆ ให้จดมติพิเศษภายใน 14 วันก่อน แล้วจดเพิ่มทุนตามจำนวนหุ้นที่ขายและรับชำระได้ในแต่ละคราว เพิ่มทุนด้วยเครื่องจักรแทนเงินได้ไหม ได้ ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินได้ แต่ต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สินในมติพิเศษให้ชัด และควรประเมินมูลค่าอย่างมีหลักฐานเพื่อใช้บันทึกบัญชีและคำนวณค่าเสื่อมราคา ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

19 Oct 2026

PEAK Account

32 min

ผู้สอบบัญชีคือใคร CPA กับ TA ต่างกันอย่างไร

ผู้สอบบัญชี คืออะไร และสำคัญอย่างไร ผู้สอบบัญชี (Auditor) คือผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินของกิจการอย่างเป็นอิสระ แล้วแสดงความเห็นว่างบการเงินนั้นถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินหรือไม่ โดยในวงการธุรกิจมักเรียกว่าผู้ตรวจสอบบัญชี นักตรวจสอบบัญชี หรือออดิเตอร์ บทบาทของผู้สอบบัญชีมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 3 ประการ ตลอดบทความนี้จะใช้กรณีศึกษาของ หจก. ไทยวัฒน์ อีเล็คทริค (ชื่อสมมุติ) ผู้รับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าโรงงาน ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 18 ล้านบาท และรายได้ปีล่าสุด 25 ล้านบาท เพื่อเป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อกำหนดในทางปฏิบัติ ผู้สอบบัญชีต่างจากนักบัญชีอย่างไร ผู้จัดทำและผู้ตรวจสอบทำงานกับงบการเงินชุดเดียวกัน แต่อยู่คนละฝั่งและมีบทบาทหน้าที่แยกขาดจากกัน ประเด็นเปรียบเทียบ ผู้ทำบัญชี (นักบัญชี) ผู้สอบบัญชี (Auditor) หน้าที่หลัก บันทึกรายการบัญชีรายวันและจัดทำงบการเงิน ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินและออกหน้ารายงานแสดงความเห็น สังกัดการทำงาน พนักงานประจำของกิจการ หรือสำนักงานบัญชีที่รับจ้างทำบัญชี ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ ต้องไม่มีส่วนได้เสียกับกิจการที่ตรวจ ใบอนุญาตวิชาชีพ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีตามคุณสมบัติที่กำหนด ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี (CPA) หรือกรมสรรพากร (TA) ผลลัพธ์ของงาน งบการเงินประจำงวดและประจำปี หน้ารายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้สอบบัญชี CPA หรือ TA ไม่สามารถตรวจสอบงบการเงินที่ตนเองหรือทีมงานของตนเป็นผู้จัดทำได้ เนื่องจากขัดต่อหลักความเป็นอิสระทางวิชาชีพ กิจการจึงต้องแยกผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีเป็นคนละคนเสมอ ผู้สอบบัญชี (ผู้ตรวจสอบบัญชี) มีกี่ประเภท ผู้ที่สามารถลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินตามกฎหมายไทย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต และมีกลุ่มคุณสมบัติเฉพาะสำหรับบริษัทในตลาดทุนอีก 1 กลุ่ม ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA (Certified Public Accountant) คือผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 สามารถตรวจสอบและรับรองงบการเงินของนิติบุคคลได้ทุกรูปแบบ ทั้งบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกขนาด ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ผู้สอบบัญชีภาษีอากร หรือ TA (Tax Auditor) คือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากรตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบและรับรองบัญชีเฉพาะของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กที่เข้าเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อ ได้แก่ ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท โดย TA ไม่สามารถตรวจสอบและลงนามรับรองงบการเงินของบริษัทจำกัดได้ ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน ต้องใช้บริการผู้สอบบัญชี CPA ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติเฉพาะทาง ผู้ตรวจสอบภายใน ไม่ใช่ผู้สอบบัญชีตามกฎหมาย ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Auditor) เป็นบุคลากรภายในหรือผู้รับจ้างที่ทำหน้าที่ประเมินระบบการควบคุมภายในและความเสี่ยงขององค์กร แต่ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินเพื่อนำส่งหน่วยงานราชการ ศึกษารายละเอียดของงานตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่บทความ Audit คืออะไร CPA กับ TA ต่างกันอย่างไร ความแตกต่างระหว่าง CPA และ TA สรุปได้ผ่านเกณฑ์อำนาจหน้าที่และขอบเขตตามกฎหมายดังนี้ ประเด็นเปรียบเทียบ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) หน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง กฎหมายรองรับ พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต ประเภทกิจการที่ตรวจสอบได้ บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน ห้างหุ้นส่วนทุกขนาด เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก เกณฑ์ขนาดกิจการ ไม่จำกัดขนาดทุน สินทรัพย์ และรายได้ ทุน ≤ 5 ล้าน สินทรัพย์ ≤ 30 ล้าน รายได้ ≤ 30 ล้าน ห้างหุ้นส่วนที่อยู่ระหว่างชำระบัญชี มีอำนาจตรวจสอบได้ ไม่มีอำนาจตรวจสอบ เพดานจำนวนการลงนามต่องวดปี เป็นไปตามเกณฑ์ที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด รวมกับงาน CPA แล้วไม่เกิน 300 รายต่อปี กิจการแบบไหนต้องมีผู้สอบบัญชี ภาระหน้าที่ในการจัดให้มีผู้สอบบัญชีขึ้นอยู่กับรูปแบบการจดทะเบียนนิติบุคคลและขนาดของกิจการ รูปแบบองค์กรธุรกิจ ข้อกำหนดผู้สอบบัญชี ประเภทผู้สอบบัญชีที่สามารถใช้บริการได้ บุคคลธรรมดา / ร้านค้าพาณิชย์ทั่วไป ไม่ต้องมี ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบงบการเงิน ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก (ไม่เกินเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อ) ต้องมี สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง TA หรือ CPA ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่เกินเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ต้องมี ต้องใช้ CPA เท่านั้น บริษัทจำกัด / บริษัทมหาชนจำกัด ต้องมี ต้องใช้ CPA เท่านั้น ห้างหุ้นส่วนที่อยู่ระหว่างการชำระบัญชี ต้องมี ต้องใช้ CPA เท่านั้น สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังพิจารณารูปแบบองค์กร สามารถศึกษาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและภาระผูกพันได้ที่บทความ บจก. หรือ หจก. เลือกแบบไหนดี ตัวอย่าง หจก. ที่โตจนต้องเปลี่ยนจาก TA เป็น CPA กรณีศึกษา หจก. ไทยวัฒน์ อีเล็คทริค ในปี 2568 มีทุน 2 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 18 ล้านบาท และรายได้ 25 ล้านบาท ซึ่งไม่เกินเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อ จึงสามารถว่าจ้าง TA ตรวจสอบงบการเงินได้ รอบปีบัญชี ทุนจดทะเบียน สินทรัพย์รวม รายได้รวม ประเภทผู้สอบบัญชีที่ต้องใช้ ปี 2568 2 ล้านบาท 18 ล้านบาท 25 ล้านบาท สามารถใช้ TA หรือ CPA ปี 2569 2 ล้านบาท 24 ล้านบาท 35 ล้านบาท ต้องใช้ CPA เท่านั้น (รายได้รวมเกิน 30 ล้านบาท) ปี 2570 (แปรสภาพเป็น บจก.) 10 ล้านบาท 30 ล้านบาท 42 ล้านบาท ต้องใช้ CPA เท่านั้น (เป็นบริษัทจำกัด) ในปี 2569 เมื่อกิจการได้รับงานเพิ่มขึ้นจนรายได้แตะ 35 ล้านบาท เกินเกณฑ์รายได้ 30 ล้านบาทเพียงข้อเดียว หจก. จะต้องปรับเปลี่ยนมาว่าจ้าง CPA ทันที กิจการจึงควรติดตามรายได้สะสมระหว่างปีเพื่อจัดหาผู้สอบบัญชีล่วงหน้า ผู้สอบบัญชีทำอะไรบ้าง กระบวนการตรวจสอบงบการเงินเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนวันสิ้นรอบปีบัญชี และเสร็จสิ้นเมื่อส่งมอบหน้ารายงานที่ลงนามรับรอง โดยมีขั้นตอนหลัก 5 ขั้นตอน ธุรกิจรับเหมาโดนตรวจจุดไหนเป็นพิเศษ แต่ละประเภทธุรกิจมีจุดเสี่ยงทางบัญชีที่แตกต่างกัน สำหรับธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบ ผู้สอบบัญชีจะให้ความสำคัญกับ 4 ประเด็นหลัก จุดตรวจสอบสำคัญ เหตุผลความเสี่ยงทางบัญชี สิ่งที่กิจการต้องจัดเตรียม การรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ รายได้ของโครงการระยะยาวต้องสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง รายงานสรุปงบประมาณและต้นทุนจริงแยกรายโครงการ เงินประกันผลงานที่ลูกค้าหักไว้ (Retention) ยอดค้างรับนานและมีความเสี่ยงต่อการเก็บเงินไม่ได้ ทะเบียนคุมเงินประกันผลงานพร้อมระบุวันครบกำหนดคืน ภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย ยอดภาษีต้องสัมพันธ์กับรายได้และมีหลักฐานใช้เครดิตครบถ้วน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ครบทุกฉบับ วัสดุอุปกรณ์คงเหลือหน้างาน วัสดุที่สั่งซื้อแล้วแต่ยังไม่ได้ติดตั้งต้องบันทึกเป็นสินค้าคงเหลือ รายงานการเบิกจ่ายวัสดุแยกตามหน่วยงานและรายงานตรวจนับ ความเห็นของผู้สอบบัญชี 4 แบบ หน้ารายงานของผู้สอบบัญชีจะแสดงความเห็นต่องบการเงินใน 4 รูปแบบ ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของกิจการอย่างมีนัยสำคัญ รูปแบบความเห็น ความหมายทางวิชาชีพ ผลกระทบต่อกิจการ ไม่มีเงื่อนไข (Unqualified Opinion) งบการเงินถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินในสาระสำคัญ งบการเงินมีความน่าเชื่อถือสูงสุด ใช้ยื่นกู้และประมูลงานได้ตามปกติ มีเงื่อนไข (Qualified Opinion) งบการเงินถูกต้อง ยกเว้นเฉพาะรายการที่มีข้อผิดพลาดแต่ไม่แผ่กระจาย ธนาคารหรือคู่ค้าอาจขอเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมเฉพาะจุด ไม่ถูกต้อง (Adverse Opinion) งบการเงินมีข้อผิดพลาดที่มีสาระสำคัญและแผ่กระจายอย่างมาก ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างรุนแรง และอาจถูกหน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบ ไม่แสดงความเห็น (Disclaimer of Opinion) ผู้สอบบัญชีถูกจำกัดขอบเขตหรือไม่ได้รับหลักฐานเพียงพอในการตรวจสอบ มักเกิดจากเอกสารสูญหาย กิจการต้องเร่งปรับปรุงระบบบัญชีทันที ปฏิทินทำงานกับผู้ตรวจสอบตลอดปี สำหรับกิจการที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ไทม์ไลน์การทำงานร่วมกับผู้สอบบัญชีจะมีลำดับดังนี้ ช่วงเวลาดำเนินงาน บทบาทหน้าที่ของกิจการ บทบาทหน้าที่ของผู้สอบบัญชี ตุลาคม – พฤศจิกายน ตกลงว่าจ้างและกำหนดขอบเขตระยะเวลาตรวจสอบ ประเมินความเป็นอิสระและจัดทำแผนการตรวจสอบล่วงหน้า ธันวาคม จัดเตรียมนัดหมายการตรวจนับสต๊อกและทรัพย์สินสิ้นปี เข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจนับสินค้าคงคลัง มกราคม – กุมภาพันธ์ ปิดสมุดบัญชี ส่งงบทดลองและแฟ้มเอกสารประกอบงบ ส่งหนังสือยืนยันยอดธนาคาร ลูกหนี้ และตรวจสอบรายการค้า มีนาคม บันทึกรายการปรับปรุงบัญชีตามข้อตรวจพบ สรุปผลการตรวจสอบและส่งร่างหน้ารายงานให้ผู้บริหาร เมษายน จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงิน ออกหน้ารายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง พฤษภาคม ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และนำส่งงบการเงินผ่าน DBD e-Filing เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบประจำปี เอกสารที่ควรเตรียมก่อนผู้ตรวจเข้างาน การเตรียมเอกสารให้พร้อมช่วยลดระยะเวลาตรวจสอบและป้องกันค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม โดยควรจัดเตรียมเอกสารหลัก 6 หมวด ตรวจสอบรายชื่อผู้สอบบัญชีได้อย่างไร ก่อนตกลงว่าจ้าง กิจการควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีว่ายังคงมีผลสมบูรณ์และไม่ถูกพักใช้ใบอนุญาต ผ่าน 3 ช่องทาง เลือกผู้สอบบัญชีให้กิจการอย่างไร นอกเหนือจากความถูกต้องของใบอนุญาต กิจการควรพิจารณา 3 ปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจว่าจ้าง ค่าสอบบัญชีขึ้นอยู่กับอะไร ค่าบริการตรวจสอบบัญชีไม่มีอัตรากลางตามกฎหมาย แต่กำหนดขึ้นจากความซับซ้อนและปริมาณงาน ปัจจัยกำหนดค่าบริการ ผลกระทบต่ออัตราค่าตรวจสอบบัญชี รูปแบบนิติบุคคล บริษัทจำกัดมีขั้นตอนตรวจสอบและข้อกำหนดมาตรฐานสูงกว่า หจก. ขนาดเล็ก ปริมาณธุรกรรมและขนาดรายได้ กิจการที่มีรายการค้าจำนวนมากต้องใช้เวลาและขนาดตัวอย่างในการสุ่มตรวจสูงขึ้น ความซับซ้อนของประเภทธุรกิจ ธุรกิจที่มีงานระหว่างทำ สต๊อกสินค้าหลายคลัง หรือธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ความสมบูรณ์ของเอกสารทางบัญชี หากเอกสารไม่ครบถ้วนและต้องปรับปรุงตัวเลขมาก ค่าบริการจะเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ใช้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อพิจารณาเพิ่มเติมได้ที่บทความ กิจการจำเป็นต้องจ้างผู้สอบบัญชีหรือไม่ อยากเป็นผู้สอบบัญชีต้องทำอย่างไร การก้าวสู่เส้นทางวิชาชีพผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ต้องผ่านเกณฑ์ 4 ขั้นตอนตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด ขั้นตอน เกณฑ์คุณสมบัติและข้อกำหนด 1. คุณวุฒิการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางการบัญชี หรือเทียบเท่าที่ผ่านการรับรอง 2. การฝึกหัดงานสอบบัญชี ขึ้นทะเบียนผู้ฝึกหัดงานและเก็บชั่วโมงฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 3 ปี (ไม่เกิน 5 ปี) รวมไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง 3. การทดสอบความรู้ สอบผ่านวิชาความรู้ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดผ่านระบบ e-Testing 4. การขอรับใบอนุญาตและคงสถานะ ยื่นขอขึ้นทะเบียน CPA และเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ทุกปี เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้สอบบัญชีต้องเข้ารับการอบรมเพื่อรักษาสถานภาพตามเกณฑ์ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ CPD คืออะไร เก็บชั่วโมงยังไง ข้อควรรู้เพิ่มเติม สรุป – ผู้สอบบัญชี หัวใจสำคัญของความโปร่งใสและงบการเงินที่น่าเชื่อถือ ผู้สอบบัญชีทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินอย่างเป็นอิสระเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น คู่ค้า สถาบันการเงิน และหน่วยงานราชการ โดยบริษัทจำกัดต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เสมอ ส่วนห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กสามารถเลือกใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้ การวางระบบบัญชีที่ดีและจัดเก็บเอกสารอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นปี จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบงบการเงินดำเนินไปได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว และประหยัดต้นทุนของกิจการ เตรียมข้อมูลบัญชีให้พร้อมส่งผู้สอบบัญชีด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ธุรกิจบันทึกรายรับรายจ่ายพร้อมแนบไฟล์เอกสารต้นฉบับในระบบคลาวด์ จัดทำสมุดบัญชีแยกประเภท งบทดลอง และทะเบียนทรัพย์สินอัตโนมัติ ช่วยให้ฝ่ายบัญชีสามารถส่งมอบข้อมูลและรายงานที่ครบถ้วนให้แก่ผู้สอบบัญชีได้อย่างรวดเร็ว – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อยกระดับความถูกต้องของงานบัญชีและปิดงบการเงินได้อย่างมั่นใจ ศึกษาข้อกำหนดทางภาษีเพิ่มเติมได้ที่บทความ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และติดตามความรู้ทางบัญชีได้ที่คลังบทความหมวด บัญชี ของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชี ภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไร คำว่าผู้สอบบัญชีในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Auditor ส่วนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตใช้คำว่า Certified Public Accountant (CPA) และผู้สอบบัญชีภาษีอากรใช้คำว่า Tax Auditor (TA) ผู้ตรวจสอบบัญชีกับผู้สอบบัญชีต่างกันไหม ในทางกฎหมายถือเป็นบุคคลเดียวกัน โดยพระราชบัญญัติการบัญชีและพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชีจะใช้คำว่า ผู้สอบบัญชี ส่วนคำว่า ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือ ออดิเตอร์ เป็นภาษาปากที่ใช้เรียกกันทั่วไป ทั้งนี้ หมายถึงผู้สอบบัญชีอิสระภายนอก (External Auditor) ไม่รวมถึงผู้ตรวจสอบภายในขององค์กร CPA คืออะไร ต่างจาก CPD อย่างไร CPA คือใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี ส่วน CPD (Continuing Professional Development) คือการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ทั้งผู้สอบบัญชี (CPA) และผู้ทำบัญชีต้องเข้ารับการอบรมเก็บชั่วโมงทุกปีเพื่อต่ออายุและรักษาสถานภาพทางวิชาชีพ ผู้สอบบัญชีต้องจบอะไร ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางการบัญชี หรือเทียบเท่าที่ผ่านการรับรอง หากต้องการเป็น CPA จะต้องผ่านการฝึกหัดงานสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง และสอบผ่านวิชาความรู้ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด ส่วนการเป็น TA จะต้องผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีทำอะไร ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีทำหน้าที่เป็นทีมงานสนับสนุนของ CPA ในการลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสาร ทำการสุ่มตรวจรายการค้า ส่งหนังสือยืนยันยอด และจัดทำกระดาษทำการประกอบงบการเงิน แต่ไม่สามารถลงลายมือชื่อรับรองหน้ารายงานได้ โดยตำแหน่งนี้ใช้สำหรับเก็บชั่วโมงการทำงานเพื่อเตรียมสอบเป็น CPA บุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจต้องมีผู้สอบบัญชีไหม ไม่ต้องมี กิจการที่ประกอบธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาหรือร้านค้าทั่วไปที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ แต่มีหน้าที่รวบรวมเอกสารรายรับรายจ่ายเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้สอบบัญชีกับเจ้าหน้าที่สรรพากรต่างกันอย่างไร ผู้สอบบัญชีเป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่กิจการว่าจ้างมาเพื่อตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินก่อนนำส่ง ส่วนเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรคือพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจตามประมวลรัษฎากรในการตรวจสอบการเสียภาษีและประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีแล้ว จึงยังคงมีโอกาสถูกกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้ นิติบุคคลส่งงบการเงินที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบได้ไหม ไม่สามารถทำได้ กฎหมายกำหนดให้งบการเงินของบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องมีหน้ารายงานของผู้สอบบัญชีแนบประกอบการนำส่งเสมอ หากส่งงบการเงินโดยไม่มีลายมือชื่อผู้สอบบัญชี จะถือว่ายังไม่ได้นำส่งงบการเงินและมีโทษปรับตามกฎหมาย ห้างหุ้นส่วนเลือกใช้ CPA แทน TA ได้ไหม สามารถทำได้ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กมีสิทธิเลือกใช้บริการผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ได้ตามความประสงค์ ในขณะที่ห้างหุ้นส่วนที่มีขนาดเกินเกณฑ์ หรืออยู่ระหว่างขั้นตอนการชำระบัญชี กฎหมายบังคับว่าต้องใช้บริการ CPA เท่านั้น ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บัญชี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี

อ่านบทความเพิ่มเติม

19 Oct 2026

PEAK Account

32 min

ผู้สอบบัญชีคือใคร CPA กับ TA ต่างกันอย่างไร

ผู้สอบบัญชี คืออะไร และสำคัญอย่างไร ผู้สอบบัญชี (Auditor) คือผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินของกิจการอย่างเป็นอิสระ แล้วแสดงความเห็นว่างบการเงินนั้นถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินหรือไม่ โดยในวงการธุรกิจมักเรียกว่าผู้ตรวจสอบบัญชี นักตรวจสอบบัญชี หรือออดิเตอร์ บทบาทของผู้สอบบัญชีมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 3 ประการ ตลอดบทความนี้จะใช้กรณีศึกษาของ หจก. ไทยวัฒน์ อีเล็คทริค (ชื่อสมมุติ) ผู้รับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าโรงงาน ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 18 ล้านบาท และรายได้ปีล่าสุด 25 ล้านบาท เพื่อเป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อกำหนดในทางปฏิบัติ ผู้สอบบัญชีต่างจากนักบัญชีอย่างไร ผู้จัดทำและผู้ตรวจสอบทำงานกับงบการเงินชุดเดียวกัน แต่อยู่คนละฝั่งและมีบทบาทหน้าที่แยกขาดจากกัน ประเด็นเปรียบเทียบ ผู้ทำบัญชี (นักบัญชี) ผู้สอบบัญชี (Auditor) หน้าที่หลัก บันทึกรายการบัญชีรายวันและจัดทำงบการเงิน ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินและออกหน้ารายงานแสดงความเห็น สังกัดการทำงาน พนักงานประจำของกิจการ หรือสำนักงานบัญชีที่รับจ้างทำบัญชี ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ ต้องไม่มีส่วนได้เสียกับกิจการที่ตรวจ ใบอนุญาตวิชาชีพ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีตามคุณสมบัติที่กำหนด ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี (CPA) หรือกรมสรรพากร (TA) ผลลัพธ์ของงาน งบการเงินประจำงวดและประจำปี หน้ารายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้สอบบัญชี CPA หรือ TA ไม่สามารถตรวจสอบงบการเงินที่ตนเองหรือทีมงานของตนเป็นผู้จัดทำได้ เนื่องจากขัดต่อหลักความเป็นอิสระทางวิชาชีพ กิจการจึงต้องแยกผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีเป็นคนละคนเสมอ ผู้สอบบัญชี (ผู้ตรวจสอบบัญชี) มีกี่ประเภท ผู้ที่สามารถลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินตามกฎหมายไทย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต และมีกลุ่มคุณสมบัติเฉพาะสำหรับบริษัทในตลาดทุนอีก 1 กลุ่ม ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA (Certified Public Accountant) คือผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 สามารถตรวจสอบและรับรองงบการเงินของนิติบุคคลได้ทุกรูปแบบ ทั้งบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกขนาด ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ผู้สอบบัญชีภาษีอากร หรือ TA (Tax Auditor) คือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากรตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบและรับรองบัญชีเฉพาะของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กที่เข้าเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อ ได้แก่ ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท โดย TA ไม่สามารถตรวจสอบและลงนามรับรองงบการเงินของบริษัทจำกัดได้ ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน ต้องใช้บริการผู้สอบบัญชี CPA ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติเฉพาะทาง ผู้ตรวจสอบภายใน ไม่ใช่ผู้สอบบัญชีตามกฎหมาย ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Auditor) เป็นบุคลากรภายในหรือผู้รับจ้างที่ทำหน้าที่ประเมินระบบการควบคุมภายในและความเสี่ยงขององค์กร แต่ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินเพื่อนำส่งหน่วยงานราชการ ศึกษารายละเอียดของงานตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่บทความ Audit คืออะไร CPA กับ TA ต่างกันอย่างไร ความแตกต่างระหว่าง CPA และ TA สรุปได้ผ่านเกณฑ์อำนาจหน้าที่และขอบเขตตามกฎหมายดังนี้ ประเด็นเปรียบเทียบ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) หน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง กฎหมายรองรับ พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต ประเภทกิจการที่ตรวจสอบได้ บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน ห้างหุ้นส่วนทุกขนาด เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก เกณฑ์ขนาดกิจการ ไม่จำกัดขนาดทุน สินทรัพย์ และรายได้ ทุน ≤ 5 ล้าน สินทรัพย์ ≤ 30 ล้าน รายได้ ≤ 30 ล้าน ห้างหุ้นส่วนที่อยู่ระหว่างชำระบัญชี มีอำนาจตรวจสอบได้ ไม่มีอำนาจตรวจสอบ เพดานจำนวนการลงนามต่องวดปี เป็นไปตามเกณฑ์ที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด รวมกับงาน CPA แล้วไม่เกิน 300 รายต่อปี กิจการแบบไหนต้องมีผู้สอบบัญชี ภาระหน้าที่ในการจัดให้มีผู้สอบบัญชีขึ้นอยู่กับรูปแบบการจดทะเบียนนิติบุคคลและขนาดของกิจการ รูปแบบองค์กรธุรกิจ ข้อกำหนดผู้สอบบัญชี ประเภทผู้สอบบัญชีที่สามารถใช้บริการได้ บุคคลธรรมดา / ร้านค้าพาณิชย์ทั่วไป ไม่ต้องมี ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบงบการเงิน ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก (ไม่เกินเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อ) ต้องมี สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง TA หรือ CPA ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่เกินเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ต้องมี ต้องใช้ CPA เท่านั้น บริษัทจำกัด / บริษัทมหาชนจำกัด ต้องมี ต้องใช้ CPA เท่านั้น ห้างหุ้นส่วนที่อยู่ระหว่างการชำระบัญชี ต้องมี ต้องใช้ CPA เท่านั้น สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังพิจารณารูปแบบองค์กร สามารถศึกษาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและภาระผูกพันได้ที่บทความ บจก. หรือ หจก. เลือกแบบไหนดี ตัวอย่าง หจก. ที่โตจนต้องเปลี่ยนจาก TA เป็น CPA กรณีศึกษา หจก. ไทยวัฒน์ อีเล็คทริค ในปี 2568 มีทุน 2 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 18 ล้านบาท และรายได้ 25 ล้านบาท ซึ่งไม่เกินเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อ จึงสามารถว่าจ้าง TA ตรวจสอบงบการเงินได้ รอบปีบัญชี ทุนจดทะเบียน สินทรัพย์รวม รายได้รวม ประเภทผู้สอบบัญชีที่ต้องใช้ ปี 2568 2 ล้านบาท 18 ล้านบาท 25 ล้านบาท สามารถใช้ TA หรือ CPA ปี 2569 2 ล้านบาท 24 ล้านบาท 35 ล้านบาท ต้องใช้ CPA เท่านั้น (รายได้รวมเกิน 30 ล้านบาท) ปี 2570 (แปรสภาพเป็น บจก.) 10 ล้านบาท 30 ล้านบาท 42 ล้านบาท ต้องใช้ CPA เท่านั้น (เป็นบริษัทจำกัด) ในปี 2569 เมื่อกิจการได้รับงานเพิ่มขึ้นจนรายได้แตะ 35 ล้านบาท เกินเกณฑ์รายได้ 30 ล้านบาทเพียงข้อเดียว หจก. จะต้องปรับเปลี่ยนมาว่าจ้าง CPA ทันที กิจการจึงควรติดตามรายได้สะสมระหว่างปีเพื่อจัดหาผู้สอบบัญชีล่วงหน้า ผู้สอบบัญชีทำอะไรบ้าง กระบวนการตรวจสอบงบการเงินเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนวันสิ้นรอบปีบัญชี และเสร็จสิ้นเมื่อส่งมอบหน้ารายงานที่ลงนามรับรอง โดยมีขั้นตอนหลัก 5 ขั้นตอน ธุรกิจรับเหมาโดนตรวจจุดไหนเป็นพิเศษ แต่ละประเภทธุรกิจมีจุดเสี่ยงทางบัญชีที่แตกต่างกัน สำหรับธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบ ผู้สอบบัญชีจะให้ความสำคัญกับ 4 ประเด็นหลัก จุดตรวจสอบสำคัญ เหตุผลความเสี่ยงทางบัญชี สิ่งที่กิจการต้องจัดเตรียม การรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ รายได้ของโครงการระยะยาวต้องสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง รายงานสรุปงบประมาณและต้นทุนจริงแยกรายโครงการ เงินประกันผลงานที่ลูกค้าหักไว้ (Retention) ยอดค้างรับนานและมีความเสี่ยงต่อการเก็บเงินไม่ได้ ทะเบียนคุมเงินประกันผลงานพร้อมระบุวันครบกำหนดคืน ภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย ยอดภาษีต้องสัมพันธ์กับรายได้และมีหลักฐานใช้เครดิตครบถ้วน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ครบทุกฉบับ วัสดุอุปกรณ์คงเหลือหน้างาน วัสดุที่สั่งซื้อแล้วแต่ยังไม่ได้ติดตั้งต้องบันทึกเป็นสินค้าคงเหลือ รายงานการเบิกจ่ายวัสดุแยกตามหน่วยงานและรายงานตรวจนับ ความเห็นของผู้สอบบัญชี 4 แบบ หน้ารายงานของผู้สอบบัญชีจะแสดงความเห็นต่องบการเงินใน 4 รูปแบบ ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของกิจการอย่างมีนัยสำคัญ รูปแบบความเห็น ความหมายทางวิชาชีพ ผลกระทบต่อกิจการ ไม่มีเงื่อนไข (Unqualified Opinion) งบการเงินถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินในสาระสำคัญ งบการเงินมีความน่าเชื่อถือสูงสุด ใช้ยื่นกู้และประมูลงานได้ตามปกติ มีเงื่อนไข (Qualified Opinion) งบการเงินถูกต้อง ยกเว้นเฉพาะรายการที่มีข้อผิดพลาดแต่ไม่แผ่กระจาย ธนาคารหรือคู่ค้าอาจขอเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมเฉพาะจุด ไม่ถูกต้อง (Adverse Opinion) งบการเงินมีข้อผิดพลาดที่มีสาระสำคัญและแผ่กระจายอย่างมาก ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างรุนแรง และอาจถูกหน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบ ไม่แสดงความเห็น (Disclaimer of Opinion) ผู้สอบบัญชีถูกจำกัดขอบเขตหรือไม่ได้รับหลักฐานเพียงพอในการตรวจสอบ มักเกิดจากเอกสารสูญหาย กิจการต้องเร่งปรับปรุงระบบบัญชีทันที ปฏิทินทำงานกับผู้ตรวจสอบตลอดปี สำหรับกิจการที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ไทม์ไลน์การทำงานร่วมกับผู้สอบบัญชีจะมีลำดับดังนี้ ช่วงเวลาดำเนินงาน บทบาทหน้าที่ของกิจการ บทบาทหน้าที่ของผู้สอบบัญชี ตุลาคม – พฤศจิกายน ตกลงว่าจ้างและกำหนดขอบเขตระยะเวลาตรวจสอบ ประเมินความเป็นอิสระและจัดทำแผนการตรวจสอบล่วงหน้า ธันวาคม จัดเตรียมนัดหมายการตรวจนับสต๊อกและทรัพย์สินสิ้นปี เข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจนับสินค้าคงคลัง มกราคม – กุมภาพันธ์ ปิดสมุดบัญชี ส่งงบทดลองและแฟ้มเอกสารประกอบงบ ส่งหนังสือยืนยันยอดธนาคาร ลูกหนี้ และตรวจสอบรายการค้า มีนาคม บันทึกรายการปรับปรุงบัญชีตามข้อตรวจพบ สรุปผลการตรวจสอบและส่งร่างหน้ารายงานให้ผู้บริหาร เมษายน จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงิน ออกหน้ารายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง พฤษภาคม ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และนำส่งงบการเงินผ่าน DBD e-Filing เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบประจำปี เอกสารที่ควรเตรียมก่อนผู้ตรวจเข้างาน การเตรียมเอกสารให้พร้อมช่วยลดระยะเวลาตรวจสอบและป้องกันค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม โดยควรจัดเตรียมเอกสารหลัก 6 หมวด ตรวจสอบรายชื่อผู้สอบบัญชีได้อย่างไร ก่อนตกลงว่าจ้าง กิจการควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีว่ายังคงมีผลสมบูรณ์และไม่ถูกพักใช้ใบอนุญาต ผ่าน 3 ช่องทาง เลือกผู้สอบบัญชีให้กิจการอย่างไร นอกเหนือจากความถูกต้องของใบอนุญาต กิจการควรพิจารณา 3 ปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจว่าจ้าง ค่าสอบบัญชีขึ้นอยู่กับอะไร ค่าบริการตรวจสอบบัญชีไม่มีอัตรากลางตามกฎหมาย แต่กำหนดขึ้นจากความซับซ้อนและปริมาณงาน ปัจจัยกำหนดค่าบริการ ผลกระทบต่ออัตราค่าตรวจสอบบัญชี รูปแบบนิติบุคคล บริษัทจำกัดมีขั้นตอนตรวจสอบและข้อกำหนดมาตรฐานสูงกว่า หจก. ขนาดเล็ก ปริมาณธุรกรรมและขนาดรายได้ กิจการที่มีรายการค้าจำนวนมากต้องใช้เวลาและขนาดตัวอย่างในการสุ่มตรวจสูงขึ้น ความซับซ้อนของประเภทธุรกิจ ธุรกิจที่มีงานระหว่างทำ สต๊อกสินค้าหลายคลัง หรือธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ความสมบูรณ์ของเอกสารทางบัญชี หากเอกสารไม่ครบถ้วนและต้องปรับปรุงตัวเลขมาก ค่าบริการจะเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ใช้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อพิจารณาเพิ่มเติมได้ที่บทความ กิจการจำเป็นต้องจ้างผู้สอบบัญชีหรือไม่ อยากเป็นผู้สอบบัญชีต้องทำอย่างไร การก้าวสู่เส้นทางวิชาชีพผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ต้องผ่านเกณฑ์ 4 ขั้นตอนตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด ขั้นตอน เกณฑ์คุณสมบัติและข้อกำหนด 1. คุณวุฒิการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางการบัญชี หรือเทียบเท่าที่ผ่านการรับรอง 2. การฝึกหัดงานสอบบัญชี ขึ้นทะเบียนผู้ฝึกหัดงานและเก็บชั่วโมงฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 3 ปี (ไม่เกิน 5 ปี) รวมไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง 3. การทดสอบความรู้ สอบผ่านวิชาความรู้ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดผ่านระบบ e-Testing 4. การขอรับใบอนุญาตและคงสถานะ ยื่นขอขึ้นทะเบียน CPA และเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ทุกปี เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้สอบบัญชีต้องเข้ารับการอบรมเพื่อรักษาสถานภาพตามเกณฑ์ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ CPD คืออะไร เก็บชั่วโมงยังไง ข้อควรรู้เพิ่มเติม สรุป – ผู้สอบบัญชี หัวใจสำคัญของความโปร่งใสและงบการเงินที่น่าเชื่อถือ ผู้สอบบัญชีทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินอย่างเป็นอิสระเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น คู่ค้า สถาบันการเงิน และหน่วยงานราชการ โดยบริษัทจำกัดต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เสมอ ส่วนห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กสามารถเลือกใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้ การวางระบบบัญชีที่ดีและจัดเก็บเอกสารอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นปี จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบงบการเงินดำเนินไปได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว และประหยัดต้นทุนของกิจการ เตรียมข้อมูลบัญชีให้พร้อมส่งผู้สอบบัญชีด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ธุรกิจบันทึกรายรับรายจ่ายพร้อมแนบไฟล์เอกสารต้นฉบับในระบบคลาวด์ จัดทำสมุดบัญชีแยกประเภท งบทดลอง และทะเบียนทรัพย์สินอัตโนมัติ ช่วยให้ฝ่ายบัญชีสามารถส่งมอบข้อมูลและรายงานที่ครบถ้วนให้แก่ผู้สอบบัญชีได้อย่างรวดเร็ว – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อยกระดับความถูกต้องของงานบัญชีและปิดงบการเงินได้อย่างมั่นใจ ศึกษาข้อกำหนดทางภาษีเพิ่มเติมได้ที่บทความ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และติดตามความรู้ทางบัญชีได้ที่คลังบทความหมวด บัญชี ของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชี ภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไร คำว่าผู้สอบบัญชีในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Auditor ส่วนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตใช้คำว่า Certified Public Accountant (CPA) และผู้สอบบัญชีภาษีอากรใช้คำว่า Tax Auditor (TA) ผู้ตรวจสอบบัญชีกับผู้สอบบัญชีต่างกันไหม ในทางกฎหมายถือเป็นบุคคลเดียวกัน โดยพระราชบัญญัติการบัญชีและพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชีจะใช้คำว่า ผู้สอบบัญชี ส่วนคำว่า ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือ ออดิเตอร์ เป็นภาษาปากที่ใช้เรียกกันทั่วไป ทั้งนี้ หมายถึงผู้สอบบัญชีอิสระภายนอก (External Auditor) ไม่รวมถึงผู้ตรวจสอบภายในขององค์กร CPA คืออะไร ต่างจาก CPD อย่างไร CPA คือใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี ส่วน CPD (Continuing Professional Development) คือการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ทั้งผู้สอบบัญชี (CPA) และผู้ทำบัญชีต้องเข้ารับการอบรมเก็บชั่วโมงทุกปีเพื่อต่ออายุและรักษาสถานภาพทางวิชาชีพ ผู้สอบบัญชีต้องจบอะไร ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางการบัญชี หรือเทียบเท่าที่ผ่านการรับรอง หากต้องการเป็น CPA จะต้องผ่านการฝึกหัดงานสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง และสอบผ่านวิชาความรู้ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด ส่วนการเป็น TA จะต้องผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีทำอะไร ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีทำหน้าที่เป็นทีมงานสนับสนุนของ CPA ในการลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสาร ทำการสุ่มตรวจรายการค้า ส่งหนังสือยืนยันยอด และจัดทำกระดาษทำการประกอบงบการเงิน แต่ไม่สามารถลงลายมือชื่อรับรองหน้ารายงานได้ โดยตำแหน่งนี้ใช้สำหรับเก็บชั่วโมงการทำงานเพื่อเตรียมสอบเป็น CPA บุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจต้องมีผู้สอบบัญชีไหม ไม่ต้องมี กิจการที่ประกอบธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาหรือร้านค้าทั่วไปที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ แต่มีหน้าที่รวบรวมเอกสารรายรับรายจ่ายเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้สอบบัญชีกับเจ้าหน้าที่สรรพากรต่างกันอย่างไร ผู้สอบบัญชีเป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่กิจการว่าจ้างมาเพื่อตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินก่อนนำส่ง ส่วนเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรคือพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจตามประมวลรัษฎากรในการตรวจสอบการเสียภาษีและประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีแล้ว จึงยังคงมีโอกาสถูกกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้ นิติบุคคลส่งงบการเงินที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบได้ไหม ไม่สามารถทำได้ กฎหมายกำหนดให้งบการเงินของบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องมีหน้ารายงานของผู้สอบบัญชีแนบประกอบการนำส่งเสมอ หากส่งงบการเงินโดยไม่มีลายมือชื่อผู้สอบบัญชี จะถือว่ายังไม่ได้นำส่งงบการเงินและมีโทษปรับตามกฎหมาย ห้างหุ้นส่วนเลือกใช้ CPA แทน TA ได้ไหม สามารถทำได้ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กมีสิทธิเลือกใช้บริการผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ได้ตามความประสงค์ ในขณะที่ห้างหุ้นส่วนที่มีขนาดเกินเกณฑ์ หรืออยู่ระหว่างขั้นตอนการชำระบัญชี กฎหมายบังคับว่าต้องใช้บริการ CPA เท่านั้น ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

19 Oct 2026

PEAK Account

31 min

จดทะเบียนบริษัท ต้องทำอะไรบ้าง ขั้นตอน เอกสาร ค่าใช้จ่าย ครบจบ

จดทะเบียนบริษัท คืออะไร และสำคัญอย่างไร จดทะเบียนบริษัท (Company Registration) คือการจัดตั้งบริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หลังจดเสร็จ บริษัทจะมีเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ทำสัญญา เปิดบัญชีธนาคาร และเสียภาษีในนามบริษัทแยกจากผู้ถือหุ้น การจดทะเบียนบริษัทมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้จะใช้กรณีศึกษาของคุณภูมิและคุณแพร (ชื่อสมมุติ) ที่รับจ้างขนส่งสินค้าให้โรงงานในนามบุคคลธรรมดามา 3 ปี และกำลังจะเปิด บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพในทางปฏิบัติจริง บริษัทจำกัดต่างจากห้างหุ้นส่วนและทะเบียนพาณิชย์อย่างไร ประเด็นเปรียบเทียบ ทะเบียนพาณิชย์ (บุคคลธรรมดา) ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สถานะทางกฎหมาย ไม่ใช่นิติบุคคล นิติบุคคล นิติบุคคล จำนวนผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ 1 คน 2 คน 2 คน ความรับผิดชอบในหนี้สิน ไม่จำกัดจำนวน หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด จำกัดไม่เกินค่าหุ้นที่ค้างชำระ อัตราภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา 0–35% นิติบุคคล สูงสุด 20% นิติบุคคล สูงสุด 20% ข้อกำหนดผู้สอบบัญชี ไม่ต้องมี CPA หรือ TA ตามเกณฑ์ขนาดทุน ต้องตรวจสอบโดย CPA ทุกปี ผู้ประกอบการสามารถศึกษาการเปรียบเทียบเชิงลึกเพิ่มเติมได้ที่บทความ บจก. หรือ หจก. เลือกแบบไหนดี ควรจดทะเบียนบริษัทเมื่อไหร่ แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่บังคับให้ต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท แต่มีสัญญาณบ่งชี้สำคัญที่แสดงว่าธุรกิจถึงเวลาเปลี่ยนผ่านจากบุคคลธรรมดาสู่นิติบุคคล สัญญาณบ่งชี้ทางธุรกิจ เหตุผลสนับสนุน กำไรสุทธิเกินประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเริ่มสูงกว่าอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME ลูกค้าองค์กรกำหนดให้เป็นนิติบุคคล จำเป็นต้องมีหนังสือรับรองบริษัทเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ขายและเข้าประมูลงาน มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สามารถจัดสรรสัดส่วนความเป็นเจ้าของและผลตอบแทนผ่านจำนวนหุ้นได้อย่างโปร่งใส ความเสี่ยงและความรับผิดทางธุรกิจสูงขึ้น สัญญาจ้างมูลค่าสูงหรือการบริหารยานพาหนะหลายคันสร้างความเสี่ยงต่อทรัพย์สินส่วนตัว ต้องการเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจของธนาคาร สถาบันการเงินพิจารณาวงเงินสินเชื่อจากงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี ความพร้อมในการทำบัญชีอย่างเป็นระบบ บริษัทต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีและปิดงบการเงินส่งหน่วยงานรัฐทุกปี ตัวอย่างเทียบภาษีก่อนและหลังจดบริษัท สมมติปี 2568 คุณภูมิมีกำไรจากงานขนส่ง 1.5 ล้านบาท (หลังหักค่าใช้จ่ายตามจริงแล้ว) การเปรียบเทียบภาระภาษีระหว่างบุคคลธรรมดากับบริษัทจำกัดที่เข้าเกณฑ์ SME จะเป็นดังนี้ รายการคำนวณภาษี บุคคลธรรมดา บริษัทจำกัด (SME) กำไรสุทธิทางภาษี 1,500,000 บาท 1,500,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ไม่มี เงินได้สุทธิ / ฐานภาษี 1,440,000 บาท 1,500,000 บาท วิธีการคำนวณ อัตราก้าวหน้าขั้นบันได 0–35% ยกเว้น 300,000 แรก ส่วนที่เหลือคิด 15% ยอดภาษีที่ต้องชำระ 225,000 บาท 180,000 บาท ในกรณีนี้ รูปแบบบริษัทเสียภาษีน้อยกว่า 45,000 บาท อย่างไรก็ตาม ต้องนำต้นทุนค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีรายปีมาหักลบเพื่อพิจารณาความคุ้มค่า ผู้ประกอบการสามารถดูรายละเอียดโครงสร้างภาษีเพิ่มเติมได้ที่บทความ ประเภทธุรกิจมีอะไรบ้าง เปิดบริษัทแล้วมีต้นทุนรายปีเพิ่มอะไรบ้าง การจัดตั้งบริษัทมีภาระค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่ต้องนำมาประเมินล่วงหน้า รายการต้นทุน ความถี่ คำอธิบายประกอบ ค่าบริการจัดทำบัญชี รายเดือน จ้างสำนักงานบัญชีภายนอกหรือมีฝ่ายบัญชีประจำบริษัท ค่าบริการตรวจสอบบัญชี รายปี กฎหมายกำหนดให้บริษัทจำกัดต้องผ่านการตรวจสอบงบการเงินโดย CPA ค่าธรรมเนียมแก้ไขรายการทะเบียน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ การเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือการเพิ่มทุนจดทะเบียน เวลาในการบริหารจัดการ ต่อเนื่อง การจัดประชุมผู้ถือหุ้น การอนุมัติงบการเงิน และการลงนามในเอกสารธุรกรรม หากภาษีที่ประหยัดได้ต่อปีต่ำกว่าต้นทุนค่าบริการวิชาชีพเหล่านี้ และลูกค้าไม่ได้บังคับเรื่องนิติบุคคล การรอให้ธุรกิจมีกำไรสูงขึ้นอีกระดับก่อนจดทะเบียนจัดตั้งถือเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล จดทะเบียนบริษัทต้องมีกี่คน การจัดตั้งบริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 (ปรับลดจากเดิมที่เคยกำหนดไว้ 3 คน) โดยผู้เริ่มก่อการแต่ละคนต้องเข้าชื่อจองหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น และลงนามร่วมกันในหนังสือบริคณห์สนธิ สำหรับกฎหมายบริษัทจำกัดคนเดียวยังคงอยู่ในกระบวนการร่างกฎหมาย จึงยังไม่สามารถจดทะเบียนคนเดียวได้ในปัจจุบัน เปิดบริษัทต้องเตรียมอะไรบ้าง ก่อนเข้าสู่ระบบจดทะเบียนออนไลน์ ผู้ก่อตั้งต้องตกลงและจัดเตรียมข้อมูล 6 ส่วนให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันค่าธรรมเนียมในการแก้ไขข้อมูลในภายหลัง ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบรายการเอกสารอย่างละเอียดได้ที่บทความ เปิดบริษัท ต้องใช้อะไรบ้าง และศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายได้ที่ หนังสือบริคณห์สนธิ คืออะไร ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ทำอย่างไร กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดรับจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ DBD Biz Regist เป็นช่องทางหลัก โดยมีขั้นตอนดำเนินงาน 7 ขั้นตอน ขั้นตอน รายละเอียดการปฏิบัติงาน ข้อกำหนดสำคัญ 1. จองชื่อนิติบุคคล ตรวจสอบความซ้ำซ้อนและยื่นจองชื่อผ่านระบบ ชื่อที่ได้รับอนุมัติมีอายุ 30 วัน ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในกำหนด 2. ยืนยันตัวตนเข้าระบบ เข้าสู่ระบบ DBD Biz Regist และยืนยันตัวตนด้วย ThaID ผู้เริ่มก่อการและกรรมการทุกคนต้องลงทะเบียน ThaID ล่วงหน้า 3. กรอกข้อมูลหนังสือบริคณห์สนธิ บันทึกข้อมูลชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน และรายชื่อผู้เริ่มก่อการ ระบบจะเชื่อมโยงตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร 4. จัดการประชุมจัดตั้งบริษัท อนุมัติข้อบังคับ เลือกตั้งกรรมการ และแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้เริ่มก่อการส่งมอบงานและกิจการทั้งหมดให้แก่คณะกรรมการบริษัท 5. เรียกชำระเงินค่าหุ้น เรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นครั้งแรกอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้น ต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งภายใน 3 เดือนนับจากวันประชุมจัดตั้ง 6. แนบเอกสารและลงนาม อัปโหลดเอกสารประกอบและลงลายมือชื่อดิจิทัลผ่าน ThaID ผู้เกี่ยวข้องทุกคนต้องกดลงนามในระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ครบถ้วน 7. ชำระค่าธรรมเนียมและรับเอกสาร ชำระเงินค่าธรรมเนียมราชการผ่านช่องทาง e-Payment ระบบจะออกหนังสือรับรองและเอกสารสำคัญในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เขียนวัตถุประสงค์บริษัทอย่างไรไม่ต้องแก้ทีหลัง วัตถุประสงค์คือกรอบขอบเขตทางกฎหมายที่บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้ ระบบมีชุดวัตถุประสงค์สำเร็จรูปให้เลือกใช้ และเปิดให้เพิ่มข้อความเฉพาะของธุรกิจได้ ตัวอย่างเช่น บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ เลือกชุดวัตถุประสงค์ด้านการขนส่งสินค้า พร้อมเพิ่มข้อกำหนดเรื่องการให้บริการเช่าคลังสินค้าและบริการให้เช่ายานพาหนะ เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจในอีก 2–3 ปีข้างหน้า การระบุให้ครอบคลุมตั้งแต่แรกช่วยลดค่าธรรมเนียมในการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิในภายหลัง จดออนไลน์ช่องทางเดียวกระทบผู้ก่อตั้งอย่างไร ผู้ที่มีอำนาจลงนามทุกคนต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน ThaID บนสมาร์ตโฟนและผ่านการพิสูจน์ตัวตนแล้ว หากมีผู้ถือหุ้นอยู่ต่างจังหวัด ไม่จำเป็นต้องเดินทางมารวมตัวเพื่อลงนามในกระดาษเหมือนในอดีต แต่สามารถนัดหมายเวลาเพื่อเข้าไปกดยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่อดิจิทัลในระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเอกสารแนบทุกฉบับต้องจัดเตรียมเป็นไฟล์สแกนที่คมชัด จองชื่อบริษัทอย่างไรให้ผ่านรอบแรก ชื่อที่ยื่นจองต้องไม่ซ้ำหรือมีเสียงเรียกขานคล้ายคลึงกับนิติบุคคลที่จดทะเบียนไว้แล้ว และต้องไม่มีคำต้องห้ามตามระเบียบของนายทะเบียน เช่น คำที่สื่อถึงหน่วยงานภาครัฐ พระนาม หรือคำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย โดยผู้ขอจัดตั้งควรเตรียมชื่อสำรองที่ต้องการไว้อย่างน้อย 2–3 ชื่อ ประชุมจัดตั้งและชำระค่าหุ้นทำในระบบได้พร้อมกัน ผู้เริ่มก่อการสามารถยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทพร้อมกันในวันเดียวได้ หากรวบรวมผู้ถือหุ้นครบถ้วน จัดการประชุมเรียบร้อย และมีการชำระค่าหุ้นตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ตัวอย่างเช่น บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท แบ่งเป็น 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท มีการเรียกชำระค่าหุ้นครั้งแรก 25% คิดเป็นเงินทุนชำระแล้ว 500,000 บาท ข้อผิดพลาดที่ทำให้คำขอจดทะเบียนถูกตีกลับ จดทะเบียนบริษัทเองหรือจ้างผู้รับจดทะเบียนดี เกณฑ์การพิจารณา ยื่นจดทะเบียนด้วยตนเอง ว่าจ้างสำนักงานบัญชีหรือผู้รับจดทะเบียน ความซับซ้อนของโครงสร้าง เหมาะกับโครงสร้างเรียบง่าย ผู้ถือหุ้น 2–3 คน เหมาะกับโครงสร้างซับซ้อน มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ การร่างข้อบังคับและวัตถุประสงค์ ใช้ชุดข้อความมาตรฐานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สามารถร่างข้อบังคับและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นเฉพาะตัวได้ เวลาในการตรวจสอบข้อมูล ผู้ประกอบการศึกษาขั้นตอนและตรวจข้อมูลด้วยตนเอง ผู้เชี่ยวชาญช่วยเตรียมเอกสารและตรวจทานความถูกต้อง ภาระค่าใช้จ่าย ชำระเฉพาะค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์ของทางราชการ มีค่าบริการวิชาชีพเพิ่มเติมตามที่ตกลงกับผู้ให้บริการ ค่าจดทะเบียนบริษัท เปิดบริษัทใช้เงินเท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมราชการในการจัดตั้งบริษัทจำกัดคำนวณตามขนาดทุนจดทะเบียน ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายการค่าธรรมเนียมทางราชการ อัตราการคำนวณ อัตราขั้นต่ำ อัตราสูงสุด จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) 50 บาท ต่อทุนทุก 100,000 บาท 500 บาท 25,000 บาท จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 500 บาท ต่อทุนทุก 100,000 บาท 5,000 บาท 250,000 บาท อากรแสตมป์หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ อัตราคงที่ 200 บาท — — ตัวอย่างค่าธรรมเนียมราชการรวมตามระดับทุนจดทะเบียน ทุนจดทะเบียน ค่า บอจ.2 ค่าจดจัดตั้ง อากรแสตมป์ รวมค่าธรรมเนียมราชการ 1,000,000 บาท 500 บาท 5,000 บาท 200 บาท 5,700 บาท 2,000,000 บาท 1,000 บาท 10,000 บาท 200 บาท 11,200 บาท 5,000,000 บาท 2,500 บาท 25,000 บาท 200 บาท 27,700 บาท สำหรับ บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท จะมีภาระค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์รวม 11,200 บาท ค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องเตรียมนอกจากค่าธรรมเนียมราชการ ทุนจดทะเบียนบริษัทตั้งเท่าไหร่ดี กฎหมายกำหนดมูลค่าหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่าหุ้นละ 5 บาท และผู้เริ่มก่อการต้องถือครองอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น แต่ไม่ได้บังคับทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเป็นตัวเงิน การกำหนดทุนจดทะเบียนขึ้นอยู่กับความต้องการเงินทุนหมุนเวียนจริงและความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ ข้อควรพิจารณาคือ หากทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเกิน 5 ล้านบาท กิจการจะไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME (กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้นภาษี และกำไรส่วนที่เกินคิด 15%) ได้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ ทุนจดทะเบียนบริษัท ตั้งเท่าไรดี และหากต้องการขยายทุนในอนาคต ดูข้อมูลได้ที่ จดทะเบียนเพิ่มทุน จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน หากเตรียมข้อมูลครบถ้วนและผู้เกี่ยวข้องทุกคนยืนยันตัวตนผ่านระบบพร้อมเพรียงกัน กระบวนการยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดจัดตั้งบริษัทสามารถเสร็จสิ้นได้ภายในวันเดียวกัน ระยะเวลาที่ใช้ส่วนใหญ่มักหมดไปกับขั้นตอนการเตรียมเอกสาร การตกลงสัดส่วนผู้ถือหุ้น และการจัดทำหนังสือยินยอมสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หลังจดทะเบียนบริษัทต้องทำอะไรต่อ หน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทเริ่มต้นขึ้นทันทีตั้งแต่วันที่นายทะเบียนอนุมัติการจัดตั้ง โดยมีไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังนี้ ระยะเวลาที่กำหนด หน้าที่ทางกฎหมายและบัญชีที่ต้องดำเนินการ ทันทีหลังจดทะเบียนเสร็จสิ้น เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารในนามบริษัท และโอนเงินค่าหุ้นเข้าบัญชีนิติบุคคล ภายใน 30 วันหลังมีลูกจ้างคนแรก ขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคม ศึกษารายละเอียดที่ อัปเดตประกันสังคม 2569 ภายใน 30 วันหลังรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท ยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ดูขั้นตอนที่ จด VAT ต้องทำอย่างไร ทุกวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไป ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) และแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ภายใน 6 เดือนหลังจดทะเบียนจัดตั้ง จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งแรกเพื่อรับรองกิจการ ภายใน 2 เดือนหลังครึ่งรอบบัญชี ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ภายใน 4 เดือนหลังวันสิ้นรอบบัญชี จัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดย CPA และนำส่งงบการเงินต่อ DBD ภายใน 1 เดือนหลังประชุม ภายใน 150 วันหลังวันสิ้นรอบบัญชี ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีพร้อมชำระภาษีผ่านแบบ ภ.ง.ด.50 ย้ายกิจการจากบุคคลธรรมดาเข้าบริษัทต้องจัดการอะไร กรณีเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากบุคคลธรรมดาสู่บริษัทจำกัด ต้องจัดระเบียบ 4 ส่วนสำคัญ สรุป – การจดทะเบียนบริษัท คือก้าวแรกสู่การทำธุรกิจอย่างเป็นระบบ การจดทะเบียนบริษัทจำกัดเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยจำกัดความรับผิดส่วนตัว ช่วยประหยัดภาษีเมื่อธุรกิจเริ่มมีกำไรเติบโต และเปิดโอกาสสู่การรับงานจากลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ การจัดตั้งบริษัทในปัจจุบันมีความสะดวกรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist เพียงมีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน และยืนยันตัวตนผ่าน ThaID สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมควบคู่กันคือการวางระบบเอกสารและการทำบัญชีตั้งแต่วันแรก เพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย วางระบบบัญชีให้บริษัทใหม่ตั้งแต่วันแรกด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการบริษัทเปิดใหม่ในการจัดการงานบัญชีและภาษีอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี บันทึกรายรับรายจ่ายอัตโนมัติ ติดตามรายงานทางการเงินแบบเรียลไทม์ และเตรียมข้อมูลสำหรับส่งมอบให้ผู้สอบบัญชีเมื่อสิ้นรอบปี – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อวางรากฐานระบบบัญชีที่ได้มาตรฐานให้กับธุรกิจของคุณตั้งแต่วันนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อกำหนดทางภาษีเพิ่มเติมได้ที่บทความ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และติดตามความรู้การบริหารกิจการได้ที่คลังบทความหมวด ธุรกิจ ของ PEAK คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัทคนเดียวได้ไหม ในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ กฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้การจัดตั้งบริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน สำหรับกฎหมายบริษัทจำกัดคนเดียวยังคงอยู่ในขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมาย ยังไปจดทะเบียนบริษัทที่สำนักงานได้ไหม กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้การยื่นจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดต้องดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist เป็นช่องทางหลัก หากผู้ประกอบการไม่สะดวกดำเนินการด้วยตนเอง สามารถแต่งตั้งสำนักงานบัญชีหรือตัวแทนที่มีความเชี่ยวชาญช่วยบันทึกและยื่นคำขอในระบบแทนได้ ใช้บ้านเป็นที่ตั้งบริษัทได้ไหม สามารถใช้บ้านพักอาศัยของตนเองเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทได้ หรือหากเป็นสถานที่เช่าหรือบ้านของบุคคลอื่น จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของกรรมสิทธิ์ พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้านและเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ประกอบคำขอ เปิดบริษัทแล้วไม่มีพนักงานได้ไหม สามารถทำได้ บริษัทจำกัดไม่จำเป็นต้องมีการจ้างพนักงานประจำ โดยกรรมการผู้มีอำนาจสามารถเป็นผู้บริหารจัดการงานทั้งหมดได้เอง แต่บริษัทยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดทำบัญชี ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และนำส่งงบการเงินประจำปีตามปกติ จดบริษัทแล้วเลิกได้ไหม สามารถเลิกกิจการได้ แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนการจดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงยื่นชำระภาษีและแจ้งต่อกรมสรรพากรให้เสร็จสิ้น การปล่อยบริษัททิ้งไว้โดยไม่ปิดงบการเงินจะทำให้มีโทษปรับตามกฎหมายทั้งต่อตัวบริษัทและกรรมการ ทุนจดทะเบียนต้องมีเงินจริงในบัญชีไหม ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการเรียกชำระค่าหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้นที่จอง ซึ่งผู้ถือหุ้นต้องโอนเงินค่าหุ้นเข้าสู่บัญชีบริษัทจริง และกรรมการต้องเก็บหลักฐานการรับชำระเงินค่าหุ้นไว้สำหรับให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ ขอหนังสือรับรองบริษัทได้ที่ไหน เมื่อการจดทะเบียนเสร็จสิ้น ระบบจะออกหนังสือรับรองนิติบุคคลในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ให้ดาวน์โหลด หากต้องการขอฉบับใหม่ในภายหลัง สามารถยื่นคำขอผ่านระบบบริการ e-Service ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตลอดเวลา รายได้เท่าไหร่ควรจดบริษัท ไม่มีเกณฑ์รายได้บังคับตายตัว แต่ในทางภาษี เมื่อธุรกิจมีกำไรสุทธิเกินประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME มักจะประหยัดกว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ควรนำปัจจัยเรื่องความพร้อมในการทำบัญชี ความต้องการของลูกค้าองค์กร และความเสี่ยงทางธุรกิจมาพิจารณาร่วมด้วย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ภาษี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับภาษี

อ่านบทความเพิ่มเติม

16 Oct 2026

PEAK Account

19 min

ค่าลิขสิทธิ์ คิดภาษีอย่างไร อัตราตามผู้รับเงิน ตัวอย่างคำนวณ บันทึกบัญชี และ VAT

ค่าลิขสิทธิ์ คืออะไร? และคิดภาษีอย่างไร? ค่าลิขสิทธิ์ หรือ Royalty Fee คือ เงินที่จ่ายเพื่อใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น เช่น ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เครื่องหมายการค้า สูตรการผลิต หรือสิทธิแฟรนไชส์ ประมวลรัษฎากรจัดเงินก้อนนี้เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(3) ผู้จ่ายจึงมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง อัตราที่ต้องหักไม่ได้มีตัวเลขเดียว ขึ้นกับว่าผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัท และอยู่ในไทยหรือต่างประเทศ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือหัก 3% กับทุกคน ซึ่งถูกเฉพาะกรณีผู้รับเป็นบริษัทในไทย สำหรับเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้จะใช้ตัวอย่างของคุณเจน เจ้าของบริษัทร้านกาแฟ ที่จ่ายค่าสิทธิ 3 รายการ คือ ค่าสิทธิใช้สูตรเครื่องดื่มและแบรนด์ให้คุณโอ๊ตซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ค่าใช้ซอฟต์แวร์ขายหน้าร้านให้บริษัทในไทย และค่าใช้ซอฟต์แวร์จัดการสาขาให้บริษัทในญี่ปุ่น เงินได้มาตรา 40(3) ครอบคลุมอะไรบ้าง? มาตรา 40(3) ครอบคลุมค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น ในทางปฏิบัติจึงรวมหลายรายการที่ SME จ่ายอยู่แล้วโดยไม่ได้เรียกชื่อแบบนี้ คำว่า “ค่าลิขสิทธิ์” กับ “ค่าสิทธิ” ในทางภาษีจึงอยู่ในเงินได้ประเภทเดียวกัน ไม่ต้องแยกอัตรา สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือผู้รับเงินเป็นใคร ค่าลิขสิทธิ์หัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์? อัตราขึ้นกับผู้รับเงิน 4 กลุ่ม ตามคู่มือภาษีสำหรับผู้ประกอบการ SME ของกรมสรรพากร ผู้รับเงิน อัตราหัก แบบที่ยื่น บุคคลธรรมดาผู้อยู่ในประเทศไทย อัตราก้าวหน้า 5–35% คำนวณตามมาตรา 50(1) ภ.ง.ด.2 บุคคลธรรมดาที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในไทย 15% ภ.ง.ด.2 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในไทย 3% ภ.ง.ด.53 นิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย 15% หรือตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ภ.ง.ด.54 ทุกแบบต้องยื่นและนำส่งภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ขยายเวลาอีก 8 วัน ถ้าผู้รับเป็นมูลนิธิหรือสมาคม อัตราหักเป็น 10% ตามคู่มือการหักภาษี ณ ที่จ่ายของกรมสรรพากร จ่ายให้บริษัทในไทย หัก 3% กรณีนี้ตรงไปตรงมาที่สุด หัก 3% จากยอดก่อน VAT ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับ และยื่น ภ.ง.ด.53 ความต่างของแบบ ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 อ่านต่อได้ที่บทความ ภ.ง.ด.53 และ ภ.ง.ด.3 ต่างกันอย่างไร จ่ายให้บุคคลธรรมดาในไทย คำนวณตามอัตราก้าวหน้า ค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาไม่ได้หักอัตราคงที่ แต่ต้องคำนวณเหมือนหักภาษีเงินเดือน คือประมาณเงินได้ทั้งปีจากผู้จ่ายรายนี้ หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า แล้วเฉลี่ยตามจำนวนครั้งที่จ่าย ค่าใช้จ่ายที่หักได้สำหรับค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น คือ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หรือหักตามจริง ตามหลักเกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายของกรมสรรพากร ภาษีที่หักไว้ยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 ไม่ใช่ ภ.ง.ด.3 จ่ายให้ต่างประเทศ หัก 15% Royalty ที่จ่ายให้นิติบุคคลต่างประเทศซึ่งไม่ได้ประกอบกิจการในไทย ต้องหักภาษี 15% ตามมาตรา 70 และยื่น ภ.ง.ด.54 รายละเอียดของแบบนี้อ่านต่อได้ที่บทความ ภ.ง.ด.54 คืออะไร อัตรา 15% ลดลงได้ถ้าไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศผู้รับ และอนุสัญญานั้นกำหนดอัตราค่าสิทธิไว้ต่ำกว่า แต่ไม่ใช่ทุกประเทศ ตัวอย่างเช่น อนุสัญญาไทย-ญี่ปุ่น ข้อ 12 กำหนดภาษีค่าสิทธิไว้ไม่เกิน 15% บริษัทของคุณเจนจึงยังต้องหักเต็มอัตรา ควรเปิดข้อ “ค่าสิทธิ” ของอนุสัญญาประเทศนั้นทุกครั้งก่อนจ่าย ค่าลิขสิทธิ์ต้องเสีย VAT ด้วยหรือไม่? ต้องพิจารณา เพราะการให้ใช้สิทธิเป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาระ VAT แยกเป็น 2 กรณีตามที่อยู่ของผู้รับเงิน ผู้รับเงิน ใครรับผิดชอบ VAT ผู้จ่ายต้องทำอะไร อยู่ในไทยและจดทะเบียน VAT ผู้รับเงินออกใบกำกับภาษี จ่าย VAT 7% และใช้เป็นภาษีซื้อได้ อยู่ในไทยแต่ไม่ได้จด VAT ไม่มี VAT ไม่ต้องจ่าย VAT อยู่ต่างประเทศ ผู้จ่ายในไทยนำส่งแทน ยื่น ภ.พ.36 และนำส่ง VAT 7% กรณีต่างประเทศ ภาษีที่ชำระตาม ภ.พ.36 นำไปเป็นภาษีซื้อของเดือนภาษีที่ได้ชำระแล้ว ตามข้อหารือของกรมสรรพากร เพราะใบเสร็จของกรมสรรพากรใช้เป็นหลักฐานภาษีซื้อ ภาษีซื้อจึงเกิดในเดือนที่ชำระ ไม่ใช่เดือนที่จ่ายค่าสิทธิ ความต่างของ ภ.พ.36 กับ ภ.ง.ด.54 อ่านต่อได้ที่บทความ ภ.พ.36 คืออะไร ตัวอย่างการคำนวณหัก ณ ที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ทั้ง 3 กรณี กลับมาที่บริษัทของคุณเจน ซึ่งจดทะเบียน VAT แล้ว ในเดือนมกราคม 2570 มีรายการจ่ายค่าสิทธิ 3 รายการ กรณีที่ 1 จ่ายบริษัทในไทย ค่าใช้ซอฟต์แวร์ขายหน้าร้าน 100,000 บาท บวก VAT ผู้ขายจดทะเบียน VAT รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน (บาท) ค่าสิทธิก่อน VAT 100,000 VAT 7% 100,000 × 7% 7,000 หัก ณ ที่จ่าย 3% 100,000 × 3% 3,000 ยอดโอนให้ผู้รับ 100,000 + 7,000 − 3,000 104,000 คุณเจนยื่น ภ.ง.ด.53 นำส่ง 3,000 บาท และออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้บริษัทผู้รับ กรณีที่ 2 จ่ายบุคคลธรรมดาในไทย ค่าสิทธิใช้สูตรเครื่องดื่มและแบรนด์ของคุณโอ๊ต เดือนละ 30,000 บาท ทั้งปี 360,000 บาท สมมติคุณโอ๊ตแจ้งใช้เฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัว และไม่ได้จด VAT รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน (บาท) เงินได้ทั้งปีจากบริษัทของคุณเจน 30,000 × 12 360,000 หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 360,000 × 50% = 180,000 ใช้เพดาน 100,000 หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 เงินได้สุทธิ 360,000 − 100,000 − 60,000 200,000 ภาษีทั้งปี 150,000 แรกยกเว้น · 50,000 × 5% 2,500 หัก ณ ที่จ่ายต่อเดือน 2,500 ÷ 12 208.33 ยอดโอนให้คุณโอ๊ตต่อเดือน 30,000 − 208.33 29,791.67 ถ้าหัก 3% ตามที่เข้าใจผิด คุณเจนจะหักเดือนละ 900 บาท มากกว่าที่ควรเกือบ 4 เท่า และยื่นผิดแบบ ตัวเลขจริงของแต่ละรายขึ้นกับเงินได้และค่าลดหย่อนที่ผู้รับแจ้ง กรณีที่ 3 จ่ายบริษัทในญี่ปุ่น ค่าใช้ซอฟต์แวร์จัดการสาขา 500,000 บาท ผู้รับไม่ได้ประกอบกิจการในไทย รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน (บาท) ค่าสิทธิ 500,000 หัก ณ ที่จ่าย 15% (ภ.ง.ด.54) 500,000 × 15% 75,000 ยอดโอนไปญี่ปุ่น 500,000 − 75,000 425,000 VAT นำส่งแทน (ภ.พ.36) 500,000 × 7% 35,000 คุณเจนต้องยื่น 2 แบบภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2570 คือ ภ.ง.ด.54 นำส่ง 75,000 บาท และ ภ.พ.36 นำส่ง 35,000 บาท ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ขยายเวลาอีก 8 วัน แล้วนำ VAT 35,000 บาทไปเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษีที่ชำระ บันทึกบัญชีค่าลิขสิทธิ์อย่างไร? บันทึกยอดค่าสิทธิเป็นค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนก่อนหักภาษี และบันทึกภาษีที่หักไว้เป็นหนี้สินจนกว่าจะนำส่ง ตัวอย่างจากกรณีที่ 1 และ 3 ของคุณเจน วันจ่ายเงินกรณีที่ 1 (บริษัทในไทย) บัญชี เดบิต เครดิต ค่าสิทธิซอฟต์แวร์ 100,000 ภาษีซื้อ 7,000 เงินฝากธนาคาร 104,000 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย 3,000 วันจ่ายเงินกรณีที่ 3 (บริษัทในญี่ปุ่น) บัญชี เดบิต เครดิต ค่าสิทธิซอฟต์แวร์ 500,000 เงินฝากธนาคาร 425,000 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย 75,000 วันยื่น ภ.ง.ด.54 และ ภ.พ.36 บัญชี เดบิต เครดิต ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย 75,000 ภาษีซื้อ 35,000 เงินฝากธนาคาร 110,000 VAT ตาม ภ.พ.36 บันทึกเป็นภาษีซื้อในวันที่ชำระ เพราะเป็นวันที่ได้หลักฐานจากกรมสรรพากร ถ้าบันทึกตั้งแต่วันจ่ายค่าสิทธิ ภาษีซื้อในบัญชีจะไม่ตรงกับเดือนที่ใช้ใน ภ.พ.30 ขั้นตอนยื่นแบบภาษีเมื่อจ่ายค่าลิขสิทธิ์ อัตราหัก ณ ที่จ่ายของเงินได้ประเภทอื่นดูรวมได้ที่หน้า อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของ PEAK ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าลิขสิทธิ์ จากประสบการณ์ ปัญหาที่พบบ่อยของ SME ไม่ใช่การคำนวณ 15% ผิด แต่เป็นการลืมยื่น ภ.พ.36 เพราะคิดว่าหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วจบ สรุป – ค่าลิขสิทธิ์หัก ณ ที่จ่ายต้องจำอะไรบ้าง? ค่าลิขสิทธิ์ไม่มีอัตราหักเดียว ผู้จ่ายต้องเริ่มจากถามว่าผู้รับเป็นใคร แล้วเลือกอัตรา แบบที่ยื่น และภาระ VAT ให้ตรงกรณี ถ้าเริ่มจากวันนี้ ลองดึงรายการจ่ายค่าซอฟต์แวร์ ค่าแฟรนไชส์ และค่าใช้แบรนด์ของปีนี้ออกมา แล้วเช็กว่าผู้รับแต่ละรายถูกหักด้วยอัตราและแบบที่ถูกต้องหรือไม่ รายการค่าสิทธิมักจ่ายซ้ำทุกเดือนให้ผู้รับเดิม ถ้าต้องจำอัตราและแบบเองทุกครั้งจะพลาดง่าย โปรแกรมบัญชี PEAK ช่วยบันทึกค่าใช้จ่ายพร้อมภาษีหัก ณ ที่จ่าย และพิมพ์หนังสือรับรองการหักภาษีได้จากหน้าข้อมูลการชำระของเอกสารนั้น ดูขั้นตอนได้ที่คู่มือพิมพ์หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายใน PEAK ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่บทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี และบทความด้านธุรกิจ ของ PEAK แหล่งอ้างอิง: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าลิขสิทธิ์หัก ณ ที่จ่าย ค่าซอฟต์แวร์รายเดือนต้องหัก ณ ที่จ่ายทุกเดือนไหม? ต้องหักทุกครั้งที่จ่าย ถ้าจ่ายรายเดือนก็หักและยื่นแบบทุกเดือน เช่น จ่ายค่าใช้ซอฟต์แวร์ให้บริษัทในไทยเดือนละ 10,000 บาท ต้องหักเดือนละ 300 บาท และยื่น ภ.ง.ด.53 ทุกเดือน ลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์จะเกิดอะไรขึ้น? ผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมกับผู้รับเงินในภาษีที่ไม่ได้หักตามมาตรา 54 และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีที่ต้องนำส่งตามมาตรา 27 ถ้ายื่นแบบช้ายังมีเบี้ยปรับและค่าปรับเพิ่ม ค่าแฟรนไชส์ถือเป็นค่าลิขสิทธิ์ไหม? ถือเป็นค่าสิทธิตามมาตรา 40(3) ถ้าเป็นค่าตอบแทนการใช้แบรนด์ ระบบ หรือสูตร อัตราหักจึงเป็นไปตามผู้รับ คือ 3% ถ้าผู้รับเป็นบริษัทในไทย และคำนวณตามอัตราก้าวหน้าถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา จ่ายค่าสิทธิให้มูลนิธิหรือสมาคมหักเท่าไร? หัก 10% และยื่น ภ.ง.ด.53 ยกเว้นมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้ได้รับยกเว้นตามมาตรา 47(7)(ข) ค่าลิขสิทธิ์กับค่าบริการหักภาษีต่างกันไหม? ถ้าผู้รับเป็นบริษัทในไทย ทั้งสองแบบหัก 3% เท่ากัน แต่ถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาหรืออยู่ต่างประเทศ ประเภทเงินได้มีผลต่ออัตรา วิธีคำนวณ และแบบที่ยื่น จึงต้องดูสัญญาว่าจ่ายเพื่อใช้สิทธิหรือจ่ายเพื่อให้ทำงานให้ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

29 Sep 2026

PEAK Account

14 min

ค.21 คืออะไร ได้รับหนังสือแจ้งคืนภาษีแล้ว ต้องทำอย่างไร

เปิดตู้จดหมายแล้วเจอซองจากกรมสรรพากร ข้างในเป็นเอกสารหัวมุมเขียนว่า ค.21 หลายคนตกใจคิดว่าโดนเรียกเก็บภาษีเพิ่ม ความจริงตรงกันข้าม เอกสารนี้แปลว่าคุณได้เงินคืน แค่ต้องนำหนังสือไปรับเงินเองที่ธนาคาร ในบทความนี้ จะมาไขข้อข้องใจเรื่องเอกสาร ค.21 รอบด้าน ค.21 คืออะไร ค.21 หรือหนังสือ ค.21 คือหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่กรมสรรพากรออกให้เมื่ออนุมัติคืนภาษีแล้ว แต่โอนเงินเข้าพร้อมเพย์ไม่ได้ จึงส่งหนังสือทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ในแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ 91 ให้นำไปรับเงินที่ธนาคาร (กรมสรรพากร) ถ้าคุณได้รับหนังสือนี้ แปลว่าการขอคืนภาษีของคุณผ่านการตรวจสอบแล้ว ไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่ม เหลือแค่ขั้นตอนไปรับเงิน ค.21 ต่างจาก ค.10 และ ค.20 อย่างไร ทั้งสามเป็นแบบของกรมสรรพากรที่เกี่ยวกับการคืนภาษี แต่ทำหน้าที่ต่างกัน ค.10 เป็นแบบคำร้องที่ผู้เสียภาษียื่นเพื่อขอคืน ส่วน ค.20 และ ค.21 เป็นหนังสือที่กรมสรรพากรส่งกลับมาหลังอนุมัติคืนแล้ว ต่างกันที่ ค.20 ใช้กับภาษีฝั่งธุรกิจ เช่น VAT ส่วน ค.21 ใช้กับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบบ ใครเป็นผู้ออก ใช้ทำอะไร ค.10 ผู้เสียภาษียื่นต่อกรมสรรพากร คำร้องขอคืนเงินภาษีอากร เช่น นิติบุคคลขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ค.20 กรมสรรพากรส่งให้ผู้ประกอบการ แจ้งว่าอนุมัติคืนภาษีฝั่งธุรกิจแล้ว เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค.21 กรมสรรพากรส่งให้ผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา แจ้งว่าอนุมัติคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว ใช้รับเงินที่ธนาคาร กรณีขอคืน VAT แล้วถูกปฏิเสธ กรมสรรพากรจะส่งหนังสือ ค.30 แทน เจ้าของกิจการที่ต้องขอคืนภาษีในนามบริษัท ดูขั้นตอนได้ที่วิธีขอคืนภาษีนิติบุคคล ทำไมได้ ค.21 แทนเงินเข้าพร้อมเพย์ สาเหตุหลักคือผู้ขอคืนไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน กรมสรรพากรจึงโอนเงินเข้าบัญชีอัตโนมัติไม่ได้ และต้องส่งหนังสือแจ้งคืนให้ไปรับเงินแทน ปัจจุบันกรมสรรพากรคืนเงินภาษีได้ 3 ช่องทาง ขึ้นกับสถานะของผู้ขอคืน ช่องทาง ใครได้รับช่องทางนี้ โอนเข้าพร้อมเพย์ ผู้ที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือ ค.21 รับเงินที่ธนาคารกรุงไทยหรือ ธ.ก.ส. ผู้ที่ไม่ได้ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช็คคืนภาษี กรณีเฉพาะ เช่น คนต่างด้าว ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองมรดก ข้อยกเว้นที่ควรรู้คือ ผู้ที่ได้เงินคืนเกิน 2 ล้านบาทรับได้เฉพาะช่องทางเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร (กรมสรรพากร ช่องทางรับเงินคืนภาษี) ได้รับ ค.21 แล้วต้องทำอย่างไร เมื่อได้รับหนังสือแจ้งคืน ให้นำหนังสือตัวจริงพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนไปที่ธนาคารกรุงไทยหรือ ธ.ก.ส. เพื่อรับเงินคืนภาษี ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่นาน ก่อนไปให้ตรวจข้อมูลบนหนังสือให้ตรงกับบัตร และไม่ควรเก็บหนังสือไว้นาน เพราะถ้าหายต้องเสียเวลาขอฉบับใหม่ เช็กลิสต์เอกสาร ใช้เมื่อ หนังสือ ค.21 ตัวจริง ทุกกรณี บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ผู้มีสัญชาติไทย บัตรที่ออกโดยกรมการปกครอง หรือหนังสือเดินทาง คนต่างด้าว บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ถ้ามี ที่มา: กรมสรรพากร ช่องทางรับเงินคืนภาษี ค.21 แจ้งคืนภาษีทางไปรษณีย์ ใช้เวลากี่วัน ระยะเวลาแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือการพิจารณาคืนภาษี กรมสรรพากรระบุว่าคืนภายใน 3 เดือนนับจากวันรับเรื่อง ถ้าเอกสารชัดเจน ช่วงที่สองคือการส่งหนังสือทางไปรษณีย์หลังอนุมัติ ซึ่งขึ้นกับพื้นที่และการจัดส่ง ถ้าสถานะในระบบขึ้นว่าอนุมัติแล้วแต่รอนานยังไม่ได้รับ ควรติดต่อกรมสรรพากร วิธีเช็กว่าการขอคืนภาษีอยู่ขั้นไหน ขั้นตอนเช็กสถานะแบบละเอียด อ่านได้ที่เช็กสถานะคืนภาษีออนไลน์ ไม่ได้รับ ค.21 หรือทำหาย ต้องทำอย่างไร ถ้าระบบแจ้งว่าอนุมัติคืนภาษีและส่งหนังสือแล้ว แต่ไม่ได้รับ หรือได้รับแล้วทำหาย ชำรุด ให้ขอหนังสือแจ้งคืนฉบับใหม่ผ่านบริการของกรมสรรพากร ไม่ต้องยื่นขอคืนภาษีใหม่ทั้งหมด สาเหตุที่พบบ่อยของการไม่ได้รับคือที่อยู่ในแบบไม่ตรงกับที่อยู่ปัจจุบัน ถ้าต้องการเพียงสำเนาหนังสือแจ้งคืนไว้เป็นหลักฐาน ใช้แบบ ค.33 คำขอสำเนาหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากร ดาวน์โหลดแบบทั้งสองได้ที่หน้าแบบฟอร์มของกรมสรรพากร ถ้าหนังสือเก่าเลยกำหนดรับเงินไปแล้ว ให้ใช้ขั้นตอนเดียวกันนี้ และสอบถาม 1161 ว่าต้องใช้เอกสารใดเพิ่ม ทำอย่างไรให้ครั้งหน้าได้เงินคืนเร็วโดยไม่ต้องรอ ค.21 วิธีที่ได้ผลที่สุดคือผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนก่อนยื่นแบบ กรมสรรพากรจะโอนเงินคืนเข้าบัญชีที่ผูกไว้โดยตรง ไม่ต้องรอไปรษณีย์และไม่ต้องไปธนาคาร การยื่นแบบออนไลน์และส่งเอกสารประกอบครบตั้งแต่แรกช่วยให้การพิจารณาไม่สะดุด สรุป – ค.21 คือเงินของคุณที่รอให้ไปรับ ค.21 ไม่ใช่หนังสือเรียกเก็บภาษี แต่เป็นใบยืนยันว่ากรมสรรพากรอนุมัติคืนเงินให้คุณแล้ว สิ่งที่ต้องทำมีไม่มาก เจ้าของกิจการเก็บเอกสารภาษีให้พร้อมทุกปี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเอกสาร รายรับรายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว เอกสารรายได้และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่เป็นระบบ พอถึงฤดูยื่นภาษีก็หยิบใช้ได้ทันที – ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ค.21 เอกสาร ค.21 จากสรรพากรคืออะไร คือหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรมสรรพากรส่งให้ผู้ที่ได้รับอนุมัติคืนภาษีแต่รับเงินผ่านพร้อมเพย์ไม่ได้ ใช้นำไปรับเงินที่ธนาคารกรุงไทยหรือ ธ.ก.ส. ได้ ค.21 แปลว่าต้องจ่ายภาษีเพิ่มไหม ไม่ใช่ หนังสือนี้แจ้งว่าคุณได้รับเงินคืน ถ้ากรมสรรพากรต้องการเรียกเก็บภาษีเพิ่ม จะใช้หนังสือแจ้งประเมินหรือหนังสือแจ้งให้ชำระภาษีซึ่งเป็นคนละฉบับ ไม่มีบัตรประชาชนตัวจริง ใช้สำเนาไปรับเงินได้ไหม ควรใช้ตัวจริง กรมสรรพากรระบุเอกสารที่ใช้รับเงินคือหนังสือแจ้งคืนและบัตรประจำตัวประชาชน ถ้าบัตรหมดอายุหรือหาย ควรทำบัตรใหม่ก่อนไปธนาคาร โทร 1161 เสียค่าโทรไหม ค่าโทรเป็นไปตามอัตราของผู้ให้บริการโทรศัพท์ที่ใช้ ถ้าไม่อยากเสียค่าโทร สอบถามผ่าน LINE ทางการของศูนย์สารนิเทศสรรพากร @rdintelligence ได้ ค.21 หายต้องยื่นขอคืนภาษีใหม่ไหม ไม่ต้อง การคืนภาษีอนุมัติแล้ว เพียงขอหนังสือแจ้งคืนฉบับใหม่ด้วยแบบ ค.39 ผ่านบริการของกรมสรรพากร หรือโทรสอบถาม 1161 ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ณ วันที่เผยแพร่ ขั้นตอนและช่องทางรับเงินคืนอาจเปลี่ยนตามประกาศของกรมสรรพากร ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่ rd.go.th หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 ข้อมูลคืนภาษีของคุณควรตรวจสอบผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรโดยตรงเท่านั้น ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ธุรกิจ

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

20 Oct 2026

PEAK Account

31 min

วิธีเลือกสำนักงานบัญชี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

สำนักงานบัญชี คืออะไร และสำคัญอย่างไร สำนักงานบัญชี (Accounting Firm) คือ ผู้ให้บริการที่รับทำบัญชี ปิดงบการเงิน และยื่นภาษีแทนกิจการ โดยมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) รับผิดชอบบัญชีของลูกค้าแต่ละราย การเลือกสำนักงานบัญชีที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 3 ประการ ตลอดบทความนี้จะใช้กรณีศึกษาของคุณวรรณา (ชื่อสมมุติ) เจ้าของ บริษัท เอ็มเคพี แพคเกจจิ้ง จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตกล่องกระดาษส่งโรงงานอุตสาหกรรมอาหารในจังหวัดชลบุรี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว มีพนักงาน 12 คน และมีเอกสารซื้อขายหมุนเวียนประมาณ 300 ฉบับต่อเดือน ทำบัญชีต่างจากสอบบัญชีอย่างไร สำนักงานบัญชีทำหน้าที่จัดทำบัญชี บันทึกรายการค้า และจัดทำงบการเงินให้แก่กิจการ ส่วนผู้สอบบัญชีทำหน้าที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินนั้นตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยผู้สอบบัญชีต้องมีความเป็นอิสระจากกิจการที่ตรวจ จึงไม่สามารถเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้จัดทำบัญชีได้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ผู้สอบบัญชี คือใคร สำนักงานบัญชีทำอะไรบ้าง ขอบเขตการทำงานของสำนักงานบัญชีแบ่งออกเป็นงานประจำเดือน งานรอบครึ่งปี และงานประจำปี โดยรายละเอียดที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับสัญญาว่าจ้างที่ตกลงร่วมกัน รอบระยะเวลา ขอบเขตงานหลัก งานรายเดือน บันทึกบัญชีจากเอกสารซื้อขาย · ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) · ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) · จัดทำและนำส่งเงินสมทบประกันสังคม งานรอบครึ่งปี ประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) งานประจำปี ปิดบัญชีจัดทำงบการเงิน · ประสานงานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) · ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 · นำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริการเสริมตามที่ตกลง จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท · จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม · บริการงานเงินเดือน (Payroll) · วางแผนและให้คำปรึกษาทางภาษี ผู้รับทำบัญชีมีกี่แบบ ผู้รับจ้างทำบัญชีในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก โดยทุกรูปแบบต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด และต้องแจ้งรายชื่อเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รูปแบบผู้รับทำบัญชี ลักษณะการดำเนินงาน ข้อควรตรวจสอบก่อนว่าจ้าง นักบัญชีอิสระ (Freelance) ผู้ทำบัญชีรับงานและบริหารจัดการเพียงคนเดียว วุฒิการศึกษาตรงตามขนาดกิจการ · จำนวนลูกค้าในมือไม่เกินเกณฑ์ · แผนการส่งต่องานกรณีฉุกเฉิน สำนักงานบัญชีหรือบริษัทรับทำบัญชี จัดตั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล มีทีมงานผู้ทำบัญชีและผู้ช่วยแบ่งหน้าที่เป็นระบบ ตรวจสอบชื่อผู้ทำบัญชีที่แจ้งต่อ DBD · บุคคลที่รับผิดชอบและประสานงานจริงในแต่ละวัน สำนักงานบัญชีคุณภาพ สำนักงานบัญชีที่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานคุณภาพจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบหนังสือรับรองและวันหมดอายุการรับรองมาตรฐาน คุณสมบัติผู้ทำบัญชีที่ควรรู้ ผู้ทำบัญชีที่มีคุณวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีขึ้นไป สามารถรับทำบัญชีให้แก่นิติบุคคลได้ทุกขนาด ส่วนผู้ที่มีคุณวุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชี สามารถรับทำบัญชีได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนและบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดให้ผู้ทำบัญชี 1 คน สามารถรับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 รายต่อปี และต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ CPD คืออะไร การรับรองคุณภาพของ DBD คืออะไร กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้การรับรองคุณภาพแก่สำนักงานบัญชีที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน 6 ด้าน เช่น การเปิดให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี มีฐานลูกค้านิติบุคคลไม่น้อยกว่า 15 ราย และมีหัวหน้าสำนักงานบัญชีที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีบัญชีพร้อมประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในมาตรฐานการทำงานให้แก่ผู้ประกอบการ ทำบัญชีเอง จ้างพนักงาน หรือจ้างสำนักงานบัญชี ก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางบริหารงานบัญชี ผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของ 3 ทางเลือกหลักจากปัจจัยด้านต้นทุน ความเชี่ยวชาญ และความต่อเนื่องของงาน เกณฑ์การพิจารณา ทำบัญชีด้วยตนเอง จ้างพนักงานบัญชีประจำ จ้างสำนักงานบัญชี ภาระต้นทุน ต่ำที่สุด แต่ใช้เวลาของเจ้าของกิจการสูง มีเงินเดือนประจำ สวัสดิการ และอุปกรณ์ทำงานทุกเดือน ค่าบริการรายเดือนและรายปีตามขอบเขตงานที่ตกลง ความรู้ความเชี่ยวชาญภาษี ขึ้นอยู่กับความรู้ของตัวเจ้าของกิจการ ขึ้นอยู่กับทักษะของพนักงานประจำเพียงคนเดียว มีทีมงานและผู้ทำบัญชีมืออาชีพคอยดูแลให้คำปรึกษา ความต่อเนื่องของงาน สะดุดเมื่อเจ้าของติดภารกิจอื่น เสี่ยงต่องานหยุดชะงักเมื่อพนักงานลาออก มีความต่อเนื่องสูง มีบุคลากรในทีมทดแทนงานได้ทันที การปิดงบและยื่นภาษีประจำปี ยังคงต้องจัดหาผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติ ทำได้หากพนักงานมีคุณสมบัติครบตามขนาดกิจการ รวมอยู่ในขอบเขตบริการที่ตกลงกันไว้ ความเหมาะสม ธุรกิจบุคคลธรรมดาหรือร้านค้าขนาดเล็ก กิจการที่มีปริมาณเอกสารหมุนเวียนจำนวนมากทุกวัน ธุรกิจนิติบุคคล SME ส่วนใหญ่ สัญญาณว่าถึงเวลาต้องจ้างคนทำบัญชี บริษัท เอ็มเคพี แพคเกจจิ้ง จำกัด เข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อในปีที่สอง คุณวรรณาจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนจากการบันทึกบัญชีเองในตอนกลางคืนมาเป็นการว่าจ้างสำนักงานบัญชีมืออาชีพ ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์แล้วยังต้องมีผู้ทำบัญชีไหม ยังคงต้องมีผู้ทำบัญชี แม้โปรแกรมบัญชีออนไลน์จะช่วยออกเอกสาร บันทึกรายการ และสรุปรายงานให้อัตโนมัติ แต่นิติบุคคลยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการระบุชื่อผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติเพื่อรับผิดชอบการปิดงบการเงินและการยื่นภาษี แนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน คือการที่เจ้าของกิจการออกเอกสารการขายและรับเงินผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ด้วยตนเอง จากนั้นให้สำนักงานบัญชีเข้ามาร่วมใช้งานบนระบบเดียวกันเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและปิดบัญชี ทำให้ข้อมูลเชื่อมโยงถึงกันโดยไม่ต้องเสียเวลาคีย์ข้อมูลซ้ำ สำนักงานบัญชีที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร สำนักงานบัญชีที่สามารถเป็นพาร์ตเนอร์ดูแลธุรกิจได้ในระยะยาว ควรมีคุณลักษณะสำคัญ 5 ด้าน 1. เข้าใจธุรกิจของลูกค้า มีความเข้าใจในลักษณะเฉพาะของแต่ละประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจผลิต ธุรกิจซื้อมาขายไป และธุรกิจบริการ มีการบันทึกต้นทุนและสินค้าคงคลังที่แตกต่างกัน รวมถึงเข้าใจความแตกต่างในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น โรงงานรับจ้างผลิตย่อมมีจุดเน้นทางบัญชีต่างจากโรงงานที่จำหน่ายสินค้าแบรนด์ของตนเอง 2. มีระบบและเครื่องมือที่ตรวจสอบได้ มีกระบวนการรับส่งเอกสาร การติดตามเอกสารที่สูญหาย และการแจ้งเตือนปัญหาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเจ้าของกิจการสามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้ตลอดเวลาว่าเอกสารเดือนใดบันทึกเสร็จสิ้นแล้ว และยื่นแบบภาษีใดไปแล้วบ้าง 3. อธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย สามารถสื่อสารประเด็นภาษีและข้อกำหนดทางบัญชีที่ซับซ้อนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบตามข้อกฎหมาย โดยไม่ตอบเพียงแค่ว่าสามารถทำได้หรือทำไม่ได้ 4. สื่อสารเป็นระบบ กำหนดช่องทางการติดต่อ ผู้ประสานงานหลัก และกรอบเวลาในการตอบกลับไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือนเจ้าของกิจการล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดยื่นแบบภาษีเพื่อป้องกันค่าปรับ 5. ให้คำแนะนำที่ช่วยตัดสินใจ สามารถวิเคราะห์ตัวเลขในงบการเงินและรายงานให้ผู้บริหารทราบถึงจุดผิดปกติ เช่น ต้นทุนวัตถุดิบต่อยอดขายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ หรืออัตราการหมุนเวียนของลูกหนี้ช้าลง พร้อมเสนอทางเลือกในการปรับปรุงที่สามารถปฏิบัติได้จริง ต้องตรวจสอบอะไรบ้างก่อนจ้างสำนักงานบัญชี ก่อนตัดสินใจลงนามในสัญญาว่าจ้าง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบ 4 จุดสำคัญ 4 เรื่องที่ต้องคุยก่อนเซ็นสัญญา ขอบเขตงานรายเดือน สำนักงานบัญชีบางแห่งบันทึกบัญชีครบถ้วนทุกเดือน ในขณะที่บางแห่งอาจเพียงแค่ยื่นแบบภาษีรายเดือนแล้วรวบรวมเอกสารไปบันทึกบัญชีในคราวเดียวตอนสิ้นปี หากผู้บริหารต้องการเห็นรายงานงบการเงินรายเดือนเพื่อดูผลกำไร จะต้องตกลงประเภทรายงานและกำหนดวันส่งมอบให้ชัดเจน วิธีส่งเอกสาร การส่งมอบเอกสารเป็นจุดที่เกิดข้อผิดพลาดได้บ่อย ควรตกลงรูปแบบการส่งมอบให้ชัดเจนว่าจะจัดส่งเป็นเอกสารกระดาษ ส่งไฟล์สแกน หรืออัปโหลดเข้าสู่โปรแกรมบัญชี พร้อมกำหนดวันตัดรอบเอกสารและแนวทางการติดตามเอกสารที่ตกหล่น สิทธิ์ในโปรแกรมบัญชี กรณีใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ร่วมกัน ควรกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจนว่าฝ่ายใดมีหน้าที่ออกเอกสาร ฝ่ายใดบันทึกและปรับปรุงรายการ และที่สำคัญคือเมื่อสิ้นสุดสัญญาว่าจ้าง ฐานข้อมูลบัญชีทั้งหมดต้องยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของกิจการ ทดสอบด้วยคำถามจริง นำปัญหาที่ธุรกิจพบเจอจริงมาสอบถามในการพูดคุยครั้งแรก ตัวอย่างเช่น คุณวรรณานำประเด็นเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่ง และการจัดการรายได้จากการขายเศษกระดาษรีไซเคิลมาสอบถาม สำนักงานที่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจนพร้อมระบุเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ คือสำนักงานที่คุณวรรณาตัดสินใจร่วมงาน ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนเลือกสำนักงานบัญชี ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจ ตัดสินใจเลือกจากราคาที่ต่ำที่สุด ขอบเขตงานอาจไม่ครอบคลุมการปิดงบการเงินและการยื่นภาษีประจำปี ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เพิ่มตอนสิ้นปี ไม่ได้จัดทำสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่สามารถควบคุมขอบเขตงานได้ชัดเจน และประสบปัญหาในการขอรับเอกสารคืนเมื่อเลิกจ้าง ไม่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ทำบัญชี อาจได้ผู้ทำบัญชีที่มีวุฒิไม่ตรงตามเกณฑ์ขนาดกิจการ หรือไม่ได้รับการแจ้งชื่อต่อ DBD อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ใช้บุคคลคนเดียวกันทั้งทำบัญชีและสอบบัญชี ขัดต่อหลักความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และอาจทำให้งบการเงินถูกปฏิเสธการรับรอง ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงฐานข้อมูลบัญชีของตนเอง เจ้าของกิจการไม่สามารถทราบสถานะทางการเงินและตัวเลขกำไรที่แท้จริงได้จนกว่าจะสิ้นปี ค่าทำบัญชีขึ้นอยู่กับอะไร ค่าบริการทำบัญชีไม่มีอัตรากลางตามกฎหมาย โดยสำนักงานแต่ละแห่งจะประเมินอัตราค่าบริการจากปัจจัยหลักในการปฏิบัติงาน ปัจจัยในการประเมินงาน ผลกระทบต่ออัตราค่าบริการทำบัญชี ปริมาณเอกสารต่อเดือน เอกสารใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และสลิปการโอนเงินจำนวนมากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลสูงขึ้น การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องตรวจสอบความถูกต้องของใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน จำนวนพนักงานในกิจการ มีภาระงานในการจัดทำบัญชีเงินเดือน การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) และการนำส่งเงินสมทบประกันสังคม การบริหารสินค้าคงเหลือ ธุรกิจผลิตและซื้อมาขายไปต้องมีการควบคุมสต๊อกสินค้าและคำนวณต้นทุนขายที่มีความซับซ้อนกว่าธุรกิจบริการ ขอบเขตบริการรอบสิ้นปี การปิดบัญชี การจัดทำงบการเงิน การประสานงานผู้สอบบัญชี และการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 รวมอยู่ในแพ็กเกจหรือคิดแยกต่างหาก ทั้งนี้ ค่าบริการตรวจสอบบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายวิชาชีพที่แยกต่างหากจากค่าทำบัญชี เนื่องจากผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระ ศึกษาแนวทางการประเมินค่าตรวจสอบบัญชีได้ที่ ผู้สอบบัญชี คือใคร จ้างแล้ว เจ้าของกิจการยังต้องทำอะไร การว่าจ้างสำนักงานบัญชีไม่ได้หมายถึงการโอนภาระหน้าที่ตามกฎหมายทั้งหมด โดยกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทยังคงเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 หาสำนักงานบัญชีใกล้ฉันได้ที่ไหน หากกิจการใช้งานหรือวางแผนจะใช้งานโปรแกรม PEAK สามารถค้นหาสำนักงานบัญชีพันธมิตรได้ผ่าน หน้าค้นหาสำนักงานบัญชีของ PEAK ซึ่งมีสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์มากกว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ ตัวอย่างเช่น คุณวรรณาค้นหาสำนักงานบัญชีในจังหวัดชลบุรี และติดต่อสัมภาษณ์ 3 แห่งด้วยชุดคำถามเดียวกัน จากนั้นตัดสินใจเลือกสำนักงานที่ส่งใบเสนอราคาแยกขอบเขตงานรายเดือนและงานปิดงบการเงินอย่างชัดเจนที่สุด ข้อควรรู้เพิ่มเติม สรุป – สำนักงานบัญชี พาร์ตเนอร์คนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต สำนักงานบัญชีคือผู้ดูแลงานบันทึกบัญชี จัดทำงบการเงิน และยื่นแบบภาษีแทนกิจการ โดยมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นผู้รับผิดชอบ การเลือกสำนักงานบัญชีที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากความเข้าใจในธุรกิจ ระบบการทำงานที่ตรวจสอบได้ และความโปร่งใสของสัญญาบริการ ทั้งนี้ เจ้าของกิจการยังคงมีหน้าที่ในการส่งมอบเอกสารประกอบที่ถูกต้องและเก็บรักษาเอกสารไว้ตามที่กฎหมายกำหนด การเลือกพาร์ตเนอร์ด้านบัญชีที่ดีจะช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลทางการเงินที่แม่นยำสำหรับวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นใจ หาสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ PEAK ใกล้คุณ ผู้ประกอบการสามารถ ค้นหาสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ PEAK ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ร่วมกับกิจการ ครอบคลุมทั้งบริการทำบัญชีครบวงจร ที่ปรึกษาภาษี และจดทะเบียนบริษัท โดยสามารถเลือกค้นหาตามพื้นที่หรือขอรับคำแนะนำจากทีมงาน พร้อมเริ่มต้นจัดการงานเอกสารทางธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อเชื่อมต่องานบัญชีระหว่างธุรกิจและสำนักงานบัญชีอย่างไร้รอยต่อตั้งแต่วันนี้ ศึกษาข้อกำหนดทางวิชาชีพเพิ่มเติมได้ที่บทความ ผู้สอบบัญชี คือใคร และติดตามบทความน่ารู้เพื่อการบริหารกิจการได้ที่หมวด ธุรกิจ ของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสำนักงานบัญชี รับทำบัญชีเดือนละเท่าไหร่ อัตราค่าบริการทำบัญชีไม่มีเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับปริมาณเอกสาร การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวนพนักงาน และขอบเขตงานรอบสิ้นปี ผู้ประกอบการควรขอใบเสนอราคาที่แยกรายการค่างานประจำเดือนและงานปิดงบการเงินประจำปีอย่างชัดเจนจากสำนักงาน 2–3 แห่งเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่า สำนักงานบัญชีกับนักบัญชีอิสระต่างกันอย่างไร นักบัญชีอิสระจะรับงานและบริหารจัดการเพียงคนเดียว ในขณะที่สำนักงานบัญชีจะทำงานเป็นทีม มีระบบตรวจสอบทานงาน และมีบุคลากรทดแทนเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ ทั้งสองรูปแบบต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดและได้รับการแจ้งชื่อต่อ DBD เช่นเดียวกัน บริษัทเปิดใหม่ที่ยังไม่มีรายได้ต้องจ้างสำนักงานบัญชีไหม ต้องมีผู้ทำบัญชี เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และนำส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีทุกปี แม้ในรอบปีนั้นจะยังไม่มีรายรับก็ตาม และหากกิจการได้จดทะเบียน VAT ไว้แล้ว จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนตามรอบปกติ ให้สำนักงานที่ทำบัญชีสอบบัญชีด้วยได้ไหม ไม่สามารถใช้ผู้สอบบัญชีคนเดียวกับผู้ทำบัญชีได้ เนื่องจากมาตรฐานวิชาชีพบัญชีกำหนดให้ผู้สอบบัญชีต้องมีความเป็นอิสระในการตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน การทำหน้าที่ทั้งสองอย่างโดยบุคคลหรือทีมงานเดียวกันจะถือว่าขัดต่อหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ เปลี่ยนสำนักงานบัญชีต้องทำอย่างไร ผู้ประกอบการควรแจ้งสำนักงานเดิมล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา ขอรับเอกสารประกอบการลงบัญชี สมุดบัญชี และไฟล์สำรองข้อมูลในระบบคืนให้ครบถ้วน จากนั้นให้ผู้ทำบัญชีรายใหม่ดำเนินการแจ้งรายชื่อเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มปฏิบัติงาน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

20 Oct 2026

PEAK Account

20 min

เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท ต้องทำอย่างไร ขั้นตอน เอกสาร และผลทางบัญชี

เพิ่มทุนจดทะเบียน คืออะไร และสำคัญอย่างไร เพิ่มทุนจดทะเบียน (Capital Increase) คือ การที่บริษัทจำกัดออกหุ้นใหม่เพื่อเพิ่มทุนจากที่จดไว้ตอนจัดตั้ง โดยต้องผ่านมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 และจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) การเพิ่มทุนจดทะเบียนมีความสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้ใช้ตัวอย่าง บริษัท เมทัลฟอร์ม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะให้โรงงานประกอบรถยนต์ ที่จดทะเบียนด้วยทุน 2,000,000 บาท (20,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท) คุณธนพลถือ 12,000 หุ้น และคุณศิริพรถือ 8,000 หุ้น ปีที่สามบริษัทได้งานผลิตชิ้นส่วนให้ลูกค้ารายใหม่ และต้องซื้อเครื่อง CNC ราคา 3,000,000 บาท ทั้งสองคนจึงตัดสินใจเพิ่มทุนแทนการกู้เงินทั้งก้อน หุ้นเพิ่มทุนคืออะไร หุ้นเพิ่มทุน คือ หุ้นที่บริษัทออกใหม่ตามมติเพิ่มทุน หุ้นใหม่ต้องมีมูลค่าเท่ากับมูลค่าหุ้นที่จดไว้เดิม ถ้าต้องการเปลี่ยนมูลค่าหุ้นต้องจดทะเบียนแก้ไขมูลค่าหุ้นก่อน ตามคู่มือการจดทะเบียนเพิ่มทุนของ DBD ขั้นตอนเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทมีอะไรบ้าง การเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทมี 5 ขั้นตอน และต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 14 วันนับจากวันที่ที่ประชุมลงมติ ขั้นตอน สิ่งที่ทำ กำหนดเวลา 1 กรรมการส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ก่อนวันประชุมอย่างน้อย 14 วัน 2 ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 วันประชุม 3 เสนอขายหุ้นใหม่ให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน ตามวันตอบรับที่กำหนดในหนังสือเสนอขาย 4 รับชำระค่าหุ้นและออกหลักฐานการรับชำระให้ผู้ถือหุ้น ก่อนยื่นจดเพิ่มทุน 5 ยื่นจดทะเบียนกับ DBD ภายใน 14 วันนับจากวันลงมติ 1. ส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ส่งหนังสือนัดทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือส่งถึงผู้ถือหุ้นทุกคนตามทะเบียน ก่อนวันประชุมอย่างน้อย 14 วันหรือตามที่ข้อบังคับกำหนด ถ้าบริษัทมีหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ ต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย หนังสือนัดต้องระบุวาระเพิ่มทุน จำนวนทุนที่จะเพิ่ม และข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 ที่จะแก้ไข การนับ 14 วันเริ่มจากวันถัดจากวันที่ส่งหนังสือหรือลงโฆษณาครั้งสุดท้าย 2. ประชุมและลงมติพิเศษ มติเพิ่มทุนต้องเป็นมติพิเศษ คือได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง ในการประชุมเดียวกันให้ลงมติแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 ให้ตรงกับทุนใหม่ ถ้าผู้ถือหุ้นจะชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินแทนเงิน เช่น โอนเครื่องจักรเข้าบริษัท ต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สินนั้นไว้ในมติพิเศษให้ชัด 3. เสนอขายหุ้นใหม่ให้ผู้ถือหุ้นเดิม หุ้นเพิ่มทุนต้องเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมทุกคนตามสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ ทำเป็นหนังสือระบุจำนวนหุ้นที่แต่ละคนมีสิทธิซื้อและวันสุดท้ายที่ต้องตอบรับ ถ้าพ้นกำหนดโดยไม่ตอบรับ ถือว่าไม่ซื้อ หุ้นที่ไม่มีผู้ซื้อ บริษัทขายให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือให้กรรมการรับซื้อไว้เองได้ แต่หุ้นที่ออกใหม่ขายให้บุคคลภายนอกไม่ได้ ตามคู่มือของ DBD 4. รับชำระค่าหุ้น บริษัทรับเงินค่าหุ้นตามที่เรียกชำระ แล้วออกหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นแต่ละคน หลักฐานนี้ต้องแนบตอนยื่นจดทะเบียน ค่าหุ้นงวดแรกต้องไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1105 ถ้าขายหุ้นได้ไม่ครบในคราวเดียว ให้ยื่นจดมติพิเศษภายใน 14 วันก่อน แล้วจดเพิ่มทุนตามจำนวนหุ้นที่ขายได้ในแต่ละคราว 5. ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนกับ DBD จดทะเบียนเพิ่มทุน DBD ได้ทั้งทางออนไลน์ผ่าน DBD Biz Regist และที่สำนักงาน ตามคู่มือของ DBD ระบบออนไลน์เป็นระบบเดียวกับที่ใช้จัดตั้งบริษัทซึ่งเป็นช่องทางเดียวตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 จึงควรเตรียมบัญชีผู้ใช้และ ThaID ของกรรมการให้พร้อม กรณีขายหุ้นได้ครบในคราวเดียว ให้ยื่นจดมติพิเศษ เพิ่มทุน และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิพร้อมกันภายใน 14 วันนับจากวันลงมติ เอกสารจดทะเบียนเพิ่มทุนมีอะไรบ้าง เอกสารหลักสำหรับการจดทะเบียนเพิ่มทุนตามคู่มือของ DBD มี 6 รายการ ส่วนเอกสารเฉพาะกรณีแนบเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไข เอกสาร หมายเหตุ คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1) ทุกกรณี แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ทุกกรณี รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมและมติพิเศษ (แบบ บอจ.4) ระบุทุนใหม่และมติ หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไข อากรแสตมป์ 50 บาท สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนที่บริษัทออกให้ผู้ถือหุ้น ทุกคนที่ชำระ สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอ ทุกกรณี หนังสือมอบอำนาจ ถ้ามอบให้ผู้อื่นยื่น อากร 10 บาท หลักฐานการอนุญาตจากหน่วยงานกำกับ เฉพาะธุรกิจ เช่น ธนาคาร ประกันภัย หลักทรัพย์ แบบ บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) ไม่อยู่ในชุดเอกสารเพิ่มทุนตามคู่มือของ DBD แต่รายชื่อผู้ถือหุ้นใหม่จะปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่บริษัทส่งพร้อมงบการเงินประจำปี ตัวอย่างรายงานการประชุมเพิ่มทุน รายงานการประชุมไม่ได้อยู่ในรายการแนบของคู่มือ แต่บริษัทต้องจัดทำและเก็บไว้เป็นหลักฐานของมติ ควรมีหัวข้ออย่างน้อยดังนี้ ค่าธรรมเนียมเพิ่มทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ ค่าจดทะเบียนเพิ่มทุนคิด 500 บาทต่อทุนที่เพิ่มทุก 100,000 บาท เศษของ 100,000 บาทนับเป็น 100,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท ส่วนการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิเสีย 400 บาท ตามกฎกระทรวงค่าธรรมเนียม พ.ศ. 2549 ทุนที่เพิ่ม ค่าจดเพิ่มทุน แก้ไขบริคณห์สนธิ อากร รวม (บาท) 1,000,000 5,000 400 50 5,450 3,000,000 15,000 400 50 15,450 10,000,000 50,000 400 50 50,450 อย่าสับสนกับเพดาน 25,000 บาทซึ่งเป็นของค่าจดหนังสือบริคณห์สนธิตอนจัดตั้ง เพดานของการเพิ่มทุนคือ 250,000 บาท ถ้ายื่นจดมติพิเศษแยกไว้ก่อนขายหุ้น จะมีค่าจดทะเบียนเรื่องอื่นเพิ่มเรื่องละ 400 บาท ค่าธรรมเนียมสุดท้ายให้ยึดตามที่ระบบคำนวณตอนยื่น เพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาท ต้องรู้อะไรบ้าง ตัวเลข 5 ล้านบาทเกี่ยวกับการเพิ่มทุนใน 2 เรื่อง ซึ่งวัดจากตัวเลขต่างกัน เรื่อง วัดจาก ผลเมื่อเกิน 5 ล้านบาท เอกสารประกอบคำขอ ทุนจดทะเบียนหลังเพิ่มทุน ต้องแนบหลักฐานจากธนาคารและหนังสือยืนยันการรับชำระค่าหุ้น ตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 1/2567 อัตราภาษี SME ทุนชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี เสียสิทธิยกเว้นกำไร 300,000 บาทแรกและอัตรา 15% เสียภาษี 20% ของกำไรทั้งหมด เงื่อนไขภาษีวัดที่ทุนชำระแล้ว ไม่ใช่ทุนจดทะเบียน ตามคู่มือภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME ของกรมสรรพากร และรายได้ต้องไม่เกิน 30 ล้านบาทด้วย ตัวอย่างหนังสือยืนยันการรับชำระค่าหุ้นดูได้ที่เอกสารของกองทะเบียนธุรกิจ ตัวอย่างการตัดสินใจของบริษัทเมทัลฟอร์ม บริษัทเพิ่มทุน 3,000,000 บาท เป็น 30,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท จัดสรรตามสัดส่วนเดิม 60:40 คุณธนพลซื้อ 18,000 หุ้น คุณศิริพรซื้อ 12,000 หุ้น และชำระเต็มจำนวน ทุนหลังเพิ่มเท่ากับ 5,000,000 บาทพอดี ไม่เกิน 5 ล้านบาท บริษัทจึงยังใช้อัตราภาษี SME ได้และไม่ต้องแนบหลักฐานทุนเกิน 5 ล้าน ถ้ากำไรปีถัดไป 2,000,000 บาท จะเสียภาษี 255,000 บาท เทียบกับ 400,000 บาทถ้าทุนชำระแล้วเกิน 5 ล้าน ส่วนเงินที่ยังขาดสำหรับติดตั้งและวัตถุดิบ บริษัทเลือกขอสินเชื่อเครื่องจักรแทนการเพิ่มทุนเกิน 5 ล้าน เพราะคำนวณแล้วภาษีที่ประหยัดได้สูงกว่าดอกเบี้ยช่วงแรก เพิ่มทุนแล้วบันทึกบัญชีและเสียภาษีอย่างไร เงินค่าหุ้นเพิ่มทุนไม่ใช่รายได้ของบริษัท จึงไม่ต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล บันทึกเป็นการเพิ่มส่วนของเจ้าของ รายการ เดบิต เครดิต รับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนเต็มจำนวน เงินฝากธนาคาร 3,000,000 ทุนเรือนหุ้นสามัญ 3,000,000 จ่ายค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ค่าธรรมเนียม 15,450 เงินฝากธนาคาร 15,450 ถ้าขายหุ้นใหม่สูงกว่ามูลค่าที่ตราไว้ ส่วนที่เกินบันทึกเป็นส่วนเกินมูลค่าหุ้น ต้องมีหนังสือบริคณห์สนธิที่อนุญาตไว้ และส่วนเกินต้องชำระพร้อมค่าหุ้นงวดแรก (มาตรา 1105) ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของรอบบัญชีที่จ่าย อ่านเรื่องภาษีต่อได้ที่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล คืออะไร ข้อควรรู้เพิ่มเติม สรุป – เพิ่มทุนจดทะเบียน วางแผนทุนและภาษีให้พร้อมรับการเติบโต เพิ่มทุนจดทะเบียนต้องผ่านมติพิเศษ 3 ใน 4 ของเสียงผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และยื่นจดภายใน 14 วันนับจากวันลงมติ หุ้นใหม่ต้องเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน และขายให้บุคคลภายนอกไม่ได้ ค่าจดเพิ่มทุน 500 บาทต่อทุนที่เพิ่มทุก 100,000 บาท สูงสุด 250,000 บาท สิทธิภาษี SME วัดจากทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ส่วนเอกสารทุนเกิน 5 ล้านวัดจากทุนจดทะเบียน เริ่มได้วันนี้ด้วยการคำนวณว่าทุนชำระแล้วหลังเพิ่มทุนจะเกิน 5 ล้านบาทหรือไม่ แล้วเทียบภาษีที่ต่างกันกับดอกเบี้ยถ้าใช้เงินกู้แทน ก่อนส่งหนังสือนัดประชุม บันทึกเงินเพิ่มทุนและติดตามทุนของบริษัทด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายรับรายจ่ายพร้อมเอกสารแนบ ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบกำกับภาษี และดูรายงานการเงินเพื่อติดตามส่วนของเจ้าของหลังเพิ่มทุน – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน อ่านต่อเรื่องการตั้งทุนตั้งแต่แรกได้ที่ ทุนจดทะเบียนบริษัท ขั้นตอนจดทะเบียนทั้งหมดได้ที่ จดทะเบียนบริษัท และบทความอื่นในหมวด ธุรกิจ ของ PEAK แหล่งอ้างอิงข้อมูล คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน จดทะเบียนเพิ่มทุนออนไลน์ได้ไหม ได้ ยื่นผ่านระบบ DBD Biz Regist โดยกรรมการที่ลงชื่อในคำขอต้องยืนยันตัวตนในระบบ ถ้าเอกสารครบ DBD ระบุว่ากรณีทั่วไปจดทะเบียนเสร็จได้ภายในวันเดียว เพิ่มทุนภาษาอังกฤษคืออะไร เพิ่มทุนจดทะเบียนภาษาอังกฤษคือ Capital Increase หรือ Increase of Registered Capital ส่วนหุ้นเพิ่มทุนคือ Newly Issued Shares เพิ่มทุนแล้วต้องเสียภาษีเพิ่มไหม เงินค่าหุ้นเพิ่มทุนไม่ใช่รายได้ จึงไม่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ถ้าทุนชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบบัญชีเกิน 5 ล้านบาท บริษัทจะเสียสิทธิอัตราภาษี SME ในรอบบัญชีนั้น ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนได้ไหม ได้ ผู้ถือหุ้นที่ไม่ตอบรับภายในกำหนดถือว่าไม่ซื้อ บริษัทนำหุ้นส่วนนั้นไปขายให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือให้กรรมการรับซื้อได้ แต่ขายให้บุคคลภายนอกไม่ได้ เพิ่มทุนต้องชำระค่าหุ้นเต็มจำนวนไหม ไม่จำเป็นต้องชำระเต็มในคราวเดียว แต่ค่าหุ้นงวดแรกต้องไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้น ถ้าขายหุ้นเป็นคราว ๆ ให้จดมติพิเศษภายใน 14 วันก่อน แล้วจดเพิ่มทุนตามจำนวนหุ้นที่ขายและรับชำระได้ในแต่ละคราว เพิ่มทุนด้วยเครื่องจักรแทนเงินได้ไหม ได้ ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินได้ แต่ต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สินในมติพิเศษให้ชัด และควรประเมินมูลค่าอย่างมีหลักฐานเพื่อใช้บันทึกบัญชีและคำนวณค่าเสื่อมราคา ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การใช้โปรแกรม

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน PEAK

อ่านบทความเพิ่มเติม

14 Oct 2026

PEAK Account

4 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 14/10/2026

1. เลือกผังบัญชี และแก้ไขผังบัญชีได้สะดวกยิ่งขึ้น แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ Free ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าสร้างเอกสาร ที่เมนูรายรับและรายจ่าย 2. ระบบจะจดจำการกรอกข้อมูลรับ-จ่ายเงินจากเอกสารตามประเภทเอกสารล่าสุดให้อัตโนมัติ แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ Free ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าสร้างเอกสาร ที่เมนูรายรับ รายจ่าย และคลังเอกสาร 3. เปิดดูเอกสารแนบให้ใหญ่ขึ้น ด้วยการเปิดหน้าต่างใหม่ได้ทันที (Open link in new tab) แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าสร้างเอกสาร ที่เมนูรายรับและรายจ่าย 4. แก้ไขยอด “สงเคราะห์ลูกจ้างส่วนนายจ้าง” ได้แล้ว เพื่อรองรับตามการคำนวณของกิจการเอง แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าทำจ่ายเงินเดือนที่ PEAK Payroll อ่านคู่มือเพิ่มเติม 5. ปรับรูปแบบไฟล์ สกล.3 ให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถส่งผ่านระบบ EWF โดยวิธี Import ไฟล์ได้ แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าข้อมูลการชำระที่ PEAK Payroll 6. สร้าง ลบ และดึงข้อมูลจาก PEAK ได้เพิ่มขึ้นอีก 4 เอกสาร ผ่าน MCP แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ PRO Plus และ PREMIUM เมนูการใช้งาน: การเชื่อมต่อ AI ผ่าน MCP 7. ดึงข้อมูล GL จาก PEAK ผ่าน MCP แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ PRO Plus และ PREMIUM เมนูการใช้งาน: การเชื่อมต่อ AI ผ่าน MCP 8. ตั้งค่ารูปแบบเอกสาร สำหรับพิมพ์บนกระดาษต่อเนื่องด้วยตนเองได้ แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เมนูการใช้งาน: หน้าพิมพ์ของเอกสารฉบับนั้น ๆ อ่านคู่มือเพิ่มเติม

อ่านบทความเพิ่มเติม

ข่าวสาร

อัปเดตข่าวประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่น และเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

12 Oct 2026

PEAK Account

5 min

PEAK ผนึกกำลังตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับวิสาหกิจเพื่อสังคม

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้มีการจัดงานแถลงข่าว “โครงการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ SE ด้วยระบบจัดการบัญชี” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) และพันธมิตรผู้ให้บริการระบบบัญชีออนไลน์ PEAK Account โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคม (SE) เข้าถึงระบบบัญชีออนไลน์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมพัฒนาทักษะด้านบัญชี การเงิน และภาษีอย่างเป็นระบบ นายภีม เพชรเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ภายในงานว่า “การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้วัดกันที่กำไรเพียงอย่างเดียว PEAK เราเอาความเชี่ยวชาญด้านบัญชีและเทคโนโลยี AI เข้ามาจัดการงานหลังบ้าน เพื่อปลดล็อกให้ผู้ประกอบการ SE ได้เอาเวลาและพลังงานไปโฟกัสการสร้าง Impact ให้กับสังคมได้อย่างเต็มที่” ในฐานะ Tech Company สัญชาติไทย PEAK เล็งเห็นเสมอว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยให้ SE สามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาความซับซ้อนของงานหลังบ้าน PEAK ได้นำเสนอกระบวนการเพื่อยกระดับธุรกิจ SE ให้ทำงานได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น ผ่านแนวคิด 3 ขั้นตอนหลัก (CCC) ได้แก่: สำหรับการสนับสนุนในโครงการนี้ PEAK มุ่งเน้นการแชร์ความรู้ในการวางระบบบัญชีที่ดี พร้อมทั้งมอบเครื่องมือสนับสนุนผ่านส่วนลดโปรแกรม PEAK ให้กับผู้ประกอบการ SE ที่เข้าร่วมโครงการ โดยผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษาเงื่อนไขการใช้งานและดูรายละเอียดแพ็กเกจเพิ่มเติมได้ที่ นอกจากนี้ ภายในงาน PEAK ยังได้จัดกิจกรรมเวิร์กชอปโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SE ได้ยกระดับความรู้และการใช้งานระบบบัญชี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน PEAK, Building SMART Business ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

7 Aug 2026

PEAK Account

10 min

สรุป Workshop : Claude Cowork for SME ทำไมธุรกิจต้องใช้งาน Claude Cowork

Speaker : ตรีภพ เที่ยงตรง – ผู้ก่อตั้ง AI Thailand CommunitySession : Claude Cowork for SME ทำไมธุรกิจต้องใช้งาน Claude CoworkEvent : PEAK BIZSPHERE 2026 : Thailand’s B2B SME Conference 5 ไฮไลท์สำคัญที่ต้องรู้จาก Workshop : Claude Cowork for SME การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Agent : จาก “การสนทนา” สู่ “การลงมือทำ” โลกของ AI กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ (Shift) จากเดิมที่เป็นยุคของ “Smart Chatbot” ที่เราเน้นการพิมพ์ถาม-ตอบ เข้าสู่ยุค “Agentic Process” อย่างเต็มตัวในปี 2026 ซึ่ง AI จะทำหน้าที่เป็น “Agent” ที่สามารถ “ดำเนินการ (Operate)” กระบวนการทางธุรกิจแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ สำหรับ SME นี่คือโอกาสสำคัญในการลดภาระงานธุรการและงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน (Bureaucratic Burden) ผ่านระบบ Claude Cowork ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคิด แต่เป็นพนักงานดิจิทัลที่ช่วยจัดการงาน Batch Processing ขนาดใหญ่ ช่วยให้องค์กรสามารถขยายตัวได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในสัดส่วนที่เท่ากัน วิเคราะห์ 3 โหมดการทำงาน : การเลือกเครื่องมือตามความเหมาะสมเชิงต้นทุน การเลือกโหมดที่ผิดคือการเสียต้นทุนโดยใช่เหตุ SME ควรเข้าใจการเลือกใช้โหมดให้สอดคล้องกับขั้นตอนของงาน โหมดการทำงาน ลักษณะเด่น วัตถุประสงค์หลัก ระดับการใช้ Token Chat รวดเร็ว, คล่องตัว การวางแผน (Planning), ระดมสมอง ต่ำ (Low) Code Interface สำหรับเทคนิค สร้างแอป, แก้ไข Bug, จัดการไฟล์เชิงลึก กลาง (Medium) Cowork เข้าถึง Local Files, รันอัตโนมัติ ทำงาน Batch ขนาดใหญ่, สรุปรายงานบัญชี สูง (High) คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ : ให้เริ่มที่โหมด Chat เพื่อวางแผนโครงสร้างงาน เมื่อได้แผนที่ชัดเจนแล้วจึงค่อยส่งต่อไปรันงานจริงในโหมด Cowork เพื่อลดการ “หมุน” (Spinning) ของ AI ที่จะสูบ Token โดยเปล่าประโยชน์ กลยุทธ์การเลือกโมเดลและการบริหารจัดการ Token (Cost Optimization) ในโลกของ AI Agent “คุณภาพของงาน” มักผันแปรตาม “ต้นทุน (Token)” ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการดังนี้ เทคนิคการประหยัดต้นทุน : AI จะย้อนอ่านประวัติการสนทนาทั้งหมดทุกครั้งที่เราสั่งงานใหม่ หากงานชิ้นใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้บริบทเก่า “ควรเปิด Session ใหม่เสมอ” เพื่อป้องกันภาวะ Token Drain ที่จะทำให้โควตาการใช้งานหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว การจัดโครงสร้างสารสนเทศ (Folder Structure) เพื่อลดความผิดพลาด อาการหลอนของ AI (Hallucination) มักเกิดจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย การจัด “Clean Structure” จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้มหาศาล โดยควรแบ่งโฟลเดอร์เป็น 4 ประเภท ในการตั้งค่า Project Instruction ควรเขียนด้วยตนเองให้ “สั้นและกระชับที่สุด” หลีกเลี่ยงการให้ AI เขียนให้เพราะจะทำให้คำสั่ง “บวม” และทำให้ AI หลุดโฟกัสจากเป้าหมายหลัก อาวุธ 3 ชิ้นของ Anthropic : กลยุทธ์การประกอบร่าง AI เปรียบเทียบการใช้งาน AI เหมือนการประกอบเฟอร์นิเจอร์ IKEA TSOX Framework : มาตรฐานการสั่งงาน AI Agent ขั้นสูง การสั่งงานระบบ Cowork ต้องการความชัดเจนกว่า Chatbot ทั่วไป เพื่อลดต้นทุนแฝงจากการที่ AI ทำงานผิดพลาด รับชมวิดิโอบรรยายย้อนหลัง บทสรุปเชิงกลยุทธ์ : การสร้าง Digital IP สำหรับ SME Claude Cowork มอบพลัง 3 ประการที่ SME ไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่ Batch Processing (จัดการไฟล์จำนวนมากพร้อมกัน), Multi-Sourcing (ดึงข้อมูลหลายแหล่งในคำสั่งเดียว) และ Scheduling (การตั้งเวลาทำงานอัตโนมัติ) รวมถึงฟีเจอร์ Dispatch (Beta) ที่เปรียบเสมือนรีโมทคอนโทรลให้คุณสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศผ่านสมาร์ทโฟนได้จากทุกที่ ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย เป้าหมายสูงสุดของผู้ประกอบการคือการสร้าง “Marketplace ของทักษะ” ภายในองค์กร การเปลี่ยนความรู้ของพนักงานให้กลายเป็น Skills ในระบบ AI คือการสร้าง สินทรัพย์ทางปัญญาดิจิทัล (Digital IP) ที่จะอยู่คู่กับบริษัทตลอดไป แม้พนักงานจะมีการผลัดเปลี่ยนก็ตาม นี่คือหัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation ที่แท้จริง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม