คลังความรู้บัญชี ภาษี และโปรแกรมบัญชีออนไลน์

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บทความน่ารู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน และธุรกิจที่เป็นประโยชน์ สำหรับผู้ประกอบการและนักบัญชี

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

ล่าสุด

7 Aug 2026

PEAK Account

10 min

สรุป Workshop : Claude Cowork for SME ทำไมธุรกิจต้องใช้งาน Claude Cowork

Speaker : ตรีภพ เที่ยงตรง – ผู้ก่อตั้ง AI Thailand CommunitySession : Claude Cowork for SME ทำไมธุรกิจต้องใช้งาน Claude CoworkEvent : PEAK BIZSPHERE 2026 : Thailand’s B2B SME Conference 5 ไฮไลท์สำคัญที่ต้องรู้จาก Workshop : Claude Cowork for SME การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Agent : จาก “การสนทนา” สู่ “การลงมือทำ” โลกของ AI กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ (Shift) จากเดิมที่เป็นยุคของ “Smart Chatbot” ที่เราเน้นการพิมพ์ถาม-ตอบ เข้าสู่ยุค “Agentic Process” อย่างเต็มตัวในปี 2026 ซึ่ง AI จะทำหน้าที่เป็น “Agent” ที่สามารถ “ดำเนินการ (Operate)” กระบวนการทางธุรกิจแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ สำหรับ SME นี่คือโอกาสสำคัญในการลดภาระงานธุรการและงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน (Bureaucratic Burden) ผ่านระบบ Claude Cowork ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคิด แต่เป็นพนักงานดิจิทัลที่ช่วยจัดการงาน Batch Processing ขนาดใหญ่ ช่วยให้องค์กรสามารถขยายตัวได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในสัดส่วนที่เท่ากัน วิเคราะห์ 3 โหมดการทำงาน : การเลือกเครื่องมือตามความเหมาะสมเชิงต้นทุน การเลือกโหมดที่ผิดคือการเสียต้นทุนโดยใช่เหตุ SME ควรเข้าใจการเลือกใช้โหมดให้สอดคล้องกับขั้นตอนของงาน โหมดการทำงานลักษณะเด่นวัตถุประสงค์หลักระดับการใช้ TokenChatรวดเร็ว, คล่องตัวการวางแผน (Planning), ระดมสมองต่ำ (Low)CodeInterface สำหรับเทคนิคสร้างแอป, แก้ไข Bug, จัดการไฟล์เชิงลึกกลาง (Medium)Coworkเข้าถึง Local Files, รันอัตโนมัติทำงาน Batch ขนาดใหญ่, สรุปรายงานบัญชีสูง (High) คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ : ให้เริ่มที่โหมด Chat เพื่อวางแผนโครงสร้างงาน เมื่อได้แผนที่ชัดเจนแล้วจึงค่อยส่งต่อไปรันงานจริงในโหมด Cowork เพื่อลดการ “หมุน” (Spinning) ของ AI ที่จะสูบ Token โดยเปล่าประโยชน์ กลยุทธ์การเลือกโมเดลและการบริหารจัดการ Token (Cost Optimization) ในโลกของ AI Agent “คุณภาพของงาน” มักผันแปรตาม “ต้นทุน (Token)” ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการดังนี้ เทคนิคการประหยัดต้นทุน : AI จะย้อนอ่านประวัติการสนทนาทั้งหมดทุกครั้งที่เราสั่งงานใหม่ หากงานชิ้นใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้บริบทเก่า “ควรเปิด Session ใหม่เสมอ” เพื่อป้องกันภาวะ Token Drain ที่จะทำให้โควตาการใช้งานหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว การจัดโครงสร้างสารสนเทศ (Folder Structure) เพื่อลดความผิดพลาด อาการหลอนของ AI (Hallucination) มักเกิดจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย การจัด “Clean Structure” จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้มหาศาล โดยควรแบ่งโฟลเดอร์เป็น 4 ประเภท ในการตั้งค่า Project Instruction ควรเขียนด้วยตนเองให้ “สั้นและกระชับที่สุด” หลีกเลี่ยงการให้ AI เขียนให้เพราะจะทำให้คำสั่ง “บวม” และทำให้ AI หลุดโฟกัสจากเป้าหมายหลัก อาวุธ 3 ชิ้นของ Anthropic : กลยุทธ์การประกอบร่าง AI เปรียบเทียบการใช้งาน AI เหมือนการประกอบเฟอร์นิเจอร์ IKEA TSOX Framework : มาตรฐานการสั่งงาน AI Agent ขั้นสูง การสั่งงานระบบ Cowork ต้องการความชัดเจนกว่า Chatbot ทั่วไป เพื่อลดต้นทุนแฝงจากการที่ AI ทำงานผิดพลาด รับชมวิดิโอบรรยายย้อนหลัง บทสรุปเชิงกลยุทธ์ : การสร้าง Digital IP สำหรับ SME Claude Cowork มอบพลัง 3 ประการที่ SME ไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่ Batch Processing (จัดการไฟล์จำนวนมากพร้อมกัน), Multi-Sourcing (ดึงข้อมูลหลายแหล่งในคำสั่งเดียว) และ Scheduling (การตั้งเวลาทำงานอัตโนมัติ) รวมถึงฟีเจอร์ Dispatch (Beta) ที่เปรียบเสมือนรีโมทคอนโทรลให้คุณสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศผ่านสมาร์ทโฟนได้จากทุกที่ ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย เป้าหมายสูงสุดของผู้ประกอบการคือการสร้าง “Marketplace ของทักษะ” ภายในองค์กร การเปลี่ยนความรู้ของพนักงานให้กลายเป็น Skills ในระบบ AI คือการสร้าง สินทรัพย์ทางปัญญาดิจิทัล (Digital IP) ที่จะอยู่คู่กับบริษัทตลอดไป แม้พนักงานจะมีการผลัดเปลี่ยนก็ตาม นี่คือหัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation ที่แท้จริง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

7 Aug 2026

PEAK Account

12 min

สรุป Workshop : AI for Accounting ตัวจัดการบัญชีด้วย AI

Speaker : กฤษ เกตุศร – เจ้าของเพจบัญชีคลับSession : AI for Accounting ตัวช่วยจัดการบัญชี ด้วย AIEvent : PEAK BIZSPHERE 2026 : Thailand’s B2B SME Conference 5 ไฮไลท์สำคัญที่ต้องรู้จาก Workshop : AI for Accounting บริบทที่เปลี่ยนไป : เมื่อการทำบัญชีแบบเดิมคือความเสี่ยงของธุรกิจ โลกบัญชีกำลังเผชิญกับ “Paradigm Shift” หรือการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่ การยึดติดกับวิธีการทำบัญชีแบบเดิมที่เน้นแรงงานคน (Labor-intensive) ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณโตช้าลง แต่คือความเสี่ยงในการล่มสลายของธุรกิจ มีหลักฐานเชิงประจักษ์จากบริษัทขนาดใหญ่ที่เคยใช้พนักงานบัญชีสูงถึง 2,800 คน แต่เมื่อนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในกระบวนการทำงานอย่างจริงจัง สามารถลดจำนวนพนักงานลงเหลือเพียง 200 คน โดยที่ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น นี่คือ Social Proof ที่ยืนยันว่าโครงสร้างต้นทุนแบบเดิมกำลังถูกสั่นคลอนด้วย Micro-transactions จำนวนมหาศาล ปัจจัยเปรียบเทียบ การบัญชีในอดีต การบัญชีในยุคปัจจุบัน (E-commerce) รูปแบบธุรกรรม High Value, Low Volume Micro-transactions (ธุรกรรมย่อย) ปริมาณเอกสาร หลักร้อยถึงพันใบต่อเดือน หลักหมื่นถึงแสนใบ (จาก Shopee/Lazada) มูลค่าต่อใบ สูง (หลักพันถึงหลักหมื่นบาท) ต่ำ (20, 30 หรือ 50 บาท) วิธีการจัดการ ใช้พนักงานอ่านและคีย์ข้อมูล แรงงานคนไม่คุ้มทุนและทำงานไม่ทัน Impact on Profit กำไรคงที่ตามปริมาณแรงงาน “สำนักงานบัญชีมูลนิธิ” (กำไรถดถอยจนอยู่ไม่ได้) วิกฤตที่สำนักงานบัญชีส่วนใหญ่กำลังเผชิญคือ ต้นทุนเงินเดือนพนักงานปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ค่าบริการถูกกดต่ำลงจากสภาวะการแข่งขัน หากคุณไม่ใช้ AI มาช่วยจัดการ คุณจะไม่สามารถเสนอราคาที่ลูกค้า SME รับได้โดยที่ตัวคุณยังมีกำไรเหลืออยู่ เมื่อแรงงานคนเริ่มไม่คุ้มทุน เทคโนโลยี AI จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด เจาะลึกขีดความสามารถ AI : อาวุธลับใหม่ของนักบัญชี AI ในปัจจุบันได้ก้าวข้าม “กำแพงภาษา” (Language Barrier) และความไม่มีระเบียบของข้อมูล (Unstructured Data) ไปแล้ว ความสามารถของมันไม่ใช่แค่การจำ แต่อยู่ในระดับวิเคราะห์เชิงลึกผ่านขีดความสามารถหลัก 5 ด้าน กรณีศึกษาและผลลัพธ์เชิงประจักษ์ : ประสิทธิภาพในระดับ “วินาที” ในโลกธุรกิจ “เวลาคือต้นทุน” และความล่าช้าคือความสูญเสีย กรณีศึกษาจริงของบริษัทที่มีรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งประสบปัญหา “งบไม่ดุล” ในสมุดรายวันแยกประเภท (GL) ที่มีข้อมูลสูงถึง 80,000 บรรทัด นักบัญชีระดับผู้จัดการใช้เวลาหาจุดต่าง (Diff) นานถึง 2-3 วันแต่ไม่พบ จนต้องจ้างที่ปรึกษามืออาชีพที่มีค่าตัวสูงถึง 20,000 บาทต่อวัน เข้ามาช่วย แต่เมื่อนำ AI มาประมวลผล กลับสามารถระบุ Voucher ที่ผิดพลาดได้ภายในเวลาเพียง 4 นาที เท่านั้น หากวิเคราะห์ผ่าน “Economics of AI” หรือเศรษฐศาสตร์ของ AI ความคุ้มค่านั้นมหาศาล อนาคตของนักบัญชี : การย้ายฐานที่มั่นจาก “ผู้บันทึก” สู่ “ผู้ให้ความเชื่อใจ” การเข้ามาของ AI ไม่ใช่การทำลายล้างอาชีพ แต่คือการ “บังคับให้ยกระดับ” (Forced Upskilling) นักบัญชีต้องเปลี่ยน Mindset จากการมองว่า AI คือคู่แข่ง ให้มองว่าเป็น “Asset” หรือสินทรัพย์ทางเทคโนโลยีที่ต้องควบคุม ป้อมปราการที่ AI ยังไม่สามารถก้าวข้ามได้ สำหรับนักบัญชีวัย 50 ปีขึ้นไป การปรับตัวอาจไม่ใช่เรื่องวิกฤตเพราะใกล้เกษียณ แต่สำหรับคนรุ่นอายุ 40 ปีที่ยังต้องทำงานอีก 10-20 ปี หากไม่เริ่มควบคุม AI ตั้งแต่วันนี้ คุณจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างถาวร การปรับตัวไม่ใช่การแข่งขันกับ AI แต่คือการเรียนรู้ที่จะควบคุม AI เพื่อยกระดับคุณค่าของตนเอง บทสรุป : ก้าวแรกสู่การเป็น Accounting AI-First Organization โลกของการทำงานบัญชีกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ (Game Change) อัตราการพัฒนาของ AI ไม่ได้เป็นเส้นทแยงมุม แต่เป็นเส้นตรงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Exponential Growth) การเมินเฉยต่อเทคโนโลยีในวันนี้ คือการยินยอมให้ธุรกิจสูญพันธุ์ในอนาคต 3 Actionable Steps สำหรับการเริ่มต้น นักบัญชีที่มี AI เป็นอาวุธ จะไม่ใช่นักบัญชีที่จมกองเอกสารอีกต่อไป แต่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางใหม่ของโลกธุรกิจ และเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ที่สร้างมูลค่าที่แท้จริงให้กับองค์กรในยุค AI-First ได้อย่างยั่งยืน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บัญชี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี

อ่านบทความเพิ่มเติม

7 Aug 2026

PEAK Account

18 min

จดทะเบียนบริษัท ต้องทำอะไรบ้าง ขั้นตอน เอกสาร ค่าใช้จ่าย ครบจบ

อยากเปิดบริษัทแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง? จดทะเบียนบริษัทในปี 2569 ง่ายกว่าที่คิด เพราะกฎหมายใหม่ลดผู้ก่อตั้งเหลือแค่ 2 คน แถมจดออนไลน์ผ่าน DBD ได้ทั้งหมด บทความนี้รวมครบทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนเปิดบริษัท ตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียน เอกสารที่ต้องเตรียม ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียนเสร็จ ซึ่งหลายเว็บไม่ได้บอก จดทะเบียนบริษัทคืออะไร ทำไมต้องจด การจดทะเบียนบริษัทคือการจัดตั้ง “นิติบุคคล” (บริษัทที่มีสถานะทางกฎหมายแยกจากเจ้าของ) กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เพื่อให้ธุรกิจเป็นที่ยอมรับตามกฎหมาย ทำไมควรจดทะเบียนบริษัท แทนที่จะทำธุรกิจในชื่อบุคคลธรรมดา? บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ต่างกันอย่างไร ก่อนตัดสินใจจดทะเบียน คุณต้องเลือกก่อนว่าจะจดแบบไหน นี่คือความแตกต่างหลัก 3 มิติ เปรียบเทียบ บริษัทจำกัด (บจก.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) จำนวนคนขั้นต่ำ 2 คนขึ้นไป (กฎหมายใหม่ 2565) 2 คนขึ้นไป ความรับผิดชอบหนี้สิน ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดตามทุนที่ลง หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัด (ปกติคือหุ้นส่วนผู้จัดการ) ต้องรับผิดไม่จำกัด เอาทรัพย์สินส่วนตัวจ่ายหนี้ได้ รูปแบบภาษี เสียภาษีนิติบุคคล อัตราสูงสุด 20% เสียภาษีนิติบุคคลเช่นกัน แต่หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาด้วย (สูงสุด 35%) ธุรกิจที่ต้องการปกป้องทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของ ส่วนใหญ่เลือกจดเป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนบริษัท กี่คน กฎหมายใหม่ปี 2565 ปัจจุบันใช้ผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ 2 คน ลดจากเดิม 3 คน ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 (ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ผู้ก่อตั้งทั้ง 2 คนต้องเป็นบุคคลธรรมดา อายุ 12 ปีขึ้นไป ถือหุ้นคนละอย่างน้อย 1 หุ้น จดทะเบียนบริษัท 1 คนได้ไหม ปัจจุบันยังไม่ได้ ต้องใช้อย่างน้อย 2 คน แม้จะมีร่างพระราชบัญญัติบริษัทจำกัดคนเดียวอยู่ แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้สำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป ถ้าคุณทำธุรกิจคนเดียวจริง มี 2 ทางเลือก สำหรับธุรกิจที่โตแล้ว ทางเลือกแรกคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เอกสารจดทะเบียนบริษัท ต้องเตรียมอะไรบ้าง เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนไปจดทะเบียน หนังสือบริคณห์สนธิคืออะไร หนังสือบริคณห์สนธิ คือเอกสารก่อตั้งบริษัทที่ระบุข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน สิ่งที่บริษัทจะทำ จำนวนทุน และจำนวนหุ้น ต้องจดทะเบียนกับ DBD ก่อนจึงจะจัดตั้งบริษัทได้ ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท ทำยังไง การจดทะเบียนบริษัทมี 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 จองชื่อนิติบุคคล เข้าเว็บไซต์ DBD e-Registration แล้วจองชื่อบริษัท ระบบจะตรวจชื่อซ้ำให้อัตโนมัติ ชื่อที่จองไว้ใช้ได้ 30 วัน ถ้าไม่จดทะเบียนภายในกำหนดต้องจองใหม่ เคล็ดลับ: เตรียมชื่อสำรองไว้ 2-3 ชื่อ เพราะชื่อที่ต้องการอาจซ้ำกับบริษัทอื่น ขั้นตอนที่ 2 จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิกับ DBD โดยระบุรายละเอียดดังนี้ ค่าธรรมเนียม 500 บาท (ข้อมูลจาก DBD) ขั้นตอนที่ 3 ประชุมจัดตั้งบริษัท หลังจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิเสร็จ ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติเรื่องสำคัญ ผู้ถือหุ้นต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นในวันประชุม ขั้นตอนที่ 4 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด กรรมการนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับนายทะเบียน พร้อมแนบหลักฐานการชำระค่าหุ้น (ใบสำคัญรับชำระเงินค่าหุ้น) ด้วย ต้องยื่นภายใน 3 เดือนนับจากวันประชุมจัดตั้ง มิฉะนั้นถือเป็นโมฆะ เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้ว บริษัทก็ถือกำเนิดเป็นนิติบุคคลทันที จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD e-Registration ปัจจุบันสามารถจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ทั้งหมดผ่านระบบ DBD e-Registration ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน DBD ข้อดีของการจดออนไลน์ ผู้ใช้งานต้องสมัครสมาชิกและยืนยันตัวตนผ่านระบบก่อน จากนั้นกรอกข้อมูลตามที่ระบบแนะนำ ระบบจะตรวจสอบเอกสารและแจ้งผลภายใน 1-3 วันทำการ ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท ใช้เงินเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัทแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ค่าธรรมเนียมราชการ รายการ ค่าธรรมเนียม (จดที่สำนักงาน) ค่าธรรมเนียม (จดออนไลน์ ลด 50%) จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท 250 บาท จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 5,000 บาท (ทุน 1 ล้าน) 2,500 บาท ค่าอากรแสตมป์ 200 บาท 200 บาท ค่าคัดสำเนาเอกสาร ประมาณ 500 บาท ประมาณ 500 บาท รวมประมาณ 6,200 บาท 3,450 บาท ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทคิดตามทุน หุ้นละ 100 บาท ขั้นต่ำ 5,000 บาท สูงสุด 250,000 บาท (ข้อมูลจาก DBD) ค่าบริการสำนักงานบัญชีหรือทนายความ ถ้าไม่อยากจัดการเอกสารเอง จ้างสำนักงานบัญชีหรือทนายความช่วยจดทะเบียนได้ ค่าบริการตลาดอยู่ที่ประมาณ 5,000-15,000 บาท ขึ้นกับความซับซ้อนของธุรกิจ ทุนจดทะเบียน และบริการเสริม เช่น จดทะเบียน VAT จดทะเบียนนายจ้าง ทุนจดทะเบียนบริษัท ขั้นต่ำเท่าไร กฎหมายไม่ได้กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ แต่ต้องมีอย่างน้อย 2 หุ้น (เท่ากับจำนวนผู้ถือหุ้น) โดยมูลค่าหุ้นขั้นต่ำหุ้นละ 5 บาท ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่จดทุนที่ 1,000,000 บาท เพราะเป็นตัวเลขที่ดูน่าเชื่อถือสำหรับคู่ค้าและธนาคาร แต่ไม่จำเป็นต้องชำระเต็มจำนวน ชำระขั้นต่ำ 25% ก็พอ (เช่น ทุน 1 ล้าน ชำระ 250,000 บาท) จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน วิธีจดทะเบียน ระยะเวลาโดยประมาณ จดที่สำนักงาน DBD 1-3 วันทำการ (ถ้าเอกสารครบ) จดออนไลน์ผ่าน e-Registration 1-3 วันทำการ (หลังยื่นเอกสารครบ) จ้างสำนักงานบัญชีทำให้ 3-7 วัน (รวมเตรียมเอกสาร) ระยะเวลาจริงขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสาร ถ้าเอกสารไม่ครบหรือมีข้อผิดพลาด อาจใช้เวลานานกว่า หลังจดทะเบียนบริษัท ต้องทำอะไรต่อ จดทะเบียนเสร็จไม่ได้แปลว่าจบ นิติบุคคลใหม่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถ้ารายได้ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน (ตามประมวลรัษฎากร) แม้ยังไม่ถึงเกณฑ์ก็จดล่วงหน้าได้ เพื่อเรียกคืนภาษีซื้อ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร สรุปครบสำหรับ SME เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท เตรียมหนังสือรับรองบริษัท (ออกไม่เกิน 6 เดือน) บัตรประชาชนกรรมการ และตรายาง ไปเปิดบัญชีในนามบริษัท ธนาคารส่วนใหญ่เปิดบัญชีนิติบุคคลได้ภายใน 1 วัน ทำบัญชีเล่มแรกและจ้างผู้สอบบัญชี กฎหมายบังคับให้นิติบุคคลทุกรายจัดทำบัญชี (ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543) ต้องจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินทุกปีด้วย 📄 [แทรกรูป: ตัวอย่างหน้าจอโปรแกรมบัญชี PEAK] ให้ user จับภาพหน้าจอจากระบบ PEAK demo พื้นหลัง #2c90ed ขึ้นทะเบียนประกันสังคม บริษัทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วัน (ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม) ปฏิทินภาษีที่นิติบุคคลต้องรู้ ความถี่ ภาษี/แบบฟอร์ม กำหนดยื่น ทุกเดือน แบบ ภ.ง.ด.3 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบุคคลธรรมดา) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทุกเดือน แบบ ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทุกเดือน แบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) กรณีจด VAT ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ครึ่งปี แบบ ภ.ง.ด.51 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนหลังสิ้นรอบ 6 เดือน รายปี แบบ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี รายปี งบการเงิน + ส่ง DBD ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ของกรมสรรพากร จะได้เวลาเพิ่มอีก 8 วัน อ่านรายละเอียดภาษีที่นิติบุคคลต้องรู้เพิ่มเติมในบทความภาษีนิติบุคคล สรุปครบทุกเรื่องที่ต้องยื่น สรุป: จดทะเบียนบริษัท 2569 ทำได้ใน 4 ขั้นตอน จดทะเบียนเสร็จแล้ว จัดการบัญชีให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรก พอเปิดบริษัทเสร็จ สิ่งที่ตามมาทันทีคือการทำบัญชีและยื่นภาษี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้นิติบุคคลใหม่ออกใบกำกับภาษี บันทึกรายรับรายจ่าย และเตรียมยื่นภาษีได้ง่ายตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องจ้างพนักงานบัญชีเพิ่มในช่วงเริ่มต้น ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัทที่ไหนได้บ้าง จดได้ 2 ช่องทาง คือยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงาน DBD ทุกจังหวัด หรือจดออนไลน์ผ่าน edbr.dbd.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การจดออนไลน์ได้ส่วนลดค่าธรรมเนียม 50% จดทะเบียนบริษัท กี่คนก็ได้จริงไหม ไม่จริง ต้องมีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน ตามกฎหมายที่แก้ไขปี 2565 เดิมกำหนดขั้นต่ำ 3 คน แต่ปัจจุบันลดเหลือ 2 คน จดทะเบียนบริษัทแล้วไม่ทำธุรกิจได้ไหม ได้ แต่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น จัดทำบัญชี ยื่นงบการเงินประจำปี และยื่นภาษี แม้รายได้เป็นศูนย์ ถ้าไม่ทำจะถูกปรับและอาจถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน ใช้ที่อยู่บ้านเป็นที่ตั้งบริษัทได้ไหม ได้ ถ้าเจ้าของบ้านยินยอม ต้องเตรียมหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน หลายธุรกิจ SME เริ่มต้นจากบ้านก่อน แล้วค่อยย้ายเมื่อธุรกิจโตขึ้น จดทะเบียนบริษัททุน 1 ล้าน ต้องมีเงินเท่าไร ไม่ต้องมีเงิน 1 ล้านบาทเต็ม ชำระค่าหุ้นขั้นต่ำ 25% ก็พอ คือ 250,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระได้ในภายหลังเมื่อบริษัทเรียกให้ชำระรวดเร็วยิ่งขึ้น PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เราพร้อมช่วยผู้ประกอบการจัดการเรื่องภาษีและบัญชีได้อย่างถูกต้องรองรับการเติบโต ช่วยให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ภาษี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับภาษี

อ่านบทความเพิ่มเติม

ธุรกิจ

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

7 Aug 2026

PEAK Account

17 min

ทะเบียนทรัพย์สิน คืออะไร มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่าง

บริษัทซื้อคอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง เครื่องพิมพ์ 3 ตัว รถยนต์อีก 1 คัน แต่พอสิ้นปีกลับตอบไม่ได้ว่าทรัพย์สินทั้งหมดมีกี่ชิ้น อยู่ที่ไหน มูลค่าเหลือเท่าไร ปัญหานี้เกิดจากการไม่มีทะเบียนทรัพย์สินที่เป็นระบบ บทความนี้สรุปครบว่าทะเบียนคุมทรัพย์สินคืออะไร ต้องบันทึกอะไรบ้าง พร้อมขั้นตอนจัดทำ 6 ขั้นตอนที่ทำได้ทันทีและตัวอย่างตารางจริง ทะเบียนทรัพย์สิน (Fixed Asset Register) คืออะไร? ทะเบียนทรัพย์สิน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Fixed Asset Register คือเอกสารที่บันทึกรายละเอียดสินทรัพย์ถาวรทุกชิ้นของกิจการ ครอบคลุมตั้งแต่วันที่ซื้อ ราคาทุน สถานที่เก็บ ไปจนถึงค่าเสื่อมราคาสะสม พูดง่ายๆ คือ “สมุดบันทึกของทุกอย่างที่บริษัทเป็นเจ้าของ” ไม่ว่าจะเป็นอาคาร เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หรือรถยนต์ ทุกชิ้นต้องมีชื่ออยู่ในเอกสารนี้ หลายคนอาจเห็นคำว่า “ทะเบียนคุมทรัพย์สิน” หรือ “ทะเบียนสินทรัพย์” ใช้สลับกัน ทั้งสองคำหมายถึงสิ่งเดียวกัน “ทะเบียนคุมทรัพย์สิน” มักใช้ในหน่วยงานราชการ ส่วน “ทะเบียนทรัพย์สิน” ใช้ในภาคเอกชนเป็นหลัก ทำไมกิจการต้องจัดทำทะเบียนทรัพย์สิน? เหตุผลหลักมี 2 ด้าน ข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ TAS 16 เรื่องที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี) ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การรับรู้ การวัดมูลค่า และการคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร สำหรับ SME ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ใช้มาตรฐานบัญชีสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (NPAEs) ซึ่งกำหนดให้บันทึกสินทรัพย์ถาวรด้วยราคาทุน แล้วทยอยหักค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งาน ด้านภาษี กรมสรรพากร กำหนดอัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุดที่หักได้ทางภาษี เช่น อาคารหักได้ไม่เกิน 5% ต่อปี คอมพิวเตอร์หักได้ 3 ปี (ประมาณ 33% ต่อปี) นอกจากนี้ เมื่อซื้อทรัพย์สินที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องเก็บใบกำกับภาษีไว้เป็นหลักฐานด้วย เพราะ VAT ที่จ่ายตอนซื้อทรัพย์สินสามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อได้ ทะเบียนทรัพย์สิน มีอะไรบ้าง? รายการที่ต้องบันทึกครบถ้วน ทะเบียนทรัพย์สินที่ดีต้องบันทึกข้อมูลอย่างน้อย 8 รายการต่อสินทรัพย์ 1 ชิ้น ได้แก่ ข้อมูลเพิ่มเติมที่แนะนำให้บันทึกด้วย เช่น เลขที่ใบแจ้งหนี้ ชื่อผู้ขาย สภาพปัจจุบัน และวันที่จำหน่ายออก (ถ้ามี) ประเภทของสินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets) มีอะไรบ้าง? สินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets) คือทรัพย์สินที่กิจการซื้อมาใช้งานระยะยาวเกิน 1 ปี ไม่ได้ซื้อมาเพื่อขายต่อ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่ม ตัวอย่าง อัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุด (ทางภาษี) ที่ดิน ที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ไม่มี (ที่ดินไม่คิดค่าเสื่อม) อาคารและสิ่งปลูกสร้าง สำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า 5% ต่อปี (อายุ 20 ปี) เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องจักรผลิต เครื่องพิมพ์ 20% ต่อปี (อายุ 5 ปี) ยานพาหนะ รถยนต์ รถกระบะ 20% ต่อปี (อายุ 5 ปี) เครื่องตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวาง 20% ต่อปี (อายุ 5 ปี) คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IT คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ 33% ต่อปี (อายุ 3 ปี) (อัตราค่าเสื่อมราคาทางภาษี อ้างอิงจาก พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 145) วิธีจัดทำทะเบียนทรัพย์สินบริษัท ต้องทำอย่างไร? การจัดทำทะเบียนทรัพย์สินมี 6 ขั้นตอนหลัก ไม่ว่าธุรกิจจะเล็กหรือใหญ่ก็ใช้แนวทางเดียวกัน 1. กำหนดนโยบายสินทรัพย์ถาวร เริ่มต้นด้วยการกำหนดว่าทรัพย์สินมูลค่าเท่าไรถึงจะบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวร เช่น “มูลค่าตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป และมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี” ของที่ต่ำกว่านี้ให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดนั้นทันที นโยบายนี้ต้องใช้สม่ำเสมอทั้งบริษัท ถ้าเปลี่ยนเกณฑ์ ต้องเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน 2. รวบรวมและจำแนกทรัพย์สิน สำรวจทรัพย์สินทั้งหมดที่บริษัทมี แล้วจัดกลุ่มตามประเภท เช่น อาคาร เครื่องจักร ยานพาหนะ คอมพิวเตอร์ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาที่สุดถ้าไม่เคยทำมาก่อน แนะนำให้แต่ละแผนกช่วยรายงานทรัพย์สินที่ตัวเองใช้อยู่ 3. กำหนดรหัสทรัพย์สิน ทรัพย์สินทุกชิ้นต้องมีรหัสเฉพาะตัว เพื่อป้องกันความสับสนเวลาตรวจนับ ตัวอย่างรูปแบบรหัส: CP-2569-001 หมายถึง คอมพิวเตอร์ (CP) ซื้อปี 2569 ลำดับที่ 001 หมวด รหัสย่อ อาคาร BLD เครื่องจักร MC ยานพาหนะ VH คอมพิวเตอร์ CP เฟอร์นิเจอร์ FN ติดรหัสนี้เป็นสติกเกอร์บนตัวทรัพย์สินจริง เวลาตรวจนับจะจับคู่กับทะเบียนได้ทันที 4. บันทึกข้อมูลลงทะเบียน นำข้อมูลทั้งหมดมากรอกลงตารางทะเบียน ไม่ว่าจะใช้ Excel หรือโปรแกรมบัญชี ข้อมูลต้องครบตาม 8 รายการที่กล่าวไว้ข้างต้น 5. คำนวณค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมราคา คือการทยอยหักมูลค่าทรัพย์สินเป็นค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน วิธีที่ SME ใช้บ่อยที่สุดคือ วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method) ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อคอมพิวเตอร์ราคา 30,000 บาท ประมาณอายุใช้งาน 3 ปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ราคาทุน — 30,000 บาท มูลค่าซาก (ประมาณ) — 0 บาท ค่าเสื่อมราคาต่อปี (30,000 – 0) ÷ 3 ปี 10,000 บาท/ปี ค่าเสื่อมราคาต่อเดือน = 10,000 ÷ 12 = ประมาณ 833 บาท ตัวเลขนี้จะถูกบันทึกเข้าทะเบียนทรัพย์สินทุกเดือน 6. ตรวจนับและอัปเดตทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (แนะนำช่วงก่อนปิดงบ) ให้ตรวจนับทรัพย์สินจริงเทียบกับทะเบียน ถ้าพบว่าทรัพย์สินชำรุด สูญหาย หรือจำหน่ายออกแล้ว ต้องอัปเดตทะเบียนให้ตรงกับความเป็นจริง ตัวอย่างทะเบียนทรัพย์สินบริษัท หน้าตาเป็นอย่างไร? เอกสารนี้ไม่มีแบบฟอร์มตายตัวที่กฎหมายกำหนด แต่ต้องมีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอสำหรับการตรวจสอบ ตัวอย่างด้านล่างเป็นรูปแบบที่ SME ทั่วไปนิยมใช้ ตัวอย่างตารางทะเบียนทรัพย์สินแบบเต็ม รหัส ชื่อทรัพย์สิน วันที่ได้มา ราคาทุน (บาท) อายุใช้งาน ค่าเสื่อมฯ/ปี (บาท) ค่าเสื่อมฯ สะสม (บาท) มูลค่าตามบัญชี (บาท) สถานที่ สภาพ BLD-2567-001 อาคารสำนักงาน 1 ม.ค. 2567 5,000,000 20 ปี 250,000 625,000 4,375,000 สาขาใหญ่ ดี CP-2568-001 คอมพิวเตอร์ Dell 15 มี.ค. 2568 25,000 3 ปี 8,333 12,500 12,500 ฝ่ายบัญชี ดี VH-2569-001 รถกระบะ Toyota 1 พ.ค. 2569 750,000 5 ปี 150,000 37,500 712,500 ฝ่ายขนส่ง ใหม่ FN-2568-005 โต๊ะทำงาน 10 ตัว 20 มิ.ย. 2568 50,000 5 ปี 10,000 12,500 37,500 สำนักงาน ดี (ตัวอย่างนี้เป็นข้อมูลสมมุติเพื่อการศึกษา) จัดการทะเบียนทรัพย์สินด้วย Excel ดีพอไหม? เทียบกับระบบอัตโนมัติ Excel เหมาะกับกิจการที่มีทรัพย์สินไม่เกิน 20-30 รายการ แต่เมื่อธุรกิจเติบโต ข้อจำกัดของ Excel จะเริ่มเป็นปัญหา ข้อจำกัดของ Excel ที่ SME ต้องรู้ ระบบทะเบียนทรัพย์สินอัตโนมัติช่วยอะไรได้บ้าง? โปรแกรมบัญชีออนไลน์อย่าง PEAK Account มีระบบจัดการสินทรัพย์ถาวรในตัว ช่วยให้บันทึกทรัพย์สิน คำนวณค่าเสื่อมราคา และลงบัญชีอัตโนมัติ ไม่ต้องคีย์ซ้ำ หัวข้อ Excel ระบบอัตโนมัติ (PEAK) คำนวณค่าเสื่อมราคา ต้องใส่สูตรเอง คำนวณอัตโนมัติทุกเดือน เชื่อมบัญชี คีย์ข้อมูลซ้ำ ลงบัญชีอัตโนมัติ ตรวจนับ ตรวจเทียบมือ Checklist ดิจิทัล แก้ไขพร้อมกัน ลำบาก หลายคนใช้พร้อมกันบน Cloud ความถูกต้อง ผิดพลาดง่ายถ้าลบสูตร ข้อมูลล็อก แก้ไขมี log สำหรับ SME ที่มีทรัพย์สินเกิน 30 รายการ หรือมีหลายสาขา ระบบอัตโนมัติจะช่วยประหยัดเวลาและลดข้อผิดพลาดได้มาก สรุป: ทะเบียนทรัพย์สิน ทำวันนี้ ธุรกิจมั่นคงขึ้น เอกสารนี้ไม่ใช่แค่งานบัญชี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของกิจการรู้สถานะทรัพย์สินจริง สิ่งที่ต้องทำ จัดการทะเบียนทรัพย์สินให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกทรัพย์สิน คำนวณค่าเสื่อมราคา และลงบัญชีอัตโนมัติในที่เดียว ไม่ต้องพึ่ง Excel หลายไฟล์อีกต่อไป ทดลองใช้ PEAK ฟรี แล้วเริ่มจัดการทะเบียนทรัพย์สินอย่างมืออาชีพ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทะเบียนทรัพย์สิน ทะเบียนทรัพย์สินต้องอัปเดตบ่อยแค่ไหน? ควรอัปเดตทุกครั้งที่มีการซื้อ จำหน่าย หรือโอนย้ายทรัพย์สิน และตรวจนับเทียบกับของจริงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งก่อนปิดงบ หากธุรกิจมีทรัพย์สินเยอะหรือมีหลายสาขา แนะนำตรวจนับทุกครึ่งปีเพื่อให้ข้อมูลตรงกับความเป็นจริงอยู่เสมอ การขึ้นทะเบียนทรัพย์สินคืออะไร? คือการนำทรัพย์สินที่กิจการซื้อมาใหม่ไปบันทึกเข้าระบบทะเบียน โดยกรอกข้อมูลครบทุกช่อง ตั้งแต่รหัส ราคาทุน วันที่ซื้อ จนถึงอัตราค่าเสื่อมราคา ควรทำทันทีที่ได้รับทรัพย์สิน ไม่ใช่รอทำทีเดียวตอนสิ้นปี ใช้แบบฟอร์มทะเบียนคุมทรัพย์สินของราชการกับบริษัทเอกชนได้ไหม? ใช้ได้แต่ไม่แนะนำ เพราะแบบฟอร์มราชการมีคอลัมน์เฉพาะทาง เช่น รหัสครุภัณฑ์ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง ซึ่งบริษัทเอกชนไม่จำเป็นต้องใช้ แนะนำให้ออกแบบตารางเองตามที่บทความนี้แนะนำ หรือใช้ Template จากโปรแกรมบัญชีที่ออกแบบมาสำหรับ SME โดยเฉพาะ ทะเบียนทรัพย์สิน ต้องจัดทำทุกบริษัทไหม? ทุกนิติบุคคล (บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน) ที่มีสินทรัพย์ถาวร ควรจัดทำเอกสารนี้ เพราะต้องแสดงรายการสินทรัพย์ในงบการเงินประจำปีอยู่แล้ว ทะเบียนฯ เป็นหลักฐานสนับสนุนที่ช่วยให้ตัวเลขในงบถูกต้องและพร้อมสำหรับการตรวจสอบ ไม่ทำทะเบียนทรัพย์สินมีความผิดไหม? ไม่มีกฎหมายลงโทษโดยตรงสำหรับการ “ไม่มีทะเบียนทรัพย์สิน” แต่ผลกระทบจะเกิดทางอ้อม หากตัวเลขสินทรัพย์ในงบการเงินไม่ถูกต้อง ผู้สอบบัญชีอาจแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข นอกจากนี้ถ้าสรรพากรตรวจพบว่าค่าเสื่อมราคาที่หักทางภาษีไม่มีหลักฐานสนับสนุน อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การใช้โปรแกรม

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน PEAK

อ่านบทความเพิ่มเติม

5 Aug 2026

PEAK Account

2 min

Update Function PEAK 05/08/2026

1. Attach input tax files via SMART Key, and scan them directly into purchase tax invoices. Package: e-Document package and above Suitable for: Business owners and accounting teams who want to record and scan them directly into purchase tax invoices conveniently and quickly. System Updates: Added the “Purchase Tax Invoice” option to the file attachment page of the File Vault. Integrated with SMART Key to automatically scan and read tax invoice numbers, where the system will screen and show only documents pending purchase tax invoice registration for precise linking. Benefits of Use: Helps register existing purchase tax invoices more conveniently and quickly, reduces errors from manual data entry, and saves time searching for documents. 2. Automatically scan receipts with AI via the purchase/expense creation page, recording documents faster. Package: e-Document package and above Suitable for: Entrepreneurs and accountants who want to save time recording expenses. System Updates: Added a file selection page to the expense and product purchase recording page. Simply upload or or drag and drop document files, and SMART Key will read data, scan numbers, line items, and contacts automatically, filling in various fields immediately without needing to type manually. Benefits of Use: 3. Added visualized financial statement displays (Visualize), making financial statements easier to read, understand, and see the business overview instantly. Package: Basic package and above Suitable for: Business owners and accountants who want to analyze financial data quickly. System Updates: Added diagram/chart visualizations to both the Statement of Financial Position and Income Statement, transforming complex financial data into clear, easy-to-understand charts that display assets, liabilities, equity, as well as revenue structures, costs, and net profit. Benefits of Use: Transforms long numerical data tables into easy-to-read chart diagrams, helping you see financial proportions and trends instantly, and helping business owners use data to plan and make precise decisions.

5 Aug 2026

PEAK Account

4 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 05/08/2026

1. แนบไฟล์ภาษีซื้อผ่าน SMART Key สแกนเข้าใบกำกับภาษีซื้อได้ทันที แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เหมาะสำหรับ: เจ้าของกิจการและทีมบัญชี ที่ต้องการบันทึกใบกำกับภาษีซื้อย้อนหลังได้อย่างสะดวกรวดเร็ว สิ่งที่ระบบอัปเดต: เพิ่มตัวเลือก “ใบกำกับภาษีซื้อ” ในหน้าแนบไฟล์ของคลังเอกสาร มาพร้อม SMART Key  ช่วยสแกนและอ่านเลขที่ใบกำกับภาษีให้อัตโนมัติ โดยระบบจะคัดกรองเฉพาะเอกสารที่รอลงทะเบียนใบกำกับภาษีซื้อขึ้นมาให้เลือกเชื่อมโยงได้อย่างแม่นยำ ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยให้การลงทะเบียนใบกำกับภาษีซื้อย้อนหลังได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลด้วยตนเอง และช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาเอกสาร 2. สแกนใบเสร็จอัตโนมัติด้วย AI ผ่านหน้าสร้างเอกสารซื้อสินค้า/ค่าใช้จ่าย บันทึกเอกสารได้เร็วขึ้น แพ็กเกจใช้งาน: e-Document ขึ้นไป เหมาะสำหรับ: ผู้ประกอบการและนักบัญชีที่ต้องการประหยัดเวลาในการบันทึกค่าใช้จ่าย สิ่งที่ระบบอัปเดต: เพิ่มหน้าการเลือกไฟล์บนหน้าบันทึกค่าใช้จ่ายและซื้อสินค้า เพียงแค่อัปโหลดหรือลากไฟล์เอกสารเข้ามา SMART Key จะช่วยอ่านข้อมูล สแกนตัวเลข รายการ และผู้ติดต่อให้อัตโนมัติ พร้อมกรอกข้อมูลลงช่องต่างๆ ให้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์เอง ประโยชน์ที่จะได้รับ: 3. เพิ่มการแสดงผลงบการเงินแบบแผนภาพ (Visualize) ช่วยให้ดูงบการเงินได้ง่าย เข้าใจและเห็นภาพรวมธุรกิจได้ทันที แพ็กเกจใช้งาน: Basic ขึ้นไป เหมาะสำหรับ: เจ้าของกิจการและนักบัญชีที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลการเงินอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ระบบอัปเดต: เพิ่มการแสดงผลแผนภาพ (Visualization) ทั้งในงบฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุน ที่เปลี่ยนตัวเลขบัญชีซับซ้อนให้กลายเป็นภาพกราฟสีสันชัดเจน แยกสัดส่วนสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น รวมถึงโครงสร้างรายได้ ต้นทุน และกำไรสุทธิ ประโยชน์ที่จะได้รับ: เปลี่ยนงบตัวเลขตารางยาวๆ ให้ดูง่ายเป็นภาพแผนภูมิ ช่วยให้มองเห็นสัดส่วนและแนวโน้มการเงินได้ทันที และช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ

อ่านบทความเพิ่มเติม

ข่าวสาร

อัปเดตข่าวประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่น และเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

7 Aug 2026

PEAK Account

10 min

สรุป Workshop : Claude Cowork for SME ทำไมธุรกิจต้องใช้งาน Claude Cowork

Speaker : ตรีภพ เที่ยงตรง – ผู้ก่อตั้ง AI Thailand CommunitySession : Claude Cowork for SME ทำไมธุรกิจต้องใช้งาน Claude CoworkEvent : PEAK BIZSPHERE 2026 : Thailand’s B2B SME Conference 5 ไฮไลท์สำคัญที่ต้องรู้จาก Workshop : Claude Cowork for SME การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Agent : จาก “การสนทนา” สู่ “การลงมือทำ” โลกของ AI กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ (Shift) จากเดิมที่เป็นยุคของ “Smart Chatbot” ที่เราเน้นการพิมพ์ถาม-ตอบ เข้าสู่ยุค “Agentic Process” อย่างเต็มตัวในปี 2026 ซึ่ง AI จะทำหน้าที่เป็น “Agent” ที่สามารถ “ดำเนินการ (Operate)” กระบวนการทางธุรกิจแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ สำหรับ SME นี่คือโอกาสสำคัญในการลดภาระงานธุรการและงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน (Bureaucratic Burden) ผ่านระบบ Claude Cowork ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคิด แต่เป็นพนักงานดิจิทัลที่ช่วยจัดการงาน Batch Processing ขนาดใหญ่ ช่วยให้องค์กรสามารถขยายตัวได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในสัดส่วนที่เท่ากัน วิเคราะห์ 3 โหมดการทำงาน : การเลือกเครื่องมือตามความเหมาะสมเชิงต้นทุน การเลือกโหมดที่ผิดคือการเสียต้นทุนโดยใช่เหตุ SME ควรเข้าใจการเลือกใช้โหมดให้สอดคล้องกับขั้นตอนของงาน โหมดการทำงาน ลักษณะเด่น วัตถุประสงค์หลัก ระดับการใช้ Token Chat รวดเร็ว, คล่องตัว การวางแผน (Planning), ระดมสมอง ต่ำ (Low) Code Interface สำหรับเทคนิค สร้างแอป, แก้ไข Bug, จัดการไฟล์เชิงลึก กลาง (Medium) Cowork เข้าถึง Local Files, รันอัตโนมัติ ทำงาน Batch ขนาดใหญ่, สรุปรายงานบัญชี สูง (High) คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ : ให้เริ่มที่โหมด Chat เพื่อวางแผนโครงสร้างงาน เมื่อได้แผนที่ชัดเจนแล้วจึงค่อยส่งต่อไปรันงานจริงในโหมด Cowork เพื่อลดการ “หมุน” (Spinning) ของ AI ที่จะสูบ Token โดยเปล่าประโยชน์ กลยุทธ์การเลือกโมเดลและการบริหารจัดการ Token (Cost Optimization) ในโลกของ AI Agent “คุณภาพของงาน” มักผันแปรตาม “ต้นทุน (Token)” ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการดังนี้ เทคนิคการประหยัดต้นทุน : AI จะย้อนอ่านประวัติการสนทนาทั้งหมดทุกครั้งที่เราสั่งงานใหม่ หากงานชิ้นใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้บริบทเก่า “ควรเปิด Session ใหม่เสมอ” เพื่อป้องกันภาวะ Token Drain ที่จะทำให้โควตาการใช้งานหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว การจัดโครงสร้างสารสนเทศ (Folder Structure) เพื่อลดความผิดพลาด อาการหลอนของ AI (Hallucination) มักเกิดจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย การจัด “Clean Structure” จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้มหาศาล โดยควรแบ่งโฟลเดอร์เป็น 4 ประเภท ในการตั้งค่า Project Instruction ควรเขียนด้วยตนเองให้ “สั้นและกระชับที่สุด” หลีกเลี่ยงการให้ AI เขียนให้เพราะจะทำให้คำสั่ง “บวม” และทำให้ AI หลุดโฟกัสจากเป้าหมายหลัก อาวุธ 3 ชิ้นของ Anthropic : กลยุทธ์การประกอบร่าง AI เปรียบเทียบการใช้งาน AI เหมือนการประกอบเฟอร์นิเจอร์ IKEA TSOX Framework : มาตรฐานการสั่งงาน AI Agent ขั้นสูง การสั่งงานระบบ Cowork ต้องการความชัดเจนกว่า Chatbot ทั่วไป เพื่อลดต้นทุนแฝงจากการที่ AI ทำงานผิดพลาด รับชมวิดิโอบรรยายย้อนหลัง บทสรุปเชิงกลยุทธ์ : การสร้าง Digital IP สำหรับ SME Claude Cowork มอบพลัง 3 ประการที่ SME ไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่ Batch Processing (จัดการไฟล์จำนวนมากพร้อมกัน), Multi-Sourcing (ดึงข้อมูลหลายแหล่งในคำสั่งเดียว) และ Scheduling (การตั้งเวลาทำงานอัตโนมัติ) รวมถึงฟีเจอร์ Dispatch (Beta) ที่เปรียบเสมือนรีโมทคอนโทรลให้คุณสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศผ่านสมาร์ทโฟนได้จากทุกที่ ข้อแนะนำด้านความปลอดภัย เป้าหมายสูงสุดของผู้ประกอบการคือการสร้าง “Marketplace ของทักษะ” ภายในองค์กร การเปลี่ยนความรู้ของพนักงานให้กลายเป็น Skills ในระบบ AI คือการสร้าง สินทรัพย์ทางปัญญาดิจิทัล (Digital IP) ที่จะอยู่คู่กับบริษัทตลอดไป แม้พนักงานจะมีการผลัดเปลี่ยนก็ตาม นี่คือหัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation ที่แท้จริง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

7 Aug 2026

PEAK Account

12 min

สรุป Workshop : AI for Accounting ตัวจัดการบัญชีด้วย AI

Speaker : กฤษ เกตุศร – เจ้าของเพจบัญชีคลับSession : AI for Accounting ตัวช่วยจัดการบัญชี ด้วย AIEvent : PEAK BIZSPHERE 2026 : Thailand’s B2B SME Conference 5 ไฮไลท์สำคัญที่ต้องรู้จาก Workshop : AI for Accounting บริบทที่เปลี่ยนไป : เมื่อการทำบัญชีแบบเดิมคือความเสี่ยงของธุรกิจ โลกบัญชีกำลังเผชิญกับ “Paradigm Shift” หรือการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่ การยึดติดกับวิธีการทำบัญชีแบบเดิมที่เน้นแรงงานคน (Labor-intensive) ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณโตช้าลง แต่คือความเสี่ยงในการล่มสลายของธุรกิจ มีหลักฐานเชิงประจักษ์จากบริษัทขนาดใหญ่ที่เคยใช้พนักงานบัญชีสูงถึง 2,800 คน แต่เมื่อนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในกระบวนการทำงานอย่างจริงจัง สามารถลดจำนวนพนักงานลงเหลือเพียง 200 คน โดยที่ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น นี่คือ Social Proof ที่ยืนยันว่าโครงสร้างต้นทุนแบบเดิมกำลังถูกสั่นคลอนด้วย Micro-transactions จำนวนมหาศาล ปัจจัยเปรียบเทียบ การบัญชีในอดีต การบัญชีในยุคปัจจุบัน (E-commerce) รูปแบบธุรกรรม High Value, Low Volume Micro-transactions (ธุรกรรมย่อย) ปริมาณเอกสาร หลักร้อยถึงพันใบต่อเดือน หลักหมื่นถึงแสนใบ (จาก Shopee/Lazada) มูลค่าต่อใบ สูง (หลักพันถึงหลักหมื่นบาท) ต่ำ (20, 30 หรือ 50 บาท) วิธีการจัดการ ใช้พนักงานอ่านและคีย์ข้อมูล แรงงานคนไม่คุ้มทุนและทำงานไม่ทัน Impact on Profit กำไรคงที่ตามปริมาณแรงงาน “สำนักงานบัญชีมูลนิธิ” (กำไรถดถอยจนอยู่ไม่ได้) วิกฤตที่สำนักงานบัญชีส่วนใหญ่กำลังเผชิญคือ ต้นทุนเงินเดือนพนักงานปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ค่าบริการถูกกดต่ำลงจากสภาวะการแข่งขัน หากคุณไม่ใช้ AI มาช่วยจัดการ คุณจะไม่สามารถเสนอราคาที่ลูกค้า SME รับได้โดยที่ตัวคุณยังมีกำไรเหลืออยู่ เมื่อแรงงานคนเริ่มไม่คุ้มทุน เทคโนโลยี AI จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด เจาะลึกขีดความสามารถ AI : อาวุธลับใหม่ของนักบัญชี AI ในปัจจุบันได้ก้าวข้าม “กำแพงภาษา” (Language Barrier) และความไม่มีระเบียบของข้อมูล (Unstructured Data) ไปแล้ว ความสามารถของมันไม่ใช่แค่การจำ แต่อยู่ในระดับวิเคราะห์เชิงลึกผ่านขีดความสามารถหลัก 5 ด้าน กรณีศึกษาและผลลัพธ์เชิงประจักษ์ : ประสิทธิภาพในระดับ “วินาที” ในโลกธุรกิจ “เวลาคือต้นทุน” และความล่าช้าคือความสูญเสีย กรณีศึกษาจริงของบริษัทที่มีรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งประสบปัญหา “งบไม่ดุล” ในสมุดรายวันแยกประเภท (GL) ที่มีข้อมูลสูงถึง 80,000 บรรทัด นักบัญชีระดับผู้จัดการใช้เวลาหาจุดต่าง (Diff) นานถึง 2-3 วันแต่ไม่พบ จนต้องจ้างที่ปรึกษามืออาชีพที่มีค่าตัวสูงถึง 20,000 บาทต่อวัน เข้ามาช่วย แต่เมื่อนำ AI มาประมวลผล กลับสามารถระบุ Voucher ที่ผิดพลาดได้ภายในเวลาเพียง 4 นาที เท่านั้น หากวิเคราะห์ผ่าน “Economics of AI” หรือเศรษฐศาสตร์ของ AI ความคุ้มค่านั้นมหาศาล อนาคตของนักบัญชี : การย้ายฐานที่มั่นจาก “ผู้บันทึก” สู่ “ผู้ให้ความเชื่อใจ” การเข้ามาของ AI ไม่ใช่การทำลายล้างอาชีพ แต่คือการ “บังคับให้ยกระดับ” (Forced Upskilling) นักบัญชีต้องเปลี่ยน Mindset จากการมองว่า AI คือคู่แข่ง ให้มองว่าเป็น “Asset” หรือสินทรัพย์ทางเทคโนโลยีที่ต้องควบคุม ป้อมปราการที่ AI ยังไม่สามารถก้าวข้ามได้ สำหรับนักบัญชีวัย 50 ปีขึ้นไป การปรับตัวอาจไม่ใช่เรื่องวิกฤตเพราะใกล้เกษียณ แต่สำหรับคนรุ่นอายุ 40 ปีที่ยังต้องทำงานอีก 10-20 ปี หากไม่เริ่มควบคุม AI ตั้งแต่วันนี้ คุณจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างถาวร การปรับตัวไม่ใช่การแข่งขันกับ AI แต่คือการเรียนรู้ที่จะควบคุม AI เพื่อยกระดับคุณค่าของตนเอง บทสรุป : ก้าวแรกสู่การเป็น Accounting AI-First Organization โลกของการทำงานบัญชีกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ (Game Change) อัตราการพัฒนาของ AI ไม่ได้เป็นเส้นทแยงมุม แต่เป็นเส้นตรงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Exponential Growth) การเมินเฉยต่อเทคโนโลยีในวันนี้ คือการยินยอมให้ธุรกิจสูญพันธุ์ในอนาคต 3 Actionable Steps สำหรับการเริ่มต้น นักบัญชีที่มี AI เป็นอาวุธ จะไม่ใช่นักบัญชีที่จมกองเอกสารอีกต่อไป แต่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางใหม่ของโลกธุรกิจ และเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ที่สร้างมูลค่าที่แท้จริงให้กับองค์กรในยุค AI-First ได้อย่างยั่งยืน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม