การปิดบัญชี
Table of Contents

พอถึงช่วงสิ้นปี เจ้าของกิจการหลายคนมักเจอสถานการณ์คล้ายกัน สำนักงานบัญชีโทรมาถามเอกสาร นักบัญชีขอข้อมูลเพิ่ม แต่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง หรือขั้นตอนการปิดบัญชีทั้งหมดเป็นอย่างไร

ปิดบัญชี คือ การสรุปรายการทางบัญชีทั้งหมดเมื่อสิ้นรอบบัญชี โดยปิดบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายให้เป็นศูนย์ แล้วโอนผลต่างเข้าบัญชีกำไรสะสม เพื่อจัดทำงบการเงินที่แสดงผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของกิจการ นิติบุคคลทุกประเภทต้องทำตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 โดยในบทความนี้ จะสรุป 6 ขั้นตอนปิดบัญชีพร้อมตัวอย่าง Closing Entries ที่เจ้าของกิจการเข้าใจได้ทันที ไม่ต้องเป็นนักบัญชีก็เข้าใจได้

ปิดบัญชี กับ ปิดงบการเงิน ต่างกันตรงไหน

ปิดบัญชี คือ การปิดยอดบัญชีรายได้ ค่าใช้จ่าย และบัญชีชั่วคราวทั้งหมดให้เป็นศูนย์ เพื่อเริ่มรอบบัญชีใหม่ ส่วนปิดงบการเงิน คือ การจัดทำงบการเงินชุดสมบูรณ์ (งบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น หมายเหตุประกอบงบ) แล้วนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร

พูดให้เข้าใจง่าย การปิดบัญชีเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ต้องทำก่อนจึงจะปิดงบการเงินได้ เหมือนกับการปิดร้านท้ายวัน (ปิดบัญชี) กับการสรุปยอดขายทั้งเดือน (ปิดงบการเงิน) ทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกันแต่เป็นคนละขั้นตอน

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนปิดบัญชี

ก่อนเริ่มปิดบัญชี ควรรวบรวมเอกสารให้ครบก่อน เพราะถ้าขาดเอกสารระหว่างทาง จะต้องย้อนกลับมาแก้ไข เสียเวลาเพิ่ม

เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ สมุดบัญชีรายวันทุกเล่ม (ซื้อ ขาย รับ จ่าย ทั่วไป) ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินทั้งหมด Statement ธนาคารครบทุกเดือน เอกสารสินค้าคงเหลือจากการตรวจนับ ทะเบียนสินทรัพย์ถาวรพร้อมรายการค่าเสื่อมราคา เอกสารภาษี เช่น รายงานภาษีซื้อ-ขาย แบบ ภ.พ.30 แบบ ภ.ง.ด. ต่างๆ และสัญญาเงินกู้หรือสัญญาเช่า (ถ้ามี)

สำหรับกิจการขนาดเล็กที่ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ข้อมูลส่วนใหญ่จะอยู่ในระบบอยู่แล้ว ช่วยลดเวลาเตรียมเอกสารได้มาก

6 ขั้นตอนปิดบัญชี สำหรับเจ้าของกิจการ

ขั้นตอนที่ 1 – รวบรวมและกระทบยอดเอกสาร

นำเอกสารทั้งหมดมาตรวจสอบว่าตรงกับที่บันทึกในระบบบัญชี โดยเฉพาะยอดเงินในธนาคารต้องตรงกับ Statement ยอดลูกหนี้ต้องตรงกับใบแจ้งหนี้คงค้าง และยอดสินค้าคงเหลือต้องตรงกับผลการตรวจนับจริง

ถ้ายอดไม่ตรง ต้องหาสาเหตุและปรับปรุงให้ถูกต้องก่อนไปขั้นตอนถัดไป

ขั้นตอนที่ 2 – บันทึกรายการปรับปรุง (Adjusting Entries)

รายการปรับปรุงคือการบันทึกรายได้หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ได้บันทึก หรือบันทึกไว้แล้วแต่ยังไม่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รายได้ค้างรับ สำรองหนี้สงสัยจะสูญ และการปิดบัญชีภาษีซื้อ-ภาษีขาย (ดูรายละเอียดและตัวอย่างของแต่ละประเภทในหัวข้อ รายการปรับปรุงบัญชี 5 ประเภทที่ต้องทำก่อนปิดบัญชี)

ถ้าข้ามขั้นตอนนี้ กำไรขาดทุนที่ได้จะไม่สะท้อนผลการดำเนินงานจริง อาจทำให้เสียภาษีมากหรือน้อยเกินไป

ขั้นตอนที่ 3 – จัดทำงบทดลองก่อนปิดบัญชี (Adjusted Trial Balance)

งบทดลอง คือ ตารางที่รวมยอดคงเหลือของบัญชีทุกตัว โดยฝั่งเดบิตต้องเท่ากับฝั่งเครดิต ถ้าไม่เท่ากัน แสดงว่ามีการบันทึกผิดพลาดที่ต้องหาและแก้ไข

งบทดลองนี้ทำหลังจากบันทึกรายการปรับปรุงเสร็จแล้ว จึงเรียกว่า Adjusted Trial Balance เป็นด่านตรวจสอบสุดท้ายก่อนปิดบัญชี

ขั้นตอนที่ 4 – ปิดบัญชีรายได้และค่าใช้จ่าย (Closing Entries)

ขั้นตอนนี้คือหัวใจของการปิดบัญชี ต้องโอนยอดบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดเข้าบัญชีกำไรขาดทุน แล้วโอนกำไรขาดทุนเข้าบัญชีกำไรสะสม เพื่อให้บัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายเริ่มต้นรอบใหม่เป็นศูนย์

รายการปิดบัญชีมี 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ปิดบัญชีรายได้ ปิดบัญชีค่าใช้จ่าย และปิดบัญชีกำไรขาดทุน (ดูตัวอย่างตัวเลขจริงในหัวข้อถัดไป)

ขั้นตอนที่ 5 – จัดทำงบทดลองหลังปิดบัญชี (Post-Closing Trial Balance)

งบทดลองหลังปิดบัญชี คือ งบทดลองที่ทำหลังจากบันทึก Closing Entries เสร็จแล้ว จะเหลือเฉพาะบัญชีถาวร ได้แก่ สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ส่วนบัญชีชั่วคราว (รายได้ ค่าใช้จ่าย) จะมียอดเป็นศูนย์ทั้งหมด

ถ้ายอดเดบิตเท่ากับเครดิตและไม่มีบัญชีชั่วคราวเหลือค้าง แสดงว่าการปิดบัญชีถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 6 – จัดทำงบการเงิน

เมื่อปิดบัญชีเสร็จสมบูรณ์ ก็จะนำตัวเลขที่ได้มาจัดทำงบการเงิน ซึ่งประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงิน (แสดงสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ ณ วันสิ้นรอบ) งบกำไรขาดทุน (แสดงรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไรหรือขาดทุนของรอบที่ผ่านมา) และหมายเหตุประกอบงบการเงิน

งบการเงินต้องผ่านการตรวจสอบหรือรับรองจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ก่อนนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

ตัวอย่างการปิดบัญชี พร้อมตัวเลขจริง

สมมติ บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมติ) มีผลการดำเนินงานสิ้นปีดังนี้ รายได้จากการขาย 1,200,000 บาท รายได้อื่น 50,000 บาท ต้นทุนขาย 600,000 บาท เงินเดือนพนักงาน 300,000 บาท ค่าเช่าสำนักงาน 120,000 บาท ค่าเสื่อมราคา 30,000 บาท

ตัวอย่าง Closing Entries – ปิดบัญชีรายได้

โอนรายได้ทั้งหมดเข้าบัญชีกำไรขาดทุน

รายการเดบิตเครดิต
รายได้จากการขาย1,200,000
รายได้อื่น50,000
กำไรขาดทุน1,250,000

ตัวอย่าง Closing Entries – ปิดบัญชีค่าใช้จ่าย

โอนค่าใช้จ่ายทั้งหมดเข้าบัญชีกำไรขาดทุน

รายการเดบิตเครดิต
กำไรขาดทุน1,050,000
ต้นทุนขาย600,000
เงินเดือนพนักงาน300,000
ค่าเช่าสำนักงาน120,000
ค่าเสื่อมราคา30,000

ตัวอย่าง Closing Entries – ปิดบัญชีกำไรขาดทุนเข้ากำไรสะสม

ผลต่างของรายได้ 1,250,000 บาท ลบค่าใช้จ่าย 1,050,000 บาท ได้กำไรสุทธิ 200,000 บาท โอนเข้ากำไรสะสม

รายการเดบิตเครดิต
กำไรขาดทุน200,000
กำไรสะสม200,000

หลังบันทึก Closing Entries ครบ บัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะมียอดเป็นศูนย์ พร้อมเริ่มรอบบัญชีใหม่

กรณีขาดทุน ปิดบัญชีต่างจากกำไรตรงไหน

ถ้าค่าใช้จ่ายรวมมากกว่ารายได้รวม ผลต่างจะเป็นขาดทุนสุทธิ สมมติ บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมติ) มีรายได้รวม 800,000 บาท แต่ค่าใช้จ่ายรวม 950,000 บาท ขาดทุนสุทธิ 150,000 บาท

รายการเดบิตเครดิต
กำไรสะสม150,000
กำไรขาดทุน150,000

สังเกตว่าขั้นตอนที่ 1-2 (ปิดรายได้ ปิดค่าใช้จ่าย) ยังทำเหมือนเดิม ต่างกันแค่ขั้นตอนสุดท้าย ถ้ากำไรจะเดบิตกำไรขาดทุนเข้าเครดิตกำไรสะสม แต่ถ้าขาดทุนจะกลับด้าน คือเดบิตกำไรสะสมเข้าเครดิตกำไรขาดทุนแทน

รายการปรับปรุงบัญชี 5 ประเภทที่ต้องทำก่อนปิดบัญชี

ก่อนบันทึก Closing Entries ต้องตรวจสอบว่ามีรายการปรับปรุงที่ยังไม่ได้บันทึกหรือไม่ ถ้าไม่ครบ กำไรขาดทุนจะไม่ตรงกับความเป็นจริง

ประเภทตัวอย่างทำไมต้องบันทึก
ค่าเสื่อมราคารถยนต์กิจการ 600,000 บาท อายุใช้งาน 5 ปี บันทึกปีละ 120,000 บาท ถ้าใช้โปรแกรมบริหารสินทรัพย์ ระบบคำนวณค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติสะท้อนต้นทุนจริงของสินทรัพย์ที่ใช้ไป
ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายค่าไฟฟ้าเดือนธันวาคมที่ยังไม่ได้รับบิล ประมาณ 5,000 บาท บันทึก เดบิต ค่าไฟฟ้า 5,000 เครดิต ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 5,000จับคู่ค่าใช้จ่ายกับรอบบัญชีที่เกิดขึ้นจริง
รายได้ค้างรับส่งมอบงานให้ลูกค้าแล้ว 80,000 บาท แต่ยังไม่ออกใบแจ้งหนี้บันทึกรายได้ให้ตรงกับรอบที่ส่งมอบงาน
สำรองหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้ค้างชำระเกิน 12 เดือน ยอด 50,000 บาท เก็บไม่ได้สะท้อนมูลค่าลูกหนี้ที่คาดว่าจะเก็บได้จริง
ปิดบัญชีภาษีซื้อ-ภาษีขายหักกลบภาษีซื้อ 30,000 กับภาษีขาย 45,000 ส่วนต่าง 15,000 คือภาษีที่ต้องนำส่ง สามารถใช้โปรแกรมจัดการภาษีช่วยคำนวณสรุปยอดภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องนำส่งหรือขอคืน

กำหนดเวลาปิดบัญชีและส่งงบการเงิน

นิติบุคคลต้องปิดบัญชีและส่งงบการเงินภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ตามพ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มีกำหนดเวลาหลักดังนี้

ส่งงบการเงินต่อ DBD ภายใน 5 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี เช่น รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม ต้องส่งภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป

ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (ภาษีเงินได้นิติบุคคล) ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี ซึ่งตรงกับสิ้นเดือนพฤษภาคมเช่นกัน (ยื่นผ่านระบบ e-Filing ได้เพิ่มอีก 8 วัน)

ปิดบัญชีรายเดือน ต้องทำอะไรบ้าง

กฎหมายกำหนดให้ปิดบัญชีรายปี แต่ในทางปฏิบัติ ธุรกิจที่ปิดบัญชีรายเดือนจะได้เปรียบ เพราะเห็นผลประกอบการทุกเดือน ตัดสินใจได้เร็ว และปิดงบสิ้นปีง่ายกว่ากิจการที่สะสมงานทั้งปีมาทำทีเดียว

สิ่งที่ต้องทำทุกสิ้นเดือน ได้แก่ กระทบยอดเงินฝากธนาคาร (Bank Reconciliation) ตรวจสอบยอดลูกหนี้-เจ้าหนี้คงค้าง บันทึกค่าเสื่อมราคาประจำเดือน ปิดบัญชีภาษีซื้อ-ภาษีขายแล้วยื่น ภ.พ.30 และจัดทำงบกำไรขาดทุนรายเดือนเพื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อน

กิจการที่ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์จะทำขั้นตอนเหล่านี้ได้เร็วขึ้น เพราะระบบกระทบยอดธนาคารและคำนวณค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติ

ปิดงบย้อนหลังได้ไหม ค่าปรับ และบทลงโทษ

ถ้าไม่ส่งงบการเงินตามกำหนด มีโทษปรับตามอัตราค่าปรับของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าดังนี้

ระยะเวลาล่าช้าห้างหุ้นส่วน / บริษัทจำกัดบริษัทมหาชน
ไม่เกิน 2 เดือนสูงสุด 2,000 บาทสูงสุด 4,000 บาท
เกิน 2-4 เดือนสูงสุด 8,000 บาทสูงสุด 48,000 บาท
เกิน 4 เดือน หรือไม่ยื่นเลยสูงสุด 12,000 บาทสูงสุด 72,000 บาท

ค่าปรับนี้รวมทั้งตัวนิติบุคคลและกรรมการผู้จัดการ นอกจากค่าปรับแล้ว การไม่ส่งงบการเงินยังส่งผลต่อสถานะนิติบุคคลกับ DBD และอาจถูกเรียกตรวจสอบจากกรมสรรพากรอีกด้วย

ส่วนเรื่องการปิดงบย้อนหลัง ทำได้ แต่ต้องจ่ายค่าปรับตามระยะเวลาที่ล่าช้า และต้องจ้างผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบการเงินย้อนหลังด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าปกติ

5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อปิดบัญชี

1. ไม่กระทบยอดธนาคารก่อนปิดบัญชี ยอดเงินในบัญชีไม่ตรงกับ Statement ทำให้งบการเงินผิดพลาด ควรทำ Bank Reconciliation ทุกเดือน ไม่ใช่แค่ตอนสิ้นปี

2. ลืมบันทึกค่าเสื่อมราคา โดยเฉพาะกิจการที่ซื้อสินทรัพย์ระหว่างปี ถ้าไม่บันทึกค่าเสื่อมราคา กำไรจะสูงเกินจริง ทำให้เสียภาษีมากเกินไป

3. ไม่ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ มีลูกหนี้ค้างชำระนาน แต่ยังแสดงเป็นสินทรัพย์เต็มจำนวน ทำให้สินทรัพย์สูงเกินจริง

4. ปนเอกสารส่วนตัวกับกิจการ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายกิจการ ทำให้กำไรต่ำเกินจริงและอาจมีปัญหาทางภาษี

5. รอจนสิ้นปีแล้วค่อยรวบรวมเอกสาร ทำให้เอกสารหาย ไม่ครบ ต้องใช้เวลานานในการตามหา วิธีป้องกันคือบันทึกรายการและจัดเก็บเอกสารเป็นประจำทุกเดือน

สรุป ปิดบัญชีเรื่องที่เจ้าของกิจการต้องรู้

เทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยให้การปิดบัญชีราบรื่น คือ บันทึกรายการให้ครบทุกเดือน กระทบยอดธนาคารสม่ำเสมอ ตรวจสอบรายการปรับปรุงให้ครบทั้ง 5 ประเภท และเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนส่งนักบัญชี ไม่ต้องรอจนนาทีสุดท้าย

จัดการบัญชีและปิดงบง่ายขึ้นด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME บันทึกรายการ กระทบยอดธนาคารอัตโนมัติ คำนวณค่าเสื่อมราคา และจัดทำรายงานทางการเงินได้ครบในที่เดียว ลดงานที่ต้องทำตอนสิ้นปีให้น้อยลง ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการปิดบัญชี

การปิดบัญชี 6 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง

6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) รวบรวมและกระทบยอดเอกสาร 2) บันทึกรายการปรับปรุง 3) จัดทำงบทดลองก่อนปิดบัญชี 4) ปิดบัญชีรายได้และค่าใช้จ่าย (Closing Entries) 5) จัดทำงบทดลองหลังปิดบัญชี 6) จัดทำงบการเงิน

การปิดบัญชี 4 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง

บางตำราสรุปเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1) บันทึกรายการปรับปรุง 2) จัดทำงบทดลอง 3) บันทึก Closing Entries 4) จัดทำงบการเงิน ซึ่งเป็นการรวมขั้นตอนย่อยบางส่วนเข้าด้วยกัน แก่นของขั้นตอนเหมือนกัน

ปิดบัญชี กับ ปิดงบการเงิน ต่างกันอย่างไร

ปิดบัญชี คือ การปิดยอดบัญชีชั่วคราว (รายได้ ค่าใช้จ่าย) ให้เป็นศูนย์ ส่วนปิดงบการเงิน คือ การจัดทำงบการเงินชุดสมบูรณ์เพื่อนำส่งหน่วยงานราชการ ปิดบัญชีเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ต้องทำก่อนปิดงบการเงิน

ปิดบัญชีเองได้ไหม ถ้าไม่มีนักบัญชี

เจ้าของกิจการสามารถบันทึกรายการประจำวันเองได้ แต่การปิดบัญชีและจัดทำงบการเงินควรมีนักบัญชีที่มีความรู้ดูแล และงบการเงินต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ก่อนนำส่งหน่วยงานราชการ

งบทดลองหลังปิดบัญชี คืออะไร

งบทดลองหลังปิดบัญชี (Post-Closing Trial Balance) คือ งบที่จัดทำหลังบันทึก Closing Entries เสร็จ จะเหลือเฉพาะบัญชีถาวร (สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ) โดยบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายจะมียอดเป็นศูนย์ ใช้ตรวจสอบว่าการปิดบัญชีถูกต้อง


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK ตัวช่วยออกเอกสารธุรกิจ