
ผู้ประกอบการที่ยอดขายเริ่มทะลุ 1.8 ล้านบาทต่อปี มักสงสัยว่าต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อไร เตรียมเอกสารอะไร และจดออนไลน์ได้หรือเปล่า บทความนี้รวมครบตั้งแต่เกณฑ์ เอกสาร ขั้นตอนจดผ่านระบบ D-VAT วิธีคิด VAT 7% ไปจนถึงหน้าที่หลังจดที่ต้องรู้
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร
การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คือการแจ้งกรมสรรพากรว่ากิจการของเราอยู่ในระบบ VAT เมื่อจดแล้วจะมีสิทธิ์เรียกเก็บ VAT จากลูกค้า ออกใบกำกับภาษีได้ และนำภาษีซื้อ (VAT ที่เราจ่ายตอนซื้อของ) มาหักกับภาษีขาย (VAT ที่เก็บจากลูกค้า) ได้
เมื่อจดทะเบียนสำเร็จ กิจการจะได้รับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ซึ่งต้องแสดงไว้ ณ สถานประกอบการ ปัจจุบัน VAT ของไทยอยู่ที่อัตรา 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) โดย ครม. มีมติขยายเวลาคงอัตรานี้ถึง 30 กันยายน 2570 (ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง)
ใครต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — เกณฑ์และเงื่อนไข
ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่ไม่ได้รับยกเว้น VAT และมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา รวมถึงกรณีจดสมัครใจ โดยแบ่งได้ตามกรณีต่อไปนี้
นิติบุคคลที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท
บริษัทจำกัด (นิติบุคคลที่จดทะเบียนกับ DBD) หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียน VAT ไม่ว่าจะขายหน้าร้าน ออนไลน์ หรือส่งออก
บุคคลธรรมดาจด VAT ได้ไหม
ได้ หากบุคคลธรรมดา (คนทั่วไปที่ทำธุรกิจในชื่อตัวเอง ยังไม่จดบริษัท) มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็ต้องจด VAT เช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ฟรีแลนซ์ที่รับงานออกแบบ หรือเจ้าของร้านค้าออนไลน์
กรณีจดสมัครใจ (รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน)
ผู้ประกอบการที่รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ก็จดสมัครใจได้ ข้อดีคือออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าได้ทันที เหมาะกับกิจการที่คาดว่ายอดขายจะเกินเกณฑ์เร็ว ๆ นี้ หรือกิจการที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทซึ่งต้องการใบกำกับภาษี
กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
กิจการบางประเภทได้รับยกเว้น VAT แม้รายได้จะเกิน 1.8 ล้านบาท ตัวอย่างกิจการที่ได้รับยกเว้น เช่น
- การขายพืชผลทางการเกษตร ปุ๋ย อาหารสัตว์
- ตำราเรียน หนังสือพิมพ์
- บริการขนส่ง บริการด้านสาธารณสุข
- บริการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
สามารถดูรายการยกเว้นทั้งหมดได้ที่บทความกิจการที่ได้รับยกเว้น VAT
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มใช้เอกสารอะไรบ้าง
เอกสารที่ต้องเตรียมมีประมาณ 5-6 รายการ แตกต่างกันตามประเภทผู้ยื่น โดยทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาต้องมีแผนที่ตั้งและภาพถ่ายสถานประกอบการเหมือนกัน ส่วนเอกสารหลักที่ต่างกันมีดังนี้
นิติบุคคล
- สำเนาหนังสือรับรองบริษัทจาก DBD (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ไม่เกิน 6 เดือน
- สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ
- สำเนาทะเบียนบ้านกรรมการผู้มีอำนาจ
- แผนที่ตั้งสถานประกอบการ
- สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ (กรณีไม่ได้เป็นเจ้าของอาคาร)
- ภาพถ่ายสถานประกอบการ ป้ายชื่อ เลขที่อาคาร
บุคคลธรรมดา
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- แผนที่ตั้งสถานประกอบการ
- สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
- ภาพถ่ายสถานประกอบการ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ทำอย่างไร

ผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียน VAT ออนไลน์ได้ผ่านระบบ D-VAT ของกรมสรรพากร มีทั้งหมด 6 ขั้นตอนหลัก ใช้เวลารอผลประมาณ 7-15 วันทำการ โดยเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th) แล้วเลือกเมนู “บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์”
- ลงทะเบียนหรือเข้าสู่ระบบ D-VAT ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- กรอกแบบคำขอ ภ.พ.01 ระบุประเภทกิจการ สถานที่ตั้ง และประมาณการรายรับ
- แนบไฟล์เอกสารที่เตรียมไว้ตามรายการด้านบน
- ตรวจสอบข้อมูลและยืนยันการส่ง
- รอรับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ผ่านระบบ
จดที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่
ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกจดออนไลน์สามารถยื่นแบบ ภ.พ.01 พร้อมเอกสารด้วยตนเอง ยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ตามที่ตั้งของสถานประกอบการ
หลังจด VAT แล้วผู้ประกอบการต้องทำอะไรบ้าง
เมื่อจดทะเบียน VAT สำเร็จ ผู้ประกอบการมีหน้าที่ตามกฎหมาย 3 อย่างหลักที่ต้องทำทุกเดือน ได้แก่ ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในกำหนด
ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า
ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ผู้ประกอบการจด VAT ต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า เอกสารนี้ยืนยันว่ามีการซื้อขายที่มี VAT และลูกค้าจะนำไปใช้เป็นภาษีซื้อได้
จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย
ต้องบันทึกรายการซื้อและขายที่มี VAT ทุกรายการ แยกเป็นรายงานภาษีซื้อกับรายงานภาษีขาย เพื่อใช้ยื่นแบบภาษีรายเดือน
ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน
แบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ต้องยื่นทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นผ่านระบบ e-Filing จะได้ขยายเวลาอีก 8 วัน แม้เดือนไหนไม่มียอดขายก็ต้องยื่นแบบเปล่า
วิธีคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% พร้อมตัวอย่าง
หลักการคิด VAT คือ ผู้ประกอบการเก็บ VAT จากลูกค้า (ภาษีขาย) แล้วหักกับ VAT ที่จ่ายไป (ภาษีซื้อ) ส่วนต่างนำส่งกรมสรรพากร ถ้าเดือนไหนภาษีซื้อสูงกว่าภาษีขาย ก็ขอคืนภาษีหรือเครดิตไปเดือนถัดไปได้
สูตรหลัก
VAT ที่ต้องนำส่ง = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ
ตัวอย่าง บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายเฟอร์นิเจอร์เดือนมิถุนายน
ยอดขาย = 500,000 บาท ภาษีขาย = 500,000 × 7% = 35,000 บาท
ยอดซื้อวัตถุดิบ = 200,000 บาท ภาษีซื้อ = 200,000 × 7% = 14,000 บาท
VAT นำส่ง = 35,000 – 14,000 = 21,000 บาท
บริษัทต้องนำส่ง VAT 21,000 บาทให้กรมสรรพากรผ่านแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม
ข้อดีและข้อควรระวังของการจดทะเบียน VAT
การจด VAT มีทั้งข้อดีด้านต้นทุนและความน่าเชื่อถือ แต่ก็มีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นที่ต้องเตรียมรับมือ ลองเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
| ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|
| นำภาษีซื้อมาหักภาษีขายได้ ช่วยลดต้นทุน | ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้ยอดเป็นศูนย์ |
| ออกใบกำกับภาษีได้ สร้างความน่าเชื่อถือกับลูกค้า B2B | ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขายให้เป็นระบบ |
| เพิ่มโอกาสรับงานจากองค์กรที่ต้องการใบกำกับภาษี | สินค้าหรือบริการต้องบวก VAT 7% อาจกระทบราคาขาย |
| ธุรกิจดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นในสายตาคู่ค้า | ต้องเก็บเอกสารภาษีอย่างน้อย 5 ปีตามกฎหมาย |
ไม่จด VAT ทั้งที่รายได้เกินเกณฑ์ มีโทษอะไร
ผู้ประกอบการที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีแต่ไม่จด VAT ภายในกำหนด ต้องรับผลทางกฎหมายหลายด้าน
- ถูกเรียกเก็บ VAT ย้อนหลังตั้งแต่วันที่รายได้เกินเกณฑ์
- เสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระในแต่ละเดือนภาษี
- เสียเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน
- ไม่สามารถนำภาษีซื้อในช่วงที่ไม่ได้จดทะเบียนมาหักภาษีขายได้
หากเพิ่งรู้ตัวว่ารายได้เกินเกณฑ์ ควรรีบยื่นจดทะเบียนทันที และปรึกษาสำนักงานบัญชีเพื่อคำนวณภาษีย้อนหลังให้ถูกต้อง
สรุป: จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
การจดทะเบียน VAT ไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงเช็คว่ารายได้ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปีหรือไม่ เตรียมเอกสารตามประเภทกิจการ แล้วยื่นคำขอผ่านระบบ D-VAT ได้เลย สิ่งสำคัญหลังจดคือปฏิบัติหน้าที่ 3 อย่างทุกเดือน ได้แก่ ออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษี และยื่นแบบ ภ.พ.30
จัดการ VAT ให้เป็นระบบด้วย PEAK
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ผู้ประกอบการจัดการ VAT ได้ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่ออกใบกำกับภาษี บันทึกภาษีซื้อ-ภาษีขายอัตโนมัติ ไปจนถึงสรุปยอดแบบ ภ.พ.30 พร้อมยื่น ทดลองใช้ PEAK ฟรี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
จด VAT แล้วเลิกได้ไหม ต้องทำอย่างไร
ได้ แต่ต้องยื่นคำขอถอนทะเบียน (ภ.พ.08) ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ กิจการที่จดสมัครใจต้องอยู่ในระบบ VAT อย่างน้อย 2 ปีจึงจะขอถอนได้ ส่วนกิจการที่เลิกประกอบการจริงยื่นขอถอนได้ทันที
หมายเลขจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร ดูได้ที่ไหน
คือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักที่ระบุในใบทะเบียน ภ.พ.20 ตรวจสอบสถานะการจด VAT ของกิจการใดก็ได้ผ่านระบบ VAT INFO ของกรมสรรพากร
จด VAT บุคคลธรรมดา ต้องทำบัญชีไหม
บุคคลธรรมดาที่จด VAT ไม่ได้ถูกบังคับให้จัดทำงบการเงินเหมือนนิติบุคคล แต่ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขายรายเดือน ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน และเก็บเอกสาร VAT ไว้อย่างน้อย 5 ปี
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
