เงินปันผล หรือ เงินเดือนกรรมการ จ่ายแบบไหนประหยัดภาษีกว่า
กรรมการที่เป็นผู้ถือหุ้นด้วย มีเงินได้ 2 ทางเลือกจากบริษัท คือ “เงินเดือน” กับ “เงินปันผล” ภาษีที่ต้องจ่ายรวมทั้งระบบต่างกันมาก บทความนี้คำนวณให้ดูจริง 3 กรณี เพื่อหาจุดที่ภาษีรวมต่ำที่สุด เงินปันผล vs เงินเดือนกรรมการ ต่างกันอย่างไร เงินปันผล คืออะไร เงินปันผลคือส่วนแบ่งกำไรของบริษัทที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้น โดยจ่ายได้หลังจากบริษัทเสียภาษีนิติบุคคลแล้วเท่านั้น (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) บริษัทจะจ่ายเงินปันผลได้ ต้องมีกำไรสะสมจริงและกันเงินสำรองตามที่กฎหมายกำหนด รายละเอียดเงื่อนไขอยู่ในหัวข้อ “เงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลที่ต้องรู้” ด้านล่าง ส่วนขั้นตอนบันทึกบัญชีอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความขั้นตอนจ่ายเงินปันผลของ PEAK เงินเดือนกรรมการ คืออะไร เงินเดือนกรรมการคือค่าตอบแทนรายเดือนที่บริษัทจ่ายให้กรรมการในฐานะพนักงาน ถือเป็นเงินได้ประเภทเงินเดือน ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า 0-35% (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) จุดที่ต้องระวังคือ “เงินเดือนกรรมการ” กับ “ค่าตอบแทนกรรมการ” ไม่เหมือนกัน ภาษีเงินปันผล ต้องเสียเท่าไร หักอย่างไร เงินปันผลถูกเก็บภาษี 2 ชั้น ชั้นแรกคือภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) จากกำไรของบริษัท ชั้นที่สองคือภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากผู้ถือหุ้น ภาษีนิติบุคคล (ฝั่งบริษัท) บริษัทต้องเสีย CIT จากกำไรสุทธิก่อน จึงจะนำกำไรหลังภาษีมาจ่ายเป็นเงินปันผลได้ รายได้สุทธิ (บาท/ปี) อัตราภาษีนิติบุคคล กำไรสุทธิ 0 – 300,000 ยกเว้น (เฉพาะ SME ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท + รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี) กำไรสุทธิ 300,001 ขึ้นไป 15% (SME ที่เข้าเกณฑ์) กำไรสุทธิ 3,000,001 ขึ้นไป 20% ทั่วไป (ไม่ใช่ SME) 20% ทั้งจำนวน (ข้อมูลจากกรมสรรพากร อัตราภาษีปี 2568-2569) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% (ฝั่งผู้ถือหุ้น) เมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ทุกครั้ง ผู้ถือหุ้นเลือกได้ 2 ทาง เครดิตภาษีเงินปันผล คืออะไร เครดิตภาษีเงินปันผล คือสิทธิ์ที่ให้ผู้ถือหุ้นนำภาษีที่บริษัทจ่ายไปแล้วมาหักออกจากภาษีส่วนบุคคล เพื่อลดภาระภาษีซ้ำซ้อน (ตามมาตรา 47 ทวิ ประมวลรัษฎากร) ตัวอย่างเช่น บริษัทมีกำไร 100 บาท เสียภาษีนิติบุคคล 20% คือ 20 บาท เหลือจ่ายปันผล 80 บาท รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน เงินปันผลที่ได้รับ 80 บาท เครดิตภาษี 80 × 20/80 20 บาท เงินได้ที่ต้องนำไปรวมยื่น 80 + 20 100 บาท ถ้าอัตราภาษีบุคคลธรรมดาของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 20% จะขอคืนภาษีส่วนต่างได้ แต่ถ้าสูงกว่า 20% ต้องจ่ายเพิ่ม สรุปง่ายคือ ฐานภาษีต่ำควรนำไปรวมยื่น ฐานภาษีสูงควรหัก 10% แล้วจบ ภาษีเงินเดือนกรรมการ คำนวณอย่างไร เงินเดือนกรรมการถูกหักภาษีเหมือนพนักงานทั่วไป แต่มีทั้งข้อดีและต้นทุนที่ต้องพิจารณา ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า) อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปัจจุบัน (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) เงินได้สุทธิ (บาท/ปี) อัตราภาษี ภาษีสะสมสูงสุด 0 – 150,000 ยกเว้น 0 บาท 150,001 – 300,000 5% 7,500 บาท 300,001 – 500,000 10% 27,500 บาท 500,001 – 750,000 15% 65,000 บาท 750,001 – 1,000,000 20% 115,000 บาท 1,000,001 – 2,000,000 25% 365,000 บาท 2,000,001 – 5,000,000 30% 1,265,000 บาท 5,000,001 ขึ้นไป 35% ประกันสังคม: กรรมการต้องจ่ายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ากรรมการเป็น “ลูกจ้าง” หรือ “นายจ้าง” ตามแนววินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคม กรรมการที่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทและถือหุ้นหลัก ไม่อยู่ภายใต้ระเบียบการทำงาน ไม่มีหัวหน้า ถือเป็น “นายจ้าง” ไม่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม กรณีในบทความนี้ (กรรมการถือหุ้น 100% ทำงานในฐานะเจ้าของ) ถือเป็นนายจ้าง จึงไม่มีต้นทุนประกันสังคมในการคำนวณ แต่ถ้ากรรมการทำงานประจำภายใต้สัญญาจ้าง มีหัวหน้าสั่งงาน ปฏิบัติตามระเบียบ ก็ถือเป็นลูกจ้างที่ต้องจ่ายประกันสังคม 5% ไม่เกิน 750 บาท/เดือน ทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง เงินเดือนเป็นค่าใช้จ่ายหักภาษีนิติบุคคลได้ เงินเดือนที่จ่ายให้กรรมการ บริษัทนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณ CIT ได้เต็มจำนวน ต่างจากเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรหลังหักภาษี นี่คือข้อได้เปรียบหลักของเงินเดือน ยิ่งจ่ายเงินเดือนมาก กำไรสุทธิของบริษัทยิ่งลดลง CIT ก็ลดตาม เงื่อนไขการจ่ายเงินเดือนกรรมการ ให้สรรพากรยอมรับเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท สรรพากรมีสิทธิ์ไม่ยอมรับเงินเดือนกรรมการเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ถ้าพบว่าจ่ายสูงเกินสมควร ส่งผลให้บริษัทต้องเสีย CIT เพิ่ม (อ่านเพิ่มเรื่องสิทธิ์ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลสำหรับ SME) เงื่อนไขที่ต้องระวัง เปรียบเทียบ: เงินเดือนกรรมการ vs เงินปันผล ต่างกันอย่างไร ตารางนี้สรุปความแตกต่างครบทุกมิติ ช่วยให้เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียดการคำนวณ มิติ เงินเดือนกรรมการ เงินปันผล ประเภทเงินได้ เงินได้ประเภทที่ 1 (เงินเดือน) เงินได้ประเภทที่ 4(ข) (เงินปันผล) ภาษีฝั่งบริษัท หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ ลดกำไรสุทธิ ลด CIT หักเป็นค่าใช้จ่ายไม่ได้ จ่ายจากกำไรหลังภาษี ภาษีฝั่งบุคคล อัตราก้าวหน้า 0-35% หัก ณ ที่จ่าย 10% หรือนำไปรวมยื่น ประกันสังคม ไม่ต้องจ่าย (ถ้ากรรมการเป็นนายจ้าง/ผู้ถือหุ้นหลัก) ไม่ต้องจ่าย เงื่อนไขการจ่าย จ่ายได้ทุกเดือน ไม่ต้องมีกำไร ต้องมีกำไรสะสม + กันสำรอง 5% ความยืดหยุ่น ปรับเพิ่มลดได้ ต้องผ่านมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิ์ลดหย่อน หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาท + ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ใช้เครดิตภาษีได้ ตัวอย่างคำนวณภาษี: กรณีกำไร 1 ล้านบาท สมมุติบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) เป็น SME ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี มีกำไรก่อนหักเงินเดือนกรรมการ 1,000,000 บาท กรรมการ 1 คนเป็นผู้ถือหุ้น 100% ไม่มีรายได้อื่น Case 1: จ่ายเป็นเงินเดือนกรรมการทั้งหมด จ่ายเงินเดือนกรรมการ 1,000,000 บาท/ปี (เดือนละ 83,333 บาท) ขั้นที่ 1 ภาษีนิติบุคคล รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน กำไรก่อนหักเงินเดือน 1,000,000 บาท หักเงินเดือนกรรมการ 1,000,000 บาท กำไรสุทธิ 1,000,000 – 1,000,000 0 บาท ภาษีนิติบุคคล 0 บาท ขั้นที่ 2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน เงินเดือนทั้งปี 1,000,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 50% (ไม่เกิน 100,000) 100,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เงินได้สุทธิ 1,000,000 – 100,000 – 60,000 840,000 บาท ภาษี 0 – 150,000 ยกเว้น 0 บาท ภาษี 150,001 – 300,000 150,000 × 5% 7,500 บาท ภาษี 300,001 – 500,000 200,000 × 10% 20,000 บาท ภาษี 500,001 – 750,000 250,000 × 15% 37,500 บาท ภาษี 750,001 – 840,000 90,000 × 20% 18,000 บาท ภาษีบุคคลธรรมดา 83,000 บาท ภาษีรวมทั้งระบบ Case 1 = 0 + 83,000 = 83,000 บาท เงินสุทธิที่กรรมการได้รับ = 1,000,000 – 83,000 = 917,000 บาท Case 2: จ่ายเป็นเงินปันผลทั้งหมด ไม่จ่ายเงินเดือน บริษัทเสียภาษีนิติบุคคลจากกำไร 1 ล้านบาท แล้วจ่ายเป็นเงินปันผลทั้งหมด ขั้นที่ 1 ภาษีนิติบุคคล รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน กำไรสุทธิ 1,000,000 บาท ภาษี 0 – 300,000 ยกเว้น (SME) 0 บาท ภาษี 300,001 – 1,000,000 700,000 × 15% 105,000 บาท ภาษีนิติบุคคล 105,000 บาท ขั้นที่ 2 จ่ายเงินปันผล + หัก ณ ที่จ่าย รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน กำไรหลังภาษี 1,000,000 – 105,000 895,000 บาท กันสำรองตามกฎหมาย 5% 895,000 × 5% 44,750 บาท เงินปันผลจ่ายได้ 895,000 – 44,750 850,250 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% 850,250 × 10% 85,025 บาท ภาษีรวมทั้งระบบ Case 2 = 105,000 + 85,025 = 190,025 บาท เงินสุทธิที่กรรมการได้รับ = 850,250 – 85,025 = 765,225 บาท Case 3: จ่ายแบบผสม (จุด Sweet Spot ที่ประหยัดภาษีรวมได้มากที่สุด) จ่ายเงินเดือน 500,000 บาท/ปี (เดือนละ 41,667 บาท) ส่วนที่เหลือจ่ายเป็นเงินปันผล ขั้นที่ 1 ภาษีนิติบุคคล รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน กำไรก่อนหักเงินเดือน 1,000,000 บาท หักเงินเดือนกรรมการ 500,000 บาท กำไรสุทธิ 1,000,000 – 500,000 500,000 บาท ภาษี 0 – 300,000 ยกเว้น (SME) 0 บาท ภาษี 300,001 – 500,000 200,000 × 15% 30,000 บาท ภาษีนิติบุคคล 30,000 บาท ขั้นที่ 2 ภาษีเงินเดือนกรรมการ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน เงินเดือนทั้งปี 500,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 50% (ไม่เกิน 100,000) 100,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เงินได้สุทธิ 500,000 – 100,000 – 60,000 340,000 บาท ภาษี 0 – 150,000 ยกเว้น 0 บาท ภาษี 150,001 – 300,000 150,000 × 5% 7,500 บาท ภาษี 300,001 – 340,000 40,000 × 10% 4,000 บาท ภาษีบุคคลธรรมดา 11,500 บาท ขั้นที่ 3 จ่ายเงินปันผล + หัก ณ ที่จ่าย รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน กำไรหลังภาษี 500,000 – 30,000 470,000 บาท กันสำรอง 5% 470,000 × 5% 23,500 บาท เงินปันผลจ่ายได้ 470,000 – 23,500 446,500 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% 446,500 × 10% 44,650 บาท ภาษีรวมทั้งระบบ Case 3 = 30,000 + 11,500 + 44,650 = 86,150 บาท เงินสุทธิที่กรรมการได้รับ = (500,000 – 11,500) + (446,500 – 44,650) = 890,350 บาท สรุปผลเปรียบเทียบ 3 กรณี Case 1: เงินเดือนล้วน Case 2: ปันผลล้วน Case 3: ผสม ภาษีนิติบุคคล 0 บาท 105,000 บาท 30,000 บาท ภาษีบุคคลธรรมดา 83,000 บาท 0 บาท 11,500 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่ายปันผล 0 บาท 85,025 บาท 44,650 บาท ภาษีรวมทั้งระบบ 83,000 190,025 86,150 เงินค้างบริษัท (สำรอง) 0 บาท 44,750 บาท 23,500 บาท เงินสุทธิกรรมการได้รับ 917,000 765,225 890,350 จ่ายแบบผสม (Case 3) ภาษีรวมต่ำที่สุด เพราะใช้ข้อดีของทั้งสองทางพร้อมกัน คือเงินเดือนช่วยลดกำไรของบริษัท (ลด CIT) ขณะที่เงินปันผลเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายเพียง 10% หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นกรณีสมมุติเพื่อเปรียบเทียบ ผลลัพธ์จริงขึ้นกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและสิทธิ์ลดหย่อนอื่น ควรปรึกษานักบัญชีก่อนตัดสินใจ วิธีวางแผนจ่ายเงินเดือน + ปันผล ให้ประหยัดภาษีสูงสุด สูตรหาจุดคุ้มทุน: เงินเดือนเท่าไร ส่วนเหลือจ่ายปันผล หลักคิดง่ายคือ กรรมการควรจ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง “เท่าที่อัตราภาษีส่วนเพิ่ม (Marginal Tax Rate) ยังต่ำกว่าอัตราภาษีรวมของเงินปันผล” สำหรับ SME ที่เสีย CIT 15% บวกภาษีหัก ณ ที่จ่ายปันผล 10% ภาษีรวมของเงินปันผลอยู่ที่ประมาณ 23.5% ดังนั้นจ่ายเงินเดือนได้จนกว่าอัตราภาษีบุคคลธรรมดาจะถึงขั้น 20-25% จึงค่อยเปลี่ยนส่วนที่เหลือเป็นปันผล แนวทางปฏิบัติสำหรับ SME เงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลที่ต้องรู้ ก่อนจ่ายเงินปันผล บริษัทต้องเตรียมเรื่องเหล่านี้ ตัวอย่างบันทึกบัญชีเมื่อประกาศจ่ายเงินปันผล 100,000 บาท รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) กำไรสะสม 100,000 บาท เงินปันผลค้างจ่าย 90,000 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง 10,000 บาท ข้อควรระวังและผลกระทบทางกฎหมาย ถ้าสรรพากรเห็นว่าเงินเดือนกรรมการสูงเกินสมควร บริษัทอาจถูกประเมินภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (ดูเงื่อนไขที่ต้องระวังในหัวข้อด้านบน) การจ่ายปันผลเกินกว่ากำไรที่มีจริงถือว่าผิดกฎหมาย กรรมการอาจต้องรับผิดชอบส่วนตัว สำหรับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคล ต้องพิจารณาเรื่อง Transfer Pricing ด้วย เพราะการตั้งเงินเดือนกรรมการระหว่างบริษัทในเครือต้องเป็นราคาตลาด สรุป: วางแผนจ่ายผสม ภาษีรวมต่ำสุด จัดการบัญชีเงินเดือนและเงินปันผลให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK ช่วยจัดการทั้งระบบเงินเดือน (Payroll) และบันทึกบัญชีเงินปันผล ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายอัตโนมัติ ดูรายงานกำไรสะสมได้ทันทีก่อนตัดสินใจ ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเงินปันผลและเงินเดือนกรรมการ เงินปันผลเสียภาษีไหม และต้องนำไปยื่น ภ.ง.ด.90/91 ตอนปลายปีหรือไม่ เงินปันผลเสียภาษีแน่นอน โดยถูกหัก 10% ตอนรับเงิน ผู้ถือหุ้นเลือกได้ว่าจะหักแล้วจบ หรือนำไปรวมยื่นในแบบ ภ.ง.ด.90 ตอนปลายปี ถ้านำไปรวมยื่น สามารถใช้เครดิตภาษีหักออกได้ กรณีฐานภาษีต่ำกว่า 10% จะได้คืนภาษีด้วย เงินปันผลหัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ เงินปันผลที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาต้องหักภาษี 10% ของจำนวนที่จ่าย บริษัทผู้จ่ายนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป เงินเดือนกรรมการกับเงินปันผล จ่ายแบบไหนดีกว่า ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกกรณี ขึ้นกับขนาดกำไร จำนวนผู้ถือหุ้น และสิทธิ์ลดหย่อนที่มี จากตัวอย่างในบทความ การจ่ายแบบผสมมักให้ภาษีรวมต่ำสุด เพราะใช้ประโยชน์ทางภาษีจากทั้งเงินเดือนและปันผลพร้อมกัน กรรมการจ่ายเงินเดือนตัวเองเท่าไรได้ กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานไว้ตายตัว แต่สรรพากรจะพิจารณาว่าเหมาะสมกับขนาดกิจการหรือไม่ เงินเดือนที่สูงเกินจริงอาจทำให้บริษัทเสียภาษีเพิ่ม แนวปฏิบัติคือดูเงินเดือนตำแหน่งเดียวกันในอุตสาหกรรมเดียวกันเป็นเกณฑ์ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก