
กำลังจะจดทะเบียนบริษัทแล้วเจอช่อง “ทุนจดทะเบียน” ไม่รู้จะใส่เท่าไรดี? เจ้าของธุรกิจหลายคนตั้งทุนสูงเกินไปจนเสียค่าธรรมเนียมแพง หรือตั้งต่ำเกินจนธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ บทความนี้อธิบายทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับทุนจดทะเบียนบริษัท ตั้งแต่ความหมาย ขั้นต่ำ ผลกระทบด้านภาษี ไปจนถึงวิธีเพิ่มหรือลดทุนในภายหลัง
ทุนจดทะเบียนบริษัท คืออะไร? ต่างจาก “ทุนชำระแล้ว” อย่างไร?
ทุนจดทะเบียนบริษัท คือจำนวนเงินทั้งหมดที่บริษัทระบุไว้ตอนจดทะเบียนจัดตั้ง ว่าบริษัทมีทุนรวมทั้งสิ้นเท่าไร โดยแบ่งออกเป็นจำนวนหุ้นคูณกับมูลค่าต่อหุ้น
ทุนจดทะเบียนเปรียบเทียบง่ายๆ เหมือน “วงเงินที่ตั้งไว้” ส่วน ทุนชำระแล้ว คือเงินจริงที่ผู้ถือหุ้นจ่ายเข้าบริษัทแล้ว กฎหมายแพ่งฯ กำหนดว่าต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นแต่ละหุ้นเมื่อจดทะเบียน
| รายการ | ทุนจดทะเบียน | ทุนชำระแล้ว |
|---|---|---|
| ความหมาย | วงเงินทั้งหมดที่ระบุไว้ตอนจดทะเบียน | เงินที่ผู้ถือหุ้นจ่ายเข้าบริษัทจริง |
| ตัวอย่าง | จดทุน 1 ล้านบาท | ชำระแล้ว 250,000 บาท (25%) |
| แก้ไขได้ไหม | ได้ ต้องจดทะเบียนเพิ่มหรือลดทุน | เปลี่ยนเมื่อผู้ถือหุ้นจ่ายเงินเพิ่ม |
ตัวอย่างบันทึกบัญชีวันชำระค่าหุ้น — กรณีบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จดทุน 1,000,000 บาท
กรณีที่ 1: ชำระขั้นต่ำ 25% (250,000 บาท)
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| เงินสดหรือเงินฝากธนาคาร | 250,000 บาท | — |
| ลูกหนี้ค่าหุ้น (ค้างชำระ 75%) | 750,000 บาท | — |
| ทุนเรือนหุ้น | — | 1,000,000 บาท |
กรณีที่ 2: ชำระเต็ม 100% (1,000,000 บาท) — แนะนำสำหรับ SME
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| เงินสดหรือเงินฝากธนาคาร | 1,000,000 บาท | — |
| ทุนเรือนหุ้น | — | 1,000,000 บาท |
ทุนจดทะเบียนบริษัท ต้องมีเงินสดจริงในบัญชีไหม?
ไม่จำเป็นต้องมีเงินสดเท่ากับทุนจดทะเบียนในบัญชีธนาคาร ผู้ถือหุ้นต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของทุนจดทะเบียนเมื่อจัดตั้งบริษัท ส่วนที่เหลืออีก 75% จะเรียกชำระทีหลังก็ได้ เช่น จดทุน 1 ล้านบาท ต้องมีเงินจ่ายจริงอย่างน้อย 250,000 บาท
ข้อควรระวัง: แม้กฎหมายกำหนดขั้นต่ำ 25% แต่ในทางปฏิบัติ SME ส่วนใหญ่ชำระเต็มจำนวน 100% ตั้งแต่วันจดทะเบียน เพื่อให้งบการเงินดูน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อจากธนาคาร
ทุนจดทะเบียนบริษัท ขั้นต่ำเท่าไร?
กฎหมายไม่ได้กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสำหรับบริษัทจำกัดโดยตรง แต่กำหนดว่ามูลค่าหุ้นต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาทต่อหุ้น และบริษัทต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 3 คน (ข้อมูลจากกฎหมายแพ่งฯ) ดังนั้นทุนจดทะเบียนต่ำสุดที่เป็นไปได้คือ
ผู้ถือหุ้นขั้นต่ำ × มูลค่าหุ้นขั้นต่ำ = ทุนจดทะเบียนต่ำสุด 3 คน × 5 บาท/หุ้น = 15 บาท
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่จดทุนตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป เพราะทุนที่ต่ำเกินไปอาจทำให้คู่ค้าหรือธนาคารไม่มั่นใจ
ควรตั้งทุนจดทะเบียนเท่าไรดี? (แนะนำตามประเภทธุรกิจ)
หลักคิดง่ายๆ คือ ประเมินค่าใช้จ่ายที่ธุรกิจต้องใช้ใน 6-12 เดือนแรก แล้วตั้งทุนจดทะเบียนให้ครอบคลุมจำนวนนั้น ไม่ต้องตั้งสูงเกินจริงจนเสียค่าธรรมเนียมแพง แต่ก็ไม่ควรตั้งต่ำจนดูไม่น่าเชื่อถือ
ตัวอย่างการตั้งทุน: ธุรกิจบริการ, ซื้อมาขายไป, ผลิต, และ IT/Startup
ตัวอย่างด้านล่างเป็นแนวทางเบื้องต้น ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อวางแผนให้เหมาะกับธุรกิจจริง
| ประเภทธุรกิจ (ชื่อสมมุติ) | ทุนจดทะเบียนแนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ธุรกิจบริการ เช่น รับทำบัญชี ที่ปรึกษา | 100,000 – 500,000 | ไม่ต้องสต็อกสินค้า ค่าใช้จ่ายหลักคือเงินเดือนและสำนักงาน |
| ร้านค้าออนไลน์ ซื้อมาขายไป | 500,000 – 1,000,000 | ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับสต็อกสินค้า |
| โรงงานผลิตขนาดเล็ก | 1,000,000 – 5,000,000 | ต้องลงทุนเครื่องจักร วัตถุดิบ และค่าจ้างแรงงาน |
| IT/Startup | 1,000,000 – 3,000,000 | ต้องมีทุนพอสำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์และดึงดูดนักลงทุน |
ทุนจดทะเบียนมีผลต่อภาษี ค่าธรรมเนียม และความน่าเชื่อถืออย่างไร?
ทุนที่จดไว้ไม่ได้กระทบเฉพาะตอนจดบริษัท แต่มีผลต่อค่าใช้จ่ายและโอกาสทางธุรกิจในระยะยาวด้วย
ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนบริษัท (คิดตามมูลค่าทุน)
ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) คิดตามทุนจดทะเบียน ยิ่งทุนสูง ค่าธรรมเนียมยิ่งแพง
| รายการ | อัตรา | ขั้นต่ำ | สูงสุด |
|---|---|---|---|
| จดหนังสือบริคณห์สนธิ | แสนละ 50 บาท | 500 บาท | 25,000 บาท |
| จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท | แสนละ 500 บาท | 5,000 บาท | 250,000 บาท |
ตัวอย่าง: จดทุน 1 ล้านบาท เสียค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 5,500 บาท แต่ถ้าจดทุน 5 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มเป็นประมาณ 27,500 บาท
ผลกระทบต่อภาษี การตรวจงบการเงิน และภาษีธุรกิจเฉพาะ
ทุนจดทะเบียนไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่ออัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะภาษีคิดจากกำไรสุทธิ ไม่ใช่ทุนจดทะเบียน แต่มีผลทางอ้อม ได้แก่
- บริษัทที่ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ได้สิทธิเสียภาษีอัตราพิเศษ SME (กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้นภาษี)
- บริษัทที่มีสินทรัพย์รวมเกิน 150 ล้านบาท หรือรายได้เกิน 200 ล้านบาท ต้องใช้ผู้สอบบัญชีจากสำนักงานที่ได้รับความเห็นชอบจาก กลต.
- ทุนที่ตั้งสูงโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ อาจถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากรเรื่องแหล่งที่มาของเงินทุน
ผลต่อความน่าเชื่อถือในการยื่นกู้และประมูลงาน
จำนวนทุนที่จดไว้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ธนาคารและหน่วยงานราชการใช้พิจารณา
- กู้สินเชื่อธุรกิจ — ธนาคารดูทุนจดทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินฐานะการเงิน ทุนต่ำเกินไปอาจทำให้วงเงินสินเชื่อที่ได้น้อยลง
- ประมูลงานราชการ — หลายโครงการกำหนดคุณสมบัติผู้เสนอราคาว่าต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด เช่น 1 ล้านบาทขึ้นไป
ขั้นตอนการเพิ่มทุนและลดทุนจดทะเบียนบริษัท (ฉบับสรุป)
หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนได้ตามกฎหมาย ทั้งเพิ่มทุนและลดทุน
วิธีเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท (เอกสาร + ขั้นตอน DBD)
การเพิ่มทุนต้องผ่านมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ขั้นตอนหลักมีดังนี้
- จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น มีมติพิเศษ (เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุม)
- ออกหุ้นใหม่เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน
- ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 14 วันนับจากวันที่ประชุม
เอกสารที่ต้องเตรียม
- แบบ บอจ.1 (คำขอจดทะเบียน)
- รายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
- แบบ บอจ.5 (สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น)
วิธีลดทุนจดทะเบียนบริษัท (ข้อควรระวังเรื่องภาษี)
การลดทุนมีขั้นตอนซับซ้อนกว่าเพิ่มทุน เพราะต้องคุ้มครองเจ้าหนี้
- มติพิเศษจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
- ประกาศหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่างน้อย 1 ครั้ง และส่งหนังสือบอกกล่าวเจ้าหนี้
- รอ 30 วันให้เจ้าหนี้คัดค้าน หากไม่มีคัดค้านจึงยื่นจดทะเบียนลดทุนที่ DBD
ข้อควรระวังด้านภาษี: ถ้าบริษัทลดทุนแล้วคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นมากกว่าเงินที่ลงทุนไป ส่วนต่างถือเป็นเงินได้ของผู้ถือหุ้นที่ต้องเสียภาษี ควรปรึกษานักบัญชีก่อนทำ
วิธีเช็คทุนจดทะเบียนบริษัทของคู่ค้าผ่านระบบ DBD e-Service
ก่อนทำธุรกิจกับบริษัทใด สามารถตรวจสอบทุนจดทะเบียนได้ฟรีผ่านระบบของ DBD ขั้นตอนมีดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ DBD DataWarehouse+
- พิมพ์ชื่อบริษัทหรือเลขนิติบุคคล 13 หลักในช่องค้นหา
- ระบบจะแสดงข้อมูลทุนจดทะเบียน ที่ตั้ง กรรมการ และงบการเงินย้อนหลัง
ข้อมูลที่แสดงเป็นข้อมูลสาธารณะ สามารถใช้ประเมินฐานะเบื้องต้นของคู่ค้าได้
สรุป: ตั้งทุนจดทะเบียนอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจคุณ
- ประเมินค่าใช้จ่าย 6-12 เดือนแรกของธุรกิจ แล้วตั้งทุนให้ครอบคลุม
- ถ้าวางแผนจะกู้สินเชื่อหรือประมูลงานราชการ ตั้งทุนให้ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด
- อย่าตั้งสูงเกินจริงจนเสียค่าธรรมเนียมแพง และอย่าตั้งต่ำจนขาดความน่าเชื่อถือ
- หลังจดทะเบียนแล้ว สามารถเพิ่มหรือลดทุนได้ตามสถานการณ์ธุรกิจ
วางแผนระบบบัญชีตั้งแต่วันแรกที่จดบริษัท
หลังจดทะเบียนบริษัทเสร็จ สิ่งที่ต้องจัดการทันทีคือระบบบัญชี เพราะบริษัทจำกัดต้องจัดทำบัญชีและยื่นงบการเงินทุกปีตามกฎหมาย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ผู้ประกอบการจัดการรายรับ-รายจ่าย ออกเอกสารทางบัญชี และเตรียมงบการเงินได้ตั้งแต่วันแรก ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทุนจดทะเบียนบริษัท
ทุนจดทะเบียน 100,000 บาท จดได้ไหม?
จดได้ ไม่มีกฎหมายห้าม ทุนจดทะเบียน 100,000 บาทเป็นจำนวนที่ผู้ประกอบการรายเล็กนิยมใช้ เช่น ธุรกิจให้บริการหรือฟรีแลนซ์ที่เปลี่ยนมาจดเป็นนิติบุคคล แต่ถ้าต้องการกู้สินเชื่อจากธนาคาร ทุน 100,000 อาจดูน้อยเกินไปในสายตาสถาบันการเงิน
ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ต้องเตรียมเงินจ่ายจริงเท่าไร?
ตามกฎหมายต้องชำระขั้นต่ำ 25% คือ 250,000 บาท แต่ในทางปฏิบัติแนะนำให้ชำระเต็ม 1 ล้านบาท เพราะธนาคารจะดู “ทุนชำระแล้ว” ในงบการเงิน ถ้าชำระแค่ 25% จะเห็นว่าบริษัทยังมีค่าหุ้นค้างชำระอยู่ อาจกระทบการขอสินเชื่อ
ทุนจดทะเบียนเยอะ มีข้อเสียหรือความเสี่ยงอะไรบ้าง?
ตั้งทุนสูงไม่ได้ดีเสมอไป ข้อเสียหลักคือค่าธรรมเนียมจดทะเบียนที่สูงตาม และถ้าจดทุนสูงมากโดยไม่มีเงินสดรองรับจริง อาจถูกกรมสรรพากรตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนได้ นอกจากนี้ ถ้าต้องการลดทุนในภายหลัง ขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากและมีค่าใช้จ่าย
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
