accounting-receipt-voucher-for-tax-deduction

แจกตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน ออกใบเสร็จรับเงินแบบไหนใช้ลดหย่อนภาษีได้

ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำธุรกิจ หรือบุคคลธรรมดาทั่วไปที่จับจ่ายซื้อของบ่อยๆ คงได้รับใบเสร็จ หรือคุ้นเคยกับกระดาษสรุปยอดการใช้จ่ายในแต่ละครั้ง ที่ได้รับหลังการจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการใช่ไหมครับ การออกใบเสร็จรับเงินนี้เป็นข้อบังคับของกฎหมาย ผู้ประกอบการรายไหนที่มีการขายสินค้าและบริการเป็นจำนวนเงินมากกว่าครั้งละ 100 บาท จำเป็นต้องออกใบเสร็จรับเงินให้กับลูกค้าครับ

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) คืออะไร?

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) คือเอกสารประกอบการรับเงินค่าสินค้าและบริการจากลูกค้า หรือผู้ที่ชำระเงินให้กับกิจการ ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องออกใบเสร็จรับเงินทันทีหลังจากได้รับเงินจากลูกค้า

ใบเสร็จรับเงินมี 2 รูปแบบ คือ

1. ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีแบบเต็ม

ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีแบบเต็ม มักออกเมื่อมีรายการซื้อขายสินค้าและบริการที่มีราคาสูง, มีการให้บริการดูแลหลังการขาย หรือการซื้อขายสินค้าประเภทนำเข้าและส่งออก โดยปกติบริษัทต่างๆมักไม่ค่อยออกใบเสร็จ ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีแบบเต็ม ให้กับลูกค้าที่เป็นบุคคลทั่วไปเท่าไหร่ แต่บุคคลทั่วไปก็สามารถขอใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีแบบเต็มได้ โดยนำชื่อ และที่อยู่ให้กับทางร้านค้าหรือบริษัทที่มีการติดต่อซื้อขายสินค้าและบริการครับ

2. ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีแบบย่อ

ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีแบบย่อ เป็นใบเสร็จที่หลายคนจะได้รับกันบ่อย ไม่ว่าจะหลังซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า เติมน้ำมัน หรือมีการซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกที่มีการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ใบเสร็จรูปแบบนี้จะมีการแสดงรายการสินค้าและบริการคล้ายใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี แต่จะไม่มีการระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าและบริการครับ แล้วอย่างที่บอกครับ ว่าร้านค้าที่ให้ใบเสร็จแบบนี้ ลูกค้าสามารถขอใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีแบบเต็มได้ โดยการนำชื่อที่อยู่ให้กับทางร้านค้าครับ ดูตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ด้านล่าง

ใบเสร็จรับเงิน
ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอย่างย่อจาก PEAK


ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน (Receipt)

ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน


ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) ประกอบด้วยข้อมูลอะไรบ้าง

  1. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าและบริการ
  2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  3. หมายเลขของเล่ม หรือหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี
  4. วัน เดือน ปี ที่ออกใบเสร็จรับเงิน
  5. รายการ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าและบริการ
  6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าและบริการ โดยแยกออกจากมูลค่าสินค้าและบริการจริง อย่างชัดเจน
    หากเป็นใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ควรมีคำว่า “ใบกำกับภาษี” เด่นชัด และมีชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าและบริการระบุอยู่ในใบเสร็จรับเงินด้วย สามารถดูส่วนประกอบของใบเสร็จรับเงินจากตัวอย่างใบเสร็จรับเงินด้านล่างนี้เลยครับ
ใบเสร็จรับเงิน ประกอบด้วยข้อมูลอะไรบ้าง
ตัวอย่างใบเสร็จรับเงินจาก PEAK


ใบเสร็จรับเงินเกี่ยวข้องกับการลดหย่อนภาษีอย่างไร

กรณีมีการซื้อสินค้าและบริการตามมาตรการลดหย่อนภาษีในแต่ละปี จำเป็นต้องขอใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ที่ถูกต้อง โดยมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา บริษัท และนิติบุคคลจะแตกต่างกันไปตามมาตรการแต่ละปี ซึ่งทุกคนสามารถอัปเดต และตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร หรือ www.rd.go.th ครับ


ถ้าไม่ได้รับใบเสร็จรับเงินทำอย่างไร?

ถึงแม้ว่าร้านค้าปลีก หรือร้านอาหารหลายๆร้านจะมีการออกใบเสร็จรับเงิน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ ถ้าเราจะไม่ได้ใบเสร็จรับเงินจากบางร้านค้า หรือบางร้านอาหาร เพราะในบางร้านค้าไม่มีการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เนื่องจากยังไม่ถึงเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด เลยออกเป็นเพียงบิลเงินสดแทน ซึ่งถ้าเราอยากได้ใบเสร็จรับเงินก็สามารถขอจากทางร้านค้าเหล่านั้นได้ โดยระบุรายละเอียดในส่วนของร้านค้า และผู้ซื้อสินค้าและบริการตามข้อมูลที่ควรมีในใบเสร็จรับเงินตามตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีด้านบนได้เลยครับ หรือจะใช้สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายสินค้าและบริการที่เรามีการซื้อของ พร้อมให้ทางร้านค้าเซ็นกำกับ แล้วนำมาแนบควบคู่กับบิลเงินสดแทนก็ได้ครับ


การออกเอกสารต่างๆ มีผลกับตัวบุคคล และธุรกิจมาก การจัดทำเอกสารที่ถูกต้องตามที่กรมสรรพากรกำหนดย่อมดีกว่า PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ จึงรวบรวมทุกเอกสารบัญชี ให้คุณสร้างได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว พร้อมใช้งานได้แค่กรอกข้อมูลสำคัญที่ควรมีในแต่ละเอกสาร PEAK ก็จัดวางลงในแบบฟอร์มพร้อมปริ้นท์ หรือส่ง Email ใช้งานได้แล้วครับ

สมัครใช้งานโปรแกรม PEAK ฟรี คลิก https://peakaccount.com

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

PEAK แตกต่างจากโปรแกรมบัญชีอื่นอย่างไร ?


1. เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์

    สามารถเข้าถึงข้อมูลจากทุกที่และทุกเวลาโดยไม่ต้องกังวลการจ้างพนักงาน IT เพื่อดูแลเครื่อง server มีการ Back up ข้อมูลทุก ๆ 5 นาที

2. ฟังก์ชั่นครบจบตั้งแต่ออกเอกสารถึงปิดงบ

    ระบบจะบันทึกข้อมูลบัญชีโดยอัตโนมัติเมื่อคุณสร้างเอกสารธุรกิจ และแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสต็อก รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน และงบการเงินแบบ Real Time นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่ช่วยประหยัดเวลาของคุณอีกมากมาย

รายละเอียด PEAK Highlight Feature

ฟีเจอร์สำหรับ เจ้าของธุรกิจ นักบัญชี และพันธมิตรซอฟแวร์

3.การบริการสนับสนุนและการอบรม

    มีเจ้าหน้าที่นักบัญชีที่เชี่ยวชาญให้บริการการตอบคำถามทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และมีสัมมนาสอนการใช้งานฟรีทุกเดือน หรือสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ เช่น บัญชีภาษี การเชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น

หากคุณสนใจโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK คลิกเพื่อทดลองใช้งานฟรี 30 วัน หรือ คลิกดูโปรโมชั่นของ PEAK ได้หรือโทร 1485 กด 1 เพื่อพูดคุยกับทีมงานของ PEAK เพิ่มเติม

PEAK เก็บข้อมูลไว้กี่ปี ?


ระบบจะเก็บข้อมูลไว้ 5 ปี นับจากครั้งล่าสุดที่คุณเข้าสู่ระบบ(Log in) แต่หากคุณเข้ามาใช้งานโปรแกรมอยู่เรื่อยๆ ข้อมูลจะไม่หายไปแน่นอน นอกจากนี้ระบบสำรองข้อมูล(Back up)อัตโนมัติทุกๆ 5 นาทีเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายและยังมีการสำรองข้อมูลแบบ Real-time ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลามานั่ง Backup ข้อมูลเอง

PEAK เป็นโปรแกรมที่ซื้อขาดครั้งเดียวหรือไม่ ?


การซื้อหรือการต่ออายุโปรแแกรมเป็นแบบรายเดือน และรายปี

เนื่องจาก PEAK เป็นธุรกิจ SaaS (Software as a Service) ให้บริการผ่านระบบคลาวด์พร้อมการ backup ข้อมูลอัตโนมัติ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายการใช้ server รายเดือนเป็นต้นทุนของการให้บริการ (ต่างกับโปรแกรมออฟไลน์ซึ่งผู้ใช้งานต้องดูแลในส่วนของ backup และ server เอง) ทำให้แพ็กเก็จของ PEAK ไม่มีแบบซื้อขาด

นอกจากนี้การที่ PEAK ไม่มีแพ็คเกจแบบซื้อขาด ยังเป็นการทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่า PEAK ต้องรักษามาตรฐานในการพัฒนาโปรแกรมให้ทันสมัย และใช้งานได้ดีอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความมั่นใจในการต่ออายุ

หากคุณสนใจโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK คลิกเพื่อทดลองใช้งานฟรี 30 วัน หรือ คลิกดูโปรโมชั่นของ PEAK ได้หรือโทร 1485 กด 1 เพื่อพูดคุยกับทีมงานของ PEAK เพิ่มเติม

ฉันใช้หลายกิจการต้องจ่ายค่าแพ็กเกจยังไง ?


การชำระเงินค่าแพ็กเกจของ PEAK จะเป็นการจ่าย 1 กิจการต่อ 1 แพ็กเกจ หากมี 3 กิจการจะต้องจ่าย 3 แพ็กเกจ

หากคุณสนใจโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK คลิกเพื่อทดลองใช้งานฟรี 30 วัน หรือ คลิกดูโปรโมชั่นของ PEAK ได้หรือโทร 1485 กด 1 เพื่อพูดคุยกับทีมงานของ PEAK เพิ่มเติม

ฉันต้องการย้ายข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีเดิมมาโปรแกรม PEAK ทำอย่างไร ?


การเตรียมและย้ายข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีเดิมมาที่โปรแกรม PEAK ง่ายๆ ด้วยตัวช่วยดังนี้

  1. เตรียมและย้ายข้อมูลด้วยตัวของคุณเองคลิกอ่านคู่มือที่ link https://bit.ly/3sKjMql การย้ายข้อมูลจากโปรแกรมเดิมมาที่ PEAK

  2. ย้ายข้อมูลด้วยคนจากสำนักงานบัญชีพาร์ทเนอร์ (มีค่าใช้จ่าย)

หากสนใจให้พาร์เนอร์ของ PEAK ช่วยย้ายข้อมูลให้ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ PEAK ที่เบอร์ 1485 กด 1 ได้เลย