accounting-quotation

ไขข้อข้องใจ ใบเสนอราคาคืออะไร พร้อมตัวอย่างใบเสนอราคาที่ไม่ควรมองข้าม

ใบเสนอราคา (Quotation) คืออะไร?


ใบเสนอราคาเป็นเอกสารที่ผู้ขาย (ผู้ประกอบการ) ออกให้กับผู้ที่สนใจ (ลูกค้า) เพื่อแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าและบริการก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ซึ่งข้อมูลที่ควรมีประกอบใบเสนอราคา คือ รายการสินค้าและบริการที่ชัดเจน มีรายละเอียดทั้งเงื่อนไข ค่าใช้จ่าย ครบถ้วน เพื่อให้ผู้สนใจนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ อีกทั้งยังช่วยส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจอีกด้วย และสำหรับตัวอย่างใบเสนอราคานั้น PEAK นำมาให้ดูด้านล่างแล้วครับ

องค์ประกอบของใบเสนอราคา

หากดูจากตัวอย่างใบเสนอราคาจาก PEAK ด้านล่าง จะเห็นว่าใบเสนอราคาประกอบไปด้วย 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ

  • ส่วน Header ประกอบด้วย 
    1. โลโก้บริษัท 
    2. ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ของทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ
    3. เลขที่เอกสาร  วันที่ออกเอกสาร วันที่ใช้ได้ถึง และเลขที่อ้างอิง
  • ส่วน Description ประกอบด้วย 
    1. รหัสสินค้า / บริการ
    2. คำอธิบายรายการของสินค้า/บริการ
    3. จำนวน , ราคาต่อหน่วย, มูลค่าก่อนภาษี
    4. หมายเหตุ
  • ส่วน Footer ประกอบด้วย 
    1. ช่องผู้อนุมัติ และช่องยอมรับใบเสนอราคา
    2. ช่องทางการชำระเงิน


ตัวอย่างใบเสนอราคาจาก PEAK

  • ใบเสนอราคาถือเป็นสัญญามั้ย?
    ถือเป็นสัญญา เนื่องจากในใบเสนอราคาจะแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขต่างๆเกี่ยวกับสินค้าและบริการนั้น และมีในส่วนของยอมรับใบเสนอราคาเพื่อให้ลูกค้าได้ลงชื่อเมื่อลูกค้าตัดสินใจที่จะซื้อ เมื่อลูกค้ามีการลงชื่ออนุมัติแล้ว (ดูได้ที่ตัวอย่างใบเสนอราคาด้านบน) ผู้ประกอบการสามารถเริ่มดำเนินงานได้ทันที (อ้างอิงจากเว็บไซต์กรมสรรพากร)
  • ใบเสนอราคาต้องมีลายเซ็นลูกค้ามั้ย?
    • เซ็น + ประทับตรา ดีที่สุด เนื่องจากทางฝั่งผู้ขาย จะได้เก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการทำการค้าต่อไป
    • ตอบกลับอีเมลว่าตกลงก็ถือว่ามีการยอมรับใบเสนอราคานั้นแล้ว
    • ตอบกลับไลน์ว่าตกลงก็ถือว่ามีการยอมรับใบเสนอราคานั้นแล้วเช่นกัน

          *สรุปได้ว่าเมื่อลูกค้ามีการตกลงไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่ง ก็ถือว่าลูกค้ายอมรับที่จะซื้อสินค้าและบริการแล้ว

  • ถ้าลูกค้าขอแก้ไขใบเสนอราคาต้องทำอย่างไร?
    • สามารถแก้ไขใบเสนอราคาเดิม และให้ลูกค้าลงชื่อยอมรับใหม่
    • สามารถออกใบเสนอราคาใหม่ได้เลย แต่อ้างอิงเลขที่ใบเสนอราคาเดิมได้
    • สามารถออกใบเสนอราคาใหม่ได้เลย เปลี่ยนเลขที่ใหม่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับใบเสนอราคาใบเดิม

วิธีออกใบเสนอราคาด้วย PEAK

1. เข้าสู่ระบบ เว็บไซต์ peakaccount.com

2. ไปที่เมนูรายรับ >> ใบเสนอราคา >> สร้าง

3. เลือกกดเพิ่มชื่อลูกค้า ผู้จ่ายเงิน, ระบุวันที่ออก, ใช้ได้ถึง และเลขที่เอกสาร
จากนั้น ระบุสินค้าและบริการ พร้อมระบุราคา ตรวจสอบข้อมูลต่างๆให้เรียบร้อย หากข้อมูลถูกต้องแล้ว กดอนุมัติรายการ

4. กดพิมพ์เอกสาร สามารถเลือกได้ว่าจะพิมพ์เอกสารเป็นใบเสนอราคา, ใบส่งของชั่วคราว หรือพิมพ์ซองเอกสาร และสามารถส่งต่อให้คู่ค้าได้ทันที

****จบขั้นตอนการออกใบเสนอราคา****

ขั้นตอนการออกเอกสารหลังมีการอนุมัติใบเสนอราคา

ออกใบเสนอราคา

  • ไปที่หน้ารายรับ >> ใบเสนอราคา >> สร้าง
  • ระบุชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของลูกค้าให้ครบถ้วน
  • ระบุวันที่ออกเอกสาร และวันที่ครบกำหนดของเอกสาร พร้อมระบุเลขที่เอกสาร
  • ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า/บริการ พร้อมแสดงราคาและเงื่อนไขให้ครบถ้วน หลังจากนั้นกดอนุมัติรายการ
  • เลือกพิมพ์เอกสารพร้อมลงชื่อผู้อนุมัติใบเสนอราคา พร้อมส่งใบเสนอราคาให้คู่ค้าได้ทันที

ใบแจ้งหนี้ (เมื่อลูกค้ามีการยอมรับใบเสนอราคานั้นแล้ว)

  • ระบุวันที่จะออกเอกสาร พร้อมระบุเลขที่เอกสาร
  • ระบบจะดึงข้อมูลจากใบเสนอราคามาให้ สามารถตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดของสินค้า/บริการนั้นจากนั้นกดอนุมัติรายการได้เลย
  • พิมพ์เอกสารใบแจ้งหนี้ และส่งเอกสารนั้นให้คู่ค้าได้ทันที โดยสามารถเลือกได้ว่าจะออกใบแจ้งหนี้เพียงอย่างเดียว หรือออกใบกำกับพร้อมใบแจ้งหนี้ (ใบแจ้งหนี้/ใบกำกับภาษี)

รับเงิน (เมื่อลูกค้าชำระเงินมา)

  • กดรับชำระเงิน พร้อมระบุจำนวนเงิน วันที่ที่ได้รับเงิน และเลือกช่องทางรับชำระเงิน จากนั้นกดรับชำระเงิน

ออกใบเสร็จรับเงิน

  • หากมีการกดรับชำระเงินแล้ว ระบบจะให้ทำการออกใบเสร็จรับเงิน ข้อมูลทั้งหมดจะดึงมาจากที่ลูกค้าได้ทำการกดรับเงินนั้น สามารถเปลี่ยนวันที่ และเลขที่เอกสารได้ พร้อมตรวจสอบรายละเอียดในใบเสร็จรับเงิน หากถูกต้อง ก็สามารถกดอนุมัติรายการได้เลย
  • ในหน้าใบเสร็จสามารถเลือกได้ว่าจะออกใบเสร็จรับเงินเพียงอย่างเดียว หรือออกใบกำกับภาษีพร้อมใบเสร็จรับเงิน (ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี)

ติดตามเรื่องราวอื่นๆของ PeakAccount.com ได้ที่
Blog : peakaccount.com/blog
Facebook : Facebook.com/peakengine
Youtube : PEAK

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

PEAK แตกต่างจากโปรแกรมบัญชีอื่นอย่างไร ?


1. เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์

    สามารถเข้าถึงข้อมูลจากทุกที่และทุกเวลาโดยไม่ต้องกังวลการจ้างพนักงาน IT เพื่อดูแลเครื่อง server มีการ Back up ข้อมูลทุก ๆ 5 นาที

2. ฟังก์ชั่นครบจบตั้งแต่ออกเอกสารถึงปิดงบ

    ระบบจะบันทึกข้อมูลบัญชีโดยอัตโนมัติเมื่อคุณสร้างเอกสารธุรกิจ และแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสต็อก รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน และงบการเงินแบบ Real Time นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่ช่วยประหยัดเวลาของคุณอีกมากมาย

รายละเอียด PEAK Highlight Feature

ฟีเจอร์สำหรับ เจ้าของธุรกิจ นักบัญชี และพันธมิตรซอฟแวร์

3.การบริการสนับสนุนและการอบรม

    มีเจ้าหน้าที่นักบัญชีที่เชี่ยวชาญให้บริการการตอบคำถามทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และมีสัมมนาสอนการใช้งานฟรีทุกเดือน หรือสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ เช่น บัญชีภาษี การเชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น

หากคุณสนใจโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK คลิกเพื่อทดลองใช้งานฟรี 30 วัน หรือ คลิกดูโปรโมชั่นของ PEAK ได้หรือโทร 1485 กด 1 เพื่อพูดคุยกับทีมงานของ PEAK เพิ่มเติม

PEAK เก็บข้อมูลไว้กี่ปี ?


ระบบจะเก็บข้อมูลไว้ 5 ปี นับจากครั้งล่าสุดที่คุณเข้าสู่ระบบ(Log in) แต่หากคุณเข้ามาใช้งานโปรแกรมอยู่เรื่อยๆ ข้อมูลจะไม่หายไปแน่นอน นอกจากนี้ระบบสำรองข้อมูล(Back up)อัตโนมัติทุกๆ 5 นาทีเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายและยังมีการสำรองข้อมูลแบบ Real-time ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลามานั่ง Backup ข้อมูลเอง

PEAK เป็นโปรแกรมที่ซื้อขาดครั้งเดียวหรือไม่ ?


การซื้อหรือการต่ออายุโปรแแกรมเป็นแบบรายเดือน และรายปี

เนื่องจาก PEAK เป็นธุรกิจ SaaS (Software as a Service) ให้บริการผ่านระบบคลาวด์พร้อมการ backup ข้อมูลอัตโนมัติ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายการใช้ server รายเดือนเป็นต้นทุนของการให้บริการ (ต่างกับโปรแกรมออฟไลน์ซึ่งผู้ใช้งานต้องดูแลในส่วนของ backup และ server เอง) ทำให้แพ็กเก็จของ PEAK ไม่มีแบบซื้อขาด

นอกจากนี้การที่ PEAK ไม่มีแพ็คเกจแบบซื้อขาด ยังเป็นการทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่า PEAK ต้องรักษามาตรฐานในการพัฒนาโปรแกรมให้ทันสมัย และใช้งานได้ดีอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความมั่นใจในการต่ออายุ

หากคุณสนใจโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK คลิกเพื่อทดลองใช้งานฟรี 30 วัน หรือ คลิกดูโปรโมชั่นของ PEAK ได้หรือโทร 1485 กด 1 เพื่อพูดคุยกับทีมงานของ PEAK เพิ่มเติม

ฉันใช้หลายกิจการต้องจ่ายค่าแพ็กเกจยังไง ?


การชำระเงินค่าแพ็กเกจของ PEAK จะเป็นการจ่าย 1 กิจการต่อ 1 แพ็กเกจ หากมี 3 กิจการจะต้องจ่าย 3 แพ็กเกจ

หากคุณสนใจโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK คลิกเพื่อทดลองใช้งานฟรี 30 วัน หรือ คลิกดูโปรโมชั่นของ PEAK ได้หรือโทร 1485 กด 1 เพื่อพูดคุยกับทีมงานของ PEAK เพิ่มเติม

ฉันต้องการย้ายข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีเดิมมาโปรแกรม PEAK ทำอย่างไร ?


การเตรียมและย้ายข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีเดิมมาที่โปรแกรม PEAK ง่ายๆ ด้วยตัวช่วยดังนี้

  1. เตรียมและย้ายข้อมูลด้วยตัวของคุณเองคลิกอ่านคู่มือที่ link https://bit.ly/3sKjMql การย้ายข้อมูลจากโปรแกรมเดิมมาที่ PEAK

  2. ย้ายข้อมูลด้วยคนจากสำนักงานบัญชีพาร์ทเนอร์ (มีค่าใช้จ่าย)

หากสนใจให้พาร์เนอร์ของ PEAK ช่วยย้ายข้อมูลให้ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ PEAK ที่เบอร์ 1485 กด 1 ได้เลย