จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี
Table of Contents

นักบัญชีทุกคนมีหน้าที่ดูแลตัวเลขทางการเงินของกิจการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ส่งผลต่อการตัดสินใจของเจ้าของธุรกิจ นักลงทุน และหน่วยงานรัฐ ถ้านักบัญชีทำงานไม่ตรงไปตรงมา ผลกระทบจะเกิดขึ้นวงกว้าง บทความนี้สรุปจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี 6 หลักการพื้นฐาน โทษถ้าทำผิด และข้อมูลอัปเดตฉบับล่าสุด พ.ศ. 2567 ที่บังคับใช้แล้ว

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี คืออะไร

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี คือข้อกำหนดเรื่องความประพฤติและแนวทางปฏิบัติที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีทุกคนต้องยึดถือ ครอบคลุมทั้งผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาด้านภาษี และนักบัญชีบริหาร

จรรยาบรรณเหล่านี้ไม่ได้แค่บอกว่า “ห้ามทำอะไร” แต่กำหนดมาตรฐานความเป็นมืออาชีพที่ต้องรักษาไว้ตลอดเวลา ปัจจุบันจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีของไทยอ้างอิงตามประมวลจรรยาบรรณสากล (IESBA Code) โดยสภาวิชาชีพบัญชีเป็นผู้แปลและปรับใช้กับบริบทไทย

ใครเป็นผู้กำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี

สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นองค์กรหลักที่มีอำนาจกำหนดจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 มาตรา 7(4)

สภาวิชาชีพบัญชีมีหน้าที่ออกข้อบังคับ กำกับดูแล และลงโทษผู้ที่ทำผิดจรรยาบรรณ โดยมีคณะกรรมการจรรยาบรรณเป็นผู้สอบสวนเมื่อมีการร้องเรียน นอกจากนี้สภาฯ ยังปรับปรุงจรรยาบรรณให้ทันสมัยตามมาตรฐานสากลของ IESBA (International Ethics Standards Board for Accountants) อย่างต่อเนื่อง

หลักการพื้นฐาน 6 ข้อ ของจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี

จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีตั้งอยู่บนหลัก 6 ข้อ ซึ่งนักบัญชีทุกสายงานต้องยึดถือ ไม่ว่าจะทำบัญชีให้กิจการเล็กหรือสอบบัญชีให้บริษัทมหาชน

ความซื่อสัตย์สุจริต (Integrity)

นักบัญชีต้องตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนข้อมูล ไม่ปกปิดข้อเท็จจริง ตัวอย่างเช่น สำนักงานบัญชีแห่งหนึ่ง (ชื่อสมมุติ) พบว่าลูกค้าบันทึกรายได้สูงเกินจริง แม้ลูกค้าจะขอให้ปล่อยผ่าน นักบัญชีที่มีจรรยาบรรณก็ต้องแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้อง

ความเป็นอิสระ (Objectivity)

นักบัญชีต้องไม่ให้อคติ ผลประโยชน์ส่วนตัว หรือแรงกดดันจากบุคคลอื่นมาบิดเบือนดุลพินิจของตน เช่น ถ้านักบัญชีมีหุ้นอยู่ในบริษัทลูกค้า ก็ไม่ควรรับงานตรวจสอบบัญชีของบริษัทนั้น เพราะอาจตัดสินใจไม่เป็นกลาง

ความรู้ ความสามารถ และความเอาใจใส่ (Professional Competence and Due Care)

นักบัญชีต้องรักษาความรู้ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการบัญชีที่เปลี่ยนแปลง กฎหมายภาษีใหม่ หรือเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น นี่ คือเหตุผลว่าทำไมผู้ทำบัญชีทุกคนถึงต้องเก็บชั่วโมง CPD (Continuing Professional Development หรือการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง) ทุกปี นอกจากนี้ยังรวมถึงการไม่รับงานที่เกินความสามารถของตน หากไม่เชี่ยวชาญเรื่องใดก็ควรแนะนำให้ลูกค้าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมกว่า

การรักษาความลับ (Confidentiality)

ข้อมูลทางการเงินของลูกค้าถือเป็นความลับ นักบัญชีห้ามนำไปเปิดเผยหรือใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ยกเว้นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผย เช่น การให้ข้อมูลแก่กรมสรรพากรตามหมายเรียก

สำหรับสำนักงานบัญชีที่ดูแลลูกค้าหลายราย หลักข้อนี้สำคัญมาก เพราะข้อมูลของลูกค้ารายหนึ่งห้ามนำไปบอกลูกค้าอีกรายเด็ดขาด แม้ทั้งสองรายจะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

พฤติกรรมทางวิชาชีพ (Professional Behavior)

นักบัญชีต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ไม่ทำสิ่งที่ทำให้วิชาชีพเสื่อมเสีย เช่น ห้ามโฆษณาบริการบัญชีด้วยข้อมูลที่เกินจริง หรือรับงานสอบบัญชีแล้วไม่ตรวจสอบจริงแต่ลงลายเซ็นให้

ความโปร่งใส (Transparency)

นักบัญชีต้องเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเพียงพอ ไม่ปกปิดหรือนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่ทำให้เข้าใจผิด เช่น การจัดทำงบการเงินต้องแสดงข้อมูลครบถ้วนตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ไม่ซ่อนรายจ่ายหรือหนี้สินไว้

ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี มีโทษอะไรบ้าง

ถ้ามีผู้ร้องเรียนหรือคณะกรรมการจรรยาบรรณพบว่านักบัญชีทำผิดจรรยาบรรณ จะมีบทลงโทษเรียงจากเบาไปหนักตามมาตรา 49 ของ พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ดังนี้

  1. ตักเตือนเป็นหนังสือ
  2. ภาคทัณฑ์
  3. พักใช้ใบอนุญาต พักการขึ้นทะเบียน หรือห้ามประกอบวิชาชีพบัญชี ไม่เกิน 3 ปี
  4. เพิกถอนใบอนุญาต เพิกถอนการขึ้นทะเบียน หรือสั่งให้พ้นจากการเป็นสมาชิก

ตัวอย่างพฤติกรรมที่ถือว่าผิดจรรยาบรรณขั้นร้ายแรง ได้แก่ การลงลายเซ็นรับรองงบการเงินโดยไม่ได้ตรวจสอบจริง หรือการรับจ้างลงชื่อเป็นผู้สอบบัญชีให้กับกิจการที่ตนไม่ได้ปฏิบัติงานตรวจสอบ พฤติกรรมเหล่านี้อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที

ตัวอย่างสถานการณ์ที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณในงานบัญชี SME

จรรยาบรรณไม่ใช่เรื่องทฤษฎี แต่เป็นสิ่งที่นักบัญชีต้องใช้ตัดสินใจในสถานการณ์จริงทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อทำงานกับ SME ที่เจ้าของกิจการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางบัญชีโดยตรง ลองดูตัวอย่างสถานการณ์ที่นักบัญชีอาจเจอ

บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) เป็นบริษัทนำเข้าสินค้า ปลายปีผู้บริหารขอให้นักบัญชีบันทึกสินค้าคงเหลือสูงกว่าความเป็นจริง เพื่อให้งบดูดีตอนยื่นขอสินเชื่อธนาคาร นักบัญชีที่ยึดถือจรรยาบรรณต้องปฏิเสธ เพราะเข้าข่ายผิดหลักความซื่อสัตย์สุจริตและความโปร่งใส

อีกสถานการณ์ที่พบบ่อย คือเรื่องการรักษาความลับ สำนักงานบัญชีที่ดูแลลูกค้าหลายราย อาจมีลูกค้าสองรายที่เป็นคู่แข่งกัน นักบัญชีต้องไม่นำข้อมูลยอดขายหรือกลยุทธ์ราคาของลูกค้ารายหนึ่งไปบอกอีกรายเด็ดขาด

อัปเดตจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี ฉบับล่าสุด (พ.ศ. 2567)

สภาวิชาชีพบัญชีได้ออกคู่มือประมวลจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป ฉบับนี้ใช้แทนฉบับ พ.ศ. 2566

การปรับปรุงครั้งนี้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของ IESBA โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงเรื่องคำนิยามของกลุ่มผู้ปฏิบัติงานและการตรวจสอบกลุ่มกิจการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ independence ของผู้สอบบัญชี นักบัญชีทุกคนควรอ่านฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์สภาวิชาชีพบัญชีเพื่ออัปเดตความรู้ โดยเฉพาะผู้สอบบัญชีที่ต้องตรวจสอบงบการเงินของกลุ่มกิจการ ควรศึกษาคำนิยามใหม่ให้ละเอียด

สรุป: จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่นักบัญชีทุกคนใช้ในการทำงานทุกวัน สิ่งที่ควรทำเพื่อรักษามาตรฐานนี้ ได้แก่ อัปเดตความรู้ให้ตรงกับฉบับล่าสุด พ.ศ. 2567 ที่บังคับใช้แล้ว เก็บชั่วโมง CPD ให้ครบทุกปี และทบทวนหลัก 6 ข้อเป็นประจำเมื่อเจอสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจ

จัดการบัญชีอย่างมืออาชีพด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้นักบัญชีทำงานอย่างเป็นระบบ บันทึกรายการบัญชีถูกต้องตามมาตรฐาน ออกเอกสารครบถ้วน ลดความเสี่ยงที่จะผิดพลาดจนกระทบจรรยาบรรณ ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี

นักบัญชีต้องอบรมจรรยาบรรณกี่ชั่วโมงต่อปี

ผู้ทำบัญชีต้องเก็บชั่วโมง CPD ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี โดยต้องมีเนื้อหาด้านบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และด้านจรรยาบรรณไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ส่วนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ต้องเก็บไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี โดยชั่วโมงที่เป็นทางการอย่างน้อย 20 ชั่วโมง (ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี)

จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีต่างจากจรรยาบรรณทั่วไปอย่างไร

จรรยาบรรณทั่วไปเป็นหลักศีลธรรมกว้างๆ ที่ใช้ได้กับทุกอาชีพ แต่จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีมีข้อแตกต่างสำคัญ คือเป็นข้อกำหนดเฉพาะตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย มีคณะกรรมการจรรยาบรรณคอยกำกับดูแล และมีบทลงโทษชัดเจนตามที่อธิบายไว้ข้างต้น

ผู้ทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีใช้จรรยาบรรณชุดเดียวกันไหม

ใช้หลัก 6 ข้อเดียวกัน แต่ในรายละเอียดมีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่ต่างกัน เช่น ผู้สอบบัญชีมีข้อกำหนดเรื่องความเป็นอิสระที่เข้มงวดกว่า เพราะต้องตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินที่บุคคลภายนอกนำไปใช้ตัดสินใจ สามารถดูรายละเอียดได้ที่คู่มือประมวลจรรยาบรรณฯ พ.ศ. 2567


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตัวช่วยผู้ประกอบการจัดการบัญชี