
ค่าเสื่อมราคา เป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการควรรู้จักและเข้าใจที่มาที่ไป พูดง่ายๆ ค่าเสื่อมราคา คือ การทยอยหักมูลค่าของสินทรัพย์ถาวรเป็นค่าใช้จ่ายตามอายุการใช้งาน เพราะถึงแม้จะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เห็นได้ชัดเหมือนการจ่ายเงินสด แต่กลับส่งผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ และต่อการตัดสินใจด้านการลงทุนในอนาคต หากไม่มีการคำนวณที่ถูกต้อง ตัวเลขทางบัญชีอาจไม่สะท้อนสภาพจริงของกิจการ และทำให้เจ้าของธุรกิจวางแผนผิดทิศได้โดยไม่รู้ตัว
ในหัวข้อถัดไป เราจะพาไปดู 5 ด้านสำคัญที่ค่าเสื่อมราคาสะท้อนเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ พร้อมวิธีนำไปใช้วางแผนการเงินให้แม่นยำขึ้น
ค่าเสื่อมราคา คืออะไร
ค่าเสื่อมราคา คือค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่เกิดจากมูลค่าของสินทรัพย์ถาวรลดลงตามการใช้งาน สินทรัพย์ถาวรในที่นี้หมายถึงของที่ธุรกิจซื้อมาใช้งานเกิน 1 ปี ไม่ได้ซื้อมาเพื่อขายต่อ เช่น เครื่องจักร รถยนต์ อาคารสำนักงาน หรือคอมพิวเตอร์
ตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟ “คาเฟ่ กาแฟดี (ชื่อสมมุติ)” ซื้อเครื่องชงกาแฟราคา 150,000 บาท คาดว่าใช้งานได้ 5 ปีก่อนต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ แทนที่จะลงเป็นค่าใช้จ่าย 150,000 บาททันทีในเดือนที่ซื้อ ร้านต้องทยอยหักเป็นค่าเสื่อมราคาปีละ 30,000 บาท ตลอด 5 ปี เพื่อให้ต้นทุนกาแฟแต่ละปีสะท้อนการใช้เครื่องจริง
สินทรัพย์ถาวร คืออะไร และอะไรบ้างที่ไม่ต้องคิดค่าเสื่อม

สิสินทรัพย์ถาวร คือทรัพย์สินที่ธุรกิจเป็นเจ้าของ มีตัวตนจับต้องได้ ใช้งานเพื่อสร้างรายได้ ไม่ได้มีไว้ขาย และมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี เช่น เครื่องจักรในโรงงาน รถส่งของ หรืออาคารโกดังเก็บสินค้า
แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่ธุรกิจซื้อมาจะต้องคิดค่าเสื่อมราคา ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 145 มาตรา 4(5) กรมสรรพากรกำหนดชัดว่าทรัพย์สินที่หักค่าเสื่อมได้คือ “ทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากที่ดินและสินค้า” นั่นหมายความว่ามีของอยู่ 2 อย่างที่ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคาเลย
ที่ดินไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา เพราะโดยสภาพแล้วที่ดินไม่เสื่อมสภาพลงตามการใช้งาน ต่างจากอาคารที่ปลูกอยู่บนที่ดินซึ่งต้องคิดค่าเสื่อม ส่วนสินค้าคงเหลือก็ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคาเช่นกัน เพราะสินค้าคงเหลือถูกซื้อมาเพื่อขายต่อ ไม่ใช่เพื่อใช้งานระยะยาว บัญชีจะบันทึกเป็นต้นทุนขายเมื่อขายออกไปแทน
ค่าเสื่อมราคา มีผลต่อธุรกิจอย่างไร
การคิดค่าเสื่อมราคาให้ถูกต้องช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพจริงของกิจการใน 5 เรื่องหลัก
- เห็นต้นทุนที่แท้จริง หากไม่คิดค่าเสื่อม กำไรที่เห็นในงบจะสูงเกินจริง เพราะไม่ได้รวมต้นทุนการใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ค่อยๆ เสื่อมสภาพลงทุกปี
- วางแผนลงทุนใหม่ทันเวลา ตัวเลขค่าเสื่อมสะสมบอกได้ว่าทรัพย์สินเหลืออายุการใช้งานอีกเท่าไร เช่น รถขนส่งที่ใช้มา 4 ปีจากอายุ 5 ปี เจ้าของธุรกิจจะรู้ว่าควรเริ่มเตรียมงบซื้อรถคันใหม่ได้แล้ว
- ลดภาษีได้อย่างถูกต้อง รายการนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่กฎหมายยอมให้นำมาหักภาษีได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินสดออกไปจริงในปีนั้น ธุรกิจที่ซื้อเครื่องจักรใหม่จึงลดภาระภาษีได้ทุกปีตลอดอายุการใช้งานของเครื่องจักร
- รู้มูลค่าตามบัญชีที่แท้จริง สินทรัพย์แต่ละชิ้นจะมีมูลค่าตามบัญชี (ราคาทุนหักค่าเสื่อมสะสม) ซึ่งต่างจากราคาทุนตอนซื้อ ตัวเลขนี้สำคัญมากเวลาขายสินทรัพย์ต่อ หรือใช้เป็นหลักประกันขอสินเชื่อกับธนาคาร
- สร้างความน่าเชื่อถือให้งบการเงิน งบการเงินที่คิดค่าเสื่อมถูกต้องตามมาตรฐานบัญชี ทำให้ธนาคารและนักลงทุนเชื่อมั่นในตัวเลขที่เห็น ส่งผลดีเวลายื่นขอสินเชื่อหรือระดมทุนขยายธุรกิจ
วิธีคำนวณค่าเสื่อมราคา มีกี่วิธี
ค่าเสื่อมราคาคำนวณได้ 4 วิธีหลัก แต่ละวิธีเหมาะกับสินทรัพย์ต่างประเภทกัน
วิธีเส้นตรง (Straight-line Method) เป็นวิธีที่นิยมที่สุดเพราะคำนวณง่าย ค่าเสื่อมเท่ากันทุกปี สูตรคือ ราคาทุนลบมูลค่าซาก (ราคาที่คาดว่าจะขายสินทรัพย์ได้เมื่อเลิกใช้งาน) หารด้วยอายุการใช้งาน ตัวอย่าง บริษัท ขนส่งไว จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อรถกระบะราคาทุน 500,000 บาท มูลค่าซากประเมินไว้ 50,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี คำนวณได้ (500,000 ลบ 50,000) หารด้วย 5 เท่ากับ 90,000 บาทต่อปี เท่ากันทุกปีตลอด 5 ปี ดูตัวอย่างการคำนวณค่าเสื่อมราคาแบบละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์
วิธียอดลดลงทวีคูณ (Double Declining Balance) เหมาะกับสินทรัพย์ที่เสื่อมสภาพเร็วช่วงแรก เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วิธีนี้คิดค่าเสื่อมสูงในปีแรกแล้วค่อยๆ ลดลง โดยใช้อัตราเส้นตรงคูณ 2 แล้วคูณกับมูลค่าคงเหลือต้นปี
วิธีผลรวมจำนวนปี (Sum of the Years Digits) เป็นอีกวิธีแบบเร่งค่าเสื่อม เหมาะกับเครื่องจักรหรือยานพาหนะที่มีอายุใช้งานพอสมควรแต่เสื่อมสภาพเร็วในช่วงต้น คำนวณจากผลรวมจำนวนปีมาหารสัดส่วนในแต่ละปี
วิธีตามผลผลิตหรือชั่วโมงทำงาน (Units of Production) เหมาะกับสินทรัพย์ที่วัดปริมาณการใช้งานได้ชัดเจน เช่น เครื่องจักรที่นับชั่วโมงทำงาน คำนวณจากราคาทุนลบมูลค่าซาก หารด้วยจำนวนหน่วยผลิตทั้งหมดที่คาดว่าจะได้ตลอดอายุการใช้งาน
ตารางเปรียบเทียบ 4 วิธีคำนวณค่าเสื่อมราคา
| วิธีคำนวณ | ลักษณะค่าเสื่อม | เหมาะกับสินทรัพย์ |
| เส้นตรง | เท่ากันทุกปี | อาคาร เฟอร์นิเจอร์ |
| ยอดลดลงทวีคูณ | สูงปีแรก ลดลงเรื่อยๆ | คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ |
| ผลรวมจำนวนปี | สูงปีแรก ลดลงแบบขั้นบันได | เครื่องจักร ยานพาหนะ |
| ตามผลผลิต | ผันตามปริมาณใช้งานจริง | เครื่องจักรที่นับชั่วโมงทำงานได้ |
อัตราค่าเสื่อมราคาตามกฎหมาย ต้องหักเท่าไร
สำหรับการคำนวณภาษี กรมสรรพากรกำหนดเพดานอัตราค่าเสื่อมราคาไว้ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 145 แยกตามประเภทสินทรัพย์ดังนี้
| ประเภทสินทรัพย์ | อัตราสูงสุดต่อปี |
| อาคารถาวร | 5 เปอร์เซ็นต์ |
| อาคารชั่วคราว | 100 เปอร์เซ็นต์ |
| สิทธิการเช่า (ไม่มีสัญญาต่ออายุ) | 100 หารด้วยจำนวนปีอายุสัญญาเช่า |
| ทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ดินและสินค้า เช่น เครื่องจักร รถยนต์ อุปกรณ์ | 20 เปอร์เซ็นต์ |
ธุรกิจสามารถเลือกใช้อัตราต่ำกว่าเพดานนี้ได้ตามอายุการใช้งานจริง แต่ห้ามหักเกินเพดานที่กำหนด (อ้างอิงจากกรมสรรพากร พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 145)
สิทธิพิเศษสำหรับ SME ถ้าธุรกิจมีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท และมีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน กฎหมายให้สิทธิหักค่าเสื่อมราคาเร่งด่วนในวันที่ได้ทรัพย์สินมา ดังนี้
- คอมพิวเตอร์ หักได้ทันที 40 เปอร์เซ็นต์ของราคาทุน ส่วนที่เหลือหักตามปกติภายใน 3 รอบบัญชี
- เครื่องจักรและอุปกรณ์ของเครื่องจักร หักได้ทันที 40 เปอร์เซ็นต์ของราคาทุน ส่วนที่เหลือหักตามอัตราปกติ
- อาคารโรงงาน หักได้ทันที 25 เปอร์เซ็นต์ของราคาทุน ส่วนที่เหลือหักตามอัตราปกติ
สิทธินี้ช่วยให้ธุรกิจ SME ลดภาษีได้เร็วขึ้นในปีที่ลงทุนซื้อสินทรัพย์ ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th)
ค่าเสื่อมราคา ต่างจากค่าตัดจำหน่ายอย่างไร
ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเป็นแนวคิดเดียวกันคือทยอยหักมูลค่าสินทรัพย์เป็นค่าใช้จ่าย แต่ใช้เรียกกับสินทรัพย์คนละประเภท
ค่าเสื่อมราคาใช้กับสินทรัพย์ที่มีตัวตนจับต้องได้ เช่น เครื่องจักร อาคาร รถยนต์ ส่วนค่าตัดจำหน่ายใช้กับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือค่าความนิยม (กู๊ดวิล)
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจซื้อเครื่องจักรราคา 1 ล้านบาท จะบันทึกเป็นค่าเสื่อมราคา แต่ถ้าซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มาใช้ในกิจการราคา 200,000 บาท จะบันทึกเป็นค่าตัดจำหน่ายแทน แม้หลักการคำนวณจะคล้ายกันมาก
ตัวอย่างการบันทึกบัญชีค่าเสื่อมราคา
เมื่อคำนวณค่าเสื่อมราคาได้แล้ว ต้องบันทึกบัญชีทุกสิ้นงวดหรือสิ้นปี โดยลงรายการดังนี้
เดบิต (ฝั่งบันทึกรายการที่เพิ่มค่าใช้จ่ายหรือสินทรัพย์) ค่าเสื่อมราคา บันทึกในงบกำไรขาดทุนเป็นค่าใช้จ่าย เครดิต (ฝั่งตรงข้ามของเดบิต) ค่าเสื่อมราคาสะสม บันทึกในงบแสดงฐานะการเงิน หักจากมูลค่าสินทรัพย์
ตัวอย่างจากร้านกาแฟ “คาเฟ่ กาแฟดี (ชื่อสมมุติ)” ที่คำนวณค่าเสื่อมเครื่องชงกาแฟได้ปีละ 30,000 บาท จะบันทึกบัญชีทุกสิ้นปีเป็น เดบิตค่าเสื่อมราคา 30,000 บาท เครดิตค่าเสื่อมราคาสะสม 30,000 บาท เมื่อครบ 5 ปี ยอดค่าเสื่อมราคาสะสมจะเท่ากับ 150,000 บาท เท่ากับราคาทุนของเครื่องพอดี
ค่าเสื่อมราคาสะสมนี้จะแสดงอยู่ในหมวดสินทรัพย์ของงบแสดงฐานะการเงิน หักลบจากราคาทุนเดิม ทำให้เห็นมูลค่าตามบัญชีที่แท้จริงของสินทรัพย์ในวันนั้น
สรุป: จัดการค่าเสื่อมราคาให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
การคิดค่าเสื่อมราคาให้ถูกต้องช่วยให้ธุรกิจเห็นต้นทุนจริง วางแผนลงทุนทันเวลา และใช้สิทธิลดภาษีได้เต็มที่ สิ่งที่ต้องจำคือ ที่ดินและสินค้าคงเหลือไม่ต้องคิดค่าเสื่อม เลือกวิธีคำนวณให้เหมาะกับประเภทสินทรัพย์ และตรวจสอบว่าธุรกิจเข้าเงื่อนไข SME ที่ได้สิทธิหักเร่งด่วนหรือไม่
คำนวณค่าเสื่อมราคาอัตโนมัติ แม่นยำตามกฎหมาย ด้วย PEAK Asset
ถ้าไม่อยากคำนวณค่าเสื่อมราคาด้วยมือทุกเดือนPEAK Asset โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ ช่วยคำนวณค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติตามอัตราที่กฎหมายกำหนด พร้อมออกรายงานสินทรัพย์ถาวรได้ทันที
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับค่าเสื่อมราคา
ค่าเสื่อมราคา อยู่หมวดบัญชีไหน
ค่าเสื่อมราคาอยู่ในหมวดค่าใช้จ่าย แสดงในงบกำไรขาดทุน ส่วนค่าเสื่อมราคาสะสมอยู่ในหมวดสินทรัพย์ หักลบจากราคาทุนของสินทรัพย์นั้นในงบแสดงฐานะการเงิน
ค่าเสื่อมราคา คิดยังไงให้เร็วที่สุด
วิธีที่คำนวณง่ายและเร็วที่สุดคือวิธีเส้นตรง เอาราคาทุนลบมูลค่าซาก แล้วหารด้วยจำนวนปีอายุการใช้งาน ได้ตัวเลขที่ต้องหักต่อปีทันที เหมาะกับสินทรัพย์ทั่วไปที่ไม่ต้องการคำนวณซับซ้อน
ค่าเสื่อมราคา ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร
ค่าเสื่อมราคาภาษาอังกฤษเรียกว่า Depreciation ส่วนค่าตัดจำหน่ายเรียกว่า Amortization ทั้งสองคำมักถูกใช้แยกกันตามประเภทสินทรัพย์ที่มีตัวตนหรือไม่มีตัวตน
ต้องคิดค่าเสื่อมราคาทุกเดือนหรือทุกปี
ทางบัญชีสามารถคิดค่าเสื่อมราคาได้ทั้งรายเดือนและรายปี ขึ้นอยู่กับรอบการปิดงบของธุรกิจ ถ้าต้องการดูตัวเลขกำไรขาดทุนรายเดือนที่แม่นยำ แนะนำให้คิดค่าเสื่อมราคาทุกเดือนแทนการคิดรวมทีเดียวตอนสิ้นปี
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
