2 December 2021
โปรแกรมบัญชีคลาวด์คืออะไร

โปรแกรมบัญชี และโปรแกรมบัญชีคลาวด์คืออะไร

โปรแกรมบัญชี(Accounting Software) เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลและประมวลผลทางบัญชี โปรแกรมบัญชีสำหรับกิจการทั่วไป ประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นระบบขาย ระบบซื้อ ระบบสินค้าคลัง ระบบลูกหนี้ ระบบเจ้าหนี้ บัญชีแยกประเภทและรายงานต่างๆ ส่วนกิจการผลิตจะมีฟังก์ชั่นเพิ่มขึ้นมาคือระบบการผลิต ระบบการจัดส่งสินค้า เป็นต้น โดยทั่วไปโปรแกรมบัญชีมีวัตถุประสงค์ดังนี้

1. เพื่อการเก็บรวบรวมและบันทึกรายการค้าของธุรกิจ

2. เพื่อการประเมินผลข้อมูลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่มีประโยชน์ การวางแผน การสั่งการ การควบคุม

3. เพื่อจัดให้มีการควบคุมข้อมูลของธุรกิจเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลมีความครบถ้วน ถูกต้องและเชื่อถือได้

โปรแกรมบัญชีคลาวด์คืออะไร

Cloud (คลาวด์) ย่อมาจาก Cloud Computing หมายถึงเครื่องมือที่เป็น Host บริการผ่านทางอินเทอร์เนต ผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บข้อมูล, ดำเนินการและจัดการข้อมูลต่างๆผ่านทางอินเทอร์เนต 

เมื่อผู้ใช้งานอัปโหลดข้อมูลไปยังคลาวด์ผ่านระบบการให้บริการเช่น Dropbox ไฟล์จะถูกส่งผ่านอินเทอร์เนตไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่มีอยู่จริงของผู้ให้บริการคลาวด์ ซึ่งจะมีเครื่องเซิร์ฟเวอร์เป็นจำนวนมากที่ให้บริการเก็บข้อมูล

คลาวด์หมายถึง พื้นที่จัดเก็บข้อมูลดิจิทัลซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บไฟล์ข้อมูลต่างๆของคนทั่วโลก เพียงแค่อุปกรณ์การใช้งานสามารถเข้าถึงอินเทอร์เนตได้ มีความแตกต่างจากสื่ออื่นๆที่ใช้บันทึกข้อมูล เช่น External hard disk, Flash drive เป็นต้น  ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงคลาวด์ได้ไม่ว่าจะอยู่แห่งใดบนโลกนี้ ดังนั้นผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีฮาร์ดแวร์ในการเก็บข้อมูลเอง เพียงแต่ใช้วิธีบันทึกผ่านคลาวด์และเสียค่าใช้จ่ายสำหรับพื้นที่ใช้งาน

การประมวลผลระบบคลาวด์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ฟังก์ชั่นดังนี้

1. การให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure as a Service (IaaS) 

ผู้ให้บริการหรือผู้ให้เช่า มีพื้นที่เซิร์ฟเวอร์ให้ผู้ใช้งานเช่าตามวัตถุประสงค์เพื่อใช้งานหรือเพื่อเป็น Web hosting โดยผู้ใช้งานสามารถดำเนินการ แก้ไข และจัดการข้อมูลของตนเองได้ ตัวอย่างเช่น Dropbox ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและแก้ไขข้อมูลได้ทุกเวลา หรือ Netflix ซึ่งใช้หลักการของ IaaS ในการจัดเก็บข้อมูลภาพยนตร์ที่มีจำนวนมากมายมหาศาล โดยข้อมูลถูกเข้าถึงและใช้งานซ้ำๆจากผู้ใช้งานทั่วโลก โดยที่ไม่ต้องดาวน์โหลด เป็นต้น

2. การให้บริการแพลตฟอร์ม Platform as a Service (PaaS)

PaaS มีความคล้ายคลึงกับ IaaS แต่ต่างไปตรงที่ผู้ให้บริการทำการควบคุมน้อยกว่า PaaS ช่วยลดความต้องการในการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน(หมายถึงฮาร์ดแวร์และระบบปฏิบัติการ) ช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ลดการใช้ทรัพยากร ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ เป็นการปรับใช้และเน้นการจัดการแอปพลิเคชัน ระบบสามารถจัดหาแพลตฟอร์มที่เสมือนจริงที่ใช้พัฒนาและทดสอบซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ โดยโปรแกรมเมอร์สามารถใช้งานผ่านระบบออนไลน์ได้โดยไม่ต้องจัดหาอุปกรณ์และระบบต่างๆด้วยตนเอง

3. การให้บริการซอฟต์แวร์ Software as a Service (SaaS)

เป็นระบบที่มีการควบคุมของผู้ให้บริการน้อยที่สุด เป็นการทำงานของซอฟต์แวร์ต่างๆผ่านระบบคลาวด์ซึ่งรองรับผู้ใช้งานปลายทาง ตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชัน Dropbox paper ซึ่งผู้ใช้งานสามารถสร้าง แก้ไข แชร์และทำงานร่วมกันในไฟล์ข้อความทางออนไลน์ได้ ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปพลิชันได้ตามที่ต้องการและทำงานกับไฟล์จากอุปกรณ์ใดก็ได้, Grammarly ซึ่งผู้ใช้สามารถเรียกใช้ทางออนไลน์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ เป็นต้น ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงการจัดการโครงสร้างพื้นฐานหรือการดูแลรักษา เพียงแค่คำนึงถึงวิธีใช้งานซอฟต์แวร์นั้นๆ

โปรแกรมบัญชีคลาวด์

เป็นโปรแกรมบัญชีที่ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์ โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงโปรแกรมได้ทุกที่ทุกเวลาและทุกอุปกรณ์ มีระบบการจัดการทางด้านบัญชีที่ครบวงจร มีระบบการลงบัญชีอัตโนมัติที่ทำงานแบบเรียลไทม์

ประโยชน์ในปัจจุบันของโปรแกรมบัญชีคลาวด์หรือที่เรียกอกีอย่างว่าโปรแกรมบัญชีออนไลน์

1. ช่วยกิจการประหยัดค่าใช้จ่าย

โปรแกรมบัญชีคลาวด์ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานและค่าไฟฟ้า เป็นต้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามการใช้งาน และประหยัดเวลาที่ใช้ในการแก้ไขอุปกรณ์ที่มีปัญหา

2. ช่วยกิจการลดความเสี่ยงในการสูญหายของข้อมูล   

โปรแกรมบัญชีคลาวด์มีการทำสำรองข้อมูล (Backup) ทางบัญชีและภาษี ช่วยลดความเสี่ยงในการเก็บข้อมูลที่สำคัญไว้ในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพียงที่เดียว ซึ่งมีความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเกิดไฟฟ้าดับกะทันหัน หรือการโจมตีของมัลแวร์ที่มีโอกาสทำให้ข้อมูลสูญหายได้ทุกเมื่อ เป็นการทำสำรองข้อมูลเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ในหลายพื้นที่

3. มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม

โปรแกรมบัญชีคลาวด์มีระบบการรักษาความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูล โดยมีการกำหนดรหัสผ่านและกำหนดผู้มีสิทธิ์เข้าถึงการใช้ข้อมูล ซึ่งมีความปลอดภัยสูงกว่าการเก็บข้อมูลไว้ในอุปกรณ์ที่สามารถมองเห็นได้

4. มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน

โปรแกรมบัญชีคลาวด์สามารถปรับขยายพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ตามความต้องการในการใช้งาน ซึ่งต่างจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ไม่สามารถขยายพื้นที่ในการเก็บข้อมูลได้

โปรแกรมบัญชีมีแบบใดบ้าง

โดยทั่วไปโปรแกรมมีด้วยกัน 2 แบบ ดังนี้

1. โปรแกรมบัญชีออฟไลน์ 

โปรแกรมบัญชีออฟไลน์มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1.  กิจการจ่ายซื้อซอฟต์แวร์เพียงครั้งเดียว
  2.  การใช้งานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการติดตั้งโปรแกรมบัญชีแล้วเท่านั้น
  3.  การอัปเดทข้อมูลผ่านระบบ LAN ภายในองค์กร
  4.  ในการใช้งาน ต้องเชื่อมต่อข้อมูลโดยการเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบ Lease line

          ตัวอย่างโปรแกรมบัญชีออฟไลน์ ได้แก่ โปรแกรม Express on server

2. โปรแกรมบัญชีออนไลน์ 

โปรแกรมบัญชีออนไลน์มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1.  ผู้ใช้งานสามารถทำงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลาโดยผ่านทุกอุปกรณ์ ได้แก่ PC, Notebook, Tablet หรือ Smartphone เป็นต้น
  2.  การทำงานเป็นแบบเรียลไทม์ ผู้ใช้งานสามารถใช้งานพร้อมกันหลายคนบนฐานข้อมูลเดียวกัน
  3.  สามารถจัดการระบบงานขององค์กรได้ครบทุกระบบ ได้แก่ระบบจัดซื้อ คลังสินค้า และการขาย
  4. โปรแกรมมีการอัปเดตให้โดยอัตโนมัติ กิจการไม่ต้องจ่ายซื้อเวอร์ชันใหม่หรือซื้อซอฟต์แวร์เพื่ออัปเดต          

ตัวอย่างโปรแกรมบัญชีออนไลน์ ได้แก่ โปรแกรม PEAK

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

โปรแกรมบัญชีใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือได้หรือไม่

ด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ทำให้โปรแกรมบัญชีได้รับการพัฒนาให้รองรับการทำงานผ่าน Smartphone ได้ อันเป็นคุณสมบัติของโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ผ่านระบบอินเทอร์เนต ซึ่งมีความสะดวกรวดเร็ว กิจการสามารถทำงานผ่านระบบออนไลน์ไม่ว่าการเปิดใบเสนอราคา การบันทึกรายการบัญชี การอนุมัติเอกสาร การเรียกดูรายงาน เป็นต้น ปัจจุบันมีโปรแกรมบัญชีออนไลน์อย่างโปรแกรม PEAK ที่สามารถใช้งานผ่าน LINE Application ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความสะดวก สามารถเรียกดูและตรวจสอบข้อมูลทางบัญชีผ่านมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา

วิธีเลือกใช้โปรแกรมบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจได้อย่างไร

ในการเลือกใช้โปรแกรมบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจ มีแนวทางในการพิจารณาดังต่อไปนี้

1. ขนาดขององค์กร

ในการเลือกใช้โปรแกรมบัญชี กิจการควรพิจารณาขนาดและความซับซ้อนในการดำเนินธุรกิจ ปัจจุบันมีโปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่มีแพ็คเกจให้เลือก โดยเจ้าของกิจการสามารถประเมินจากจำนวนรายการค้าที่เกิดขึ้นในรายเดือน หรือรายปี ถ้ากิจการมีขนาดเล็กมีจำนวนรายการค้าไม่มาก สามารถเลือกใช้โปรแกรมบัญชีพื้นฐานที่ใช้งานง่าย ถ้ากิจการมีขนาดใหญ่ขึ้น จำนวนรายการค้าก็จะมากขึ้น สามารถเลือกใช้โปรแกรมที่มีระบบการใช้งานเพิ่มขึ้น อย่าง PEAK เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่ให้กิจการเลือกใช้แพ็คเกจตามขนาดของธุรกิจ โดยกิจการสามารถประเมินจากปริมาณเอกสารรายการค้าในรอบระยะเวลาต่อเดือนหรือต่อปี จำนวนผู้ใช้งาน ความซับซ้อนของธุรกิจ โดยกิจการสามารถเลือกใช้แพ็คเกจแบบ Basic สำหรับ 5 ผู้ใช้งาน ที่ไม่จำกัดจำนวนรายการเอกสารและจำนวนผู้ติดต่อ ผู้ใช้งานสามารถออกเอกสารใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ทางออนไลน์ มีระบบเช็ค ระบบสินทรัพย์ รายงานการขาย รายงานลูกค้าค้างชำระ/เจ้าหนี้ค้างชำระ เป็นต้น

2. ราคา

ราคาเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการใช้ในการตัดสินใจเลือกใช้โปรแกรมบัญชี โดยทั่วไปจะมีการเปรียบเทียบราคาของผู้ให้บริการหลายรายและนำมาเปรียบเทียบกับงบประมาณของกิจการ โดยเฉพาะโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ SMEs ที่สามารถจัดการระบบขององค์กรได้ทุกระบบผ่านการใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ที่ใช้งานผ่านระบบอินเทอร์เนตไม่ว่าจะเป็น Smartphone, Tablet หรือ Notebook ที่ปัจจุบันผู้ให้บริการโปรแกรมบัญชีมีแพ็กเกจให้เลือกหลายราคาตามจำนวนผู้ใช้งาน จำนวนรายการค้า และเหมาะสมกับระบบงานของธุรกิจ อย่าง PEAK มีแพ็กเกจให้กิจการเลือก ได้แก่แบบ Basic ราคา 500 บาทต่อเดือน แบบ Pro ราคา 700 บาทต่อเดือน เป็นต้น

3. คุณสมบัติของโปรแกรมบัญชี

กิจการควรพิจารณาคุณสมบัติของโปรแกรมบัญชีที่จะเลือกใช้ให้ตรงตามความต้องการของธุรกิจ โดยทั่วไปกิจการควรกำหนดความต้องการในการใช้งานของธุรกิจและเลือกโปรแกรมบัญชีที่สามารถรองรับความต้องการที่สำคัญๆ โดยเป็นโปรแกรมบัญชีที่สามารถจัดการระบบงานที่สำคัญขององค์กรได้เช่นระบบจัดซื้อ ระบบคลังสินค้า ระบบขาย ระบบบัญชี เป็นต้น มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนตามความต้องการ อย่าง PEAK มีแพ็กเกจที่ปรับเปลี่ยนตามความต้องการของธุรกิจ เช่นเมื่อกิจการมีปริมาณเอกสารทางบัญชีเพิ่มขึ้น หรือเมื่อกิจการมีความต้องการรายงานสำหรับผู้บริหาร เช่นรายงานการขาย รายงานลูกหนี้/เจ้าหนี้ค้างชำระ เป็นต้น กิจการสามารถเลือกใช้หรือปรับเปลี่ยนแพ็กเกจให้เหมาะกับความต้องการนั้นๆโดยโปรแกรมจะมีการอัปเดตให้โดยอัตโนมัติ อย่างแพ็กเกจจัดเต็มของPEAK แบบ Pro+ ที่รองรับความต้องการของกิจการที่มีผู้ใช้งานได้ถึง 10 ราย, มี LINE @peakconnect, มีระบบภาษีที่สะดวกสำหรับผู้ประกอบการในการสร้างแบบภาษีภ.พ.30,ภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้แก่ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3,ภ.ง.ด.53 เป็นต้น และเมื่อสร้างแบบแล้วระบบจะบันทึกบัญชีให้โดยอัตโนมัติ มีระบบนำเข้าเอกสารด้วย Excel ,รายงานสรุปรายสัปดาห์/รายเดือนรวมทั้งรายงานงบกระแสเงินสด เป็นต้น

4. ผู้ให้บริการ

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งในการเลือกใช้โปรแกรมบัญชีคือการพิจารณาผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญมีความเป็นมืออาชีพ เป็นผู้ที่มีความรู้ในโปรแกรมบัญชีนั้นเป็นอย่างดี โดยพิจารณาว่าใครเป็นผู้พัฒนาโปรแกรมบัญชีนั้นเอง หรือได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในการจัดจำหน่ายโปรแกรมนั้น อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือการพิจารณาการ support หรือการให้บริการคำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ใช้งานหลังการขาย โดยการสอบถามจากผู้ประกอบการหรือนักบัญชีที่ใช้งานโปรแกรมนั้นอยู่ถึงความพึงพอใจและบริการที่ได้รับ นอกจากนี้ผู้ประกอบการควรพิจารณาเป้าหมายขององค์กรผู้ให้บริการ นโยบายในการให้บริการ การได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการและนักบัญชี มีการพัฒนาโปรแกรมที่ตอบโจทย์กิจการอย่างต่อเนื่อง อย่าง PEAK เป็นผู้ให้บริการโปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่ได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักบัญชีในการจัดการงานบัญชี ปัจจุบัน PEAK มีสำนักงานบัญชีที่เป็นพันธมิตรกว่า 600 แห่งทั่วประเทศที่ทำบัญชีให้กับกิจการ SMEs กว่า 10,000 กิจการ และ PEAK ยังได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพบัญชีฯ ในฐานะ Cloud Accounting Software ของประเทศไทย

โปรแกรมบัญชีที่ดีควรทำสิ่งใดได้บ้าง

1. ช่วยให้การจัดการบัญชีง่าย สะดวกรวดเร็ว 

โปรแกรมบัญชีที่ดี ช่วยให้งานบัญชีสะดวกรวดเร็ว คล่องตัว อย่างโปรแกรมออนไลน์ ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาที่มีอินเทอร์เนตเชื่อมต่อ เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถจัดการงานบัญชีและภาษีที่มีความยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายดาย ลดขั้นตอนและเวลาในการทำงาน

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ดี ผู้ใช้งานสามารถออกเอกสารทางบัญชีเช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น ทางออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา จากทุกอุปกรณ์ที่มีอินเตอร์เนตเชื่อมต่อและมีลักษณะการทำงานแบบเรียลไทม์ 

2. ช่วยกิจการประหยัดค่าใช้จ่าย

กิจการที่ใช้โปรแกรมบัญชีที่ดี โดยเฉพาะโปรแกรมออนไลน์ ช่วยกิจการลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้ออุปกรณ์ไอทีเมื่อเทียบกับโปรแกรมบัญชีแบบออฟไลน์ จึงเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไอทีด้วย โปรแกรมออนไลน์ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ่ายซื้อซอฟต์แวร์บัญชีเพราะมีการอัปเดตโปรแกรมให้โดยอัตโนมัติ โดยที่กิจการไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเวอร์ชันใหม่หรือซื้อซอฟต์แวร์ใหม่เพื่อทำการอัปเดต

โปรแกรมออนไลน์มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ง่ายต่อการใช้งาน ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางด้านงานบัญชี ก็สามารถจัดการงานบัญชีเองได้ด้วยตัวเอง โดยถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีและกฎหมายสรรพากร ไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานบัญชีเป็นพนักงานประจำ แต่อาจจ้างสำนักงานบัญชีในการให้คำปรึกษาแนะนำทางด้านบัญชีและภาษีรวมทั้งการรับรองเป็นผู้ทำบัญชี โปรแกรมออนไลน์ที่ดีจึงช่วยกิจการประหยัดค่าใช้จ่ายเงินเดือนบุคลากรทางด้านบัญชี

3. มีฟังก์ชั่นการทำงานครบถ้วนครอบคลุมทุกระบบงานของธุรกิจ

โปรแกรมบัญชีที่ดีควรมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบถ้วน ครอบคลุมการทำงานทุกระบบงานของธุรกิจ ปัจจุบันโปรแกรมบัญชีออนไลน์เข้ามาตอบโจทย์ผู้ประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจ SME ที่ต้องการโปรแกรมบัญชีที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานทั้งระบบจัดซื้อ ระบบคลังสินค้า ระบบขาย ระบบบัญชีซื้อ-ขาย ระบบรับ-จ่าย เป็นต้น ได้แก่การสร้างเอกสารใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และบันทึกบัญชีให้โดยอัตโนมัติ หรือการสร้างระบบการจัดทำแบบแสดงรายการทางภาษีไม่ว่าจะเป็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่สามารถดึงข้อมูลมายื่นแบบแสดงรายการได้เลย รวมทั้งมีระบบที่สรุปผลการดำเนินงาน รายงานการขาย รายงานทางภาษี ไม่ว่าจะเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน ทำให้ผู้บริหารหรือผู้ประกอบการนำไปใช้ในการวางแผนตัดสินใจได้

4. มีระบบความปลอดภัยสำหรับข้อมูลทางบัญชีและภาษี

ด้วยข้อมูลทางบัญชี การเงินและภาษีรวมทั้งยอดขายและข้อมูลของลูกค้า เป็นข้อมูลสำคัญขององค์กรที่เป็นความลับในการเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกหรือบุคลากรขององค์กรที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้หรือรับรู้ข้อมูล กิจการจึงควรจัดหาโปรแกรมบัญชีที่ดีซึ่งมีระบบความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูล โดยที่กิจการไม่จำเป็นต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นสื่อในการจัดเก็บข้อมูล เช่นฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายหรือเสียหายจากการเกิดภัยธรรมชาติเช่นไฟไหม้หรือน้ำท่วม เป็นต้น รวมทั้งไม่ต้องจัดหาสถานที่เก็บรักษาอุปกรณ์ที่เป็นสื่อดังกล่าว ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อและการเก็บรักษาอุปกรณ์สื่อดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูล รวมทั้งโปรแกรมที่ดีควรมีระบบที่กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานในการเข้าถึงและการอนุมัติข้อมูลในระบบด้วย

อย่าง โปรแกรมบัญชี PEAK มีระบบการทำสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติทุกๆ 5 นาที โดยใช้เซิร์ฟเวอร์จากผู้ให้บริการระดับโลกอย่าง Microsoft Azure ในด้านการจัดการการเก็บข้อมูลและการรักษาความปลอดภัย สำหรับข้อมูลธุรกิจที่เป็นความลับ นอกจากนี้ยังมีระบบการป้องกันการแก้ไขข้อมูลจากผู้ใช้งานที่ไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าใช้งานPEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและนักบัญชี ช่วยให้บัญชีเป็นเรื่องง่าย ด้วยระบบจัดการงานบัญชีผ่านระบบออนไลน์ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความทันสมัย โดย PEAK มีฟีเจอร์เด่นๆดังต่อไปนี้

ข้อดีของโปรแกรมบัญชีออนไลน์สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ

1. ฟีเจอร์สำหรับเจ้าของกิจการ

  • ช่วยจัดการงานบัญชีครบวงจร ทั้งโปรแกรมบัญชีและบริการบัญชี/ยื่นภาษีในที่เดียว
  • มีรายงานแบบเรียลไทม์ที่สรุปผลประกอบการ ข้อมูลการขาย รายงานสินค้า รายงานลูกหนี้/เจ้าหนี้ค้างชำระ และรายงานการเก็บเงิน ช่วยผู้ประกอบการในการวางแผนและตัดสินใจ
  • การออกเอกสารการค้าทางออนไลน์ ได้แก่ ใบเสนอราคา, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับภาษี, ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย ได้สะดวก ถูกต้องและรวดเร็วแบบมืออาชีพ
  • ช่วยกิจการจัดทำเอกสารยื่นแบบส่งกรมสรรพากรได้อย่างถูกต้อง

2. ฟีเจอร์สำหรับนักบัญชี

  • สามารถดึงข้อมูลคู่ค้าจากเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรโดยอัตโนมัติ
  • การบันทึกบัญชีอัตโนมัติ ทั้งบัญชีรายวัน, บัญชีแยกประเภท ออกงบทดลองและจัดทำงบการเงิน 
  • ช่วยจัดเตรียมรายงานภาษีทั้งรายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อ(สำหรับจัดทำภ.พ.30), รายงานภาษีหัก ณ ที่จ่าย (สำหรับจัดทำ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53)
  • สามารถแนบภาพไฟล์เอกสารออนไลน์เก็บไว้ในการบันทึกบัญชี ใช้ตรวจสอบภายหลังได้ ลดการส่งเอกสารฉบับจริง
  • สามารถค้นหาเอกสารต่างๆย้อนหลังได้โดยง่าย
  • ช่วยการกระทบยอด Statement บัญชีธนาคารอัตโนมัติ

3. ฟีเจอร์สำหรับพันธมิตรซอฟต์แวร์

  • Open API เชื่อมต่อข้อมูลจาก E-Commerce หรือ โปรแกรมอื่นมาบันทึกบัญชีให้โดยอัตดนมัติ
  • รองรับการนำเข้าข้อมูลผ่านระบบ API ทั้งข้อมูลรายการขาย รายการซื้อ ข้อมูลการชำระเงิน สินค้า รายชื่อลูกค้า รายชื่อ Supplier
  • มีระบบตรวจสอบการรับส่งข้อมูลผ่าน API

PEAK โปรแกรมบัญชี หนึ่งเดียวที่คุณสามารถทำงานได้ผ่าน LINE สามารถตรวจสอบสถานะทางการเงิน ออกเอกสาร บันทึกรายรับ-รายจ่าย ผ่านมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา

ถ้าท่านใดกำลังมองหาโปรแกรมบัญชีที่ทำงานได้ครบถ้วนครอบคลุมที่สุด
สามารถทดลองใช้งานฟรี 30 วัน https://secure.peakengine.com/Home/Register

ดูวีดีโอแนะนำการใช้งานได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=9puaO6s7I8k