5 October 2022

หนี้สูญกับปัญหารายจ่ายของบริษัท

ในปัจจุบันสภาพการแข่งขันที่สูงสำหรับธุรกิจ SMEs การขายสินค้าแค่เพียงการรับชำระเป็นเงินสดเป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ลูกค้า เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าก็ย่อมต้องการซื้อสินค้าไปผลิตและวางจำหน่ายก่อน เมื่อไรที่ได้รับชำระเงินมาก็ค่อยนำมาชำระให้ผู้ขาย ดังนั้นการให้เครดิตกับลูกค้าหรือการขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ จึงช่วยเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจ SMEs ลูกค้าที่ได้รับเครดิตในการชำระเงินจากการซื้อสินค้า ซึ่งเกิดจากการดำเนินการค้าขายตามปกติของธุรกิจ เรียกว่าลูกหนี้การค้า ซึ่งผู้ประกอบการ SMEs ได้ตกลงให้ผู้ซื้อ (ลูกค้า) นำสินค้าไปใช้ก่อนแล้วค่อยชำระเงินภายหลัง หรือที่เรียกว่าการให้เครดิตเทอม ซึ่งระยะเวลาการให้เครดิตเทอมของธุรกิจ มีตั้งแต่ 15 วัน 30 วัน 45 วัน หรือ 60 วัน เป็นต้น 

ความหมายของหนี้สูญ

จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลยอดขายของธุรกิจลดลง ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นกิจการขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากการผิดนัดการชำระหนี้ของลูกหนี้ เมื่อลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระสะสมมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องจัดหาเงินสำรองมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิต หรือการจัดซื้อสินค้าสำหรับธุรกิจซื้อมาขายไป รวมถึงการสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายของกิจการ ได้แก่ เงินเดือนพนักงาน ค่าขนส่งสินค้า ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น ภาระดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการเกิดการขาดสภาพคล่องได้ เมื่อกิจการไม่สามารถบริหารจัดการในเรื่องเงินทุนหมุนเวียนได้  ในที่สุดอาจทำให้ถึงขั้นเลิกกิจการ ในการผิดนัดของลูกหนี้ มีโอกาสที่กิจการจะไม่ได้รับชำระหนี้ และอาจเกิดหนี้สูญขึ้นได้

ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 101 เรื่องหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญ ได้ให้คำนิยามของคำว่า “หนี้สูญ” ไว้ดังนี้

“หนี้สูญ” หมายถึง ลูกหนี้ที่ได้ติดตามทวงถามจนถึงที่สุดแล้ว แต่ไม่ได้รับชำระหนี้และได้ตัดจำหน่ายออกจากบัญชี  

แนวปฏิบัติในทางบัญชี การตัดจำหน่ายหนี้สูญเป็นค่าใช้จ่ายโดยตรง ที่จริงเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก แต่ก็มีข้อบกพร่องที่ไม่เป็นไปตามหลักการ Matching Principle หรือหลักการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับรายได้ของรอบระยะเวลาบัญชี อีกทั้งมูลค่าของลูกหนี้ที่แสดงในงบการเงินไม่ได้อยู่ในมูลค่าที่จะได้รับจริง วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ไม่ค่อยใช้กัน เว้นแต่หนี้ที่คาดว่าจะเก็บไม่ได้มีจำนวนที่ไม่มีนัยสำคัญ แต่ในสภาพความเป็นจริงทางธุรกิจ ถึงแม้ลูกหนี้ส่วนใหญ่จะชำระหนี้เมื่อครบกำหนด แต่มีลูกหนี้บางรายไม่ชำระหนี้ ในทางปฏิบัติจะ   ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าลูกหนี้รายใดจะไม่ชำระหนี้จนกว่าจะถึงกำหนดชำระ หรือได้มีการทวงถามจนถึงที่สุดแล้ว ทำให้มูลค่าของลูกหนี้ที่จะแสดงในงบการเงินมีจำนวนสูงกว่าความเป็นจริง ดังนั้นจึงต้องมีการประมาณจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้จำนวนหนึ่ง กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญซึ่งเป็นบัญชีปรับมูลค่า นำไปปรับลดบัญชีลูกหนี้ เพื่อให้แสดงมูลค่าสุทธิที่ใกล้เคียงกับมูลค่าตามความเป็นจริง ได้แก่ วิธีตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งเป็นวิธีที่ถูกต้องตามหลักการบัญชีในการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับรายได้ของรอบระยะเวลาบัญชี

แนวทางการจำหน่ายหนี้สูญทางภาษี

ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อให้กิจการที่มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการตัดจำหน่ายหนี้สูญที่เกิดจากการเลิกกิจการของลูกหนี้ หรือเกิดจากการเก็บหนี้ไม่ได้ กรมสรรพากรจึงกำหนดให้ใช้แนวทางการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ตามหลักเกณฑ์ใหม่ได้แก่ กฎกระทรวงฉบับที่ 374 (พ.ศ.2564) ซึ่งประกาศใช้เมื่อ 29 เมษายน พ.ศ.2564 แทนกฎกระทรวงฉบับที่ 186 (พ.ศ.2534) โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสภาพการดำเนินงานทางธุรกิจในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำหนี้สูญที่จะจำหน่ายจากบัญชีลูกหนี้มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

สาระสำคัญของการจำหน่ายหนี้สูญทางภาษีตามหลักเกณฑ์ใหม่ มีดังนี้

1. ลักษณะของหนี้สูญที่จะสามารถจำหน่ายจากบัญชีลูกหนี้ได้ 

สำหรับหลักเกณฑ์ข้อนี้ไม่แตกต่างจากหลักเกณฑ์เดิม โดยลักษณะของหนี้สูญที่จะสามารถจำหน่ายจากบัญชีลูกหนี้ได้มีดังนี้

·      เป็นหนี้ที่เกิดจากการประกอบกิจการ หรือเนื่องจากการประกอบกิจการ หรือหนี้ที่ได้รวมเป็นเงินได้ในการคำนวณกำไรสุทธิ แต่ไม่รวมหนี้ซึ่งเกิดจากกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นลูกหนี้ (เงินให้กู้ยืมกรรมการ ไม่สามารถตัดหนี้สูญได้)

·      ต้องเป็นหนี้ที่ไม่ขาดอายุความและมีหลักฐานโดยชัดแจ้งที่สามารถฟ้องลูกหนี้ได้

2. มีการขยายเพดานการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

   สำหรับหลักเกณฑ์ข้อนี้มีความแตกต่างจากหลักเกณฑ์เดิม ดังนี้

3. หลักเกณฑ์ในการตัดหนี้สูญใหม่

3.1 กรณีลูกหนี้แต่ละราย มีจำนวนไม่เกิน 200,000 บาท 

มีหลักฐานการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ แต่ไม่ได้รับชำระหนี้ หากฟ้องจะเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ

3.2 กรณีลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนเกิน 200,000 บาทแต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท

ต้องมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

1. มีการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้และมีหลักฐานการติดตาม แต่ไม่ได้รับชำระ โดยปรากฏว่า

(ก) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญ และไม่มีทรัพย์สินชำระหนี้

(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ และมีเจ้าหนี้รายอื่นที่มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้

2. ได้ดำเนินการฟ้องศาล

2.1 กรณีคดีแพ่ง กิจการจะตัดหนี้สูญได้เมื่อได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้และศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องนั้นแล้ว หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องและศาลได้มีคำสั่งรับคำขอนั้นแล้ว

2.2 กรณีคดีล้มละลาย กิจการจะตัดหนี้สูญได้เมื่อได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้และศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องนั้นแล้ว หรือในคดีที่ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายและศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องนั้นแล้ว หรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลได้มีคำสั่งรับคำขอรับชำระหนี้นั้น

3. กรณีลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนเกิน 2,000,000 บาท

ต้องมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

1.มีการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้และมีหลักฐานการติดตาม แต่ไม่ได้รับชำระ โดยปรากฏว่า

(ก) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญ และไม่มีทรัพย์สินชำระหนี้

(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ และมีเจ้าหนี้รายอื่นที่มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้

2.ได้ดำเนินการฟ้องศาล

2.1 กรณีคดีแพ่ง กิจการจะตัดหนี้สูญได้เมื่อได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง โดยได้มีหมายบังคับคดีของศาลแล้ว และมีรายงานการบังคับคดีครั้งแรกของ       เจ้าพนักงานบังคับคดี แต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดชำระหนี้ได้

2.2 กรณีคดีล้มละลาย กิจการจะตัดหนี้สูญได้เมื่อได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง หรือในคดีที่ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย โดยได้มีการประนอมหนี้นั้นกับลูกหนี้ โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น หรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกหรือศาลได้มีคำสั่งปิดคดีแล้ว

4.หลักเกณฑ์ใหม่นี้ใช้บังคับสำหรับการดำเนินการที่เริ่มในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มหรือหลังวันที่   1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

การบริหารจัดการลูกหนี้ไม่ให้เกิดหนี้สูญ

ถึงแม้จะมีกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขมาช่วยผู้ประกอบการในการ         ตัดหนี้สูญเป็นรายจ่ายได้เหมาะสมกับสภาพการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน แต่ผู้ประกอบการก็ควรกำหนด      แนวทางการบริหารจัดการลูกหนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงไม่ให้เกิดหนี้สูญ สามารถจัดเก็บหนี้ได้ภายในกำหนดเวลาและทำให้การดำเนินธุรกิจเกิดสภาพคล่อง โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้

1. การกำหนดนโยบายการให้เครดิตแก่ลูกหนี้การค้า

ไม่ว่าจะเป็นกิจการขนาดใด การกำหนดนโยบายการให้เครดิตแก่ลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ประกอบด้วย

·  การคัดเลือกลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย 

ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายควรมีคุณสมบัติเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ มีความน่าเชื่อถือ ทั้งในส่วนของ ผลประกอบการและสถานะทางการเงิน  

·  การวิเคราะห์สถานะทางการเงินของลูกค้า

 สำหรับธุรกิจ SMEs คงไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์สินเชื่อเหมือนกิจการขนาดใหญ่ แต่ควรวิเคราะห์เพื่อเป็นการป้องกัน    

ความเสี่ยงในการเก็บหนี้ไม่ได้ โดยวิเคราะห์ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ กรณี ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลสามารถเข้าไปดูข้อมูล งบการเงินที่ตรวจสอบแล้วได้ที่เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในส่วนของคลังข้อมูลธุรกิจ DataWarehouse+ (dbd.go.th)

หรือ ข้อมูลของ Business Online (BOL) ซึ่งให้บริการด้านข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการวิเคราะห์ในเชิงสถิติ เป็นต้น ส่วนลูกค้าที่เป็น

บุคคลธรรมดา กิจการไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินและผลการดำเนินงานได้ ก็สามารถ  ใช้วิธีสอบถามประวัติ อาชีพ การศึกษา การตรวจสอบจาก google ว่ามีคดีความหรือไม่ รวมทั้งการ  ตรวจสอบรายชื่อบุคคลล้มละลายจากกรมบังคับคดี หรืออาจสอบถามจากคู่ค้าของบุคคลนั้นเกี่ยวกับ  ประวัติและพฤติกรรมการจ่ายชำระหนี้

2. การกำหนดนโยบายการเร่งรัดหนี้สินจากลูกหนี้การค้า

เป็นการกำหนดแนวทางในการติดตามหนี้จากลูกหนี้การค้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมีแนวทางในการทำงานที่ชัดเจนและควรกำหนดขั้นตอนการจัดทำเป็นระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ได้แก่

2.1 กรณีผิดนัดชำระในระยะ 7 วันแรก พนักงานที่ดูแลจัดเก็บหนี้จะโทรติดตามเกี่ยวกับกำหนดการชำระหรือสาเหตุที่ติดขัดยังไม่ชำระหนี้

2.2 กรณีผิดนัดชำระระหว่าง 7-30 วัน พนักงานที่ดูแลจัดเก็บหนี้ จะโทรติดตามและให้ข้อมูลกำหนดการชำระและเร่งรัดให้ลูกหนี้ชำระ รวมทั้งรายงานผลการติดตามให้ฝ่ายบริหารทราบ

2.3 กรณีผิดนัดชำระเกินกว่า 30 วัน ผู้บริหารจะพิจารณาว่าบริษัทสามารถยอมรับการชำระหนี้ที่ล่าช้าได้หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเข้าพบลูกค้าโดยตรง เพื่อสอบถามสาเหตุในการชำระหนี้ล่าช้า มีการเจรจาหาข้อสรุป 

ผู้ประกอบการควรบริหารจัดการการจัดเก็บหนี้ให้มีประสิทธิภาพ ศึกษากฎหมายภาษีดังที่กล่าวมา เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดหนี้สูญและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ติดตามความรู้ทางบัญชี ภาษี ได้ที่ บทความ – PEAK Blog (peakaccount.com) 

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยผู้ประกอบการจัดทำบัญชีได้อย่างมืออาชีพ ให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จกับโปรแกรมบัญชี PEAK  

ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ได้ที่ https://peakaccount.com

สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

อ้างอิง:

mr374.pdf (rd.go.th)

หลักเกณฑ์ใหม่จัดหนี้สูญอย่างไรให้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายได้ | อบรมบัญชี, เก็บชั่วโมง CPD (iliketax.com)

Update หลักเกณฑ์ใหม่ การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ รอบระยะเวลาบัญชีปี 2563 เป็นต้นไป – สำนักกฎหมายธรรมนิติ (dlo.co.th)

การตัดหนี้สูญตามกฎหมายฉบับใหม่ปี 2564 – สอบบัญชีธรรมนิติ(DAA)

การบริหารลูกหนี้การค้า (businessplus.co.th)