ความรู้ภาษี

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

13 min

ภาษีมรดก คืออะไร สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องรู้

ภาษีมรดกเป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการหลายคนมองข้าม จนกระทั่งถึงวันที่ต้องส่งต่อทรัพย์สินหรือธุรกิจให้ทายาท ถ้าทรัพย์สินที่รับมีมูลค่าสูงถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ผู้รับต้องเสียภาษี นอกจากนี้ยังมี “ภาษีการรับให้” อีกตัวที่เกี่ยวข้อง แต่หลายคนยังแยกไม่ออก ภาษีมรดก คืออะไร ภาษีมรดก คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ได้รับทรัพย์สินจากผู้เสียชีวิต (เจ้ามรดก) เมื่อมูลค่ามรดกสุทธิเกิน 100 ล้านบาท กฎหมายหลักที่ใช้คือพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 สรุปสาระสำคัญ กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้รับมรดกต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำ โดยมีเงื่อนไขหลักดังนี้ ใครต้องเสียภาษีมรดก? ผู้ที่ต้องเสียภาษีมรดก คือ “ผู้รับมรดก” ไม่ใช่ผู้เสียชีวิต โดยต้องเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อ ถ้ามรดกที่ได้รับไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ต้องเสียภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบแสดงรายการตามที่กฎหมายกำหนด ภาษีการรับให้ คืออะไร? ต่างจากภาษีมรดกอย่างไร ภาษีการรับให้ คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ได้รับทรัพย์สินจากการ “ให้” ขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ต่างจากภาษีมรดกตรงที่ มรดกเกิดหลังผู้ให้เสียชีวิต แต่การรับให้เกิดขณะยังมีชีวิต กฎหมายนี้มาจากการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ซึ่งประกาศใช้พร้อมกับ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ตารางเปรียบเทียบ ภาษีมรดก vs ภาษีการรับให้ รายการ ภาษีมรดก ภาษีการรับให้ เกิดจาก ผู้ให้เสียชีวิต (รับมรดก) ผู้ให้ยังมีชีวิต (ให้โดยเสน่หา) เกณฑ์ขั้นต่ำ มรดกสุทธิเกิน 100 ล้าน อสังหาฯ เกิน 20 ล้าน หรือ สังหาฯ เกิน 10 ล้าน/ปี อัตราภาษี 5% (ทายาทตามกฎหมาย) / 10% (คนอื่น) 5% หรือนับรวมเป็นเงินได้พึงประเมิน แบบยื่น ภ.ม.60 (ภายใน 150 วัน) รวมยื่นในแบบ ภ.ง.ด.90/91 ประจำปี กฎหมาย พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) แก้ไขเพิ่มเติม ผู้เสียภาษี ผู้รับมรดก ผู้รับการให้ สำหรับเจ้าของกิจการที่คิดจะโอนทรัพย์สินให้ลูกหลานขณะยังมีชีวิตอยู่ ต้องพิจารณาภาษีการรับให้ด้วย ไม่ใช่แค่ภาษีมรดก ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก มีอะไรบ้าง ภาษีมรดกไม่ได้เก็บจากทรัพย์สินทุกประเภท กฎหมายกำหนดไว้ 5 ประเภทหลัก อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ รวมถึงสิทธิในที่ดินต่าง ๆ ทรัพย์สินประเภทนี้มักมีมูลค่าสูงและเป็นทรัพย์สินหลักของธุรกิจครอบครัว จึงเป็นหัวข้อที่คนค้นหามากที่สุด เงินฝากและหลักทรัพย์ เงินฝากธนาคาร ตั๋วแลกเงิน หุ้น หุ้นกู้ กองทุนรวม และพันธบัตร สำหรับเจ้าของกิจการ หุ้นในบริษัทที่เป็นเจ้าของก็รวมอยู่ในหมวดนี้ด้วย ดังนั้นการจัดงบการเงินให้เป็นระเบียบจึงสำคัญมาก ยานพาหนะและทรัพย์สินอื่น ยานพาหนะที่จดทะเบียนในไทย เช่น รถยนต์ เรือ รวมถึงทรัพย์สินทางการเงินอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง อัตราภาษีมรดก กี่เปอร์เซ็นต์? วิธีคำนวณที่ถูกต้อง อัตราภาษีมรดกขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับมรดกกับเจ้ามรดก ผู้รับมรดก อัตราภาษี หมายเหตุ บุพการี หรือผู้สืบสันดาน (พ่อ แม่ ลูก หลาน) 5% ทายาทโดยธรรม บุคคลอื่น 10% เช่น พี่น้อง เพื่อน คนรู้จัก คิดภาษีเฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) กรณีศึกษา: เจ้าของกิจการส่งต่อธุรกิจให้ลูก สมมุติว่าคุณสมชาย (ชื่อสมมุติ) เจ้าของกิจการ เสียชีวิตและมีทรัพย์สินทั้งหมด 150 ล้านบาท ลูกชายเป็นผู้รับมรดกทั้งหมด คำนวณภาษีมรดก รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน มรดกสุทธิ 150,000,000 บาท ส่วนที่ได้รับยกเว้น 100,000,000 บาท ส่วนที่ต้องเสียภาษี 150,000,000 – 100,000,000 50,000,000 บาท อัตราภาษี (ลูก = ผู้สืบสันดาน) 5% ภาษีมรดกที่ต้องจ่าย 50,000,000 × 5% 2,500,000 บาท ลูกชายต้องยื่นแบบ ภ.ม.60 และจ่ายภาษี 2.5 ล้านบาท ตามกำหนดเวลาที่กฎหมายระบุ ข้อยกเว้นภาษีมรดก กรณีใดบ้างที่ไม่ต้องเสีย กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้หลายกรณี ที่สำคัญได้แก่ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจเสมอ ภาษีมรดก กับการส่งต่อธุรกิจ สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องวางแผน สำหรับเจ้าของกิจการ ภาษีมรดกไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สินส่วนตัว แต่กระทบถึงความต่อเนื่องของธุรกิจด้วย การวางแผนภาษีก่อนส่งต่อกิจการ เจ้าของกิจการที่ทรัพย์สินรวมอาจถึงเกณฑ์ ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ ผลกระทบต่อบัญชีธุรกิจ เมื่อเจ้าของเปลี่ยนมือ เมื่อเจ้าของกิจการเสียชีวิตและทายาทรับช่วงต่อ มีเรื่องที่ต้องจัดการทางบัญชีหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น การแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และการปรับปรุงงบการเงิน ถ้าธุรกิจมีระบบบัญชีที่เป็นระเบียบอยู่แล้ว การเปลี่ยนผ่านจะราบรื่นกว่ามาก วิธียื่นภาษีมรดก ขั้นตอนที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้รับมรดกที่ต้องเสียภาษีมีขั้นตอนดังนี้ สรุป: ภาษีมรดกและภาษีการรับให้ เจ้าของกิจการเตรียมตัวอย่างไร จัดการบัญชีธุรกิจให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ ด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นภาพรวมทรัพย์สินและสถานะการเงินของธุรกิจได้ชัดเจน ทั้งงบดุล รายงานผู้ถือหุ้น และเอกสารบัญชีที่เป็นระบบ พร้อมรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนภาษีหรือส่งต่อกิจการ ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษีมรดก ภาษีมรดกเรียกเก็บจากทรัพย์สินทุกประเภทหรือไม่? ไม่ใช่ทุกประเภท กฎหมายกำหนดเฉพาะ 5 ประเภทหลัก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ เงินฝาก ยานพาหนะ และทรัพย์สินทางการเงินอื่นตามกฎกระทรวง ทรัพย์สินอื่น เช่น เครื่องประดับ งานศิลปะ ไม่อยู่ในขอบเขตนี้ ถ้ารับมรดกเป็นหุ้นในบริษัทที่พ่อเป็นเจ้าของ ต้องเสียภาษีมรดกไหม? ถ้าหุ้นนั้นเป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ จะอยู่ในขอบเขตภาษีมรดก แต่ต้องดูมูลค่ารวมด้วยว่าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำหรือไม่ ถ้าไม่ถึง ก็ไม่ต้องเสีย ถ้าเจ้าของกิจการอยากโอนธุรกิจให้ลูกตอนยังมีชีวิต จะเสียภาษีอะไร? จะเข้าเงื่อนไขภาษีการรับให้แทน ถ้าโอนอสังหาริมทรัพย์ให้ลูกเกิน 20 ล้านบาท/ปี ส่วนที่เกินจะเสียภาษี 5% ถ้าโอนสังหาริมทรัพย์เกิน 10 ล้านบาท/ปี ส่วนที่เกินจะนับเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องยื่นภาษีด้วย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเปรียบเทียบว่าวิธีไหนประหยัดภาษีมากกว่า จ่ายภาษีมรดกไม่ไหว ผ่อนได้ไหม? ได้ กฎหมายอนุญาตให้ผ่อนชำระภาษีมรดกได้ไม่เกิน 5 ปี โดย 2 ปีแรกไม่เสียเงินเพิ่ม หลังจากนั้นเสียเงินเพิ่ม 0.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้าง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

17 min

ภ.พ.30 คืออะไร คู่มือยื่น VAT รายเดือนสำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการที่จด VAT หลายคนเจอปัญหาเดียวกัน กรอกแบบไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าต้องยื่นเมื่อไร หรือเผลอยื่นช้าจนเจอเบี้ยปรับ ภ.พ.30 คืออะไร แบบ ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT Return Form ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรทุกเดือน เพื่อสรุปยอดภาษีขายและภาษีซื้อที่เกิดขึ้นในเดือนนั้น พูดให้เข้าใจง่าย ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ คุณเก็บ VAT 7% จากลูกค้าเป็นภาษีขาย และเวลาซื้อของเข้าร้าน คุณก็จ่าย VAT 7% ให้ผู้ขายเป็นภาษีซื้อ แบบนี้คือเอกสารที่สรุปว่าเดือนนี้คุณเก็บภาษีขายได้เท่าไร จ่ายภาษีซื้อไปเท่าไร แล้วต้องนำส่งส่วนต่างให้สรรพากร หรือมีสิทธิ์ขอคืน ใครมีหน้าที่ต้องยื่น ภ.พ.30 ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทุกราย มีหน้าที่ยื่นแบบนี้เป็นประจำทุกรอบเดือนภาษี ตามมาตรา 83 ประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจในชื่อตัวเอง หรือนิติบุคคลอย่างบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน กิจการที่มียอดขายถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT ไม่ว่าจะขายหน้าร้านหรือออนไลน์ ส่วนกิจการที่ยอดขายยังไม่ถึงเกณฑ์ สามารถจดทะเบียนได้โดยสมัครใจ เพื่อเครดิตภาษีซื้อคืน กรณีไม่มีรายได้ ต้องยื่น ภ.พ.30 ไหม ต้องยื่น แม้เดือนนั้นไม่มีรายได้เลย เพราะเมื่อจดทะเบียน VAT แล้ว หน้าที่ยื่นแบบจะมีตลอดจนกว่าจะขอถอนทะเบียน ถ้าเดือนไหนไม่มียอดขายและยอดซื้อ ให้ยื่นแบบเปล่ากรอกเป็น 0 จะได้ไม่โดนค่าปรับ หลายคนเข้าใจผิดว่า “ไม่มีรายได้ก็ไม่ต้องยื่น” แต่ความจริงคือ สรรพากรมองว่าผู้ประกอบการจด VAT ต้องรายงานทุกรอบเดือนภาษี ไม่ว่ายอดจะเป็นศูนย์ก็ตาม ภ.พ.30 ต้องยื่นภายในเมื่อไร ตามมาตรา 83 ประมวลรัษฎากร ยื่นกระดาษภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่วนยื่นออนไลน์ได้เพิ่มอีก 8 วัน ตามประกาศกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 7 มีผลถึง 31 มกราคม 2570 ช่องทางยื่น กำหนดเวลา หมายเหตุ ยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากร ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เช่น ภาษีเดือน ม.ค. ยื่นภายใน 15 ก.พ. ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป ได้เพิ่ม 8 วัน เมื่อยื่นและชำระผ่านอินเทอร์เน็ต ถ้ากำหนดเวลาตรงกับวันหยุดราชการ จะเลื่อนไปวันทำการถัดไป วิธียื่น ภ.พ.30 ออนไลน์ผ่าน e-Filing การยื่นแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ช่วยประหยัดเวลาเดินทางและมีระบบช่วยคำนวณ ลดความผิดพลาดจากการกรอกมือ เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น ขั้นตอนยื่นแบบออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นแบบครั้งแรก ต้องสมัครสมาชิก e-Filing ก่อน โดยใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีและข้อมูลกิจการยืนยันตัวตน หลังจากสมัครเสร็จจะได้รหัสผ่านสำหรับเข้าระบบ สามารถใช้ยื่นแบบภาษีได้ทุกประเภท ไม่ใช่แค่แบบยื่น VAT เท่านั้น วิธีกรอก ภ.พ.30 พร้อมตัวอย่าง ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) เปิดร้านขายอุปกรณ์สำนักงานออนไลน์ เดือน ม.ค. 2569 มียอดขาย 500,000 บาทก่อน VAT และซื้อสินค้าเข้าร้าน 300,000 บาทก่อน VAT คำนวณ VAT ที่ต้องนำส่ง รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีขาย 500,000 × 7% 35,000 บาท ภาษีซื้อ 300,000 × 7% 21,000 บาท VAT ที่ต้องนำส่ง 35,000 – 21,000 14,000 บาท บริษัท ก จำกัด ต้องนำส่ง VAT 14,000 บาทให้สรรพากร พร้อมยื่นแบบออนไลน์ภายในวันที่ 23 ก.พ. 2569 ตัวอย่างกรณีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ถ้าเดือนไหนซื้อสินค้าเข้ามากกว่าขายออก ภาษีซื้อจะมากกว่าภาษีขาย สมมุติเดือน ก.พ. 2569 บริษัท ก มียอดขาย 200,000 บาท แต่สั่งสินค้าเข้า 400,000 บาท รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีขาย 200,000 × 7% 14,000 บาท ภาษีซื้อ 400,000 × 7% 28,000 บาท ภาษีซื้อเกิน 28,000 – 14,000 14,000 บาท กรณีนี้ไม่ต้องจ่ายภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบตามปกติ ส่วนภาษีซื้อที่เกิน 14,000 บาท สามารถนำไปเครดิตในเดือนถัดไปหรือขอคืนจากกรมสรรพากรได้ ภ.พ.30 ต่างจาก ภ.พ.20 อย่างไร รายการ ภ.พ.20 ภ.พ.30 ชื่อเต็ม แบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้ทำอะไร ยื่นครั้งเดียวตอนจดทะเบียน VAT ยื่นทุกเดือนเพื่อนำส่ง VAT ความถี่ ครั้งเดียว ทุกเดือน กรอกอะไร ข้อมูลกิจการ สถานประกอบการ ยอดภาษีขาย ภาษีซื้อ ส่วนต่าง ภ.พ.30 ต่างจาก ภ.ง.ด.50 อย่างไร ผู้ประกอบการหลายคนสับสนระหว่าง ภ.พ.30 กับ ภ.ง.ด.50 เพราะชื่อคล้ายกัน บางคนเรียก “ภ.ง.ด.30” แต่ชื่อทางการของแบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีคือ ภ.ง.ด.50 รายการ ภ.พ.30 ภ.ง.ด.50 ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ใครต้องยื่น ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ความถี่ ทุกเดือน ปีละ 1 ครั้ง (ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี) คำนวณจาก ภาษีขาย หักด้วย ภาษีซื้อ กำไรสุทธิ คูณ อัตราภาษี จำง่ายๆ ว่าแบบยื่น VAT เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากมูลค่าสินค้า ส่วน ภ.ง.ด.50 เกี่ยวกับภาษีที่คำนวณจากกำไรสุทธิ (รายได้หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ผู้ประกอบการนิติบุคคลที่จดทะเบียน VAT ต้องยื่นทั้งสองแบบ แบบยื่น VAT ยื่นรายเดือน ส่วน ภ.ง.ด.50 ยื่นปีละครั้ง ทำไมยอดขาย ภ.พ.30 ไม่ตรงกับรายได้ ภ.ง.ด.50 เมื่อรวมยอดขายจาก ภ.พ.30 ทั้ง 12 เดือน แล้วเทียบกับรายได้ที่แสดงในแบบ ภ.ง.ด.50 ตัวเลขมักไม่ตรงกัน เป็นเรื่องปกติที่เกิดจากความแตกต่างของฐานภาษี ไม่ได้แปลว่ามีข้อผิดพลาด แต่ต้องอธิบายสาเหตุได้เมื่อสรรพากรสอบถาม สาเหตุหลักที่ยอดไม่ตรง สาเหตุ คำอธิบาย ตัวอย่าง รายได้ที่ไม่ต้องเสีย VAT กิจการอาจมีรายได้บางประเภทที่ยกเว้น VAT เช่น ดอกเบี้ย กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ต้องนำมารวมในภาษีเงินได้ ดอกเบี้ยเงินฝาก 50,000 บาท/ปี อยู่ใน ภ.ง.ด.50 แต่ไม่อยู่ในแบบยื่น VAT จุดรับรู้รายได้ต่างกัน แบบยื่น VAT รับรู้ตามจุดที่ออกใบกำกับภาษี ส่วน ภ.ง.ด.50 รับรู้ตามเกณฑ์สิทธิ์ทางบัญชี (ตามมาตรา 65 ประมวลรัษฎากร) ออกใบกำกับภาษีเดือน ธ.ค. แต่ส่งมอบงานเดือน ม.ค. ปีถัดไป ส่วนลดและใบลดหนี้ ใบลดหนี้ลดยอดในแบบยื่น VAT ในเดือนที่ออก แต่อาจปรับปรุงต่างช่วงในงบการเงิน ออกใบลดหนี้เดือน มี.ค. แต่ปรับงบปีทีเดียวตอนปิดบัญชี รอบบัญชีไม่ตรงปีปฏิทิน บริษัทที่มีรอบบัญชี เม.ย. ถึง มี.ค. จะมียอดรวม 12 เดือนของแบบยื่น VAT ไม่ตรงกับช่วงเวลาที่ ภ.ง.ด.50 ครอบคลุม สินค้า VAT 0% (ส่งออก) ยอดส่งออกปรากฏในแบบยื่น VAT ช่อง VAT 0% แต่คิดอัตราแลกเปลี่ยนคนละวันกับที่บันทึกรายได้ในงบการเงิน วิธีกระทบยอดให้ตรงก่อนยื่นภาษี เมื่อเตรียมยื่น ภ.ง.ด.50 ควรทำกระดาษทำการกระทบยอดไว้เป็นหลักฐาน ถ้าใช้ PEAK จัดทำบัญชี ระบบจะช่วยออกรายงานภาษีซื้อ-ขายที่ตรงกับงบการเงินอัตโนมัติ ช่วยลดโอกาสที่ยอดจะคลาดเคลื่อน ยื่น ภ.พ.30 ล่าช้า มีบทลงโทษอะไรบ้าง การยื่นแบบล่าช้าหรือไม่ยื่นเลย มีโทษตามประมวลรัษฎากร 3 ส่วน เบี้ยปรับ คิดจากจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง กรณี อัตราเบี้ยปรับ ยื่นแบบภายใน 7 วันหลังครบกำหนด เบี้ยปรับ 2% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 7 วัน แต่ไม่เกิน 15 วัน เบี้ยปรับ 5% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน เบี้ยปรับ 10% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน เบี้ยปรับ 15% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 60 วันขึ้นไป หรือไม่ยื่น เบี้ยปรับ 20% ของภาษี เงินเพิ่ม คิด 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของภาษีที่ต้องนำส่ง นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดจนถึงวันที่ชำระ ตามมาตรา 89/1 ประมวลรัษฎากร ค่าปรับอาญา กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนด ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ต่อแบบที่ไม่ยื่น ตัวอย่างคำนวณ บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ต้องนำส่ง VAT 10,000 บาท แต่ยื่นช้าไป 45 วัน รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีที่ต้องนำส่ง 10,000 บาท เบี้ยปรับ (ช้า 45 วัน = 15%) 10,000 × 15% 1,500 บาท เงินเพิ่ม (ช้า 2 เดือน) 10,000 × 1.5% × 2 300 บาท ค่าปรับอาญา สูงสุด 2,000 บาท รวมต้องจ่าย 10,000 + 1,500 + 300 + ค่าปรับ 11,800+ บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่ายื่นช้าแค่ 45 วัน ต้องจ่ายเพิ่มอย่างน้อย 1,800 บาท ไม่รวมค่าปรับอาญา ยิ่งช้ามากเบี้ยปรับยิ่งสูง ดังนั้นตั้งเตือนปฏิทินไว้ล่วงหน้าคือทางที่ดีที่สุด สรุป: ภ.พ.30 ยื่นให้ครบ ยื่นให้ตรงเวลา สิ่งที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องจำ จัดการ VAT ให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้คุณจัดการภาษีมูลค่าเพิ่มได้ครบจบในระบบเดียว ตั้งแต่ออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย ไปจนถึงสร้างแบบแสดงรายการ VAT พร้อมยื่นได้ทันที ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.พ.30 กำหนดยื่น ภ.พ.30 ตรงวันหยุด เลื่อนได้ไหม ได้ ถ้ากำหนดเวลาตรงกับวันหยุดราชการ จะเลื่อนไปวันทำการถัดไปโดยอัตโนมัติ ทั้งการยื่นกระดาษและยื่นออนไลน์ ภ.พ.30 กับ ภ.พ.36 ต่างกันอย่างไร แบบ ภ.พ.36 ใช้ในกรณีที่กิจการในไทยจ่ายค่าบริการให้ผู้ประกอบการต่างประเทศซึ่งไม่ได้จดทะเบียน VAT ในไทย เช่น ค่าโฆษณา Facebook หรือค่า Google Ads ต้องนำส่ง VAT 7% แทนผู้ให้บริการต่างชาติ (อ่านเพิ่มเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย) ส่วนแบบยื่น VAT ปกติใช้สำหรับการซื้อขายภายในประเทศ ยื่น ภ.พ.30 ผิด แก้ไขได้ไหม ได้ โดยยื่นแบบเพิ่มเติม ผ่าน e-Filing หรือที่สำนักงานสรรพากร ระบุเดือนภาษีที่ต้องการแก้ไข แล้วกรอกตัวเลขที่ถูกต้องใหม่ ถ้าแก้แล้วมีภาษีต้องจ่ายเพิ่ม จะมีเงินเพิ่มคิด 1.5% ต่อเดือนของส่วนต่างที่จ่ายเพิ่ม แนะนำให้ตรวจสอบรายงานภาษีซื้อและภาษีขายให้ตรงกับใบกำกับภาษีก่อนยื่น จะได้ไม่ต้องยื่นแบบเพิ่มเติมทีหลัง เก็บเอกสาร ภ.พ.30 แบบไหนดี กระดาษหรือดิจิทัล กฎหมายกำหนดให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ยื่นแบบ จะเก็บกระดาษอย่างเดียวก็ได้ แต่แนะนำให้สแกนเก็บไฟล์ดิจิทัลคู่กันเสมอ เพราะเอกสารกระดาษอาจเสื่อมสภาพหรือสูญหายได้ ถ้าใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รายงานภาษีจะถูกเก็บในระบบอัตโนมัติ ดึงมาได้ทุกเมื่อ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

11 min

ภาษีครึ่งปี จ่ายแล้วบันทึกบัญชียังไง วิธีลงบัญชีและตัดยอดปลายปี

ภาษีครึ่งปีจ่ายไปแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องบันทึกบัญชียังไงให้ถูกต้อง นักบัญชี SME หลายคนเจอปัญหานี้ทุกปี จ่ายเงินออกไปแล้วแต่ไม่มั่นใจว่าต้อง Dr อะไร Cr อะไร แล้วพอถึงปลายปีก็สับสนอีกว่าจะตัดยอดยังไง ความจริงแล้วหลักการไม่ซับซ้อน แค่ต้องเข้าใจว่าเงินก้อนนี้ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นสินทรัพย์ที่รอตัดยอด ภาษีครึ่งปีคืออะไร ทำไมต้องจ่าย ภาษีครึ่งปี คือภาษีเงินได้ที่กฎหมายกำหนดให้จ่ายล่วงหน้ากลางปี คำนวณจากกำไรสุทธิที่ประมาณการไว้ แทนที่จะรอจ่ายทีเดียวตอนสิ้นปี กรมสรรพากรใช้วิธีนี้เพื่อกระจายภาระภาษีให้ผู้ประกอบการไม่ต้องแบกก้อนใหญ่ปลายปี ประเภท แบบภาษี ใครต้องยื่น กำหนดยื่น (ปี 2569) ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ภ.ง.ด.51 บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกแห่ง ภายใน 31 ส.ค. 2569 (ออนไลน์ถึง 8 ก.ย.) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ภ.ง.ด.94 ผู้มีเงินได้ประเภทที่ 5-8 เช่น เจ้าของร้าน ฟรีแลนซ์ ภายใน ก.ย. 2569 (ออนไลน์ถึง 8 ต.ค.) กำหนดยื่นจากปฏิทินภาษี กรมสรรพากร รายละเอียดวิธียื่นและคำนวณ ดูได้ที่ ภ.ง.ด.51 สรุปทุกเรื่องที่ไม่ควรพลาด และ ภ.ง.ด.94 ครึ่งปีบุคคลธรรมดา จ่ายภาษีครึ่งปีแล้ว บันทึกบัญชียังไง ภาษีครึ่งปีที่จ่ายไปแล้วไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในทันที แต่เป็น ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า ซึ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน เงินก้อนนี้จะนำไปหักกับภาษีเต็มปีตอนปิดงบ หลักการบัญชี: ภาษีจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Tax) คืออะไร ภาษีจ่ายล่วงหน้า คือเงินที่กิจการจ่ายภาษีไปก่อนที่จะรู้ตัวเลขภาษีจริงทั้งปี ถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน กิจการมีสิทธิ์นำไปหักกับภาษีที่ต้องจ่ายจริงตอนสิ้นปี ตัวอย่างที่เข้าใจง่าย: เหมือนจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 6 เดือน ตอนจ่ายยังไม่ถือเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อน แต่ค่อยๆ ตัดเป็นค่าใช้จ่ายเดือนละส่วน ผังบัญชีที่เกี่ยวข้อง บัญชีหลักที่ใช้บันทึกภาษีครึ่งปีมี 3 รายการ ตัวอย่าง Journal Entry บันทึกภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) สมมติ บริษัท สมาร์ท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ประมาณการกำไรสุทธิครึ่งปีแรก ได้ 1,200,000 บาท จึงต้องจ่ายภาษีครึ่งปี คำนวณภาษีครึ่งปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน กำไรสุทธิประมาณการ (ครึ่งปี) 1,200,000 บาท ภาษี 20% 1,200,000 × 20% 240,000 บาท ภาษีครึ่งปีที่ต้องจ่าย 240,000 ÷ 2 120,000 บาท อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลปกติ 20% กรณี SME ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท กำไรสุทธิ 300,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษี ส่วนที่เกินเสีย 15% ถ้ากำไรไม่เกิน 3 ล้านบาท อ่านเพิ่มได้ที่สิทธิลดหย่อนภาษีนิติบุคคลสำหรับ SME ขั้นตอนที่ 1 บันทึกตอนจ่ายภาษีครึ่งปี (ส.ค. 2569) เมื่อจ่ายภาษี ภ.ง.ด.51 จำนวน 120,000 บาท ผ่านธนาคาร รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า 120,000 เงินฝากธนาคาร 120,000 ตอนนี้ ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า จะปรากฏเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในงบ รอตัดยอดตอนปิดงบสิ้นปี ขั้นตอนที่ 2 บันทึกตอนปลายปี (ตัดยอดกับภาษีเต็มปี) เมื่อปิดงบสิ้นปี จะรู้ตัวเลขกำไรสุทธิจริงทั้งปี จากนั้นนำภาษีที่จ่ายครึ่งปีมาหักออก กรณีที่ 1 กำไรจริงมากกว่าที่ประมาณการ (ต้องจ่ายเพิ่ม) สมมติกำไรสุทธิทั้งปีจริง = 3,000,000 บาท รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีเต็มปีจริง 3,000,000 × 20% 600,000 บาท หักภาษีจ่ายล่วงหน้า (ครึ่งปี) 120,000 บาท ภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม 600,000 – 120,000 480,000 บาท Journal Entry ตอนปิดงบ รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ภาษีเงินได้นิติบุคคล 600,000 ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า 120,000 ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 480,000 หลังบันทึกรายการนี้ ยอด ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า จะเป็นศูนย์ และ ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 480,000 บาท จะปรากฏเป็นหนี้สินหมุนเวียน รอจ่ายตอนยื่น ภ.ง.ด.50 กรณีที่ 2 กำไรจริงน้อยกว่าที่ประมาณการ (จ่ายเกิน ขอคืนได้) สมมติกำไรสุทธิทั้งปีจริง = 500,000 บาท รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีเต็มปีจริง 500,000 × 20% 100,000 บาท หักภาษีจ่ายล่วงหน้า (ครึ่งปี) 120,000 บาท ภาษีที่จ่ายเกิน (ขอคืนได้) 120,000 – 100,000 20,000 บาท Journal Entry ตอนปิดงบ รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ภาษีเงินได้นิติบุคคล 100,000 ลูกหนี้กรมสรรพากร 20,000 ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า 120,000 ยอด 20,000 บาท ใน ลูกหนี้กรมสรรพากร คือส่วนที่จ่ายเกิน สามารถยื่นขอคืนพร้อม ภ.ง.ด.50 หรือเลือกเครดิตไว้หักกับภาษีปีถัดไป ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการบันทึกบัญชีภาษีครึ่งปี นักบัญชีที่เพิ่งเริ่มดูแลงบ SME มักเจอปัญหาเหล่านี้ สรุป: บันทึกถูกตั้งแต่ครึ่งปี ปิดงบสิ้นปีไม่ต้องแก้ย้อน การบันทึกภาษีครึ่งปีให้ถูกตั้งแต่วันจ่าย ช่วยให้งบแสดงตัวเลขที่แท้จริงตลอดทั้งปี ไม่ต้องมานั่งปรับปรุงรายการตอนปิดงบ หลักง่ายๆ คือ จัดการบัญชีและภาษีให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วย SME จัดการเอกสาร รายรับ-รายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการบันทึกบัญชีภาษีครึ่งปี ภาษีครึ่งปีจ่ายแล้ว ได้เงินคืนไหม ได้ ถ้ากำไรสุทธิทั้งปีจริงน้อยกว่าที่ประมาณการไว้ตอนยื่นครึ่งปี ภาษีส่วนที่จ่ายเกินยื่นขอคืนพร้อมแบบ ภ.ง.ด.50 ได้ หรือจะเลือกเครดิตไว้หักกับภาษีปีถัดไปก็ได้ ต้องบันทึกบัญชีภาษีครึ่งปีทุกครั้งที่จ่ายหรือไม่ ต้องบันทึกทุกครั้ง หลักบัญชีกำหนดให้รับรู้รายการเมื่อเกิดขึ้น ถ้าไม่บันทึก งบจะแสดงเงินสดสูงเกินจริง และไม่เห็นยอดภาษีจ่ายล่วงหน้าที่ควรเป็นสินทรัพย์ ภาษีจ่ายล่วงหน้ากับภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย ต่างกันยังไง ต่างกันที่ ใครเป็นคนจ่าย ภาษีจ่ายล่วงหน้าคือกิจการจ่ายเอง เช่น จ่าย ภ.ง.ด.51 ส่วนภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายคือลูกค้าหักไว้ก่อนจ่ายเงินให้เรา เช่น หัก 3% ก่อนจ่ายค่าบริการ ทั้งสองนำไปหักภาษีเต็มปีได้ แต่ต้องแยกบัญชีกัน ถ้าประมาณการกำไรครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ขาดไปเกิน 25% จะเป็นอย่างไร ถ้ากำไรสุทธิจริงทั้งปีเกินกว่าที่ประมาณการไว้เกิน 25% กิจการต้องเสียเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่ชำระขาด การบันทึกบัญชีส่วนเงินเพิ่ม ให้ Dr. เงินเพิ่มภาษี (ค่าใช้จ่าย) / Cr. เงินสด ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

14 min

เช็คภาษีออนไลน์ วิธีตรวจสอบสถานะภาษีครบทุกประเภท สำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการหลายคนจ่ายภาษีครบทุกเดือน แต่ไม่เคยเช็คว่ายื่นครบหรือยัง สถานะเงินคืนไปถึงไหนแล้ว หรือมียอดค้างชำระซ่อนอยู่หรือเปล่า เช็คภาษีคืออะไร ทำไมผู้ประกอบการต้องตรวจสอบสถานะภาษีเป็นประจำ เช็คภาษี คือการตรวจสอบว่าเรายื่นแบบภาษีครบถ้วน ชำระภาษีตรงเวลา และมีสถานะคืนเงินภาษีอย่างไรบ้าง ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบภาษีเป็นประจำช่วยป้องกันปัญหาที่ผู้ประกอบการหลายคนเจอ เช่น ลืมยื่นแบบจนโดนเบี้ยปรับ ยื่นซ้ำซ้อน หรือไม่รู้ว่ามีเงินคืนภาษีรอรับ ยิ่งทำธุรกิจที่ต้องจัดการภาษีหลายประเภท ยิ่งต้องเช็คสม่ำเสมอ ใครบ้างที่ต้องเช็คภาษี วิธีเช็คภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออนไลน์ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่คนทำงานและฟรีแลนซ์ทุกคนต้องยื่น โดยสามารถเช็คสถานะได้ 2 ช่องทางหลัก (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความเช็คภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของ PEAK) เช็คผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร เป็นช่องทางหลักสำหรับยื่นและเช็คภาษีออนไลน์ ขั้นตอนมีดังนี้ เช็คผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax แอป RD Smart Tax ของกรมสรรพากรใช้งานผ่านมือถือได้ทั้ง iOS และ Android ทำให้เช็คสถานะภาษีได้ทุกที่ เมื่อล็อกอินแล้วจะเห็นข้อมูลการยื่นแบบ สถานะคืนภาษี และรายละเอียดภาษีที่เกี่ยวข้องกับเลขบัตรประชาชนของเรา เช็คสถานะคืนภาษี (ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91) หลังยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ทางออนไลน์ เช็คสถานะเงินคืนได้ที่ระบบ e-Filing เมนู “สอบถามข้อมูลคืนภาษี” โดยทั่วไปกรมสรรพากรจะคืนเงินภาษีภายใน 3 เดือนสำหรับการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านบัญชีธนาคารพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน ตรวจสอบสถานะคืนภาษีได้ที่ระบบสอบถามข้อมูลการคืนภาษี วิธีเช็คภาษีเงินได้นิติบุคคลออนไลน์ สำหรับเจ้าของกิจการที่จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วน ต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล 2 ครั้งต่อปี และสามารถเช็คสถานะการยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้เช่นกัน เช็คการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 เข้าระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของนิติบุคคล แล้วเลือกเมนู “สอบถามข้อมูลการยื่นแบบ” เพื่อดูว่ายื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ไปแล้วหรือยัง กำหนดยื่นภาษีนิติบุคคลที่ต้องรู้ แบบภาษี คำอธิบาย กำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ภายใน 150 วันหลังวันสิ้นรอบบัญชี ภ.ง.ด.51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้ขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน วิธีเช็คภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ออนไลน์ ธุรกิจที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน ไม่ว่าเดือนนั้นจะมียอดขายหรือไม่ก็ตาม เช็คสถานะจดทะเบียน VAT ผู้ประกอบการสามารถเช็คว่ากิจการจดทะเบียน VAT แล้วหรือยังผ่านระบบค้นหาผู้จดทะเบียน VAT โดยกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ระบบจะแสดงข้อมูลชื่อกิจการ ที่อยู่ และวันที่จดทะเบียน ร้านค้าไหนที่ยอดขายถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT ไม่ว่าจะขายหน้าร้านหรือออนไลน์ เช็คยอด VAT ที่ต้องชำระ เข้าระบบ e-Filing แล้วดูประวัติการยื่นแบบ ภ.พ.30 จะเห็นยอดภาษีขาย ภาษีซื้อ และยอดที่ต้องชำระหรือขอคืนในแต่ละเดือน ภาษีซื้อ คือ VAT ที่เราจ่ายตอนซื้อของเข้ากิจการ ส่วนภาษีขาย คือ VAT ที่เราเก็บจากลูกค้า ถ้าภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ต้องนำส่งส่วนต่างให้กรมสรรพากร แต่ถ้าภาษีซื้อมากกว่าก็ขอคืนหรือยกไปเดือนถัดไปได้ วิธีเช็คภาษีหัก ณ ที่จ่ายออนไลน์ ทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้างหรือค่าบริการให้ใครสักคน ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วนำส่งกรมสรรพากร ถ้าเป็นเจ้าของกิจการที่จ้างฟรีแลนซ์หรือจ่ายค่าบริการบ่อย ต้องเช็คว่ายื่นแบบครบทุกเดือนหรือยัง เช็คการยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 เข้าระบบ e-Filing แล้วดูประวัติการยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 กำหนดยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปที่จ่ายเงิน ถ้ายื่นออนไลน์จะได้ขยายถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นเลยกำหนดจะมีเบี้ยปรับ 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องนำส่ง วิธีเช็คภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออนไลน์ ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินหรืออาคารต้องชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี อัตราภาษีแตกต่างตามประเภทการใช้งาน เช่น ที่อยู่อาศัย เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือที่ดินว่างเปล่า เช็คยอดภาษีที่ต้องจ่ายได้ที่สำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ บาง อปท. เปิดให้เช็คออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของตนเอง PEAK มีบทความอธิบายรายละเอียดเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้แล้ว สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ วิธีเช็คภาษีรถยนต์ออนไลน์ ภาษีรถยนต์ต้องต่อทุกปีก่อนวันหมดอายุ หากเลยกำหนดจะมีค่าปรับ 1% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย สามารถเช็คค่าภาษีรถที่ต้องจ่ายและต่อภาษีออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ กรมการขนส่งทางบก (eservice.dlt.go.th) โดยกรอกเลขทะเบียนรถ ระบบจะแสดงยอดภาษีรถและ พ.ร.บ. ที่ต้องชำระ รวมช่องทางเช็คภาษีออนไลน์ทุกประเภท ตารางด้านล่างสรุปภาษีแต่ละประเภทว่าเช็คที่ไหนและยื่นเมื่อไร ช่วยให้ดูภาพรวมได้ง่ายขึ้น ประเภทภาษี ช่องทางเช็คออนไลน์ กำหนดยื่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา e-Filing / RD Smart Tax ม.ค. – มี.ค. ของปีถัดไป ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ปี) e-Filing 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ครึ่งปี) e-Filing 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรก ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) e-Filing ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย e-Filing ทุกเดือน ภายในวันที่ 7 (ออนไลน์ วันที่ 15) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เว็บไซต์ อปท. / สำนักงานเขต ภายในเดือน มิ.ย. ภาษีรถยนต์ eservice.dlt.go.th ก่อนวันหมดอายุ PEAK ช่วยเช็คและจัดการภาษีให้ธุรกิจคุณอย่างไร การเช็คภาษีหลายประเภททุกเดือนอาจดูซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อต้องจัดการทั้ง VAT หัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคลพร้อมกัน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ใช้ AI ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบัญชีและภาษีก่อนยื่นแบบ ลดโอกาสผิดพลาดที่อาจนำไปสู่เบี้ยปรับ PEAK คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้อัตโนมัติเมื่อบันทึกรายจ่าย ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ได้ทันที และสรุปยอด VAT ภาษีซื้อ-ภาษีขายให้ครบ พร้อมออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ผู้ประกอบการมั่นใจก่อนยื่นแบบ ไม่ต้องกลัวว่าจะยื่นผิดพลาด สรุป เช็คภาษีออนไลน์ ครบทุกประเภท สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทำเป็นประจำ จัดการภาษีธุรกิจให้ง่ายขึ้นด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่มี AI ช่วยตรวจสอบความถูกต้อง คำนวณภาษีอัตโนมัติ และออกเอกสารภาษีให้ครบ ทั้ง VAT หัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคล ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการเช็คภาษี เช็คภาษีออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงไหม ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรเปิดให้เช็คข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่บางช่วงที่ใกล้กำหนดยื่นแบบ (เช่น ปลายเดือนมีนาคม) ระบบอาจช้ากว่าปกติเพราะมีผู้ใช้งานจำนวนมาก แนะนำให้เช็คในช่วงที่ไม่ใช่เวลาเร่งด่วน เช็คภาษีค้างชำระแล้วพบว่าค้างอยู่ ต้องทำอย่างไร ควรชำระให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด เพราะภาษีที่ค้างจะมีเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ต้องชำระ ถ้าค้างนานหลายเดือน ยอดเงินเพิ่มจะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ สามารถชำระผ่านระบบ e-Filing หรือที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ได้ ฟรีแลนซ์ต้องเช็คภาษีอะไรบ้าง ฟรีแลนซ์ควรเช็ค 2 เรื่องหลัก คือ หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ได้รับจากผู้จ้างว่าครบทุกรายการหรือไม่ และสถานะการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ประจำปี ถ้าผู้จ้างหักภาษีไว้เกินกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง ฟรีแลนซ์มีสิทธิ์ขอคืนภาษีได้ เช็คภาษีย้อนหลังได้กี่ปี ผ่านระบบ e-Filing สามารถดูประวัติการยื่นแบบย้อนหลังได้หลายปี ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่กรมสรรพากรจัดเก็บไว้ในระบบ ส่วนกรมสรรพากรมีอำนาจตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้สูงสุด 5 ปี หรือ 10 ปีในกรณีที่สงสัยว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

17 min

ประเภทเงินได้หัก ณ ที่จ่าย มาตรา 40 หักผิดแก้ยังไง

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ไม่ได้มีอัตราเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเงินที่จ่ายไปเป็น “เงินได้ประเภทไหน” ตามมาตรา 40 ของประมวลรัษฎากร ถ้าเลือกประเภทผิด อัตราภาษีที่หักก็ผิดตาม แบบที่ยื่นก็ผิด อาจโดนเบี้ยปรับจากกรมสรรพากรได้ สำหรับอัตราหัก ณ ที่จ่ายแต่ละประเภทและวิธีคำนวณแบบละเอียด อ่านเพิ่มได้ที่ คู่มือภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเจ้าของกิจการ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคืออะไร? ทำไมต้องแยกประเภทเงินได้ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคือภาษีที่ผู้จ่ายเงินต้องหักไว้จากผู้รับก่อนจ่ายจริง แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทน อัตราภาษีและแบบที่ต้องยื่นขึ้นอยู่กับว่าเงินที่จ่ายจัดเป็น “เงินได้ประเภทไหน” ตามมาตรา 40 เงินได้ต่างประเภทมีอัตราหักต่างกัน ใช้แบบภาษีต่างกัน ถ้าเลือกผิดตั้งแต่ต้นทาง ผลกระทบจะลามไปทั้งผู้จ่ายและผู้รับเงิน ประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 ที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ประมวลรัษฎากรแบ่งเงินได้พึงประเมินเป็น 8 ประเภท ตามมาตรา 40(1) ถึง 40(8) แต่ละประเภทมีอัตราหักและแบบยื่นต่างกัน ด้านล่างสรุปเฉพาะที่เจ้าของกิจการ SME เจอบ่อย สำหรับรายละเอียดเงินได้พึงประเมินทั้ง 8 ประเภท อ่านเพิ่มที่ เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท คืออะไร เงินได้ 40(1)-(2): เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ค่านายหน้า เงินได้ประเภทที่ 1 (มาตรา 40(1)) คือเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ที่ได้จากการเป็นลูกจ้าง ส่วนประเภทที่ 2 (มาตรา 40(2)) คือค่าตอบแทนจากหน้าที่หรือตำแหน่ง เช่น ค่านายหน้า เบี้ยประชุม ผู้จ่ายต้องหักภาษีตามอัตราก้าวหน้า (5%-35%) แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 (แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายพนักงาน) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป เงินได้ 40(3): ค่า goodwill ค่าลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เงินได้ประเภทที่ 3 (มาตรา 40(3)) คือค่าตอบแทนจากลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า หรือค่า goodwill ถ้าจ่ายให้บุคคลธรรมดา หัก 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบุคคลธรรมดา) ถ้าจ่ายให้นิติบุคคล หัก 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท) จุดสับสน: ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มักถูกหักเป็น 40(8) ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะค่าลิขสิทธิ์เป็น 40(3) โดยเฉพาะ เงินได้ 40(6): วิชาชีพอิสระ 6 สาขา เงินได้ประเภทที่ 6 (มาตรา 40(6)) คือรายได้จากวิชาชีพอิสระ 6 สาขา ได้แก่ แพทย์ ทนายความ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ประณีตศิลปกรรม จ่ายให้บุคคลธรรมดาหัก 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 จุดสับสน: ค่าที่ปรึกษาที่จ่ายให้ทนายความหรือนักบัญชีอิสระเป็นเงินได้ประเภทที่ 6 ไม่ใช่ประเภทที่ 2 หรือ 8 เงินได้ 40(7)-(8): รับเหมา จ้างทำของ ค่าบริการอื่นๆ เงินได้ประเภทที่ 7 (มาตรา 40(7)) คือค่ารับเหมาที่ผู้รับจัดหาวัสดุสำคัญด้วย ส่วนประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) คือเงินได้อื่นๆ ที่ไม่เข้าประเภท 1-7 เช่น ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ รายได้จากฟรีแลนซ์ ปกติหัก 3% นี่คือจุดที่หักผิดประเภทบ่อยที่สุด เพราะหลายคนแยกไม่ออกว่าค่าบริการที่จ่ายไปควรเป็น 40(2) 40(7) หรือ 40(8) ซึ่งส่งผลต่อแบบภาษีที่ใช้ยื่นด้วย ตาราง Mapping ประเภทเงินได้ อัตราหัก และแบบ ภ.ง.ด. ตารางนี้ช่วยให้เช็คได้ทันทีว่าเงินที่จ่ายไปเป็นประเภทอะไร ต้องหักเท่าไร ใช้แบบอะไรยื่น (อ้างอิง คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 — ดูรายละเอียดที่ กรมสรรพากร) ประเภทเงินได้ ตัวอย่าง อัตราหัก (บุคคลธรรมดา) อัตราหัก (นิติบุคคล) แบบที่ยื่น 40(1) เงินเดือน เงินเดือน โบนัส อัตราก้าวหน้า 5%-35% — ภ.ง.ด.1 40(2) ค่าตอบแทน ค่านายหน้า เบี้ยประชุม อัตราก้าวหน้า 5%-35% — ภ.ง.ด.1 40(3) ค่าลิขสิทธิ์ ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ 3% 3% ภ.ง.ด.3 / 53 40(4) ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยเงินกู้ 15% 1% ภ.ง.ด.2 / 53 40(4) เงินปันผล เงินปันผล 10% 10% ภ.ง.ด.2 / 53 40(5) ค่าเช่า ค่าเช่าสำนักงาน 5% 5% ภ.ง.ด.3 / 53 40(6) วิชาชีพอิสระ ค่าทนายความ นักบัญชี 3% 3% ภ.ง.ด.3 / 53 40(7) รับเหมา รับเหมาก่อสร้าง 3% 3% ภ.ง.ด.3 / 53 40(8) อื่นๆ ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ 3% 3% ภ.ง.ด.3 / 53 หมายเหตุ: อัตราหักอาจมีข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงหรือมาตรการพิเศษ ควรเช็คจาก กรมสรรพากร เพื่อความแน่ใจ (ข้อมูลอัปเดตปี 2569) โดนหัก ณ ที่จ่ายผิดประเภทเงินได้ เกิดจากอะไร? ปัญหานี้เกิดบ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะกิจการที่ไม่มีนักบัญชีประจำ สาเหตุที่พบมากที่สุดมีดังนี้ สาเหตุที่พบบ่อย ตัวอย่าง Case จริงที่พบบ่อย Case 1: ค่าที่ปรึกษา บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ้างนักบัญชีอิสระมาเป็นที่ปรึกษา จ่ายค่าตอบแทน 50,000 บาท หักภาษี 3% เป็นเงิน 1,500 บาท แล้วระบุประเภทเงินได้เป็น 40(8) ลงในแบบ ภ.ง.ด.3 ผิดตรงไหน: นักบัญชีเป็นวิชาชีพอิสระ ต้องระบุเป็น 40(6) แม้อัตราหักจะเท่ากัน (3%) แต่ประเภทที่ระบุผิดจะกระทบการยื่นภาษีประจำปีของผู้รับเงิน Case 2: ฟรีแลนซ์ออกแบบ ร้านค้าออนไลน์จ้างกราฟิกดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์ออกแบบโลโก้ 15,000 บาท แล้วหักภาษีตามอัตราก้าวหน้าแบบเงินเดือน (40(1)) แทนที่จะหัก 3% ตาม 40(8) ผิดตรงไหน: ฟรีแลนซ์ไม่ใช่ลูกจ้างประจำ เงินที่จ่ายเป็นค่าจ้างทำของ ต้องใช้ 40(8) หัก 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 วิธีแก้ไขเมื่อหัก ณ ที่จ่ายผิดประเภทเงินได้ ถ้าหักผิดแล้วอย่าปล่อยไว้ เพราะยิ่งทิ้งนานยิ่งแก้ยาก และอาจโดนเงินเพิ่มสะสม วิธีแก้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นฝั่งผู้จ่ายหรือผู้รับ ฝั่งผู้จ่ายเงิน (ผู้หัก) — ยื่นแบบเพิ่มเติม ขั้นตอนแก้ไขสำหรับผู้จ่ายเงินที่หักผิดประเภท หมายเหตุ: ถ้ายื่นเพิ่มเติมก่อนที่กรมสรรพากรจะตรวจพบ อาจเสียเฉพาะเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่นำส่งขาด โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ฝั่งผู้รับเงิน (ผู้ถูกหัก) — แจ้งผู้จ่ายแก้ไข ถ้าคุณเป็นฝั่งที่ถูกหักภาษีผิดประเภท ให้ทำตามขั้นตอนนี้ ถ้าผู้จ่ายไม่แก้ไขให้ ผู้ถูกหักสามารถยื่นภาษีตามประเภทเงินได้ที่ถูกต้องได้ พร้อมแนบหลักฐานประกอบ เช่น สัญญาจ้าง ใบแจ้งหนี้ กรณีข้ามปีภาษี — ต้องทำอย่างไร ถ้าพบว่าหักผิดประเภทหลังจากยื่นแบบสรุปรายปีไปแล้ว ขั้นตอนจะซับซ้อนขึ้น ข้อแนะนำ: กรณีข้ามปีภาษีที่ซับซ้อน ควรปรึกษานักบัญชีหรือสรรพากรในพื้นที่โดยตรง ผลกระทบถ้าไม่แก้ไข — เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ถ้าหักผิดประเภทแล้วปล่อยไว้ อาจเจอผลกระทบหลายด้าน (อ้างอิง ประมวลรัษฎากร มาตรา 26-27 — ดูรายละเอียดที่ กรมสรรพากร) ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญภาษีก่อนตัดสินใจเสมอ วิธีป้องกันไม่ให้หัก ณ ที่จ่ายผิดประเภทเงินได้ ป้องกันง่ายกว่าแก้ไข เช็คลิสต์ 4 ข้อนี้ช่วยลดความผิดพลาดได้ สรุป: เช็คประเภทเงินได้ก่อนหัก ลดปัญหาภาษีตั้งแต่ต้นทาง ทุกครั้งที่จ่ายเงินและต้องหัก ณ ที่จ่าย ให้เช็ค 3 อย่าง ได้แก่ ลักษณะงานที่จ้าง สถานะผู้รับเงิน (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) และตาราง mapping ประเภทเงินได้ ถ้าหักผิดแล้วให้รีบยื่นเพิ่มเติมก่อนที่สรรพากรจะตรวจพบ จะช่วยลดเบี้ยปรับได้ จัดการหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายได้ถูกต้อง ระบบจะแนะนำประเภทเงินได้ อัตราหัก และคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ พร้อมสร้างแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ที่ยื่นได้ทันที ใช้ PEAK Board ดูภาพรวมภาษีแบบ Real-Time ดูฟังก์ชันทั้งหมดหรือเปรียบเทียบแพ็กเกจและราคา ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับประเภทเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ค่าจ้างเหมาบริการเป็นเงินได้ประเภทใด? ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ถ้าผู้รับจ้างจัดหาวัสดุสำคัญเองด้วย จัดเป็น 40(7) รับเหมา แต่ถ้าเป็นค่าจ้างทำของที่ใช้แรงงานหรือฝีมือเป็นหลัก จัดเป็น 40(8) ทั้งสองประเภทปกติหัก 3% เหมือนกัน แต่ฝั่งผู้รับจะหักค่าใช้จ่ายได้ต่างกันตอนยื่นภาษีประจำปี หักผิดประเภทแต่อัตราเท่ากัน ต้องแก้ไหม? ควรแก้ แม้อัตราหักจะเท่ากัน (เช่น 40(6) กับ 40(8) หัก 3% เท่ากัน) แต่ประเภทเงินได้ที่ระบุไปจะกระทบการคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้รับเงินตอนยื่นภาษีประจำปี เงินได้แต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน เงินรางวัลจากการส่งเสริมการขายเป็นเงินได้ประเภทไหน? เงินรางวัลส่งเสริมการขาย เช่น รางวัลจากการชิงโชค จัดเป็นเงินได้ 40(8) ต้องหัก ณ ที่จ่าย 5% ไม่ใช่ 3% อย่างค่าจ้างทำของทั่วไป ดูรายละเอียดเพิ่มที่ เงินรางวัลหัก ณ ที่จ่ายอย่างไร ผู้รับเงินมีสิทธิ์ปฏิเสธถ้าผู้จ่ายหักผิดประเภทหรือเปล่า? ผู้รับเงินไม่สามารถปฏิเสธการถูกหักภาษีได้ แต่มีสิทธิ์แจ้งผู้จ่ายว่าระบุประเภทผิด และขอให้ออก 50 ทวิ ฉบับใหม่ที่ถูกต้อง หากตกลงกันไม่ได้ ผู้รับเงินสามารถยื่นภาษีตามประเภทที่ถูกต้อง พร้อมแนบหลักฐานสัญญาจ้างประกอบ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

12 min

หัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับธุรกิจบริการ จัดการยังไงให้ครบจบ

ส่งมอบงานเสร็จ วางบิล 100,000 บาท แต่ได้รับเงินแค่ 97,000 บาท เพราะลูกค้าหักภาษี 3% ไว้ 3,000 บาท ผู้ประกอบการธุรกิจบริการเจอแบบนี้ทุกครั้งที่รับงาน คำถามคือ คำนวณยังไงให้ถูก แล้วจะเอาเงินภาษีกลับคืนมาได้อย่างไร ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% คืออะไร ทำไมธุรกิจบริการต้องถูกหัก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% คือภาษีที่ลูกค้าหักจากค่าบริการก่อนจ่ายเงินให้คุณ แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทน พูดง่ายๆ คือ “จ่ายภาษีล่วงหน้า” ที่ถูกเก็บไว้ทุกครั้งที่คุณรับค่าบริการตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ใครเป็นผู้หัก และใครเป็นผู้ถูกหัก ฝ่ายที่เกี่ยวข้องมี 2 ฝ่าย ค่าบริการอะไรบ้างที่โดนหัก ณ ที่จ่าย 3% ค่าบริการส่วนใหญ่ที่นิติบุคคลจ่ายให้ผู้ให้บริการ จะถูกหัก 3% ทุกครั้งที่จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ดูอัตราภาษีแต่ละประเภทฉบับเต็มได้ในบทความอัตราภาษี ตัวอย่างธุรกิจบริการที่ถูกหัก 3% ประเภทค่าบริการ ตัวอย่างธุรกิจ อัตราหัก ค่าบริการทั่วไป ที่ปรึกษา, ออกแบบ, สำนักงานบัญชี 3% ค่าจ้างทำของ รับเขียนโปรแกรม, ผลิตสื่อ, ซ่อมบำรุง 3% ค่าโฆษณา เอเจนซีโฆษณา, ผู้รับจ้างทำการตลาด 2% ค่าเช่าทรัพย์สิน ค่าเช่าสำนักงาน, เช่าอุปกรณ์ 5% ค่าขนส่ง บริษัทขนส่ง, ไรเดอร์ 1% “ค่าบริการ” กับ “ค่าจ้างทำของ” หัก 3% เท่ากัน แต่ค่าเช่าและค่าขนส่งอัตราต่างกัน ถ้ามีรายได้หลายประเภทปนกัน ต้องแยกให้ชัดในใบแจ้งหนี้ คำนวณหัก ณ ที่จ่าย 3% อย่างไร พร้อมตัวอย่าง หลักสำคัญคือ หัก ณ ที่จ่ายคิดจากยอดค่าบริการก่อนบวก VAT เสมอ ไม่ใช่คิดจากยอดรวม VAT ตรงนี้คือจุดที่ SME สับสนกันมากที่สุด กรณีแยก VAT ชัดเจน (แนะนำ) สมมติบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ให้ลูกค้า ค่าบริการ 50,000 บาท ยังไม่รวม VAT รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ค่าบริการ 50,000 บาท VAT 7% 50,000 × 7% 3,500 บาท ยอดรวม 50,000 + 3,500 53,500 บาท หัก ณ ที่จ่าย 3% 50,000 × 3% 1,500 บาท ลูกค้าจ่ายจริง 53,500 – 1,500 52,000 บาท บริษัท ก ได้รับเงิน 52,000 บาท พร้อมใบ 50 ทวิ ยืนยันว่าถูกหักภาษีไว้ 1,500 บาท ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และวิธีรับมือ ลูกค้าหลายรายเอา VAT มารวมก่อนแล้วค่อยคิด 3% ซึ่งผิดวิธีและทำให้ถูกหักภาษีเกินจริง วิธี ยอดที่ใช้คิด 3% ภาษีหัก ถูกต้อง? คิดจากค่าบริการก่อน VAT 50,000 1,500 ถูก คิดจากยอดรวม VAT 53,500 1,605 ผิด (หักเกิน 105 บาท) ดูเผินๆ ต่างกันแค่ 105 บาท แต่ถ้าออกบิลเดือนละ 10 ครั้ง ปีหนึ่งหักเกินไป 12,600 บาท ผู้ประกอบการที่ไม่ตรวจก็เสียเงินโดยไม่รู้ตัว วิธีป้องกัน: ออก Invoice ระบุแยกบรรทัดให้ชัดเจน ค่าบริการ, VAT, หัก ณ ที่จ่าย, ยอดจ่ายสุทธิ แบบนี้ลูกค้าคำนวณถูกตั้งแต่แรก ไม่ต้องตามแก้ใบ 50 ทวิ ทีหลัง ถ้าเจอลูกค้าคำนวณผิดอยู่ แจ้งให้แก้ไขก่อนลงบัญชี เมื่อถูกหัก 3% แล้ว ธุรกิจบริการต้องทำอะไรบ้าง ทุกครั้งที่ได้รับเงินแล้วถูกหักภาษีไว้ ให้ทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ ตัวอย่างบันทึกบัญชีเมื่อได้รับเงิน 52,000 บาท (ค่าบริการ 50,000 + VAT 3,500 – หัก ณ ที่จ่าย 1,500) รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินสด/ธนาคาร 52,000 ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย (ลูกหนี้สรรพากร) 1,500 รายได้ค่าบริการ 50,000 ภาษีขาย (VAT) 3,500 ขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทำได้อย่างไร ภาษีที่ถูกหักไว้ทั้งปี นำไปใช้ได้ 2 ทาง นำไปหักจากภาษีเงินได้ประจำปี วิธีที่ใช้กันมากที่สุดคือนำยอดภาษีถูกหักทั้งปีไปเป็น “เครดิตภาษี” ตอนยื่นภาษีประจำปี ถ้ายอดที่ถูกหักมากกว่าภาษีจริง ส่วนต่างก็รับคืนได้ ผู้ยื่น แบบภาษีประจำปี กำหนดยื่น บุคคลธรรมดา (ฟรีแลนซ์) ภ.ง.ด.90 ม.ค.-มี.ค. ของปีถัดไป นิติบุคคล (บริษัท) ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี ตัวอย่างการขอคืน สมมติบริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) เป็นสำนักงานบัญชี รายได้ค่าบริการทั้งปี 2,000,000 บาท ถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% ทุกครั้ง ขั้นที่ 1 ภาษีที่ถูกหักทั้งปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน รายได้ทั้งปี 2,000,000 บาท ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 2,000,000 × 3% 60,000 บาท ขั้นที่ 2 ภาษีที่ต้องจ่ายจริง รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน กำไรสุทธิ (รายได้หักค่าใช้จ่าย) 2,000,000 – 1,400,000 600,000 บาท กำไร 300,000 แรก (SME ทุนจดทะเบียน ≤5 ล้าน + รายได้ ≤30 ล้าน) ยกเว้น 0 บาท กำไร 300,001-600,000 300,000 × 15% 45,000 บาท ภาษีนิติบุคคลที่ต้องจ่ายจริง 45,000 บาท ขั้นที่ 3 ผลลัพธ์ รายการ จำนวนเงิน ภาษีถูกหักทั้งปี 60,000 บาท ภาษีจริง 45,000 บาท ขอคืนได้ 15,000 บาท ภาษีที่ถูกหักเกิน 15,000 บาท ยื่นรับคืนจากกรมสรรพากรได้ โดยแนบหนังสือรับรองฯ ครบทุกใบ ยื่นผ่านระบบ e-Filing หรือยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ จัดการ Cash Flow อย่างไร เมื่อถูกหัก 3% ทุกครั้ง ถูกหัก 3% ทุกรายการอาจฟังดูไม่เยอะ แต่ถ้ารายได้ปีละ 2 ล้านบาท คุณโดนหักไว้ 60,000 บาท ก่อนที่จะได้คืน นั่นคือเงินสดที่หายไปจากระบบชั่วคราว ผู้ประกอบการที่วางแผนดีจะจัดการเรื่องนี้ได้โดยไม่กระทบธุรกิจ บันทึกบัญชีภาษีถูกหักด้วย PEAK ได้อย่างไร PEAK ช่วยให้คุณบันทึกภาษีถูกหักได้ตั้งแต่ขั้นตอนออก Invoice แค่คลิกระบุว่า “ถูกหัก ณ ที่จ่าย” ระบบคำนวณยอดให้อัตโนมัติ ยอดภาษีถูกหักทั้งปีรวมอยู่ในรายงานเดียว พร้อมส่งต่อนักบัญชี ดูวิธีบันทึกใน PEAK สรุป: ธุรกิจบริการถูกหัก 3% จัดการได้ไม่ยาก พร้อมยกระดับการจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่าย? ลองใช้ PEAK PEAK ช่วยบันทึกภาษีถูกหักได้อัตโนมัติ ออกเอกสารครบ รวบรวมรายงานพร้อมยื่น ไม่ต้องตามเอกสารตอนปลายปี ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน ลูกค้าไม่ยอมหัก ณ ที่จ่ายให้ ทำอย่างไร ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ไม่ถูกหักก็ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคล กฎหมายบังคับให้หักทุกครั้งที่จ่ายถึงเกณฑ์ ฟรีแลนซ์รับงานแล้วโดนหัก 3% ขอคืนได้ไหม ได้ นำยอดภาษีที่ถูกหักไปเป็นเครดิตตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ช่วง ม.ค.-มี.ค. ของปีถัดไป ถ้าถูกหักมากกว่าภาษีจริง ส่วนต่างรับคืนเป็นเงินสดได้ สิ่งสำคัญคือเก็บหนังสือรับรองฯ ครบทุกใบ ดูวิธีคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา ธุรกิจบริการประเภทไหนที่ไม่ต้องถูกหัก ณ ที่จ่าย กรณีไม่ต้องถูกหักมีจำกัด เช่น จ่ายต่อครั้งไม่ถึง 1,000 บาท หรือผู้จ่ายเป็นบุคคลธรรมดา แต่ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคลและจ่ายถึงเกณฑ์ ต้องหักทุกครั้งไม่มีข้อยกเว้น ถ้าใบ 50 ทวิ ระบุข้อมูลผิด ต้องทำอย่างไร ต้องแจ้งลูกค้า (ผู้หัก) ให้ออกฉบับใหม่ที่ถูกต้องทันที ห้ามแก้ไขเอง เพราะหนังสือรับรองฯ ที่มีข้อมูลผิดจะทำให้ถูกสรรพากรปฏิเสธเมื่อยื่นภาษีประจำปี

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

11 min

ค่าเช่าธุรกิจ เช่ารถ เช่าออฟฟิศ ภาษีที่ SME ต้องรู้ พร้อมวิธีบันทึกบัญชี

SME หลายรายเช่าออฟฟิศและเช่ารถเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ทุกเดือน แต่เรื่องภาษีค่าเช่ากลับมีรายละเอียดที่หลายคนมองข้าม เช่น ค่าเช่าออฟฟิศไม่มี VAT แต่เช่ารถมี VAT หรือเช่ารถกับลีสซิ่งหักภาษีต่างกัน ค่าเช่าธุรกิจ หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราเท่าไร เมื่อบริษัทจ่ายค่าเช่าให้ผู้ให้เช่า ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ก่อนแล้วนำส่งกรมสรรพากร อัตราหักขึ้นอยู่กับประเภทค่าเช่าและสถานะผู้รับเงิน ประเภทค่าเช่า อัตราหัก ณ ที่จ่าย หมายเหตุ เช่าอสังหาริมทรัพย์ (ออฟฟิศ คลังสินค้า ที่ดิน) 5% หักจากค่าเช่าก่อน VAT เช่ารถยนต์/ยานพาหนะ 5% หักจากค่าเช่าก่อน VAT ลีสซิ่งรถยนต์ 3% (ค่าบริการ) ดูรายละเอียดในหัวข้อเช่ารถ vs ลีสซิ่ง เช่า Co-working Space 5% (ถ้าเป็นค่าเช่าพื้นที่) หรือ 3% (ถ้าเป็นค่าบริการ) ขึ้นอยู่กับสัญญา อัตราข้างต้นใช้กรณีจ่ายให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล รายละเอียดอัตราครบทุกประเภทอ่านเพิ่มที่คู่มือภาษีหัก ณ ที่จ่ายของ PEAK เช่าออฟฟิศ กับ Co-working Space ภาษีต่างกันตรงไหน เช่าออฟฟิศแบบสัญญาเช่า ค่าเช่าออฟฟิศถือเป็นค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ หักภาษี ณ ที่จ่าย 5% และค่าเช่าอสังหาฯ ได้รับยกเว้น VAT ดังนั้นผู้เช่าไม่มีภาษีซื้อจากค่าเช่าออฟฟิศ แต่ยังนำค่าเช่าไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีนิติบุคคลได้เต็มจำนวน ตัวอย่าง: บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) เช่าออฟฟิศเดือนละ 30,000 บาท รายการ จำนวนเงิน ค่าเช่า 30,000 บาท VAT ไม่มี (ยกเว้น) หัก ณ ที่จ่าย 5% 1,500 บาท จ่ายจริง 28,500 บาท ออก50 ทวิให้ผู้ให้เช่า 1,500 บาท Co-working Space Co-working Space ส่วนใหญ่เป็น “สัญญาบริการ” ไม่ใช่ “สัญญาเช่า” ดังนั้นมี VAT 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3% ไม่ใช่ 5% วิธีตรวจสอบง่ายๆ คือดูสัญญาว่าเขียนว่า “ค่าเช่า” หรือ “ค่าบริการ” ถ้าเขียนว่าค่าเช่า ก็หัก 5% และไม่มี VAT เหมือนออฟฟิศทั่วไป ถ้าเขียนว่าค่าบริการ หัก 3% และมี VAT 7% ตัวอย่าง: บริษัท ก จำกัด ใช้ Co-working Space เดือนละ 15,000 บาท สัญญาระบุเป็น “ค่าบริการ” รายการ จำนวนเงิน ค่าบริการ 15,000 บาท VAT 7% 1,050 บาท หัก ณ ที่จ่าย 3% 450 บาท จ่ายจริง 15,600 บาท (15,000 + 1,050 – 450) ข้อดีของ Co-working ที่เป็นค่าบริการ คือมีภาษีซื้อ 1,050 บาท นำไปหักภาษีขายได้ ต่างจากค่าเช่าออฟฟิศที่ไม่มี VAT เช่ารถ vs ลีสซิ่ง vs ซื้อสด แบบไหนคุ้มกว่าทางภาษี นี่คือคำถามที่ SME ถามบ่อยที่สุด เปรียบเทียบทั้ง 3 ทางเลือก เปรียบเทียบ เช่ารถ (Operating Lease) ลีสซิ่ง (Finance Lease) ซื้อสด/ผ่อน เป็นเจ้าของไหม ไม่ใช่ คืนรถเมื่อหมดสัญญา เป็นเจ้าของเมื่อผ่อนครบ เป็นเจ้าของทันที VAT มี 7% ได้ภาษีซื้อคืน มี 7% ได้ภาษีซื้อคืน มี 7% ได้ภาษีซื้อคืน (ครั้งเดียว) หัก ณ ที่จ่าย 5% (ค่าเช่า) 3% (ค่าบริการ) ไม่หัก หักค่าใช้จ่าย ค่าเช่าเต็มจำนวนทุกเดือน ค่าเช่า+ดอกเบี้ยทุกเดือน ค่าเสื่อมราคา 5 ปี (เพดาน 1 ล้าน สำหรับรถนั่ง) เหมาะกับ ใช้ชั่วคราว เปลี่ยนรถบ่อย ใช้ระยะยาว ต้องการเป็นเจ้าของ มีเงินสดพร้อม จุดที่ต้องระวัง: รถยนต์นั่งมีเพดานค่าเสื่อมราคาที่ 1 ล้านบาท ไม่ว่าจะซื้อราคาเท่าไร ส่วนค่าเช่ารถยนต์นั่ง หักค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 36,000 บาท/เดือน ตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 315 ม.4(2) และพ.ร.ฎ. ฉบับที่ 145 สำหรับรถกระบะ รถตู้ หรือรถบรรทุกที่ใช้ในกิจการ ไม่มีเพดานจำกัด หักได้ตามจริง ตัวอย่างเปรียบเทียบ: รถยนต์นั่งราคา 800,000 บาท ใช้งาน 5 ปี สมมุติบริษัท ก จำกัด ต้องการรถยนต์นั่ง 1 คัน ราคา 800,000 บาท เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทางภาษีทั้ง 3 ทาง ทางเลือก ค่าใช้จ่ายทางภาษีรวม 5 ปี ได้ภาษีซื้อคืน ได้เป็นเจ้าของ เช่ารถ 20,000/เดือน 1,200,000 บาท (20,000 x 60 เดือน) ได้ VAT คืนทุกเดือน ไม่ได้ ลีสซิ่ง 18,000/เดือน 1,080,000 บาท (18,000 x 60 เดือน) ได้ VAT คืนทุกเดือน ได้เมื่อผ่อนครบ ซื้อสด 800,000 800,000 บาท (ค่าเสื่อม 5 ปี) ได้ VAT คืนครั้งเดียว 56,000 ได้ทันที จากตัวอย่าง ซื้อสดมีค่าใช้จ่ายทางภาษีรวมต่ำสุด แต่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ทันที ส่วนเช่ารถยืดหยุ่นที่สุดแต่ค่าใช้จ่ายรวมสูงสุด ลีสซิ่งอยู่ตรงกลาง ได้เป็นเจ้าของเมื่อผ่อนครบ ต้องเลือกตามสภาพคล่องและแผนการใช้งานของกิจการ วิธีบันทึกบัญชีค่าเช่า สำหรับ SME กรณีเช่าออฟฟิศ/เช่ารถ (สัญญาเช่าดำเนินงาน) สัญญาเช่าระยะสั้นหรือมูลค่าต่ำ บันทึกค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ายทุกเดือนตรงไปตรงมา รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ค่าเช่าสำนักงาน 30,000 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย 1,500 เงินสด/ธนาคาร 28,500 กรณีลีสซิ่งรถยนต์ (สัญญาเช่าการเงิน) ลีสซิ่งต้องบันทึกทรัพย์สิน (สิทธิการใช้) และหนี้สินจากสัญญาเช่า ตามมาตรฐานบัญชี TFRS 16 รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) สิทธิการใช้สินทรัพย์ 800,000 ภาษีซื้อ 56,000 หนี้สินจากสัญญาเช่า 856,000 ทุกเดือนบันทึกค่าเสื่อมราคาสิทธิการใช้ + ดอกเบี้ยจ่าย แยกจากกัน ตัวอย่างสมมุติค่าเสื่อมเดือนละ 13,333 บาท ดอกเบี้ยเดือนแรก 4,000 บาท รายการ (รายเดือน) Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ค่าเสื่อมราคาสิทธิการใช้ 13,333 ค่าเสื่อมราคาสะสม สิทธิการใช้ 13,333 รายการ (ดอกเบี้ย) Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ดอกเบี้ยจ่าย 4,000 หนี้สินจากสัญญาเช่า 4,000 SME ที่ใช้มาตรฐาน NPAEs อาจเลือกไม่ใช้ TFRS 16 ได้ ในกรณีนั้นก็บันทึกค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ายทุกเดือนเหมือนสัญญาเช่าดำเนินงาน ปรึกษานักบัญชีว่าควรใช้มาตรฐานไหน สรุป ค่าเช่าธุรกิจ จำ 4 อย่างนี้ จัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายและค่าเช่าด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายอัตโนมัติเมื่อบันทึกรายจ่าย ออก 50 ทวิ และนำส่ง ภ.ง.ด.3/53 ได้จากระบบ ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีค่าเช่าธุรกิจ ค่าเช่าออฟฟิศรวมค่าส่วนกลาง หักภาษีอย่างไร ค่าเช่าหัก 5% ค่าส่วนกลาง/ค่าบริการหัก 3% ถ้ารวมอยู่ในใบเสร็จเดียว ต้องแยกยอดก่อนหัก ถ้าแยกไม่ได้ หักทั้งจำนวนที่อัตราสูงกว่า (5%) จ่ายค่าเช่าให้เจ้าของที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม ต้องหัก 5% เหมือนกัน ไม่ว่าผู้ให้เช่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่บุคคลธรรมดาจะนำไปใช้เป็นเครดิตตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ค่ามัดจำค่าเช่า ต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม ไม่ต้อง เพราะค่ามัดจำไม่ใช่ “ค่าเช่า” แต่เป็นเงินประกันที่จะได้คืนเมื่อหมดสัญญา บันทึกเป็นสินทรัพย์ (เงินมัดจำค่าเช่า) ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย ค่าเช่ารถพร้อมคนขับ หักกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าสัญญาแยกค่าเช่ารถกับค่าจ้างคนขับ ค่าเช่ารถหัก 5% ค่าจ้างคนขับหัก 1% ถ้ารวมเป็นก้อนเดียว หัก 5% ทั้งจำนวน จ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 12 เดือน บันทึกบัญชีอย่างไร ไม่นำไปเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในเดือนที่จ่าย บันทึกเป็น “ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า” ในหมวดสินทรัพย์หมุนเวียน แล้วทยอยตัดเป็นค่าใช้จ่ายเดือนละเท่าๆ กันตลอด 12 เดือน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

28 ส.ค. 2026

PEAK Account

15 min

ที่ปรึกษาภาษี คืออะไร หน้าที่ วิธีเลือก ค่าบริการ ฉบับ SME

ปัจจุบันมาตรการทางภาษีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความสลับซับซ้อนขึ้นตามทิศทางการดำเนินธุรกิจ การวางแผนภาษีที่ดี นอกจากจะช่วยให้ชำระภาษีได้อย่างถูกต้องครบถ้วนยังเป็นการรักษาผลประโยชน์ขององค์กรในการบริหารค่าใช้จ่ายทางด้านภาษี อีกทั้งหลายธุรกิจประสบปัญหาจากการจัดการทางด้านภาษี ทำให้การชำระภาษีล่าช้าหรือไม่ถูกต้อง ต้องเสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับทางภาษีในมูลค่าสูง การมีที่ปรึกษาทางภาษีจึงเป็นกลยุทธที่สำคัญในการจัดการปัญหาด้านภาษีหรือเพื่อการวางแผนทางภาษีให้กับองค์กร

28 ส.ค. 2026

PEAK Account

14 min

กิจการไหนได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามกฎหมาย

ผู้ประกอบการหลายคนเปิดกิจการแล้วไม่แน่ใจว่าต้องจด VAT หรือเปล่า กฎหมายกำหนดให้บางกิจการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มโดยไม่ต้องจดทะเบียน บทความนี้รวบรวมรายการสินค้าและบริการที่ได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81 พร้อมตัวอย่างจริงที่เข้าใจง่าย การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม คืออะไร การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หมายถึงกิจการนั้นอยู่นอกระบบ VAT ทั้งหมด ไม่ต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี และไม่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ใบกำกับภาษี คือเอกสารยืนยันว่ามีการซื้อขายที่มี VAT ส่วน ภ.พ.30 คือแบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน เจ้าของกิจการเรียกธุรกิจกลุ่มนี้ว่า “กิจการ Non-VAT” โดยออกใบเสร็จรับเงินปกติแทน ยกเว้น VAT กับ VAT 0% ต่างกันอย่างไร ทั้งสองแบบลูกค้าไม่ต้องจ่าย VAT เพิ่ม แต่ผลทางภาษีต่างกันมาก เกณฑ์ ยกเว้น VAT (Non-VAT) VAT 0% จดทะเบียน VAT ไม่ต้อง ต้องจด เก็บ VAT จากลูกค้า ไม่เก็บ เก็บ 0% ขอคืนภาษีซื้อ ไม่ได้ ขอคืนได้ ออกใบกำกับภาษี ไม่ได้ ออกได้ ยื่น ภ.พ.30 ไม่ต้อง ต้องยื่นทุกเดือน ตัวอย่าง ร้านขายผักสด, คลินิกแพทย์ ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ สรุปคือ กิจการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต้องยุ่งกับระบบ VAT เลย ส่วน VAT 0% ยังอยู่ในระบบเพื่อให้ขอคืนภาษีซื้อได้ กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 มาตรา 81 ของประมวลรัษฎากร ระบุรายการไว้ชัดเจน ตารางด้านล่างสรุปภาพรวม ก่อนลงรายละเอียดแต่ละประเภท (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ประเภท สินค้า/บริการที่ยกเว้น VAT สินค้าเกษตร พืชผล ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ที่ยังไม่แปรรูป สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน เกษตรกรรม ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ ขนส่ง บริการขนส่งในประเทศ สุขภาพ บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมาย การศึกษา บริการการศึกษาของสถาบันที่ได้รับการรับรอง วิชาการ บริการวิจัย บริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ อสังหาริมทรัพย์ บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ไม่รวมโรงแรม) แรงงาน บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน อื่นๆ บริการนักแสดงสาธารณะ จัดงานมหรสพ แข่งขันกีฬา สินค้าเกษตรที่ยกเว้น VAT สินค้าเกษตรที่ยังไม่แปรรูปได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมด เช่น ข้าวเปลือก ข้าวสาร ผักสด ผลไม้สด เนื้อสัตว์สด ไข่ไก่ ปลาสด กุ้งสด น้ำยางสด จุดที่ต้องระวังคือคำว่า “ไม่แปรรูป” ร้านขายมะม่วงสดที่ตลาดไม่ต้องเข้าระบบ VAT แต่ถ้าเอามะม่วงมาทำเป็นมะม่วงอบแห้งบรรจุซองขาย ถือว่าผ่านการแปรรูปแล้ว ตัวอย่างที่มักสับสน ข้าวสารนึ่งสุกขายเป็นข้าวกล่อง ถือเป็นแปรรูป แต่ข้าวสารบรรจุถุงขายตามเดิมยังถือว่าไม่แปรรูป หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน หนังสือพิมพ์และนิตยสารต้องเป็นฉบับพิมพ์เท่านั้นจึงได้รับการยกเว้น ส่วนตำราเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน e-book หรือนิตยสารออนไลน์อาจไม่อยู่ในข่ายยกเว้นเสมอไป ต้องพิจารณารูปแบบการจำหน่ายเป็นรายกรณี กิจการขนส่ง บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับการยกเว้นทั้งขนส่งคนและสินค้า เช่น รถโดยสารประจำทาง รถบรรทุกรับจ้าง เรือข้ามฟาก รถตู้โดยสาร ต้องเป็นขนส่งภายในประเทศเท่านั้น ขนส่งระหว่างประเทศเข้าเกณฑ์ VAT 0% แทน ตัวอย่าง ถ้าเปิดบริษัทรถบรรทุกรับจ้างส่งสินค้าในกรุงเทพฯ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้ารับส่งสินค้าข้ามไปลาวหรือกัมพูชา ต้องจดทะเบียนเข้าระบบ VAT สถานพยาบาลและสถานศึกษา สถานพยาบาลตามกฎหมาย เช่น โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน คลินิกที่ได้รับใบอนุญาต ได้รับการยกเว้น รวมถึงค่ายาที่เรียกเก็บพร้อมค่ารักษา แต่ร้านขายยาแยกต่างหากไม่ได้ยกเว้น เพราะไม่ถือเป็นสถานพยาบาล ตัวอย่าง ถ้าไปรักษาที่คลินิกแพทย์ ค่ารักษา 1,500 บาท ไม่ต้องบวก VAT 7% เพิ่ม จ่ายเท่าที่เรียกเก็บ สถาบันการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าบำรุง แต่คอร์สอบรมเอกชนที่ไม่ได้รับการรับรอง เช่น คอร์สสอนทำอาหาร คอร์สเรียนภาษาของสถาบันเอกชน อาจไม่เข้าข่ายการยกเว้น ต้องตรวจสอบกับกรมสรรพากร รายได้ที่ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีพิเศษ นอกจากกิจการข้างต้น ยังมีรายได้บางประเภทที่ได้รับยกเว้นแม้กิจการหลักจะอยู่ในระบบ VAT รายได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จดทะเบียนอยู่ในระบบ VAT ขายสินค้าปกติ แต่มีอาคารว่างปล่อยเช่า ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ส่วนนี้ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าให้บริการเสริมด้วย เช่น แม่บ้าน รปภ. ที่จอดรถ ส่วนของบริการเสริมต้องเสีย VAT ตามปกติ ต้องแยกรายได้ค่าเช่ากับค่าบริการออกจากกัน ตัวอย่าง ค่าเช่า 30,000 บาทต่อเดือนไม่มี VAT แต่ค่าบริการส่วนกลาง 5,000 บาทต้องบวก VAT 7% ค่าส่งเสริมการขาย ส่วนลดการค้าที่ให้เป็นค่าส่งเสริมการขายต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ตัวอย่างเช่น บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ให้ส่วนลดตัวแทนเมื่อซื้อครบเป้า ถ้าเป็นเพียงการลดราคาก็ไม่ต้องเสีย VAT แต่ถ้าตัวแทนต้อง “ทำอะไรตอบแทน” เช่น จัดโปรโมชั่น ตกแต่งหน้าร้าน ถือว่าเป็นการให้บริการ ต้องเสีย VAT ตามปกติ หากไม่แน่ใจควรปรึกษานักบัญชี ขั้นตอนที่ผู้ประกอบการควรทำเมื่อได้รับยกเว้น VAT เมื่อรู้ว่ากิจการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ขั้นตอนต่อไปคือจัดการเอกสารและบัญชีให้ถูกต้อง ผู้ประกอบการหลายคนเข้าใจผิดว่าไม่ต้องจด VAT แปลว่าไม่ต้องทำอะไรเลย จริงๆ แล้วยังมีภาระภาษีอื่นที่ต้องปฏิบัติ ต้องจดทะเบียน VAT หรือไม่ กิจการที่อยู่ในรายการยกเว้นไม่ถูกบังคับให้จดทะเบียน แต่กฎหมายเปิดช่องให้ “เลือกจด” ได้ โดยเฉพาะถ้าลูกค้าหลักเป็นบริษัทที่ต้องนำภาษีซื้อไปหักภาษีขาย ถ้ายอดขายทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนโดยอัตโนมัติ แม้จะเป็นกิจการที่ได้รับการยกเว้นก็ตาม (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) วิธีพิจารณาว่าควรจดหรือไม่ วิธีจัดการบัญชีสำหรับธุรกิจ Non-VAT ธุรกิจ Non-VAT ไม่ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย แต่ยังต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายตามปกติ ถ้าเป็นนิติบุคคล ต้องจัดทำงบการเงินและส่ง DBD ด้วย ข้อดีคือภาระเอกสารน้อยกว่ากิจการที่จด VAT มาก ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 รายเดือน แค่เก็บหลักฐานรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระเบียบ สิ่งที่ต้องทำแม้ไม่ได้อยู่ในระบบ VAT สรุป: กิจการยกเว้น VAT ต้องรู้อะไรบ้าง จัดการบัญชีธุรกิจ Non-VAT ให้เป็นระบบด้วย PEAK แม้ไม่ต้องจด VAT แต่ทุกกิจการยังต้องทำบัญชีให้ถูกต้อง PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยจัดการรายรับ-รายจ่าย ออกใบเสร็จ และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีครบในที่เดียว เริ่มต้นจัดการบัญชีอย่างเป็นระบบวันนี้ ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มีกิจการประเภทไหนบ้าง กิจการหลักได้แก่ เกษตรกรรมไม่แปรรูป ขนส่งในประเทศ สถานพยาบาล สถานศึกษา และให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเต็มดูได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร ถ้ากิจการได้ยกเว้น VAT แล้ว ยังต้องจ่ายภาษีอะไรอีก ได้ยกเว้น VAT ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องจ่ายภาษีเลย กิจการยังต้องยื่นภาษีเงินได้ตามปกติ รวมถึงหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าบริการให้ผู้อื่น ตัวอย่าง เปิดคลินิกแพทย์ (ยกเว้น VAT) แต่จ้างฟรีแลนซ์ออกแบบโลโก้ 10,000 บาท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% คือ 300 บาท จ่ายฟรีแลนซ์จริง 9,700 บาท จากนั้นนำส่ง 300 บาทให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มยกเว้นเฉพาะ VAT ไม่ได้ยกเว้นภาษีเงินได้หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย เปลี่ยนจากกิจการ Non-VAT เป็นจด VAT ได้ไหม ได้ สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนกับกรมสรรพากรได้ทุกเมื่อ แต่ต้องปฏิบัติตามภาระผู้ประกอบการ VAT ทุกเดือน ถ้ายอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนโดยอัตโนมัติ tax exemption คือ อะไร ต่างจากยกเว้น VAT ยังไง tax exemption แปลว่า “การยกเว้นภาษี” ซึ่งใช้ได้กับภาษีทุกประเภท ส่วน VAT exemption เป็นกรณีเฉพาะของภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ในบริบทธุรกิจไทย คำนี้หมายถึงกิจการที่อยู่นอกระบบ VAT ตามที่กฎหมายกำหนด ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

28 ส.ค. 2026

PEAK Account

13 min

ประมวลรัษฎากร คืออะไร สรุปกฎหมายภาษีอากรฉบับเข้าใจง่ายสำหรับ SME

ผู้ประกอบการหลายคนได้ยินคำว่า “ประมวลรัษฎากร” แต่ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจตัวเองอย่างไร ประมวลรัษฎากร คืออะไร ประมวลรัษฎากร คือกฎหมายหลักที่กำหนดเรื่องภาษีอากรของประเทศไทย ใช้บังคับมาตั้งแต่ พ.ศ. 2481 โดยกรมสรรพากรเป็นหน่วยงานที่ดูแลการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายนี้ พูดง่ายๆ ว่าทุกครั้งที่ธุรกิจยื่นภาษี หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือจด VAT ล้วนทำตามกฎหมายฉบับนี้ทั้งสิ้น ภาษีอากร ภาษี และอากร ต่างกันอย่างไร หลายคนใช้คำเหล่านี้สลับกัน แต่ความหมายต่างกัน คำ ความหมาย ตัวอย่าง ภาษี เงินที่รัฐเรียกเก็บจากรายได้หรือกำไร ไม่มีสิ่งตอบแทนโดยตรง ภาษีเงินได้, VAT อากร เงินที่รัฐเรียกเก็บจากการทำนิติกรรมหรือใช้เอกสารบางประเภท อากรแสตมป์บนสัญญาเช่า ภาษีอากร คำรวมที่ครอบคลุมทั้งภาษีและอากรตามประมวลรัษฎากร ภาษี + อากร ทั้งหมดที่สรรพากรดูแล ภาษีตามประมวลรัษฎากร มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ประมวลรัษฎากรแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 ลักษณะหลัก (ข้อมูลจาก กรมสรรพากร) ครอบคลุมภาษีหลัก 5 ประเภท บวกกลไกหักภาษีล่วงหน้าอีก 1 รายการ รวมเป็น 6 เรื่องที่ SME ต้องเจอ ประเภท ใครต้องจ่าย อัตรา แบบฟอร์มหลัก ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คนทั่วไปที่มีรายได้ 0-35% ตามขั้นบันได ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91 ภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัท, ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน 20% ของกำไร (SME อาจได้ลดหย่อน) ภ.ง.ด.50, ภ.ง.ด.51 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ผู้ประกอบการที่รายได้ถึงเกณฑ์จดทะเบียน 7% ภ.พ.30 ภาษีธุรกิจเฉพาะ ธุรกิจเฉพาะ เช่น ธนาคาร ประกันชีวิต ขายอสังหาฯ 0.1-3% ตามประเภท ภ.ธ.40 อากรแสตมป์ ผู้ทำสัญญา/ตราสารที่กฎหมายกำหนด ตามอัตราท้ายประมวลฯ ติดแสตมป์/ชำระเป็นตัวเงิน หัก ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายเงินค่าจ้าง/บริการ 1-5% ตามประเภทเงินได้ ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คนทั่วไปที่มีรายได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้างฟรีแลนซ์ หรือกำไรจากธุรกิจส่วนตัว ต้องยื่นภาษีปีละครั้ง ใช้แบบ ภ.ง.ด.90 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว) ภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน เสียภาษี 20% จากกำไรหลังหักค่าใช้จ่าย SME ที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีตามขั้นบันได (ข้อมูลจาก พระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 530) ยื่น 2 ครั้งต่อปี ได้แก่ ภ.ง.ด.51 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนหลังสิ้นรอบ 6 เดือน และ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กิจการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT และเรียกเก็บ 7% จากลูกค้า จากนั้นนำส่งภาษีรายเดือนด้วยแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ภาษีธุรกิจเฉพาะใช้กับธุรกิจบางประเภทเท่านั้น เช่น ธนาคาร ประกันชีวิต หรือขายอสังหาริมทรัพย์ภายใน 5 ปี SME ทั่วไปมักไม่เกี่ยว ยกเว้นกรณีขายที่ดินหรืออาคาร อากรแสตมป์เรียกเก็บจากสัญญาหรือตราสารที่กฎหมายกำหนด เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้าง หนังสือมอบอำนาจ ต้องติดแสตมป์หรือชำระเป็นตัวเงินให้ครบตามอัตราที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ตามมาตรา 104 ประมวลรัษฎากร) หัก ณ ที่จ่าย แม้ไม่ใช่ “ภาษี” โดยตรง แต่เป็นกลไกสำคัญตามประมวลรัษฎากร เวลาจ่ายค่าจ้างหรือค่าบริการ ผู้จ่ายต้องหักภาษีไว้ส่วนหนึ่งแล้วนำส่งสรรพากร ด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี (50 ทวิ) ให้ผู้ถูกหักเป็นหลักฐาน มาตราสำคัญที่ผู้ประกอบการ SME ต้องรู้ ประมวลรัษฎากรมีหลายร้อยมาตรา แต่สำหรับ SME มี 4 มาตราที่กระทบโดยตรง มาตรา 40 — เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท มาตรานี้แบ่งรายได้ออกเป็น 8 ประเภท ตั้งแต่เงินเดือน (ประเภทที่ 1) ไปจนถึงรายได้จากธุรกิจ ร้านค้า ฟรีแลนซ์ (ประเภทที่ 8) ประเภทที่รายได้อยู่กำหนดวิธีหักค่าใช้จ่ายและอัตราภาษีที่ต้องจ่าย ตัวอย่าง ถ้าเปิดร้านขายของออนไลน์ รายได้จัดอยู่ในเงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) ซึ่งเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ มาตรา 65 — กำไรสุทธิของนิติบุคคล กำหนดวิธีคำนวณกำไรสุทธิ (รายได้หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด) เพื่อใช้เป็นฐานคิดภาษีนิติบุคคล ค่าใช้จ่ายที่นำมาหักได้ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวกับกิจการจริงและมีหลักฐาน มาตรา 77 — ภาษีมูลค่าเพิ่ม กำหนดว่าใครต้องจดทะเบียน VAT เมื่อไร และต้องทำอะไรบ้าง เช่น ออกเอกสารยืนยัน VAT ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ มาตรา 81 — กิจการที่ได้รับยกเว้น VAT บางกิจการไม่ต้องจด VAT แม้รายได้จะเกิน 1.8 ล้านบาท เช่น ขายพืชผลทางการเกษตร ขายสัตว์มีชีวิต ให้บริการทางการศึกษา หรือให้บริการด้านสาธารณสุข (ตามมาตรา 81 ประมวลรัษฎากร) ประมวลรัษฎากร กับการทำบัญชี ผลกระทบที่ SME ต้องรู้ กฎหมายภาษีส่งผลต่อการทำบัญชีโดยตรงใน 3 เรื่อง ได้แก่ วิธีบันทึกบัญชีภาษี การเก็บเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปี และบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม ผู้ประกอบการที่เข้าใจจุดนี้จะลดความเสี่ยงตอนปิดงบและยื่นภาษีได้มาก เรื่องที่ 1 — บันทึกบัญชีที่เกี่ยวกับภาษี ทุกรายการภาษีต้องบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นภาษีซื้อ (VAT ที่จ่ายตอนซื้อของ) ภาษีขาย (VAT ที่เก็บจากลูกค้า) หรือภาษีที่หักไว้และต้องนำส่งรายเดือน ถ้าบันทึกผิด อาจทำให้ยอดภาษีในงบการเงินไม่ตรงกับแบบยื่น เรื่องที่ 2 — เก็บเอกสารไม่น้อยกว่า 5 ปี ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 (กฎหมายบัญชี) กิจการต้องเก็บเอกสารบัญชีอย่างน้อย 5 ปีนับจากวันปิดบัญชี ส่วนประมวลรัษฎากรกำหนดให้เก็บเอกสารภาษีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีเช่นกัน เช่น ใบกำกับภาษี รายงานภาษีซื้อ-ขาย และแบบยื่นภาษีทุกฉบับ เรื่องที่ 3 — บทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม ยื่นภาษีล่าช้า เสียค่าปรับ 1,000-2,000 บาทต่อแบบ พร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ (ข้อมูลจาก rd.go.th) ถ้าไม่ยื่นเลยหรือยื่นเท็จ มีโทษทั้งปรับและจำคุก สรุป: ประมวลรัษฎากร กฎหมายภาษีที่ SME ต้องเข้าใจ จัดการภาษีให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรกด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยออกเอกสารภาษี คำนวณภาษีหัก และจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ขายให้อัตโนมัติ ลดงานซ้ำและลดความเสี่ยงผิดพลาด ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับประมวลรัษฎากร ประมวลรัษฎากร ต่างจากกฎหมายภาษีอื่นอย่างไร ประมวลรัษฎากรเป็นกฎหมายภาษีหลักที่สรรพากรดูแล แต่ยังมีกฎหมายภาษีอื่นที่อยู่นอกประมวลฯ เช่น พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (กฎหมายสรรพสามิต) ที่กรมสรรพสามิตดูแล หรือ พ.ร.บ.ศุลกากร (กฎหมายศุลกากร) ที่กรมศุลกากรดูแล ถ้าธุรกิจนำเข้าส่งออกจะเจอกฎหมายศุลกากรเพิ่มเติมด้วย SME ที่เพิ่งเปิดบริษัท ต้องเจอภาษีอะไรก่อน อย่างแรกคือภาษีเงินได้นิติบุคคล ทุกบริษัทต้องยื่นแม้ยังไม่มีกำไร อย่างที่สองคือการหักภาษี เพราะทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้างหรือค่าบริการต้องหักภาษีส่วนหนึ่งไว้นำส่ง ส่วน VAT จะเข้ามาเมื่อรายได้ถึงเกณฑ์จดทะเบียน ประมวลรัษฎากร อัปเดตล่าสุดเรื่องอะไร การแก้ไขที่สำคัญล่าสุดคือเรื่องกำหนดราคาโอน (Transfer Pricing) ที่เพิ่มลักษณะ 7 เข้ามาในปี 2562 กำหนดให้บริษัทที่มีรายได้เกิน 200 ล้านบาทต่อปี ต้องจัดทำรายงานข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างกัน นอกจากนี้ สรรพากรยังปรับปรุงเรื่อง e-Withholding Tax (ระบบหักภาษีอิเล็กทรอนิกส์) และ e-Tax Invoice อย่างต่อเนื่อง ติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่ rd.go.th ถ้าไม่เข้าใจเรื่องภาษี จ้างสำนักงานบัญชีช่วยได้ไหม ได้ และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับ SME ที่ไม่มีทีมบัญชีเอง สำนักงานบัญชีช่วยยื่นภาษี จัดทำงบการเงิน และให้คำแนะนำเรื่องสิทธิประโยชน์ภาษีต่างๆ ที่อาจยังไม่รู้ โปรแกรมบัญชีอย่าง PEAK ช่วยให้สำนักงานบัญชีทำงานเร็วขึ้นและลดข้อผิดพลาดในการบันทึกรายการ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

13 min

ภาษีมรดก คืออะไร สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องรู้

ภาษีมรดกเป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการหลายคนมองข้าม จนกระทั่งถึงวันที่ต้องส่งต่อทรัพย์สินหรือธุรกิจให้ทายาท ถ้าทรัพย์สินที่รับมีมูลค่าสูงถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ผู้รับต้องเสียภาษี นอกจากนี้ยังมี “ภาษีการรับให้” อีกตัวที่เกี่ยวข้อง แต่หลายคนยังแยกไม่ออก ภาษีมรดก คืออะไร ภาษีมรดก คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ได้รับทรัพย์สินจากผู้เสียชีวิต (เจ้ามรดก) เมื่อมูลค่ามรดกสุทธิเกิน 100 ล้านบาท กฎหมายหลักที่ใช้คือพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 สรุปสาระสำคัญ กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้รับมรดกต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำ โดยมีเงื่อนไขหลักดังนี้ ใครต้องเสียภาษีมรดก? ผู้ที่ต้องเสียภาษีมรดก คือ “ผู้รับมรดก” ไม่ใช่ผู้เสียชีวิต โดยต้องเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อ ถ้ามรดกที่ได้รับไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ต้องเสียภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบแสดงรายการตามที่กฎหมายกำหนด ภาษีการรับให้ คืออะไร? ต่างจากภาษีมรดกอย่างไร ภาษีการรับให้ คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ได้รับทรัพย์สินจากการ “ให้” ขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ต่างจากภาษีมรดกตรงที่ มรดกเกิดหลังผู้ให้เสียชีวิต แต่การรับให้เกิดขณะยังมีชีวิต กฎหมายนี้มาจากการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ซึ่งประกาศใช้พร้อมกับ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ตารางเปรียบเทียบ ภาษีมรดก vs ภาษีการรับให้ รายการ ภาษีมรดก ภาษีการรับให้ เกิดจาก ผู้ให้เสียชีวิต (รับมรดก) ผู้ให้ยังมีชีวิต (ให้โดยเสน่หา) เกณฑ์ขั้นต่ำ มรดกสุทธิเกิน 100 ล้าน อสังหาฯ เกิน 20 ล้าน หรือ สังหาฯ เกิน 10 ล้าน/ปี อัตราภาษี 5% (ทายาทตามกฎหมาย) / 10% (คนอื่น) 5% หรือนับรวมเป็นเงินได้พึงประเมิน แบบยื่น ภ.ม.60 (ภายใน 150 วัน) รวมยื่นในแบบ ภ.ง.ด.90/91 ประจำปี กฎหมาย พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) แก้ไขเพิ่มเติม ผู้เสียภาษี ผู้รับมรดก ผู้รับการให้ สำหรับเจ้าของกิจการที่คิดจะโอนทรัพย์สินให้ลูกหลานขณะยังมีชีวิตอยู่ ต้องพิจารณาภาษีการรับให้ด้วย ไม่ใช่แค่ภาษีมรดก ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก มีอะไรบ้าง ภาษีมรดกไม่ได้เก็บจากทรัพย์สินทุกประเภท กฎหมายกำหนดไว้ 5 ประเภทหลัก อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ รวมถึงสิทธิในที่ดินต่าง ๆ ทรัพย์สินประเภทนี้มักมีมูลค่าสูงและเป็นทรัพย์สินหลักของธุรกิจครอบครัว จึงเป็นหัวข้อที่คนค้นหามากที่สุด เงินฝากและหลักทรัพย์ เงินฝากธนาคาร ตั๋วแลกเงิน หุ้น หุ้นกู้ กองทุนรวม และพันธบัตร สำหรับเจ้าของกิจการ หุ้นในบริษัทที่เป็นเจ้าของก็รวมอยู่ในหมวดนี้ด้วย ดังนั้นการจัดงบการเงินให้เป็นระเบียบจึงสำคัญมาก ยานพาหนะและทรัพย์สินอื่น ยานพาหนะที่จดทะเบียนในไทย เช่น รถยนต์ เรือ รวมถึงทรัพย์สินทางการเงินอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง อัตราภาษีมรดก กี่เปอร์เซ็นต์? วิธีคำนวณที่ถูกต้อง อัตราภาษีมรดกขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับมรดกกับเจ้ามรดก ผู้รับมรดก อัตราภาษี หมายเหตุ บุพการี หรือผู้สืบสันดาน (พ่อ แม่ ลูก หลาน) 5% ทายาทโดยธรรม บุคคลอื่น 10% เช่น พี่น้อง เพื่อน คนรู้จัก คิดภาษีเฉพาะส่วนที่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) กรณีศึกษา: เจ้าของกิจการส่งต่อธุรกิจให้ลูก สมมุติว่าคุณสมชาย (ชื่อสมมุติ) เจ้าของกิจการ เสียชีวิตและมีทรัพย์สินทั้งหมด 150 ล้านบาท ลูกชายเป็นผู้รับมรดกทั้งหมด คำนวณภาษีมรดก รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน มรดกสุทธิ 150,000,000 บาท ส่วนที่ได้รับยกเว้น 100,000,000 บาท ส่วนที่ต้องเสียภาษี 150,000,000 – 100,000,000 50,000,000 บาท อัตราภาษี (ลูก = ผู้สืบสันดาน) 5% ภาษีมรดกที่ต้องจ่าย 50,000,000 × 5% 2,500,000 บาท ลูกชายต้องยื่นแบบ ภ.ม.60 และจ่ายภาษี 2.5 ล้านบาท ตามกำหนดเวลาที่กฎหมายระบุ ข้อยกเว้นภาษีมรดก กรณีใดบ้างที่ไม่ต้องเสีย กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้หลายกรณี ที่สำคัญได้แก่ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจเสมอ ภาษีมรดก กับการส่งต่อธุรกิจ สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องวางแผน สำหรับเจ้าของกิจการ ภาษีมรดกไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สินส่วนตัว แต่กระทบถึงความต่อเนื่องของธุรกิจด้วย การวางแผนภาษีก่อนส่งต่อกิจการ เจ้าของกิจการที่ทรัพย์สินรวมอาจถึงเกณฑ์ ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ ผลกระทบต่อบัญชีธุรกิจ เมื่อเจ้าของเปลี่ยนมือ เมื่อเจ้าของกิจการเสียชีวิตและทายาทรับช่วงต่อ มีเรื่องที่ต้องจัดการทางบัญชีหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น การแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และการปรับปรุงงบการเงิน ถ้าธุรกิจมีระบบบัญชีที่เป็นระเบียบอยู่แล้ว การเปลี่ยนผ่านจะราบรื่นกว่ามาก วิธียื่นภาษีมรดก ขั้นตอนที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้รับมรดกที่ต้องเสียภาษีมีขั้นตอนดังนี้ สรุป: ภาษีมรดกและภาษีการรับให้ เจ้าของกิจการเตรียมตัวอย่างไร จัดการบัญชีธุรกิจให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ ด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นภาพรวมทรัพย์สินและสถานะการเงินของธุรกิจได้ชัดเจน ทั้งงบดุล รายงานผู้ถือหุ้น และเอกสารบัญชีที่เป็นระบบ พร้อมรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนภาษีหรือส่งต่อกิจการ ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษีมรดก ภาษีมรดกเรียกเก็บจากทรัพย์สินทุกประเภทหรือไม่? ไม่ใช่ทุกประเภท กฎหมายกำหนดเฉพาะ 5 ประเภทหลัก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ เงินฝาก ยานพาหนะ และทรัพย์สินทางการเงินอื่นตามกฎกระทรวง ทรัพย์สินอื่น เช่น เครื่องประดับ งานศิลปะ ไม่อยู่ในขอบเขตนี้ ถ้ารับมรดกเป็นหุ้นในบริษัทที่พ่อเป็นเจ้าของ ต้องเสียภาษีมรดกไหม? ถ้าหุ้นนั้นเป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ จะอยู่ในขอบเขตภาษีมรดก แต่ต้องดูมูลค่ารวมด้วยว่าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำหรือไม่ ถ้าไม่ถึง ก็ไม่ต้องเสีย ถ้าเจ้าของกิจการอยากโอนธุรกิจให้ลูกตอนยังมีชีวิต จะเสียภาษีอะไร? จะเข้าเงื่อนไขภาษีการรับให้แทน ถ้าโอนอสังหาริมทรัพย์ให้ลูกเกิน 20 ล้านบาท/ปี ส่วนที่เกินจะเสียภาษี 5% ถ้าโอนสังหาริมทรัพย์เกิน 10 ล้านบาท/ปี ส่วนที่เกินจะนับเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องยื่นภาษีด้วย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเปรียบเทียบว่าวิธีไหนประหยัดภาษีมากกว่า จ่ายภาษีมรดกไม่ไหว ผ่อนได้ไหม? ได้ กฎหมายอนุญาตให้ผ่อนชำระภาษีมรดกได้ไม่เกิน 5 ปี โดย 2 ปีแรกไม่เสียเงินเพิ่ม หลังจากนั้นเสียเงินเพิ่ม 0.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้าง ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

17 min

ภ.พ.30 คืออะไร คู่มือยื่น VAT รายเดือนสำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการที่จด VAT หลายคนเจอปัญหาเดียวกัน กรอกแบบไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าต้องยื่นเมื่อไร หรือเผลอยื่นช้าจนเจอเบี้ยปรับ ภ.พ.30 คืออะไร แบบ ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT Return Form ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรทุกเดือน เพื่อสรุปยอดภาษีขายและภาษีซื้อที่เกิดขึ้นในเดือนนั้น พูดให้เข้าใจง่าย ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ คุณเก็บ VAT 7% จากลูกค้าเป็นภาษีขาย และเวลาซื้อของเข้าร้าน คุณก็จ่าย VAT 7% ให้ผู้ขายเป็นภาษีซื้อ แบบนี้คือเอกสารที่สรุปว่าเดือนนี้คุณเก็บภาษีขายได้เท่าไร จ่ายภาษีซื้อไปเท่าไร แล้วต้องนำส่งส่วนต่างให้สรรพากร หรือมีสิทธิ์ขอคืน ใครมีหน้าที่ต้องยื่น ภ.พ.30 ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทุกราย มีหน้าที่ยื่นแบบนี้เป็นประจำทุกรอบเดือนภาษี ตามมาตรา 83 ประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจในชื่อตัวเอง หรือนิติบุคคลอย่างบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน กิจการที่มียอดขายถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT ไม่ว่าจะขายหน้าร้านหรือออนไลน์ ส่วนกิจการที่ยอดขายยังไม่ถึงเกณฑ์ สามารถจดทะเบียนได้โดยสมัครใจ เพื่อเครดิตภาษีซื้อคืน กรณีไม่มีรายได้ ต้องยื่น ภ.พ.30 ไหม ต้องยื่น แม้เดือนนั้นไม่มีรายได้เลย เพราะเมื่อจดทะเบียน VAT แล้ว หน้าที่ยื่นแบบจะมีตลอดจนกว่าจะขอถอนทะเบียน ถ้าเดือนไหนไม่มียอดขายและยอดซื้อ ให้ยื่นแบบเปล่ากรอกเป็น 0 จะได้ไม่โดนค่าปรับ หลายคนเข้าใจผิดว่า “ไม่มีรายได้ก็ไม่ต้องยื่น” แต่ความจริงคือ สรรพากรมองว่าผู้ประกอบการจด VAT ต้องรายงานทุกรอบเดือนภาษี ไม่ว่ายอดจะเป็นศูนย์ก็ตาม ภ.พ.30 ต้องยื่นภายในเมื่อไร ตามมาตรา 83 ประมวลรัษฎากร ยื่นกระดาษภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่วนยื่นออนไลน์ได้เพิ่มอีก 8 วัน ตามประกาศกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 7 มีผลถึง 31 มกราคม 2570 ช่องทางยื่น กำหนดเวลา หมายเหตุ ยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากร ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เช่น ภาษีเดือน ม.ค. ยื่นภายใน 15 ก.พ. ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป ได้เพิ่ม 8 วัน เมื่อยื่นและชำระผ่านอินเทอร์เน็ต ถ้ากำหนดเวลาตรงกับวันหยุดราชการ จะเลื่อนไปวันทำการถัดไป วิธียื่น ภ.พ.30 ออนไลน์ผ่าน e-Filing การยื่นแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ช่วยประหยัดเวลาเดินทางและมีระบบช่วยคำนวณ ลดความผิดพลาดจากการกรอกมือ เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น ขั้นตอนยื่นแบบออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นแบบครั้งแรก ต้องสมัครสมาชิก e-Filing ก่อน โดยใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีและข้อมูลกิจการยืนยันตัวตน หลังจากสมัครเสร็จจะได้รหัสผ่านสำหรับเข้าระบบ สามารถใช้ยื่นแบบภาษีได้ทุกประเภท ไม่ใช่แค่แบบยื่น VAT เท่านั้น วิธีกรอก ภ.พ.30 พร้อมตัวอย่าง ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) เปิดร้านขายอุปกรณ์สำนักงานออนไลน์ เดือน ม.ค. 2569 มียอดขาย 500,000 บาทก่อน VAT และซื้อสินค้าเข้าร้าน 300,000 บาทก่อน VAT คำนวณ VAT ที่ต้องนำส่ง รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีขาย 500,000 × 7% 35,000 บาท ภาษีซื้อ 300,000 × 7% 21,000 บาท VAT ที่ต้องนำส่ง 35,000 – 21,000 14,000 บาท บริษัท ก จำกัด ต้องนำส่ง VAT 14,000 บาทให้สรรพากร พร้อมยื่นแบบออนไลน์ภายในวันที่ 23 ก.พ. 2569 ตัวอย่างกรณีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ถ้าเดือนไหนซื้อสินค้าเข้ามากกว่าขายออก ภาษีซื้อจะมากกว่าภาษีขาย สมมุติเดือน ก.พ. 2569 บริษัท ก มียอดขาย 200,000 บาท แต่สั่งสินค้าเข้า 400,000 บาท รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีขาย 200,000 × 7% 14,000 บาท ภาษีซื้อ 400,000 × 7% 28,000 บาท ภาษีซื้อเกิน 28,000 – 14,000 14,000 บาท กรณีนี้ไม่ต้องจ่ายภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบตามปกติ ส่วนภาษีซื้อที่เกิน 14,000 บาท สามารถนำไปเครดิตในเดือนถัดไปหรือขอคืนจากกรมสรรพากรได้ ภ.พ.30 ต่างจาก ภ.พ.20 อย่างไร รายการ ภ.พ.20 ภ.พ.30 ชื่อเต็ม แบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้ทำอะไร ยื่นครั้งเดียวตอนจดทะเบียน VAT ยื่นทุกเดือนเพื่อนำส่ง VAT ความถี่ ครั้งเดียว ทุกเดือน กรอกอะไร ข้อมูลกิจการ สถานประกอบการ ยอดภาษีขาย ภาษีซื้อ ส่วนต่าง ภ.พ.30 ต่างจาก ภ.ง.ด.50 อย่างไร ผู้ประกอบการหลายคนสับสนระหว่าง ภ.พ.30 กับ ภ.ง.ด.50 เพราะชื่อคล้ายกัน บางคนเรียก “ภ.ง.ด.30” แต่ชื่อทางการของแบบยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีคือ ภ.ง.ด.50 รายการ ภ.พ.30 ภ.ง.ด.50 ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ใครต้องยื่น ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ความถี่ ทุกเดือน ปีละ 1 ครั้ง (ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี) คำนวณจาก ภาษีขาย หักด้วย ภาษีซื้อ กำไรสุทธิ คูณ อัตราภาษี จำง่ายๆ ว่าแบบยื่น VAT เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากมูลค่าสินค้า ส่วน ภ.ง.ด.50 เกี่ยวกับภาษีที่คำนวณจากกำไรสุทธิ (รายได้หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ผู้ประกอบการนิติบุคคลที่จดทะเบียน VAT ต้องยื่นทั้งสองแบบ แบบยื่น VAT ยื่นรายเดือน ส่วน ภ.ง.ด.50 ยื่นปีละครั้ง ทำไมยอดขาย ภ.พ.30 ไม่ตรงกับรายได้ ภ.ง.ด.50 เมื่อรวมยอดขายจาก ภ.พ.30 ทั้ง 12 เดือน แล้วเทียบกับรายได้ที่แสดงในแบบ ภ.ง.ด.50 ตัวเลขมักไม่ตรงกัน เป็นเรื่องปกติที่เกิดจากความแตกต่างของฐานภาษี ไม่ได้แปลว่ามีข้อผิดพลาด แต่ต้องอธิบายสาเหตุได้เมื่อสรรพากรสอบถาม สาเหตุหลักที่ยอดไม่ตรง สาเหตุ คำอธิบาย ตัวอย่าง รายได้ที่ไม่ต้องเสีย VAT กิจการอาจมีรายได้บางประเภทที่ยกเว้น VAT เช่น ดอกเบี้ย กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ต้องนำมารวมในภาษีเงินได้ ดอกเบี้ยเงินฝาก 50,000 บาท/ปี อยู่ใน ภ.ง.ด.50 แต่ไม่อยู่ในแบบยื่น VAT จุดรับรู้รายได้ต่างกัน แบบยื่น VAT รับรู้ตามจุดที่ออกใบกำกับภาษี ส่วน ภ.ง.ด.50 รับรู้ตามเกณฑ์สิทธิ์ทางบัญชี (ตามมาตรา 65 ประมวลรัษฎากร) ออกใบกำกับภาษีเดือน ธ.ค. แต่ส่งมอบงานเดือน ม.ค. ปีถัดไป ส่วนลดและใบลดหนี้ ใบลดหนี้ลดยอดในแบบยื่น VAT ในเดือนที่ออก แต่อาจปรับปรุงต่างช่วงในงบการเงิน ออกใบลดหนี้เดือน มี.ค. แต่ปรับงบปีทีเดียวตอนปิดบัญชี รอบบัญชีไม่ตรงปีปฏิทิน บริษัทที่มีรอบบัญชี เม.ย. ถึง มี.ค. จะมียอดรวม 12 เดือนของแบบยื่น VAT ไม่ตรงกับช่วงเวลาที่ ภ.ง.ด.50 ครอบคลุม สินค้า VAT 0% (ส่งออก) ยอดส่งออกปรากฏในแบบยื่น VAT ช่อง VAT 0% แต่คิดอัตราแลกเปลี่ยนคนละวันกับที่บันทึกรายได้ในงบการเงิน วิธีกระทบยอดให้ตรงก่อนยื่นภาษี เมื่อเตรียมยื่น ภ.ง.ด.50 ควรทำกระดาษทำการกระทบยอดไว้เป็นหลักฐาน ถ้าใช้ PEAK จัดทำบัญชี ระบบจะช่วยออกรายงานภาษีซื้อ-ขายที่ตรงกับงบการเงินอัตโนมัติ ช่วยลดโอกาสที่ยอดจะคลาดเคลื่อน ยื่น ภ.พ.30 ล่าช้า มีบทลงโทษอะไรบ้าง การยื่นแบบล่าช้าหรือไม่ยื่นเลย มีโทษตามประมวลรัษฎากร 3 ส่วน เบี้ยปรับ คิดจากจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง กรณี อัตราเบี้ยปรับ ยื่นแบบภายใน 7 วันหลังครบกำหนด เบี้ยปรับ 2% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 7 วัน แต่ไม่เกิน 15 วัน เบี้ยปรับ 5% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน เบี้ยปรับ 10% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน เบี้ยปรับ 15% ของภาษี ยื่นแบบหลัง 60 วันขึ้นไป หรือไม่ยื่น เบี้ยปรับ 20% ของภาษี เงินเพิ่ม คิด 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของภาษีที่ต้องนำส่ง นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดจนถึงวันที่ชำระ ตามมาตรา 89/1 ประมวลรัษฎากร ค่าปรับอาญา กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนด ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ต่อแบบที่ไม่ยื่น ตัวอย่างคำนวณ บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ต้องนำส่ง VAT 10,000 บาท แต่ยื่นช้าไป 45 วัน รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีที่ต้องนำส่ง 10,000 บาท เบี้ยปรับ (ช้า 45 วัน = 15%) 10,000 × 15% 1,500 บาท เงินเพิ่ม (ช้า 2 เดือน) 10,000 × 1.5% × 2 300 บาท ค่าปรับอาญา สูงสุด 2,000 บาท รวมต้องจ่าย 10,000 + 1,500 + 300 + ค่าปรับ 11,800+ บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่ายื่นช้าแค่ 45 วัน ต้องจ่ายเพิ่มอย่างน้อย 1,800 บาท ไม่รวมค่าปรับอาญา ยิ่งช้ามากเบี้ยปรับยิ่งสูง ดังนั้นตั้งเตือนปฏิทินไว้ล่วงหน้าคือทางที่ดีที่สุด สรุป: ภ.พ.30 ยื่นให้ครบ ยื่นให้ตรงเวลา สิ่งที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องจำ จัดการ VAT ให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้คุณจัดการภาษีมูลค่าเพิ่มได้ครบจบในระบบเดียว ตั้งแต่ออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย ไปจนถึงสร้างแบบแสดงรายการ VAT พร้อมยื่นได้ทันที ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.พ.30 กำหนดยื่น ภ.พ.30 ตรงวันหยุด เลื่อนได้ไหม ได้ ถ้ากำหนดเวลาตรงกับวันหยุดราชการ จะเลื่อนไปวันทำการถัดไปโดยอัตโนมัติ ทั้งการยื่นกระดาษและยื่นออนไลน์ ภ.พ.30 กับ ภ.พ.36 ต่างกันอย่างไร แบบ ภ.พ.36 ใช้ในกรณีที่กิจการในไทยจ่ายค่าบริการให้ผู้ประกอบการต่างประเทศซึ่งไม่ได้จดทะเบียน VAT ในไทย เช่น ค่าโฆษณา Facebook หรือค่า Google Ads ต้องนำส่ง VAT 7% แทนผู้ให้บริการต่างชาติ (อ่านเพิ่มเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย) ส่วนแบบยื่น VAT ปกติใช้สำหรับการซื้อขายภายในประเทศ ยื่น ภ.พ.30 ผิด แก้ไขได้ไหม ได้ โดยยื่นแบบเพิ่มเติม ผ่าน e-Filing หรือที่สำนักงานสรรพากร ระบุเดือนภาษีที่ต้องการแก้ไข แล้วกรอกตัวเลขที่ถูกต้องใหม่ ถ้าแก้แล้วมีภาษีต้องจ่ายเพิ่ม จะมีเงินเพิ่มคิด 1.5% ต่อเดือนของส่วนต่างที่จ่ายเพิ่ม แนะนำให้ตรวจสอบรายงานภาษีซื้อและภาษีขายให้ตรงกับใบกำกับภาษีก่อนยื่น จะได้ไม่ต้องยื่นแบบเพิ่มเติมทีหลัง เก็บเอกสาร ภ.พ.30 แบบไหนดี กระดาษหรือดิจิทัล กฎหมายกำหนดให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ยื่นแบบ จะเก็บกระดาษอย่างเดียวก็ได้ แต่แนะนำให้สแกนเก็บไฟล์ดิจิทัลคู่กันเสมอ เพราะเอกสารกระดาษอาจเสื่อมสภาพหรือสูญหายได้ ถ้าใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รายงานภาษีจะถูกเก็บในระบบอัตโนมัติ ดึงมาได้ทุกเมื่อ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

11 min

ภาษีครึ่งปี จ่ายแล้วบันทึกบัญชียังไง วิธีลงบัญชีและตัดยอดปลายปี

ภาษีครึ่งปีจ่ายไปแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องบันทึกบัญชียังไงให้ถูกต้อง นักบัญชี SME หลายคนเจอปัญหานี้ทุกปี จ่ายเงินออกไปแล้วแต่ไม่มั่นใจว่าต้อง Dr อะไร Cr อะไร แล้วพอถึงปลายปีก็สับสนอีกว่าจะตัดยอดยังไง ความจริงแล้วหลักการไม่ซับซ้อน แค่ต้องเข้าใจว่าเงินก้อนนี้ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นสินทรัพย์ที่รอตัดยอด ภาษีครึ่งปีคืออะไร ทำไมต้องจ่าย ภาษีครึ่งปี คือภาษีเงินได้ที่กฎหมายกำหนดให้จ่ายล่วงหน้ากลางปี คำนวณจากกำไรสุทธิที่ประมาณการไว้ แทนที่จะรอจ่ายทีเดียวตอนสิ้นปี กรมสรรพากรใช้วิธีนี้เพื่อกระจายภาระภาษีให้ผู้ประกอบการไม่ต้องแบกก้อนใหญ่ปลายปี ประเภท แบบภาษี ใครต้องยื่น กำหนดยื่น (ปี 2569) ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ภ.ง.ด.51 บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกแห่ง ภายใน 31 ส.ค. 2569 (ออนไลน์ถึง 8 ก.ย.) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ภ.ง.ด.94 ผู้มีเงินได้ประเภทที่ 5-8 เช่น เจ้าของร้าน ฟรีแลนซ์ ภายใน ก.ย. 2569 (ออนไลน์ถึง 8 ต.ค.) กำหนดยื่นจากปฏิทินภาษี กรมสรรพากร รายละเอียดวิธียื่นและคำนวณ ดูได้ที่ ภ.ง.ด.51 สรุปทุกเรื่องที่ไม่ควรพลาด และ ภ.ง.ด.94 ครึ่งปีบุคคลธรรมดา จ่ายภาษีครึ่งปีแล้ว บันทึกบัญชียังไง ภาษีครึ่งปีที่จ่ายไปแล้วไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในทันที แต่เป็น ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า ซึ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน เงินก้อนนี้จะนำไปหักกับภาษีเต็มปีตอนปิดงบ หลักการบัญชี: ภาษีจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Tax) คืออะไร ภาษีจ่ายล่วงหน้า คือเงินที่กิจการจ่ายภาษีไปก่อนที่จะรู้ตัวเลขภาษีจริงทั้งปี ถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน กิจการมีสิทธิ์นำไปหักกับภาษีที่ต้องจ่ายจริงตอนสิ้นปี ตัวอย่างที่เข้าใจง่าย: เหมือนจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 6 เดือน ตอนจ่ายยังไม่ถือเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อน แต่ค่อยๆ ตัดเป็นค่าใช้จ่ายเดือนละส่วน ผังบัญชีที่เกี่ยวข้อง บัญชีหลักที่ใช้บันทึกภาษีครึ่งปีมี 3 รายการ ตัวอย่าง Journal Entry บันทึกภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) สมมติ บริษัท สมาร์ท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ประมาณการกำไรสุทธิครึ่งปีแรก ได้ 1,200,000 บาท จึงต้องจ่ายภาษีครึ่งปี คำนวณภาษีครึ่งปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน กำไรสุทธิประมาณการ (ครึ่งปี) 1,200,000 บาท ภาษี 20% 1,200,000 × 20% 240,000 บาท ภาษีครึ่งปีที่ต้องจ่าย 240,000 ÷ 2 120,000 บาท อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลปกติ 20% กรณี SME ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท กำไรสุทธิ 300,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษี ส่วนที่เกินเสีย 15% ถ้ากำไรไม่เกิน 3 ล้านบาท อ่านเพิ่มได้ที่สิทธิลดหย่อนภาษีนิติบุคคลสำหรับ SME ขั้นตอนที่ 1 บันทึกตอนจ่ายภาษีครึ่งปี (ส.ค. 2569) เมื่อจ่ายภาษี ภ.ง.ด.51 จำนวน 120,000 บาท ผ่านธนาคาร รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า 120,000 เงินฝากธนาคาร 120,000 ตอนนี้ ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า จะปรากฏเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในงบ รอตัดยอดตอนปิดงบสิ้นปี ขั้นตอนที่ 2 บันทึกตอนปลายปี (ตัดยอดกับภาษีเต็มปี) เมื่อปิดงบสิ้นปี จะรู้ตัวเลขกำไรสุทธิจริงทั้งปี จากนั้นนำภาษีที่จ่ายครึ่งปีมาหักออก กรณีที่ 1 กำไรจริงมากกว่าที่ประมาณการ (ต้องจ่ายเพิ่ม) สมมติกำไรสุทธิทั้งปีจริง = 3,000,000 บาท รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีเต็มปีจริง 3,000,000 × 20% 600,000 บาท หักภาษีจ่ายล่วงหน้า (ครึ่งปี) 120,000 บาท ภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม 600,000 – 120,000 480,000 บาท Journal Entry ตอนปิดงบ รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ภาษีเงินได้นิติบุคคล 600,000 ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า 120,000 ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 480,000 หลังบันทึกรายการนี้ ยอด ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า จะเป็นศูนย์ และ ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 480,000 บาท จะปรากฏเป็นหนี้สินหมุนเวียน รอจ่ายตอนยื่น ภ.ง.ด.50 กรณีที่ 2 กำไรจริงน้อยกว่าที่ประมาณการ (จ่ายเกิน ขอคืนได้) สมมติกำไรสุทธิทั้งปีจริง = 500,000 บาท รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ภาษีเต็มปีจริง 500,000 × 20% 100,000 บาท หักภาษีจ่ายล่วงหน้า (ครึ่งปี) 120,000 บาท ภาษีที่จ่ายเกิน (ขอคืนได้) 120,000 – 100,000 20,000 บาท Journal Entry ตอนปิดงบ รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ภาษีเงินได้นิติบุคคล 100,000 ลูกหนี้กรมสรรพากร 20,000 ภาษีเงินได้จ่ายล่วงหน้า 120,000 ยอด 20,000 บาท ใน ลูกหนี้กรมสรรพากร คือส่วนที่จ่ายเกิน สามารถยื่นขอคืนพร้อม ภ.ง.ด.50 หรือเลือกเครดิตไว้หักกับภาษีปีถัดไป ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการบันทึกบัญชีภาษีครึ่งปี นักบัญชีที่เพิ่งเริ่มดูแลงบ SME มักเจอปัญหาเหล่านี้ สรุป: บันทึกถูกตั้งแต่ครึ่งปี ปิดงบสิ้นปีไม่ต้องแก้ย้อน การบันทึกภาษีครึ่งปีให้ถูกตั้งแต่วันจ่าย ช่วยให้งบแสดงตัวเลขที่แท้จริงตลอดทั้งปี ไม่ต้องมานั่งปรับปรุงรายการตอนปิดงบ หลักง่ายๆ คือ จัดการบัญชีและภาษีให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วย SME จัดการเอกสาร รายรับ-รายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการบันทึกบัญชีภาษีครึ่งปี ภาษีครึ่งปีจ่ายแล้ว ได้เงินคืนไหม ได้ ถ้ากำไรสุทธิทั้งปีจริงน้อยกว่าที่ประมาณการไว้ตอนยื่นครึ่งปี ภาษีส่วนที่จ่ายเกินยื่นขอคืนพร้อมแบบ ภ.ง.ด.50 ได้ หรือจะเลือกเครดิตไว้หักกับภาษีปีถัดไปก็ได้ ต้องบันทึกบัญชีภาษีครึ่งปีทุกครั้งที่จ่ายหรือไม่ ต้องบันทึกทุกครั้ง หลักบัญชีกำหนดให้รับรู้รายการเมื่อเกิดขึ้น ถ้าไม่บันทึก งบจะแสดงเงินสดสูงเกินจริง และไม่เห็นยอดภาษีจ่ายล่วงหน้าที่ควรเป็นสินทรัพย์ ภาษีจ่ายล่วงหน้ากับภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย ต่างกันยังไง ต่างกันที่ ใครเป็นคนจ่าย ภาษีจ่ายล่วงหน้าคือกิจการจ่ายเอง เช่น จ่าย ภ.ง.ด.51 ส่วนภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายคือลูกค้าหักไว้ก่อนจ่ายเงินให้เรา เช่น หัก 3% ก่อนจ่ายค่าบริการ ทั้งสองนำไปหักภาษีเต็มปีได้ แต่ต้องแยกบัญชีกัน ถ้าประมาณการกำไรครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ขาดไปเกิน 25% จะเป็นอย่างไร ถ้ากำไรสุทธิจริงทั้งปีเกินกว่าที่ประมาณการไว้เกิน 25% กิจการต้องเสียเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่ชำระขาด การบันทึกบัญชีส่วนเงินเพิ่ม ให้ Dr. เงินเพิ่มภาษี (ค่าใช้จ่าย) / Cr. เงินสด ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

14 min

เช็คภาษีออนไลน์ วิธีตรวจสอบสถานะภาษีครบทุกประเภท สำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการหลายคนจ่ายภาษีครบทุกเดือน แต่ไม่เคยเช็คว่ายื่นครบหรือยัง สถานะเงินคืนไปถึงไหนแล้ว หรือมียอดค้างชำระซ่อนอยู่หรือเปล่า เช็คภาษีคืออะไร ทำไมผู้ประกอบการต้องตรวจสอบสถานะภาษีเป็นประจำ เช็คภาษี คือการตรวจสอบว่าเรายื่นแบบภาษีครบถ้วน ชำระภาษีตรงเวลา และมีสถานะคืนเงินภาษีอย่างไรบ้าง ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบภาษีเป็นประจำช่วยป้องกันปัญหาที่ผู้ประกอบการหลายคนเจอ เช่น ลืมยื่นแบบจนโดนเบี้ยปรับ ยื่นซ้ำซ้อน หรือไม่รู้ว่ามีเงินคืนภาษีรอรับ ยิ่งทำธุรกิจที่ต้องจัดการภาษีหลายประเภท ยิ่งต้องเช็คสม่ำเสมอ ใครบ้างที่ต้องเช็คภาษี วิธีเช็คภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออนไลน์ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่คนทำงานและฟรีแลนซ์ทุกคนต้องยื่น โดยสามารถเช็คสถานะได้ 2 ช่องทางหลัก (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความเช็คภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของ PEAK) เช็คผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร เป็นช่องทางหลักสำหรับยื่นและเช็คภาษีออนไลน์ ขั้นตอนมีดังนี้ เช็คผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax แอป RD Smart Tax ของกรมสรรพากรใช้งานผ่านมือถือได้ทั้ง iOS และ Android ทำให้เช็คสถานะภาษีได้ทุกที่ เมื่อล็อกอินแล้วจะเห็นข้อมูลการยื่นแบบ สถานะคืนภาษี และรายละเอียดภาษีที่เกี่ยวข้องกับเลขบัตรประชาชนของเรา เช็คสถานะคืนภาษี (ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91) หลังยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ทางออนไลน์ เช็คสถานะเงินคืนได้ที่ระบบ e-Filing เมนู “สอบถามข้อมูลคืนภาษี” โดยทั่วไปกรมสรรพากรจะคืนเงินภาษีภายใน 3 เดือนสำหรับการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านบัญชีธนาคารพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน ตรวจสอบสถานะคืนภาษีได้ที่ระบบสอบถามข้อมูลการคืนภาษี วิธีเช็คภาษีเงินได้นิติบุคคลออนไลน์ สำหรับเจ้าของกิจการที่จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วน ต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล 2 ครั้งต่อปี และสามารถเช็คสถานะการยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้เช่นกัน เช็คการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 เข้าระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของนิติบุคคล แล้วเลือกเมนู “สอบถามข้อมูลการยื่นแบบ” เพื่อดูว่ายื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ไปแล้วหรือยัง กำหนดยื่นภาษีนิติบุคคลที่ต้องรู้ แบบภาษี คำอธิบาย กำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ภายใน 150 วันหลังวันสิ้นรอบบัญชี ภ.ง.ด.51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้ขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน วิธีเช็คภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ออนไลน์ ธุรกิจที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน ไม่ว่าเดือนนั้นจะมียอดขายหรือไม่ก็ตาม เช็คสถานะจดทะเบียน VAT ผู้ประกอบการสามารถเช็คว่ากิจการจดทะเบียน VAT แล้วหรือยังผ่านระบบค้นหาผู้จดทะเบียน VAT โดยกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ระบบจะแสดงข้อมูลชื่อกิจการ ที่อยู่ และวันที่จดทะเบียน ร้านค้าไหนที่ยอดขายถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT ไม่ว่าจะขายหน้าร้านหรือออนไลน์ เช็คยอด VAT ที่ต้องชำระ เข้าระบบ e-Filing แล้วดูประวัติการยื่นแบบ ภ.พ.30 จะเห็นยอดภาษีขาย ภาษีซื้อ และยอดที่ต้องชำระหรือขอคืนในแต่ละเดือน ภาษีซื้อ คือ VAT ที่เราจ่ายตอนซื้อของเข้ากิจการ ส่วนภาษีขาย คือ VAT ที่เราเก็บจากลูกค้า ถ้าภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ต้องนำส่งส่วนต่างให้กรมสรรพากร แต่ถ้าภาษีซื้อมากกว่าก็ขอคืนหรือยกไปเดือนถัดไปได้ วิธีเช็คภาษีหัก ณ ที่จ่ายออนไลน์ ทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้างหรือค่าบริการให้ใครสักคน ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วนำส่งกรมสรรพากร ถ้าเป็นเจ้าของกิจการที่จ้างฟรีแลนซ์หรือจ่ายค่าบริการบ่อย ต้องเช็คว่ายื่นแบบครบทุกเดือนหรือยัง เช็คการยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 เข้าระบบ e-Filing แล้วดูประวัติการยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 กำหนดยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปที่จ่ายเงิน ถ้ายื่นออนไลน์จะได้ขยายถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นเลยกำหนดจะมีเบี้ยปรับ 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องนำส่ง วิธีเช็คภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออนไลน์ ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินหรืออาคารต้องชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี อัตราภาษีแตกต่างตามประเภทการใช้งาน เช่น ที่อยู่อาศัย เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือที่ดินว่างเปล่า เช็คยอดภาษีที่ต้องจ่ายได้ที่สำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ บาง อปท. เปิดให้เช็คออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของตนเอง PEAK มีบทความอธิบายรายละเอียดเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้แล้ว สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ วิธีเช็คภาษีรถยนต์ออนไลน์ ภาษีรถยนต์ต้องต่อทุกปีก่อนวันหมดอายุ หากเลยกำหนดจะมีค่าปรับ 1% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย สามารถเช็คค่าภาษีรถที่ต้องจ่ายและต่อภาษีออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ กรมการขนส่งทางบก (eservice.dlt.go.th) โดยกรอกเลขทะเบียนรถ ระบบจะแสดงยอดภาษีรถและ พ.ร.บ. ที่ต้องชำระ รวมช่องทางเช็คภาษีออนไลน์ทุกประเภท ตารางด้านล่างสรุปภาษีแต่ละประเภทว่าเช็คที่ไหนและยื่นเมื่อไร ช่วยให้ดูภาพรวมได้ง่ายขึ้น ประเภทภาษี ช่องทางเช็คออนไลน์ กำหนดยื่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา e-Filing / RD Smart Tax ม.ค. – มี.ค. ของปีถัดไป ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ปี) e-Filing 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ครึ่งปี) e-Filing 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรก ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) e-Filing ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย e-Filing ทุกเดือน ภายในวันที่ 7 (ออนไลน์ วันที่ 15) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เว็บไซต์ อปท. / สำนักงานเขต ภายในเดือน มิ.ย. ภาษีรถยนต์ eservice.dlt.go.th ก่อนวันหมดอายุ PEAK ช่วยเช็คและจัดการภาษีให้ธุรกิจคุณอย่างไร การเช็คภาษีหลายประเภททุกเดือนอาจดูซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อต้องจัดการทั้ง VAT หัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคลพร้อมกัน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ใช้ AI ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบัญชีและภาษีก่อนยื่นแบบ ลดโอกาสผิดพลาดที่อาจนำไปสู่เบี้ยปรับ PEAK คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้อัตโนมัติเมื่อบันทึกรายจ่าย ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ได้ทันที และสรุปยอด VAT ภาษีซื้อ-ภาษีขายให้ครบ พร้อมออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ผู้ประกอบการมั่นใจก่อนยื่นแบบ ไม่ต้องกลัวว่าจะยื่นผิดพลาด สรุป เช็คภาษีออนไลน์ ครบทุกประเภท สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทำเป็นประจำ จัดการภาษีธุรกิจให้ง่ายขึ้นด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่มี AI ช่วยตรวจสอบความถูกต้อง คำนวณภาษีอัตโนมัติ และออกเอกสารภาษีให้ครบ ทั้ง VAT หัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคล ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการเช็คภาษี เช็คภาษีออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงไหม ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรเปิดให้เช็คข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่บางช่วงที่ใกล้กำหนดยื่นแบบ (เช่น ปลายเดือนมีนาคม) ระบบอาจช้ากว่าปกติเพราะมีผู้ใช้งานจำนวนมาก แนะนำให้เช็คในช่วงที่ไม่ใช่เวลาเร่งด่วน เช็คภาษีค้างชำระแล้วพบว่าค้างอยู่ ต้องทำอย่างไร ควรชำระให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด เพราะภาษีที่ค้างจะมีเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ต้องชำระ ถ้าค้างนานหลายเดือน ยอดเงินเพิ่มจะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ สามารถชำระผ่านระบบ e-Filing หรือที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ได้ ฟรีแลนซ์ต้องเช็คภาษีอะไรบ้าง ฟรีแลนซ์ควรเช็ค 2 เรื่องหลัก คือ หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ได้รับจากผู้จ้างว่าครบทุกรายการหรือไม่ และสถานะการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ประจำปี ถ้าผู้จ้างหักภาษีไว้เกินกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง ฟรีแลนซ์มีสิทธิ์ขอคืนภาษีได้ เช็คภาษีย้อนหลังได้กี่ปี ผ่านระบบ e-Filing สามารถดูประวัติการยื่นแบบย้อนหลังได้หลายปี ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่กรมสรรพากรจัดเก็บไว้ในระบบ ส่วนกรมสรรพากรมีอำนาจตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้สูงสุด 5 ปี หรือ 10 ปีในกรณีที่สงสัยว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษี ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

17 min

ประเภทเงินได้หัก ณ ที่จ่าย มาตรา 40 หักผิดแก้ยังไง

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ไม่ได้มีอัตราเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเงินที่จ่ายไปเป็น “เงินได้ประเภทไหน” ตามมาตรา 40 ของประมวลรัษฎากร ถ้าเลือกประเภทผิด อัตราภาษีที่หักก็ผิดตาม แบบที่ยื่นก็ผิด อาจโดนเบี้ยปรับจากกรมสรรพากรได้ สำหรับอัตราหัก ณ ที่จ่ายแต่ละประเภทและวิธีคำนวณแบบละเอียด อ่านเพิ่มได้ที่ คู่มือภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเจ้าของกิจการ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคืออะไร? ทำไมต้องแยกประเภทเงินได้ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคือภาษีที่ผู้จ่ายเงินต้องหักไว้จากผู้รับก่อนจ่ายจริง แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทน อัตราภาษีและแบบที่ต้องยื่นขึ้นอยู่กับว่าเงินที่จ่ายจัดเป็น “เงินได้ประเภทไหน” ตามมาตรา 40 เงินได้ต่างประเภทมีอัตราหักต่างกัน ใช้แบบภาษีต่างกัน ถ้าเลือกผิดตั้งแต่ต้นทาง ผลกระทบจะลามไปทั้งผู้จ่ายและผู้รับเงิน ประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 ที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ประมวลรัษฎากรแบ่งเงินได้พึงประเมินเป็น 8 ประเภท ตามมาตรา 40(1) ถึง 40(8) แต่ละประเภทมีอัตราหักและแบบยื่นต่างกัน ด้านล่างสรุปเฉพาะที่เจ้าของกิจการ SME เจอบ่อย สำหรับรายละเอียดเงินได้พึงประเมินทั้ง 8 ประเภท อ่านเพิ่มที่ เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท คืออะไร เงินได้ 40(1)-(2): เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ค่านายหน้า เงินได้ประเภทที่ 1 (มาตรา 40(1)) คือเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ที่ได้จากการเป็นลูกจ้าง ส่วนประเภทที่ 2 (มาตรา 40(2)) คือค่าตอบแทนจากหน้าที่หรือตำแหน่ง เช่น ค่านายหน้า เบี้ยประชุม ผู้จ่ายต้องหักภาษีตามอัตราก้าวหน้า (5%-35%) แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 (แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายพนักงาน) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป เงินได้ 40(3): ค่า goodwill ค่าลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เงินได้ประเภทที่ 3 (มาตรา 40(3)) คือค่าตอบแทนจากลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า หรือค่า goodwill ถ้าจ่ายให้บุคคลธรรมดา หัก 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบุคคลธรรมดา) ถ้าจ่ายให้นิติบุคคล หัก 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท) จุดสับสน: ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มักถูกหักเป็น 40(8) ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะค่าลิขสิทธิ์เป็น 40(3) โดยเฉพาะ เงินได้ 40(6): วิชาชีพอิสระ 6 สาขา เงินได้ประเภทที่ 6 (มาตรา 40(6)) คือรายได้จากวิชาชีพอิสระ 6 สาขา ได้แก่ แพทย์ ทนายความ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ประณีตศิลปกรรม จ่ายให้บุคคลธรรมดาหัก 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 จุดสับสน: ค่าที่ปรึกษาที่จ่ายให้ทนายความหรือนักบัญชีอิสระเป็นเงินได้ประเภทที่ 6 ไม่ใช่ประเภทที่ 2 หรือ 8 เงินได้ 40(7)-(8): รับเหมา จ้างทำของ ค่าบริการอื่นๆ เงินได้ประเภทที่ 7 (มาตรา 40(7)) คือค่ารับเหมาที่ผู้รับจัดหาวัสดุสำคัญด้วย ส่วนประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) คือเงินได้อื่นๆ ที่ไม่เข้าประเภท 1-7 เช่น ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ รายได้จากฟรีแลนซ์ ปกติหัก 3% นี่คือจุดที่หักผิดประเภทบ่อยที่สุด เพราะหลายคนแยกไม่ออกว่าค่าบริการที่จ่ายไปควรเป็น 40(2) 40(7) หรือ 40(8) ซึ่งส่งผลต่อแบบภาษีที่ใช้ยื่นด้วย ตาราง Mapping ประเภทเงินได้ อัตราหัก และแบบ ภ.ง.ด. ตารางนี้ช่วยให้เช็คได้ทันทีว่าเงินที่จ่ายไปเป็นประเภทอะไร ต้องหักเท่าไร ใช้แบบอะไรยื่น (อ้างอิง คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 — ดูรายละเอียดที่ กรมสรรพากร) ประเภทเงินได้ ตัวอย่าง อัตราหัก (บุคคลธรรมดา) อัตราหัก (นิติบุคคล) แบบที่ยื่น 40(1) เงินเดือน เงินเดือน โบนัส อัตราก้าวหน้า 5%-35% — ภ.ง.ด.1 40(2) ค่าตอบแทน ค่านายหน้า เบี้ยประชุม อัตราก้าวหน้า 5%-35% — ภ.ง.ด.1 40(3) ค่าลิขสิทธิ์ ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ 3% 3% ภ.ง.ด.3 / 53 40(4) ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยเงินกู้ 15% 1% ภ.ง.ด.2 / 53 40(4) เงินปันผล เงินปันผล 10% 10% ภ.ง.ด.2 / 53 40(5) ค่าเช่า ค่าเช่าสำนักงาน 5% 5% ภ.ง.ด.3 / 53 40(6) วิชาชีพอิสระ ค่าทนายความ นักบัญชี 3% 3% ภ.ง.ด.3 / 53 40(7) รับเหมา รับเหมาก่อสร้าง 3% 3% ภ.ง.ด.3 / 53 40(8) อื่นๆ ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ 3% 3% ภ.ง.ด.3 / 53 หมายเหตุ: อัตราหักอาจมีข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงหรือมาตรการพิเศษ ควรเช็คจาก กรมสรรพากร เพื่อความแน่ใจ (ข้อมูลอัปเดตปี 2569) โดนหัก ณ ที่จ่ายผิดประเภทเงินได้ เกิดจากอะไร? ปัญหานี้เกิดบ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะกิจการที่ไม่มีนักบัญชีประจำ สาเหตุที่พบมากที่สุดมีดังนี้ สาเหตุที่พบบ่อย ตัวอย่าง Case จริงที่พบบ่อย Case 1: ค่าที่ปรึกษา บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ้างนักบัญชีอิสระมาเป็นที่ปรึกษา จ่ายค่าตอบแทน 50,000 บาท หักภาษี 3% เป็นเงิน 1,500 บาท แล้วระบุประเภทเงินได้เป็น 40(8) ลงในแบบ ภ.ง.ด.3 ผิดตรงไหน: นักบัญชีเป็นวิชาชีพอิสระ ต้องระบุเป็น 40(6) แม้อัตราหักจะเท่ากัน (3%) แต่ประเภทที่ระบุผิดจะกระทบการยื่นภาษีประจำปีของผู้รับเงิน Case 2: ฟรีแลนซ์ออกแบบ ร้านค้าออนไลน์จ้างกราฟิกดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์ออกแบบโลโก้ 15,000 บาท แล้วหักภาษีตามอัตราก้าวหน้าแบบเงินเดือน (40(1)) แทนที่จะหัก 3% ตาม 40(8) ผิดตรงไหน: ฟรีแลนซ์ไม่ใช่ลูกจ้างประจำ เงินที่จ่ายเป็นค่าจ้างทำของ ต้องใช้ 40(8) หัก 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 วิธีแก้ไขเมื่อหัก ณ ที่จ่ายผิดประเภทเงินได้ ถ้าหักผิดแล้วอย่าปล่อยไว้ เพราะยิ่งทิ้งนานยิ่งแก้ยาก และอาจโดนเงินเพิ่มสะสม วิธีแก้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นฝั่งผู้จ่ายหรือผู้รับ ฝั่งผู้จ่ายเงิน (ผู้หัก) — ยื่นแบบเพิ่มเติม ขั้นตอนแก้ไขสำหรับผู้จ่ายเงินที่หักผิดประเภท หมายเหตุ: ถ้ายื่นเพิ่มเติมก่อนที่กรมสรรพากรจะตรวจพบ อาจเสียเฉพาะเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่นำส่งขาด โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ฝั่งผู้รับเงิน (ผู้ถูกหัก) — แจ้งผู้จ่ายแก้ไข ถ้าคุณเป็นฝั่งที่ถูกหักภาษีผิดประเภท ให้ทำตามขั้นตอนนี้ ถ้าผู้จ่ายไม่แก้ไขให้ ผู้ถูกหักสามารถยื่นภาษีตามประเภทเงินได้ที่ถูกต้องได้ พร้อมแนบหลักฐานประกอบ เช่น สัญญาจ้าง ใบแจ้งหนี้ กรณีข้ามปีภาษี — ต้องทำอย่างไร ถ้าพบว่าหักผิดประเภทหลังจากยื่นแบบสรุปรายปีไปแล้ว ขั้นตอนจะซับซ้อนขึ้น ข้อแนะนำ: กรณีข้ามปีภาษีที่ซับซ้อน ควรปรึกษานักบัญชีหรือสรรพากรในพื้นที่โดยตรง ผลกระทบถ้าไม่แก้ไข — เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ถ้าหักผิดประเภทแล้วปล่อยไว้ อาจเจอผลกระทบหลายด้าน (อ้างอิง ประมวลรัษฎากร มาตรา 26-27 — ดูรายละเอียดที่ กรมสรรพากร) ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญภาษีก่อนตัดสินใจเสมอ วิธีป้องกันไม่ให้หัก ณ ที่จ่ายผิดประเภทเงินได้ ป้องกันง่ายกว่าแก้ไข เช็คลิสต์ 4 ข้อนี้ช่วยลดความผิดพลาดได้ สรุป: เช็คประเภทเงินได้ก่อนหัก ลดปัญหาภาษีตั้งแต่ต้นทาง ทุกครั้งที่จ่ายเงินและต้องหัก ณ ที่จ่าย ให้เช็ค 3 อย่าง ได้แก่ ลักษณะงานที่จ้าง สถานะผู้รับเงิน (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) และตาราง mapping ประเภทเงินได้ ถ้าหักผิดแล้วให้รีบยื่นเพิ่มเติมก่อนที่สรรพากรจะตรวจพบ จะช่วยลดเบี้ยปรับได้ จัดการหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายได้ถูกต้อง ระบบจะแนะนำประเภทเงินได้ อัตราหัก และคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ พร้อมสร้างแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ที่ยื่นได้ทันที ใช้ PEAK Board ดูภาพรวมภาษีแบบ Real-Time ดูฟังก์ชันทั้งหมดหรือเปรียบเทียบแพ็กเกจและราคา ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับประเภทเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ค่าจ้างเหมาบริการเป็นเงินได้ประเภทใด? ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ถ้าผู้รับจ้างจัดหาวัสดุสำคัญเองด้วย จัดเป็น 40(7) รับเหมา แต่ถ้าเป็นค่าจ้างทำของที่ใช้แรงงานหรือฝีมือเป็นหลัก จัดเป็น 40(8) ทั้งสองประเภทปกติหัก 3% เหมือนกัน แต่ฝั่งผู้รับจะหักค่าใช้จ่ายได้ต่างกันตอนยื่นภาษีประจำปี หักผิดประเภทแต่อัตราเท่ากัน ต้องแก้ไหม? ควรแก้ แม้อัตราหักจะเท่ากัน (เช่น 40(6) กับ 40(8) หัก 3% เท่ากัน) แต่ประเภทเงินได้ที่ระบุไปจะกระทบการคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้รับเงินตอนยื่นภาษีประจำปี เงินได้แต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน เงินรางวัลจากการส่งเสริมการขายเป็นเงินได้ประเภทไหน? เงินรางวัลส่งเสริมการขาย เช่น รางวัลจากการชิงโชค จัดเป็นเงินได้ 40(8) ต้องหัก ณ ที่จ่าย 5% ไม่ใช่ 3% อย่างค่าจ้างทำของทั่วไป ดูรายละเอียดเพิ่มที่ เงินรางวัลหัก ณ ที่จ่ายอย่างไร ผู้รับเงินมีสิทธิ์ปฏิเสธถ้าผู้จ่ายหักผิดประเภทหรือเปล่า? ผู้รับเงินไม่สามารถปฏิเสธการถูกหักภาษีได้ แต่มีสิทธิ์แจ้งผู้จ่ายว่าระบุประเภทผิด และขอให้ออก 50 ทวิ ฉบับใหม่ที่ถูกต้อง หากตกลงกันไม่ได้ ผู้รับเงินสามารถยื่นภาษีตามประเภทที่ถูกต้อง พร้อมแนบหลักฐานสัญญาจ้างประกอบ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

4 ก.ย. 2026

PEAK Account

12 min

หัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับธุรกิจบริการ จัดการยังไงให้ครบจบ

ส่งมอบงานเสร็จ วางบิล 100,000 บาท แต่ได้รับเงินแค่ 97,000 บาท เพราะลูกค้าหักภาษี 3% ไว้ 3,000 บาท ผู้ประกอบการธุรกิจบริการเจอแบบนี้ทุกครั้งที่รับงาน คำถามคือ คำนวณยังไงให้ถูก แล้วจะเอาเงินภาษีกลับคืนมาได้อย่างไร ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% คืออะไร ทำไมธุรกิจบริการต้องถูกหัก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% คือภาษีที่ลูกค้าหักจากค่าบริการก่อนจ่ายเงินให้คุณ แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทน พูดง่ายๆ คือ “จ่ายภาษีล่วงหน้า” ที่ถูกเก็บไว้ทุกครั้งที่คุณรับค่าบริการตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ใครเป็นผู้หัก และใครเป็นผู้ถูกหัก ฝ่ายที่เกี่ยวข้องมี 2 ฝ่าย ค่าบริการอะไรบ้างที่โดนหัก ณ ที่จ่าย 3% ค่าบริการส่วนใหญ่ที่นิติบุคคลจ่ายให้ผู้ให้บริการ จะถูกหัก 3% ทุกครั้งที่จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ดูอัตราภาษีแต่ละประเภทฉบับเต็มได้ในบทความอัตราภาษี ตัวอย่างธุรกิจบริการที่ถูกหัก 3% ประเภทค่าบริการ ตัวอย่างธุรกิจ อัตราหัก ค่าบริการทั่วไป ที่ปรึกษา, ออกแบบ, สำนักงานบัญชี 3% ค่าจ้างทำของ รับเขียนโปรแกรม, ผลิตสื่อ, ซ่อมบำรุง 3% ค่าโฆษณา เอเจนซีโฆษณา, ผู้รับจ้างทำการตลาด 2% ค่าเช่าทรัพย์สิน ค่าเช่าสำนักงาน, เช่าอุปกรณ์ 5% ค่าขนส่ง บริษัทขนส่ง, ไรเดอร์ 1% “ค่าบริการ” กับ “ค่าจ้างทำของ” หัก 3% เท่ากัน แต่ค่าเช่าและค่าขนส่งอัตราต่างกัน ถ้ามีรายได้หลายประเภทปนกัน ต้องแยกให้ชัดในใบแจ้งหนี้ คำนวณหัก ณ ที่จ่าย 3% อย่างไร พร้อมตัวอย่าง หลักสำคัญคือ หัก ณ ที่จ่ายคิดจากยอดค่าบริการก่อนบวก VAT เสมอ ไม่ใช่คิดจากยอดรวม VAT ตรงนี้คือจุดที่ SME สับสนกันมากที่สุด กรณีแยก VAT ชัดเจน (แนะนำ) สมมติบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ให้ลูกค้า ค่าบริการ 50,000 บาท ยังไม่รวม VAT รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ค่าบริการ 50,000 บาท VAT 7% 50,000 × 7% 3,500 บาท ยอดรวม 50,000 + 3,500 53,500 บาท หัก ณ ที่จ่าย 3% 50,000 × 3% 1,500 บาท ลูกค้าจ่ายจริง 53,500 – 1,500 52,000 บาท บริษัท ก ได้รับเงิน 52,000 บาท พร้อมใบ 50 ทวิ ยืนยันว่าถูกหักภาษีไว้ 1,500 บาท ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และวิธีรับมือ ลูกค้าหลายรายเอา VAT มารวมก่อนแล้วค่อยคิด 3% ซึ่งผิดวิธีและทำให้ถูกหักภาษีเกินจริง วิธี ยอดที่ใช้คิด 3% ภาษีหัก ถูกต้อง? คิดจากค่าบริการก่อน VAT 50,000 1,500 ถูก คิดจากยอดรวม VAT 53,500 1,605 ผิด (หักเกิน 105 บาท) ดูเผินๆ ต่างกันแค่ 105 บาท แต่ถ้าออกบิลเดือนละ 10 ครั้ง ปีหนึ่งหักเกินไป 12,600 บาท ผู้ประกอบการที่ไม่ตรวจก็เสียเงินโดยไม่รู้ตัว วิธีป้องกัน: ออก Invoice ระบุแยกบรรทัดให้ชัดเจน ค่าบริการ, VAT, หัก ณ ที่จ่าย, ยอดจ่ายสุทธิ แบบนี้ลูกค้าคำนวณถูกตั้งแต่แรก ไม่ต้องตามแก้ใบ 50 ทวิ ทีหลัง ถ้าเจอลูกค้าคำนวณผิดอยู่ แจ้งให้แก้ไขก่อนลงบัญชี เมื่อถูกหัก 3% แล้ว ธุรกิจบริการต้องทำอะไรบ้าง ทุกครั้งที่ได้รับเงินแล้วถูกหักภาษีไว้ ให้ทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ ตัวอย่างบันทึกบัญชีเมื่อได้รับเงิน 52,000 บาท (ค่าบริการ 50,000 + VAT 3,500 – หัก ณ ที่จ่าย 1,500) รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินสด/ธนาคาร 52,000 ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย (ลูกหนี้สรรพากร) 1,500 รายได้ค่าบริการ 50,000 ภาษีขาย (VAT) 3,500 ขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทำได้อย่างไร ภาษีที่ถูกหักไว้ทั้งปี นำไปใช้ได้ 2 ทาง นำไปหักจากภาษีเงินได้ประจำปี วิธีที่ใช้กันมากที่สุดคือนำยอดภาษีถูกหักทั้งปีไปเป็น “เครดิตภาษี” ตอนยื่นภาษีประจำปี ถ้ายอดที่ถูกหักมากกว่าภาษีจริง ส่วนต่างก็รับคืนได้ ผู้ยื่น แบบภาษีประจำปี กำหนดยื่น บุคคลธรรมดา (ฟรีแลนซ์) ภ.ง.ด.90 ม.ค.-มี.ค. ของปีถัดไป นิติบุคคล (บริษัท) ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี ตัวอย่างการขอคืน สมมติบริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) เป็นสำนักงานบัญชี รายได้ค่าบริการทั้งปี 2,000,000 บาท ถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% ทุกครั้ง ขั้นที่ 1 ภาษีที่ถูกหักทั้งปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน รายได้ทั้งปี 2,000,000 บาท ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย 2,000,000 × 3% 60,000 บาท ขั้นที่ 2 ภาษีที่ต้องจ่ายจริง รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน กำไรสุทธิ (รายได้หักค่าใช้จ่าย) 2,000,000 – 1,400,000 600,000 บาท กำไร 300,000 แรก (SME ทุนจดทะเบียน ≤5 ล้าน + รายได้ ≤30 ล้าน) ยกเว้น 0 บาท กำไร 300,001-600,000 300,000 × 15% 45,000 บาท ภาษีนิติบุคคลที่ต้องจ่ายจริง 45,000 บาท ขั้นที่ 3 ผลลัพธ์ รายการ จำนวนเงิน ภาษีถูกหักทั้งปี 60,000 บาท ภาษีจริง 45,000 บาท ขอคืนได้ 15,000 บาท ภาษีที่ถูกหักเกิน 15,000 บาท ยื่นรับคืนจากกรมสรรพากรได้ โดยแนบหนังสือรับรองฯ ครบทุกใบ ยื่นผ่านระบบ e-Filing หรือยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ จัดการ Cash Flow อย่างไร เมื่อถูกหัก 3% ทุกครั้ง ถูกหัก 3% ทุกรายการอาจฟังดูไม่เยอะ แต่ถ้ารายได้ปีละ 2 ล้านบาท คุณโดนหักไว้ 60,000 บาท ก่อนที่จะได้คืน นั่นคือเงินสดที่หายไปจากระบบชั่วคราว ผู้ประกอบการที่วางแผนดีจะจัดการเรื่องนี้ได้โดยไม่กระทบธุรกิจ บันทึกบัญชีภาษีถูกหักด้วย PEAK ได้อย่างไร PEAK ช่วยให้คุณบันทึกภาษีถูกหักได้ตั้งแต่ขั้นตอนออก Invoice แค่คลิกระบุว่า “ถูกหัก ณ ที่จ่าย” ระบบคำนวณยอดให้อัตโนมัติ ยอดภาษีถูกหักทั้งปีรวมอยู่ในรายงานเดียว พร้อมส่งต่อนักบัญชี ดูวิธีบันทึกใน PEAK สรุป: ธุรกิจบริการถูกหัก 3% จัดการได้ไม่ยาก พร้อมยกระดับการจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่าย? ลองใช้ PEAK PEAK ช่วยบันทึกภาษีถูกหักได้อัตโนมัติ ออกเอกสารครบ รวบรวมรายงานพร้อมยื่น ไม่ต้องตามเอกสารตอนปลายปี ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน ลูกค้าไม่ยอมหัก ณ ที่จ่ายให้ ทำอย่างไร ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ไม่ถูกหักก็ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคล กฎหมายบังคับให้หักทุกครั้งที่จ่ายถึงเกณฑ์ ฟรีแลนซ์รับงานแล้วโดนหัก 3% ขอคืนได้ไหม ได้ นำยอดภาษีที่ถูกหักไปเป็นเครดิตตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ช่วง ม.ค.-มี.ค. ของปีถัดไป ถ้าถูกหักมากกว่าภาษีจริง ส่วนต่างรับคืนเป็นเงินสดได้ สิ่งสำคัญคือเก็บหนังสือรับรองฯ ครบทุกใบ ดูวิธีคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา ธุรกิจบริการประเภทไหนที่ไม่ต้องถูกหัก ณ ที่จ่าย กรณีไม่ต้องถูกหักมีจำกัด เช่น จ่ายต่อครั้งไม่ถึง 1,000 บาท หรือผู้จ่ายเป็นบุคคลธรรมดา แต่ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคลและจ่ายถึงเกณฑ์ ต้องหักทุกครั้งไม่มีข้อยกเว้น ถ้าใบ 50 ทวิ ระบุข้อมูลผิด ต้องทำอย่างไร ต้องแจ้งลูกค้า (ผู้หัก) ให้ออกฉบับใหม่ที่ถูกต้องทันที ห้ามแก้ไขเอง เพราะหนังสือรับรองฯ ที่มีข้อมูลผิดจะทำให้ถูกสรรพากรปฏิเสธเมื่อยื่นภาษีประจำปี