ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

17 เม.ย. 2026

Main ASC Team

17 min

365 วันของคนทำธุรกิจต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

การเริ่มต้นประกอบธุรกิจสำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่ มักจะเริ่มให้ความสำคัญกับการวางระบบบัญชีและวางแผนเสียภาษี อย่างจริงจังเมื่อมีการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือเมื่อมีรายได้รวมต่อปีถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บทความนี้จะสรุปทุกหน้าที่ในการเสียภาษี ที่ต้องพบเจอในรอบ 1 ปี เพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบ่งตามความถี่ การบริหารจัดการภาษีเพื่อให้ผู้ประกอบการมือใหม่ เข้าใจง่ายสามารถแบ่งตามความถี่และช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริงในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้ 1. ภาษีที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานรายวัน ภาษีในส่วนนี้จะเกิดขึ้นตามกิจกรรมการค้าหรือการทำสัญญาในแต่ละวัน 2. ภาษีที่ต้องบริหารจัดการเป็นรายเดือน แม้ธุรกิจจะยังไม่มีกำไร แต่ถ้ามีรายการที่ต้องเสียภาษี คุณต้องยื่นแบบภายในกำหนดการของแต่ละประเภทภาษีในเดือนถัดไป แต่จะเป็นวันที่เท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเป็นการยื่นแบบกระดาษหรือยื่นออนไลน์ 3. ภาษีที่ต้องชำระรายปี เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและผลกำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปี และเป็นภาษีกลุ่มที่ต้องใช้การวางแผนล่วงหน้าเพราะมักจะเป็นเงินก้อนใหญ่ เจาะลึกความเข้าใจด้านภาษีสำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต การบริหารจัดการภาษีอย่างถูกต้องถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้กิจการดำเนินไปได้อย่างมั่นคง การทำความเข้าใจความแตกต่างของภาษีแต่ละประเภทจะช่วยให้วางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน 1. ความแตกต่างระหว่างภาษีซื้อและภาษีขาย ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT มีหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทนของกรมสรรพากรในการบริหารจัดการภาษีที่เกิดขึ้นจากการซื้อและการขายสินค้าหรือบริการ โดยมีรายละเอียดข้อแตกต่าง ดังนี้ หัวข้อเปรียบเทียบ ภาษีซื้อ ภาษีขาย ความหมาย ภาษีที่จ่ายออกเมื่อซื้อสินค้า/รับบริการ ภาษีที่เรียกเก็บจากลูกค้าเมื่อขายสินค้า เอกสารหลักฐาน ใบกำกับภาษีซื้อ (ฉบับจริง) สำเนาใบกำกับภาษีขาย ประโยชน์ทางภาษี ใช้หักลบออกจากภาษีขายได้ ยอดเงินที่ต้องนำส่งภาครัฐ ผลลัพธ์สิ้นเดือน หากมากกว่าภาษีขาย ขอคืนภาษีได้ หากมากกว่าภาษีซื้อ ต้องนำส่งส่วนต่าง 2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และการถูกหัก ณ ที่จ่าย ผู้ประกอบการหลายคนมักมีความสับสนระหว่างหักภาษีผู้อื่น หรือถูกผู้อื่นหักภาษี แต่สุดท้ายแล้วหลายคนก็สนใจเพียงแค่หน้าที่เดียวคือกลัวลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายคู่ค้านั่นก็เพราะว่าหากลืมก็จะมีบทลงโทษ จนทำให้เราลืมสิทธิของตนเองไปเมื่อตนเองถูกหักบ้าง เมื่อเป็นผู้จ่ายเงินได้ และหักภาษี ณ ที่จ่ายคู่ค้า หากบริษัทจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่น มีหน้าที่หักเงินส่วนหนึ่งไว้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดก่อนที่จะจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้รับ เมื่อเป็นผู้มีเงินได้ และถูกลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่าย ในกรณีที่บริษัทเป็นผู้ให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล ลูกค้าจะหักเงินภาษีไว้ส่วนหนึ่งนั้น การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบและการทำความเข้าใจหน้าที่ในแต่ละบทบาท จะช่วยให้การบริหารจัดการบัญชีและภาษีของธุรกิจมีความถูกต้องและโปร่งใสตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นกิจการ หมายเหตุ: เนื้อหาในบทความข้างต้นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับธุรกิจขายสินค้าและให้บริการทั่วไป ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในรูปแบบปกติ ข้อมูลนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงธุรกิจเฉพาะที่มีข้อกำหนดทางภาษีแตกต่างออกไป เช่น ธุรกิจธนาคารและการเงิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงรับจำนำ หรือการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไร ซึ่งกลุ่มธุรกิจดังกล่าวอาจมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทนภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จัดการภาษีรายเดือนให้เป็นเรื่องง่ายด้วย PEAK TAX สำหรับการบริหารจัดการบัญชีและภาษีให้เป็นเรื่องง่าย PEAK พร้อมเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การทำธุรกิจมีความคล่องตัวสูงขึ้น ด้วยระบบบัญชีออนไลน์ที่ใช้งานง่าย ที่สำคัญที่สุดคือการจัดการภาษีรายเดือนที่เคยน่าปวดหัวจะกลายเป็นเรื่องที่เสร็จได้ในไม่กี่คลิกด้วย PEAK TAX เครื่องมือที่จะช่วยรวบรวมยอดภาษีและเตรียมแบบฟอร์มให้อัตโนมัติอย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากการคีย์ข้อมูลผิดหรือส่งภาษีไม่ครบถ้วน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

12 มี.ค. 2026

Main ASC Team

2 min

PEAK Package ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2

ลูกค้า PEAK เมื่อซื้อ Package Basic, Pro หรือ Pro+ รายปี จำนวน 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 ขั้นตอนการรับโปรโมชั่น ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 จาก PEAK 1.) เลือกแพ็กเกจ PEAK ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ผ่านเว็บไซต์ PEAK เพื่อดูความแตกต่างของแต่ละแพ็กเกจ คลิกดูแพ็กเกจ PEAK ได้ที่นี่2.) ติดต่อทีมงาน Customer Support ทาง Chat ในโปรแกรม หรือกรอกแบบฟอร์มขอใบเสนอราคาเข้ามาที่นี่3.) ชำระค่าแพ็กเกจด้วยยอดตามใบเสนอราคา และส่งหลักฐานการชำระเงินให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแล4.) หลังจากตรวจสอบการชำระเงินเรียบร้อย จะได้รับโค้ดอายุการใช้งาน 2 ปี เพื่อต่ออายุบนหน้าระบบ5.) นำโค้ดมาต่ออายุบนหน้าระบบ ตามคู่มือนี้ เงื่อนไขการรับโปรโมชั่น ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 จาก PEAK 1.) สามารถใช้สิทธิ์ทั้งผู้ใช้งานใหม่ และลูกค้าปัจจุบัน 2.) โปรโมชั่นนี้สำหรับการซื้อPackage ต่อ 1 กิจการเท่านั้น 3.) โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้ 4.) โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆได้ สมัครใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี คลิก peakaccount.comหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง inbox ของ Facebook PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์

17 เม.ย. 2026

Main ASC Team

17 min

365 วันของคนทำธุรกิจต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

การเริ่มต้นประกอบธุรกิจสำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่ มักจะเริ่มให้ความสำคัญกับการวางระบบบัญชีและวางแผนเสียภาษี อย่างจริงจังเมื่อมีการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือเมื่อมีรายได้รวมต่อปีถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บทความนี้จะสรุปทุกหน้าที่ในการเสียภาษี ที่ต้องพบเจอในรอบ 1 ปี เพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบ่งตามความถี่ การบริหารจัดการภาษีเพื่อให้ผู้ประกอบการมือใหม่ เข้าใจง่ายสามารถแบ่งตามความถี่และช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริงในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้ 1. ภาษีที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานรายวัน ภาษีในส่วนนี้จะเกิดขึ้นตามกิจกรรมการค้าหรือการทำสัญญาในแต่ละวัน 2. ภาษีที่ต้องบริหารจัดการเป็นรายเดือน แม้ธุรกิจจะยังไม่มีกำไร แต่ถ้ามีรายการที่ต้องเสียภาษี คุณต้องยื่นแบบภายในกำหนดการของแต่ละประเภทภาษีในเดือนถัดไป แต่จะเป็นวันที่เท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเป็นการยื่นแบบกระดาษหรือยื่นออนไลน์ 3. ภาษีที่ต้องชำระรายปี เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและผลกำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปี และเป็นภาษีกลุ่มที่ต้องใช้การวางแผนล่วงหน้าเพราะมักจะเป็นเงินก้อนใหญ่ เจาะลึกความเข้าใจด้านภาษีสำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต การบริหารจัดการภาษีอย่างถูกต้องถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้กิจการดำเนินไปได้อย่างมั่นคง การทำความเข้าใจความแตกต่างของภาษีแต่ละประเภทจะช่วยให้วางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน 1. ความแตกต่างระหว่างภาษีซื้อและภาษีขาย ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT มีหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทนของกรมสรรพากรในการบริหารจัดการภาษีที่เกิดขึ้นจากการซื้อและการขายสินค้าหรือบริการ โดยมีรายละเอียดข้อแตกต่าง ดังนี้ หัวข้อเปรียบเทียบ ภาษีซื้อ ภาษีขาย ความหมาย ภาษีที่จ่ายออกเมื่อซื้อสินค้า/รับบริการ ภาษีที่เรียกเก็บจากลูกค้าเมื่อขายสินค้า เอกสารหลักฐาน ใบกำกับภาษีซื้อ (ฉบับจริง) สำเนาใบกำกับภาษีขาย ประโยชน์ทางภาษี ใช้หักลบออกจากภาษีขายได้ ยอดเงินที่ต้องนำส่งภาครัฐ ผลลัพธ์สิ้นเดือน หากมากกว่าภาษีขาย ขอคืนภาษีได้ หากมากกว่าภาษีซื้อ ต้องนำส่งส่วนต่าง 2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และการถูกหัก ณ ที่จ่าย ผู้ประกอบการหลายคนมักมีความสับสนระหว่างหักภาษีผู้อื่น หรือถูกผู้อื่นหักภาษี แต่สุดท้ายแล้วหลายคนก็สนใจเพียงแค่หน้าที่เดียวคือกลัวลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายคู่ค้านั่นก็เพราะว่าหากลืมก็จะมีบทลงโทษ จนทำให้เราลืมสิทธิของตนเองไปเมื่อตนเองถูกหักบ้าง เมื่อเป็นผู้จ่ายเงินได้ และหักภาษี ณ ที่จ่ายคู่ค้า หากบริษัทจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่น มีหน้าที่หักเงินส่วนหนึ่งไว้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดก่อนที่จะจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้รับ เมื่อเป็นผู้มีเงินได้ และถูกลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่าย ในกรณีที่บริษัทเป็นผู้ให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล ลูกค้าจะหักเงินภาษีไว้ส่วนหนึ่งนั้น การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบและการทำความเข้าใจหน้าที่ในแต่ละบทบาท จะช่วยให้การบริหารจัดการบัญชีและภาษีของธุรกิจมีความถูกต้องและโปร่งใสตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นกิจการ หมายเหตุ: เนื้อหาในบทความข้างต้นเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับธุรกิจขายสินค้าและให้บริการทั่วไป ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในรูปแบบปกติ ข้อมูลนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงธุรกิจเฉพาะที่มีข้อกำหนดทางภาษีแตกต่างออกไป เช่น ธุรกิจธนาคารและการเงิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงรับจำนำ หรือการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไร ซึ่งกลุ่มธุรกิจดังกล่าวอาจมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทนภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จัดการภาษีรายเดือนให้เป็นเรื่องง่ายด้วย PEAK TAX สำหรับการบริหารจัดการบัญชีและภาษีให้เป็นเรื่องง่าย PEAK พร้อมเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การทำธุรกิจมีความคล่องตัวสูงขึ้น ด้วยระบบบัญชีออนไลน์ที่ใช้งานง่าย ที่สำคัญที่สุดคือการจัดการภาษีรายเดือนที่เคยน่าปวดหัวจะกลายเป็นเรื่องที่เสร็จได้ในไม่กี่คลิกด้วย PEAK TAX เครื่องมือที่จะช่วยรวบรวมยอดภาษีและเตรียมแบบฟอร์มให้อัตโนมัติอย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากการคีย์ข้อมูลผิดหรือส่งภาษีไม่ครบถ้วน ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

12 มี.ค. 2026

Main ASC Team

2 min

PEAK Package ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2

ลูกค้า PEAK เมื่อซื้อ Package Basic, Pro หรือ Pro+ รายปี จำนวน 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 ขั้นตอนการรับโปรโมชั่น ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 จาก PEAK 1.) เลือกแพ็กเกจ PEAK ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ผ่านเว็บไซต์ PEAK เพื่อดูความแตกต่างของแต่ละแพ็กเกจ คลิกดูแพ็กเกจ PEAK ได้ที่นี่2.) ติดต่อทีมงาน Customer Support ทาง Chat ในโปรแกรม หรือกรอกแบบฟอร์มขอใบเสนอราคาเข้ามาที่นี่3.) ชำระค่าแพ็กเกจด้วยยอดตามใบเสนอราคา และส่งหลักฐานการชำระเงินให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแล4.) หลังจากตรวจสอบการชำระเงินเรียบร้อย จะได้รับโค้ดอายุการใช้งาน 2 ปี เพื่อต่ออายุบนหน้าระบบ5.) นำโค้ดมาต่ออายุบนหน้าระบบ ตามคู่มือนี้ เงื่อนไขการรับโปรโมชั่น ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 จาก PEAK 1.) สามารถใช้สิทธิ์ทั้งผู้ใช้งานใหม่ และลูกค้าปัจจุบัน 2.) โปรโมชั่นนี้สำหรับการซื้อPackage ต่อ 1 กิจการเท่านั้น 3.) โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้ 4.) โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆได้ สมัครใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี คลิก peakaccount.comหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง inbox ของ Facebook PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์