ลูกหนี้ค้างชำระแล้วจ่ายไม่ได้ ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร หนี้สงสัยจะสูญ อยู่หมวดไหน แล้วหนี้สูญต่างกันตรงไหน หนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญ คืออะไร ต่างกันอย่างไร ทั้งสองคำเกี่ยวกับลูกหนี้ที่เก็บเงินไม่ได้ แต่อยู่คนละขั้นตอนของการจัดการ ก่อนจะบันทึกบัญชีหรือยื่นภาษีต้องแยกให้ออกก่อน หนี้สูญ (Bad Debt) คืออะไร หนี้สูญ คือ ลูกหนี้ที่กิจการติดตามทวงถามจนแน่ใจแล้วว่าจะเก็บเงินไม่ได้ จึงตัดออกจากบัญชีลูกหนี้ทั้งจำนวน ในทางบัญชี หนี้สูญถือเป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่ตัดจำหน่าย ส่วนในทางภาษี จะนำมาเป็นรายจ่ายได้ต้องทำตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 และ 374 กฎกระทรวง 186 และ กฎกระทรวง 374 หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Debt) คืออะไร หนี้สงสัยจะสูญ คือ ลูกหนี้ที่กิจการประเมินแล้วว่ามีโอกาสเก็บเงินไม่ได้ แต่ยังไม่แน่ใจ 100% จึงยังไม่ตัดออก แค่ “ตั้งค่าเผื่อ” ไว้ก่อน หนี้สงสัยจะสูญเป็นการประมาณการทางบัญชีตามหลักความระมัดระวัง (Conservatism) กิจการต้องประเมินมูลค่าลูกหนี้ทุกสิ้นงวด ตามมาตรฐาน NPAEs สรุปข้อแตกต่างระหว่างหนี้สูญ กับ หนี้สงสัยจะสูญ เกณฑ์ หนี้สูญ (Bad Debt) หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Debt) สถานะ เก็บเงินไม่ได้แน่นอนแล้ว คาดว่าอาจเก็บไม่ได้ แต่ยังไม่แน่ใจ การจัดการ ตัดออกจากบัญชีลูกหนี้ ตั้งค่าเผื่อไว้ ยังไม่ตัดออก ผลต่องบการเงิน บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย (หมวด 5) บันทึกค่าเผื่อเป็นรายการปรับลดสินทรัพย์ (หมวด 1) ผลทางภาษี เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ หากทำตามเงื่อนไขสรรพากร ไม่เป็นรายจ่ายทางภาษี ต้องบวกกลับ หนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญ อยู่หมวดบัญชีไหน หนี้สูญ กับ หนี้สงสัยจะสูญ อยู่คนละหมวดบัญชี เป็นจุดที่หลายคนสับสน เพราะชื่อคล้ายกันแต่บันทึกคนละที่ หนี้สูญ อยู่หมวด 5 ค่าใช้จ่าย (Expenses) เมื่อตัดจำหน่ายหนี้สูญ กิจการจะบันทึกเป็น “ค่าใช้จ่ายหนี้สูญ” ซึ่งอยู่ในหมวด 5 ค่าใช้จ่ายของผังบัญชี แสดงในงบกำไรขาดทุน ทำให้กำไรสุทธิลดลง ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ อยู่หมวด 1 สินทรัพย์ปรับลด (Contra Asset) ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ อยู่ในหมวด 1 สินทรัพย์ แต่เป็นรายการ “ปรับลด” (Contra Asset) ที่หักออกจากลูกหนี้การค้า ไม่ใช่สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น กิจการมีลูกหนี้การค้า 500,000 บาท ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 50,000 บาท ในงบแสดงฐานะการเงินจะแสดงเป็น “ลูกหนี้การค้าสุทธิ 450,000 บาท” ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ คืออะไร และมีวิธีประมาณการอย่างไร ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance for Doubtful Accounts) คือ จำนวนเงินที่กิจการประมาณว่าจะเก็บจากลูกหนี้ไม่ได้ แล้วตั้งสำรองไว้ล่วงหน้า เพื่อให้งบการเงินสะท้อนมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจริง วิธีประมาณการหนี้สงสัยจะสูญ มีกี่แบบ มาตรฐานบัญชี NPAEs กำหนดให้ใช้ได้ 2 วิธีหลัก วิธี หลักการ เหมาะกับ ร้อยละของยอดขายเชื่อ (Percentage of Sales) คำนวณจากยอดขายเชื่อทั้งงวด คูณอัตราที่คาดว่าเก็บไม่ได้ กิจการที่ยอดขายเชื่อสม่ำเสมอ การวิเคราะห์อายุหนี้ (Aging of Receivables) แบ่งลูกหนี้ตามอายุค้างชำระ ยิ่งค้างนาน ยิ่งตั้งค่าเผื่อสูง กิจการที่มีลูกหนี้หลายราย อายุหนี้ต่างกัน ตัวอย่างการคำนวณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) มีลูกหนี้การค้ารวม 1,000,000 บาท ใช้วิธีวิเคราะห์อายุหนี้ อายุหนี้ค้างชำระ ยอดลูกหนี้ อัตราที่คาดว่าเก็บไม่ได้ ค่าเผื่อที่ต้องตั้ง ยังไม่ครบกำหนด 600,000 บาท 1% 6,000 บาท ค้าง 1-30 วัน 200,000 บาท 3% 6,000 บาท ค้าง 31-60 วัน 100,000 บาท 10% 10,000 บาท ค้าง 61-90 วัน 50,000 บาท 25% 12,500 บาท ค้างเกิน 90 วัน 50,000 บาท 50% 25,000 บาท รวม 1,000,000 บาท — 59,500 บาท กิจการต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 59,500 บาท TFRS for NPAEs กับ TAS ต่างกันตรงไหน? SME ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ใช้มาตรฐาน NPAEs ซึ่งประมาณหนี้สงสัยจะสูญจากประสบการณ์และอายุหนี้ตามตัวอย่างข้างต้น ส่วนบริษัทในตลาดหุ้นใช้ TAS/TFRS 9 ที่กำหนดให้คำนวณ Expected Credit Loss (ECL) ซึ่งซับซ้อนกว่า สำหรับ SME ที่ใช้ NPAEs ไม่ต้องกังวลเรื่อง ECL (ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี) วิธีบันทึกบัญชีหนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญ พร้อมตัวอย่าง Journal Entry การบันทึกบัญชีหนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญ มี 3 กรณีหลักที่ต้องรู้ ทุกกรณีใช้ตาราง Dr./Cr. ให้ชัดเจน บันทึกบัญชีตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เมื่อประเมินแล้วว่าลูกหนี้บางส่วนอาจเก็บไม่ได้ ให้บันทึกตั้งค่าเผื่อ ตัวอย่าง ตั้งค่าเผื่อ 59,500 บาท จากตัวอย่างข้างต้น รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) หนี้สงสัยจะสูญ (ค่าใช้จ่าย) 59,500 — ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Contra Asset) — 59,500 บันทึกบัญชีตัดจำหน่ายหนี้สูญ เมื่อแน่ใจว่าเก็บเงินไม่ได้แล้ว ให้ตัดจำหน่ายหนี้สูญ มี 2 กรณี กรณี A — เคยตั้งค่าเผื่อไว้แล้ว ตัดหนี้สูญ 30,000 บาท รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 30,000 — ลูกหนี้การค้า — 30,000 กรณี B — ไม่เคยตั้งค่าเผื่อ ตัดหนี้สูญ 30,000 บาท รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) หนี้สูญ (ค่าใช้จ่าย) 30,000 — ลูกหนี้การค้า — 30,000 บันทึกบัญชีหนี้สูญได้รับคืน หากลูกหนี้ที่ตัดหนี้สูญไปแล้วกลับมาจ่ายเงินได้ ต้องบันทึก 2 ขั้นตอน ตัวอย่าง ลูกหนี้ที่ตัดสูญไป 30,000 บาท กลับมาจ่ายเงินได้ ขั้นที่ 1 — กลับรายการหนี้สูญ รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ลูกหนี้การค้า 30,000 — หนี้สูญได้รับคืน (รายได้) — 30,000 ขั้นที่ 2 — บันทึกรับเงิน รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินสด/ธนาคาร 30,000 — ลูกหนี้การค้า — 30,000 หลักเกณฑ์การตัดหนี้สูญทางภาษีตามกรมสรรพากร (ฉบับใหม่ล่าสุด) การตัดหนี้สูญทางบัญชีกับทางภาษีเป็นคนละเรื่องกัน ตัดในทางบัญชีแล้วก็ไม่ได้เป็นรายจ่ายทางภาษีอัตโนมัติ ต้องทำตามเงื่อนไขของกรมสรรพากรให้ครบก่อน เงื่อนไขการตัดจำหน่ายหนี้สูญแบ่งตามมูลค่าหนี้ (กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 และ 374) กฎกระทรวง ฉบับที่ 186 กำหนดหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ไว้ตามมูลค่าหนี้ และกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 ได้ปรับปรุงวงเงินให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน กฎกระทรวง 186 และ กฎกระทรวง 374 มูลค่าหนี้ เงื่อนไขที่ต้องทำ เอกสาร/หลักฐาน ไม่เกิน 200,000 บาท ติดตามทวงถามตามสมควรแล้วแต่ไม่ได้รับชำระ และหนี้ค้างชำระเกิน 12 เดือน นับแต่วันที่ถึงกำหนด หนังสือทวงถาม, หลักฐานการติดตาม, มติที่ประชุมอนุมัติตัดหนี้สูญ เกิน 200,000 แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท ดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว แต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินจะชำระหนี้ได้ คำพิพากษา หรือรายงานการบังคับคดี เกิน 2,000,000 บาท ดำเนินคดีจนศาลมีคำพิพากษาและบังคับคดีแล้ว ปรากฏว่าไม่มีทรัพย์สินจะชำระหนี้ คำพิพากษา, รายงานของเจ้าพนักงานบังคับคดี ทุกกรณีต้องมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการอนุมัติการตัดจำหน่ายหนี้สูญด้วย หนี้สูญ เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้เมื่อไร หนี้สูญจะเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เมื่อปฏิบัติครบ 3 เงื่อนไข ข้อควรระวัง ถ้าตัดหนี้สูญทางบัญชีแล้วแต่ไม่เข้าเงื่อนไขทางภาษี ต้องบวกกลับรายจ่ายนี้ตอนคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในแบบ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) ตัวอย่างหนังสือขออนุมัติตัดหนี้สูญ (Template ดาวน์โหลดฟรี) ก่อนตัดจำหน่ายหนี้สูญทุกครั้ง กิจการต้องมีมติจากคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจอนุมัติ หนังสือขออนุมัติควรมีรายละเอียดครบถ้วน หนังสือขออนุมัติตัดหนี้สูญ ควรระบุข้อมูลต่อไปนี้ PEAK ช่วยบันทึกหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญได้อย่างไร PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รองรับการบันทึกหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญครบทุกกรณี ทั้งตั้งค่าเผื่อ ตัดจำหน่าย และรับคืน ระบบสร้างบันทึก Dr./Cr. ให้อัตโนมัติ ไม่ต้องจำสูตร ใช้ PEAK Board ดูภาพรวมลูกหนี้แบบ Real-Time ดูวิธีบันทึกแบบ step-by-step ได้ที่ คู่มือบันทึกบัญชีหนี้สงสัยจะสูญ และหนี้สูญใน PEAK ดูฟังก์ชันทั้งหมดหรือเปรียบเทียบแพ็กเกจและราคา ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนี้สูญ (FAQ) ลูกหนี้ค้างชำระนานเท่าไร จึงตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญได้ ไม่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาตายตัว ขึ้นอยู่กับนโยบายบัญชีของแต่ละกิจการ แต่ในทางปฏิบัติ กิจการส่วนใหญ่เริ่มตั้งค่าเผื่อเมื่อลูกหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน โดยใช้วิธีวิเคราะห์อายุหนี้ (Aging) ตัดหนี้สูญแล้ว ต้องแจ้งกรมสรรพากรหรือไม่ ไม่ต้องแจ้งแยกต่างหาก แต่ต้องแสดงรายการในแบบ ภ.ง.ด.50 ตอนยื่นภาษีประจำปี และเก็บเอกสารหลักฐานไว้ให้ครบ เช่น หนังสือทวงถาม คำพิพากษา มติที่ประชุม เพราะสรรพากรอาจขอตรวจสอบย้อนหลังได้ถึง 5 ปี (ตามประมวลรัษฎากร) ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ต้องบวกกลับทางภาษีหรือไม่ ใช่ เพราะค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นรายจ่ายทางบัญชีเท่านั้น ยังไม่ใช่หนี้สูญที่ “ตัดจริง” ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร เมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องนำรายจ่ายนี้กลับเข้าไปรวมในกำไรสุทธิทางภาษี ลูกหนี้จ่ายเงินคืนหลังตัดหนี้สูญไปแล้ว ต้องทำอย่างไร บันทึกเป็น “หนี้สูญได้รับคืน” ซึ่งถือเป็นรายได้ในงวดที่ได้รับคืน กิจการต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ลูกหนี้ด้วย และนำรายได้นี้มารวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบบัญชีที่ได้รับคืน ไม่ต้องแจ้งสรรพากรแยกต่างหาก ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก