ผู้ประกอบการหลายคนรับเงินมัดจำจากลูกค้าแล้วบันทึกเป็นรายได้ทันที ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะเงินมัดจำยังไม่ใช่รายได้ แต่เป็นหนี้สินที่ต้องคืนหรือหักตอนส่งมอบงาน บทความนี้อธิบายวิธีบันทึกบัญชีเงินมัดจำทั้งฝั่งรับและฝั่งจ่าย พร้อมตอบว่าต้องออก VAT ตอนไหน และแสดงตัวอย่างการบันทึกบัญชีจากธุรกิจจริง มัดจำ คืออะไร เงินมัดจำ หรือ Deposit คือ เงินหรือทรัพย์สินที่ฝ่ายหนึ่งมอบให้อีกฝ่ายตอนทำสัญญา เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะทำตามข้อตกลง กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377-381 กำหนดเรื่องนี้ไว้ชัดเจน ถ้าทั้งสองฝ่ายทำตามสัญญาจนครบ เงินมัดจำจะถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของค่าสินค้าหรือบริการ แต่ถ้าฝ่ายที่วางเงินผิดสัญญา อีกฝ่ายมีสิทธิริบได้ และถ้าฝ่ายรับเป็นคนผิดสัญญา ต้องคืนเงินให้ ตัวอย่างที่พบบ่อย เช่น ร้านขายเฟอร์นิเจอร์รับเงินจากลูกค้า 30% ก่อนเริ่มผลิต หรือบริษัทรับเหมารับเงินก่อนเริ่มงาน มัดจำ ต่างจาก เงินจอง เงินประกัน และเงินล่วงหน้า อย่างไร คำเหล่านี้คนมักใช้สลับกัน แต่ทางบัญชีและกฎหมายมีความหมายต่างกัน รายการ ความหมาย คืนได้ไหม ริบได้ไหม เงินมัดจำ หลักประกันตามสัญญา ตามกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 377 ได้ ถ้าทำตามสัญญา ได้ ถ้าผู้วางผิดสัญญา เงินจอง แสดงเจตนาจะซื้อ ยังไม่ผูกพันเต็มที่ ขึ้นกับข้อตกลง ขึ้นกับข้อตกลง เงินประกัน หลักประกันความเสียหาย เช่น ค่าเช่า ได้ เมื่อหมดสัญญาและไม่มีความเสียหาย ไม่ได้ (หักเฉพาะค่าเสียหาย) เงินล่วงหน้า จ่ายค่าสินค้า/บริการก่อนรับของ หักกับราคาเต็ม ไม่ได้ จุดสำคัญ คือ เงินมัดจำมีกฎหมายรองรับเรื่องการริบชัดเจน ส่วนเงินจองขึ้นกับสัญญาที่ตกลงกัน เงินมัดจำ บันทึกบัญชีอย่างไร หลักการสำคัญ คือ เงินมัดจำยังไม่ใช่รายได้และยังไม่ใช่ค่าใช้จ่าย จนกว่าจะส่งมอบสินค้าหรือบริการเสร็จ วิธีบันทึกแบ่งตามฝั่งผู้รับและฝั่งผู้จ่าย ฝั่งผู้รับเงินมัดจำ บันทึกเป็นหนี้สิน (เงินรับล่วงหน้า) เมื่อกิจการรับเงินมัดจำจากลูกค้า ต้องบันทึกเป็น “เงินมัดจำรับ” ในหมวดหนี้สินหมุนเวียน เพราะยังมีภาระต้องส่งมอบสินค้าหรือบริการตามสัญญา ตอนรับเงินมัดจำ รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินสด / ธนาคาร 100,000 — เงินมัดจำรับ (หนี้สิน) — 100,000 ตอนส่งมอบงานเสร็จ (หักมัดจำเป็นส่วนหนึ่งของรายได้) รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินมัดจำรับ 100,000 — เงินสด / ลูกหนี้ (ส่วนที่เหลือ) 400,000 — รายได้จากการขาย / บริการ — 500,000 ฝั่งผู้จ่ายเงินมัดจำ บันทึกเป็นสินทรัพย์ เมื่อกิจการจ่ายเงินมัดจำให้คู่ค้า ต้องบันทึกเป็น “เงินมัดจำจ่าย” ในหมวดสินทรัพย์หมุนเวียน เพราะมีสิทธิ์ได้รับสินค้า บริการ หรือเงินคืนในอนาคต ตอนจ่ายเงินมัดจำ รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินมัดจำจ่าย (สินทรัพย์) 100,000 — เงินสด / ธนาคาร — 100,000 ตอนรับสินค้า/บริการครบ (หักมัดจำออกจากยอดที่ต้องจ่าย) รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ต้นทุนสินค้า / ค่าบริการ 500,000 — เงินมัดจำจ่าย — 100,000 เงินสด / เจ้าหนี้ (ส่วนที่เหลือ) — 400,000 เงินมัดจำ ต้องออกใบกำกับภาษี (VAT) เมื่อไหร่ สำหรับกิจการที่จดทะเบียน VAT เรื่องนี้เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิด ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 กำหนดว่า จุดรับรู้ภาษี (Tax Point) เกิดขึ้นเมื่อรับชำระเงิน ไม่ว่าจะส่งมอบสินค้าหรือบริการแล้วหรือยัง กิจการที่จด VAT ต้องออกใบกำกับภาษีทันทีที่รับเงินมัดจำ โดยคำนวณ VAT 7% จากจำนวนเงินที่ได้รับ (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ยกตัวอย่าง ลูกค้าวางมัดจำ 107,000 บาท (รวม VAT) รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน มูลค่ามัดจำก่อน VAT 107,000 ÷ 1.07 100,000 บาท VAT 7% 100,000 × 7% 7,000 บาท ยอดรวม — 107,000 บาท บันทึกบัญชีตอนรับเงินมัดจำ (กิจการจด VAT) รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินสด / ธนาคาร 107,000 — เงินมัดจำรับ — 100,000 ภาษีขาย (VAT) — 7,000 ต้องออกเอกสารให้ลูกค้าภายในวันที่รับเงิน เพื่อนำส่งภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) ของเดือนที่รับเงิน ข้อควรระวัง คือ ถ้ารับเงินแล้วไม่ออกเอกสาร VAT หรือออกล่าช้า อาจถูกประเมินภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับจากกรมสรรพากร กรณีที่กิจการ ไม่ได้จด VAT ไม่ต้องออกเอกสาร VAT ให้ออกใบเสร็จรับเงินปกติแทน และบันทึกบัญชีเป็นหนี้สินเหมือนเดิม ริบเงินมัดจำ บันทึกบัญชีอย่างไร เมื่อลูกค้าผิดสัญญาและกิจการใช้สิทธิริบเงินมัดจำ เงินนั้นจะกลายเป็น “รายได้อื่น” ของกิจการทันที ไม่ใช่รายได้จากการขายหรือบริการ บันทึกบัญชีตอนริบเงินมัดจำ รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินมัดจำรับ 100,000 — รายได้อื่น (เงินมัดจำริบ) — 100,000 รายได้จากการริบมัดจำต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย สำหรับ VAT ได้ออกเอกสารไปแล้วตอนรับเงิน จึงไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ในทางกลับกัน ถ้ากิจการเป็นฝ่ายผิดสัญญา ต้องคืนเงินให้ลูกค้าพร้อมจ่ายเพิ่มอีกเท่าตัว (ตามกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 380) วิธีบันทึก คือ ตัดยอดออกจากบัญชี แล้วบันทึกส่วนที่จ่ายเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายอื่น กรณีต้องคืนมัดจำ + จ่ายเพิ่ม (ฝ่ายรับผิดสัญญา) รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินมัดจำรับ 100,000 — ค่าใช้จ่ายอื่น (ค่าเสียหายจากผิดสัญญา) 100,000 — เงินสด / ธนาคาร — 200,000 ตัวอย่างบันทึกบัญชีเงินมัดจำ จากธุรกิจจริง ตัวอย่าง 1 ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) รับเหมาสร้างอาคาร มูลค่างาน 1,000,000 บาท (ไม่รวม VAT) ลูกค้าวางมัดจำ 30% ก่อนเริ่มงาน กิจการจดทะเบียน VAT ขั้นที่ 1 — รับเงินมัดจำ 30% รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน มูลค่ามัดจำ 1,000,000 × 30% 300,000 บาท VAT 7% 300,000 × 7% 21,000 บาท ลูกค้าจ่ายรวม — 321,000 บาท รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินสด / ธนาคาร 321,000 — เงินมัดจำรับ — 300,000 ภาษีขาย — 21,000 ออกใบกำกับภาษีมูลค่า 321,000 บาท ในวันที่รับเงิน ขั้นที่ 2 — ส่งมอบงานเสร็จและวางบิลส่วนที่เหลือ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ค่างานที่เหลือ 1,000,000 – 300,000 700,000 บาท VAT 7% ส่วนที่เหลือ 700,000 × 7% 49,000 บาท ลูกค้าจ่ายเพิ่ม — 749,000 บาท รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินมัดจำรับ 300,000 — เงินสด / ลูกหนี้ 749,000 — รายได้จากบริการ — 1,000,000 ภาษีขาย (ส่วนที่เหลือ) — 49,000 ตัวอย่าง 2 ธุรกิจขายสินค้า บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายเครื่องจักร มูลค่า 500,000 บาท (ไม่รวม VAT) รับมัดจำ 20% กิจการจดทะเบียน VAT ขั้นที่ 1 — รับเงินมัดจำ 20% รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน มูลค่ามัดจำ 500,000 × 20% 100,000 บาท VAT 7% 100,000 × 7% 7,000 บาท ลูกค้าจ่ายรวม — 107,000 บาท รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินสด / ธนาคาร 107,000 — เงินมัดจำรับ — 100,000 ภาษีขาย — 7,000 ขั้นที่ 2 — ส่งมอบเครื่องจักรและรับเงินส่วนที่เหลือ รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ค่าสินค้าที่เหลือ 500,000 – 100,000 400,000 บาท VAT 7% ส่วนที่เหลือ 400,000 × 7% 28,000 บาท ลูกค้าจ่ายเพิ่ม — 428,000 บาท รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) เงินมัดจำรับ 100,000 — เงินสด / ลูกหนี้ 428,000 — รายได้จากการขาย — 500,000 ภาษีขาย (ส่วนที่เหลือ) — 28,000 ข้อควรระวังเรื่องเงินมัดจำ ที่ SME มักพลาด เรื่องที่พลาดบ่อยที่สุด คือ บันทึกเงินมัดจำเป็นรายได้ทันทีที่ได้รับ ซึ่งทำให้งบกำไรขาดทุนแสดงรายได้เกินจริง และอาจเสียภาษีเงินได้มากกว่าที่ควร อีกจุดที่ต้องระวัง คือ เอกสารสัญญา ควรระบุชัดเจนว่าเงินที่รับเป็น “เงินมัดจำ” ไม่ใช่ “เงินจอง” หรือ “เงินล่วงหน้า” ถ้าสัญญาเขียนไม่ชัด อาจมีปัญหาตอนใช้สิทธิริบ สำหรับกิจการที่จด VAT ต้องออกเอกสารภาษีในเดือนเดียวกับที่รับเงิน ไม่ใช่รอจนส่งมอบงานเสร็จ (ดูรายละเอียดในหัวข้อ VAT ด้านบน) สรุป – เงินมัดจำ สิ่งที่ต้องจำ จัดการบัญชีเงินมัดจำให้เป็นระบบด้วย PEAK เงินมัดจำมีหลายขั้นตอนตั้งแต่รับเงิน ออกเอกสารภาษี จนถึงหักเป็นรายได้ตอนส่งมอบงาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายการรับ-จ่าย ออกเอกสารภาษี และจัดทำรายงานด้วย PEAK Tax แบบอัตโนมัติ ลดงานซ้ำและลดความผิดพลาด – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเงินมัดจำ มัดจำเท่าไหร่ถึงเหมาะสม กฎหมายไม่ได้กำหนดสัดส่วนตายตัว แต่ธุรกิจทั่วไปมักรับมัดจำ 10-30% ของมูลค่างาน ขึ้นกับลักษณะธุรกิจ เช่น งานรับเหมาที่ต้องซื้อวัสดุล่วงหน้ามักรับมัดจำสูงกว่าธุรกิจขายสินค้าสำเร็จรูป รับเงินมัดจำแล้วต้องออกเอกสารอะไรให้ลูกค้าบ้าง ถ้าจด VAT ต้องออกใบกำกับภาษีทันทีในวันที่รับเงิน ถ้ายังไม่จด VAT ให้ออกใบเสร็จรับเงินปกติแทน ทั้งสองกรณีควรเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐานทางบัญชี ลูกค้าขอคืนมัดจำได้ไหม ถ้ายังไม่ได้เริ่มงาน ต้องดูข้อตกลงในสัญญา ถ้าสัญญาระบุว่าคืนได้ก่อนเริ่มงาน ก็ต้องคืน แต่ถ้าสัญญาไม่ได้ระบุ ให้ดูกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 378 ซึ่งกำหนดว่าถ้ายังไม่เริ่มงานและไม่มีฝ่ายใดผิดสัญญา ต้องคืน เงินมัดจำที่ได้รับ ต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม เงินมัดจำยังไม่ใช่ค่าจ้างหรือค่าบริการ จึงยังไม่ต้องหัก ณ ที่จ่ายในขั้นตอนนี้ การหัก ณ ที่จ่ายจะเกิดขึ้นตอนจ่ายค่าบริการจริงเมื่อส่งมอบงาน เงินมัดจำ กับ เงินจอง ในทางบัญชีบันทึกเหมือนกันไหม วิธีบันทึกบัญชีคล้ายกัน คือ ยังไม่รับรู้เป็นรายได้ แต่ต่างกันที่สิทธิทางกฎหมาย เงินมัดจำมีกฎหมายแพ่งฯ รองรับเรื่องการริบชัดเจน ส่วนเงินจองขึ้นกับสัญญา ทางบัญชีควรแยกบัญชีให้ชัดว่าเป็น “เงินมัดจำรับ” หรือ “เงินจองรับ” เพื่อความโปร่งใส ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก