tax-invoice-must-know

ในบทความนี้ ผมอยากจะสรุปแค่ 10 ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับใบกำกับภาษี ที่คุณควรจะต้องรู้ไว้เป็นพื้นฐาน


10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับใบกำกับภาษี

  1. ผู้ที่จะออกใบกำกับภาษีได้ จะต้องเป็นผู้ที่จด VAT เท่านั้น ผู้ที่ไม่ได้จด VAT ออกใบกำกับภาษีไม่ได้ 
  2. ถ้าคุณมีรายได้เกิน 1.8 ล้านจากการขายสินค้า หรือให้บริการ คุณต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบบริษัท หรือแบบบุคคลก็ตาม
  3. ใบกำกับภาษีที่มักจะพบเจอกันมีอยู่ด้วยกัน 4 ตัว คือ
    1. ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป (หรือที่เรียกกันปกติว่าใบกำกับภาษี)
    2. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (ใบเล็กๆที่เราได้จากร้านสะดวกซื้อ)
    3. ใบเพิ่มหนี้
    4. ใบลดหนี้
  4. ใบกำกับภาษีจะสมบูรณ์ และสามารถนำไปใช้เป็นภาษีซื้อได้ ก็ต่อเมื่อมีรายการครบถ้วน สำหรับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ใบกำกับภาษีจะสมบูรณ์ เมื่อมีองค์ประกอบครบถ้วนดังนี้
    1. มีคำว่า “ใบกำกับภาษี”
    2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวภาษีอากร สาขา หรือสำนักงานใหญ่ของผู้ที่ออกใบกำกับภาษี (ผู้ขาย)
    3. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวภาษีอากร สาขา หรือสำนักงานใหญ่ของผู้ที่รับใบกำกับภาษี (ผู้ซื้อ)
    4. เลขที่ของใบกำกับภาษี
    5. ชื่อ ชนิด ประเภท และมูลค่าของสินค้า หรือบริการ
    6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้า หรือบริการที่แสดงอย่างชัดเจน
    7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
  5. ผู้ขายต้องถามเลข 13 หลักจากผู้ซื้อ ถ้าผู้ซื้อจด VAT ผู้ซื้อต้องให้เลข 13 หลักด้วย แต่ถ้าผู้ซื้อไม่ให้ หรือไม่ได้แจ้งว่าเป็นผู้ที่จด VAT ทำให้ใบกำกับภาษีนั้นไม่มีข้อมูลเลข 13 หลักของผู้ซื้อ ผู้ซื้อจะไม่สามารถนำใบกำกับภาษีมาเคลมภาษีซื้อได้
  6. ใบกำกับภาษีที่สามารถนำมาเคลมภาษีซื้อได้ จะต้องเป็นใบกำกับภาษีที่มาจากการเกิดรายการค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า/บริการกันจริง ถ้าไม่มีการแลกเปลี่ยนจริง ใบกำกับภาษีนั้น จะเรียกว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอม ไม่สามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อได้ ผู้ออก และผู้ใช้ใบกำกับภาษีปลอมนั้น ถือว่ามีความผิดและมีโทษทั้งจำคุก และปรับ
  7. ถ้าคุณทำธุรกิจค้าปลีก คุณสามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาตจากสรรพากร แต่ถ้าคุณจะนำเครื่องบันทึกการรับเงิน (เครื่อง Register หรือ POS) มาใช้ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ คุณต้องขออนุญาตจากสรรพากรก่อน
  8. ผู้ที่รับใบกำกับภาษีอย่างย่อ ไม่สามารถนำมาเคลมภาษีซื้อได้ 
  9. ถ้าจะออกใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ ต้องมีการออกใบกำกับภาษีก่อนเสมอ จะอยู่ๆออกใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้เลยไม่ได้ 
  10. โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK สามารถช่วยคุณออกใบกำกับภาษีเหล่านี้ได้ เรามีทีมงานที่ช่วยตอบปัญหาเกี่ยวกับบัญชี ภาษี และมีพันธมิตรสำนักงานบัญชี และนักบัญชีอิสระ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความชุด “ใบกำกับภาษีต้องรู้”

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

PEAK แตกต่างจากโปรแกรมบัญชีอื่นอย่างไร ?


1. เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์

    สามารถเข้าถึงข้อมูลจากทุกที่และทุกเวลาโดยไม่ต้องกังวลการจ้างพนักงาน IT เพื่อดูแลเครื่อง server มีการ Back up ข้อมูลทุก ๆ 5 นาที

2. ฟังก์ชั่นครบจบตั้งแต่ออกเอกสารถึงปิดงบ

    ระบบจะบันทึกข้อมูลบัญชีโดยอัตโนมัติเมื่อคุณสร้างเอกสารธุรกิจ และแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสต็อก รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน และงบการเงินแบบ Real Time นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่ช่วยประหยัดเวลาของคุณอีกมากมาย

รายละเอียด PEAK Highlight Feature

ฟีเจอร์สำหรับ เจ้าของธุรกิจ นักบัญชี และพันธมิตรซอฟแวร์

3.การบริการสนับสนุนและการอบรม

    มีเจ้าหน้าที่นักบัญชีที่เชี่ยวชาญให้บริการการตอบคำถามทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และมีสัมมนาสอนการใช้งานฟรีทุกเดือน หรือสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ เช่น บัญชีภาษี การเชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น

หากคุณสนใจโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK คลิกเพื่อทดลองใช้งานฟรี 30 วัน หรือ คลิกดูโปรโมชั่นของ PEAK ได้หรือโทร 1485 กด 1 เพื่อพูดคุยกับทีมงานของ PEAK เพิ่มเติม

PEAK เก็บข้อมูลไว้กี่ปี ?


ระบบจะเก็บข้อมูลไว้ 5 ปี นับจากครั้งล่าสุดที่คุณเข้าสู่ระบบ(Log in) แต่หากคุณเข้ามาใช้งานโปรแกรมอยู่เรื่อยๆ ข้อมูลจะไม่หายไปแน่นอน นอกจากนี้ระบบสำรองข้อมูล(Back up)อัตโนมัติทุกๆ 5 นาทีเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายและยังมีการสำรองข้อมูลแบบ Real-time ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลามานั่ง Backup ข้อมูลเอง

PEAK เป็นโปรแกรมที่ซื้อขาดครั้งเดียวหรือไม่ ?


การซื้อหรือการต่ออายุโปรแแกรมเป็นแบบรายเดือน และรายปี

เนื่องจาก PEAK เป็นธุรกิจ SaaS (Software as a Service) ให้บริการผ่านระบบคลาวด์พร้อมการ backup ข้อมูลอัตโนมัติ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายการใช้ server รายเดือนเป็นต้นทุนของการให้บริการ (ต่างกับโปรแกรมออฟไลน์ซึ่งผู้ใช้งานต้องดูแลในส่วนของ backup และ server เอง) ทำให้แพ็กเก็จของ PEAK ไม่มีแบบซื้อขาด

นอกจากนี้การที่ PEAK ไม่มีแพ็คเกจแบบซื้อขาด ยังเป็นการทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่า PEAK ต้องรักษามาตรฐานในการพัฒนาโปรแกรมให้ทันสมัย และใช้งานได้ดีอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความมั่นใจในการต่ออายุ

หากคุณสนใจโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK คลิกเพื่อทดลองใช้งานฟรี 30 วัน หรือ คลิกดูโปรโมชั่นของ PEAK ได้หรือโทร 1485 กด 1 เพื่อพูดคุยกับทีมงานของ PEAK เพิ่มเติม

ฉันใช้หลายกิจการต้องจ่ายค่าแพ็กเกจยังไง ?


การชำระเงินค่าแพ็กเกจของ PEAK จะเป็นการจ่าย 1 กิจการต่อ 1 แพ็กเกจ หากมี 3 กิจการจะต้องจ่าย 3 แพ็กเกจ

หากคุณสนใจโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK คลิกเพื่อทดลองใช้งานฟรี 30 วัน หรือ คลิกดูโปรโมชั่นของ PEAK ได้หรือโทร 1485 กด 1 เพื่อพูดคุยกับทีมงานของ PEAK เพิ่มเติม

ฉันต้องการย้ายข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีเดิมมาโปรแกรม PEAK ทำอย่างไร ?


การเตรียมและย้ายข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีเดิมมาที่โปรแกรม PEAK ง่ายๆ ด้วยตัวช่วยดังนี้

  1. เตรียมและย้ายข้อมูลด้วยตัวของคุณเองคลิกอ่านคู่มือที่ link https://bit.ly/3sKjMql การย้ายข้อมูลจากโปรแกรมเดิมมาที่ PEAK

  2. ย้ายข้อมูลด้วยคนจากสำนักงานบัญชีพาร์ทเนอร์ (มีค่าใช้จ่าย)

หากสนใจให้พาร์เนอร์ของ PEAK ช่วยย้ายข้อมูลให้ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ PEAK ที่เบอร์ 1485 กด 1 ได้เลย