cash flow คือ
Table of Contents

ธุรกิจที่มีกำไรบนกระดาษ ไม่ได้แปลว่าจะมีเงินจ่ายค่าเช่าเดือนหน้า ปัญหานี้เกิดจากการไม่เข้าใจ Cash Flow หรือกระแสเงินสด ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าธุรกิจจะ “อยู่รอด” ได้จริงหรือไม่

บทความนี้อธิบายทุกเรื่องตั้งแต่ความหมาย ประเภท งบกระแสเงินสด ไปจนถึงวิธีบริหารกระแสเงินสดสำหรับ SME ที่นำไปใช้ได้ทันที

Cash Flow คือ (กระแสเงินสด คืออะไร?)

Cash Flow คือ เงินสดที่เคลื่อนเข้าและออกจากธุรกิจในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น รายเดือนหรือรายไตรมาส เงินไหลเข้าเมื่อลูกค้าจ่ายเงิน เงินไหลออกเมื่อจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

ลองนึกภาพอ่างอาบน้ำ น้ำที่ไหลเข้าคือรายรับ น้ำที่ไหลออกคือรายจ่าย ถ้าน้ำไหลออกเร็วกว่าไหลเข้า อ่างก็แห้ง ธุรกิจก็เช่นกัน

ทำไม Cash Flow จึงสำคัญกว่ากำไร

กำไรคือตัวเลขทางบัญชีที่บอกว่ารายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย แต่ Cash Flow คือเงินสดที่มีอยู่จริงในมือ

ตัวอย่างเช่น ร้านค้าออนไลน์ (ชื่อสมมุติ) ขายสินค้าได้ 500,000 บาทในเดือนนี้ ต้นทุน 300,000 บาท กำไรบนกระดาษ 200,000 บาท แต่ถ้าลูกค้าจ่ายเป็นเครดิต 60 วัน ร้านก็ยังไม่ได้เงินสดจริง ในขณะที่ค่าเช่าโกดัง เงินเดือนพนักงาน ค่าโฆษณา ต้องจ่ายภายในเดือนนี้ทั้งหมด การออกใบแจ้งหนี้ตรงเวลาจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเร่ง Cash Flow เข้า

ธุรกิจจึงเจ๊งได้แม้มีกำไร ถ้า Cash Flow ติดลบนานเกินไป

3 ประเภทของ Cash Flow ที่ต้องรู้

กระแสเงินสดแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามกิจกรรมทางธุรกิจ แต่ละประเภทบอกเรื่องต่างกัน

ประเภทเงินเข้า (ตัวอย่าง)เงินออก (ตัวอย่าง)
Operating (ดำเนินงาน)รับเงินจากลูกค้าจ่ายค่าวัตถุดิบ เงินเดือน
Investing (ลงทุน)ขายเครื่องจักร ขายที่ดินซื้ออุปกรณ์ ลงทุนเปิดสาขา
Financing (จัดหาเงิน)กู้เงินจากธนาคาร เพิ่มทุนจ่ายคืนเงินกู้ จ่ายเงินปันผล

กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (Operating Cash Flow)

เป็นส่วนสำคัญที่สุดของ Cash Flow เพราะบอกว่าธุรกิจหลักสร้างเงินสดได้จริงหรือเปล่า ถ้าตัวเลขนี้เป็นบวกต่อเนื่อง แสดงว่าธุรกิจหลักแข็งแรง

กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน (Investing Cash Flow)

ตัวเลขนี้มักติดลบในช่วงที่ธุรกิจกำลังขยายตัว เพราะต้องซื้อเครื่องจักร เปิดสาขาใหม่ หรือลงทุนในเทคโนโลยี ไม่จำเป็นต้องตกใจถ้าติดลบ แต่ต้องดูว่าเงินที่ลงทุนไปจะสร้าง Operating Cash Flow กลับมาได้หรือไม่

กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (Financing Cash Flow)

บอกว่าธุรกิจหาเงินทุนมาจากไหนและจ่ายคืนอย่างไร ถ้ากู้เงินมาเพิ่มจะเป็นบวก ถ้าจ่ายคืนเงินกู้จะเป็นลบ SME ที่กำลังเติบโตมักมีส่วนนี้เป็นบวกจากการกู้ยืม

งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) คืออะไร

งบกระแสเงินสด คือ รายงานทางการเงินที่แสดงการเคลื่อนไหวของเงินสดจากทุกกิจกรรมในช่วงเวลาหนึ่ง เป็น 1 ใน 5 งบการเงินที่บริษัทต้องจัดทำตามมาตรฐานบัญชี NPAEs (มาตรฐานบัญชีสำหรับ SME ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น)

องค์ประกอบของงบกระแสเงินสด

งบกระแสเงินสดประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ซึ่งตรงกับ 3 ประเภท Cash Flow ที่อธิบายไว้

  1. กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน
  2. กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน
  3. กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน

ผลรวมของทั้ง 3 ส่วนจะบอกว่าเงินสดของธุรกิจเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าไรในช่วงเวลานั้น

วิธีอ่านงบกระแสเงินสดแบบง่ายๆ

ไม่ต้องอ่านทุกบรรทัด ให้โฟกัส 3 จุดนี้

  1. Operating Cash Flow เป็นบวกหรือไม่ ถ้าเป็นลบติดต่อกันหลายไตรมาส ธุรกิจหลักอาจมีปัญหา
  2. เงินสดสุทธิเพิ่มหรือลด ดูตัวเลขสุดท้ายเทียบกับต้นงวด
  3. เงินสดปลายงวดเหลือเท่าไร ต้องเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3 เดือนข้างหน้า

Cash Flow บวก หรือ ติดลบ บอกอะไร? (วิธีอ่านสัญญาณสุขภาพธุรกิจ)

ตัวเลขบวกหรือลบในแต่ละกิจกรรม ไม่ได้แปลว่า “ดี” หรือ “แย่” เสมอไป ต้องอ่านประกอบกัน

กิจกรรมบวก (+) หมายถึงลบ (-) หมายถึง
Operatingธุรกิจหลักสร้างเงินสดได้ (ดี)ธุรกิจหลักใช้เงินมากกว่าที่หาได้ (ต้องระวัง)
Investingขายทรัพย์สิน (อาจหดตัว)กำลังลงทุนขยายกิจการ (ดี ถ้ามีแผน)
Financingกู้เงินเพิ่ม หรือเพิ่มทุนจ่ายคืนหนี้ หรือจ่ายปันผล (ดี ถ้า Operating แข็งแรง)

ตัวอย่างธุรกิจที่สุขภาพดี มักมี Operating บวก, Investing ลบ (กำลังลงทุน), Financing ลบ (จ่ายคืนหนี้ได้)

วิธีทำ Cash Flow แบบง่ายๆ สำหรับ SME

SME ไม่จำเป็นต้องจ้างนักบัญชีมาทำงบกระแสเงินสดตั้งแต่วันแรก เริ่มจากการติดตามเงินเข้า-ออกด้วยวิธีง่าย ๆ ก่อนได้

ขั้นตอนสร้าง Cash Flow Statement ด้วยตัวเอง

  1. รวบรวมข้อมูลเงินสดที่ได้รับและจ่ายออกทั้งหมดในเดือนนั้น
  2. แยกรายการออกเป็น 3 กิจกรรม (Operating, Investing, Financing)
  3. รวมยอดแต่ละกิจกรรม แล้วบวกลบกัน
  4. เทียบกับเงินสดต้นงวด ดูว่าปลายงวดเหลือเท่าไร

ตัวอย่าง Cash Flow ธุรกิจ SME จริง

สมมุติร้านเบเกอรี่ออนไลน์ (ชื่อสมมุติ) ต้องการทำ Cash Flow เดือนมิถุนายน

รายการจำนวนเงิน
กิจกรรมดำเนินงาน
รับเงินจากลูกค้า+120,000 บาท
จ่ายค่าวัตถุดิบ-45,000 บาท
จ่ายเงินเดือนพนักงาน-30,000 บาท
จ่ายค่าเช่า + สาธารณูปโภค-15,000 บาท
รวม Operating+30,000 บาท
กิจกรรมลงทุน
ซื้อเตาอบใหม่-25,000 บาท
รวม Investing-25,000 บาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
จ่ายคืนเงินกู้-5,000 บาท
รวม Financing-5,000 บาท
เงินสดเปลี่ยนแปลงสุทธิ0 บาท
เงินสดต้นเดือน80,000 บาท
เงินสดปลายเดือน80,000 บาท

จากตัวอย่างนี้ ร้านมี Operating Cash Flow เป็นบวก 30,000 บาท แสดงว่าธุรกิจหลักสร้างเงินสดได้ดี ส่วนเงินที่หายไปคือการลงทุนซื้อเตาอบและจ่ายคืนเงินกู้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

Free Cash Flow คืออะไร (กระแสเงินสดอิสระ)

Free Cash Flow คือ เงินสดที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายดำเนินงานและค่าลงทุนในทรัพย์สินออกแล้ว พูดง่าย ๆ คือ “เงินที่ธุรกิจนำไปใช้ได้อิสระ” จะเอาไปขยายกิจการ จ่ายหนี้ หรือเก็บสำรองก็ได้

สูตรคำนวณ Free Cash Flow

สูตรหลักมีขั้นตอนเดียว

Free Cash Flow = Operating Cash Flow – รายจ่ายลงทุน (CapEx)

ตัวอย่างจากร้านเบเกอรี่ข้างต้น

ขั้นที่ 1 — ดึงตัวเลขจาก Cash Flow Statement

รายการจำนวนเงิน
Operating Cash Flow30,000 บาท
รายจ่ายลงทุน (ซื้อเตาอบ)25,000 บาท

ขั้นที่ 2 — คำนวณ Free Cash Flow

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
Free Cash Flow30,000 – 25,0005,000 บาท

ผลลัพธ์เป็นบวก แสดงว่าธุรกิจมีเงินเหลือหลังลงทุนแล้ว ถ้าตัวเลขนี้ติดลบต่อเนื่อง อาจหมายความว่าธุรกิจลงทุนเกินตัว หรือธุรกิจหลักสร้างเงินสดไม่พอ

ตัวอย่างบันทึกบัญชีเงินสดรับ-จ่าย (Journal Entry)

เมื่อร้านเบเกอรี่รับเงินจากลูกค้า 120,000 บาท และจ่ายค่าวัตถุดิบ 45,000 บาท บันทึกบัญชีจะเป็นดังนี้

รับเงินจากลูกค้า

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
เงินสด/เงินฝากธนาคาร120,000
รายได้จากการขาย120,000

จ่ายค่าวัตถุดิบ

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
ต้นทุนวัตถุดิบ45,000
เงินสด/เงินฝากธนาคาร45,000

การบันทึกเหล่านี้คือที่มาของตัวเลขในงบกระแสเงินสด โปรแกรมบัญชีจะสร้างรายงานให้อัตโนมัติจากการบันทึกรายวัน

การบริหาร Cash Flow (Cash Management) อย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหาร Cash Flow คือ การวางแผนให้เงินสดไหลเข้ามากกว่าไหลออก และมีเงินเพียงพอจ่ายค่าใช้จ่ายตรงเวลาเสมอ SME ที่บริหารกระแสเงินสดได้ดีจะอยู่รอดได้แม้ยอดขายผันผวน

7 สัญญาณเตือนภัย Cash Flow มีปัญหา

สังเกตสัญญาณเหล่านี้เพื่อแก้ไขก่อนสายเกินไป

  1. จ่ายซัพพลายเออร์ล่าช้าเป็นประจำ
  2. กู้ระยะสั้นบ่อยเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายรายเดือน
  3. ลูกหนี้พุ่งเร็วกว่ายอดขาย
  4. สินค้าค้างสต็อกสะสม
  5. ยอดขายเพิ่ม แต่เงินในบัญชีลด
  6. จ่ายเงินเดือนล่าช้า
  7. ขายทรัพย์สินมาหมุนเวียน

ถ้าพบ 3 ข้อขึ้นไป ควรวิเคราะห์ Cash Flow ทันที

5 เคล็ดลับบริหาร Cash Flow ให้ธุรกิจเติบโตมั่นคง

  1. เร่งเก็บเงินจากลูกค้า ลดเครดิตเทอม เช่น จาก 60 วันเหลือ 30 วัน หรือให้ส่วนลดสำหรับลูกค้าที่จ่ายเร็ว การใช้ระบบใบวางบิลช่วยให้ติดตามยอดค้างชำระได้ง่ายขึ้น
  2. ยืดเวลาจ่ายเจ้าหนี้ (โดยไม่ผิดสัญญา) เจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อขยายเครดิตเทอม ช่วยให้เงินหมุนเวียนได้นานขึ้น
  3. ควบคุมสินค้าคงคลัง อย่าสต็อกสินค้ามากเกิน สินค้าที่นอนอยู่ในโกดังคือเงินสดที่ถูกแช่แข็ง
  4. วาง Cash Flow Budget ล่วงหน้า ประมาณการรายรับ-รายจ่ายอย่างน้อย 3 เดือนล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับมือช่วงเงินตึง
  5. ใช้เครื่องมือดู Cash Flow แบบ Real-time โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้เห็นสถานะเงินสดได้ทุกวัน ไม่ต้องรอปิดงบ

Cash Flow Forecast วางแผนกระแสเงินสดล่วงหน้า

Cash Flow Forecast คือการคาดการณ์เงินสดเข้า-ออกในอนาคต ช่วยให้เตรียมตัวล่วงหน้าว่าเดือนไหนเงินจะตึง เดือนไหนเงินจะเหลือ

วิธีทำง่าย ๆ คือ ใช้ข้อมูล Cash Flow ย้อนหลัง 3-6 เดือน แล้วประมาณการรายรับ-รายจ่ายล่วงหน้า 3 เดือน โดยคำนึงถึงฤดูกาลขายดี ช่วงที่ต้องจ่ายภาษี หรือค่าใช้จ่ายพิเศษ

เครื่องมือช่วยจัดการ Cash Flow สำหรับธุรกิจยุคใหม่

โปรแกรมบัญชีออนไลน์คือเครื่องมือที่ช่วยให้ SME เห็นสถานะเงินสดแบบ Real-time โดยไม่ต้องรอปิดงบสิ้นเดือน ทำให้ตัดสินใจทางการเงินได้เร็วขึ้น

เมื่อธุรกิจโตขึ้น ข้อมูลซับซ้อนขึ้น การทำด้วยมือหรือ Excel อาจไม่เพียงพอ

โปรแกรมบัญชีช่วยจัดการ Cash Flow ได้อย่างไร?

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ SME เห็นสถานะเงินสดแบบ Real-time โดยไม่ต้องรอปิดงบสิ้นเดือน เมื่อบันทึกรายการ ระบบจะอัปเดตยอด Cash Flow ให้ทันที ออกใบแจ้งหนี้แล้วติดตามสถานะการชำระเงินอัตโนมัติ ทำให้ตัดสินใจทางการเงินได้เร็วขึ้น

สรุป: Cash Flow คือหัวใจของธุรกิจ SME

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สิ่งที่ควรลงมือทำทันทีคือ

  1. เริ่มดู Cash Flow ทุกเดือน อย่างน้อยแยก 3 กิจกรรม
  2. สำรองเงินสดไว้อย่างน้อย 3 เดือนค่าใช้จ่าย
  3. วาง Cash Flow Forecast ล่วงหน้า 3 เดือน

พร้อมยกระดับการจัดการ Cash Flow? ทดลองใช้ PEAK ฟรี

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้คุณเห็นสถานะ Cash Flow แบบ Real-time ออกเอกสาร จัดการลูกหนี้ และวิเคราะห์ข้อมูลการเงินด้วย AI ทั้งหมดในที่เดียว ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Cash Flow

Positive Cash Flow กับ Negative Cash Flow คืออะไร?

Positive Cash Flow คือช่วงที่เงินไหลเข้ามากกว่าไหลออก ส่วน Negative Cash Flow คือช่วงที่เงินไหลออกมากกว่าเข้า การมี Negative Cash Flow ชั่วคราวไม่ได้แปลว่าธุรกิจจะเจ๊ง เช่น ช่วงลงทุนขยายสาขา แต่ถ้าติดลบต่อเนื่องหลายเดือนโดยไม่มีแผนรองรับ ต้องรีบแก้ไข

Cash Flow ติดลบ แต่มีกำไร เกิดจากอะไร?

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการบันทึกรายได้ตามเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) ซึ่งนับรายได้ตอนออกใบแจ้งหนี้ ไม่ใช่ตอนรับเงิน ดังนั้นถ้าลูกค้ายังไม่จ่ายเงิน กำไรขึ้นแต่ Cash Flow ไม่เข้า นอกจากนี้การลงทุนซื้อทรัพย์สินจำนวนมากในช่วงเดียว หรือการจ่ายคืนเงินกู้ก้อนใหญ่ ก็ทำให้ Cash Flow ติดลบได้เช่นกัน

SME ควรมี Cash Flow สำรองกี่เดือน?

แนะนำให้สำรองเงินสดไว้อย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่า เงินเดือน ค่าสาธารณูปโภค ยิ่งธุรกิจมีลูกค้าน้อยรายหรือรายได้ผันผวนมาก ควรสำรองมากขึ้น (ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องวินัยการเงินและสภาพคล่องสำหรับ SME)

Cash Flow Statement ต้องทำทุกเดือนไหม?

ตามกฎหมาย บริษัทต้องจัดทำงบกระแสเงินสดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อส่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) แต่สำหรับการบริหารธุรกิจจริง แนะนำให้ทำทุกเดือนเพื่อให้เห็นปัญหาเร็ว โปรแกรมบัญชีอย่าง PEAK ช่วยให้ Cash Flow อัปเดตอัตโนมัติทุกวันจากการบันทึกรายการ


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตัวช่วยบริหารเงินสดให้ธุรกิจคุณ