
ทุกวันนี้ AI ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักบัญชีและเจ้าของธุรกิจ ทำงานเร็วขึ้น ผิดพลาดน้อยลง และตัดสินใจได้แม่นยำ ปัญหาคือ AI ที่พูดถึงกันส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นทดลอง แต่บน PEAK Account มีฟีเจอร์ AI ที่ใช้งานจริงได้แล้ววันนี้ 4 ตัว
บทความนี้ PEAK พาไปรู้จักทั้ง 4 ฟีเจอร์ พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริงที่เห็นผลทันที
5 ฟีเจอร์ AI อัจฉริยะตัวช่วย “ทำบัญชี” ของโปรแกรม PEAK
สำหรับโปรแกรมบัญชี PEAK ที่ได้อัปเกรดฟีเจอร์ AI อัจฉริยะที่เข้ามาเป็นเพื่อนคู่คิดให้นักบัญชี ให้สามารถทำบัญชีได้ง่ายขึ้น ลดระยะเวลาการทำงาน ลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด ซึ่ง AI ของ PEAK มีทั้งหมด 3 ฟีเจอร์หลักด้วยกันที่จะเข้ามาช่วยให้สามารถใช้ข้อมูลบัญชีได้อย่าง SMART เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
1. SMART Suggestion – AI ที่ช่วยทำบัญชีประจำวันได้เร็วขึ้น

ฟีเจอร์แรกเรียกว่า “SMART Suggestion” เป็นฟีเจอร์ที่มาช่วยแนะนำรายการบันทึกบัญชีที่เราใช้งานบ่อย โดยอ้างอิงจากพฤติกรรมการใช้งานจริง เพื่อให้ทำบัญชีได้ง่ายขึ้น แถมยังลดเวลาทำงาน ไม่ต้องเลื่อนหารายการใหม่ทุกครั้ง ซึ่งไม่เพียงแค่แนะนำรายการบันทึกบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่ SMART Suggestion ยังแนะนำรายการอื่น ๆ ที่จำเป็นเช่น
- แนะนำสินค้า/บริการที่มักถูกบันทึกบ่อย
- แนะนำคู่ค้า/ลูกค้าที่มีการซื้อขายล่าสุด
- แนะนำอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ด้วยฟีเจอร์นี้จะช่วยลดเวลาที่นักบัญชีต้องใช้ในการค้นหารายการ และป้องกันการบันทึกบัญชีที่ผิดพลาดลงไปได้ เพราะระบบแนะนำรายการที่ใช้งานเป็นประจำมาให้เลยนั่นเอง
ยกตัวอย่าง ข้อดีของการใช้งาน SMART Suggestion
บริษัท A ต้องชำระค่าบริการอินเทอร์เน็ตกับบริษัท B และได้มีการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว
ทำให้ในขั้นตอนการบันทึกรายจ่าย หากเราเลือกในส่วนของผู้ขายเป็นชื่อของบริษัท B ระบบ SMART Suggestion จะก็แนะนำรายการขึ้นมาเป็นค่าอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องเลื่อนหาให้เสียเวลาเลยนั่นเอง
สำหรับวิธีการใช้งาน SMART Suggestion ในการทำบัญชีบนโปรแกรม PEAK ระบบจะแนะนำรายการที่เหมาะสม หรือใช้งานบ่อย เมื่อทำการสร้างเอกสารทั้งในกรณีของบันทึกรายรับและรายจ่าย
สรุปประโยชน์ของ SMART Suggestion
- ลดเวลาในการบันทึกบัญชี เพราะระบบแนะนำรายการที่ใช้งานบ่อยให้อัตโนมัติ
- ลดโอกาสบันทึกผิด ระบบช่วยแนะนำสินค้า/บริการ คู่ค้า และอัตราภาษีที่ถูกต้อง
- ทำงานได้เร็วขึ้น ไม่ต้องเลื่อนหาเมนูทีละรายการ
- ระบบเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งาน ช่วยให้การบันทึกบัญชีแม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ
- เหมาะสำหรับงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายประจำ หรือรายรับจากลูกค้าประจำ
2. SMART Reconciliation – ลดเวลาทำบัญชีด้วยระบบกระทบยอดอัตโนมัติ

ส่วนถัดมาเป็นฟีเจอร์ SMART Reconciliation หรือระบบ AI ที่ช่วยให้สามารถทำการ กระทบยอด ได้ง่าย รวดเร็ว และถูกต้องมากยิ่งขึ้น เพราะการกระทบยอดค่อนข้างอาศัยความละเอียดในการเปรียบเทียบรายการจากธนาคารและรายการในระบบของบัญชีของเราเอง ซึ่งหลายครั้งอาจเกิดข้อผิดพลาดได้
แต่ด้วย SMART Reconciliation ที่เป็น AI สามารถช่วยจับคู่ยอดเงินฝาก และตรวจสอบความตรงกันระหว่าง Statement ธนาคารกับรายการในระบบให้อัตโนมัติ เพียงคลิกเดียว ไม่ต้องคอยนั่งจับคู่ทีละรายการ ช่วยลดระยะเวลาการทำงานและลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการกระทบยอดได้มหาศาล นอกจากนี้ยังสามารถสร้างใบเสร็จหรือรายการจ่ายพร้อม ๆ กันได้หลายรายการ ช่วยให้ทำบัญชีได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ยกตัวอย่าง ข้อดีของการใช้งาน SMART Reconciliation
บริษัท A ทำการกระทบยอดเปรียบเทียบระหว่างรายการบัญชีที่บันทึกในระบบกับรายการ Statement จากธนาคาร ที่โดยปกติจำเป็นต้องเปรียบเทียบด้วยตัวเองทีละรายการเพื่อตรวจสอบยอดว่าตรงกันทั้งหมด ซึ่งหากมีรายการเยอะอาจต้องใช้เวลาทั้งวันในการทำ แถมยังมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดอีกด้วย
แต่ถ้าใช้โปรแกรม PEAK ในการจัดการบัญชีจะสามารถนำเข้าไฟล์ Statement ของธนาคาร ผ่านการ Import ไฟล์หรือเชื่อมต่อ API กับธนาคารได้ทันที และใช้ SMART Reconciliation ในการช่วยจับคู่รายการระหว่างบัญชีในระบบกับ Statement ให้อัตโนมัติ ไม่ต้องคอยนั่งเปรียบเทียบเองทีละยอด สามารถลดระยะเวลาในการกระทบยอดลงไปได้หลายเท่าตัว แถมยังช่วยให้การกระทบยอดแม่นยำมากขึ้น
โดยสามารถทำการกระทบยอดด้วย SMART Reconciliation ได้ที่เมนูการเงิน อัปโหลด Statement ธนาคาร และคลิกปุ่ม “จับคู่อัตโนมัติ” ที่บริเวณด้านล่าง ระบบ AI ก็จะจับคู่รายการบันทึกที่ตรงกันให้ทันที
สรุปประโยชน์ของ SMART Reconciliation
- กระทบยอดธนาคารได้เร็วขึ้นหลายเท่า ด้วยระบบจับคู่รายการอัตโนมัติ
- ลดงานหนักที่ต้องนั่งเทียบรายการทีละบรรทัด
- ลดโอกาสผิดพลาดจากการกระทบยอดด้วยตัวเอง
- รองรับรายการจำนวนมากได้สบาย ไม่ต้องเสียเวลาทั้งวัน
- อัปโหลด Statement จากธนาคารได้ และให้ระบบจับคู่อัตโนมัติทันที
- สามารถสร้างใบเสร็จ/รายการจ่ายได้หลายรายการในขั้นตอนเดียว
3. SMART CFO – ผู้ช่วยวิเคราะห์งบและวางแผนการเงินเพื่อการทำบัญชีที่ดีขึ้น

เจ้าของกิจการธุรกิจ SME หลายท่านอาจเคยต้องประสบปัญหาเกี่ยวข้องกับด้านการเงินหรืออยากปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแต่ไม่รู้จะหันไปหาใคร PEAK เข้าใจในปัญหานี้จึงออกแบบฟีเจอร์ SMART CFO ระบบ AI ที่เปรียบเสมือนที่ปรึกษาทางการเงินของเจ้าของกิจการ มีคำถามเกี่ยวกับการทำบัญชี หรือคำถามเกี่ยวกับการเงินของกิจการ เช่น
- วิเคราะห์งบการเงินแบบเข้าใจง่าย
- ชี้จุดแข็งจุดอ่อนของธุรกิจ โดยใช้ตัวเลขบัญชีในการวิเคราะห์
- แนะนำแนวทางวางแผนการเงินอย่างยั่งยืน
สำหรับ SMART CFO พร้อมเข้ามาช่วยสร้างความอุ่นใจให้เจ้าของกิจการ เป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจด้านการเงิน ช่วยให้สามารถวางแผนธุรกิจได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น
ซึ่งวิธีการใช้งานทำได้ง่ายมาก เพียงคลิกไปที่คทามุมขวาล่างในหน้างบกำไรขาดทุน ก็จะมีหน้าต่างแสดงขึ้นมาคล้ายกับ AI ยอดนิยมในปัจจุบัน ที่สามารถพิมพ์คำถามคล้ายกับการแชทพูดคุยกับ SMART CFO ได้เลย หรือเลือกชุดคำถามที่แนะนำได้เช่นกัน โดยตัวอย่างคำถามประกอบไปด้วย
- “บอกภาพรวมธุรกิจของฉันจากงบการเงินนี้”
- “งบสะท้อนปัญหาทางธุรกิจอะไรบ้างไหม”
- “สรุปการเปลี่ยนแปลงรายได้ค่าใช้จ่ายที่สำคัญ”
- “จากข้อมูลงบการเงินฉันมีความเสี่ยงด้านการเงินหรือไม่?”
จากตัวอย่างคำถามข้างต้น หากไม่มี SMART CFO ก็ต้องมีความรู้ในการอ่านงบการเงิน และการวิเคราะห์ทางการเงินพอสมควรเลยทีเดียว ฟีเจอร์ AI นี้จึงเข้ามาช่วยตอบโจทย์เจ้าของกิจการที่อาจยังไม่เชี่ยวชาญในด้านการเงินมากนัก หรือยังไม่มี CFO คอยเข้ามาช่วยดูแลในส่วนนี้ การมี SMART CFO ของ PEAK ก็จะช่วยลดระยะเวลาที่ต้องไปอ่านงบการเงินเองทั้งหมด แต่สามารถถาม AI ของ PEAK ได้เลย
ยกตัวอย่าง ข้อดีของการใช้งาน SMART CFO
ในการวิเคราะห์งบการเงินเพื่อใช้ในการวางแผนการทำธุรกิจในอนาคต มีหลากหลายขั้นตอน และต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งทุกขั้นตอนรวมกันอาจใช้เวลานานหลายวันกว่าที่จะสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้
แต่ในการทำธุรกิจจริงเวลาไม่เคยรอ หากต้องใช้เวลาเตรียมที่นานในเวลาที่จำกัด อาจทำให้ตัดสินใจทางธุรกิจผิดพลาดได้นั่นเอง
SMART CFO ก็สามารถเข้ามาช่วยลดปัญหาในส่วนนี้ สามารถเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ประกอบการในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ โดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่คลิกเท่านั้น
สรุปประโยชน์ของ SMART CFO
- วิเคราะห์งบการเงินให้เข้าใจง่าย ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญก็เริ่มต้นวิเคราะห์ได้
- ชี้จุดแข็ง จุดอ่อน และปัญหาที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจจากตัวเลข
- ใช้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินได้ทันที ถามแบบแชทได้เหมือนคุยกับผู้เชี่ยวชาญ
- ช่วยวางแผนธุรกิจได้แม่นยำขึ้น ใช้ข้อมูลจริงในการตัดสินใจ
- ลดเวลาการวิเคราะห์งบจากหลายวันเหลือไม่กี่คลิก
- เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการที่ไม่มี CFO หรือยังอ่านงบไม่คล่อง
4. SMART Insight – ผู้ช่วยสรุปรายรับ รายจ่ายธุรกิจแบบ Real-Time
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน “ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล” คือข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุด ยิ่งเจ้าของธุรกิจเห็นภาพรวมทางการเงินเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งวางแผนและตัดสินใจเฉียบคมได้มากเท่านั้น SMART Insight ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็น Dashboard อัจฉริยะที่ช่วยสรุปข้อมูลรายรับ-รายจ่ายสำคัญของธุรกิจให้คุณเห็นทันทีตั้งแต่หน้าแรก โดยไม่ต้องกดเข้าไปดูรายงานหลายขั้นตอน นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งการแสดงผล (Custom) ให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ตามต้องการ เช่น
- แสดงเอกสารที่ใกล้ครบกำหนดวันชำระ
- แสดงเอกสารที่เกินกำหนดวันชำระ
- กำหนดช่วงเวลาเอกสารที่สนใจและมูลค่าเอกสารขั้นต่ำที่ต้องการดูข้อมูล
ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถประเมินทิศทางกระแสเงินสด (Cash Flow) ของธุรกิจได้อย่างแม่นยำ
ยกตัวอย่าง ข้อดีของการใช้งาน SMART Insight
บริษัท A มีใบแจ้งหนี้ที่ค้างชำระอยู่รวมกันกว่า 500,000 บาท หากเป็นระบบเดิม เจ้าของกิจการอาจไม่ทราบจนกว่านักบัญชีจะทำรายงานลูกหนี้คงค้างมาให้ตอนสิ้นเดือน แต่เมื่อมี SMART Insight บนหน้า Dashboard จะแสดงยอดเงินนี้เด่นชัดทันที พร้อมระบบแจ้งเตือนบิลที่ใกล้ครบกำหนดชำระ ทำให้ฝ่ายขายหรือผู้บริหารสามารถโทรติดต่อลูกหนี้เพื่อเร่งรัดการชำระเงินได้ทันที ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและกระแสเงินสดหมุนเวียนในบริษัท ไม่ให้เงินไปจมอยู่กับลูกหนี้นานเกินไป
หรือกรณีฝ่ายจัดซื้อ เมื่อมีโครงการใหม่และมีการออกใบขอซื้อ (PR) หรือบันทึกค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก เจ้าของธุรกิจก็สามารถเข้ามาเช็กที่ Dashboard เพื่อดูยอดรวมของรายจ่ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าได้ทันที ทำให้สามารถอนุมัติงบประมาณได้อย่างสบายใจ หรือหากพบว่ารายจ่ายเริ่มสูงเกินกว่ารายรับที่เข้ามา ก็สามารถชะลอการจัดซื้อบางรายการออกไปก่อน เพื่อรักษาสมดุลทางการเงินของกิจการ
สรุปประโยชน์ของ SMART Insight
- ตัดสินใจได้ทันทีด้วยข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน (Real-Time) ไม่ต้องรอปิดงบรายเดือนก็รู้สถานะการเงิน
- บริหารกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดความผิดพลาดในการติดตามหนี้และชำระบิล
- ปรับแต่งการแสดงข้อมูลได้ตามตามรูปแบบของแต่ละธุรกิจ
5.SMART Key – บันทึกบัญชีด้วยเทคโนโลยี AI และ OCR
หากธุรกิจของคุณยังต้องเผชิญกับกองเอกสารหรือใบกำกับภาษีจำนวนมาก และต้องเสียเวลาคีย์ข้อมูลทีละใบ SMART Key คือเทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) และ AI อัจฉริยะ ที่จะเข้ามาอ่านข้อมูลจากไฟล์รูปภาพเอกสารหรือไฟล์ PDF ให้กลายเป็นข้อมูลบนระบบบัญชีโดยอัตโนมัติ เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและปิดช่องโหว่ความผิดพลาดจากการทำงานแบบ Manual โดย SMART Key จะเข้ามาช่วยจัดการเอกสาร ดังนี้
- อ่านและแปลงข้อมูลเอกสารทันที: รองรับทั้งไฟล์รูปภาพและ PDF โดยระบบจะดึงข้อมูลสำคัญมาลงบันทึกให้โดยอัตโนมัติ
- AI แนะนำผู้ติดต่อและรายการใช้งานบ่อยจากผู้ติดต่อในเอกสาร
- ตรวจสอบความถูกต้องของใบกำกับภาษีตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ระบบแจ้งเตือนกรณีใบกำกับภาษีไม่ตรงตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
- ระบบแจ้งเตือนความเป็นเจ้าของเอกสาร กรณีข้อมูลไม่ตรงกับชื่อกิจการที่กำลังใช้งานอยู่
- รองรับการใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์และ PEAK Application
ยกตัวอย่าง ข้อดีของการใช้งาน SMART Key
ลองจินตนาการถึงทีมเซลส์ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ และมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น เช่น ค่าเติมน้ำมัน หรือค่าที่พัก โดยได้ใบกำกับภาษีมาเป็นกระดาษ แทนที่จะต้องเก็บรวบรวมใส่ซองเพื่อรอกลับมาส่งให้ฝ่ายบัญชีคีย์สิ้นเดือน เสี่ยงต่อการทำเอกสารหาย ทีมงานสามารถเปิด PEAK Application บนมือถือ แล้วถ่ายรูปใบเสร็จนั้นอัปโหลดเข้าระบบได้ทันที ระบบ AI จะช่วยสแกนข้อมูลและแปลงเป็นเอกสารในระบบให้อัตโนมัติทันที ทำให้นักบัญชีที่อยู่ที่สำนักงานใหญ่เห็นข้อมูล ตรวจสอบ และอนุมัติจ่ายเงินคืนได้อย่างรวดเร็ว
หรือกรณีนักบัญชีได้รับใบกำกับภาษีซื้อจากซัพพลายเออร์จำนวนมาก หากให้นักบัญชีมานั่งตรวจเช็กทีละใบว่าข้อมูลครบถ้วนตามกฎหมาย 7 ข้อของกรมสรรพากรหรือไม่ (เช่น เลขประจำตัวผู้เสียภาษีถูกต้องไหม, มีคำว่าใบกำกับภาษีชัดเจนไหม) ก็อาจเกิดการหลุดรอดสายตาได้ แต่เมื่อส่งเอกสารเหล่านั้นเข้าระบบผ่าน SMART Key ตัว AI จะทำการสแกนตรวจทานทุกจุดอย่างละเอียด หากพบบางจุดไม่ครบถ้วน ระบบจะขึ้นสัญลักษณ์แจ้งเตือนทันทีทำให้นักบัญชีสามารถตีกลับเอกสารเพื่อขอใบใหม่ได้ทันท่วงที ป้องกันความเสี่ยงในการนำภาษีซื้อที่ไม่ถูกต้องไปใช้ ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจโดนค่าปรับย้อนหลังได้
สรุปประโยชน์ของ SMART Key
- ประหยัดเวลาและลดงานซ้ำซ้อน เปลี่ยนจากงานคีย์ข้อมูลแบบ Manual มาเป็นการตรวจทานข้อมูลที่ AI แปลงมาให้แล้ว
- ลดข้อผิดพลาดในการคีย์เอกสาร
- ใช้งานภาษีซื้อได้อย่างมั่นใจ และรักษาสิทธิทางภาษีกรณีเอกสารไม่ถูกต้อง สามารถขอใบกำกับภาษีได้ทันท่วงที
- เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน ทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา
ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้ AI ทำบัญชีบนโปรแกรม PEAK
ฟีเจอร์ AI ทั้งสามฟีเจอร์ของโปรแกรมบัญชี PEAK เป็นตัวช่วยให้กับเจ้าของกิจการและนักบัญชีเพื่อให้สามารถทำบัญชีได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยวิเคราะห์ธุรกิจเพื่อการเติบโต ซึ่งฟีเจอร์ AI นี้ช่วยยกระดับโปรแกรม PEAK ให้เป็นมากกว่าโปรแกรมบัญชีจัดเก็บข้อมูลหรือทำเอกสารโดยทั่วไปอย่างแน่นอน
ประโยชน์สำหรับ “เจ้าของกิจการ”
ในกรณีของเจ้าของกิจการ ฟีเจอร์ AI อย่าง SMART Suggestion และ SMART Reconcilication ของ PEAK ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นภาพรวมด้านการเงินที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นในไม่กี่คลิก ช่วยลดระยะเวลาที่ต้องจัดเตรียมงบการเงินด้วยตัวเอง สามารถเห็นตัวเลขที่ถูกต้อง และแม่นยำ เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ต่อได้ทันที ตัดสินใจข้อมูลสำคัญ ๆ ได้ดีและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ SMART CFO ที่เปรียบเสมือนว่ามีผู้ช่วยในการวิเคราะห์และวางแผนธุรกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านการเงินได้อย่างถูกต้อง ทำข้อมูลออกมาได้รวดเร็ว เพื่อการเติบโตขององค์กรในระยะยาวมากยิ่งขึ้นด้วยนั่นเอง
ประโยชน์สำหรับ “นักบัญชี / แอดมิน”
สำหรับนักบัญชีหรือแอดมินที่ต้องดูแลในส่วนของการเงินให้แก่องค์กร ฟีเจอร์ AI ของ PEAK ก็สามารถเข้ามาช่วยในเรื่องการทำบัญชีได้เร็วยิ่งขึ้น ลดการทำงานซ้ำ ๆ เช่น การบันทึกหรือการจับคู่รายการบัญชีเพื่อกระทบยอด เพื่อให้มีเวลาโฟกัสกับการทำงานบัญชีที่ต้องใช้เวลาอย่างการวิเคราะห์ หรือมีเวลาในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมีในการทำบัญชีได้ด้วยเช่นกัน
ทำบัญชีให้เป็นระบบยิ่งขึ้นด้วยโปรแกรมบัญชี PEAK
การทำบัญชีอย่างเป็นระบบ นับว่าเป็นสิ่งที่ทุกกิจการควรให้ความสำคัญตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ เพราะหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น หรือมีการจัดการที่ไม่เรียบร้อยอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจในระยะยาวได้
ซึ่ง PEAK ก็เห็นถึงปัญหาในด้านการจัดการบัญชีของกิจการ SME เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาระบบ AI ที่เข้ามาช่วยให้กิจการสามารถทำบัญชีได้อย่างเป็นระบบ ลดการทำงานซ้ำซ้อน และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการทำบัญชี นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นภาพการเงินของกิจการได้ชัดเจนมากขึ้น ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ เพื่อการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืน
เริ่มต้นยกระดับธุรกิจให้ SMART ด้วยฟีเจอร์ AI ช่วยทำบัญชีในโปรแกรม PEAK ได้แล้ววันนี้ พิเศษสุด ๆ เริ่มต้นวันนี้ ทดลองใช้ฟรี 30 วัน!
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
