
ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องเจอกับคำว่า “ภาษีซื้อ” และ “ภาษีขาย” ทุกเดือน เพราะทั้งสองตัวนี้เป็นหัวใจของการคำนวณ VAT ที่ต้องนำส่งหรือขอคืนจากกรมสรรพากร บทความนี้อธิบายตั้งแต่ความหมาย วิธีคำนวณพร้อมตัวอย่างตัวเลข ภาษีซื้อต้องห้ามที่เคลมไม่ได้ ไปจนถึงวิธีบันทึกบัญชีภาษีซื้อ ภาษีขาย ให้ถูกต้อง
ภาษีซื้อ ภาษีขาย คืออะไร
ภาษีซื้อและภาษีขายเป็นองค์ประกอบของภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อัตรา 7% ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องจัดการทุกเดือน ทั้งสองตัวนี้ทำงานคู่กัน โดยผลต่างจะบอกว่าเดือนนั้นกิจการต้อง “จ่ายเพิ่ม” หรือ “ขอคืน” ภาษีจากกรมสรรพากร
ภาษีซื้อ (Input VAT) คืออะไร
ภาษีซื้อ คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ที่กิจการจ่ายออกไปเมื่อซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากผู้ขายที่จดทะเบียน VAT เช่น ซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าบริการขนส่ง หรือจ่ายค่าเช่าสำนักงาน ทุกครั้งที่จ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการที่มี VAT กิจการจะได้รับใบกำกับภาษีจากผู้ขาย ซึ่งจำนวน VAT ที่ปรากฏในใบกำกับภาษีนั้นก็คือ “ภาษีซื้อ” ที่กิจการสามารถนำไปหักออกจากภาษีขายได้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Input VAT หรือ Input Tax
ภาษีขาย (Output VAT) คืออะไร
ภาษีขาย คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ที่กิจการเรียกเก็บจากลูกค้าเมื่อขายสินค้าหรือให้บริการ ไม่ว่าลูกค้าจะจดทะเบียน VAT หรือไม่ก็ตาม เงิน VAT ที่เก็บจากลูกค้านี้ไม่ใช่รายได้ของกิจการ แต่เป็นเงินที่ต้องนำส่งให้กรมสรรพากร ภาษาอังกฤษเรียกว่า Output VAT หรือ Output Tax
วิธีคำนวณภาษีซื้อ ภาษีขาย พร้อมตัวอย่างตัวเลข
สูตรคำนวณ VAT ที่ต้องจ่ายหรือขอคืนในแต่ละเดือนคือ
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องนำส่ง = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ
ลองดูตัวอย่างจากกิจการของ บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซึ่งเป็นธุรกิจขายอุปกรณ์สำนักงานแบบ B2B
กรณีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ
เดือนมกราคม บริษัท ตัวอย่าง จำกัด มียอดขายอุปกรณ์สำนักงาน 500,000 บาท และซื้อสินค้ามาขาย 300,000 บาท
ภาษีขาย = 500,000 × 7% = 35,000 บาท ภาษีซื้อ = 300,000 × 7% = 21,000 บาท VAT ต้องนำส่ง = 35,000 – 21,000 = 14,000 บาท
กิจการต้องนำส่ง VAT จำนวน 14,000 บาท ให้กรมสรรพากรพร้อมยื่นแบบ ภ.พ.30 (แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม) ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์
กรณีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย
เดือนกุมภาพันธ์ บริษัทเดิมขายสินค้าได้ 200,000 บาท แต่สั่งซื้อสินค้าเข้าสต็อกถึง 400,000 บาท
ภาษีขาย = 200,000 × 7% = 14,000 บาท ภาษีซื้อ = 400,000 × 7% = 28,000 บาท ส่วนต่าง = 14,000 – 28,000 = -14,000 บาท
กิจการไม่ต้องจ่าย VAT ในเดือนนี้ และมีสิทธิเลือกได้ 2 ทาง คือขอคืนเป็นเงินสดจากกรมสรรพากร หรือเก็บไว้เป็นเครดิตภาษีหักในเดือนถัดไป
ภาษีซื้อต้องห้าม รายการที่นำมาหักไม่ได้
ภาษีซื้อต้องห้ามคือ VAT ที่กิจการจ่ายไปแล้ว แต่กฎหมายไม่อนุญาตให้นำมาหักออกจากภาษีขายหรือขอคืนได้ ตัวอย่างที่ SME พบบ่อย ได้แก่
- ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษี หรือแสดงใบกำกับภาษีไม่ได้
- ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ เช่น ชื่อบริษัทสะกดผิด เลขประจำตัวผู้เสียภาษีไม่ตรง
- ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโดยตรง เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการ
- ภาษีซื้อจากค่ารับรองหรือค่าเลี้ยงรับรอง เช่น ค่าอาหารเลี้ยงลูกค้า ค่าของขวัญ
- ภาษีซื้อจากรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสาร ที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน
รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่บทความ เรื่องสำคัญเกี่ยวกับการจัดการภาษีซื้อที่ควรรู้
บันทึกบัญชีภาษีซื้อ ภาษีขาย ทำอย่างไร
การบันทึกบัญชีภาษีซื้อ ภาษีขาย เป็นขั้นตอนที่ต้องทำทุกสิ้นเดือน เมื่อกิจการสร้างเอกสารซื้อขายที่มี VAT ระบบบัญชีจะแยกยอดภาษีออกจากมูลค่าสินค้าให้อัตโนมัติ แต่ยังต้อง “โอนปิด” ยอดภาษีซื้อกับภาษีขายเข้าด้วยกัน เพื่อสรุปจำนวน VAT ที่ต้องจ่ายหรือขอคืนในเดือนนั้น
ผังบัญชีที่เกี่ยวข้อง ภาษีซื้อ ภาษีขาย อยู่หมวดไหน
ภาษีซื้ออยู่ในผังบัญชีหมวด 1 (สินทรัพย์) เพราะถือเป็นสิทธิเรียกร้องที่กิจการมีต่อกรมสรรพากร ส่วนภาษีขายอยู่ในผังบัญชีหมวด 2 (หนี้สิน) เพราะเป็นเงินที่กิจการเก็บจากลูกค้าแล้วต้องนำส่ง
| ผังบัญชี | ชื่อบัญชี | หมวด |
|---|---|---|
| 115401 | ภาษีซื้อ | สินทรัพย์หมุนเวียน (หมวด 1) |
| 215301 | ภาษีขาย | หนี้สินหมุนเวียน (หมวด 2) |
| 215302 | เจ้าหนี้สรรพากร | หนี้สินหมุนเวียน (หมวด 2) |
| 115405 | ลูกหนี้สรรพากร | สินทรัพย์หมุนเวียน (หมวด 1) |
ตัวอย่าง journal entry โอนปิดภาษีซื้อ ภาษีขาย
สมมติเดือนมกราคม บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) มีภาษีขาย 35,000 บาท และภาษีซื้อ 21,000 บาท ภาษีขายมากกว่า ต้องนำส่ง 14,000 บาท
ขั้นตอนที่ 1 โอนปิดภาษีซื้อและภาษีขาย
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| ภาษีขาย (215301) | 35,000 | |
| ภาษีซื้อ (115401) | 21,000 | |
| เจ้าหนี้สรรพากร (215302) | 14,000 |
ขั้นตอนที่ 2 จ่ายชำระ VAT ให้กรมสรรพากร
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| เจ้าหนี้สรรพากร (215302) | 14,000 | |
| เงินฝากธนาคาร | 14,000 |
กรณีที่ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ขั้นตอนที่ 1 จะบันทึกส่วนต่างไปที่บัญชี “ลูกหนี้สรรพากร (115405)” ถ้าเลือกขอคืนเป็นเงินสด หรือบัญชี “เครดิต ภ.พ.30 (115451)” ถ้าเลือกทบยอดไปเดือนถัดไป
สรุป: ภาษีซื้อ ภาษีขาย สิ่งที่ SME ต้องจำ
ภาษีซื้อคือ VAT ที่กิจการจ่ายออกไปตอนซื้อ ส่วนภาษีขายคือ VAT ที่เก็บจากลูกค้าตอนขาย ทุกสิ้นเดือนนำภาษีขายหักภาษีซื้อ ถ้าภาษีขายมากกว่าต้องจ่ายส่วนต่างให้สรรพากร ถ้าภาษีซื้อมากกว่าสามารถขอคืนหรือทบยอดได้ เรื่องภาษีซื้อ ภาษีขาย บันทึกบัญชีให้ถูกต้องนั้นสำคัญมาก เพราะถ้าบันทึกผิดอาจทำให้ยอด VAT ที่ยื่นไม่ตรงกับข้อมูลจริง ที่สำคัญคือต้องตรวจใบกำกับภาษีให้ครบถ้วนถูกต้องก่อนนำมาเคลมเป็นภาษีซื้อ เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาษีซื้อต้องห้าม
จัดการภาษีซื้อ ภาษีขาย ให้เป็นระบบด้วย PEAK
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยบันทึกภาษีซื้อ ภาษีขายอัตโนมัติเมื่อสร้างเอกสารซื้อขาย พร้อมออกรายงานภาษีซื้อ ภาษีขายตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนดได้ทันที ช่วยให้เจ้าของกิจการและนักบัญชีประหยัดเวลาจัดทำรายงานและลดข้อผิดพลาดในการยื่นแบบ ภ.พ.30 ทดลองใช้ PEAK ฟรี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีซื้อ ภาษีขาย
ใครบ้างที่ต้องเกี่ยวข้องกับภาษีซื้อ ภาษีขาย
เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้วเท่านั้น โดยกิจการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีมีหน้าที่ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์ หากยังไม่จดทะเบียน VAT ก็ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับภาษีซื้อ ภาษีขาย
ภาษีซื้อ ภาษีขาย ต้องยื่นเมื่อไร ด้วยแบบอะไร
กิจการต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ให้กรมสรรพากรทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป พร้อมแนบรายงานภาษีซื้อและรายงานภาษีขายประกอบด้วย แม้เดือนนั้นจะไม่มียอดขายก็ต้องยื่นแบบเปล่า การยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรจะได้รับเวลาเพิ่มอีก 8 วัน
ภาษีซื้อจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวนำมาหักได้ไหม
ไม่ได้ ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโดยตรง เช่น ค่าช้อปปิ้งส่วนตัว ค่าซ่อมรถยนต์ส่วนบุคคล หรือค่าเลี้ยงรับรองที่ไม่ใช่เพื่อกิจการ ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามที่ไม่สามารถนำมาหักออกจากภาษีขายหรือขอคืนได้
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
