15 May 2021
PEAK-ย้ายที่อยู่บริษัทจดทะเบียนต้องทำอย่างไรบ้าง

ย้ายที่อยู่บริษัทจดทะเบียนต้องทำอย่างไรบ้าง

เมื่อกิจการบริษัทจดทะเบียนดำเนินธุรกิจมาในระยะหนึ่ง มีความประสงค์ต้องการย้ายที่อยู่ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงย่อมต้องมีขั้นตอนในการติดต่อหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องและจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อดำเนินการย้ายที่อยู่สถานประกอบการไม่ว่าจะเป็นการย้ายที่อยู่ในเขตหรือจังหวัดเดียวกันหรือย้ายข้ามไปยังเขตอื่นจังหวัดอื่น

เงื่อนไขการย้ายที่อยู่บริษัทจดทะเบียน

มีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการแจ้งย้ายที่อยู่ของบริษัทจดทะเบียนได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และกรมสรรพากร โดยมีเงื่อนไขในการพิจารณาดังนี้

1. ในกรณีกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องไปดำเนินการแจ้งย้ายที่อยู่กับกรมสรรพากร เป็นเวลา  ไม่น้อยกว่า 15 วัน จากนั้นจึงดำเนินการแจ้งย้ายที่อยู่กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

2. กรณีกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าย้ายข้ามเขตพื้นที่หรือย้ายข้ามจังหวัด ให้แจ้งย้ายออกกับสรรพกรพื้นที่ที่อยู่เดิมและแจ้งย้ายเข้ากับสรรพากรพื้นที่ที่อยู่ใหม่

3. ส่วนกิจการที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถแจ้งย้ายที่อยู่บริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยไม่ต้องไปดำเนินการที่กรมสรรพากร เพราะข้อมูลที่อยู่ที่เปลี่ยนแปลงจะถูกลิงค์ไปยังกรมสรรพากรหลังจากที่ผู้ประกอบการดำเนินการแจ้งย้ายที่อยู่ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว

ขั้นตอนการย้ายที่อยู่บริษัทจดทะเบียน

สำหรับขั้นตอนในการดำเนินการย้ายที่อยู่บริษัทจดทะเบียน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ก. ขั้นตอนดำเนินการกับกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์

เป็นการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานของบริษัท ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีคือ

(ก1) กรณีที่ตั้งที่อยู่ใหม่อยู่ในจังหวัดเดียวกันกับที่อยู่เดิม

ตามกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการ โดยมีขั้นตอนในจัดทำคำขอจดทะเบียนและยื่นเอกสารขอจดทะเบียน หลังจากนั้นนายทะเบียนจึงจะรับจดทะเบียน

เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่นขอจดทะเบียนมีดังนี้

1. คำขอจดทะเบียนบริษัท (แบบบอจ.1)
2. แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
3. รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือ มติพิเศษ (แบบ บอจ.4)
4. แผนที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่และสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียง
5. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
6. สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ(ถ้ามี) ได้แก่ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้ทำบัญชี เป็นต้น
7. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีผู้ขอจดทะเบียนไม่สามารถยื่นขอจดทะเบียนได้ด้วยตนเอง โดยปิดอากรแสตมป์ราคา 10 บาท

(ก2) กรณีที่ตั้งที่อยู่ใหม่ย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น

ตามกฎหมายกำหนดว่าให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้มีมติพิเศษ โดยออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ตอบรับและลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อย 1 คราว ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยต้องระบุวาระการประชุมให้แก้ไขเพิ่มเติมว่าบริษัทจะย้ายสำนักงานไปอยู่จังหวัดใดในหนังสือบริคณห์สนธิ สำหรับเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่นจดทะเบียนเหมือนกันกับกรณี(ก) แต่เพิ่มหนังสิอบริคณห์สนธิ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

ทั้ง 2 กรณีดังกล่าว ถ้าสำนักงานเดิมอยู่ในเขต กทม.ให้ยื่นจดทะเบียนที่ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จังหวัดนนทบุรี หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าทั้ง 6 เขตในกทม. แต่ถ้าสำนักงานเดิมอยู่ในจังหวัดอื่นนอกเขตกทม.ให้ยื่นจดทะเบียนที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด นอกจากนี้ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เว็บไซต์ https://ereg.dbd.go.th/ERegistMemberWeb/nonmemberpages/home.xhtml

ข. ขั้นตอนการดำเนินการกับกรมสรรพากร

ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

(ข1) แบบคำขอแจ้งเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียน (ภ.พ.09) จำนวน 3 ฉบับ
(ข2) ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) เดิม
(ข3) หลักฐานแสดงที่ตั้งสถานประกอบการแห่งใหม่ ได้แก่
    (ข3.1) สัญญาเช่าอาคารอันเป็นที่ตั้งสถานประกอบการปิดอากรแสตมป์ (กรณีเช่า) หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่เป็นสถานประกอบการ(กรณีเจ้าของให้ใช้โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน)
         (ข3.2) สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสถานประกอบการ
(ข3.3) สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่า/ผู้ยินยอม ได้แก่สำเนาสัญญาซื้อขาย สำเนาโฉนดที่ดิน คำขอเลขที่บ้าน เป็นต้น
(ข3.4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านสถานประกอบการของผู้ให้เช่าหรือผู้ยินยอม หนังสือรับรองนิติบุคคล(กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ให้เช่า)
(ข4) แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการโดยสังเขป พร้อมภาพถ่ายสถานประกอบการแห่งใหม่
(ข5) หนังสือมอบอำนาจ(ปิดอากรแสตมป์) พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ(กรณีผู้ประกอบการมิได้มายื่นเอกสารด้วยตนเอง)
(ข6) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
(ข7) สำเนาหนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน)

จะเห็นว่าขั้นตอนการดำเนินการเตรียมเอกสารรวมทั้งการแจ้งย้ายที่อยู่บริษัทต่อหน่วยงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรค่อนข้างใช้เวลา ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการในการแจ้งย้ายที่อยู่บริษัทกับสำนักงานบัญชีซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารหลักฐานได้อย่างครบถ้วน ช่วยประหยัดเวลาและลดภาระความยุ่งยากสำหรับผู้ประกอบการเมื่อเทียบกับค่าบริการที่ต้องจ่าย

ปัจจุบัน PEAK มีสำนักงานบัญชีพันธมิตรมากถึง 450 รายทั่วประเทศที่ให้บริการช่วยผู้ประกอบการในการดำเนินการย้ายที่อยู่บริษัท และ PEAK เองมีบริการจัดหาสำนักงานบัญชี ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs โดยแนะนำจากพื้นที่ให้บริการของสำนักงานบัญชี ประเภทธุรกิจที่สำนักงานบัญชีมีความถนัด และความต้องการอื่นๆของลูกค้า

ทางกิจการสามารถซื้อแพ็กเกจโปรแกรมบัญชี PEAK ผ่านสำนักงานบัญชีโดยรับส่วนลดพิเศษ ผู้ประกอบการที่กำลังมองหาสำนักงานบัญชี และไม่อยากพลาดส่วนลดพิเศษนี้ สามารถคลิกที่ลิงก์ด้านล่าง เพื่อให้ PEAK ช่วยหาสำนักงานบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของคุณ

ให้ PEAK ช่วยจัดหาสำนักงานบัญชี คลิก https://peakaccount.com/accounting-service

ติดตามความรู้จาก โปรแกรมบัญชี PEAK ได้ที่ peakaccount.com
หรือเข้าใช้งานโปรแกรม คลิก เข้าสู่ระบบ PEAK